ท่านมีนิยามของคำว่าพูดเพ้อเจ้ออย่างไร ความหมายและลักษณะการพูดเช่นไรจึงจัดว่าเป็นการพูดเพ้อเจ้อ? การพูดเพ้อเจ้อนั้นมีโทษอย่างไร? และอานิสงส์จากการงดเว้นการพูดเพ้อเจ้อมีอะไรบ้างครับ? :09:
หน้า 1 จาก 1
นิยามของ "การพูดเพ้อเจ้อ" 1ใน4 ของวจีทุจริต?
หน้า 1 จาก 1
การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้
คำตอบก่อนหน้า: wit - wit - yuith -
#3
ตอบ: 25/04/2006 - 23:06
.. การพูดเพ้อเจ้อ นี่ไม่ดีนะคะ .. หากพยายามละได้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้จะดีคะ ..
#4
ตอบ: 26/04/2006 - 05:34
มีทั้งพุทธภาษิต อรรถกถา ฯลฯ ในกระทู้
http://larndham.net/...opic=17536&st=0
4) วาจาสูตร
เล่มที่ ๑๙
[๑๙๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย วาจาประกอบด้วยองค์ ๕ ประการ
เป็นวาจาสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต และเป็นวาจาไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน
องค์ ๕ ประการเป็นไฉน คือ
วาจานั้นย่อมเป็นวาจาที่กล่าวถูกกาล ๑
เป็นวาจาที่กล่าวเป็นสัจ ๑
เป็นวาจาที่กล่าวอ่อนหวาน ๑
เป็นวาจาที่กล่าวประกอบด้วยประโยชน์ ๑
เป็นวาจาที่กล่าวด้วยเมตตาจิต ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย วาจาประกอบด้วยองค์ ๕ ประการนี้แล เป็นวาจาสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต และเป็นวาจาไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน ฯ
--------------------------------------------
http://larndham.net/...opic=19708&st=9
สัมผัปปลาปะ - การพูดเพ้อเจ้อ
สัมผ แปลว่า การทำลายประโยชน์และความสุข
ปลาป แปลว่า การกล่าว
รวมหมายความว่า การกล่าววาจา
ที่ทำลายประโยชน์และความสุข
วาจาที่เป็นสัมผัปปลาปะ คือ การเจตนากล่าว
เรื่องราวเหลวไหลไม่เป็นสาระ เช่น เล่าเรื่องหนัง โขน ละคร
หรือพูดจาตลกขบขันต่างๆ หรือการแสดงหนัง โขน ละคร
การประพันธ์ที่เขียนเรื่องอ่านเล่นต่างๆ
เฉพาะที่ไม่ทำให้ผู้ฟังผู้ดูผู้อ่านได้รับประโยชน์
และเฉพาะที่เพียงทำให้เกิดความเพลิดเพลิน
แก่ผู้ฟังผู้ดูผู้อ่านไปชั่วคราว เท่านั้น
กับทั้งอาจทำให้เสียประโยชน์ที่จะได้เอาเวลา
หรือโอกาสนั้นๆ ไปกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ควรจะได้
มีอธิบายไว้ว่า เรื่องราวที่ไม่จริงทั้งไม่มีคติธรรมแต่อย่างใดเลย
แต่ผู้กล่าวหรือผู้ประพันธ์ตั้งใจแต่งเรื่องราวนั้นขึ้นมา
เพื่อให้ผู้อ่านผู้ดูหลงเชื่อติดใจในคำพูดตน
ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสียประโยชน์
ของผู้ฟังผู้ดูหรือผู้อ่าน เช่นนี้ คำกล่าวนั้นก็จัดเป็น
สัมผัปปลาปะ
แต่หากแม้เรื่องนั้นจะไม่จริงก็ตาม
แต่ผู้กล่าวหรือผู้ประพันธ์มุ่งหมายยกขึ้นมา
เพื่อเป็นข้ออุปมาประกอบการสอน การแสดงหรือการประพันธ์
เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจง่าย เช่นนี้แล้ว ถ้อยคำของผู้นั้น
ก็ไม่จัดเป็นสัมผัปปลาปะ
ส่วนหากเรื่องนั้นเป็นความจริง แต่ผู้ฟังหรือผู้อ่าน
ไม่ได้รับประโยชน์แต่อย่างใด ก็นับเป็นการเล่าข่าว
หรือเขียนข่าว และคำกล่าวนั้นๆ
ก็ไม่จัดเป็นสัมผัปปลาปะ
อย่างไรก็ตาม การพูดสนุกสนาเฮฮา
กล่าวเรื่องเหลวไหลที่ไม่เป็นความจริง
ที่เป็นสัมผัปปลาปะนี้ ก็ไม่จัดเป็นมุสาวาท
เพราะผู้พูดไม่ได้มีเจตนาคือไม่ได้ตั้งใจจะมุสา
เป็นเพียงแต่พูดเพ้อเจ้อไปเท่านั้น
แต่ถ้าหากว่ามีความตั้งใจจะมุสาประกอบอยู่ด้วย
และผู้ฟังก็หลงเชื่อด้วย จึงจะจัดว่าเป็นมุสวาท
คำพูดที่จัดเข้าใน นิรัตถกถา คือ
คำพูดที่ไม่มีประโยชน์หาสาระไม่ได้นี้ มี ๓๒
ที่เรียกว่า ดิรัจฉานกถา ๓๒ นั่นเอง
พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในสามัญญผลสูตร
แห่งศีลขันธวรรคพระบาลี ดังนี้
ดิรัจฉานกถา
(๑)
พูดเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์
ตลอดจนถึงพระญาติพระวงศ์
(๒)
พูดเรื่องโจรต่างๆ
(๓)
พูดเรื่องมหาอำมาตย์ราชมนตรีที่เป็นคณะรัฐบาล
(๔)
พูดเรื่องทหาร ตำรวจ
(๕)
พูดเรื่องภัยต่างๆ
(๖)
พูดเรื่องยุทธศาสตร์ต่างๆ
(๗)
พูดเรื่องอาหารต่างๆ มีข้าวและกับ เป็นต้น
(๘)
พูดเรื่องเครื่องดื่มต่างๆ
(๙)
พูดเรื่องเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ
(๑๐)
พูดเรื่องที่นอน
(๑๑)
พูดเรื่องดอกไม้ต่างๆ
(๑๒)
พูดเรื่องกลิ่นหอมต่างๆ
(๑๓)
พูดเรื่องวงศ์ญาติ
(๑๔)
พูดเรื่องยานพาหนะต่างๆ
(๑๕)
พูดเรื่องหมู่บ้านต่างๆ
(๑๖)
พูดเรื่องนิคมต่างๆ
(๑๗)
พูดเรื่องจังหวัดต่างๆ
(๑๘)
พูดเรื่องชนบทต่างๆ
(๑๙)
พูดเรื่องหญิง
(๒๐)
พูดเรื่องชาย
(๒๑)
พูดเรื่องชายหนุ่ม
(๒๒)
พูดเรื่องหญิงสาว
(๒๓)
พูดเรื่องความกล้าหาญ
(๒๔)
พูดเรื่องถนนหนทางต่างๆ
(๒๕)
พูดเรื่องท่าน้ำต่างๆ
(๒๖)
พูดเรื่องญาติที่ล่วงลับไปแล้ว
(๒๗)
พูดเรื่องราวร้อยแปด
(๒๘)
พูดเรื่องโลกและผู้สร้างโลก
(๒๙)
พูดเรื่องมหาสมุทรและผู้สร้างมหาสมุทร
(๓๐)
พูดเรื่องความเจริญและความเสื่อมต่างๆ
(๓๑)
พูดเรื่องป่าต่างๆ
(๓๒)
พูดเรื่องภูเขาต่างๆ
องค์แห่งสัมผัปปลาปะ
(๑)
ตั้งใจกล่าววาจาที่ไม่มีประโยชน์
(๒)
กล่าววาจานั้นออกไป
หากมีความตั้งใจกล่าววาจาไม่มีประโยชน์
และกล่าววาจานั้นออกไปด้วย
ก็สำเร็จเป็นสัมผัปปลาปะ
แล้วหากผู้ฟังผู้ดูผู้อ่านเชื่อคำกล่าวนั้น
ก็สำเร็จเป็นอกุศลกรรมบถด้วย
ถ้าผู้ฟังผู้ดูผู้อ่านไม่เชื่อตามนั้น
ก็ไม่สำเร็จเป็นอกุศลกรรมบถ
สัมผัปปลาปนี้
ผู้ที่กล่าวสัมผัปปลาปะอยู่เสมอๆ ย่อมมีโทษมาก
ผู้ที่กล่าวเป็นครั้งเป็นคราวก็มีโทษน้อย
+ + + + + + + + + +
วจีทุจริตทั้ง ๔ ดังกล่าวมาแล้ว
แม้เกิดทางกายได้ด้วย เช่น เขียนเป็นหนังสือ
หรือแสดงกริยาท่าทางให้เป็นความหมายนั้นๆ
แต่ก็ไม่ชื่อว่าเป็นการกระทำทางกาย (กายทวาร)
แต่ยังคงเรียกว่าเป็นการกระทำทางวาจา (วจีทวาร) อยู่เสมอ
เพราะเหตุว่า วจีทุจริตทั้ง ๔ นี
เกิดทางวจีทวารเป็นส่วนมาก
นั่นเอง
มีปราชญ์กล่าวไว้น่าคิดว่า
พูดมาก เรื่องมาก
พูดน้อย เรื่องน้อย
ไม่พูดเลย ไม่มีเรื่อง
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงอบรมแก่สาวกทั้งหลายอยู่เสมอ ว่า
"ทฺวินฺนํ โว ภิกฺขเว สนฺนิปติตานํ
ทฺเวยํ กรณียํ ธมฺมี วา
กถา ตุณหึงภาโว วา"
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายเมื่อได้มีการพบกันระหว่าง ๒ องค์แล้ว
การงานที่ควรประพฤตินั้น มี ๒ อย่าง
คือ กล่าวถ้อยคำที่เกี่ยวกับธรรมะ
หรือมิฉะนั้น ก็นิ่งเฉยเสีย"
+ + + + + + + + + +
คัดและเรียบเรียงมาจาก หน้า ๑๑๖-๑๓๒
ปรมัตถโชติกะ มหาอภิธัมมัตถสังคหฎีกา
ปริจเฉทที่ ๕ เล่ม ๒ กัมมจตุกกะ-มรณุปปัตติจตุกกะ
(หลักสูตรชั้นมัชฌิมอาภิธรรมิกะตรี)
รจนาโดย
พระสัทธัมมโชติกะ ธัมมาจริยะ
จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสัทธัมมโชติกะ
+ + + + + + + + + +
http://larndham.net/...opic=17536&st=0
4) วาจาสูตร
เล่มที่ ๑๙
[๑๙๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย วาจาประกอบด้วยองค์ ๕ ประการ
เป็นวาจาสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต และเป็นวาจาไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน
องค์ ๕ ประการเป็นไฉน คือ
วาจานั้นย่อมเป็นวาจาที่กล่าวถูกกาล ๑
เป็นวาจาที่กล่าวเป็นสัจ ๑
เป็นวาจาที่กล่าวอ่อนหวาน ๑
เป็นวาจาที่กล่าวประกอบด้วยประโยชน์ ๑
เป็นวาจาที่กล่าวด้วยเมตตาจิต ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย วาจาประกอบด้วยองค์ ๕ ประการนี้แล เป็นวาจาสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต และเป็นวาจาไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน ฯ
--------------------------------------------
http://larndham.net/...opic=19708&st=9
สัมผัปปลาปะ - การพูดเพ้อเจ้อ
สัมผ แปลว่า การทำลายประโยชน์และความสุข
ปลาป แปลว่า การกล่าว
รวมหมายความว่า การกล่าววาจา
ที่ทำลายประโยชน์และความสุข
วาจาที่เป็นสัมผัปปลาปะ คือ การเจตนากล่าว
เรื่องราวเหลวไหลไม่เป็นสาระ เช่น เล่าเรื่องหนัง โขน ละคร
หรือพูดจาตลกขบขันต่างๆ หรือการแสดงหนัง โขน ละคร
การประพันธ์ที่เขียนเรื่องอ่านเล่นต่างๆ
เฉพาะที่ไม่ทำให้ผู้ฟังผู้ดูผู้อ่านได้รับประโยชน์
และเฉพาะที่เพียงทำให้เกิดความเพลิดเพลิน
แก่ผู้ฟังผู้ดูผู้อ่านไปชั่วคราว เท่านั้น
กับทั้งอาจทำให้เสียประโยชน์ที่จะได้เอาเวลา
หรือโอกาสนั้นๆ ไปกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ควรจะได้
มีอธิบายไว้ว่า เรื่องราวที่ไม่จริงทั้งไม่มีคติธรรมแต่อย่างใดเลย
แต่ผู้กล่าวหรือผู้ประพันธ์ตั้งใจแต่งเรื่องราวนั้นขึ้นมา
เพื่อให้ผู้อ่านผู้ดูหลงเชื่อติดใจในคำพูดตน
ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสียประโยชน์
ของผู้ฟังผู้ดูหรือผู้อ่าน เช่นนี้ คำกล่าวนั้นก็จัดเป็น
สัมผัปปลาปะ
แต่หากแม้เรื่องนั้นจะไม่จริงก็ตาม
แต่ผู้กล่าวหรือผู้ประพันธ์มุ่งหมายยกขึ้นมา
เพื่อเป็นข้ออุปมาประกอบการสอน การแสดงหรือการประพันธ์
เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจง่าย เช่นนี้แล้ว ถ้อยคำของผู้นั้น
ก็ไม่จัดเป็นสัมผัปปลาปะ
ส่วนหากเรื่องนั้นเป็นความจริง แต่ผู้ฟังหรือผู้อ่าน
ไม่ได้รับประโยชน์แต่อย่างใด ก็นับเป็นการเล่าข่าว
หรือเขียนข่าว และคำกล่าวนั้นๆ
ก็ไม่จัดเป็นสัมผัปปลาปะ
อย่างไรก็ตาม การพูดสนุกสนาเฮฮา
กล่าวเรื่องเหลวไหลที่ไม่เป็นความจริง
ที่เป็นสัมผัปปลาปะนี้ ก็ไม่จัดเป็นมุสาวาท
เพราะผู้พูดไม่ได้มีเจตนาคือไม่ได้ตั้งใจจะมุสา
เป็นเพียงแต่พูดเพ้อเจ้อไปเท่านั้น
แต่ถ้าหากว่ามีความตั้งใจจะมุสาประกอบอยู่ด้วย
และผู้ฟังก็หลงเชื่อด้วย จึงจะจัดว่าเป็นมุสวาท
คำพูดที่จัดเข้าใน นิรัตถกถา คือ
คำพูดที่ไม่มีประโยชน์หาสาระไม่ได้นี้ มี ๓๒
ที่เรียกว่า ดิรัจฉานกถา ๓๒ นั่นเอง
พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในสามัญญผลสูตร
แห่งศีลขันธวรรคพระบาลี ดังนี้
ดิรัจฉานกถา
(๑)
พูดเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์
ตลอดจนถึงพระญาติพระวงศ์
(๒)
พูดเรื่องโจรต่างๆ
(๓)
พูดเรื่องมหาอำมาตย์ราชมนตรีที่เป็นคณะรัฐบาล
(๔)
พูดเรื่องทหาร ตำรวจ
(๕)
พูดเรื่องภัยต่างๆ
(๖)
พูดเรื่องยุทธศาสตร์ต่างๆ
(๗)
พูดเรื่องอาหารต่างๆ มีข้าวและกับ เป็นต้น
(๘)
พูดเรื่องเครื่องดื่มต่างๆ
(๙)
พูดเรื่องเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ
(๑๐)
พูดเรื่องที่นอน
(๑๑)
พูดเรื่องดอกไม้ต่างๆ
(๑๒)
พูดเรื่องกลิ่นหอมต่างๆ
(๑๓)
พูดเรื่องวงศ์ญาติ
(๑๔)
พูดเรื่องยานพาหนะต่างๆ
(๑๕)
พูดเรื่องหมู่บ้านต่างๆ
(๑๖)
พูดเรื่องนิคมต่างๆ
(๑๗)
พูดเรื่องจังหวัดต่างๆ
(๑๘)
พูดเรื่องชนบทต่างๆ
(๑๙)
พูดเรื่องหญิง
(๒๐)
พูดเรื่องชาย
(๒๑)
พูดเรื่องชายหนุ่ม
(๒๒)
พูดเรื่องหญิงสาว
(๒๓)
พูดเรื่องความกล้าหาญ
(๒๔)
พูดเรื่องถนนหนทางต่างๆ
(๒๕)
พูดเรื่องท่าน้ำต่างๆ
(๒๖)
พูดเรื่องญาติที่ล่วงลับไปแล้ว
(๒๗)
พูดเรื่องราวร้อยแปด
(๒๘)
พูดเรื่องโลกและผู้สร้างโลก
(๒๙)
พูดเรื่องมหาสมุทรและผู้สร้างมหาสมุทร
(๓๐)
พูดเรื่องความเจริญและความเสื่อมต่างๆ
(๓๑)
พูดเรื่องป่าต่างๆ
(๓๒)
พูดเรื่องภูเขาต่างๆ
องค์แห่งสัมผัปปลาปะ
(๑)
ตั้งใจกล่าววาจาที่ไม่มีประโยชน์
(๒)
กล่าววาจานั้นออกไป
หากมีความตั้งใจกล่าววาจาไม่มีประโยชน์
และกล่าววาจานั้นออกไปด้วย
ก็สำเร็จเป็นสัมผัปปลาปะ
แล้วหากผู้ฟังผู้ดูผู้อ่านเชื่อคำกล่าวนั้น
ก็สำเร็จเป็นอกุศลกรรมบถด้วย
ถ้าผู้ฟังผู้ดูผู้อ่านไม่เชื่อตามนั้น
ก็ไม่สำเร็จเป็นอกุศลกรรมบถ
สัมผัปปลาปนี้
ผู้ที่กล่าวสัมผัปปลาปะอยู่เสมอๆ ย่อมมีโทษมาก
ผู้ที่กล่าวเป็นครั้งเป็นคราวก็มีโทษน้อย
+ + + + + + + + + +
วจีทุจริตทั้ง ๔ ดังกล่าวมาแล้ว
แม้เกิดทางกายได้ด้วย เช่น เขียนเป็นหนังสือ
หรือแสดงกริยาท่าทางให้เป็นความหมายนั้นๆ
แต่ก็ไม่ชื่อว่าเป็นการกระทำทางกาย (กายทวาร)
แต่ยังคงเรียกว่าเป็นการกระทำทางวาจา (วจีทวาร) อยู่เสมอ
เพราะเหตุว่า วจีทุจริตทั้ง ๔ นี
เกิดทางวจีทวารเป็นส่วนมาก
นั่นเอง
มีปราชญ์กล่าวไว้น่าคิดว่า
พูดมาก เรื่องมาก
พูดน้อย เรื่องน้อย
ไม่พูดเลย ไม่มีเรื่อง
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงอบรมแก่สาวกทั้งหลายอยู่เสมอ ว่า
"ทฺวินฺนํ โว ภิกฺขเว สนฺนิปติตานํ
ทฺเวยํ กรณียํ ธมฺมี วา
กถา ตุณหึงภาโว วา"
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายเมื่อได้มีการพบกันระหว่าง ๒ องค์แล้ว
การงานที่ควรประพฤตินั้น มี ๒ อย่าง
คือ กล่าวถ้อยคำที่เกี่ยวกับธรรมะ
หรือมิฉะนั้น ก็นิ่งเฉยเสีย"
+ + + + + + + + + +
คัดและเรียบเรียงมาจาก หน้า ๑๑๖-๑๓๒
ปรมัตถโชติกะ มหาอภิธัมมัตถสังคหฎีกา
ปริจเฉทที่ ๕ เล่ม ๒ กัมมจตุกกะ-มรณุปปัตติจตุกกะ
(หลักสูตรชั้นมัชฌิมอาภิธรรมิกะตรี)
รจนาโดย
พระสัทธัมมโชติกะ ธัมมาจริยะ
จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสัทธัมมโชติกะ
+ + + + + + + + + +
#5
ตอบ: 26/04/2006 - 08:55
อ้างอิง
ให้เลือกอ่านของพระเถระท่านไหนคะ
อ้อ....ขอโทษครับ ทำลิงค์ไว้แล้วแต่ลืมเช็คว่าสามารถขึ้นได้แค่หน้าหลัก ประวัติพระเถระที่ผมอยากให้อ่านคือของท่าน พระกุณฑธารเถระ ครับ :09:
ปล.อนุโมทนากับคุณเฉลิมศักดิ์ครับ :09:
ให้เลือกอ่านของพระเถระท่านไหนคะ
อ้อ....ขอโทษครับ ทำลิงค์ไว้แล้วแต่ลืมเช็คว่าสามารถขึ้นได้แค่หน้าหลัก ประวัติพระเถระที่ผมอยากให้อ่านคือของท่าน พระกุณฑธารเถระ ครับ :09:
ปล.อนุโมทนากับคุณเฉลิมศักดิ์ครับ :09:
พระชาญวิทย์ ธมฺมวโร (วัดประสาทบุญญาวาส กทม.)
#6
ตอบ: 27/04/2006 - 11:43
อ้างอิง (เฉลิมศักดิ์ @ 26 เม.ย. 49 - 05:34)
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงอบรมแก่สาวกทั้งหลายอยู่เสมอ ว่า
"ทฺวินฺนํ โว ภิกฺขเว สนฺนิปติตานํ
ทฺเวยํ กรณียํ ธมฺมี วา
กถา ตุณหึงภาโว วา"
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายเมื่อได้มีการพบกันระหว่าง ๒ องค์แล้ว
การงานที่ควรประพฤตินั้น มี ๒ อย่าง
คือ กล่าวถ้อยคำที่เกี่ยวกับธรรมะ
หรือมิฉะนั้น ก็นิ่งเฉยเสีย"
(เฉลิมศักดิ์ @ 26 เม.ย. 49 - 05:34)
:09: สาธุค่ะ
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงอบรมแก่สาวกทั้งหลายอยู่เสมอ ว่า
"ทฺวินฺนํ โว ภิกฺขเว สนฺนิปติตานํ
ทฺเวยํ กรณียํ ธมฺมี วา
กถา ตุณหึงภาโว วา"
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายเมื่อได้มีการพบกันระหว่าง ๒ องค์แล้ว
การงานที่ควรประพฤตินั้น มี ๒ อย่าง
คือ กล่าวถ้อยคำที่เกี่ยวกับธรรมะ
หรือมิฉะนั้น ก็นิ่งเฉยเสีย"
(เฉลิมศักดิ์ @ 26 เม.ย. 49 - 05:34)
:09: สาธุค่ะ
มีปัญหาใดๆ แจ้งผู้ดูแลที่หน้าข่าวสารลานธรรม
หรือที่อีเมล์ larndhamstaff@yahoo.com
หรือที่อีเมล์ larndhamstaff@yahoo.com
#8
ตอบ: 06/05/2006 - 11:41
โฉ อะโดนเต็มๆ แต่แก้ยากอะ
แต่กรรมก็รับอยู่แล้วหล่ะ ทำให้จิตไม่นิ่ง กระสับกระส่าย
ฟุ้งซ่าน คิดมาก ฯลฯ
กรรมที่ทำไว้ ย่อมส่งมาที่ใจเราเอง
แต่ก็เลิกเพ้อเจ้อไม่ได้ซะที บางทีเหมือนคนบ้าเลยอะ ผม..เนี่ย
แต่กรรมก็รับอยู่แล้วหล่ะ ทำให้จิตไม่นิ่ง กระสับกระส่าย
ฟุ้งซ่าน คิดมาก ฯลฯ
กรรมที่ทำไว้ ย่อมส่งมาที่ใจเราเอง
แต่ก็เลิกเพ้อเจ้อไม่ได้ซะที บางทีเหมือนคนบ้าเลยอะ ผม..เนี่ย
www.jozho.net
โหลดธรรมฟรี แจกCDธรรมะฟรี ส่งฟรีทั่วโลก
(เช่น หลวงตาวัดป่าบ้านตาด รวมคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ งานเขียนคุณดังตฤณ)
รับผลิตCDธรรมะราคาต่ำกว่าทุน ใช้แผ่นคุณภาพสูง-Ritex และซองหนาอย่างดี สกรีนมือทีละแผ่น
ออกแบบสกรีนฟรี/อัดเสียงเกริ่นนำและอัดประวัติและอื่นๆให้ฟรี ทุกอย่างปราศจากกำไร
โหลดธรรมฟรี แจกCDธรรมะฟรี ส่งฟรีทั่วโลก
(เช่น หลวงตาวัดป่าบ้านตาด รวมคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ งานเขียนคุณดังตฤณ)
รับผลิตCDธรรมะราคาต่ำกว่าทุน ใช้แผ่นคุณภาพสูง-Ritex และซองหนาอย่างดี สกรีนมือทีละแผ่น
ออกแบบสกรีนฟรี/อัดเสียงเกริ่นนำและอัดประวัติและอื่นๆให้ฟรี ทุกอย่างปราศจากกำไร
#9
ตอบ: 06/05/2006 - 21:06
จริงครับ โจโฉ โจโฉเป็นแบบนั้นจริงๆ
ทางแก้ไข คือ
คิดทุกคำที่พูด แต่ไม่พูดทุกคำที่คิด
ทางแก้ไข คือ
คิดทุกคำที่พูด แต่ไม่พูดทุกคำที่คิด
[img]http://upic.me/i/f4/enbayyi1.gif[/img]
[color="#000000"][size="4"]ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color] http://84000.org/tipitaka/book/bookpn01.html
[color="#000000"][size="4"]ศีลเป็นอาภรณ์อันประเสริฐ(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn02.html
[color="#000000"][size="4"]เป็นมนุษย์นี้แสนยาก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn03.html
[color="#000000"][size="4"]ใครลิขิตชีวิตเรา(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn04.html
[color="#000000"][size="4"]อยู่ด้วยความรัก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn07.html
[color="#000000"][size="4"]ชีวิตนี้น้อยนัก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn05.html
[color="#000000"][size="4"]ดับร้อน(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size])[/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn08.php
[color="#000000"][size="4"]สิ่งที่เป็นมงคล(มงคล ๓๘ )(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn06.html
[color="#000000"][size="4"]นานาปัญหา ๕๑ ข้อ(คณะสหายธรรม)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/nana.php
[color="#000000"][size="4"]ปฏิบัติธรรมวัดผลอย่างไร “ปฏิบัติธรรมให้ถูกทาง”(ประยุทธ์ ปยุตฺโต)[/size][/color] http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/lp-prayuth/lp-prayuth-01.htm
[size="4"]Everything we hear is an opinion, not a fact. Everything we see is a perspective, not the truth.[b]Marcus Aurelius[/b] [/size]
[img]http://upic.me/i/fj/thelordbuddha22.gif[/img]----[img]http://upic.me/i/3w/lordteach.gif[/img]
[color="#000000"][size="4"]ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color] http://84000.org/tipitaka/book/bookpn01.html
[color="#000000"][size="4"]ศีลเป็นอาภรณ์อันประเสริฐ(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn02.html
[color="#000000"][size="4"]เป็นมนุษย์นี้แสนยาก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn03.html
[color="#000000"][size="4"]ใครลิขิตชีวิตเรา(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn04.html
[color="#000000"][size="4"]อยู่ด้วยความรัก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn07.html
[color="#000000"][size="4"]ชีวิตนี้น้อยนัก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn05.html
[color="#000000"][size="4"]ดับร้อน(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size])[/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn08.php
[color="#000000"][size="4"]สิ่งที่เป็นมงคล(มงคล ๓๘ )(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn06.html
[color="#000000"][size="4"]นานาปัญหา ๕๑ ข้อ(คณะสหายธรรม)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/nana.php
[color="#000000"][size="4"]ปฏิบัติธรรมวัดผลอย่างไร “ปฏิบัติธรรมให้ถูกทาง”(ประยุทธ์ ปยุตฺโต)[/size][/color] http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/lp-prayuth/lp-prayuth-01.htm
[size="4"]Everything we hear is an opinion, not a fact. Everything we see is a perspective, not the truth.[b]Marcus Aurelius[/b] [/size]
[img]http://upic.me/i/fj/thelordbuddha22.gif[/img]----[img]http://upic.me/i/3w/lordteach.gif[/img]
#10
ตอบ: 07/05/2006 - 01:40
แหม มาตอกย้ำ.. หุๆๆ
แต่ก็ขอบคุงค้าบ ก้พยายามอยู่อะ แต่คงยากหล่ะ
แต่ก็ขอบคุงค้าบ ก้พยายามอยู่อะ แต่คงยากหล่ะ
www.jozho.net
โหลดธรรมฟรี แจกCDธรรมะฟรี ส่งฟรีทั่วโลก
(เช่น หลวงตาวัดป่าบ้านตาด รวมคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ งานเขียนคุณดังตฤณ)
รับผลิตCDธรรมะราคาต่ำกว่าทุน ใช้แผ่นคุณภาพสูง-Ritex และซองหนาอย่างดี สกรีนมือทีละแผ่น
ออกแบบสกรีนฟรี/อัดเสียงเกริ่นนำและอัดประวัติและอื่นๆให้ฟรี ทุกอย่างปราศจากกำไร
โหลดธรรมฟรี แจกCDธรรมะฟรี ส่งฟรีทั่วโลก
(เช่น หลวงตาวัดป่าบ้านตาด รวมคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ งานเขียนคุณดังตฤณ)
รับผลิตCDธรรมะราคาต่ำกว่าทุน ใช้แผ่นคุณภาพสูง-Ritex และซองหนาอย่างดี สกรีนมือทีละแผ่น
ออกแบบสกรีนฟรี/อัดเสียงเกริ่นนำและอัดประวัติและอื่นๆให้ฟรี ทุกอย่างปราศจากกำไร
#11
ตอบ: 09/05/2006 - 04:55
เกดก็เป็นนะโฉ ทางแก้คือ "งดพูด" จะเป็นช่วงเวลาหนึ่งหรือทั้งวันก็เลือกเอา อย่างถ้าวันพระที่ตั้งใจถือศีลแปด เกดก็จะถือโอกาสงดพูดไปด้วยเลย อันนี้รวมทั้งตอบกระทู้ อ่านกระทู้หรือ msn ด้วยนะ บางครั้งก็เอาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก บางครั้งก็ถือข้ามวันข้ามคืนเท่ากับศีลแปด
งดพูดบางครั้งไม่ใช่หมายถึงไม่พูดเลย แต่จะพูดเฉพาะเรื่องสำคัญเช่น สั่งอาหาร หรือบอกทาง จริงๆสำหรับเกดจะหมายถึงไม่คุยมากกว่า ก็ได้ผลดีนะ แต่ก่อนนะเกดพูดมากกว่านี้เยอะมากๆ คุยเก่งสุดๆ ตอนนี้ลดลงไปกว่าครึ่งเลยนะ บางครั้งพิมพ์ๆไปจะตอบกระทู้ แล้วก็ลบไปเฉยๆก็เยอะเลย เหมือนกับว่า ถ้าไม่สำคัญ ถ้าเหมือนคุยเล่นเยอะๆ สู้เงียบๆดีกว่า เพราะมันจะส่งผลต่อจิตใจเรานะ
งดพูดบางครั้งไม่ใช่หมายถึงไม่พูดเลย แต่จะพูดเฉพาะเรื่องสำคัญเช่น สั่งอาหาร หรือบอกทาง จริงๆสำหรับเกดจะหมายถึงไม่คุยมากกว่า ก็ได้ผลดีนะ แต่ก่อนนะเกดพูดมากกว่านี้เยอะมากๆ คุยเก่งสุดๆ ตอนนี้ลดลงไปกว่าครึ่งเลยนะ บางครั้งพิมพ์ๆไปจะตอบกระทู้ แล้วก็ลบไปเฉยๆก็เยอะเลย เหมือนกับว่า ถ้าไม่สำคัญ ถ้าเหมือนคุยเล่นเยอะๆ สู้เงียบๆดีกว่า เพราะมันจะส่งผลต่อจิตใจเรานะ
มีปัญหาใดๆ แจ้งผู้ดูแลที่หน้าข่าวสารลานธรรม
หรือที่อีเมล์ larndhamstaff@yahoo.com
หรือที่อีเมล์ larndhamstaff@yahoo.com
#12
ตอบ: 09/05/2006 - 07:34
" การพูด การกิน การนอน " ในทางปฎิบัติ ครูบาอาจารย์ท่านสอนให้สำรวมระวังยิ่งนัก พูดน้อย กินน้อย นอนน้อย...นี่แหละนักปฎิบัติ :20:
ว่าด้วยการพูด...ก็พูดแต่น้อยด้วยความจริง พูดในสิ่งที่ไม่ทำให้ตนและผู้อื่นเดือดร้อน ก็นับได้ว่าเราเป็นผู้รักษาศีล(ข้อ๔)แล้ว :11:
ว่าด้วยการพูด...ก็พูดแต่น้อยด้วยความจริง พูดในสิ่งที่ไม่ทำให้ตนและผู้อื่นเดือดร้อน ก็นับได้ว่าเราเป็นผู้รักษาศีล(ข้อ๔)แล้ว :11:
ขันติ...อด - ขันติ...ทน
#13
ตอบ: 09/05/2006 - 09:29
วันหลังต้องเลียนแบบคุณนายบ้างหล่ะ ท่าจะทำให้จิตสงบง่าย
ขอบคุณนะครับ สำหรับข้อคิดสำหรับทั้งสองท่าน
(เอ ตกลงเรายึดกระทู้แล้วเหรอเนี่ย อิๆ )
ตอนนี้สู้กับความคิดอยู่อะ นี่ตื่นมายังไม่วาย ทรมานใจแทบขาด
แค่คิดว่า เขาสองคนอยู่ด้วยกัน ..
เหมือน กรรมจัดสรรไม่ให้มีทางกลับไป
ตอนแรกทำท่าว่า รักจะรีเทริ์น
แต่สวรรค์ ก็บันดาลคนใหม่ให้มาพบกันอย่างรวดเร็ว แล้วมันก็รักกันเร็วเหลือเชื่อ
จนมาอยู่ด้วยกันแบบ สายฟ้าแล๊ป ..
ผมเลยหมดสิทธิ์ที่จะกลับไปอย่างถาวร หุๆ . เฮ่อ.. หรือว่า
มีคนดีๆรอผมอยู่นะ เขาเลยกันท่าไว้ก่อน ซะง้าน
(อ้าว.. เผลอเพ้อเจ้ออีกหละ)
ขอบคุณนะครับ สำหรับข้อคิดสำหรับทั้งสองท่าน
(เอ ตกลงเรายึดกระทู้แล้วเหรอเนี่ย อิๆ )
ตอนนี้สู้กับความคิดอยู่อะ นี่ตื่นมายังไม่วาย ทรมานใจแทบขาด
แค่คิดว่า เขาสองคนอยู่ด้วยกัน ..
เหมือน กรรมจัดสรรไม่ให้มีทางกลับไป
ตอนแรกทำท่าว่า รักจะรีเทริ์น
แต่สวรรค์ ก็บันดาลคนใหม่ให้มาพบกันอย่างรวดเร็ว แล้วมันก็รักกันเร็วเหลือเชื่อ
จนมาอยู่ด้วยกันแบบ สายฟ้าแล๊ป ..
ผมเลยหมดสิทธิ์ที่จะกลับไปอย่างถาวร หุๆ . เฮ่อ.. หรือว่า
มีคนดีๆรอผมอยู่นะ เขาเลยกันท่าไว้ก่อน ซะง้าน
(อ้าว.. เผลอเพ้อเจ้ออีกหละ)
www.jozho.net
โหลดธรรมฟรี แจกCDธรรมะฟรี ส่งฟรีทั่วโลก
(เช่น หลวงตาวัดป่าบ้านตาด รวมคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ งานเขียนคุณดังตฤณ)
รับผลิตCDธรรมะราคาต่ำกว่าทุน ใช้แผ่นคุณภาพสูง-Ritex และซองหนาอย่างดี สกรีนมือทีละแผ่น
ออกแบบสกรีนฟรี/อัดเสียงเกริ่นนำและอัดประวัติและอื่นๆให้ฟรี ทุกอย่างปราศจากกำไร
โหลดธรรมฟรี แจกCDธรรมะฟรี ส่งฟรีทั่วโลก
(เช่น หลวงตาวัดป่าบ้านตาด รวมคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ งานเขียนคุณดังตฤณ)
รับผลิตCDธรรมะราคาต่ำกว่าทุน ใช้แผ่นคุณภาพสูง-Ritex และซองหนาอย่างดี สกรีนมือทีละแผ่น
ออกแบบสกรีนฟรี/อัดเสียงเกริ่นนำและอัดประวัติและอื่นๆให้ฟรี ทุกอย่างปราศจากกำไร
คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1

เข้าระบบ
ลงทะเบียน
ช่วยเหลือ
กระทู้นี้ถูกล็อค



อ้างอิงคำตอบ

