ลานธรรมเสวนา: เคยหลงว่าตนเป็นอริยะ..บ้างมั้ยครับ? - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

เคยหลงว่าตนเป็นอริยะ..บ้างมั้ยครับ?

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1180
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 11/05/2017 - 14:58

อิอิ ..

เพื่อนๆ...มีใครเคยหลงว่าตนเป็นอริยะบุคคลบ้างมั้ยครับ?...

ใครไม่เคย...หลง...ก็ช่วยบอกได้มั้ยครับ..ว่าไม่เคยหลง

อือิ...

ส่วนตัวผม....รอเพื่อนๆ..ก่อน..

:99: :99:
0


  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - ngodngam - กบนอกกะลา -

#40 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1180
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 03/06/2017 - 06:19

ส่วนคำถามผมที่ว่าพุทธแท้หรือพุทธเทียม..

เท่าที่อ่าน...ทำให้เข้าใจว่า..อโศกะเห็นว่าคนที่ปฏิบัติแล้วหลงก็ถือว่าเป็นพุทธแท้ได้...

ประเด็นนี้...ผิดถูกยังงัย..ผมไม่ต่อ..นะ..
0



#41 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2351
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 03/06/2017 - 08:54

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 03/06/2017 - 06:15 ]

เอางัยต่อ...ละคับ

ประเด็นของงดงาม...นี้นะ

ขอผมไปค้นและศึกษาก่อนครับ ขอเวลาสักช่วงหนึ่งครับ :33:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#42 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1180
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 08/06/2017 - 06:24

อธิศีล.....เป็นอารมณ์ของพระโสดา...พระสกิคา
อธิจิต...เป็นอารมณ์ของพระอนาคามี
อธิปัญญา...เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์..

ฝากใว้แค่นี้ก่อน...
0



#43 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2351
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 12/06/2017 - 22:37

ขอต่อจาก คห ๓๘ ของผมข้างต้นนะครับ
เอาประเด็นแรกก่อน คือ คห ๒๔ ของคุณอโศกะครับ

แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 01/06/2017 - 07:16 ]

ส่วนประเด็นนี้แปลกมาก ขอค้างไว้ก่อนครับ เดี๋ยวมีเวลาแล้วจะมาช่วยดูให้นะครับ

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 27/05/2017 - 07:51 ]

คนจะบรรลุโสดาบันนี้ เขาจะต้องมีฝันก่อน ฝันว่าทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จด้วยดี
เคยสังเกตไหมครับ?

2.ร่างกายจะขับของเสียออกเยอะมาก ก่อนวันบรรลุธรรม

ผมค้นไม่เจอเรื่องเหล่านี้เลย ลองอ่านประวัติบรรดาสาวกทั้งหลายก็ไม่มีนะครับ

ในเรื่องฝันนั้น ที่พบคือในอรรถกถา "สุปินสูตร" กล่าวว่า ฝันเกิดได้จากเหตุ ๔ อย่าง
แต่ก็ไม่ได้กล่าวว่าถ้าจะบรรลุธรรมแล้วจะต้องมีฝันมาก่อน หรือต้องมีบุรพนิมิตมาก่อน

อ้างอิง

ผู้ฝันย่อมฝันด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ เพราะธาตุกำเริบ ๑ เพราะเคยเป็นมาก่อน ๑ เพราะเทวดาดลใจ ๑ เพราะบุรพนิมิต ๑.
ในฝันเหล่านั้น คนธาตุกำเริบ เพราะดีเป็นต้น เป็นเหตุทำให้กำเริบย่อมฝัน เพราะธาตุกำเริบ และเมื่อฝัน ย่อมฝันหลายอย่าง
เช่น ฝันว่าตกจากภูเขา ว่าไปทางอากาศ ว่าถูกเนื้อร้าย ช้างและโจรเป็นต้นไล่ตาม.
เมื่อฝันโดยเคยเป็นมาก่อน ย่อมฝันถึงอารมณ์ที่เป็นมาแล้วในกาลก่อน.
สำหรับผู้ฝันโดยเทวดาดลใจ ทวยเทพบันดาลอารมณ์หลายอย่าง เพราะประสงค์ดีก็มี เพราะประสงค์ร้ายก็มี
เมื่อฝันโดยบุรพนิมิต (ลางบอกล่วงหน้า) ย่อมฝัน
อันเป็นบุรพนิมิตของประโยชน์หรือของความพินาศที่ประสงค์จะเกิดด้วยอำนาจบุญและบาป
ดุจพระชนนีของพระโพธิสัตว์ ได้นิมิตในการได้พระโอรส ดุจพระเจ้าโกศลทรงฝันเห็นสุบิน ๑๖
และดุจพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้แล ครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงฝันเห็นมหาสุบิน ๕ ประการนี้.

ในฝันเหล่านั้น ฝันเพราะธาตุกำเริบ และเพราะเคยเป็นมาก่อนไม่จริง.
ฝันเพราะเทวดาดลใจ จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เพราะว่า เทวดาทั้งหลายโกรธขึ้นมา
ประสงค์จะให้ถึงความพินาศด้วยอุบาย จึงแสร้งทำให้ผิดปกติ.
แต่ฝันเพราะบุรพนิมิต เป็นจริงโดยส่วนเดียวแท้.
แม้เพราะความเกี่ยวข้องของมูลเหตุ ๔ อย่างเหล่านี้ต่างกัน ฝันจึงต่างกันไป
ฝันแม้ทั้ง ๔ นั้น พระเสกขะและปุถุชนย่อมฝัน เพราะยังละวิปัลลาสไม่ได้.
พระอเสกขะไม่ฝัน เพราะละวิปัลลาสได้แล้ว.
http://84000.org/tip....php?b=22&i=196

ถ้าหากเราจะพิจารณาในสมัยพุทธกาลนะครับ
ในตอนเช้าแต่ละวันนั้น พระพุทธเจ้าท่านจะทรงใช้พระญาณตรวจสอบเวไนยสัตว์ว่าท่านจะทรงไปโปรดใคร
ทีนี้ หากจะบอกว่าก่อนใครบรรลุธรรมแล้ว ร่างกายจะถ่ายของเสียออกมาก่อนหนึ่งวัน หรือจะต้องมีฝันก่อนล่วงหน้าแล้ว
ก็น่าสงสัยนะครับว่า ร่างกายเจ้าตัวเขารู้ก่อนหรือครับ ถึงได้ถ่ายของเสียออกก่อน
เพราะหนึ่งวันก่อนหน้านั้น พระพุทธเจ้าท่านยังไม่ได้ใช้พระญาณตรวจสอบเวไนยสัตว์เลยนะครับ

แล้วเวลาที่เราอ่านพุทธประวัตินั้น เราเคยพบไหมครับว่าท่านปัจจวัคคีย์ หรือพระสาวกท่านไหนก็ตาม
มีฝันทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จด้วยดี หรือร่างกายได้ถ่ายของเสียออกมาก่อนหนึ่งวันก่อนบรรลุธรรม
ไม่เคยอ่านพบสักท่านหนึ่งนะครับ ผมจึงขอแนะนำว่าไม่ควรไปยึดเรื่องนี้เป็นหลักเกณฑ์พิจารณานะครับ
แต่ควรจะยึดหลักเกณฑ์การพิจารณาว่า พระโสดาบันท่านละสังโยชน์ ๓ ได้ และมีศีลสมบูรณ์
พิจารณาจากหลักเกณฑ์นี้จะปลอดภัยกว่านะครับ

ไม่อย่างนั้นแล้ว สมมุติว่าใครฝันดีว่าทำกิจใดกิจหนึ่งสำเร็จ แล้ววันนั้นเกิดท้องเสียด้วย
แล้วไปหลงเข้าใจว่าตนเองบรรลุธรรม มันจะไปผิดทางแล้วครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#44 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2351
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 12/06/2017 - 23:44

อีกประเด็นหนึ่งคือ ธาตุ ๔ ส่งให้บรรลุธรรม อันนี้ก็ค้นไม่เจอ แต่พิจารณาแล้วไม่น่าจะใช่นะครับ
โดยการบรรลุธรรม คือจิตมีวิชชา หรือมีปัญญา
ซึ่งการที่จะอธิบายว่าธาตุ ๔ คือดิน น้ำ ลม ไฟ ไปส่งให้จิตบรรลุธรรม มันไม่น่าจะใช่ครับ

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 28/05/2017 - 05:54 ]

ธรรมที่มาส่งให้คนบรรลุอริยะแต่ละชั้นนั้นคือธาตุทั้ง 4 ธาตุใดธาตุหนึ่งตัวอย่างเช่น

พระพุทธเจ้ามีธาตุไฟส่ง ท่านกล่าวไว้แปลเป็นไทยได้ความว่า

อุปมาเหมือนมีบุรุษร่างกำยันล่ำสัน 4 คน จับพระหัตถ์และพระบาททั้ง 4 ด้านแล้วยกพระวรกายของพระองค์ท่านขึ้นย่างบนไฟอันร้อนจัด

ร้อนวูบ แล้วดับไป มรรค 4 มรรคก็เกิดต่อๆกันไปในคราวเดียวจนจบ ตามวิสัยของพระพุทธเจ้าที่ทำมรรค 4 มรรคสำเร็จในคราวเดียว

ในเรื่องของอาการของพระพุทธเจ้าตอนบรรลุธรรมนี้ ผมก็หาไม่พบนะครับ
ไม่ทราบเหมือนกันว่านำมาจากไหน หรือว่ามีจริงหรือเปล่า อาจจะไม่มีก็ได้นะครับ ก็ฟังหูไว้หูครับ
ถ้าท่านไหนอ่านเจอ ก็รบกวนนำมาแชร์ด้วยแล้วกันนะครับ

ในส่วนของตัวอย่างของหลวงปู่ชา และหลวงปู่มั่นที่คุณอโศกะได้ยกมานั้น
ผมอ่านแล้ว ไม่ได้ความอย่างที่คุณอโศกะขยายความนะครับ

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 29/05/2017 - 04:00 ]

เคยรู้ไหมว่าหลวงปู่ชาบรรลุธรรมโดยธาตุน้ำส่ง คือท่านเล่าให้ฟังว่า "ที่สุดเห็นร่างกายนี้แตกเป็นจุลมหาจุณแล้วดับไป"

ส่วนหลวงปู่มั่นนั้นท่านเพียงแต่เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า

"เหมือนคนตกต้นไม้มันไม่ทันได้รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เผื่อรู้ตัวก็นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแล้ว"

อันนี้อาจสันณิษฐานได้ว่าเป็นธาตุดินส่ง เพราะความหนักแล้วตกจากที่สูง วูบเดียวถึงพื้นเลย

ธาตุดินส่งนี่บางท่านก็รู้สึกว่าตัวหรือจิตเบาหวิวลอยพุ่งพรวดพ้นขึ้นข้างบน ศีรษะแล้วดับไป

บางท่านธาตุลมส่ง คือเจ็บปวดจนสุดขีดแล้วดับไป เป็นต้น


ตรงที่บอกว่า "ที่สุดเห็นร่างกายนี้แตกเป็นจุลมหาจุณแล้วดับไป"
ตรงนี้ผมเห็นว่าไม่น่าจะแปลว่าบรรลุธรรมนะครับ
ร่างกายดับไปแล้วจะแปลว่าบรรลุธรรมยังไงครับ?
อย่างนี้ถ้าใครนั่งสมาธิแล้ว เห็นร่างกายแตกดับไป ก็คือบรรลุธรรมหรือครับ?
(อนึ่ง ผมไม่ได้บอกว่าหลวงปู่ท่านไม่ได้บรรลุนะครับ
ผมแค่บอกว่าประโยคนี้ไม่น่าจะหมายความว่าบรรลุธรรม
ถ้ามีหนังสืออ้างอิงอยู่ ผมเสนอว่าน่าจะคัดมาทั้งย่อหน้านะครับว่าท่านเล่าว่าอย่างไร)

ในส่วนของหลวงปู่มั่นนั้น ผมอ่านแล้วเข้าใจว่าขณะที่บรรลุธรรมนั้น มันรวดเร็วเปรียบเหมือนตกต้นไม้
แต่ท่านไม่ได้บอกว่าท่านมีอาการเหมือนตกจากที่สูงนะครับ
นี่ไปสรุปว่าท่านบรรลุธรรมด้วยอาการเหมือนตกต้นไม้ คือมีธาตุดินส่ง ผมว่าไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ สังเกตว่าความเห็นของคุณอโศกะจะมีคำว่า "ดับไป" อยู่นะครับ
ตรงนี้พึงระวังให้ดีนะครับว่า แปลว่าอะไร? :95:
ถ้า "ดับไป" แปลว่าสลบไปหรือวูบไป แล้วคิดว่าบรรลุธรรมแล้วล่ะก็น่าจะเข้าใจผิดครับ
ลองอ่านในประวัติของพระสาวกนะครับ
เวลาที่บรรลุธรรมนั้น ไม่มีองค์ไหนที่มีอาการสลบไปหรือวูบดับไปนะครับ

ที่สำคัญ คือในขณะที่บรรลุธรรมนั้น ต้องมีองค์มรรคครบ ๘ ซึ่งก็รวมทั้งสัมมาสติ และสัมมาสมาธิด้วย
ดังนั้น ถ้าสลบไปหรือวูบดับไป แล้วหลงเข้าใจว่าเป็นการบรรลุธรรม น่าจะเข้าใจผิดแล้วครับ
เพราะไม่มีสติ และไม่มีสมาธิแล้ว ขณะนั้นไม่มีองค์มรรคครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#45 ผู้ใช้ออฟไลน์   ประสงค์ มีนบุรี ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 130
  • สมัคร: 06/02/2004

ตอบ: 13/06/2017 - 06:50

ผมเคยหลงว่าผมเป็นพระพุทธเจ้าเลย เชื่อมั๊ยครับ
0



#46 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2231
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 13/06/2017 - 11:24

:68:
อ่านความเห็นของคุณงดงามทั้ง 2 ตอนแล้วสรุปได้ว่า เพราะหลายอย่างไม่มีเขียนบอกไว้ในตำรา หนังสือหรือคัมภีร์ ในภาษาไทย คุณงดงามจึงค้นหายังไงก็ไม่เจอ

อาการของคนจะบรรลุธรรม 2 ข้อที่ยกมาให้ดูคือ
ฝันพบความสำเร็จและขับของเสียสกปรกออกจากร่างกายนั้น เป็นการสังเกตการณ์ บันทึกและบอกต่อกันมาในสำนักปฏิบัติธรรมของท่านพระอาจารย์เจ้ามาวหลวงเมืองต้างยาน ประเทศพม่าตอนเหนือ ท่านพระอาจารย์อริยวังโส(ไตย)นำมาถ่ายทอดให้ฟัง สังเกตให้ดีว่าเป็นการปฏิบัติธรรมที่มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องในสำนักและเครือข่ายของท่านเจ้ามาวหลวง คุณงดงามจึงคงต้องหาหรือรอโอกาสได้พบบุคคลจากเครือข่ายของเจ้ามาวหลวง

ส่วนเรื่องบรรลุโดยกำลังของธาตุอะไรส่งนั้น ได้รับคำบอกเล่าจากหลวงพ่อ
ธี วิจิตตธัมโม สำนักวิปัสสนาถ้ำวัวอนัตตาราม อ.เชียงดาวครับ

สิ่งที่ไม่มีบอกในคัมภีร์แต่มีอยู่ในชีวิตจริงนั้นก็มีเยอะนะครับ พึงฟังหูไว้หูไปเรื่อยๆก่อนอย่าเพิ่งด่วนตัดสินหรือฟันธงลงไป วันหนึ่งข้างหน้าอาจจะมีเหตุปัจจัยได้รู้ความจริง หรือาจจะได้สัมผัสด้วยตนเองด้วยซ้ำไป เพราะสิ่งที่เล่ามานี้เป็นอุทธยานหรือสวนดอกไม้ข้างทางเดินไปสู่นิพพานคือถนนสายมรรค 8 หลายท่านรีบเดินอาจไม่พบรายละเอียด หลายท่านเดินไปสังเกตไปอาจพบรายละเอียดเหล่านี้

ทั้งหมดนี้คือ "ธรรมทัศนะ" เท่านั้น มิได้มีใครมาบังคับใครให้เชื่อหรือคล้อยตาม ผู้พิสูจน์ธรรมจริง ถึงจริงคงรู้ได้ด้วยปัจจัตตัง

อนึ่งกรณีที่คาดเดาว่าถ้าอย่างนั้นพระอรรคสาวกมหาสาวกปกติสาวกทั้งหลายในครั้งพุทธกาลก็คงต้องเป็นกันอย่างนี้ทั้งหมดมั้ง อันนี้ก็ตัดสินฟันธงลงไปเองก็ไม่ได้ เพราะไม่มีการเขียนรายละเอียดบันทึกไว้ในคัมภีร์ อาจมีก็ได้ อาจไม่มีก็ได้ เป็นได้ทั้ง 2 ทาง

ส่วนการบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าที่ทำมรรค 4 มรรคให้เกิดในคราวเดียวและมีธาตุไฟส่งนั้น คงมีในคัมภีร์อรรถกถาจารย์ของพม่า ใครมีโอกาสได้พบหลวงพ่อธีก็ลองถามดูนะครับ

ธรรมทัศนะ ๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อความแตกฉานในอรรถะและธรรม
:82:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 13/06/2017 - 11:27

0



#47 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1180
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 13/06/2017 - 14:03

แสดงข้อความที่โพสต์ประสงค์ มีนบุรี [ 13/06/2017 - 06:50 ]

ผมเคยหลงว่าผมเป็นพระพุทธเจ้าเลย เชื่อมั๊ยครับ


การหลง เป็นเรื่องธรรมดา..ครับ

มักใหญ่....ก็หลงใหญ่..เป็นธรรมดา

:10: :10: :10:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย กบนอกกะลา: 13/06/2017 - 14:05

0



#48 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2231
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 14/06/2017 - 11:32

:106:

อ้างอิง

ตรงที่บอกว่า "ที่สุดเห็นร่างกายนี้แตกเป็นจุลมหาจุณแล้วดับไป"
ตรงนี้ผมเห็นว่าไม่น่าจะแปลว่าบรรลุธรรมนะครับ
ร่างกายดับไปแล้วจะแปลว่าบรรลุธรรมยังไงครับ?
อย่างนี้ถ้าใครนั่งสมาธิแล้ว เห็นร่างกายแตกดับไป ก็คือบรรลุธรรมหรือครับ?
(อนึ่ง ผมไม่ได้บอกว่าหลวงปู่ท่านไม่ได้บรรลุนะครับ
ผมแค่บอกว่าประโยคนี้ไม่น่าจะหมายความว่าบรรลุธรรม
ถ้ามีหนังสืออ้างอิงอยู่ ผมเสนอว่าน่าจะคัดมาทั้งย่อหน้านะครับว่าท่านเล่าว่าอย่างไร)

ในส่วนของหลวงปู่มั่นนั้น ผมอ่านแล้วเข้าใจว่าขณะที่บรรลุธรรมนั้น มันรวดเร็วเปรียบเหมือนตกต้นไม้
แต่ท่านไม่ได้บอกว่าท่านมีอาการเหมือนตกจากที่สูงนะครับ
นี่ไปสรุปว่าท่านบรรลุธรรมด้วยอาการเหมือนตกต้นไม้ คือมีธาตุดินส่ง ผมว่าไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ สังเกตว่าความเห็นของคุณอโศกะจะมีคำว่า "ดับไป" อยู่นะครับ
ตรงนี้พึงระวังให้ดีนะครับว่า แปลว่าอะไร? :95:
ถ้า "ดับไป" แปลว่าสลบไปหรือวูบไป แล้วคิดว่าบรรลุธรรมแล้วล่ะก็น่าจะเข้าใจผิดครับ
ลองอ่านในประวัติของพระสาวกนะครับ
เวลาที่บรรลุธรรมนั้น ไม่มีองค์ไหนที่มีอาการสลบไปหรือวูบดับไปนะครับ

ที่สำคัญ คือในขณะที่บรรลุธรรมนั้น ต้องมีองค์มรรคครบ ๘ ซึ่งก็รวมทั้งสัมมาสติ และสัมมาสมาธิด้วย
ดังนั้น ถ้าสลบไปหรือวูบดับไป แล้วหลงเข้าใจว่าเป็นการบรรลุธรรม น่าจะเข้าใจผิดแล้วครับ
เพราะไม่มีสติ และไม่มีสมาธิแล้ว ขณะนั้นไม่มีองค์มรรคครับ

:72:
ตอบคุณงดงามต่อ

"สภาวธรรมเกิด ดับ" คำพูดนี้คุณงดงามคงเข้าใจนะครับ

ดับไป นั้นมิใช่เป็นลมสลบวูบอะไรอย่างที่คุณงดงามคิดเดานะครับ

หลังจากสภาวธรรมที่ปรากฏดังแจ้งดับไป ปัจจุบันสภาวะอันใหม่ที่เป็นปัจจุบันก็จะเกิดขึ้นมาแทน
สภาวะปัจจุบันอันใหม่นั้นมิได้แสดงให้ฟังจึงทำให้คุณงดงามคาดเดาไปต่างๆนาๆ

ถ้าจะเล่าให้ฟังคร่าวๆให้เข้าใจพอเป็นสังเขปก็อาจจะพอบอกได้ว่า

หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลงก็จะเกิดแรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ โคตรภูญาณ มรรคญาณ ผลญาณ
จนไปสิ้นสุดที่ ปัจจเวกขณะญาณ ที่ปัจจเวกขณญาณนั้นแหละจึงจะทำให้รู้ย้อนหลังในอดีตที่เกิดขึ้นชั่วพริบตาเดียวนั้นว่า อะไรเกิดขึ้น อะไรหมดไป อะไรคงเหลือแล้วปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น เพราะอะไร?
:73:
เชิญสงสัยกันต่อนะครับ
:43:
0



#49 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4207
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/06/2017 - 08:04

:09:

อุปมาเหมือนคนเคยปวดฟัน ถึงแม้จะพยายามอธิบายให้คนที่ไม่เคยปวดฟันมาก่อนได้ฟังยังไงเค้าก็มิอาจจะเข้าใจสภาวะที่แท้จริงนั้นได้ครับ หากไม่เจอกับตัวเองจริงๆแล้วย่อมที่จะมีข้อสงสัยอีกต่อไปครับ คนที่เคยผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้วเท่านั้นถึงจะรู้ดีครับ

รู้เฉพาะตนครับ เรียนไว้ดั่งนี้ครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#50 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2351
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 18/06/2017 - 11:12

ขอบคุณคุณอโศกะที่สละเวลาอธิบายครับ
คำอธิบายใน คห ๔๘ นี้ละเอียดขึ้น และทำให้เข้าใจมากกว่าใน คห ๓๑

ทีนี้ ใน คห ๓๑ คุณอโศกะบอกว่า "ธาตุใดธาตุหนึ่งในธาตุ 4 ส่งเข้ามรรค"
และใน คห ๔๘ อธิบายว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลงก็จะเกิดแรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ โคตรภูญาณ มรรคญาณ ผลญาณ จนไปสิ้นสุดที่ ปัจจเวกขณะญาณ"

เรียนถามว่าเพิ่มเติม ที่กล่าวว่า ๑. "ส่งเข้ามรรค" นี้ มีจุดตัดไหมครับว่าตรงไหนคือเข้ามรรค? อนุโลมญาณคือเข้ามรรคหรือครับ?

๒. แรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ มันมาจากธาตุ ๔ ที่ได้กล่าวใน คห ๓๑ หรือครับ? ไม่ใช่มาจากการที่จิตได้ภาวนามาจนเกิดปัญญาเพียงพอแล้วหรือครับ?

๓. ทุกคนจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนที่ว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลง" แล้วจึงจะไป "อนุโลมญาณ" หรือครับ? เป็นไปได้ไหมครับว่าบางท่านอาจจะไม่มีสภาวธรรมดังกล่าว แต่ผ่านไปที่อนุโลมญาณเลย?
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#51 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1180
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 19/06/2017 - 11:32

รออโศกะ..ชี้แจง..

อิอิ..
0



#52 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2231
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 20/06/2017 - 10:17

แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 18/06/2017 - 11:12 ]

ขอบคุณคุณอโศกะที่สละเวลาอธิบายครับ
คำอธิบายใน คห ๔๘ นี้ละเอียดขึ้น และทำให้เข้าใจมากกว่าใน คห ๓๑

ทีนี้ ใน คห ๓๑ คุณอโศกะบอกว่า "ธาตุใดธาตุหนึ่งในธาตุ 4 ส่งเข้ามรรค"
และใน คห ๔๘ อธิบายว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลงก็จะเกิดแรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ โคตรภูญาณ มรรคญาณ ผลญาณ จนไปสิ้นสุดที่ ปัจจเวกขณะญาณ"

เรียนถามว่าเพิ่มเติม ที่กล่าวว่า ๑. "ส่งเข้ามรรค" นี้ มีจุดตัดไหมครับว่าตรงไหนคือเข้ามรรค? อนุโลมญาณคือเข้ามรรคหรือครับ?

๒. แรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ มันมาจากธาตุ ๔ ที่ได้กล่าวใน คห ๓๑ หรือครับ? ไม่ใช่มาจากการที่จิตได้ภาวนามาจนเกิดปัญญาเพียงพอแล้วหรือครับ?

๓. ทุกคนจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนที่ว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลง" แล้วจึงจะไป "อนุโลมญาณ" หรือครับ? เป็นไปได้ไหมครับว่าบางท่านอาจจะไม่มีสภาวธรรมดังกล่าว แต่ผ่านไปที่อนุโลมญาณเลย?

:82:
อนุโมทนากับคำถามของคุณงดงาม อันทำให้มีเหตุปัจจัยได้แสดงธรรมต่อไป
:72:
จุดต่อและจุดตัดส่งเข้ามรรคคือ อนุโลมญาณ หรือ สัจจนุโลม หรือ
มรรคสมังคี

ผู้เจริญวิปัสสนาภาวนาเมื่อมาถึงสังขารุเปกขาญาณได้แล้ว และชำนาญในการเข้าถึง ก็ประดุจเป็นผู้ที่ได้มาอยู่รอที่หน้าประตูเข้าสู่พระนิพพาน รอเพียงแต่การสะสมพลังแห่งเหตุและปัจจัยให้ถึงพร้อมก็จะส่งให้เกิดการสมังคีของมรรคที่เรียกว่า "อนุโลมญาณ"โพธิปักขิยธรรมทั้งหมดจะมารวมเป็นหนึ่งที่นี่แล้วเกิดพลังส่งข้ามโคตรจากปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชน

ธาตุ 4 ธาตุใดธาตุหนึ่งตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัยที่สร้างสมมาของผู้ปฏิบัติแต่ละคนจะมาปากฏชัดและเป็นแรงส่งให้เข้าสู่อนุโลมญาณตอนที่
จิตถอนออกจากสังขารุเปกขาญาณใหม่ๆซึ่งจะมีกำลังแห่งสัมมาสมาธิและสัมมาทิฏฐิเต็มร้อยและบริสุทธิ์ เวลานั้นวิบากแห่งกุศลจะทำให้สภาวะของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อย่างใดอย่างหนึ่งมาปรากฏเป็นผัสสะในจิตแล้วไปปรากฏชัดเป็น อนิจจัง ทุกขังหรืออนัตตา อย่างใดอย่างหนึ่งเช่นกันตามบุญวาสนาบารมีของแต่ละท่านแต่ละคน ส่งขึ้นสูงสุดแล้วดับวูบไป ส่งต่อให้ อนุโลมญาณ....ต่อไปสู่ มรรคญาณ....ผลญาณ(นิพพาน)เสวยผลสองสามขณะจิตแล้วถอยลงมาสู่ปัจจเวกขณญาณ สิ่งที่กล่าวนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมากดุจจะชั่วพริบตาเดียว จะรู้ได้ชัดแยกแยะได้ละเอียดในเวลาปัจเวกเท่านั้น จึงมีอาการเหมือนการดับวูบหายไปแล้วคืนกลับมารู้ใหม่ ชีวิตจิตใจก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเสียแล้วเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ สิ่งที่จะชัดเจนมากในตอนแรกสุดคือ

ความรู้สึกกลวง โบ๋ จากความเป็นตัวเป็นตน

ความไม่มีผู้รับและตอบโต้กับผัสสะและเวทนาทั้งปวง

เหมือนการปรบมือข้างเดียว

2.คำตอบข้อ 2 คงมีรวมอยู่ในคำตอบที่ 1 มีเพิ่มเติมจากที่ถามว่า

อ้างอิง

ไม่ใช่มาจากการที่จิตได้ภาวนามาจนเกิดปัญญาเพียงพอแล้วหรือครับ?


จิตที่ภาวนามาเพียงพอได้ที่ ก็คือได้มาถึงสังขารุเปกขาญาณนั่นเอง

3

อ้างอิง

.ทุกคนจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนที่ว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลง" แล้วจึงจะไป "อนุโลมญาณ" หรือครับ?


มันไม่ใช่ความจำเป็น แต่มันเป็นไปตามลำดับแห่งธรรม เพียงแต่ว่า
ท่านผู้นั้นได้สังเกตเห็นตามโดยละเอียดหรือไม่เท่านั้นเอง บางท่านก็จำรายละเอียดข้างทางมาบอกได้เยอะ อย่างเช่นท่านพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเป็นลักษณะของท่านที่เป็นปฏิสัมภิทาหรือปัญญาวิมุติ

แต่บางท่านบางองค์ท่านผ่านเข้าไปเร็วด้วยอำนาจเจโตวิมุติ ท่านเหล่านี้จะไม่เก็บรายละเอียดมาเล่าให้ฟังได้มาก อย่างเช่นที่หลวงปู่มั่นเล่าให้ศิษย์ฟังว่า ไม่ไม่ทันรู้รายละเอียดอะไร เหมือนคนตกต้นไม้เผื่อได้ยินเสียง โครม!
มันก็ไปนอนแอ้งแม้งบนดินแล้ว ดังนี้เป็นต้น
:72:
:82:
:73:
0



#53 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1180
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 22/06/2017 - 05:15

ยกกระทู้..มาให้คนอื่นอ่าน...คราบป่ม
0



#54 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2231
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 23/06/2017 - 06:52

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 22/06/2017 - 05:15 ]

ยกกระทู้..มาให้คนอื่นอ่าน...คราบป่ม

:94:
THANK YOU นะครับคุณกบ
:76:
คุณงดงามคงจะยังไม่มีเวลาว่างมาอ่านดู แต่ก็มีผู้ติดตามกระทู้อยู่หลายท่าน
เรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้คงยากครัน สำหรับท่านผู้อ่านที่ยังใหม่ พึงให้ผ่านตาไว้ ไม่เป็นไร สัญญามี วันต่อไปคงรู้ทัน

อันธรรมะมาจากภาคปฏิบัติ ต้องเคยทำเคยสัมผัส สภาวะทั้งหลาย
จึงจะรู้ จะซึ้งจิตและเข้าใจ มิฉะนั้นจะเหมือนใบ้ไม่รู้เลย
:78:
0



#55 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2351
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 23/06/2017 - 07:55

ขอบคุณคุณอโศกะใน คห ๕๒ ครับ
ผมจะมาอ่านอีกทีนะครับ
หากรีบตอบ เดี๋ยวผมเบลอตอบมั่วเข้าป่าไปอีกครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#56 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2351
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 26/06/2017 - 08:20

ขอถามต่อจาก คห ๕๒ ของคุณอโศกะนะครับ

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 20/06/2017 - 10:17 ]

เวลานั้นวิบากแห่งกุศลจะทำให้สภาวะของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อย่างใดอย่างหนึ่งมาปรากฏเป็นผัสสะในจิต

ธาตุ ๔ เป็นรูป แล้วมาปรากฏเป็นผัสสะต่อจิตได้อย่างไรครับ? ต้องเป็นผัสสะต่อตา หู จมูก ลิ้น กายหรือเปล่าครับ?

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 20/06/2017 - 10:17 ]

มันไม่ใช่ความจำเป็น แต่มันเป็นไปตามลำดับแห่งธรรม เพียงแต่ว่าท่านผู้นั้นได้สังเกตเห็นตามโดยละเอียดหรือไม่เท่านั้นเอง

แปลว่ามันมีอยู่ แต่ว่าบางท่านก็อาจจะเห็น และบางท่านก็อาจจะไม่เห็น ใช่ไหมครับ? หรือว่าทุกท่านจะต้องเห็น?
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#57 ผู้ใช้ออฟไลน์   มันเป็นเช่นนั้นเอง ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 103
  • สมัคร: 01/06/2009

ตอบ: 26/06/2017 - 19:26

ลักษณะการที่จิตเข้าสู่อริยะ

ประวัติ หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จ.สุรินทร์ (พระพิศาลศาสนกิจ)

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล บวชเมื่อปี 2515 เมื่อท่านอายุได้ 20 ปี เมื่อท่านได้บวชแล้ว วันแรกหลวงปู่บอกว่าให้ไปนั่งภาวนากับหมู่เพื่อน โดยบอกว่าให้กำหนดลมหายใจเข้าพุท ออกโธ เหมือนปกติที่ตามแบบวัดป่า หลวงพ่อท่านได้เล่าให้ฟังว่า ท่านก็กำหนดตามที่หลวงปู่สอน แต่ในจิตลึกๆ มันบอกท่านว่า ถ้ามัวจะตามลมหายใจเข้า และออกอยู่อย่างนี้มันจะสงบได้อย่างไร ท่านจึงเปลี่ยนใหม่ว่า เมื่อกำหนดลมหายใจเข้าแล้ว เวลาลมหายใจออกท่านไม่ตามลมออก กลับกำหนดเข้าไปข้างใน

ท่านบอกว่าท่านนั่งกำหนดได้ไม่นาน มันกลับดิ่งเข้าไปจนมันทะลุ แล้วจิตท่านก็เปลี่ยนเลย ท่านบอกว่าครั้งแรกที่นั่งมันเหมือนตาย ตายแล้วเกิดใหม่ เช้าวันรุ่งขึ้น หลวงปู่เรียกหาเณรให้ไปดูพระที่เพิ่งบวชใหม่ให้มาหาหลวงปู่ หลวงปู่ก็ถามว่า ภาวนา เป็นยังไง หลวงพ่อบอกว่า ไม่ทราบว่ายังไงนะครับหลวงปู่ แต่จิตผมมันว่าพุทโธเองอยู่ในใจนี่แม๊บๆๆ ไม่ยอมออก หลวงปู่ช่วยเอาออกที หลวงปู่จึงได้นั่งกำหนดดูอยู่ แล้วก็บอกว่า เอาออกไม่ได้หรอก จิตเขาว่าพุทโธเอง ตอนนี้คุณน่ะเปลี่ยนแล้ว

หลวงตาเยื้อน ท่านเล่าให้ฟังว่า ท่านบอกว่าตอนนั้นจิตมันว่าแต่พุทโธเอง จะคิดถึงบ้านก็ไม่ได้ จะนึกถึงแม่ก็ไม่ได้ ตาที่มองไปทางไหนมันก็ทะลุไปหมด เห็นอะไรก็ละลายไปหมด ตอนนั้นท่านบอกว่า ท่านอยากนั่ง ใจมันก็สั่งให้เดินจงกรม เดินจงกรมรอบโบสถ์วัดบูรพ์อยู่อย่างนั้น เห็นโบสถ์โบสถ์ก็ละลายหายไปหมด ท่านบอกว่า ท่านยังไม่ได้เรียนหนังสือธรรมเลย อ่านหนังสือก็ไม่ค่อยออก เพราะจบ ป.4 ไม่รู้จักคำว่าไตรลักษณ์ แต่เข้าใจว่า ทุกอย่างมันละลายหมด

วันที่สอง หลวงปู่สั่งไม่ให้ไปภาวนากับหมู่เพื่อน ให้ไปภาวนาเดี่ยวเลย ท่านก็นั่งภาวนาตั้งแต่หัวค่ำ วันที่สองนี้จิตมันได้พิจารณาธาตุ ขันธ์ กลับไปกลับมาเองจนไม่เหลืออะไร ท่านได้เคยพูดให้ผู้เขียนฟังว่า จิตมันตัดสินของมันเอง จิตมันเอาความว่างแยกความว่าง เอาจิตแยกจิต ท่านจับเอาความว่างตรงนั้นชนความว่าง เพราะจิตมันคิดว่า ให้มีความว่าง มันก็ยังมีตัว ยังเป็นอวิชชา ท่านก็เลยเอาตรงที่เห็นมันใสๆ ว่างๆ ตรงนั้นจับชนกัน จนแตกละเอียด จิตจึงลอยเด่น เหมือนพระจันทร์เต็มดวง วันรุ่งขึ้นหลวงปู่ดุลย์ก็เรียกอีกครั้ง คราวนี้ท่านนั่งกำหนดดูนานทีเดียว แล้วก็บอกว่า ต่อจากไปนี้ ออกพรรษาแล้ว ผมจะส่งคุณไปอยู่ที่วัดป่าบ้านตาดไปอยู่กับพระอาจารย์มหาบัว ไปเอาข้อวัตรหลวงปู่มั่น


หลังจากออกพรรษาแล้ว หลวงพ่อเยื้อนท่านจึงไปอยู่กับหลวงตามหาบัวที่บ้านตาด เป็นเวลา 4 ปี ท่านทำหน้าที่อุปฐากหลวงตา หลวงตาท่านจะเรียกหลวงพ่อเยื้อนว่า “ธรรมสุรินทร์”

http://www.bloggang....oup=5&gblog=120

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย มันเป็นเช่นนั้นเอง: 26/06/2017 - 19:29

0



#58 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1180
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 26/06/2017 - 20:17

วาสนาบารมีคนเราไม่เหมือนกัน...จังหวะการย่างก้าวอาจต่างกันไป..
0



#59 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2351
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 26/06/2017 - 21:55

ตอบคุณมันเป็นเช่นนั้นเองใน คห ๕๗ นะครับ :33:

๑. ผมเข้าไปอ่านในลิ้งค์ของ bloggang ที่ให้มา
ไม่พบคำว่า "ลักษณะการที่จิตเข้าสู่อริยะ" ครับ
ไม่ทราบว่าคุณมันเป็นเช่นนั้นเอง เติมเองใน คห ๕๗ หรือเปล่าครับ?

๒. ถ้าสะดวก ก็ขอรบกวนช่วยอ่านตั้งแต่ คห ๔๔ นะครับ
ประเด็นที่กำลังสนทนากับคุณอโศกะ ณ เวลานี้คือ "ธาตุใดธาตุหนึ่งในธาตุ 4 ส่งเข้ามรรค"
ผมไม่ได้ห้ามแปะเรื่องอื่นนะครับ แต่ถ้าช่วยแปะข้อมูลตรงกับประเด็นที่กำลังสนทนากันอยู่แล้ว
ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการสนทนาครับ ขอบคุณครับ :09:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



คำตอบต่อไป: กบนอกกะลา - อโศกะ - sssboun - ngodngam - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา -
  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

2 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 2 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ