ลานธรรมเสวนา: เคยหลงว่าตนเป็นอริยะ..บ้างมั้ยครับ? - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

เคยหลงว่าตนเป็นอริยะ..บ้างมั้ยครับ?

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 11/05/2017 - 14:58

อิอิ ..

เพื่อนๆ...มีใครเคยหลงว่าตนเป็นอริยะบุคคลบ้างมั้ยครับ?...

ใครไม่เคย...หลง...ก็ช่วยบอกได้มั้ยครับ..ว่าไม่เคยหลง

อือิ...

ส่วนตัวผม....รอเพื่อนๆ..ก่อน..

:99: :99:
0


  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - sssboun -

#20 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 25/05/2017 - 08:41

คนหลงตน...ก็ยังดี...เพราะพอมีดีให้ได้หลง..นะครับ..

อิอิ...
0



#21 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 26/05/2017 - 06:01

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 22/05/2017 - 07:10 ]

:36:
ตอนที่มีศรัทธาแรงกล้านำหน้าปัญญา จนเกิดการตามล่าหาพระอาจารย์สอนวิชาเพื่อความหลุดพ้นจนถึงพระนิพพานพล่านไปทั่ว ได้พบ ได้ลอง ได้ฝึกหัดปฏิบัติธรรมไปหลายๆวิธี จนเข้าสมาธิเข้าฌาณได้ ใจสงบ เกิดผลสมาธิเป็น ปีติ สุข เอกัคคตา สงบเย็นอยู่ได้นานๆจนที่สุดเกิดความสำคัญผิดว่าเอ้อ นี่ฉันคงบรรลุธรรมชั้นต้นแล้ว เพราะสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ต่อเนื่องกันดีมีสมาธิสุขเป็นผลให้ได้รับเสมอๆเข้าถึงได้คล่องแคล่ว
บางครั้งมีอิทธิวิธีปรากฏ รู้อะไรล่วงหน้าได้ตรงๆถูกต้องหลายอย่าง บางวันก็เข้าสมาธิไปท่องแดนสวรรค์ หรือย้อนระลึกดูชาติหลังๆได้ตั้ง 6-7 ชาติ
เลยสำคัญว่าตนเองบรรลุธรรม จะหนีลูกเมียไปบวชด้วยซ้ำไป

แต่ต่อมาหลังจากที่งานโลกงานหาเลี้ยงครอบครัวและภาระหน้าที่การงานมาบีบบังคับให้รับผิดชอบมากขึ้น กลับมาสู่โลกปกติธรรมดาได้มีเวลามาศึกษาอ่านตำราพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งบ้างก็ได้พบบางเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติของคนที่จะบรรลุธรรมที่เรียกว่า "จุลลโสดาบัน" เป็นอย่างไร

โสดาบัน สกิทาคา อนาคา อรหันตา แต่ละชั้นท่านมีคุณสมบัติอย่างไร โดยละเอียด ก็เอามาเทียบกับทีตนเองทำๆได้และกำลังเป็น จึงรู้ได้ว่า ที่แท้เราหลงไป หลงในสมาธิสุข และผลสมาธิผลธรรมเบื้องต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

อัตตายังใหญ่อยู่หากสติไม่ทันไม่เต็มรอบ
ความลังเลสงสัยในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ยังมีอยู่
ศีล 5 เรื่องมุสา ฆ่าสัตว์ก็ยังไม่สู้หมดจดเท่าที่ควร

จึงต้องกลับมาย้อนวิจัยวิเคราะห์ตนเองใหม่ ปรับปรุงแนวทาง วิธีการปฏิบัติธรรมเสียใหม่ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมจนกว่าจะได้แบบอย่างการปฏิบัติที่เหมาะสมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อจะได้ทำตนให้รุดหน้าสู่ความหลุดพ้นจนบรรลุธรรมเบื้องสูงได้ทันในปัจจุบันชาตินี้

นี่คืออดีตที่เป็นมาเมื่อสัก 20 กว่าปีก่อนครับ
พอใจละยังครับคุณกบ


อ่านแล้วอย่าให้มี กู มีเรามาอ่านด้วยล่ะ จะได้อ่านผ่านๆโดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ ให้มันเป็นไปเพียงแค่รถที่ขับผ่านหน้าบ้าน กระบวนแห่อันตระการที่ผ่านหน้าบ้านไปมา หาสาระแก่นสารอะไรก็ไม่ได้นะครับ
:76:
เจริญสุข เจริญธรรม
:43:


แล้วปัจจุบัน..อโศกะปฏิบัติอยู่ในมรรคอันไหนในมรรค4...อนาคามีมรรค์..หรืออรหันตมรรค์..ละครับ?
0



#22 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 26/05/2017 - 10:58

:68:
กำลังปฏิบัติอยู่ในอริยมรรคมีองค์ 8 ครับ ตามคำสอนของพระบรมศาสดาที่ว่า

"สัมมาวิหาเรยุง อสุญโญโลโก อรหันเตหิ"

อย่าพยายามถามอ้อมๆเพื่อหาว่ากำลังเจริญเพื่อมรรคไหนใน 4 มรรคเลยครับ

วิญญูชนพึงรู้ได้ด้วยตนเอง
:82:
0



#23 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 26/05/2017 - 20:58

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 26/05/2017 - 06:01 ]

แล้วปัจจุบัน..อโศกะปฏิบัติอยู่ในมรรคอันไหนในมรรค4...อนาคามีมรรค์..หรืออรหันตมรรค์..ละครับ?


แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 26/05/2017 - 10:58 ]

:68:
กำลังปฏิบัติอยู่ในอริยมรรคมีองค์ 8 ครับ ตามคำสอนของพระบรมศาสดาที่ว่า

"สัมมาวิหาเรยุง อสุญโญโลโก อรหันเตหิ"

อย่าพยายามถามอ้อมๆเพื่อหาว่ากำลังเจริญเพื่อมรรคไหนใน 4 มรรคเลยครับ

วิญญูชนพึงรู้ได้ด้วยตนเอง
:82:


ไม่ได้ถามอ้อมๆเลย..

ถามตรงๆ..ชัดชัด..

แค่รู้ว่าอโศกะ..ถือศีล5อยู่..(ถืออะป้าวหว่า..555)..ก็รู้แล้วว่าไม่ได้อยู่ในอนาคามีมรรค์...ส่วนจะเตาะแตะเป็นปุถุชนคนดีอยู่ตรงไหน..ก็เป็นเรื่องของอโศกะเอง.. :10: :10: :10:

แต่ที่ถามตรงๆ...ก็เพื่อจะหาเรื่องคุยตามชื่อกระทู้...

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย กบนอกกะลา: 26/05/2017 - 20:59

0



#24 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 27/05/2017 - 07:51

:16:
ได้เรื่องคุยต่อหรือยังล่ะครับ?

คนจะบรรลุโสดาบันนี้ เขาจะต้องมีฝันก่อน ฝันว่าทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จด้วยดี

เคยสังเกตไหมครับ?

2.ร่างกายจะขับของเสียออกเยอะมาก ก่อนวันบรรลุธรรม

เอ้า!
ให้เงื่อนคุยต่อแล้วครับ
:68:
0



#25 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 27/05/2017 - 14:21

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 27/05/2017 - 07:51 ]

:16:
ได้เรื่องคุยต่อหรือยังล่ะครับ?

คนจะบรรลุโสดาบันนี้ เขาจะต้องมีฝันก่อน ฝันว่าทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จด้วยดี

เคยสังเกตไหมครับ?

2.ร่างกายจะขับของเสียออกเยอะมาก ก่อนวันบรรลุธรรม

เอ้า!
ให้เงื่อนคุยต่อแล้วครับ
:68:


1..ฝัน...ก็คือฝัน...อย่าไปยึดมั่นถือมั่น..

ผมฝันเห็นแต่บ้าน...ตั้งแต่บ้านโทรมๆ..ไม่มีหลังคา...ฝนมาก็เปียกไปทั่วบ้าน..ผนังบ้านก็โทรมคล้ายสลัม...ฝันอย่างนี้อยู่นาน...ค่อยๆเปลี่ยนดีขึ้นทีละนิด..ทีละนิด..มีหลังคาแต่หละงคารั่ว..จนมีหลังคาไม้รั่ว....แต่บ้านก็ยังโทรมอยู่. ..ครั้งสุดท้าย...บ้านผมสวยมาก..สวยยังกะวังยังกะรีสอร์ท....หลังเดียวกับที่โทรมๆนั้นแหละ...แล้วก็ไม่ฝันเห็นอีกเลย...
0



#26 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 27/05/2017 - 16:24

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 27/05/2017 - 07:51 ]

:16:
ได้เรื่องคุยต่อหรือยังล่ะครับ?

2.ร่างกายจะขับของเสียออกเยอะมาก ก่อนวันบรรลุธรรม

เอ้า!
ให้เงื่อนคุยต่อแล้วครับ
:68:


บรรลุขั้นไหนละคับ..ถึงต้องถ่ายของเสียขนาดน้าน..

555..
0



#27 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 27/05/2017 - 18:49

วิปัสสนูปกิเลส10

http://www.mcu.ac.th...clegroup_id=122

อ้างอิง

วิปัสสนูปกิเลส เป็นสภาพน่าชื่นชม แต่ที่แท้โทษเครื่องเศร้าหมองของวิปัสสนา ซึ่งเกิดแก่ผู้ได้วิปัสสนาญาณอ่อน ๆ ทำให้เข้าใจผิดว่า ตนบรรลุมรรคผลแล้วจึงไม่ดำเนินก้าวหน้าในวิปัสสนาญาณ๓

ตามหลักการปฏิบัติวิปัสสนา วิปัสสนูปกิเลสจะเกิดขึ้นในญาณระดับอุทยัพพยญาณอย่างอ่อน (ตรุณ)

๑. โอภาส แสงสว่าง เป็นแสงสว่างที่ผู้ปฏิบัติไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ได้เห็นในขณะที่นั่งหลับตา สำคัญตัวเองผิดว่า ได้บรรลุมรรคผลแล้ว นี่เป็นอุปสรรคใน เบื้องต้น เป็นที่น่าอัศจรรย์ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ได้พรรณนาไว้ว่า ผู้ปฏิบัติบางท่าน ทำให้ภายในห้องสว่างไสวไปหมดก็มี บางท่านทำให้สว่างไสวไปทั่ววิหารก็มี บางท่านทำให้สว่างไสวไปถึง ๑ คาวุต (๑๐๐ เส้น) ก็มี บางท่านทำให้สว่างไสวไปครึ่งโยชน์ถึง ๓ โยชน์ก็มี บางท่านทำให้สว่างไสวตั้งแต่พื้นดินไปจนถึงพรหมโลกชั้นอกนิษฐะก็มี

๒. ญาณ ได้แก่วิปัสสนาญาณ เป็นญาณที่มีกำลังกล้าแข็งเกิดขึ้นแก่ผู้ปฏิบัติที่อยู่ในสภาวะญาณเช่นนี้ จะมีลักษณะเป็นผู้ช่างตรึกช่างไตร่ตรองรูปธรรม นามธรรม คิดธรรมะเก่ง กล่าวธรรมได้ไพเราะเพราะ พริ้ง เขียนบรรยายธรรมะได้อย่างน่าอัศจรรย์ อยากแสดงธรรมะจนเป็นเหตุให้ลืมการกำหนด เพราะสำคัญว่า ตนเองได้บรรลุวิปัสสนาญาณขั้นสูงสุดแล้ว

๓. ปีติ ได้แก่วิปัสสนาปีติ ทำให้เกิดความอิ่มเอิบทั่วสรรพางค์กาย ภาวะที่จิตดื่มด่ำเช่นนี้เกิดขึ้นแก่ผู้ปฏิบัติพระกัมมัฏฐานเท่านั้น

๓.๑ ขุททกาปีติ ปีติเล็กน้อย ผู้ปฏิบัติมีอาการขนลุกชูชัน น้ำตาไหล

๓.๒ ขณิกาปีติ ปีติชั่วขณะ ผู้ปฏิบัติมีอาการรู้สึกวูบวาบแปลบ ๆ เป็นขณะ ๆ ดุจสายฟ้าแลบ

๓.๓ โอกกันติกาปีติ ปีติเป็นระลอก หรือปีติเป็นพัก ๆ ผู้ปฏิบัติมีความรู้สึกซู่ในกาย เหมือนกับคลื่นซู่ลงมาในกายแล้วหายไป เหมือนคลื่นซัดฝั่งแล้วหายไป แล้วคลื่นลูกใหม่ก็หนุนเนื่องเข้ามาอีกเป็น
ช่วง ๆ

๓.๔ อุพเพคาปีติ หรืออุพเพงคาปีติ ปีติที่โลดลอย ผู้ปฏิบัติมีความรู้สึกใจฟูขึ้นอย่างแรง หรือว่าทำอาการบางอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น เปล่งอุทานออกมา พูดกับตนเอง บางครั้งแสดงธรรมะให้ตนเองฟัง เป็นต้น บางครั้ ผู้ปฏิบัติก็มีความรู้สึกตัวเบาลอยบนอากาศ แม้ขณะนั่งอยู่บนอาสนะห้องกัมมัฏฐานก็รู้สึกว่า ตัวลอยอยู่เหนืออาสนะ

๓.๕ ผรณาปีติ ปีติซาบซ่าน ผู้ปฏิบัติมีความรู้สึกเย็นกายเย็นใจ ความรู้สึกเย็นนี้แผ่เอิบอาบ ไปทั่วสรรพางค์กาย แววตาสดใสบ่งบอกถึงความสุขผิวพรรณเปล่งปลั่ง

๔. ปัสสัทธิ ได้แก่วิปัสสนาปัสสัทธิ ภาวะที่จิตไม่มีความกระวนกระวาย ไม่มีความหนัก ไม่มีความกระด้าง ควรแก่การงาน เป็นจิตที่มีความสงบระงับ เบา อ่อน แกล้วกล้า ไม่มีอากรเจ็บป่วย ไม่คดโกง เป็นภาวะที่จิตเสวยแต่ความยินดี ซึ่งคนธรรมดาสามัญไม่มีโอกาส สัมผัสสภาวะจิตเช่นนี้ คนผู้ที่มีจิตเป็นปัสสัทธินี้ชื่อว่า อมานุสี (ไม่ใช่ของมนุษย์)

๕. สุข ได้แก่วิปัสสนาสุข เป็นความสุขทางใจ เป็นความสุขที่ผู้ปฏิบัติมีความรู้สึกเป็นสุข เป็นความสุขที่ประณีตมากแผ่ไปทั่วสรรพางค์กาย

๖. อธิโมกข์ ได้แก่ศรัทธา เป็นศรัทธาที่เกิดขึ้นในวิปัสสนาจิตเป็นศรัทธาที่มีความแก่กล้า ผู้ปฏิบัติจะมีความเลื่อมใส ในการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานมาก บางท่านขณะปฏิบัติถึงสภาวะนี้นึกถึงผู้มีอุปการคุณ มี บิดามารดา ครูบาอาจารย์ เป็นต้น อยากให้ท่านเหล่านี้มาเข้าปฏิบัติกับตน ถึงขนาดลงทุนเขียนจดหมายไปเล่าอานิสงส์การปฏิบัติวิปัสสนาให้ท่านผู้มีอุปการคุณฟัง หรือบางท่านอาจมีศรัทธาในอาจารย์ผู้บอกกัมมัฏฐาน มีศรัทธาอยากอุปถัมภ์การปฏิบัติวิปัสสนา เช่น บริจาคเงินสร้างสำนักวิปัสสนา ก็มี

๗. ปัคคาหะ ได้แก่วิริยะ ผู้ปฏิบัติพระกัมมัฏ-ฐานมีความพากเพียรพยายามดี มีการปรารภความเพียร หนักไม่ย่อหย่อน ประคองอารมณ์วิปัสสนาไว้ได้ดี ผู้ปฏิบัติบางท่าน สามารถปฏิบัติได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ขาดการกำหนดด้วยเกรงว่าพระกัมมัฏฐานจะเป็นไปไม่ติดต่อกัน

๘. อุปัฏฐานะ ได้แก่สติ ผู้ปฏิบัติมีสติตั้งมั่นไม่หวั่นไหวสามารถที่จะนึกถึงหรือ หวลระลึกถึงเรื่องราวในอดีตใด ๆ ก็สามารถจะรู้เรื่องนั้นได้เหมือนกับเป็นคนหูทิพย์ ตาทิพย์

๙. อุเบกขา ได้แก่วิปัสสนูเปกขา และอาวัชชนูเปกขาผู้ปฏิบัติมีความรู้สึกวางเฉย ไม่ยินดียินร้ายในสังขารทั้งปวงเมื่อน้อมนึกถึงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน จิตใจก็มีความแกล้วกล้าเฉียบคม มีความมั่นใจว่า จะต้องได้บรรลุมรรคผลแน่นอน

๑๐. นิกันติ ได้แก่นิกันติวิปัสสนา เป็นตัณหา มานะ ทิฏฐิ อันละเอียด มีอาการสงบ มีความเยื่อใยในวิปัสสนูปกิเลส มีความรู้สึกว่า วิปัสสนูปกิเลสที่เกิดขึ้นกับตน (ทิฏฐิ) เป็นของน่าชื่นชม (มานะ) และมีความรู้สึกยินดี (ตัณหา)

วิปัสสนูปกิเลส ๑๐ อย่างนี้ ทำให้จิตงงงันและฟุ้งซ่าน (ธัมมุทธัจจะ) เป็นเหตุให้การปฏิบัติวิปัสสนา เศร้าหมอง เพราะที่ไม่เคยประสบพบมาก่อน เมื่อมาประสบพบเข้า ผู้ปฏิบัติก็คิดว่าตนเองบรรลุมรรคผลแล้ว หรือไม่เช่นนั้นก็อาจหลงชื่นชมติดอยู่ในกิเลสเหล่านั้น เพราะกิเลสแต่ละอย่างทำให้รู้สึกสุขกายสุขใจอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งนี้ ย่อมทำให้ผู้ปฏิบัติไม่ปฏิบติต่อไปตามแนวทางที่ควร เมื่อผู้ปฏิบัติได้รู้สึกตัวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นกิเลส หาใช่ มรรค ผล นิพพาน หรือเป็นของที่น่าชื่นชมยินดีไม่ การที่มัวหลงชื่นชมยินดีอยู่กับกิเลสเหล่านี้เป็นทางที่ผิด ไม่ใช่ทางที่จะ
พึงเดิน ก็จะปลดปล่อยความหลงผิดนั่นเสีย ไม่นิยมยินดีในกิเลสนั้น เกิดความบริสุทิ์ในความคิดขึ้นว่า สภาวะใดเป็นทางที่จะทำให้เกิดปัญญาเห็นธรรม และสภาวะใดไม่ใช่ทางที่จะทำให้เกิดปัญญาเห็นธรรม (มัคคามัคค- ญาณทัสสนวิสุทธิ)

0



#28 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 28/05/2017 - 05:54

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 27/05/2017 - 16:24 ]

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 27/05/2017 - 07:51 ]

:16:
ได้เรื่องคุยต่อหรือยังล่ะครับ?

2.ร่างกายจะขับของเสียออกเยอะมาก ก่อนวันบรรลุธรรม

เอ้า!
ให้เงื่อนคุยต่อแล้วครับ
:68:


บรรลุขั้นไหนละคับ..ถึงต้องถ่ายของเสียขนาดน้าน..

555..

:115:

อ้างอิง

คนจะบรรลุโสดาบันนี้ เขาจะต้องมีฝันก่อน ฝันว่าทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จด้วยดี

เคยสังเกตไหมครับ?

2.ร่างกายจะขับของเสียออกเยอะมาก ก่อนวันบรรลุธรรม

:36:
สอบตกเรื่องความสังเกตไปหรือเปล่าคุณกบ คงเป็นเพราะไปติดใจอยู่กับประโยคว่า

"สำรวมกายใจ มานิ่งรู้ นิ่งสังเกต ปัจจุบันอารมณ์ จนมันดับไปต่อหน้าต่อตา(โดยไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ)"

หรือประโยคนี้

"สำรวมกายใจ มานิ่งรู้ นิ่งสังเกต ปัจจุบันอารมณ์ จนละความเห็นผิดว่า
กาย ใจ นี้เป็น อนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่ใช่ตัวกูของกู
ทุกวัน เวลา นาที วินาที ที่ระลึกได้และมีโอกาส"
:94:
:76:
ฝันว่าปรับปรุงบ้านเสร็จเรียบร้อยดีก่อนที่ธรรมจะส่ง ก็ใช้ได้เหมือนกันนะครับ

ธรรมที่มาส่งให้คนบรรลุอริยะแต่ละชั้นนั้นคือธาตุทั้ง 4 ธาตุใดธาตุหนึ่งตัวอย่างเช่น

พระพุทธเจ้ามีธาตุไฟส่ง ท่านกล่าวไว้แปลเป็นไทยได้ความว่า

อุปมาเหมือนมีบุรุษร่างกำยันล่ำสัน 4 คน จับพระหัตถ์และพระบาททั้ง 4 ด้านแล้วยกพระวรกายของพระองค์ท่านขึ้นย่างบนไฟอันร้อนจัด

ร้อนวูบ แล้วดับไป มรรค 4 มรรคก็เกิดต่อๆกันไปในคราวเดียวจนจบ ตามวิสัยของพระพุทธเจ้าที่ทำมรรค 4 มรรคสำเร็จในคราวเดียว

ส่วนอรรคสาวก มหาสาวกทั้งหลายจะต้องทำ 2 ครั้ง ยกเว้นท่านพาหิยะ
สันตติอำมาตย์

พระสารีบุตรกับพระโมคคัลลา ได้โสดาบันก่อน หลังจากนั้นอีก 15 วันและ 7 วันจึงทำมรรคที่เหลืออีก 3 ให้สำเร็จในคราวเดียว

เรื่องอย่างนี้ทางเมืองไทยไม่ค่อยมีใครสังเกตและเอามาพูด แต่ในประเทศพม่า ศูนย์ปฏิบัติธรรมทั้งหลายเขาให้ความสังเกตละเอียดมากแล้วบันทึกบอกต่อกันมาตั้งแต่สมัยพ่อค้าเกวียนชาวพม่า 2 คนที่ถวายหญ้ารองนั่งแก่ฤาษีสิทธัตถะ ก่อนวันตรัสรู้ ดูเหมือนชื่อ ตปุสสะกับภัลลิกะ หรืออะไรนี่แหละครับ ลองไปค้นอ่านดูในพุทธประวัติดูกันนะครับ
:79:
เอ้า!!.....มีเรื่องให้ชวนสงสัยและคุยต่ออีกแล้วนะครับคุณกบ อ๊บๆ....
555555
:39:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 28/05/2017 - 06:22

0



#29 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 28/05/2017 - 07:15

จิตเป็นนาย....กายเป็นบ่าว...

ถ้าพูดว่า...เพราะจิตใจที่ทรงคุณธรรมทำให้ธาตุขันธุ์ทำงานได้ดีขึ้นแตกต่างจากเดิม...อันนี้พอจะเชื่อ

แต่ถ้าเป็นอย่างที่อโศกะพูดมาว่า.

อ้างอิง

ธรรมที่มาส่งให้คนบรรลุอริยะแต่ละชั้นนั้นคือธาตุทั้ง 4 ธาตุใดธาตุหนึ่งตัวอย่างเช่น

.ธาตุ4เป็นตัวส่งให้บรรลุมรรคผล...อย่างนี้. ผมไม่เชื่อหรอกครับ..
0



#30 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 28/05/2017 - 07:16

นายที่ถวายหญ้าแปดกำมือ....มีคนเดียว...ไม่ใช่หรือ..อโศกะ?
0



#31 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 29/05/2017 - 04:00

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 28/05/2017 - 07:16 ]

นายที่ถวายหญ้าแปดกำมือ....มีคนเดียว...ไม่ใช่หรือ..อโศกะ?

:33:
น่าจะเป็น นายโสตถิยะ นะครับ อาจจะจำผิดจำถูกเพราะนานมากแล้วที่เรียนพุทธประวัติ

ขอบคุณ

เรื่องธาตุใดธาตุหนึ่งในธาตุ 4 ส่งเข้ามรรค นั้นตอนนี้ยังไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร
ไม่มีใครไปบังคับคุณกบหรอก แต่ให้มีเรื่องนี้ไว้ในสัญญา วันข้างหน้าอาจถึงบาง อ้อ ด้วยตนเองนะครับ

เคยรู้ไหมว่าหลวงปู่ชาบรรลุธรรมโดยธาตุน้ำส่ง คือท่านเล่าให้ฟังว่า "ที่สุดเห็นร่างกายนี้แตกเป็นจุลมหาจุณแล้วดับไป"

ส่วนหลวงปู่มั่นนั้นท่านเพียงแต่เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า

"เหมือนคนตกต้นไม้มันไม่ทันได้รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เผื่อรู้ตัวก็นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแล้ว"

อันนี้อาจสันณิษฐานได้ว่าเป็นธาตุดินส่ง เพราะความหนักแล้วตกจากที่สูง
วูบเดียวถึงพื้นเลย

ธาตุดินส่งนี่บางท่านก็รู้สึกว่าตัวหรือจิตเบาหวิวลอยพุ่งพรวดพ้นขึ้นข้างบน
ศีรษะแล้วดับไป

บางท่านธาตุลมส่ง คือเจ็บปวดจนสุดขีดแล้วดับไป เป็นต้น

ศึกษาและสังเกตกันต่อไปนะครับ

อย่าพึ่งผูกตัวเองหรือตึดยึดอยู่กับอะไรเสียก่อนนะครับ

"สัพเพธัมมา นาลังอภินิเวสายะ"

"ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"

0



#32 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 29/05/2017 - 05:53

ตีความเอาเอง..มากกว่า..555..
0



#33 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 29/05/2017 - 20:24

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 29/05/2017 - 05:53 ]

ตีความเอาเอง..มากกว่า..555..

:68:
ครูบาอาจารย์ท่านเล่าให้ฟังและบอกหลักการพิจารณาไว้ จึงนำมาเล่าสู่กันฟัง และไม่บังคับให้ใครต้องมาเชื่อด้วยครับ
:82:
0



#34 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 29/05/2017 - 20:53

ก็ok..นะ...ยังอยู่ในกระทู้อยู่....คือ...แสดงอาการหลงตน..มันมีอาการได้หลากหลาย..

อิอิ...

จิตเป็นนาย...กายเป็นบ่าว..
พลังงานเป็นเจ้า...วัตถุธาตุเป็นรอง..
0



#35 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 31/05/2017 - 07:28

:34:
หลงตนนี้ ยังดีกว่า "ผู้มีตนจมในหลง" มากเลยนะคุณกบ


จม
ลอย
พ้น


กบเข้าใจไหมในทางธรรมกับ 3 คำนี้?
555555
:43:
0



#36 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 31/05/2017 - 19:22

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 31/05/2017 - 07:28 ]

:34:
หลงตนนี้ ยังดีกว่า "ผู้มีตนจมในหลง" มากเลยนะคุณกบ


จม
ลอย
พ้น


กบเข้าใจไหมในทางธรรมกับ 3 คำนี้?
555555
:43:


อย่ามามากโวหารเลย...

คนหลงตน..นี้..เป็นพุทธแท้หรือพุทธเทียม..(ตามโวหารของอโศกะเองนะนี้)..
0



#37 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 01/06/2017 - 07:06

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 31/05/2017 - 19:22 ]

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 31/05/2017 - 07:28 ]

:34:
หลงตนนี้ ยังดีกว่า "ผู้มีตนจมในหลง" มากเลยนะคุณกบ


จม
ลอย
พ้น


กบเข้าใจไหมในทางธรรมกับ 3 คำนี้?
555555
:43:


อย่ามามากโวหารเลย...

คนหลงตน..นี้..เป็นพุทธแท้หรือพุทธเทียม..(ตามโวหารของอโศกะเองนะนี้)..

:50:
ผู้ที่ลงมือปฏิบัติธรรมไปจนใกล้จะถึงเป้าหมายแล้วเป็นชาวพุทธถือว่าเป็นชาวพุทธแท้เพราะลงมือเดินตามรอยเท้ารอยบาทของพระพุทธเจ้า รออีกนิดเดียวก็จะได้ถึงความเป็นพุทธะหรือเป็นชาวพุทธโดยสมบูรณ์คือได้ถึงความเป็นอริยบุคคลที่ได้รับการรับรองตามกล่าวไว้ในสังฆคุณ

อนึ่งเรื่องวิปัสสนูกิเลส ถ้ามองลบจะเห็นเป็นเรื่องติดหลง แต่ถ้ามองในมุมบวกจะเป็นมิเตอร์ที่ชี้วัดได้เลยว่าบุคคลผู้นั้นกำลังเดินทางใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ถ้าเป็นศิษย์วัดเสี่ยวลิ้มยี้ก็เรียกว่ากำลังจะผ่าน 18 ด่านมนุษย์ทองคำ ไปยกกระถางธูปประทับตราเสี่ยวลิ้มยี้หรือรับปริญญาตรีวิชาบู๊

ที่สุดกบก็ยังไม่เข้าใจเรื่อง จม ลอย พ้น และการจมในหลงอยู่ดี ไว้อ่านดูในกระทู้ใหม่นะครับ
:78:
0



#38 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2335
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 01/06/2017 - 07:16

ขออนุญาตช่วยจบประเด็นง่ายก่อนนะครับ

อ้างอิง

ระหว่างทางเสด็จไปยังโคนต้นพระศรีมหาโพธิ์
พระมหาบุรุษได้สวนทางกับชายผู้หนึ่งซึ่งอยู่ ในวรรณะพราหมณ์ชื่อโสตถิยะ
พราหมณ์โสตถิยะเดินถือกำหญ้าคามา ๘ กำ ได้ถวายหญ้าคาทั้ง ๘ กำแก่
พระมหาบุรุษ พระมหาบุรุษทรงรับ แล้วทรงนำไปปูเป็นอาสนะสำหรับประทับนั่งที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์


พระมหาบุรุษประทับนั่งขัดสมาธิ พระบาทขวาวางทับพระบาทซ้าย และพระหัตถ์ขวาทับ
พระหัตถ์ซ้าย ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ผินพระปฤษฎางค์ คือ หลัง ไปทางำต้นพระศรีมหาโพธิ์
แล้วทรงตั้งพระทัยเป็นสัจจะแน่วแน่ว่า

"ถ้าเรายังไม่ได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณตราบใด เราจักไม่ยอมลุกขึ้นตราบนั้น แม้ว่าเนื้อ
และเลือดจะเหือดแห้งไปเหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูกก็ตามที"

http://www.84000.org...icture/f24.html

ส่วนประเด็นนี้แปลกมาก ขอค้างไว้ก่อนครับ เดี๋ยวมีเวลาแล้วจะมาช่วยดูให้นะครับ

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 27/05/2017 - 07:51 ]

คนจะบรรลุโสดาบันนี้ เขาจะต้องมีฝันก่อน ฝันว่าทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จด้วยดี
เคยสังเกตไหมครับ?

2.ร่างกายจะขับของเสียออกเยอะมาก ก่อนวันบรรลุธรรม

ประเด็นก็แปลก ไม่เคยอ่านเจอหรือได้ฟังมาก่อน ขอค้างไว้ก่อนครับ เดี๋ยวมีเวลาแล้วจะมาช่วยดูให้เช่นกัน

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 28/05/2017 - 05:54 ]

ธรรมที่มาส่งให้คนบรรลุอริยะแต่ละชั้นนั้นคือธาตุทั้ง 4 ธาตุใดธาตุหนึ่งตัวอย่างเช่น

พระพุทธเจ้ามีธาตุไฟส่ง ท่านกล่าวไว้แปลเป็นไทยได้ความว่า

อุปมาเหมือนมีบุรุษร่างกำยันล่ำสัน 4 คน จับพระหัตถ์และพระบาททั้ง 4 ด้านแล้วยกพระวรกายของพระองค์ท่านขึ้นย่างบนไฟอันร้อนจัด

ร้อนวูบ แล้วดับไป มรรค 4 มรรคก็เกิดต่อๆกันไปในคราวเดียวจนจบ ตามวิสัยของพระพุทธเจ้าที่ทำมรรค 4 มรรคสำเร็จในคราวเดียว

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 29/05/2017 - 04:00 ]

เคยรู้ไหมว่าหลวงปู่ชาบรรลุธรรมโดยธาตุน้ำส่ง คือท่านเล่าให้ฟังว่า "ที่สุดเห็นร่างกายนี้แตกเป็นจุลมหาจุณแล้วดับไป"

ส่วนหลวงปู่มั่นนั้นท่านเพียงแต่เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า

"เหมือนคนตกต้นไม้มันไม่ทันได้รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เผื่อรู้ตัวก็นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแล้ว"

อันนี้อาจสันณิษฐานได้ว่าเป็นธาตุดินส่ง เพราะความหนักแล้วตกจากที่สูง วูบเดียวถึงพื้นเลย

ธาตุดินส่งนี่บางท่านก็รู้สึกว่าตัวหรือจิตเบาหวิวลอยพุ่งพรวดพ้นขึ้นข้างบน ศีรษะแล้วดับไป

บางท่านธาตุลมส่ง คือเจ็บปวดจนสุดขีดแล้วดับไป เป็นต้น

ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#39 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1167
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 03/06/2017 - 06:15

เอางัยต่อ...ละคับ

ประเด็นของงดงาม...นี้นะ

อโศกะคงไม่รู้จะแก้ประเด็นยังงัย..นะ...นิ่งไม่ต่อ...อย่างนี้
0



คำตอบต่อไป: กบนอกกะลา - ngodngam - กบนอกกะลา - ngodngam - ngodngam - ประสงค์ มีนบุรี - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - sssboun - ngodngam - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา -
  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ