ลานธรรมเสวนา: วิปัสสนาภาวนาคือกระบวนการปรับกายใจให้อยู่ที่สมดุลย์ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

วิปัสสนาภาวนาคือกระบวนการปรับกายใจให้อยู่ที่สมดุลย์ ธรรมชาติของกายใจนี้จะมีการปรับสมดุลย์ตัวเองอยู่ตลอดเวลานั่นคือวิปัสสนา

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 10/05/2017 - 03:00

:72:
วิปัสสนาภาวนา เป็นวิชาของพระพุทธเจ้า มีสอนเฉพาะในพุทธศาสนา เป็นเอกลักษ์ที่สำคัญยิ่งของพุทธศาสนา เป็นงานและหน้าที่ที่ชาวพุทธทุกคนจะต้องรู้และทำเป็น

ถ้าใครสามารถเข้าใจถึงหัวใจและหลักของการทำวิปัสสนาภาวนาแล้วลงมือปฏิบัติตามจริงๆ ผลที่จะได้รับตอบแทนกลับมาทันทีก็คือการมีชีวิตที่สงบ เย็น เป็นสุข ทุกเมื่อเชื่อวัน จนได้รับผลสุดท้ายเป็นความสุขชั่วนิจนิรันดร์กาล
เชิญทุกท่านมาเสวนากันดูในกระทู้นี้นะครับ
:73:
นี่เป็นข้อความตอนหนึ่งที่พูดถึงหลักและหัวใจวิปัสสนาภาวนาแบบอ้อมๆ โดยบังเอิญ
:68:
อาตาปี=มีความเพียรเผากิเลส
ตอนที่นิ่งรู้นิ่งสังเกต(โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้)นี่ต้องใช้โพธิปักขิยธรรมเกือบทุกตัวเลยนะครับ ลองไปทำจริงๆดูสิจะได้รู้ว่าโพธิปักขิยธรรมข้อไหนบ้างตื่นขึ้นมาทำงาน

สัมปฌาโน=มีความรู้ตัวทั่วพร้อม มีปัญญา
ก็คือตัวคำว่า "นิ่งรู้"ซึ่ง=สัมมาทิฏฐิ "นิ่งสังเกต"=สัมมาสังกัปปะ นั่นเลยทีเดียว

สติมา=รู้ ทัน ระลึกได้ ไม่ลืม
รู้ทันปัจจุบันอารมณ์ เป็นสำคัญ ระลึกได้ว่าอารมณ์ใดเป็นอดีต ใดเป็นอนาคต ใดจึงจะเป็นปัจจุบัน
ไม่ลืม หลักการภาวนา สติปัฏฐาน 4 มรรค 8 หรือโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ

ตัวนิ่งรู้นี่มีทั้งที่เป็นสติและที่เป็นปัญญารวมอยู่ในคำเดียวกัน

วิเนยยะ = เอาออกเสียให้ได้ = จนมันดับไปหรือเปลี่ยนไป(โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ = เฉย อุเบกขา สังขารุเปกขา)

โลเก = ผัสสะของทวารทั้ง 6

อภิชฌา = ยินดี

โทมนัสสัง = ยินร้าย

ทั้ง 3 นี้รวมอยู่ในคำว่า "จนมันดับไปหรือเปลี่ยนไป(โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ)"
:68:
"ปัจจุปันนัญจะ โยธัมมัง ตัตถะตัตถะ วิปัสสติ อสังหิรัง อะสังกุปปัง
ตังวิทธรา มนุพรูหเย"

"ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้าในที่นั้นๆอย่างแจ่มแจ้ง ไม่คลอนแคลน
เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้"

นี่คือที่รวมของหลักปฏิบัติที่ว่า

"สำรวมกายใจมานิ่งรู้ นิ่งสังเกต ปัจจุบันอารมณ์ จนมันดับไปหรือเปลี่ยนไปต่อหน้าต่อตา(โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ)"

การรู้และเห็นปัจจุบันอารมณ์ เกิดขึ้นดับไป ๆๆๆ ได้ตลอดสายโดยไม่มีความนึกคิดปรุงแต่งมาเกิดคั่น(อุทธัจจะ)ย่อมจะทำให้รูความเป็นจริงของธรรมว่า ตลอดเวลาชีวิต มีแต่ความ เกิด และ ดับ 2 สิ่งนี้เท่านั้นหาสาระแก่นสารอื่นไม่ได้ จะแก้ไข ลิขิตอะไร ขีดชีวิตให้ไปทางไหนทำได้ที่ปัจจุบันอารมณ์ที่เดียว และสิ่งที่จะต้องทำในการทำก็คือ

"ไม่ต้องทำอะไรเลย"

มีเพียงแต่นิ่งรู้ นิ่งสังเกต ปัจจุบันอารมณ์ ซึ่งเป็นทั้งกรรมใหม่คือผัสสะใหม่ หรือวิบากกรรมเก่าที่มาแสดงผลตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัย มากระทุ้งให้เกิดกรรมใหม่ทับซ้ำเข้าไปแล้วส่งต่อให้หมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่รู้จบ

ถ้าไม่ทำอะไรเลยกับอารมณ์และสภาวธรรมที่มาแสดงณ ปัจจุบันขณะปัจจุบันอารมณ์ดังที่ว่านี้ได้ นี่คือวิปัสสนาภาวนา

วิปัสสนาภาวนาเป็นกระบวนการชำระจิตของตนให้ขาวรอบตามโอวาทปาติโมกข์ข้อที่ 3 นั่นเอง

ใครเข้าถึงหลักปฏิบัติวิปัสสนาอันนี้ได้ ก็ หมายถึงผู้ที่ตกอยู่ในกระแสของแม่น้ำแห่งมรรค 8 เป็นผู้เที่ยงแท้แน่นอนถึงจะได้เข้าถึงนิพพานโดยเร็ววัน

เชิญพิจารณากันด้วยเหตุและผลนะครับ

ทั้งหมดที่กล่าวนี้คือเรื่องของการถอนสมุทัยตามหลักอริยสัจ 4 ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ไม่จำเป็นต้องพูดถึง ตัณหา แต่ตัณหา มันจะถูกถอนไปทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกผัสสะ ทุกปัจจุบันอารมณ์ โดยอัตโนมัติ เมื่อเข้าใจถึงแก่นแท้ของวิปัสสนาภาวนาแล้วลงมือปฏิบัติจริงๆ
:82:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 10/05/2017 - 03:07

0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: อโศกะ - shadee - shadee - shadee - shadee - ngodngam -

#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   shadee ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1070
  • สมัคร: 23/07/2009

ตอบ: 10/05/2017 - 09:12

คุณงดงามทราบมั้ยครับว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร
พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 คือ ตัณหาเป็น เหตุ
และ อุปทานขันธุ์ ซึ่งก็คือการยึดมั่นอัตตาในขันธุ์ 5 คือตัวทุกข์
คุณงดงามมีความยินดีที่จะให้คุณอโศกบิดเบือนธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 ว่าไม่จริง
เพราะคุณเชื่อคุณอโศกที่บอกว่า ตัณหาเป็นผล และอัตตาคือเหตุ ใช่มั้ยครับ
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2335
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 10/05/2017 - 09:18

ทำไมชอบเป็นคนคุยเรื่องเดียวกันในหลายกระทู้
ประเด็นเดียวกันนี้แปะมากระทู้ที่ ๓ แล้ว
ต้องให้ผมตามตอบเรื่องเดียวกันในหลายกระทู้เลยหรือครับ
คุณชาดีมีเวลาว่างมากนักหรือครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   shadee ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1070
  • สมัคร: 23/07/2009

ตอบ: 10/05/2017 - 10:58

คุณยังไม่ได้ตอบคำถามที่แสดงจุดยืนในความเป็นพุทธศาสนิกชนของคุณ ในวันวิสาขบูชา ปี 2560 ที่ผมถามเลยครับ

คำถาม

พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 คือ ตัณหาเป็น เหตุ
และ อุปทานขันธุ์ ซึ่งก็คือการยึดมั่นอัตตาในขันธุ์ 5 คือตัวทุกข์
คุณงดงามมีความยินดีที่จะให้คุณอโศกบิดเบือนธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 ว่าไม่จริง
เพราะคุณเชื่อคุณอโศกที่บอกว่า ตัณหาเป็นผล และอัตตาคือเหตุ ใช่มั้ยครับ

คิดอีกที ไม่ต้องตอบก็ได้เพราะที่คุณแสดงความปกป้องคุณอโศกตลอดหลายเดือนมานี่ ก็เป็นคำตอบตรงๆอญุ่แล้ว ใครก็ดูออก
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   shadee ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1070
  • สมัคร: 23/07/2009

ตอบ: 10/05/2017 - 10:58

คุณยังไม่ได้ตอบคำถามที่แสดงจุดยืนในความเป็นพุทธศาสนิกชนของคุณ ในวันวิสาขบูชา ปี 2560 ที่ผมถามเลยครับ

คำถาม

พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 คือ ตัณหาเป็น เหตุ
และ อุปทานขันธุ์ ซึ่งก็คือการยึดมั่นอัตตาในขันธุ์ 5 คือตัวทุกข์
คุณงดงามมีความยินดีที่จะให้คุณอโศกบิดเบือนธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 ว่าไม่จริง
เพราะคุณเชื่อคุณอโศกที่บอกว่า ตัณหาเป็นผล และอัตตาคือเหตุ ใช่มั้ยครับ

คิดอีกที ไม่ต้องตอบก็ได้เพราะที่คุณแสดงความปกป้องคุณอโศกตลอดหลายเดือนมานี่ ก็เป็นคำตอบตรงๆอญุ่แล้ว ใครก็ดูออก
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2335
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 10/05/2017 - 13:35

แสดงข้อความที่โพสต์shadee [ 10/05/2017 - 10:58 ]

คุณยังไม่ได้ตอบคำถามที่แสดงจุดยืนในความเป็นพุทธศาสนิกชนของคุณ ในวันวิสาขบูชา ปี 2560 ที่ผมถามเลยครับ

อ่านแล้วรู้สึกสงสาร (ตัวเอง) มาก ผมจะขอย้อน timeline เช้าวันนี้ให้เห็นนะครับ

วันนี้ เวลา ๙.๐๓ น. กระทู้ "วิธีการปฏิบัติธรรมเพื่อละตัณหา" คห ๑๒ คุณชาดีถามผมว่า

แสดงข้อความที่โพสต์shadee [ 10/05/2017 - 09:03 ]

พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 ว่า ตัณหาเป็นเหตุ และทุกข์ ซึ่งคือ อุปทานขันธ์ คือ การเห็นผิดยึดมั่นขันธุ์ว่าเป็นตัวตนอคือ ทุกข์ อริยสัจ
แต่คุณอโศกบอกว่า อัตตา คือเหตุ ตัณหาคือผล
ใครที่ไม่รู้าพระศาสดาตรัสรู้อะไร จะหลงเชื่อและปฏิบัติผิดตามคุณอโศกนะครับ
หรือว่าคุณงดงามมีความเห็นประการใดครับ
รักษาพระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้คืออริยสัจ 4 อย่างถูกต้อง
หรือให้คุณอโศกเผยแพร่ความเห็นผิดที่ตรงข้ามกับที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ไปเรื่อยๆ เพื่อทำลายพระธรรมครับ
โปรดตอบด้วยนะครับ จะได้ทราบว่าคุณงดงามมีความเห็นเช่นไร

ต่อมา วันนี้ เวลา ๙.๐๕ น. กระทู้ "พุทธวัจจนะ" คห ๓ คุณชาดีถามผมอีกว่า

แสดงข้อความที่โพสต์shadee [ 10/05/2017 - 09:08 ]

พระพุทธเจ้าตรัสรู้ว่า ตัณหาเป็นเหตุ คือทุกข์สมุทัยอริยสัจ
อุปทานขั้นธุ 5 คือการเห็นผิดยึดมั่นว่าขันธุ์ 5 เป็นตัวตนคือ
ทุกข์อริยสัจ
คุณอโศกกลับบอกว่า ตัณหา เป็นผล และตัวอัตตาคืออุปทานขันธุ์ คือ เหตุ
นี่คือการแสดงความเคารพในพระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้หรือเปล่าครับ
คุณงดงามตอบด้วยนะครับ

ต่อมา วันนี้ เวลา ๙.๑๒ กระทู้ "วิปัสสนาภาวนาคือกระบวนการปรับกายใจให้อยู่ที่สมดุลย์ " ซึ่งก็คือกระทู้นี้ คห ๖ คุณชาดีถามผมอีกว่า

แสดงข้อความที่โพสต์shadee [ 10/05/2017 - 09:12 ]

คุณงดงามทราบมั้ยครับว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร
พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 คือ ตัณหาเป็น เหตุ
และ อุปทานขันธุ์ ซึ่งก็คือการยึดมั่นอัตตาในขันธุ์ 5 คือตัวทุกข์
คุณงดงามมีความยินดีที่จะให้คุณอโศกบิดเบือนธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 ว่าไม่จริง
เพราะคุณเชื่อคุณอโศกที่บอกว่า ตัณหาเป็นผล และอัตตาคือเหตุ ใช่มั้ยครับ

ผมขอเรียนว่าทั้ง ๓ คำถามใน ๓ กระทู้นี้ มันก็ประเด็นเรื่องเดียวกันนะครับ
คุณชาดีเข้าใจไหมว่ามันคือคำถามในประเด็นเรื่องเดียวกัน

คุณชาดีจะแยกถามเป็นสิบกระทู้ หรือร้อยกระทู้ มันก็คือคำถามเดียว
และเมื่อผมตอบให้ในกระทู้เดียว มันก็ควรจะจบได้แล้ว
คุณชาดีจะถามประเด็นเรื่องเดียวกันในหลายกระทู้ทำไม แล้วต้องให้ผมไปตอบในหลายกระทู้ทำไม
มันเสียเวลานะครับ ผมถึงได้ถามใน คห ๗ ของกระทู้นี้ว่า คุณชาดีมีเวลาว่างมากหรือถึงได้ทำอย่างนี้

ในส่วนของประเด็นคำถามเรื่่องนี้ ผมก็ได้ตอบไปแล้วนะครับ ตอบ ๒ ครั้งด้วย เพียงแต่อยู่กระทู้อื่น ดังต่อไปนี้

วันนี้ เวลา ๙.๑๐ น. ใน คห ๑๓ กระทู้ "วิธีการปฏิบัติธรรมเพื่อละตัณหา" ผมได้ตอบคำถามคุณชาดีว่า

แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 10/05/2017 - 09:10 ]

ขอตอบคุณชาดีใน คห ๑๒ นะครับ
รบกวนอ่าน "ข้อ ๓ อะไรเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา"
ในกระทู้ "ทุกขสมุทยอริยสัจ คือ ตัณหา"

http://larndham.org/...45&#entry817745

และ "ข้อ ๔ สักกายทิฐิ และตัณหาอะไรลึกกว่ากัน" ใน คห ๑ ของกระทู้เดียวกัน ("ทุกขสมุทยอริยสัจ คือ ตัณหา") ครับ
ผมอธิบายไว้ละเอียดแล้วครับ

หลังจากนั้น วันนี้ เวลา ๘.๑๖ น. ในกระทู้ "พุทธวัจจนะ" คห ๔ ผมได้ตอบคุณชาดีอีกว่า

แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 10/05/2017 - 09:16 ]

ประเด็นของคุณชาดีใน คห ๓ นี้ได้ถามผมแล้วใน คห ๑๒ ของกระทู้ "วิธีการปฏิบัติธรรมเพื่อละตัณหา"

http://larndham.org/..._0&#entry817747

และผมได้ตอบให้แล้วใน คห ๑๓ ในกระทู้เดียวกันครับ

แล้วยังไงครับ สิ่งที่คุณชาดีต้องการคือ ในกระทู้นี้ ต้องให้ผมมาตอบอีกหรือว่า

อ้างอิง

ประเด็นของคุณชาดีใน คห ๖ กระทู้นี้ได้ถามผมแล้วใน คห ๑๒ ของกระทู้ "วิธีการปฏิบัติธรรมเพื่อละตัณหา" และ คห ๓ ของกระทู้ "พุทธวัจจนะ"

โดยผมได้ตอบให้แล้วใน คห ๑๓ ของกระทู้ "วิธีการปฏิบัติธรรมเพื่อละตัณหา" และ คห ๔ ของกระทู้ "พุทธวัจจนะ"

คือผมตอบแล้ว ๒ คำถามในประเด็นเรื่องเดียวกันเช้าวันนี้ใน ๒ กระทู้ ยังไม่พอ ใช่ไหมครับ
แต่เพราะคุณชาดีแยกแปะสามกระทู้ ก็เลยถือว่าผมยังไม่ได้ตอบในกระทู้ที่สาม
ถ้าอย่างนี้ คุณชาดีนำคำถามประเด็นเดียวกันไปแยกแปะ ๑๐ หรือ ๑๐๐ กระทู้ ก็ต้องให้ผมไปตามตอบ ๑๐ หรือ ๑๐๐ กระทู้ด้วยใช่ไหม
กรุณาอย่าทำนิสัยอย่างนี้เลยครับ เสียเวลามากครับ ไร้สาระจริง ๆ

อนึ่ง ผมเห็นว่าคุณชาดีและผมเองมาป่วนเนื้อหากระทู้นี้จนเละแล้วนะ
ผมต้องขออภัยคุณอโศกะที่เป็น จขกท ด้วย :09:
ถ้ายังไงแล้ว ผมแนะนำว่า Copy เนื้อหากระทู้ไว้ แล้วขอให้ผู้ดูแลลบกระทู้นี้ออก
แล้วค่อยนำเนื้อหาที่ Copy ไว้มาเปิดกระทู้ใหม่ แล้วเริ่มสนทนาใหม่น่าจะดีกว่า
แต่ก็แล้วแต่จะพิจารณาเลือกนะครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 12/05/2017 - 07:53

แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 10/05/2017 - 08:31 ]

คุณอโศกะมีปุพเพนิวาสานุสสติญาณไหมครับ?
ถ้ามีนะ ก็อาจจะลองระลึกชาติย้อนไปดูสิว่า เคยไปทำอะไรคุณชาดีเขาไว้ไหม :10:
แค่เริ่มโพสต์กระทู้ ก็จัดให้ทีเดียว ๔ คห นี้ ไม่ธรรมดานะครับ
นอกจากนี้แล้ว ก็ obsess กันเสียเหลือเกิน ราวีกันเป็นสิบกระทู้เลย
น่าจะไม่ได้ราวีกันในชาตินี้เป็นครั้งแรก และก็คงจะมีต่อไปอีก

อย่างไรก็ดี ที่คุณอโศกะโดนอยู่ขณะนี้
ผมเห็นว่าน่าจะเป็นกรรมวิบากโดยแท้นะครับ
ต้องเคยทำอะไรไว้แน่ ๆ ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ก็มาโดนแบบนี้
ตอนนี้อาจจะเหลือแค่เศษ ๆ แล้วก็ได้ ก็ทนรับ ๆ ไปก็แล้วกันครับ :33:

:81:
ง่ายจะตายไปครับที่จะทำให้วิบากกรรมที่เคยมีกับคุณชาดีมันหมดไป ก็แค่
ทำตามหลักการของวิปัสสนาภาวนาที่ผมสรุปออกมาว่า

"นิ่งรู้นิ่งสังเกตปัจจุบันอารมณ์จนมันดับไปต่อหน้าต่อตา (โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้อื่นใด)

เท่านี้เองครับ

วิบากกรรมใดๆทุกสิ่งอย่าง ทุกชาติภพที่เราเคยทำและรอแสดงผล เขาจะมาแสดงให้ดูในตอนที่เราอยู่เฉยๆนิ่งรู้นิ่งสังเกต ถ้าไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆเกิดขึ้น จะไม่เกิดกรรมใหม่ที่ก่อให้เกิดภพชาติใหม่สืบต่อ และเมื่อวิบากกรรมเก่านั้นแสดงไปจนหมดกำลังแห่งเหตุและปจจัยเขาก็จะดับไปแล้วกลายเป็น "อโหสิกรรม"คือหมดนี้ทางใจกัน วันหลังก็จะไม่โผล่หรือไม่เกิดมาให้ได้เห็นอีก ยกว้นกรรมที่หนักๆ หรืออนันตริยกรรม
ใครมีเวลาหรือจัดสรรเวลาชีวิตให้ตนเองได้นั่งดูนั่งสังเกต(หรือจะในอิริยาบทอื่นก็ได้)ปัจจุบันอารมณ์ไปวันละหลายๆชั่วโมง

นั่นคือกระบวนการชดใช้กรรม

นั่นคือกระบวนการชำระจิตของตนให้ขาวรอบ

นี่คือความลับที่ไม่ลับของคุณแห่งวิปัสสนาภาวนา

เมื่อขยันชำระวิบากกรรมให้เป็นอโหสิกรรมจนจิตใจสะอาดถึงระดับที่ 1 ธรรมก็จะให้รางวัลด้วยการได้นั่งแท่นทางธรรม เป็นผู้เที่ยงแท้แน่นอนที่จะได้กลับมาเกิดอีกไม่เกิน 7 ชาติ 3 ชาติ 1 ชาติ หรือสิ้นสุดความเวียนว่ายตายเกิดในชาติปัจจุบันนี้เลย ถ้าไม่ละความเพียรในการเจริญวิปัสสนาภาวนา

:84:
ส่วนปรากฏการณ์เรื่องของคุณชาดีที่เกิดขึ้นตอนนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้เป็นตัวอย่างให้ผู้เข้ามาค้นคว้าศึกษาธรรมในลานธรรมเสวนาแห่งนี้ได้พิจารณา

ที่ดีกว่านั้นก็คือเป็นไปตามวัตถุประสงค์แรกของการกลับมาว่า อยากจะฟื้นฟูให้ลานธรรมเสวนากลับมาคึกคักเฟื่องฟูดุจครั้งเริ่มต้นใหม่

การที่จะมีใครท่านใดมาช่วยกันเขียนกระทู้ตอบโต้กระทู้ได้ทุกวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถ้าไม่มีเหตุปัจจัยค้ำชูหนุนนำ จึงต้องถือว่าท่านเหล่านั้นได้มาร่วมกันทำกุศลปลุกลานธรรมให้มีลูกค้าหลากหลายมาใช้บริการ ต้องขอบพระคุณทุกท่านที่มาช่วยกัน ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ

การแสดงละครหรือหนังให้คนดู มันก็ต้องมีครบทุกฉาก ทั้งบทรักหวานซึ้ง
บทสอน บทบู๊ หรือบทอื่นๆที่ประทับใจคนดูจนอดชวนใครต่อใครมาดูอีกไม่ได้ เรตติ้งจึงจะสูงติดตลาดได้นาน(ชักจูงและช่วยค้ำหนุนผู้คนเข้าสู่นิพพานได้เยอะๆนะครับ)

"มารบ่มี บารมีบ่เกิด"

"จงปล่อยให้ตัวละครทุกตัวได้แสดงบทบาทของตนเองได้อย่างอิสระ เต็มที่ เต็มควมสามารถ ละครเรื่องนั้นจึงจะดูสมจริง สนุกถึงใจและได้สาระธรรมสอนใจเป็นผลสุดท้ายตามเป้าหมายที่ตั้งเจตนาไว้
:82:
:83:
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   shadee ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1070
  • สมัคร: 23/07/2009

ตอบ: 12/05/2017 - 10:41

คุณอโศกไม่ใช่โสดาบันครับ เพราะไม่รู้จักสัมมาสังกัปปะ
คุณอโศกบอกว่า ตัณหาเป็นผล
พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ตัณหา เป็น เหตุ
คุณอโศกปฏิบัติแล้วเห็นต่างจากพระพุทธเจ้า
เพราะคุณอโศกไม่ใช่โสดาบัน นั้นถูกต้องแล้วครับ
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 13/05/2017 - 07:29

แสดงข้อความที่โพสต์shadee [ 12/05/2017 - 10:41 ]

คุณอโศกไม่ใช่โสดาบันครับ เพราะไม่รู้จักสัมมาสังกัปปะ
คุณอโศกบอกว่า ตัณหาเป็นผล
พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ตัณหา เป็น เหตุ
คุณอโศกปฏิบัติแล้วเห็นต่างจากพระพุทธเจ้า
เพราะคุณอโศกไม่ใช่โสดาบัน นั้นถูกต้องแล้วครับ

:96:
:37:
ตัณหา เป็นเหตุทุกข์ OK.

ตัณหาเป็นผล จากเวทนาและอัตตา OK.ไม๊

"เวทนาปัจจัยยา ตัณหา" OK. ไม๊

พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนวิธีถอน ตัณหา มานะและทิฏฐิ(มิจฉาทิฎฐิ)
OK.ไม๊

ถ้าไม่ OK.ก็แสดงว่าคุณชาดีเป็นพวกบ่อนทำลายคำสอนของพระพุทธเจ้าที่แทรกซึมและปลอมตัวเข้ามาบิดเบือนพระสัทธรรม

ยังค้างการบ้านข้อสำคัญอยู่นะ เมื่อไหร่จะตอบเสียที่ที่ว่า

"พระโสดาบันต้องถอนภวตัณหาและวิภวตัณหาได้เสียก่อน"
ไปคัดลอกตำรามาจากไหน อธิบายและอ้างอิงมาด้วยครับ

:79:
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 13/05/2017 - 07:29

แสดงข้อความที่โพสต์shadee [ 12/05/2017 - 10:41 ]

คุณอโศกไม่ใช่โสดาบันครับ เพราะไม่รู้จักสัมมาสังกัปปะ
คุณอโศกบอกว่า ตัณหาเป็นผล
พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ตัณหา เป็น เหตุ
คุณอโศกปฏิบัติแล้วเห็นต่างจากพระพุทธเจ้า
เพราะคุณอโศกไม่ใช่โสดาบัน นั้นถูกต้องแล้วครับ

:96:
:37:
ตัณหา เป็นเหตุทุกข์ OK.

ตัณหาเป็นผล จากเวทนาและอัตตา OK.ไม๊

"เวทนาปัจจัยยา ตัณหา" OK. ไม๊

พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนวิธีถอน ตัณหา มานะและทิฏฐิ(มิจฉาทิฎฐิ)
OK.ไม๊

ถ้าไม่ OK.ก็แสดงว่าคุณชาดีเป็นพวกบ่อนทำลายคำสอนของพระพุทธเจ้าที่แทรกซึมและปลอมตัวเข้ามาบิดเบือนพระสัทธรรม

ยังค้างการบ้านข้อสำคัญอยู่นะ เมื่อไหร่จะตอบเสียที่ที่ว่า

"พระโสดาบันต้องถอนภวตัณหาและวิภวตัณหาได้เสียก่อน"
ไปคัดลอกตำรามาจากไหน อธิบายและอ้างอิงมาด้วยครับ

:79:
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 18/05/2017 - 06:40

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 10/05/2017 - 03:00 ]

:72:
วิปัสสนาภาวนา เป็นวิชาของพระพุทธเจ้า มีสอนเฉพาะในพุทธศาสนา เป็นเอกลักษ์ที่สำคัญยิ่งของพุทธศาสนา เป็นงานและหน้าที่ที่ชาวพุทธทุกคนจะต้องรู้และทำเป็น

ถ้าใครสามารถเข้าใจถึงหัวใจและหลักของการทำวิปัสสนาภาวนาแล้วลงมือปฏิบัติตามจริงๆ ผลที่จะได้รับตอบแทนกลับมาทันทีก็คือการมีชีวิตที่สงบ เย็น เป็นสุข ทุกเมื่อเชื่อวัน จนได้รับผลสุดท้ายเป็นความสุขชั่วนิจนิรันดร์กาล
เชิญทุกท่านมาเสวนากันดูในกระทู้นี้นะครับ
:73:
นี่เป็นข้อความตอนหนึ่งที่พูดถึงหลักและหัวใจวิปัสสนาภาวนาแบบอ้อมๆ โดยบังเอิญ
:68:
อาตาปี=มีความเพียรเผากิเลส
ตอนที่นิ่งรู้นิ่งสังเกต(โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้)นี่ต้องใช้โพธิปักขิยธรรมเกือบทุกตัวเลยนะครับ ลองไปทำจริงๆดูสิจะได้รู้ว่าโพธิปักขิยธรรมข้อไหนบ้างตื่นขึ้นมาทำงาน

สัมปฌาโน=มีความรู้ตัวทั่วพร้อม มีปัญญา
ก็คือตัวคำว่า "นิ่งรู้"ซึ่ง=สัมมาทิฏฐิ "นิ่งสังเกต"=สัมมาสังกัปปะ นั่นเลยทีเดียว

สติมา=รู้ ทัน ระลึกได้ ไม่ลืม
รู้ทันปัจจุบันอารมณ์ เป็นสำคัญ ระลึกได้ว่าอารมณ์ใดเป็นอดีต ใดเป็นอนาคต ใดจึงจะเป็นปัจจุบัน
ไม่ลืม หลักการภาวนา สติปัฏฐาน 4 มรรค 8 หรือโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ

ตัวนิ่งรู้นี่มีทั้งที่เป็นสติและที่เป็นปัญญารวมอยู่ในคำเดียวกัน

วิเนยยะ = เอาออกเสียให้ได้ = จนมันดับไปหรือเปลี่ยนไป(โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ = เฉย อุเบกขา สังขารุเปกขา)

โลเก = ผัสสะของทวารทั้ง 6

อภิชฌา = ยินดี

โทมนัสสัง = ยินร้าย

ทั้ง 3 นี้รวมอยู่ในคำว่า "จนมันดับไปหรือเปลี่ยนไป(โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ)"
:68:
"ปัจจุปันนัญจะ โยธัมมัง ตัตถะตัตถะ วิปัสสติ อสังหิรัง อะสังกุปปัง
ตังวิทธรา มนุพรูหเย"

"ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้าในที่นั้นๆอย่างแจ่มแจ้ง ไม่คลอนแคลน
เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้"

นี่คือที่รวมของหลักปฏิบัติที่ว่า

"สำรวมกายใจมานิ่งรู้ นิ่งสังเกต ปัจจุบันอารมณ์ จนมันดับไปหรือเปลี่ยนไปต่อหน้าต่อตา(โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ)"

การรู้และเห็นปัจจุบันอารมณ์ เกิดขึ้นดับไป ๆๆๆ ได้ตลอดสายโดยไม่มีความนึกคิดปรุงแต่งมาเกิดคั่น(อุทธัจจะ)ย่อมจะทำให้รูความเป็นจริงของธรรมว่า ตลอดเวลาชีวิต มีแต่ความ เกิด และ ดับ 2 สิ่งนี้เท่านั้นหาสาระแก่นสารอื่นไม่ได้ จะแก้ไข ลิขิตอะไร ขีดชีวิตให้ไปทางไหนทำได้ที่ปัจจุบันอารมณ์ที่เดียว และสิ่งที่จะต้องทำในการทำก็คือ

"ไม่ต้องทำอะไรเลย"

มีเพียงแต่นิ่งรู้ นิ่งสังเกต ปัจจุบันอารมณ์ ซึ่งเป็นทั้งกรรมใหม่คือผัสสะใหม่ หรือวิบากกรรมเก่าที่มาแสดงผลตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัย มากระทุ้งให้เกิดกรรมใหม่ทับซ้ำเข้าไปแล้วส่งต่อให้หมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่รู้จบ

ถ้าไม่ทำอะไรเลยกับอารมณ์และสภาวธรรมที่มาแสดงณ ปัจจุบันขณะปัจจุบันอารมณ์ดังที่ว่านี้ได้ นี่คือวิปัสสนาภาวนา

วิปัสสนาภาวนาเป็นกระบวนการชำระจิตของตนให้ขาวรอบตามโอวาทปาติโมกข์ข้อที่ 3 นั่นเอง

ใครเข้าถึงหลักปฏิบัติวิปัสสนาอันนี้ได้ ก็ หมายถึงผู้ที่ตกอยู่ในกระแสของแม่น้ำแห่งมรรค 8 เป็นผู้เที่ยงแท้แน่นอนถึงจะได้เข้าถึงนิพพานโดยเร็ววัน

เชิญพิจารณากันด้วยเหตุและผลนะครับ

ทั้งหมดที่กล่าวนี้คือเรื่องของการถอนสมุทัยตามหลักอริยสัจ 4 ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ไม่จำเป็นต้องพูดถึง ตัณหา แต่ตัณหา มันจะถูกถอนไปทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกผัสสะ ทุกปัจจุบันอารมณ์ โดยอัตโนมัติ เมื่อเข้าใจถึงแก่นแท้ของวิปัสสนาภาวนาแล้วลงมือปฏิบัติจริงๆ
:82:


เคยพูดมาหลายที่แล้ว...ที่เก่าก็พูดไปเยอะ...ถ้าอโศกะยังไม่เห็นภัยแห่งการพูดอย่างเดิมๆเช่นนี้..อโศกะก็พูดกันภายในสำนักของตนเถอะครับ...หากพูดในที่สาธารณะ..มันจะสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการบิดเบือนพระธรรม. ..หนักเข้าก็เข้าข่ายทำสัทธรรมปฏิรูป..ไป

ห้ามใจตนไม่ให้พูดไม่ได้ก็พูดเฉพาะสำนักตนซะนะครับ..อโศกะ
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 18/05/2017 - 08:53

:68:
ยังไม่เห็นภัยอะไรในการแสดงสัจจธรรม เห็นแต่ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใหม่ที่ยังไม่เคยได้ยินได้ฟัง และ ประโยชน์แก่ผู้เก่าที่ฟังแล้วยังไม่เข้าใจจะได้เข้าใจถูกต้องมากยิ่งขึ้น จึงยังไม่เบื่อที่จะแสดงธรรมและสนทนาธรรมครับ
:82:
ท่านใดที่เบื่อฟังแล้วก็มีทางเลือกอื่นให้ได้ศึกษา สนทนาอีกเยอะ นับเป็นพันๆกระทู้ที่จะค้นมาดูมาอ่านและเป็นเหตุสนทนาธรรมกันนะครับ
เชิญตามสบาย ใช้ชีวิตให้สบาย รื่นเริง บันเทิงใจและมีความสุขในลานธรรมเสวนาอันสงบเย็นและเป็นประโยชน์ยิ่งแห่งนี้
:73:
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 18/05/2017 - 10:48

ระงับ...สังขาร..บ้างก็ดีนะ...

อย่าอยาก..นักเลย..
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 19/05/2017 - 09:13

:79:
ปัญญา สติ สมาธิ เขามีอยู่แล้วตามธรรมชาติในจิตใจของมนุษย์ทุกคน ขอเพียงแต่เจ้าของจิตแต่ละดวงนั้นได้พบกัลยาณมิตร พบคำสอนที่ถูกต้องของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งได้ทรงบอกและอธิบายวิธี อำนวยความสะดวกให้ ปัญญา สติ สมาธิ ได้ทำงานไปอย่างอิสระ ถูกต้องตามหน้าที่ของตนโดยปราศจากความแทรกแซง กำหนด บังคับ ของสังขาร ความนึกคิดปรุงแต่งและความเห็นผิดยึดผิด
ปัญญา สติ สมาธิ เขาจะทำการปรับสมดุลย์ในกายใจ
ให้มีและเกิดสมดุย์หรือพอดีหรือเป็นปกติอยู่ตลอดเวลาด้วยตัวของเขาเอง
เมื่อ กาย ใจ เข้าถึงความเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วชำนาญทันทีเป็นธรรมดาของชีวิตของจิตดวงนั้นได้แล้ว จิตดวงนั้นก็จะเสร็จกิจ หมดงาน หมดสิ้นการเวียนว่ายที่ไม่รู้จบด้วยตัวของเขาเอง
:68:
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 19/05/2017 - 09:16

:72:
เมื่อเอาธาตุขันธ์ รูป นาม กายใจ ที่ยังมีชีวิต มีจิตครองอยู่ มาตั้งไว้เฉยๆ ไม่ช้าไม่นาน กระบวนการทำงานของธาตุขัน์ก็จะหมุนเวียนไปตามกรรมและวิบากแห่งกรรม

เริ่มต้นจากผัสสะของทวารทั้ง 6
ผัสสะ เป็นปัจจัยให้เกิด เวทนา
แล้วต่อวงกันไปจนจบ

ผัสสะใหม่ เกิดทาง ตา หู จมูก
ลิ้น กาย แล้วไปจบรวมที่ใจ ก่อให้เกืดกรรมใหม่

ผัสสะกับของเก่า เกิดที่ใจตรงๆ คือการผัสสะกับวิบากของกรรมเก่าซึ่งมากระทุ้งกระตุ้นเตือนเป็นเหตุให้เกิดกรรมใหม่ต่อเนื่องลงไปในเหตุจากวิบากกรรมเก่า
กรรมและผลกรรมทั้งหมดจึงส่งต่อเป็นเหตุปัจจัจซึ่งกันและกันผลักดัน หมุนวงวัฏฏะสงสารนี้ไปไม่รู้จบไม่รู้สิ้น ดุจนาฬิกาที่ถูกไขลานหรือเติมพลังแบตเตอรี่ให้เต็มอยู่เสมอ

ใคร อะไร เป็นผู้คอยไขลานและเต็มพลังแบตเตอรี่หมุนนาฬิกาหรือวงวัฏฏะสงสาร
พึงพากันค้นหาให้พบ แล้วฆ่าให้ตายเสีย จะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์ที่ไม่รู้จบอีกต่อไป
:73:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 19/05/2017 - 09:17

0



#20 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 19/05/2017 - 09:20

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 18/05/2017 - 10:48 ]

ระงับ...สังขาร..บ้างก็ดีนะ...

อย่าอยาก..นักเลย..

:51:
เมตตา กรุณา นี่มันต่างกับ ความอยากมากนักเลยเชียว ต้องพิจารณาให้ลึกซึ้ง จึงจะเข้าถึงความมีจิตสบายและเป็นกลาง
:79:
0



#21 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 19/05/2017 - 09:20

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 18/05/2017 - 10:48 ]

ระงับ...สังขาร..บ้างก็ดีนะ...

อย่าอยาก..นักเลย..

:51:
เมตตา กรุณา นี่มันต่างกับ ความอยากมากนักเลยเชียว ต้องพิจารณาให้ลึกซึ้ง จึงจะเข้าถึงความมีจิตสบายและเป็นกลาง
:79:
0



#22 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 19/05/2017 - 10:32

กระสัน....อยากเผยแพร่...ย่อมเป็นทุกข์...

ทุกข์พึงกำหนดรู้. .
0



#23 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 19/05/2017 - 21:01

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 19/05/2017 - 10:32 ]

กระสัน....อยากเผยแพร่...ย่อมเป็นทุกข์...

ทุกข์พึงกำหนดรู้. .

:39:
กระสัน อยากขวาง กลับเป็นทุกข์มากล้น ไม่มีโรยรา
:67:
0



#24 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 19/05/2017 - 21:08

ขวางทาง...ตัวกูของกู...ของอโศกะ..นะหรอ?
0



#25 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 19/05/2017 - 21:12

สอนแต่ในสำนักตน...ซะ..

ใครทำบุญมาด้วยกัน...ก็ดั้นด้นไปหาเอง..นั้นแหละ...

กระสันเผยแพร่....นี้....แค่นี้ก็รู้แล้วละว่า..ยืนอยู่ตรงจุดไหน..
0



คำตอบต่อไป: อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ