ลานธรรมเสวนา: อโศกะ - ประวัติ

เข้าไปดูเนื้อหา

อโศกะ - ประวัติ ข้อมูลส่วนตัว ให้คะแนนผู้ใช้ -----

คะแนนความเห็น 162 บวก 20
กลุ่ม
สมาชิกลานธรรมถาวร
ตอบกระทู้รวม
2240(0.62 ต่อวัน)
ตอบมากที่สุดใน
ชีวิตกับธรรมะ (1521 ตอบ)
วันที่สมัคร
11/07/2007
คนเข้าดูข้อมูล
326280
เข้าใช้ล่าสุด
ผู้ใช้ออฟไลน์ เมื่อวาน, 19:06 น.
สถานะ
ออฟไลน์
ไอคอน   อโศกะ ยังไม่ใส่สถานภาพ

กระทู้ที่ตอบ

  1. ในกระทู้พุทธวัจจนะ

    ตอบ: 28 Jun 2017

    แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 28/06/2017 - 00:12 ]

    ผมไม่ได้ค้านนะครับ แต่จะขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ดังต่อไปนี้

    ๑. ใน คห ๕๒ คุณอโศกะบอกว่า

    แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 12/06/2017 - 04:01 ]

    ใครที่เจริญวิปัสสนาภาวนาเป็นแล้วจะสามารถทำจิตใจของตนเองไปถึงสภาวะไร้ปรุงแต่งหรือหยุดความปรุงแต่งไปได้ชั่วคราว อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว ฉับพลันทันทีชั่วลัดนิ้วมือเดียว

    สภาวะไร้หรือหยุดความปรุงแต่งไปชั่วคราวนั้นท่านเรียกเป็นภาษาทางวิชาการว่า

    "สังขารุเปกขาญาณ"

    ถ้าบางท่านไม่เข้าใจ อ่านเผิน ๆ แล้วก็อาจจะหลงเข้าใจว่าพอภาวนาเป็นแล้ว ก็ทำสภาวะไร้ปรุงแต่งหรือหยุดความปรุงแต่งชั่วคราวได้ ก็ไปถึงสังขารุเปกขาญาณ
    แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ เพราะดังที่ผมได้ถามใน คห ๘๖ และคุณอโศกะได้อธิบายเพิ่มเติมใน คห ๘๗ ว่า

    แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 20/06/2017 - 08:12 ]

    ทำจิตใจให้เจริญขึ้นไปตามลำดับของวิปัสสนาญาณ
    16 เขาก็จะไปถึงสังขารุเปกขาญาณเอง

    ตรงนี้อธิบายว่าต้องพัฒนาจิตไปตามลำดับของวิปัสสนาญาณนะครับ จิตจึงจะพัฒนาไปถึงสังขารุเปกขาญาณ
    ไม่ใช่ว่าเริ่มภาวนาเป็นแล้ว อยู่ ๆ ก็ทำสภาวะไร้ปรุงแต่งขึ้นมา แล้วบอกว่าได้สังขารุเปกขาญาณแล้ว มันไม่ใช่อย่างนั้น
    แต่จะต้องผ่านวิปัสสนาญาณอื่น ๆ มาตามลำดับเสียก่อน ถ้าใครภาวนาแล้ว ไม่ได้ผ่านวิปัสสนาญาณอื่น ๆ มาตามลำดับแล้ว
    แต่ข้ามมาโผล่ที่สังขารุเปกขาญาณเลย ก็พึงระวังและใช้โยนิโสมนสิการให้ดีกว่าตนเองไปสร้างสภาวะขึ้นมาหรือเปล่า

    ๒. ประเด็นเรื่อง "สังขารุเปกขาญาณ" จะคล้ายนิพพานจริงหรือไม่นั้น
    ในเมื่อผมยังไม่เคยเห็นนิพพานจริง ก็ไม่รู้ว่าจะรับหรือแย้งอย่างไรนะครับ ก็ผ่านไปก็แล้วกัน
    แต่ละท่านก็ใช้โยนิโสมนสิการกันเอง หรือพยายามไปให้ถึงนิพพานของจริงเพื่อตรวจสอบกันเองแล้วกัน

    ๓. เรื่องสังขารุเปกขาญาณ เป็นอสังขตะสภาวะ เป็นอนัตตสภาวะ เป็นปรมัตถ์นั้น ผมสอบถามเพิ่มเติมนะครับ

    ๓.๑ ถ้า "สังขารุเปกขาญาณ" เป็น อสังขาร=ไม่ปรุงแต่ง แล้ว
    ในขณะนั้น ก็ยังมีวงจรปฏิจจสมุปบาทอยู่ใช่ไหมครับ และก็ย่อมมี "สังขาร" อยู่ในวงจรอยู่ เพราะยังมีอวิชชาอยู่
    แล้วทำไมจึงบอกว่า "อสังขาร" หมายความว่าอย่างไร

    ๓.๒ หากสังขารุเปกขาญาณ เป็นอนัตตสภาวะ เป็นปรมัตถ์
    แล้วญาณอื่น ๆ ในญาณ ๑๖ นั้น ก็เป็นอนัตตสภาวะ หรือปรมัตถ์ด้วยหรือไม่ครับ?

    ผมไม่ได้แย้งนะครับ เพียงแต่อ่านแล้ว รู้สึกว่ามีคำถามเท่านั้นครับ
    ถ้าคุณอโศกะสะดวกก็รบกวนอธิบายครับ ขอบคุณครับ :09:

    ผมเก็บเสื่อแล้วนะครับ ถ้าคุณกบฯ ยังติดใจเรื่องอื่นใดในกระทู้นี้แล้ว
    ก็เชิญดำเนินรายการต่อไปครับ :33:

    :82:
    เจริญธรรมนะครับคุณงดงาม

    กับคำถามก่อนม้วนเสื่อ ก็เป็นคำถามที่ดีนะครับ

    "ใครทำวิปัสสนาภาวนาเป็นแล้ว" นี่เป็นคำกล่าวที่ค่อนข้างจะรวบรัด และ ลัด ไปด้วย จนถึงสังขารุเปกขาญาณได้อย่างรวดเร็ว

    เป็นความหมายคล้ายกับการเจริญวิปัสสนาภาวนาไปจนเกิดวิปัสสนาญาณขึ้นไปตามลำดับนั่นแหละครับ

    "เป็นแล้ว" นี่ตีความได้กว้างและครอบคลุมพอสมควรนะครับ

    อีกประการหนึ่งย้ำว่า ต้อง พูดว่า "วิปัสสนาภาวนา" ไม่ใช่ "ภาวนา"
    เฉยๆ เพราะความหมายมันต่างกันมากครับ

    ข้อ 3.1 ขณะที่ทรงอยู่ในสังขารุเปกขาญาณ วงปฏิจจสมุปบาทหยุดหมุนไปชั่วขณะเวลาหนึ่ง เพราะไม่มีการปรุงแต่งว่าอะไรเป็นอะไร

    ข้อ 3.2 เมื่อถึงญาณที่ 11 สังขารุเปกขาญาณ จึงจะถึงภาวะที่เรียกว่า
    "อนัตตวิปัสสนา"เพราะจะไม่มีอัตตามาเกี่ยวข้องไปจนถึงญาณที่ 16

    จากญาณที่ 1-5 เป็นช่วงของ อนิจจวิปัสสนา
    จากญาณที่ 6-10 เป็นช่วงของ ทุกขวิปัสสนา
    จากญาณที่ 11-16 เป็นช่วงของ อนัตตวิปัสสนา

    สำหรับญาณที่ 16 นั้นก้ำกึ่งเพราะอาจมีอัตตาตัวละเอียดคือ มานะ มาเกี่ยวข้องด้วย อนัตตาจึงอาจไม่เต็มร้อยครับ
    :68:
  2. ในกระทู้หลักสูตร"เข็มทิศชีวิต"เราละกิเลสได้แบบใหนครับ

    ตอบ: 27 Jun 2017

    :34:
    คุณกบกำลังพยายามปกป้องและเห็นดีเห็นชอบกับการอบรมธรรมะราคาแพง
    555555555
    :13:
  3. ในกระทู้พุทธวัจจนะ

    ตอบ: 27 Jun 2017

    แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 26/06/2017 - 08:34 ]

    ขอถามต่อจาก คห ๘๗ นะครับ

    แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 20/06/2017 - 08:12 ]

    สังขารุเปกขาญาณ บางท่านก็เรียกว่า

    "นิพพานชิมลอง" หรือ "นิพพานหลอก"

    เพราะเขาคล้ายนิพพานจริงมาก

    สอบถามว่าทำไมจึงคล้ายกับนิพพานจริงครับ นิพพานเป็นบรมสุข
    สังขารุเปกขาญาณมีอาการเป็นบรมสุขด้วยหรือครับ?

    แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 20/06/2017 - 08:12 ]

    เป็นอสังขตะสภาวะ เป็นอนัตตสภาวะ เป็นปรมัตถ์

    รบกวนอธิบาย ๓ คำนี้ครับว่าทำไมจึงใช้ ๓ คำนี้อธิบาย "สังขารุเปกขาญาณ"

    อนึ่ง คุณอโศกะได้อธิบายใน คห ๘๙ แล้วว่า "อสังขาร=ไม่ปรุงแต่ง"
    สอบถามว่า ในขณะที่มี "สังขารุเปกขาญาณ" นั้นสภาวะนั้นไม่มีสังขารหรือครับ เหลือขันธ์ ๔ หรือครับ?

    ส่วนคำว่า "อนัตตสภาวะ" และ "ปรมัตถ์" นั้น ไม่แน่ใจว่าต้องการจะสื่อหรืออธิบายว่าอะไร?

    ขอบคุณมากที่สละเวลาครับ :09:

    :16:
    คุณงดงามเคยสังเกตพบไหมว่า ความนึกคิดปรุงแต่งไม่รู้จักหยุดหย่อน
    นั้นเป็นภาระและเป็นทุกข์ พอหยุดคิดนึกปรุงแต่งเสียได้แม้เพียงครึ่งนาที
    1 นาที ก็มีความสุขเบากายเบาใจขึ้นมาทันที

    นิพพาน เป็นที่สิ้นสุดแห่งความปรุงแต่งทั้งมวล ท่านจึงเรียกว่า
    "อสังขตะธรรม" "อมตะธรรม" "ปรมัตถธรรม" "ไม่มีอะไร" เป็นการเข้าถึงความไม่มีอะไรโดยถาวรไม่กลับกลอกเป็นอื่น

    ส่วนสังขารุเปกขาญาณนั้นเป็นการสิ้นสุดความปรุงแต่งไปชั่วคราวด้วยกำลัง
    แห่งญาณและเหตุปัจจัย ยังกลับกลอกและต้องกลับมาแบกรับภาระอยู่

    อุปมาคล้ายคนที่เป็นหนี้

    สังขารุเปกขาญาณดุจคนที่เป็นลูกหนี้ที่ดีได้รับการพักชำระหนี้ อะลุ้มอะหล่วย ไม่ถูกเร่งรัดหนี้เป็นครั้งคราวไป

    ส่วนคนที่ทำนิพพานให้แจ้งแล้ว ดุจคนที่หมดนี้ หรือมีจำนวนหนี้ที่แน่ชัดว่าลดลงไปสู่ความหมดหนี้ภายในกำหนดที่แน่นอน
    (หนี้คงค้าง 75%...50%....25%....หมดหนี้ หรือ จะหมดหนี้
    โดยสิ้นเชิงภายใน 7 ชาติ....3 ชาติ....ชาติเดียว....และหมดหนี้
    โดยสิ้นเชิง

    2.นิพพาน....อสังขตะ...อมตะ...อนัตตา...ปรมัตถัง...สัจจัง
    มีความหมายเดียวกันโดยธรรม

    อุปมาดุจคำว่า ดิน Soil Eart Ground ตี้(ภาษาจีน) หลิน(ภาษาไตย) และภาษาอื่นๆที่หมายถึง ดินหรือธาตุดิน

    สัจจะสากล คือ สภาพที่มีความ หนัก เบา แข็ง อ่อน ล้วนเป็นคุณลักษณะของธาตุดินทั้งสิ้นไม่ว่าจะบัญญัติเป็นภาษาไหน

    นิพพาน....ก็เช่นกันเป็นสัจจสากลที่ทุกคนสามารถเข้าไปสัมผัสรู้ได้
    หากใช้วิธีที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบแล้วนำมาสอน

    3.อนัตตสภาวะ และปรมัตถ์นั้น มีประสงค์จะให้ทราบว่า

    อนัตตสภาวะ คือสภาวะที่ไร้อัตตามาเกี่ยวข้องกำหนด บอก กล่าว สั่ง
    อธิบายให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้

    ปรมัตถ์....สูงยิ่ง พ้นโลก พ้นสมมุติบัญญัติจะอธิบายได้
    จะรู้ได้เพียงทางเดียวคือสัมผัสตรงที่ใจ
    :72:
    4.ที่สังขารุเปกขาญาณ นั้น ไม่มีสังขารหรือครับ? เหลือแค่ 4 ขันธ์หรือ?

    คำถามนี้เป็นความเข้าใจบัญญัติคำว่า "สังขาร"ไปคนละความหมายและ
    กาละเทศะ

    สังขาร=ความปรุงแต่งว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ สิ่งนั้นสิ่งนี้ เป็นความคิดนึก
    ปรุงแต่ง ....สังขารุเปกขาญาณ อยู่ในหมวดนี้ครับ

    สังขาร=ส่วนประกอบของร่างกาย และจิตใจหรือขันธ์ 5 เป็นเรื่องการอธิบายแยกแยะส่วนประกอบของกายใจ
  4. ในกระทู้เคยหลงว่าตนเป็นอริยะ..บ้างมั้ยครับ?

    ตอบ: 27 Jun 2017

    แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 26/06/2017 - 08:20 ]

    ขอถามต่อจาก คห ๕๒ ของคุณอโศกะนะครับ

    แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 20/06/2017 - 10:17 ]

    เวลานั้นวิบากแห่งกุศลจะทำให้สภาวะของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อย่างใดอย่างหนึ่งมาปรากฏเป็นผัสสะในจิต

    ธาตุ ๔ เป็นรูป แล้วมาปรากฏเป็นผัสสะต่อจิตได้อย่างไรครับ? ต้องเป็นผัสสะต่อตา หู จมูก ลิ้น กายหรือเปล่าครับ?

    แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 20/06/2017 - 10:17 ]

    มันไม่ใช่ความจำเป็น แต่มันเป็นไปตามลำดับแห่งธรรม เพียงแต่ว่าท่านผู้นั้นได้สังเกตเห็นตามโดยละเอียดหรือไม่เท่านั้นเอง

    แปลว่ามันมีอยู่ แต่ว่าบางท่านก็อาจจะเห็น และบางท่านก็อาจจะไม่เห็น ใช่ไหมครับ? หรือว่าทุกท่านจะต้องเห็น?

    :79:
    สาธุกับคำถามที่ดีของคุณงดงาม
    ธาตุ 4 ถึงแม้จะเป็นรูปตอนผัสสะ แต่ก็มาปรากฏให้รู้ที่จิตทุกอันไปในรูปของเวทนา
    สังเกตให้ดีนะครับ การรู้ธาตุ 4 ไม่ได้รู้ที่ตาเห็นแต่รู้ที่ใจสัมผัส ตามคุณลักษณะของธาตุนั้นๆ

    ดิน....หนัก เบา แข็ง อ่อน

    น้ำ....ซึมซับ เอิบอาบ ใหล หยด ย้อย แตกแยก เกาะกุมกันเข้า

    ลม....ไหว นิ่ง เจ็บ ปวด เต้น ตอด โยก คลอน

    ไฟ....ร้อน หนาว เย็น อุ่น

    2.สภาวะตามลำดับของวิปัสสนาญาณนั้นมีอยู่ครบทุกท่านที่ก้าวเข้าไปสู่การบรรลุธรรมแต่บางท่านก็อาจจะทันสังเกตเห็น บางท่านก็ไม่ทันสังเกตเห็น
    อุปมาคล้ายดังถนนจากกรุงเทพไปสู่ดอยสุเทพที่เชียงใหม่ ในการเดินทางของแต่ละท่านบางท่านก็อาจจะเก็บรายละเอียดสองข้างทางไปด้วยโดยตลอด บางท่านก็เก็บเฉพาะส่วนที่ตนชอบและสนใจ บางท่านก็หลับไปตลอดทางจนถึงเชียงใหม่ บางท่านก็เดินไป บางท่านก็ขับรถไปเอง
    บางท่านก็นั่งรถตู้ บางท่านก็นั่งรถทัวร์ บางท่านก็ขึ้นเครื่องบินไป
    การเก็บรายละเอียดกลับมาเล่าสู่กันฟังจึงแตกต่างกันไปตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัยของแต่ละท่านแต่ละคนครับ

    หมายเหตุ:พื้นที่และรายละเอียดของพื้นที่สองข้างทางจากกทม. ไปสูเชียงใหม่และดอยสุเทพเขามีอยู่ เป็นอยู่ตามธรรมอย่างนั้นมาตลอดอาจมีเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัยและกาลเวลา แต่ระยะทางคงเท่าเดิมกับทุกๆคน
    :82:
  5. ในกระทู้เคยหลงว่าตนเป็นอริยะ..บ้างมั้ยครับ?

    ตอบ: 23 Jun 2017

    แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 22/06/2017 - 05:15 ]

    ยกกระทู้..มาให้คนอื่นอ่าน...คราบป่ม

    :94:
    THANK YOU นะครับคุณกบ
    :76:
    คุณงดงามคงจะยังไม่มีเวลาว่างมาอ่านดู แต่ก็มีผู้ติดตามกระทู้อยู่หลายท่าน
    เรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้คงยากครัน สำหรับท่านผู้อ่านที่ยังใหม่ พึงให้ผ่านตาไว้ ไม่เป็นไร สัญญามี วันต่อไปคงรู้ทัน

    อันธรรมะมาจากภาคปฏิบัติ ต้องเคยทำเคยสัมผัส สภาวะทั้งหลาย
    จึงจะรู้ จะซึ้งจิตและเข้าใจ มิฉะนั้นจะเหมือนใบ้ไม่รู้เลย
    :78:

รายละเอียดของฉัน

ชื่อเล่น:
ตอบ 2000+
อายุ
ไม่บอกอายุ
วันเกิด
สิงหาคม 4
เพศ:
ที่อยู่:
191 ม.11 บ.หนองยาว ต.แม่สูน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50110
สิ่งที่สนใจ:
ช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพื่อความสุขสงบร่มเย็นแก่ชาวโลก

รายละเอียดวิธีติดต่อ

อีเมลล์
กดที่นี่เพื่ออีเมล์
MSN:
MSN  asoka2555@hotmail.co.th
Facebook:
Facebook  asoka2555@hotmail.co.th

ความเห็น

อโศกะ ยังไม่มีใครแสดงความเห็นเลย คุณจะฝากคำทักทายไว้ไหมครับ