ลานธรรมเสวนา: เคยหลงว่าตนเป็นอริยะ..บ้างมั้ยครับ? - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

เคยหลงว่าตนเป็นอริยะ..บ้างมั้ยครับ?

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 11/05/2017 - 14:58

อิอิ ..

เพื่อนๆ...มีใครเคยหลงว่าตนเป็นอริยะบุคคลบ้างมั้ยครับ?...

ใครไม่เคย...หลง...ก็ช่วยบอกได้มั้ยครับ..ว่าไม่เคยหลง

อือิ...

ส่วนตัวผม....รอเพื่อนๆ..ก่อน..

:99: :99:
0


  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - ngodngam - กบนอกกะลา -

#40 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 03/06/2017 - 06:19

ส่วนคำถามผมที่ว่าพุทธแท้หรือพุทธเทียม..

เท่าที่อ่าน...ทำให้เข้าใจว่า..อโศกะเห็นว่าคนที่ปฏิบัติแล้วหลงก็ถือว่าเป็นพุทธแท้ได้...

ประเด็นนี้...ผิดถูกยังงัย..ผมไม่ต่อ..นะ..
0



#41 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2340
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 03/06/2017 - 08:54

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 03/06/2017 - 06:15 ]

เอางัยต่อ...ละคับ

ประเด็นของงดงาม...นี้นะ

ขอผมไปค้นและศึกษาก่อนครับ ขอเวลาสักช่วงหนึ่งครับ :33:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#42 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 08/06/2017 - 06:24

อธิศีล.....เป็นอารมณ์ของพระโสดา...พระสกิคา
อธิจิต...เป็นอารมณ์ของพระอนาคามี
อธิปัญญา...เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์..

ฝากใว้แค่นี้ก่อน...
0



#43 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2340
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 12/06/2017 - 22:37

ขอต่อจาก คห ๓๘ ของผมข้างต้นนะครับ
เอาประเด็นแรกก่อน คือ คห ๒๔ ของคุณอโศกะครับ

แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 01/06/2017 - 07:16 ]

ส่วนประเด็นนี้แปลกมาก ขอค้างไว้ก่อนครับ เดี๋ยวมีเวลาแล้วจะมาช่วยดูให้นะครับ

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 27/05/2017 - 07:51 ]

คนจะบรรลุโสดาบันนี้ เขาจะต้องมีฝันก่อน ฝันว่าทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จด้วยดี
เคยสังเกตไหมครับ?

2.ร่างกายจะขับของเสียออกเยอะมาก ก่อนวันบรรลุธรรม

ผมค้นไม่เจอเรื่องเหล่านี้เลย ลองอ่านประวัติบรรดาสาวกทั้งหลายก็ไม่มีนะครับ

ในเรื่องฝันนั้น ที่พบคือในอรรถกถา "สุปินสูตร" กล่าวว่า ฝันเกิดได้จากเหตุ ๔ อย่าง
แต่ก็ไม่ได้กล่าวว่าถ้าจะบรรลุธรรมแล้วจะต้องมีฝันมาก่อน หรือต้องมีบุรพนิมิตมาก่อน

อ้างอิง

ผู้ฝันย่อมฝันด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ เพราะธาตุกำเริบ ๑ เพราะเคยเป็นมาก่อน ๑ เพราะเทวดาดลใจ ๑ เพราะบุรพนิมิต ๑.
ในฝันเหล่านั้น คนธาตุกำเริบ เพราะดีเป็นต้น เป็นเหตุทำให้กำเริบย่อมฝัน เพราะธาตุกำเริบ และเมื่อฝัน ย่อมฝันหลายอย่าง
เช่น ฝันว่าตกจากภูเขา ว่าไปทางอากาศ ว่าถูกเนื้อร้าย ช้างและโจรเป็นต้นไล่ตาม.
เมื่อฝันโดยเคยเป็นมาก่อน ย่อมฝันถึงอารมณ์ที่เป็นมาแล้วในกาลก่อน.
สำหรับผู้ฝันโดยเทวดาดลใจ ทวยเทพบันดาลอารมณ์หลายอย่าง เพราะประสงค์ดีก็มี เพราะประสงค์ร้ายก็มี
เมื่อฝันโดยบุรพนิมิต (ลางบอกล่วงหน้า) ย่อมฝัน
อันเป็นบุรพนิมิตของประโยชน์หรือของความพินาศที่ประสงค์จะเกิดด้วยอำนาจบุญและบาป
ดุจพระชนนีของพระโพธิสัตว์ ได้นิมิตในการได้พระโอรส ดุจพระเจ้าโกศลทรงฝันเห็นสุบิน ๑๖
และดุจพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้แล ครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงฝันเห็นมหาสุบิน ๕ ประการนี้.

ในฝันเหล่านั้น ฝันเพราะธาตุกำเริบ และเพราะเคยเป็นมาก่อนไม่จริง.
ฝันเพราะเทวดาดลใจ จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เพราะว่า เทวดาทั้งหลายโกรธขึ้นมา
ประสงค์จะให้ถึงความพินาศด้วยอุบาย จึงแสร้งทำให้ผิดปกติ.
แต่ฝันเพราะบุรพนิมิต เป็นจริงโดยส่วนเดียวแท้.
แม้เพราะความเกี่ยวข้องของมูลเหตุ ๔ อย่างเหล่านี้ต่างกัน ฝันจึงต่างกันไป
ฝันแม้ทั้ง ๔ นั้น พระเสกขะและปุถุชนย่อมฝัน เพราะยังละวิปัลลาสไม่ได้.
พระอเสกขะไม่ฝัน เพราะละวิปัลลาสได้แล้ว.
http://84000.org/tip....php?b=22&i=196

ถ้าหากเราจะพิจารณาในสมัยพุทธกาลนะครับ
ในตอนเช้าแต่ละวันนั้น พระพุทธเจ้าท่านจะทรงใช้พระญาณตรวจสอบเวไนยสัตว์ว่าท่านจะทรงไปโปรดใคร
ทีนี้ หากจะบอกว่าก่อนใครบรรลุธรรมแล้ว ร่างกายจะถ่ายของเสียออกมาก่อนหนึ่งวัน หรือจะต้องมีฝันก่อนล่วงหน้าแล้ว
ก็น่าสงสัยนะครับว่า ร่างกายเจ้าตัวเขารู้ก่อนหรือครับ ถึงได้ถ่ายของเสียออกก่อน
เพราะหนึ่งวันก่อนหน้านั้น พระพุทธเจ้าท่านยังไม่ได้ใช้พระญาณตรวจสอบเวไนยสัตว์เลยนะครับ

แล้วเวลาที่เราอ่านพุทธประวัตินั้น เราเคยพบไหมครับว่าท่านปัจจวัคคีย์ หรือพระสาวกท่านไหนก็ตาม
มีฝันทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จด้วยดี หรือร่างกายได้ถ่ายของเสียออกมาก่อนหนึ่งวันก่อนบรรลุธรรม
ไม่เคยอ่านพบสักท่านหนึ่งนะครับ ผมจึงขอแนะนำว่าไม่ควรไปยึดเรื่องนี้เป็นหลักเกณฑ์พิจารณานะครับ
แต่ควรจะยึดหลักเกณฑ์การพิจารณาว่า พระโสดาบันท่านละสังโยชน์ ๓ ได้ และมีศีลสมบูรณ์
พิจารณาจากหลักเกณฑ์นี้จะปลอดภัยกว่านะครับ

ไม่อย่างนั้นแล้ว สมมุติว่าใครฝันดีว่าทำกิจใดกิจหนึ่งสำเร็จ แล้ววันนั้นเกิดท้องเสียด้วย
แล้วไปหลงเข้าใจว่าตนเองบรรลุธรรม มันจะไปผิดทางแล้วครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#44 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2340
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 12/06/2017 - 23:44

อีกประเด็นหนึ่งคือ ธาตุ ๔ ส่งให้บรรลุธรรม อันนี้ก็ค้นไม่เจอ แต่พิจารณาแล้วไม่น่าจะใช่นะครับ
โดยการบรรลุธรรม คือจิตมีวิชชา หรือมีปัญญา
ซึ่งการที่จะอธิบายว่าธาตุ ๔ คือดิน น้ำ ลม ไฟ ไปส่งให้จิตบรรลุธรรม มันไม่น่าจะใช่ครับ

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 28/05/2017 - 05:54 ]

ธรรมที่มาส่งให้คนบรรลุอริยะแต่ละชั้นนั้นคือธาตุทั้ง 4 ธาตุใดธาตุหนึ่งตัวอย่างเช่น

พระพุทธเจ้ามีธาตุไฟส่ง ท่านกล่าวไว้แปลเป็นไทยได้ความว่า

อุปมาเหมือนมีบุรุษร่างกำยันล่ำสัน 4 คน จับพระหัตถ์และพระบาททั้ง 4 ด้านแล้วยกพระวรกายของพระองค์ท่านขึ้นย่างบนไฟอันร้อนจัด

ร้อนวูบ แล้วดับไป มรรค 4 มรรคก็เกิดต่อๆกันไปในคราวเดียวจนจบ ตามวิสัยของพระพุทธเจ้าที่ทำมรรค 4 มรรคสำเร็จในคราวเดียว

ในเรื่องของอาการของพระพุทธเจ้าตอนบรรลุธรรมนี้ ผมก็หาไม่พบนะครับ
ไม่ทราบเหมือนกันว่านำมาจากไหน หรือว่ามีจริงหรือเปล่า อาจจะไม่มีก็ได้นะครับ ก็ฟังหูไว้หูครับ
ถ้าท่านไหนอ่านเจอ ก็รบกวนนำมาแชร์ด้วยแล้วกันนะครับ

ในส่วนของตัวอย่างของหลวงปู่ชา และหลวงปู่มั่นที่คุณอโศกะได้ยกมานั้น
ผมอ่านแล้ว ไม่ได้ความอย่างที่คุณอโศกะขยายความนะครับ

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 29/05/2017 - 04:00 ]

เคยรู้ไหมว่าหลวงปู่ชาบรรลุธรรมโดยธาตุน้ำส่ง คือท่านเล่าให้ฟังว่า "ที่สุดเห็นร่างกายนี้แตกเป็นจุลมหาจุณแล้วดับไป"

ส่วนหลวงปู่มั่นนั้นท่านเพียงแต่เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า

"เหมือนคนตกต้นไม้มันไม่ทันได้รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เผื่อรู้ตัวก็นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแล้ว"

อันนี้อาจสันณิษฐานได้ว่าเป็นธาตุดินส่ง เพราะความหนักแล้วตกจากที่สูง วูบเดียวถึงพื้นเลย

ธาตุดินส่งนี่บางท่านก็รู้สึกว่าตัวหรือจิตเบาหวิวลอยพุ่งพรวดพ้นขึ้นข้างบน ศีรษะแล้วดับไป

บางท่านธาตุลมส่ง คือเจ็บปวดจนสุดขีดแล้วดับไป เป็นต้น


ตรงที่บอกว่า "ที่สุดเห็นร่างกายนี้แตกเป็นจุลมหาจุณแล้วดับไป"
ตรงนี้ผมเห็นว่าไม่น่าจะแปลว่าบรรลุธรรมนะครับ
ร่างกายดับไปแล้วจะแปลว่าบรรลุธรรมยังไงครับ?
อย่างนี้ถ้าใครนั่งสมาธิแล้ว เห็นร่างกายแตกดับไป ก็คือบรรลุธรรมหรือครับ?
(อนึ่ง ผมไม่ได้บอกว่าหลวงปู่ท่านไม่ได้บรรลุนะครับ
ผมแค่บอกว่าประโยคนี้ไม่น่าจะหมายความว่าบรรลุธรรม
ถ้ามีหนังสืออ้างอิงอยู่ ผมเสนอว่าน่าจะคัดมาทั้งย่อหน้านะครับว่าท่านเล่าว่าอย่างไร)

ในส่วนของหลวงปู่มั่นนั้น ผมอ่านแล้วเข้าใจว่าขณะที่บรรลุธรรมนั้น มันรวดเร็วเปรียบเหมือนตกต้นไม้
แต่ท่านไม่ได้บอกว่าท่านมีอาการเหมือนตกจากที่สูงนะครับ
นี่ไปสรุปว่าท่านบรรลุธรรมด้วยอาการเหมือนตกต้นไม้ คือมีธาตุดินส่ง ผมว่าไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ สังเกตว่าความเห็นของคุณอโศกะจะมีคำว่า "ดับไป" อยู่นะครับ
ตรงนี้พึงระวังให้ดีนะครับว่า แปลว่าอะไร? :95:
ถ้า "ดับไป" แปลว่าสลบไปหรือวูบไป แล้วคิดว่าบรรลุธรรมแล้วล่ะก็น่าจะเข้าใจผิดครับ
ลองอ่านในประวัติของพระสาวกนะครับ
เวลาที่บรรลุธรรมนั้น ไม่มีองค์ไหนที่มีอาการสลบไปหรือวูบดับไปนะครับ

ที่สำคัญ คือในขณะที่บรรลุธรรมนั้น ต้องมีองค์มรรคครบ ๘ ซึ่งก็รวมทั้งสัมมาสติ และสัมมาสมาธิด้วย
ดังนั้น ถ้าสลบไปหรือวูบดับไป แล้วหลงเข้าใจว่าเป็นการบรรลุธรรม น่าจะเข้าใจผิดแล้วครับ
เพราะไม่มีสติ และไม่มีสมาธิแล้ว ขณะนั้นไม่มีองค์มรรคครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#45 ผู้ใช้ออฟไลน์   ประสงค์ มีนบุรี ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 130
  • สมัคร: 06/02/2004

ตอบ: 13/06/2017 - 06:50

ผมเคยหลงว่าผมเป็นพระพุทธเจ้าเลย เชื่อมั๊ยครับ
0



#46 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2226
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 13/06/2017 - 11:24

:68:
อ่านความเห็นของคุณงดงามทั้ง 2 ตอนแล้วสรุปได้ว่า เพราะหลายอย่างไม่มีเขียนบอกไว้ในตำรา หนังสือหรือคัมภีร์ ในภาษาไทย คุณงดงามจึงค้นหายังไงก็ไม่เจอ

อาการของคนจะบรรลุธรรม 2 ข้อที่ยกมาให้ดูคือ
ฝันพบความสำเร็จและขับของเสียสกปรกออกจากร่างกายนั้น เป็นการสังเกตการณ์ บันทึกและบอกต่อกันมาในสำนักปฏิบัติธรรมของท่านพระอาจารย์เจ้ามาวหลวงเมืองต้างยาน ประเทศพม่าตอนเหนือ ท่านพระอาจารย์อริยวังโส(ไตย)นำมาถ่ายทอดให้ฟัง สังเกตให้ดีว่าเป็นการปฏิบัติธรรมที่มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องในสำนักและเครือข่ายของท่านเจ้ามาวหลวง คุณงดงามจึงคงต้องหาหรือรอโอกาสได้พบบุคคลจากเครือข่ายของเจ้ามาวหลวง

ส่วนเรื่องบรรลุโดยกำลังของธาตุอะไรส่งนั้น ได้รับคำบอกเล่าจากหลวงพ่อ
ธี วิจิตตธัมโม สำนักวิปัสสนาถ้ำวัวอนัตตาราม อ.เชียงดาวครับ

สิ่งที่ไม่มีบอกในคัมภีร์แต่มีอยู่ในชีวิตจริงนั้นก็มีเยอะนะครับ พึงฟังหูไว้หูไปเรื่อยๆก่อนอย่าเพิ่งด่วนตัดสินหรือฟันธงลงไป วันหนึ่งข้างหน้าอาจจะมีเหตุปัจจัยได้รู้ความจริง หรือาจจะได้สัมผัสด้วยตนเองด้วยซ้ำไป เพราะสิ่งที่เล่ามานี้เป็นอุทธยานหรือสวนดอกไม้ข้างทางเดินไปสู่นิพพานคือถนนสายมรรค 8 หลายท่านรีบเดินอาจไม่พบรายละเอียด หลายท่านเดินไปสังเกตไปอาจพบรายละเอียดเหล่านี้

ทั้งหมดนี้คือ "ธรรมทัศนะ" เท่านั้น มิได้มีใครมาบังคับใครให้เชื่อหรือคล้อยตาม ผู้พิสูจน์ธรรมจริง ถึงจริงคงรู้ได้ด้วยปัจจัตตัง

อนึ่งกรณีที่คาดเดาว่าถ้าอย่างนั้นพระอรรคสาวกมหาสาวกปกติสาวกทั้งหลายในครั้งพุทธกาลก็คงต้องเป็นกันอย่างนี้ทั้งหมดมั้ง อันนี้ก็ตัดสินฟันธงลงไปเองก็ไม่ได้ เพราะไม่มีการเขียนรายละเอียดบันทึกไว้ในคัมภีร์ อาจมีก็ได้ อาจไม่มีก็ได้ เป็นได้ทั้ง 2 ทาง

ส่วนการบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าที่ทำมรรค 4 มรรคให้เกิดในคราวเดียวและมีธาตุไฟส่งนั้น คงมีในคัมภีร์อรรถกถาจารย์ของพม่า ใครมีโอกาสได้พบหลวงพ่อธีก็ลองถามดูนะครับ

ธรรมทัศนะ ๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อความแตกฉานในอรรถะและธรรม
:82:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 13/06/2017 - 11:27

0



#47 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 13/06/2017 - 14:03

แสดงข้อความที่โพสต์ประสงค์ มีนบุรี [ 13/06/2017 - 06:50 ]

ผมเคยหลงว่าผมเป็นพระพุทธเจ้าเลย เชื่อมั๊ยครับ


การหลง เป็นเรื่องธรรมดา..ครับ

มักใหญ่....ก็หลงใหญ่..เป็นธรรมดา

:10: :10: :10:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย กบนอกกะลา: 13/06/2017 - 14:05

0



#48 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2226
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 14/06/2017 - 11:32

:106:

อ้างอิง

ตรงที่บอกว่า "ที่สุดเห็นร่างกายนี้แตกเป็นจุลมหาจุณแล้วดับไป"
ตรงนี้ผมเห็นว่าไม่น่าจะแปลว่าบรรลุธรรมนะครับ
ร่างกายดับไปแล้วจะแปลว่าบรรลุธรรมยังไงครับ?
อย่างนี้ถ้าใครนั่งสมาธิแล้ว เห็นร่างกายแตกดับไป ก็คือบรรลุธรรมหรือครับ?
(อนึ่ง ผมไม่ได้บอกว่าหลวงปู่ท่านไม่ได้บรรลุนะครับ
ผมแค่บอกว่าประโยคนี้ไม่น่าจะหมายความว่าบรรลุธรรม
ถ้ามีหนังสืออ้างอิงอยู่ ผมเสนอว่าน่าจะคัดมาทั้งย่อหน้านะครับว่าท่านเล่าว่าอย่างไร)

ในส่วนของหลวงปู่มั่นนั้น ผมอ่านแล้วเข้าใจว่าขณะที่บรรลุธรรมนั้น มันรวดเร็วเปรียบเหมือนตกต้นไม้
แต่ท่านไม่ได้บอกว่าท่านมีอาการเหมือนตกจากที่สูงนะครับ
นี่ไปสรุปว่าท่านบรรลุธรรมด้วยอาการเหมือนตกต้นไม้ คือมีธาตุดินส่ง ผมว่าไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ สังเกตว่าความเห็นของคุณอโศกะจะมีคำว่า "ดับไป" อยู่นะครับ
ตรงนี้พึงระวังให้ดีนะครับว่า แปลว่าอะไร? :95:
ถ้า "ดับไป" แปลว่าสลบไปหรือวูบไป แล้วคิดว่าบรรลุธรรมแล้วล่ะก็น่าจะเข้าใจผิดครับ
ลองอ่านในประวัติของพระสาวกนะครับ
เวลาที่บรรลุธรรมนั้น ไม่มีองค์ไหนที่มีอาการสลบไปหรือวูบดับไปนะครับ

ที่สำคัญ คือในขณะที่บรรลุธรรมนั้น ต้องมีองค์มรรคครบ ๘ ซึ่งก็รวมทั้งสัมมาสติ และสัมมาสมาธิด้วย
ดังนั้น ถ้าสลบไปหรือวูบดับไป แล้วหลงเข้าใจว่าเป็นการบรรลุธรรม น่าจะเข้าใจผิดแล้วครับ
เพราะไม่มีสติ และไม่มีสมาธิแล้ว ขณะนั้นไม่มีองค์มรรคครับ

:72:
ตอบคุณงดงามต่อ

"สภาวธรรมเกิด ดับ" คำพูดนี้คุณงดงามคงเข้าใจนะครับ

ดับไป นั้นมิใช่เป็นลมสลบวูบอะไรอย่างที่คุณงดงามคิดเดานะครับ

หลังจากสภาวธรรมที่ปรากฏดังแจ้งดับไป ปัจจุบันสภาวะอันใหม่ที่เป็นปัจจุบันก็จะเกิดขึ้นมาแทน
สภาวะปัจจุบันอันใหม่นั้นมิได้แสดงให้ฟังจึงทำให้คุณงดงามคาดเดาไปต่างๆนาๆ

ถ้าจะเล่าให้ฟังคร่าวๆให้เข้าใจพอเป็นสังเขปก็อาจจะพอบอกได้ว่า

หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลงก็จะเกิดแรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ โคตรภูญาณ มรรคญาณ ผลญาณ
จนไปสิ้นสุดที่ ปัจจเวกขณะญาณ ที่ปัจจเวกขณญาณนั้นแหละจึงจะทำให้รู้ย้อนหลังในอดีตที่เกิดขึ้นชั่วพริบตาเดียวนั้นว่า อะไรเกิดขึ้น อะไรหมดไป อะไรคงเหลือแล้วปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น เพราะอะไร?
:73:
เชิญสงสัยกันต่อนะครับ
:43:
0



#49 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4201
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/06/2017 - 08:04

:09:

อุปมาเหมือนคนเคยปวดฟัน ถึงแม้จะพยายามอธิบายให้คนที่ไม่เคยปวดฟันมาก่อนได้ฟังยังไงเค้าก็มิอาจจะเข้าใจสภาวะที่แท้จริงนั้นได้ครับ หากไม่เจอกับตัวเองจริงๆแล้วย่อมที่จะมีข้อสงสัยอีกต่อไปครับ คนที่เคยผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้วเท่านั้นถึงจะรู้ดีครับ

รู้เฉพาะตนครับ เรียนไว้ดั่งนี้ครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#50 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2340
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 18/06/2017 - 11:12

ขอบคุณคุณอโศกะที่สละเวลาอธิบายครับ
คำอธิบายใน คห ๔๘ นี้ละเอียดขึ้น และทำให้เข้าใจมากกว่าใน คห ๓๑

ทีนี้ ใน คห ๓๑ คุณอโศกะบอกว่า "ธาตุใดธาตุหนึ่งในธาตุ 4 ส่งเข้ามรรค"
และใน คห ๔๘ อธิบายว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลงก็จะเกิดแรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ โคตรภูญาณ มรรคญาณ ผลญาณ จนไปสิ้นสุดที่ ปัจจเวกขณะญาณ"

เรียนถามว่าเพิ่มเติม ที่กล่าวว่า ๑. "ส่งเข้ามรรค" นี้ มีจุดตัดไหมครับว่าตรงไหนคือเข้ามรรค? อนุโลมญาณคือเข้ามรรคหรือครับ?

๒. แรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ มันมาจากธาตุ ๔ ที่ได้กล่าวใน คห ๓๑ หรือครับ? ไม่ใช่มาจากการที่จิตได้ภาวนามาจนเกิดปัญญาเพียงพอแล้วหรือครับ?

๓. ทุกคนจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนที่ว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลง" แล้วจึงจะไป "อนุโลมญาณ" หรือครับ? เป็นไปได้ไหมครับว่าบางท่านอาจจะไม่มีสภาวธรรมดังกล่าว แต่ผ่านไปที่อนุโลมญาณเลย?
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#51 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 19/06/2017 - 11:32

รออโศกะ..ชี้แจง..

อิอิ..
0



#52 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2226
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 20/06/2017 - 10:17

แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 18/06/2017 - 11:12 ]

ขอบคุณคุณอโศกะที่สละเวลาอธิบายครับ
คำอธิบายใน คห ๔๘ นี้ละเอียดขึ้น และทำให้เข้าใจมากกว่าใน คห ๓๑

ทีนี้ ใน คห ๓๑ คุณอโศกะบอกว่า "ธาตุใดธาตุหนึ่งในธาตุ 4 ส่งเข้ามรรค"
และใน คห ๔๘ อธิบายว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลงก็จะเกิดแรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ โคตรภูญาณ มรรคญาณ ผลญาณ จนไปสิ้นสุดที่ ปัจจเวกขณะญาณ"

เรียนถามว่าเพิ่มเติม ที่กล่าวว่า ๑. "ส่งเข้ามรรค" นี้ มีจุดตัดไหมครับว่าตรงไหนคือเข้ามรรค? อนุโลมญาณคือเข้ามรรคหรือครับ?

๒. แรงส่งจิตให้ผ่านขึ้นสู่อนุโลมญาณ มันมาจากธาตุ ๔ ที่ได้กล่าวใน คห ๓๑ หรือครับ? ไม่ใช่มาจากการที่จิตได้ภาวนามาจนเกิดปัญญาเพียงพอแล้วหรือครับ?

๓. ทุกคนจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนที่ว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลง" แล้วจึงจะไป "อนุโลมญาณ" หรือครับ? เป็นไปได้ไหมครับว่าบางท่านอาจจะไม่มีสภาวธรรมดังกล่าว แต่ผ่านไปที่อนุโลมญาณเลย?

:82:
อนุโมทนากับคำถามของคุณงดงาม อันทำให้มีเหตุปัจจัยได้แสดงธรรมต่อไป
:72:
จุดต่อและจุดตัดส่งเข้ามรรคคือ อนุโลมญาณ หรือ สัจจนุโลม หรือ
มรรคสมังคี

ผู้เจริญวิปัสสนาภาวนาเมื่อมาถึงสังขารุเปกขาญาณได้แล้ว และชำนาญในการเข้าถึง ก็ประดุจเป็นผู้ที่ได้มาอยู่รอที่หน้าประตูเข้าสู่พระนิพพาน รอเพียงแต่การสะสมพลังแห่งเหตุและปัจจัยให้ถึงพร้อมก็จะส่งให้เกิดการสมังคีของมรรคที่เรียกว่า "อนุโลมญาณ"โพธิปักขิยธรรมทั้งหมดจะมารวมเป็นหนึ่งที่นี่แล้วเกิดพลังส่งข้ามโคตรจากปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชน

ธาตุ 4 ธาตุใดธาตุหนึ่งตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัยที่สร้างสมมาของผู้ปฏิบัติแต่ละคนจะมาปากฏชัดและเป็นแรงส่งให้เข้าสู่อนุโลมญาณตอนที่
จิตถอนออกจากสังขารุเปกขาญาณใหม่ๆซึ่งจะมีกำลังแห่งสัมมาสมาธิและสัมมาทิฏฐิเต็มร้อยและบริสุทธิ์ เวลานั้นวิบากแห่งกุศลจะทำให้สภาวะของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อย่างใดอย่างหนึ่งมาปรากฏเป็นผัสสะในจิตแล้วไปปรากฏชัดเป็น อนิจจัง ทุกขังหรืออนัตตา อย่างใดอย่างหนึ่งเช่นกันตามบุญวาสนาบารมีของแต่ละท่านแต่ละคน ส่งขึ้นสูงสุดแล้วดับวูบไป ส่งต่อให้ อนุโลมญาณ....ต่อไปสู่ มรรคญาณ....ผลญาณ(นิพพาน)เสวยผลสองสามขณะจิตแล้วถอยลงมาสู่ปัจจเวกขณญาณ สิ่งที่กล่าวนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมากดุจจะชั่วพริบตาเดียว จะรู้ได้ชัดแยกแยะได้ละเอียดในเวลาปัจเวกเท่านั้น จึงมีอาการเหมือนการดับวูบหายไปแล้วคืนกลับมารู้ใหม่ ชีวิตจิตใจก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเสียแล้วเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ สิ่งที่จะชัดเจนมากในตอนแรกสุดคือ

ความรู้สึกกลวง โบ๋ จากความเป็นตัวเป็นตน

ความไม่มีผู้รับและตอบโต้กับผัสสะและเวทนาทั้งปวง

เหมือนการปรบมือข้างเดียว

2.คำตอบข้อ 2 คงมีรวมอยู่ในคำตอบที่ 1 มีเพิ่มเติมจากที่ถามว่า

อ้างอิง

ไม่ใช่มาจากการที่จิตได้ภาวนามาจนเกิดปัญญาเพียงพอแล้วหรือครับ?


จิตที่ภาวนามาเพียงพอได้ที่ ก็คือได้มาถึงสังขารุเปกขาญาณนั่นเอง

3

อ้างอิง

.ทุกคนจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนที่ว่า "หลังจากธรรมคือธาตุ 4 อันใดอันหนึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วดับลง" แล้วจึงจะไป "อนุโลมญาณ" หรือครับ?


มันไม่ใช่ความจำเป็น แต่มันเป็นไปตามลำดับแห่งธรรม เพียงแต่ว่า
ท่านผู้นั้นได้สังเกตเห็นตามโดยละเอียดหรือไม่เท่านั้นเอง บางท่านก็จำรายละเอียดข้างทางมาบอกได้เยอะ อย่างเช่นท่านพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเป็นลักษณะของท่านที่เป็นปฏิสัมภิทาหรือปัญญาวิมุติ

แต่บางท่านบางองค์ท่านผ่านเข้าไปเร็วด้วยอำนาจเจโตวิมุติ ท่านเหล่านี้จะไม่เก็บรายละเอียดมาเล่าให้ฟังได้มาก อย่างเช่นที่หลวงปู่มั่นเล่าให้ศิษย์ฟังว่า ไม่ไม่ทันรู้รายละเอียดอะไร เหมือนคนตกต้นไม้เผื่อได้ยินเสียง โครม!
มันก็ไปนอนแอ้งแม้งบนดินแล้ว ดังนี้เป็นต้น
:72:
:82:
:73:
0



#53 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 22/06/2017 - 05:15

ยกกระทู้..มาให้คนอื่นอ่าน...คราบป่ม
0



#54 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2226
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: เมื่อวาน, 06:52 น.

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 22/06/2017 - 05:15 ]

ยกกระทู้..มาให้คนอื่นอ่าน...คราบป่ม

:94:
THANK YOU นะครับคุณกบ
:76:
คุณงดงามคงจะยังไม่มีเวลาว่างมาอ่านดู แต่ก็มีผู้ติดตามกระทู้อยู่หลายท่าน
เรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้คงยากครัน สำหรับท่านผู้อ่านที่ยังใหม่ พึงให้ผ่านตาไว้ ไม่เป็นไร สัญญามี วันต่อไปคงรู้ทัน

อันธรรมะมาจากภาคปฏิบัติ ต้องเคยทำเคยสัมผัส สภาวะทั้งหลาย
จึงจะรู้ จะซึ้งจิตและเข้าใจ มิฉะนั้นจะเหมือนใบ้ไม่รู้เลย
:78:
0



#55 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2340
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: เมื่อวาน, 07:55 น.

ขอบคุณคุณอโศกะใน คห ๕๒ ครับ
ผมจะมาอ่านอีกทีนะครับ
หากรีบตอบ เดี๋ยวผมเบลอตอบมั่วเข้าป่าไปอีกครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

2 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 2 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ