ลานธรรมเสวนา: PNoi - ประวัติ

เข้าไปดูเนื้อหา

PNoi - ประวัติ ข้อมูลส่วนตัว ให้คะแนนผู้ใช้ -----

คะแนนความเห็น 390 บวก 20
กลุ่ม
ผู้ดูแลลานธรรม
ตอบกระทู้รวม
7107(1.44 ต่อวัน)
ตอบมากที่สุดใน
สมาชิกสัมพันธ์ (1319 ตอบ)
วันที่สมัคร
24/01/2004
คนเข้าดูข้อมูล
248059
เข้าใช้ล่าสุด
ผู้ใช้ออฟไลน์ ไม่เปิดเผย
สถานะ
ออฟไลน์

คนเข้าชม

ไอคอน   PNoi สวัสดีค่ะ

แนะนำตัว

สมาชิกชื่อนี้ยังไม่ได้จัดการระบบข้อมูลและยังไม่มีลายเซ็น

รายละเอียดของฉัน

ชื่อเล่น:
ตอบ 6000+
อายุ
ไม่บอกอายุ
วันเกิด
ไม่บอกวันเกิด
เพศ:
ที่อยู่:
USA
สิ่งที่สนใจ:
2/11/2004

เนื่องจากความเครียดจากงาน คิดเสมอว่าเราเป็น minority จึงไม่ได้รับ equal treatment ปรุงแต่งว่าเราไม่ได้รับความยุติธรรมในหน่วยงาน (ตอนหลังมารู้ว่าคนอื่นเขากลับมองว่าเราได้ special treatments เป็นประจำ!) จนมีผลต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน ในที่สุดเป็นไมเกรน เป็นบ่อยขึ้นและกินเวลานานขึ้นตามลำดับ ครั้งสุดท้ายจำได้ว่าเป็นนานติดต่อกันถึง 17 ชั่วโมง ขณะที่เป็นไมเกรนนั้นมีความรู้สึกว่าตกนรกทั้งเป็นเลยนะ ช่วยตัวเองหรือขอความเมตตาไม่ได้เลย เหมือนถูกทุบหัวลุกไม่ขึ้น sensitive กับแสงและเสียงมาก ต้องนอนขดตัวในความมืดและความเงียบจนมันหายของมันเอง บังเอิญไปเห็นหน้าตนเองในกระจกครั้งหนึ่งตอนเข้าห้องน้ำ ตกใจเมื่อเห็นหน้าคนที่มีความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส!

จึงรู้ว่าเราจำเป็นต้องรักษาโรคเครียดนี้ถ้าไม่อยากตกนรกทั้งเป็น ๆ นี่แหละ ไม่มีทางเลือกหรือปล่อยมันไปตามยถากรรมอีกต่อไป เริ่มศึกษาจากหนังสือ เทป เข้าสัมมานาอบรม เรื่อง Stress Management / Stress Control ทุกตำราทุกอาจารย์แนะนำให้ใช้ meditation ซึ่งเขาสอนให้หายใจเข้าออกยาว ๆ ช่วงนั้นก็มองหาหลักสูตร meditation เพราะเรามีนิสัยต้องเรียนเป็นระบบ class room setting ถึงจะได้ผล ที่อเมริกามีมหาวิทยาลัยหลายแห่งเปิดสอน meditation ตามคำเรียกร้องของชุนชน บางแห่งนิมนต์พระไทยไปสอนก็มีค่ะ (บางคนรู้มากบอกว่ามาเรียนกับพระไทยที่วัดดีกว่า ไม่เสียเงิน!) พอดีช่วงนั้นอ่านหนังสือ “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ของสุทัสสา อ่อนค้อมเข้า อ่านจบแรกไม่แน่ใจเลยอ่านจบที่สอง คิดว่าหลักสูตรนี้แหละดีที่สุด เลยตัดสินใจลาพักร้อนไปเข้าอบรมกรรมฐานหลักสูตร 7 วันของหลวงพ่อจรัญที่วัดอัมพวัน มีความตั้งใจจะไปเรียนวิธีฝึกสมาธิเท่านั้นเพื่อลดความเครียด และคิดว่าพอชำนาญในการทำสมาธิ เวลาปวดหัวหรือเผชิญกับสถานะการณ์ไม่พึงประสงค์ก็ใช้สมาธิหลบปัญหาเสียก็หมดเรื่อง ไม่ได้สนใจเรื่องวิปัสสนาเหมาว่าเป็นเรื่องของนักบวชค่ะ

กลับมาบ้านก็ฝึกสมาธิทุกวัน 10-60 นาทีตามแต่เวลาจะอำนวย ก็คิดว่าวันหนึ่งก็ชำนาญอยากเข้าสมาธิเมื่อไหร่ที่ไหนก็ได้ นี่ฝึกมา 8 ปีแล้วก็ยังไม่ชำนาญเข้าสมาธิตามคำสั่งสักครั้ง! แต่ในขณะที่ฝึกสมาธิอยู่นั้นเกิดพบว่าความเครียดนั้นเราเป็นผู้ก่อมันเอง ไม่มีใครหรืออะไรมาทำให้เราเครียดได้ พอเห็นตรงนี้แล้ว เราก็ควบคุมมันได้ไม่ต้องหลบด้วยสมาธิหรอก แทนที่จะรักษาด้วยการกินยาแก้ปวดเป็นครั้งคราวไป นี่รักษาแบบผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกกันเลย สาธุ ตั้งแต่นั้นมาเห็นคนรอบ ๆ ตัวเป็น angel ไปหมดที่เขา put up กับเราคนที่หงุดหงิดอารมณ์เสียเป็นประจำมาได้นานถึงเพียงนี้ ทำให้เรา appreciate คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวมากขึ้นและเห็นว่าชีวิตนี่สดใสน่าอยู่ขึ้นมา มองโลกในแง่มุมใหม่มองด้านบวกของคนแทนที่มองแต่ด้านลบของคน เลิกฝากความสุขความทุกข์กับคนอื่นอีกต่อไป

หลังจากฝึกสมาธิมาได้ประมาณ 2 ปี เกิดสงสัยขึ้นมาว่า เอ…พระพุทธเจ้าสอนอะไรบ้างนอกจากสมาธินะ เลยเริ่มหาหนังสือธรรมะอ่าน ติดต่อวัดไทยและมองหาอาจารย์มาตลอด อ่านหนังสือท่านพุทธทาสเล่มแรกนั้นไม่รู้เรื่องหรอกนะคะ ไม่มีตัวกู-ของกูนี้อ่านไม่เข้าใจค่ะ ยังกับท่านเขียนด้วยภาษาต่างด้าวก็ไม่ปาน! อ่านอยู่หลายเที่ยวหลายเล่มกว่าจะจับใจความได้ว่าท่านว่าเราโง่นะคะ ไม่ต่างกับเรียนศาสตร์แขนงใหม่ต้องรู้ technical terms กันก่อนถึงจะอ่านหนังสือธรรมะรู้เรื่อง พุทธศาสตร์นี้ต่างกับวิชาสาขาอื่นชนิดตรงกันข้าม ยิ่งเรียนยิ่งรู้ว่าตัวโง่มากขึ้น อาจารย์ท่านให้กำลังใจว่า แสดงว่าโยมเรียนก้าวหน้าใช้ได้

เมื่อ 3 ปีก่อนที่ดิฉันจะมาพบลานธรรมฯ มีความคิดว่า “บรรลุธรรม…สำหรับเราเป็นเรื่องไม่เจียมตัว” เรามีชีวิตฆารวาสจะไปบรรลุธรรมได้อย่างไร อ่านประวัติครูบาอาจารย์แต่ละท่าน ท่านเอาชีวิตเข้าแรกกัน บวชกันตั้งแต่เป็นเณร ใช้ชีวิตอยู่วัดอยู่ป่า มีครูบาอาจารย์คอยกำชับให้ข้อแนะนำและแก้ไขอุปสรรคให้ ภาษาชาวบ้านก็ว่า Intensive training ชนิดเก็บตัวกันทีเดียว ท่านยังก้าวหน้าไปทีละขั้นไม่ได้สำเร็จมรรคผลกันง่าย ๆ แล้วเราเป็นใคร? ใช้ชีวิตทางโลกมาตลอดจนเคยชิน จะไปหวังบรรลุธรรมนั้นเป็นไปไม่ได้ พอติดตามอ่านกระทู้และความเห็น ถาม-ตอบในลานธรรมฯ ไปสักพัก พบว่าหลาย ๆ ท่านในลานธรรมฯนี้ ต้องเห็นธรรมแล้วระดับหนึ่งจึงสาธยายธรรมได้หมดจดงดงาม เรื่อง “ธรรมดา ๆ” นี่แหละที่เรานึกไม่ถึงมองไม่เห็น! แถมไปชนมันเข้าจนล้มหน้าแตกไปก็บ่อยครั้ง คุณจิตฐิน้องที่ดิฉันพบในลานธรรมฯ นี้เป็นคนแรกที่ convince ดิฉันว่า อย่างเรา ๆ นี่แหละสามารถบรรลุธรรมได้ มาดูตัวอย่างให้เห็นกับตาจับตัวได้ พอดิฉันมีโอกาสได้สนทนากับกลุ่มนี้แล้ว ดิฉันไม่สนใจว่าท่านบรรลุธรรมหรือไม่หรือระดับไหน แต่ดิฉันอยากมีปัญญาอย่างท่านบ้าง และดิฉันเห็นเส้นทางที่รุ่นพี่ได้เดินย่ำทิ้งร่องรอยไว้ให้เราเดินตาม ชาตินี้ถึงไหนก็ช่างเถอะแต่ขอตายบนเส้นทางสายนี้ ชาติหน้าจะกลับมาเดินต่ออีกจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งวัฏสงสาร

ข้าพเจ้าน้อมกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ
_/|\_ _/|\_ _/|\_

รายละเอียดวิธีติดต่อ

อีเมลล์
ไม่เปิดเผย