ลานธรรมเสวนา: เภตรา - ประวัติ

เข้าไปดูเนื้อหา

เภตรา - ประวัติ ข้อมูลส่วนตัว ให้คะแนนผู้ใช้ -----

คะแนนความเห็น 4204 บวก 20
กลุ่ม
สมาชิกลานธรรมถาวร
ตอบกระทู้รวม
11658(4.09 ต่อวัน)
ตอบมากที่สุดใน
ชีวิตกับธรรมะ (5411 ตอบ)
วันที่สมัคร
02/04/2009
คนเข้าดูข้อมูล
3139567
เข้าใช้ล่าสุด
ผู้ใช้ออฟไลน์ เมื่อวาน, 15:03 น.
สถานะ
ออฟไลน์

คนเข้าชม

ไอคอน   เภตรา จาโค ปฏินิสสัคโค..ข้ามผ่านทุกชาติภพไป..มุตติ อนาลโย..ไม่หวนคืน

กระทู้ที่ตอบ

  1. ในกระทู้คิดแต่จะไปกำจัดอวิชชากำจัดกิเลส ก็เลยไม่ไปถึงไหน

    ตอบ: 22 Jan 2017

    อ้างอิง

    อย่าเพิ่งเบื่อเลยนะครับคุณเภตรา......


    ตามเหตุปัจจัยค่ะ พี่คงเข้าใจ
    เวลาจิตขึ้นสู่กระแสดำเนินไปเอง ไม่ได้มีเจตนาอันใด
    ศีลสมาธิปัญญามีกำลังมันทั้งปล่อยร่วง..และปล่อยล่วง
    อย่าว่าแต่สมมุติบัญญัติภาษาเลยค่ะ
    ทำงานบทธรรมบาง คห.ยังเป็นชั่วโมงเนี่ยอ่ะนะ

    อ้างอิง

    พระพุทธเจ้าและพระอริยเจ้าทั้งหลายก็ด้วยอาศัยพรหมวิหารธรรมจึงมีเมตตากรุณาสละออกมาเสียจากการเสวยอมตะสุข มาเหน็ดเหนื่อยสั่งสอนธรรม เผยแพร่ธรรมสู่ชาวโลก

    เพิ่มพลังใจอีกสักนิดมาคิดช่วยกันทำให้ลานธรรมเสวนาแห่งนี้เป็นที่พึ่งทางธรรม ทางใจให้แก่ผู้คนในโลกโซเชียลมีเดียของยุคนี้ได้มีทีพึ่งที่อิงเป็นกัลยามิตร สหาย ที่พึงและผู้ร่วมเดินทางไปสู่นิพพานร่วมกัน นะครับ


    ดังนั้น ก็อย่างที่เห็นค่ะ ยังดำเนินกระทู้บทธรรมอยู่
    ทั้งที่เป็นบทธรรมเทศนา สำหรับอ่านทำความเข้าใจในหลักและแนวทางปฏิบัติ
    และรวมธรรมลักษณะคำสอนสั้นๆ เพื่อเป็นที่น้อมนำ เกื้อกูล และตรวจสอบภายในกันได้

    ซึ่งทุกบทธรรมก็ได้ใช้พิสูจน์ธรรมภายในมาแล้วตามลำดัับลำดา
    ก็เห็นว่าครูบาอาจารย์ท่านดำเนินตามทางมรรคอันพระพุทธองค์ชี้ทางไว้ดีแล้ว
    การที่ท่านนำมาบอกกล่าวสอนต่อมีความอธิบายให้เห็นชัดเจนตามธรรม เข้าถึงได้ไม่ยาก
    จึงนำมาสร้างเหตุอันชอบเป็นทาง เป็นที่ เป็นหลักแหล่งให้พักพิงไว้ดังนี้

    ผู้ที่พร้อมในปัจจัยอันควร เข้าไปสัมผัสก็ย่อมได้รับธรรมอันควรตามธรรมอยู่แล้ว
    อยู่ที่ใจในขณะนั้นมี "โอปนยิโก" น้อม "โยนิโส มนสิการ" ได้เพียงใดน่ะค่ะ

    :33:

    อ้อ ...ถ้าเป็นการเสวนา สนทนาธรรม ลองไปเชิญชวนหนาน "นายฎีกาน้อย" (อดีตตุ๊โยหรือท่านพุทธฎีกา) ดูสิคะ น่าจะเป็นที่ได้ประโยชน์สาระในแง่มุมของผู้สนใจศึกษาพระไตรปิฎกไปด้วยไม่น้อยเลยค่ะ
  2. ในกระทู้ชมรมณีย์ (2)

    ตอบ: 22 Jan 2017

    :09:


    สุดท้ายของการปฏิบัติ
    ก็คือผลที่การไม่กลับมาเกิดอีก

    เกิดมาเป็นทุกข์ ถ้าไม่อยากทุกข์ก็อย่าเกิด อย่ามาเกิด
    ถ้าเกิดมาแล้วอย่าบ่น ยังไงก็ทุกข์อยู่แล้ว เป็นธรรมดา

    เกิดมาแล้วยังไงก็ต้องทุกข์ ยากดีมีจนทุกชนชั้นไป
    ตั้งแต่คนรวย มหากษัตริย์ ยันไพร่ยาจก ยังไงก็ทุกข์
    ไม่มีตรงไหน คนไหนหรอก เกิดมาแล้วไม่มีทุกข์

    ไม่มีอะไรหรอกที่เกิดมาแล้วจะไม่เกิดความคับแค้น
    ไม่มีอะไรที่เกิดมาแล้วมีความได้ดั่งใจตลอดเวลา
    ยังไงๆ มันต้องอยู่กับอาการทางโลกนี้ เป็นธรรมดา

    ไม่บ่น ...อดทน แล้วตั้งจิตให้เป็นกลาง
    ไม่มีเงื่อนไขกับสิ่งที่เรารับรู้

    ไม่เพียรพยายามเข้าไปแก้ ผลักดัน ต่อต้าน
    รักษา ประคอง หวงแหน เสียดาย อาดูร
    กับสิ่งที่ปรากฏขึ้นทั้งภายในและภายนอก

    นี่เรียกว่าอยู่ในองค์มรรคตลอด
    ปัญญาก็จะเห็นตามความเป็นจริง
    แล้วก็คลายออกๆ จนถึงที่สุด

    ไม่ต้องถามเมื่อไหร่ วันไหน หรือชาติไหน
    หน้าที่..ท่านให้ไว้อย่างเดียวคือเจริญมรรคเข้าไป



    :09:

    คำสอน "พระอาจารย์"

    (แผ่น 1) แทร็ก 1/30


    :33: ส่งท้ายชุดแทร็กต่อเนื่องในช่วงนี้ของ แผ่น 1 ค่ะ
  3. ในกระทู้ยา "ธรรม" ใจ

    ตอบ: 21 Jan 2017

    :103:


    คนเขายังไม่เอา ไม่ต้องไปให้เขาหรอก

    ต้องให้กับคนที่เขาเอา



    :103:


    นอนหลับก็ยังมีนิโรธ


    :103:


    ศีลสิกขา รวมอยู่ที่ นิโรธ นิพพาน

    สมาธิสิกขา รวมอยู่ที่ นิโรธ นิพพาน

    ปัญญาสิกขา ก็มารวมอยู่ที่ นิโรธ นิพพาน



    :103:


    ขยัน...ก็สิ้นอาสวะเร็วหน่อย

    ขี้เกียจ...ก็ถูกพญามารตามเล่นงานเอา

    เขาตามมาหลายชาติแล้ว

    ไม่สิ้นอาสวะ เขาก็ไม่เลิกตาม


    :103:

  4. ในกระทู้ยา "ธรรม" ใจ

    ตอบ: 21 Jan 2017

    :103:

    (เก็บมาเล่า)

    หลวงปู่ท่านสอนเรา
    ขณะที่เรากำลังนวดให้พระคุณหลวงปู่อยู่
    ท่านเทศน์บอกว่า...

    "เรือมันรั่ว ก็ต้องยาเอาไว้ใช้ก่อน"

    และบอกว่า

    “วาจา

    ถ้าใช้ไปในทางที่ไม่ดี

    เอาไปว่าเขา

    มันไม่เป็นสัมมาวาจา

    เขาจะเกลียดเอาด้วย

    เป็นอันตรายแก่ตนเอง"



    :103:

    (ปกิณกะ)


    ดิน น้ำ ลม ไฟ

    มันไปบุญไปบาปกับใคร

    ตั้งแต่ผมจรดปลายเท้า

    ทับหนังอยู่แผ่นเดียว

    นอนทับหนัง นั่งทับหนัง เดินทับหนัง



    :103:


  5. ในกระทู้ยา "ธรรม" ใจ

    ตอบ: 21 Jan 2017

    :103:


    ตั้งแต่ผมจรดปลายเท้า

    ทับหนังอยู่แผ่นเดียว

    นั่นแหละ ปฏิบัติ


    :103:


    ขันธ์เปล่า ขันธ์มันว่างจากกิเลส

    มันหมดอนุสัย หมดสังโยชน์ สังโยชน์ดับหมด

    มันไม่มีตัวมีตน สักกายทิฏฐิไม่มี

    ตัวนิโรธมันเหนือรูปเหนือนาม

    เป็นรูปเป็นนามเมื่อไรเล่า

    ถึงตรงนี้พรหมจรรย์ก็ไม่มี


    :103:


    ปัจจุบันก็นิโรธอยู่

    ข้างหน้าจะเป็นอะไร...ก็ช่าง

    ธรรมะ...รู้แล้วไม่ลืม


    :103:

รายละเอียดของฉัน

ชื่อเล่น:
ตอบ 10000+
อายุ
ไม่บอกอายุ
วันเกิด
ไม่บอกวันเกิด
เพศ:
สิ่งที่สนใจ:
-

ไม่อาลัยในสิ่งลับดับ

รายละเอียดวิธีติดต่อ

อีเมลล์
กดที่นี่เพื่ออีเมล์

ความเห็น

  • (5 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  1. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    14/01/2017 - 14:55 น.
    ร่วมบุญธรรมทานหรือต้องการติดต่อ
    ใช้ช่องทาง ngankhamsorn@gmail.com
    หรือทางจีพลัส g+ งานคำสอน พระอาจารย์
    https://plus.google.com/u/0/101642288365450066415
    หรือเฟสบุ๊ค "งานคำสอน พระอาจารย์"
    https://www.facebook.com/ngankhamsorn
    และเฟสบุ๊ค "เภตรา"
    https://www.facebook.com/petra.chomrohmanee
  2. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    22/11/2015 - 15:28 น.
    อ่าน "คำสอน พระอาจารย์" ที่ในบล็อกได้
    โดยเสิร์ชทาง google พิมพ์คำว่า "งานคำสอน พระอาจารย์"
    หรือเข้าลิงก์ทางจีพลัส(G+) งานคำสอน พระอาจารย์
    https://plus.google.com/101642288365450066415
    หรือเข้าลิงก์ภายในบล็อก "งานคำสอน พระอาจารย์" แต่ละแผ่น
    จะมีลิงก์เชื่อมโยงภายในสำหรับแต่ละแผ่นไว้แล้วค่ะ
  3. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:42 น.
    "กาย-ใจ...ให้พอดีกัน" ... ถ้าไม่พอดี ส่วนที่ไม่พอดีนั่นน่ะคือส่วนที่ปรุงแต่ง
  4. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:41 น.
    เหมือนขันธ์นี่ ขันธ์มันมีพอดีอยู่เท่านี้ เท่ากับปัจจุบัน ... ถ้าขันธ์ที่เกินจากปัจจุบันกายปัจจุบันจิตตรงที่รู้อยู่เห็นอยู่ตรงนี้ พวกนี้เป็นอุปาทานขันธ์หมด หรือว่าเป็นขันธ์หลอก ขันธ์ปลอม ขันธ์ไม่จริง เป็นขันธ์ที่ไม่มีสาระแก่นสาร
  5. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:40 น.
    แล้วถ้าไม่มีสติ ไม่มีสมาธิที่ตั้งมั่นรู้อยู่กับปัจจุบัน มักจะหลง เผลอเพลินไปกับมัน ...เข้าไปมี เข้าไปเป็น เข้าไปหมายมั่น แล้วก็เกิดความหลงผิดจริงจัง คิดว่าตัวนั้นเป็นตัวตนที่แท้จริง ตัวเรา ความเป็นเรา ความเป็นของเรา ...ก็ไปเป็นทุกข์เป็นสุขล่วงหน้าเกิดขึ้น
  6. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:40 น.
    เพราะนั้นน่ะ การที่จะอยู่กับปัจจุบัน รู้เห็นปัจจุบัน มีการสอดส่องอยู่เสมอ นี่เขาเรียกว่ามีการพิจารณาธรรม ใคร่ครวญธรรมอยู่เสมอ ...อะไรมันเกิดขึ้นมา อะไรมันปรากฏขึ้นมา ก็อย่าไปตื่นเต้นตกใจ หรือว่าดีใจเสียใจอะไร
  7. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:40 น.
    ให้ใคร่ครวญด้วยความแยบคายว่าธรรมนี้คืออะไร จริงหรือปลอม ใช่หรือไม่ใช่ เกินหรือขาด
    ถ้ามันไม่ใช่ มันก็ต้องมาเทียบเคียงดูกับปัจจุบันขันธ์ที่ปรากฏ ยืน เดิน นั่ง นอน เท่านี้ ...นอกนั้นละได้ละไป อย่าไปจริงจังกับมัน
  8. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:39 น.
    ก็จะเห็นว่ามันเป็นขันธ์ที่เป็นอุปาทานขันธ์ ขันธ์ใน เป็นขันธ์ไม่จริง ขันธ์ที่จะก่อให้เกิดทุกข์ อุปาทานทุกข์ ...ขันธ์ที่เกิดความต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้น ขันธ์ที่ไม่มีวันจบ
    ก็มาอยู่กับขันธ์ปัจจุบัน แล้วก็รู้อยู่เห็นอยู่ ยืนเดินนั่งนอน เดี๋ยวก็เกิดเดี๋ยวก็ดับ
  9. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:39 น.
    แล้วก็มาเรียนรู้ปัจจุบันธรรมปัจจุบันขันธ์ มันก็เห็นปัจจุบันนั้นเป็นขันธ์แค่ชั่วคราว เห็นความเป็นชั่วคราว แล้วก็หายไป เกิดใหม่แล้วก็หายไป ตั้งอยู่ก็ตั้งอยู่ในความเป็นกลาง ตั้งอยู่บนความเป็นกลาง ตั้งอยู่บนความเป็นปกติ ตั้งอยู่บนความเป็นธรรมดา คือมันไม่ใช่ความเป็นสัตว์ เป็นบุคคลอะไร เหมือนกับเป็นซากขันธ์ อยู่กับซากขันธ์ที่แท้จริง
  10. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:38 น.
    ส่วนอาการที่เป็นนามธรรม นามขันธ์ ...ถ้าจำเป็นต้องใช้ ต้องคิดต้องปรุง ก็ใช้ไปจบไป เป็นเรื่องๆๆ ไป ...ถ้าไม่มีอะไร ไม่จำเป็นต้องคิด ไม่จำเป็นต้องปรุง ก็ไม่ต้องปรุง ก็ละ ก็วาง ก็ปล่อย ก็แค่รู้ว่า ..เออ มันคิด ..อ้อ มันปรุง ..อ้อ มันคิด ..อ้อ มันปรุง แค่นั้น อย่าไปสนใจ อย่าไปจริงจัง อย่าไปหา หรือว่าให้มันพาไปหาอะไร ให้ความคิดพาไปหาอะไร
  11. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:37 น.
    คือไม่ตามใจมัน ไม่ตามมันไป ไม่ตามอารมณ์ ไม่ตามความอยาก ไม่ตามความไม่อยากออกไป
    ใจมันจะต้องตั้งมั่นเข้มแข็ง ...ถ้าใจอ่อน ใจไหว ใจอ่อนแอนี่ มันมักจะตกลงไปในกระแสความปรุงแต่ง กระแสโลก กระแสผัสสะ ซึ่งมันจะมีอยู่ตลอดเวลา
  12. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:37 น.
    ถ้าไม่มั่นคงหรือว่าไม่เอาจริงในการที่กลับมาตั้งอยู่ในฐานกายใจ รู้อยู่เห็นอยู่เดี๋ยวนี้ขณะนี้นี่ ในโลก...ที่เราทำงานอยู่...ที่เราสัมผัสสัมพันธ์กับผู้คนอยู่ ยังไงๆ มันจะเป็นช่องทางออกอยู่ตลอดเวลา ไหลเลื่อนลอยออกไป ตามรูปเสียงกลิ่นรส ตามความอยากนิดๆ หน่อยๆ
  13. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:36 น.
    ไอ้เริ่มจากนิดๆ หน่อยๆ นี่ เดี๋ยวมันจะยืดยาวไปเลยแหละ บางที ..เฮ้ย ไม่เป็นไรหรอกๆ ปล่อยมันไปๆ ไม่เป็นไรไม่ต้องดูไม่ต้องจริง ... เดี๋ยวมันจะก่อร่างสร้างฐานเป็นความหลง...มันลาก ดึงกลับยากแล้ว
  14. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:35 น.
    พอกลับมามีสติจะระลึกรู้ปุ๊บ มันเหมือนกับกระแสน้ำหลากน่ะ พอเป็นกระแสน้ำหลากแล้วเราไปยืนอยู่ตรงนั้น น้ำเชี่ยวน่ะ โอ้ย เราก็เหมือนกับใบไม้ลอยอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยวน่ะ มันไม่มีทางตั้งหลักตั้งฐานได้เลย
  15. รูปภาพ

    เภตรา ไอคอน

    01/04/2014 - 10:33 น.
    แต่ถ้าเราไม่ประมาท ไม่เลินเล่อ แล้วก็รู้อยู่เสมอ รู้อยู่เนืองๆ รู้อยู่เป็นนิจ ไม่ว่ามันจะเคลื่อน ไม่ว่ามันจะขยับ นิดนึงก็รู้ นิดหน่อยก็เอา ...กลับมารู้ไว้ ตั้งไว้ ไม่มีอะไรก็ต้องรู้ ไม่มีอารมณ์ก็ต้องรู้ ก็มารู้กายเป็นฐานไว้ ... เนี่ย ใจมันจะเข้มแข็งขึ้นตามลำดับ สมาธิมันจะตั้งมั่น มั่นคง ไม่หวั่นไหว ...ยิ่งไม่หวั่นไหวเท่าไหร่ มันจะยิ่งเห็นชัดเจนในความเป็นไตรลักษณ์มากขึ้นเท่านั้นเอง
  • (5 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »