ลานธรรมเสวนา: shadee - ประวัติ

เข้าไปดูเนื้อหา

shadee - ประวัติ ข้อมูลส่วนตัว ให้คะแนนผู้ใช้ -----

คะแนนความเห็น 70 บวก 20
กลุ่ม
สมาชิกลานธรรมถาวร
ตอบกระทู้รวม
1084(0.37 ต่อวัน)
ตอบมากที่สุดใน
ชีวิตกับธรรมะ (1025 ตอบ)
วันที่สมัคร
23/07/2009
คนเข้าดูข้อมูล
191431
เข้าใช้ล่าสุด
ผู้ใช้ออฟไลน์ ไม่เปิดเผย
สถานะ
ออฟไลน์
ไอคอน   shadee แต่งงาน

กระทู้ที่ตั้ง

  1. การเปลี่ยนแปลงพระสูตร ตามอำเภอใจ

    ตอบ: 13 May 2017

    ถามครั้งที่ ๓ นะครับว่า

    ผมมีความเห็นอย่างนี้ว่า "ตัณหาผล เวทนาเป็นปัจจัย"
    ผมกล่าวอย่างนี้ คุณชาดีเห็นว่าผิดไหมครับ เป็นการทำลายอริยสัจไหมครับ?


    ผมเห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ตามอำเภแใจครับ

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า ตัณหาเป็นเหตุ ถ้าเราสามารถเปลี่ยนแปลงคำตรัสพระสูตรตามอำเภอใจได้ ไม่นานคำตรัสที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าก็คงไม่มีเหลืออยู่ในโลกครับ

    นี่คือวิธีทำลายพุทธศาสนาที่ดีที่สุด ที่ผมเคยเห็นมา ค่อยๆเปลี่ยนคำที่ละคำ อีกหน่อยก็ไม่เหลิอ

    และเป็นการแสดงว่าผู้พูดไม่มีความเคารพในพระพุทธเจ้าและธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เลย
  2. เรียนเชิญคุณงดงาม ทางนี้ครับ

    ตอบ: 11 May 2017

    เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่คุณงดงามมีความสนใจในพระสูตรจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า ผมถือว่าการทำงานของผมมีคุณค่าขึ้นมาแล้ว
    เชิญครับคุณงดงาม เรามาคุยกันกระทู้นี้ มีอะไรสงสัยในตัวผมเชิญได้เลยครับ
    แต่บอกก่อน ผมเป็นปุถุชน ไม่ได้เป็นโสดาบัน ความเห็นของผมใช้อ้างอิงในทางโลกุตตรธรรมไม่ได้นะครับ
    แล้วเชิญท่านอื่นๆด้วยที่มีความศรัทธาในพุทธวจนะ เชิญเข้ามาแสดงความคิดเห็นได้นะครับ
    เพียงแต่ว่าวันไหนผมติดงานไม่ได้เข้ามาตอบ ก็ขอให้รอหน่อยนะครับ
  3. สัญญา เกิดก่อน ญาณ

    ตอบ: 7 May 2017

    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑
    ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

    [๒๘๘] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง หรือว่าญาณเกิดก่อน
    สัญญาเกิดทีหลัง หรือทั้งสัญญาและญาณเกิดไม่ก่อนไม่หลังกัน.
    ดูกรโปฏฐปาทะ สัญญาแลเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง เพราะสัญญาเกิดขึ้น ญาณจึงเกิดขึ้น
    เธอย่อมรู้อย่างนี้ว่า ญาณเกิดขึ้นแก่เราเพราะสัญญานี้เป็นปัจจัย ดูกรโปฏฐปาทะ เธอพึงทราบ
    ความข้อนี้โดยบรรยายนี้ว่า สัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง เพราะสัญญาเกิดขึ้น ญาณจึง
    เกิดขึ้น.
    ว่าด้วยสัญญาและอัตตา
    [๒๘๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สัญญาเป็นอัตตาของบุรุษ หรือสัญญาอย่างหนึ่ง
    อัตตาอย่างหนึ่ง?
    ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านต้องการอัตตาเช่นไร.
    ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ต้องการอัตตาอย่างหยาบๆ ที่มีรูปประกอบด้วยมหาภูต ๔
    บริโภคกวฬิงการาหาร
    ดูกรโปฏฐปาทะ อัตตาของท่านหยาบ มีรูป ประกอบด้วยมหาภูต ๔ บริโภค
    กวฬิงการาหาร เมื่อเป็นเช่นนั้น สัญญาของท่านจักเป็นอย่างหนึ่ง อัตตาจักเป็นอย่างหนึ่ง
    ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านพึงทราบความข้อนี้แม้โดยบรรยายนี้ว่า สัญญาจักเป็นอย่างหนึ่ง อัตตา
    จักเป็นอย่างหนึ่ง อัตตาที่หยาบ มีรูป ประกอบด้วยมหาภูต ๔ บริโภคกวฬิงการาหารนี้ ยกไว้
    เมื่อเป็นเช่นนั้น สัญญาของบุรุษนี้เกิดขึ้นอย่างหนึ่ง ดับไปอย่างหนึ่ง ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านพึง
    ทราบความข้อนี้โดยบรรยายนี้ว่า สัญญาจักเป็นอย่างหนึ่ง อัตตาจักเป็นอย่างหนึ่ง.
    [๒๙๐] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ต้องการอัตตาที่สำเร็จด้วยใจ มีอวัยวะน้อยใหญ่
    ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง.
    ดูกรโปฏฐปาทะ อัตตาของท่านก็จักสำเร็จด้วยใจ มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์
    ไม่บกพร่อง. เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านจักมีสัญญาอย่างหนึ่ง มีอัตตาอย่างหนึ่ง ท่านพึงทราบความข้อนี้
    โดยบรรยายนี้ว่า สัญญาจักเป็นอย่างหนึ่ง อัตตาจักเป็นอย่างหนึ่ง อัตตาสำเร็จด้วยใจ มีอวัยวะ
    น้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่องนี้ ยกไว้ เมื่อเป็นเช่นนั้น สัญญาของบุรุษนี้เกิดขึ้น
    อย่างหนึ่ง ดับไปอย่างหนึ่ง. ท่านพึงทราบความข้อนี้โดยบรรยายนี้ว่า สัญญาจักเป็นอย่างหนึ่ง
    อัตตาจักเป็นอย่างหนึ่ง.
    [๒๙๑] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ต้องการอัตตาที่ไม่มีรูป สำเร็จด้วยสัญญา.
    ดูกรโปฏฐปาทะ ก็อัตตาของท่านจักไม่มีรูป สำเร็จด้วยสัญญา. เมื่อเป็นเช่นนั้น สัญญา
    ของท่านจักเป็นอย่างหนึ่ง อัตตาจักเป็นอย่างหนึ่ง. ท่านพึงทราบความข้อนี้แม้โดยบรรยายนี้ว่า
    สัญญาจักเป็นอย่างหนึ่ง อัตตาจักเป็นอย่างหนึ่ง. ดูกรโปฏฐปาทะ อัตตาที่ไม่มีรูป สำเร็จด้วย
    สัญญานี้ ยกไว้ แต่ว่าสัญญาของบุรุษนี้ เกิดขึ้นอย่างหนึ่ง ดับไปอย่างหนึ่ง ท่านพึงทราบความ
    ข้อนี้แม้โดยบรรยายนี้ว่า สัญญาจักเป็นอย่างหนึ่ง อัตตาจักเป็นอย่างหนึ่ง.
    [๒๙๒] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์อาจทราบความข้อนี้ได้หรือว่า สัญญาเป็น
    อัตตาของบุรุษ หรือว่าสัญญาอย่างหนึ่ง อัตตาอย่างหนึ่ง.
    ดูกรโปฏฐปาทะ ท่านมีความเห็นไปทางหนึ่ง มีความพอใจไปทางหนึ่ง มีความชอบใจ
    ไปทางหนึ่ง มีความพยายามไปทางหนึ่ง มีลัทธิอาจารย์อย่างหนึ่ง ยากที่จะรู้ความข้อนั้นได้ว่า
    สัญญาเป็นอัตตาของบุรุษ หรือว่าสัญญาอย่างหนึ่ง อัตตาอย่างหนึ่ง.
    ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าข้าพระองค์มีความเห็นไปทางหนึ่ง มีความพอใจไปทางหนึ่ง
    มีความชอบใจไปทางหนึ่ง มีความพยายามไปทางหนึ่ง มีลัทธิอาจารย์อย่างหนึ่ง ยากที่จะรู้ความ
    ข้อนั้นได้ว่า สัญญาเป็นอัตตาของบุรุษ หรือว่าสัญญาอย่างหนึ่ง อัตตาอย่างหนึ่ง ก็คำว่าโลกเที่ยง
    นี้เท่านั้นเป็นความจริง สิ่งอื่นเปล่ากระนั้นหรือ.


    จบโปฏฐปาทสูตร ที่ ๙.
    -----------------------------------------------------

    เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๙ บรรทัดที่ ๖๒๗๕ - ๖๗๗๖. หน้าที่ ๒๖๒ - ๒๘๒.
    http://www.84000.org...776&pagebreak=0
    ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
    http://www.84000.org...a.php?b=9&i=275
    สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๙
    http://www.84000.org...
  4. รูปเสมือนองค์พระพุทธเจ้าของลานธรรมเสวนา

    ตอบ: 1 Apr 2017

    ผมมองดูรุปเสมือนขององค์พระศาสดาซึ่งเป็นสัญลักษ์ของลานธรรมเสวนา ในขณะที่มีผู้กล่าวคำสอนบิดเบือน ไม่ยอมรับความผิดของตนเองว่ากำลังทำลายพระธรรมของพระองค์

    เป็นความรู้สึกที่่ไม่สามารถบรรยายได้จริงๆ ยิ่งมีผู้กล่าวว่าคำสอนของพระองค์เป็นแค่ตำรา อย่าเอามาเป็นสัญญา ยิ่งทำให้รู้สึกว่าผมโชคดีที่ชอบในคำสอน และเชื่อในคำสอนของพระศาสาดาซึ่งแม้ชีวิตจะหาไม่ก็จะไม่ยอมเปลี่ยนไปเชื่อคำสอนของผู้อื่นเลย
  5. คนที่ยังไม่บรรลุธรรม กับ คำสอนของพระศาสดา

    ตอบ: 24 Mar 2017

    ผู้ที่ยังไม่บรรลุธรรมกล่าว

    ปุถุชน อยู่เฉยๆ ยังไม่ตั้งความอยากอะไรขึ้นมาในใจ ก็มีความเห็นผิด ยึดผิดเป็นอัตตาตัวกูของกู สะแตนบาย รอรับและตอบโต้กับผัสสะต่างๆอยู่ตลอดเวลา
    ไปสังเกตดูจิตตัวเองดีๆสิครับ
    ตอนกระทบผัสสะนั้นอาจเห็นอัตตาน้อย แต่ตอนเวทนาเกิดนี่สิ อัตตาจะโตขึ้นๆ จนงอกเป็นตัณหาออกมา แล้วกระทำกรรม

    พระศาสดาตรัสว่า

    [๑๗๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลรู้ได้อย่างไร เห็นอย่างไร อาสวะทั้งหลาย
    ได้สดับแล้ว จึงสิ้นไปโดยลำดับ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว ในโลกนี้ ไม่ได้
    เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ไม่ฉลาดในอริยธรรม มิได้รับแนะนำในอริยธรรม ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ
    ไม่ฉลาดในสัปปุริสธรรม ไม่ได้รับแนะนำในสัปปุริสธรรม ย่อมตามเห็นรูปโดยความเป็นตน.
    ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็การตามเห็นดังนั้นแล เป็นสังขาร ก็สังขารนั้น มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไร
    เป็นเครื่องก่อให้เกิดขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด? ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขาร
    นั้น เกิดจากตัณหาที่เกิดขึ้น แก่ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว ผู้อันความเสวยอารมณ์ที่เกิดแต่อวิชชา
    สัมผัสถูกต้องแล้ว. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้แล แม้สังขารนั้นก็ไม่เที่ยง ปัจจัยปรุง
    แต่ง อาศัยเหตุเกิดขึ้น แม้ตัณหานั้น แม้เวทนานั้น แม้ผัสสะนั้น แม้อวิชชานั้น ก็ไม่เที่ยง
    อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยเหตุเกิดขึ้น. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลรู้อยู่ แม้อย่างนี้ เห็นอยู่
    อย่างนี้ อาสวะทั้งหลาย ย่อมสิ้นไปโดยลำดับ.

    ความเห็นผิด เป็นสังขาร เกิดจาก ตัณหา แต่มีผู้ปฏิบัติผิด บิดเบิอนคำสอน เพื่อทำลายพระสัทธรรมของพระองค์

    ผู้หลงผิด ยังไม่รู้จักสภาวะการเห็นผิดนั้ คือ สักกายทิฐิสังโยชน์ คือ อัตตา เนื้อเพราะไม่เคยรู้จักความอยากได้ อยากเป็น โสดาบัน เพื่อ ลาภ สักการะ และ คำสรรเสริญเยินยอของตนเอง

รายละเอียดของฉัน

ชื่อเล่น:
ตอบ 1000+
อายุ
54 ปี
วันเกิด
สิงหาคม 1, 1963
เพศ:
ที่อยู่:
829/42 ประชาชื่น27 บางซื่อ กทม
สิ่งที่สนใจ:
พระไตรปิฏก ภาษาต่างๆ ภาษาบาลี ญี่ปุ่น ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สมาธิภาวนา

รายละเอียดวิธีติดต่อ

อีเมลล์
กดที่นี่เพื่ออีเมล์

ความเห็น

หน้า 1 จาก 1
  1. รูปภาพ

    กุ้งนาง ไอคอน

    07/08/2012 - 18:16 น.
    แนะนำหน่อยนะคะ เพิ่งเคยเข้ามาเรียน ยังไม่ทราบอะไรเลยคะ
  2. รูปภาพ

    นายฏีกาน้อย ไอคอน

    01/08/2012 - 08:22 น.
    ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งปี รวดเร็ว ก็สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา ไม่เจ็บไม่จน มีอายุวรรณะ สุขะพละบริบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไปนะครับโยมพี่ชาดีเจริญพร ^^
  3. รูปภาพ

    นายฏีกาน้อย ไอคอน

    01/08/2011 - 14:34 น.
    สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา ไม่เจ็บไม่จน มีอายุวรรณะ สุขะพละบริบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไปนะครับโยมพี่ ^^
  4. รูปภาพ

    นายฏีกาน้อย ไอคอน

    27/03/2011 - 00:45 น.
    ธรรมะสวัสดีและขอเจริญพร ^^
  5. รูปภาพ

    shadee ไอคอน

    29/06/2010 - 00:39 น.
    สวัสดี กัลยาณมิตรทุกๆท่านครับ
หน้า 1 จาก 1