ลานธรรมเสวนา: กรรมฐาน ทำยังไงครับ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

กรรมฐาน ทำยังไงครับ อ่านวิธีที่เค้าเขียน แล้วงงครับ explain หน่อย ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   globe001 ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 8
  • สมัคร: 09/06/2009

ตอบ: 20/06/2009 - 22:37

คือไปหาวิธีการปฏิบัติกรรมฐานมาครับ แต่เค้าเขียนงงมาก ทำนองว่าหาสิ่งอะไรดีงามงามให้จิตใจอิงอยู่ได้ บลาๆๆ งงมากครับ ผมอยากรู้ว่ากรรมฐานมันคืออะไร ทำยังไง อานิสงส์ทำแล้วได้อะไรครับ

อยากรู้มากครับ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ยังอยู่ ม.2 อยู่เลย
0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   พุทธฏีกา ไอคอน

  • พุทธฏีกา
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2709
  • สมัคร: 15/12/2006

ตอบ: 20/06/2009 - 22:46

อนุโมทนาสาธุ อายุยังน้อย งั้นข้าม บลา ๆ ๆ มาโหลไปฟังดู link---หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช เจริญในธรรมยิ่ง ๆขึ้นไปนะครับ :06:
ติณฺโณ ตาเรยฺยํ
มุตฺโต โมเจยฺยํ
พุทโธ โพเธยฺยํ

เราข้ามได้แล้วจะให้ผู้อื่นข้ามได้ด้วย
เราพ้นแล้วจะให้ผู้อื่นพ้นด้วย
เราตรัสรู้แล้วจะให้ผู้อื่นรู้ด้วย
(ปรมตฺถทีปนี จริยปิฏกวณฺณนา มหาจุฬา. ๓๒๙)

(ภ)(น)(ท)(มโน)(อุป)(อนุ)(โค)(ม)(ผ)(ผ)(ผ)(ภ)
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   KK Tay ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 444
  • สมัคร: 01/10/2005

ตอบ: 20/06/2009 - 23:37

ดูใน link ท้ายชื่อผม ก็ได้
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   วสวัตตี ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 923
  • สมัคร: 19/08/2008

ตอบ: 20/06/2009 - 23:46

ยังอยู่ม. 2 อายุ 13 -14 ปี อยู่เลย

ฝึกสมถกรรมฐานก่อนดีกว่าไหมครับ วัยเด็ก ความคิดกับอารมณ์และทัศนคติยังไม่อยู่ตัว
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   TemplarKnight ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 649
  • สมัคร: 26/06/2005

ตอบ: 20/06/2009 - 23:50

สนใจแบบไหนล่ะครับ
วิธีฝึกอบรมจิต มี ๒ ประเภทคือ
๑) สมถกัมมัฏฐาน อุบายสงบใจ
๒) วิปัสสนากัมมัฏฐาน อุบายเรืองปัญญา
ลองอ่านที่นี่พลางๆก่อน
http://larndham.net/...o.pl/006473.htm
http://larndham.net/...o.pl/007385.htm
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   globe001 ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 8
  • สมัคร: 09/06/2009

ตอบ: 21/06/2009 - 00:43

ขอขอบคุณทุก คห.ที่ตอบครับ
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   globe001 ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 8
  • สมัคร: 09/06/2009

ตอบ: 21/06/2009 - 01:16

แล้ว สมถกรรมฐาน คือ???
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   wit ไอคอน

  • ตอบ 5000+
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 5862
  • สมัคร: 30/06/2005

ตอบ: 21/06/2009 - 02:57

อธิบายง่ายๆนะ กรรมฐาน แปลว่า ที่ตั้งของกรรม ซึ่งกรรมนี้เกิดเพราะเรามีเจตนา ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า "เจตนาคือตัวกรรม" เมื่อเรานึกคิดถึงระลึกถึงสิ่งใด กรรมก็ตั้งอยู่ที่นั่น เช่น สมมติว่าเรานั่งฟังคนพูดอยู่ โดยที่รอบๆข้างก็มีคนทำเสียงต่างๆอยู่ด้วย ให้เราลองสังเกตดูว่า ความใส่ใจความสนใจหรือสติการระลึกของเรานั้นไปจดจ่ออยู่ที่ใด หากว่าเรามีสติสนใจอยู่ที่คนพูด เราก็จะได้ยินถ้อยคำที่คนพูดพูดอยู่นั้นชัดเจน ส่วนเสียงที่อยู่รอบๆข้างนั้นก็จะเบลอๆไปหรือหากสมาธิดีมากๆ บางคนอาจจะแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลยด้วยซ้ำ หรือหากสติเราไปอยู่ที่เสียงรอบๆข้างแทน การรับรู้ในสิ่งที่คนกำลังพูดให้เราฟังอยู่ก็จะเบลอๆไปจนไม่รู้เรื่องในที่สุด(สังเกตได้จากตอนเราเรียนหนังสือฟังครูพูดอยู่ก็ได้นะ)

สิ่งที่เราไประลึกรู้จดจ่ออยู่นั่นแหละคือที่ตั้งของสติที่ตั้งของเจตนา หรือก็คือกรรมฐานนั่นเอง ทีนี้กรรมฐานในที่นี้ยังเป็นกลางๆอยู่ สิ่งที่เราไประลึกรู้นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เป็นสิ่งที่เมื่อเราไประลึกรู้แล้วจะชักนำพาให้สภาวะจิตใจน้อมนำเปลี่ยนแปลงไปยังสิ่งที่ดีงามหรือไม่ดีก็ได้

กรรมฐานในความหมายของธรรมะ หรือที่พระท่านสอนๆกันอยู่นี้ มีความหมายไปในด้านที่ดีนะ คือ กรรมฐานต่างๆมีหลักที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ การระลึกรู้ถึงสิ่งที่ดีงามเพื่อโน้มน้าวจิตใจให้ไปในด้านที่ดีงามอยู่เนืองๆ เช่น พุทธานุสสติกรรมฐาน(กรรมฐานที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้าและคุณของพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) มรณานุสสติกรรมฐาน (กรรมฐานที่ระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์) อานาปานสติกรรมฐาน (กรรมฐานที่ระลึกถึงลมหายใจเป็นอารมณ์) ฯลฯ สิ่งต่างๆที่เอ่ยเป็นตัวอย่างมาบางเรื่องบางหัวข้อนั้นหากเรามีสติหมั่นระลึกรู้ หมั่นคิดและพิจารณาถึงด้วยความแยบคายอยู่เนืองๆแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้สภาวะจิตใจของเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เกิดบุญเกิดกุศลเกิดความดีงามขึ้นภายในใจของเรา ความหมายโดยนัยสำคัญของคำว่า "กรรมฐาน" ก็มีคร่าวๆดังนี้นะโยม


ส่วนสมถกรรมฐานกับวิปัสสนากรรมฐานนั้น ก็ให้สังเกตง่ายๆคือ สิ่งใดที่เราระลึกรู้นึกถึงเนืองๆแล้วทำให้จิตใจเกิดความสงบตั้งมั่นเป็นสมาธินั่นก็คือสมถกรรมฐาน

ส่วนสิ่งใดที่เราหมั่นระลึกรู้เนืองๆแล้วทำให้เกิดปัญญามองเห็นสิ่งต่างๆทั้งหลายทั้งภายนอกและภายใน ทั้งสิ่งที่เป็นวัตถุสิ่งของ(รวมทั้งร่างกายนี้)หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม(เช่น ความคิด อารมณ์ต่างๆ)ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไป ส่งผลให้จิตใจเกิดความเบื่อหน่ายคลายความยินดี คลายความยึดมั่นถือมั่น เข้าถึงการปล่อยวางในสิ่งต่างๆลงได้ นั่นก็คือวิปัสสนากรรมฐาน

หวังว่าคำอธิบายดังกล่าวมาเบื้องต้นนี้คงพอจะทำให้โยมเข้าใจได้บ้างนะ เรื่องธรรมะนี้ไม่ต้องใจร้อนไปหรอก ค่อยๆเรียนค่อยๆศึกษาค่อยๆปฏิบัติไป เหมือนกับเวลาเราเรียนคณิตศาสตร์ กว่าเราจะสามารถถอดสมการที่มีค่าสมการที่ซับซ้อนได้นั้น เราก็ต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่สมการเบื้องต้น รู้จักสมการ xy รู้จักการบวกลบคูณหารก่อน หรือ กว่าที่เราจะสามารถเรียบเรียงคำพูดเป็นประโยคเป็นเรื่องราวที่มีความหมายต่างๆได้ เราก็ต้องเริ่มเรียนจาก ก ข....ฯ ก่อน เรียนรู้ที่จะนำคำพยัญชนะโดดๆเหล่านี้มาผสมคำเป็นคำง่ายๆ เรียนรู้ที่จะเข้าใจความหมายต่างๆก่อน เมื่อค่อยเรียนรู้ไปทีละส่วนๆ ทำความเข้าใจไปตามลำดับขั้นตอนแล้ว ที่สุดเราก็จะสามารถนำเอาสิ่งที่เรียนรู้นี้มาปฏิบัติมาฝึกฝนให้เกิดความเชี่ยวชาญชำนาญ สามารถส่งผลให้บรรลุเป้าหมายของสิ่งที่เรียนรู้มานั้นไปตามลำดับขั้นตอนเรื่อยๆเอง

สรุปก็คือโยมไม่ต้องใจร้อนในการศึกษาธรรมะนะ การศึกษาและปฏิบัติธรรมนั้นไม่เหมือนการทำงานต่างๆภายนอก ไม่จำเป็นต้องเน้นความรวดเร็ว แต่เน้นที่ความเข้าใจ ค่อยๆทำความเข้าใจไปทีละเรื่องทีละส่วน ไม่ต้องรีบร้อน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม อินทรีย์แก่กล้าเพียงพอแล้ว ก็จะสามารถแทงตลอดและบรรลุธรรมได้เอง หากเราทำเหตุที่เหมาะสม เหมือนเราต้มน้ำเพื่อที่จะให้น้ำเดือด เราก็มีหน้าที่จุดไฟต้มน้ำไป ส่วนหน้าที่ที่น้ำจะเดือดนั้นก็เป็นหน้าที่ของน้ำ ขอเพียงเราทำเหตุที่เหมาะสมต่อผลในแต่ละเรื่องนั้นๆอยู่ ถึงเวลาแม้เราจะไม่ได้นึกถึงผล แต่เราก็จะได้รับผลสมควรตามเหตุนั้นๆในที่สุดเอง สุดท้ายนี้ก็ขออนุโมทนากับโยมด้วยนะที่มีจิตใจใฝ่ในกุศล เข้ามาศึกษา ไต่ถามธรรมะ ตั้งแต่ยังเด็ก ขอให้โชคดีมีความสุขและเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะ ขอเจริญพร.
พระชาญวิทย์ ธมฺมวโร (วัดประสาทบุญญาวาส กทม.)
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   วสวัตตี ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 923
  • สมัคร: 19/08/2008

ตอบ: 21/06/2009 - 11:33

อ้างอิง (globe001 @ 21 มิ.ย. 52 - 01:16)


แล้ว สมถกรรมฐาน คือ???



แนะนำกระทู้นี้ครับ ==>>สมถะ ที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   nirvanaseeker ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 99
  • สมัคร: 06/04/2009

ตอบ: 21/06/2009 - 12:33

กรรมฐานแบ่งง่ายๆที่ควรรู้ 2 อย่าง
1.วิปัสสนากรรมฐาน
2.สมถะกรรมฐาน

วิปัสสนากรรมฐาน คู่กับคำว่า ปัญญา คือ
เมื่อเจริญวิปัสสนากรรมฐานแล้วจะ่่ก่อให้เกิดปัญญารู้แจ้ง กลายเป็นอริยบุคคล
สมถะกรรมฐาน คู่กับคำว่า สมาธิหรือฌาน คือ
เมื่อเจริญสมถะกรรมฐานแล้วจะก่อให้เกิดสมาธิ จิตหนักแน่น สงบระงับ นำไปใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่บุคลิกภาพ การทำงาน หรือหากเจริญได้เก่งมากแล้ว นำมาซึ่งอภิญญา อิทธิฤทธิ์ต่างๆ

ในมุมมองของพุทธศาสนา ผมจะแบ่งให้ฟังง่ายๆเป็น 3 อย่างกัน
1.เรื่องกรรมและวิบากกรรม กับเรื่องศีล เรื่องเดียวกัน นั่นคือ การทำความดีชั่ว ผลที่ได้คือ กรรมในรูปแบบต่่างๆที่ได้รับ และภพภูมิที่ไป ก็เป็นได้ตั้งแต่อบายภูมิ มนุษย์ จนกระทั่งถึง สวรรค์ชั้นที่ 6 ความสุขหรือทุำกข์ที่ได้รับนี้ สนองทางกามคุณทั้งสิ้น(แปรเปลี่ยนผัสสะมากเป็นความสุขทุกข์)
2.เรื่องสมถะกรรมฐานกับเรื่องอภิญญา กับเรื่องความสงบของจิตใจหรือสมาธิ เรื่องเดียวกัน นั่นคือการเอาจิตไปจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไม่ก่อให้เกิดนิวรณ์ ทำให้จิตเกิดความสงบนิ่ง ตั้งมั่น ไม่ซัดส่าย หรือเจริญมากแล้วนำมาซึ่งอภิญญา 5 อันมี ตาทิพย์ หูทิพย์ แสดงอิทธิฤทธิ์ รู้วาระจิต รู้อดีตชาติ ผลที่ได้ในการเปลี่ยนภพภูมินั้น หากเจริญก่อนมรณะกาลแล้ว ภพเบื้องหน้า เป็นพรหมโลก(เหนือกว่าสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น) ความสุขที่ได้นี้เรียกว่า ฌานสุข เป็นความสุขทางจิต พิสดารล้ำลึกกว่ากามสุข
3.เรื่องวิปัสสนากรรมฐานกับเรื่องนิพพาน คือความเป็นอริยบุคคล ทำให้เกิดความรู้แจ้งในสรรพสิ่งว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จิตจะเกิดความตื่นถึงขีดสุดเป็นปกติ รู้ทันทุกอย่างเพียงสักแต่ว่า
มีความสุขระดับที่ไม่สามารถอธิบายได้ ปลายทางสุดนี้เรียกว่า นิพพาน เรียกว่าวิมุตติสุข

ความสุขที่เปลี่ยนแปลงได้ คือความสุขแบบ กามสุข และ ฌานสุข ส่วนความสุขแบบที่ได้แล้วได้เลยและเป็นเป้าหมายของพุทธศาสนาคือ วิมุตติสุข ครับ
ศีลสมาธิปัญญา เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน การรักษาศีลนั้นทำให้ใจไม่ซัดส่ายสงบตั้งมั่นได้ง่าย เมื่อตั้งมั่นได้ง่ายก็คือสามารถใช้ในการเจริญสมาธิหรือเจริญปัญญาได้ง่ายเช่นกัน ส่วนสมาธิเมื่อเจริญให้มากแล้ว นำกำลังความหนักแน่นของสมาธิมาใช้ในการเจริญปัญญาให้เฉียบคมว่องไวได้เช่นกันครับ
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   เฉลิมศักดิ์ ไอคอน

  • ตอบ 5000+
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 5978
  • สมัคร: 26/01/2004

ตอบ: 21/06/2009 - 14:22

สมถะที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://larndham.net/...opic=25151&st=0
----------------------------------------------
ฌานลาภีบุคคลเจริญวิปัสสนา ๒ อย่าง
http://larndham.net/...opic=25844&st=7
-------------------------------------------------------------------------

สมถะ -- วิปัสสนา ต่างกันอย่างไร ?
http://larndham.net/...=11408&st=0&hl=


อานิสงส์ของสมถะ(สมาธิ)นั้นมี ๕ ประการ คือ
๑. ทำให้เข้าสมาบัติได้ เพื่อเป็นสุขในภพปัจจุบัน
๒. ทำให้เป็นบาทวิปัสสนา
๓. ทำให้เกิดโลกียอภิญญา ๕ ประการ
๔. ทำให้เกิดเป็นพรหม
๕. ทำให้เข้านิโรธสมาบัติได้

อานิสงส์ของวิปัสสนา
๑. มีสติมั่นคงไม่ตายด้วยความหลง
๒. ได้เกิดอยู่ในสุคติภูมิ (คือมนุษย์สวรรค์)
๓. ถ้าอุปนิสัยยังอ่อนอยู่ ก็จะเป็นอุปนิสัยติดขันธสันดานไปในภพหน้า
๔. ถ้ามีอุปนิสัยและอินทรีย์แก่กล้า ก็จะทำพระนิพพานให้แจ้งด้วยปัญญาภายใน ๗ วันหรือ ๗ เดือน หรือ ๗ ปี พระอรหันต์หรือพระอนาคามี พึงหวังได้

--------------------------------------------------------
สมถะ -- วิปัสสนา ต่างกันอย่างไร ? (๒)
http://larndham.net/...opic=18545&st=7
---------------------------------------------------
ทางสายเอก
http://www.geocities...g1/thang/00.htm

--------------------------------------------
อานิสงส์ของการเจริญวิปัสสนาเป็นอานิสงส์สูงสุด
http://larndham.net/...o.pl/009129.htm
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   ake ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลลานธรรม
  • ตอบ: 1979
  • สมัคร: 05/02/2004

ตอบ: 21/06/2009 - 15:08

น้อง globe001
ลองฟัง MP3 file นี้ครับ ---> http://02.w-file.net.../mp3/520107.mp3

เป็นการอธิบายการปฏิบัติเบื้องต้นในวัยเด็กวัยรุ่น โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช ท่านมาเทศน์ที่ สถาบันกวดวิชา Sup'k Center

พี่ลองฟังดูแล้ว มีเด็กๆช่วง ม.ต้น มาฟังท่านมาก และก็รู้สึกหัดลองปฏิบัติตามได้ในทันที
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   globe001 ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 8
  • สมัคร: 09/06/2009

ตอบ: 22/06/2009 - 17:40

ขอขอบคุรทุกคนที่มาชี้แนะแนวทางอีกครั้งครับ
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ