ลานธรรมเสวนา: คุณโกรธเพราะอะไร? - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (6 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 4
  • 5
  • 6
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

คุณโกรธเพราะอะไร?

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1174
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 18/03/2017 - 05:56

คุณโกรธ..เพราะอะไร?

อะไรทำให้คุณโกรธ?..

หากใคร...ไม่โกรธแล้ว...ก็ขออนุโมทนาสาธุด้วยนะครับ... :09: :09: :09: แต่คงระลึกได้กระมั้งว่า..ตอนยังโกรธ..ตอนนั้น..โกรธเพราะอะไร

เล่าประสบการณ์ความไม่พอใจ...ขัดใจ..ความโกรธ..ของตน..แบบชิวชิว..ไม่ซีเรียส...นะครับ...

:33: :33: :33:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย กบนอกกะลา: 18/03/2017 - 05:57

0


  • (6 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 4
  • 5
  • 6
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - shadee - sssboun - shadee - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - อโศกะ - shadee - shadee - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - shadee - กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - Happy - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - shadee - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - ngodngam - shadee - shadee - shadee - shadee - shadee - shadee - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - ngodngam - shadee - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - ngodngam - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - ngodngam - กบนอกกะลา - อโศกะ - shadee - shadee - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ -

#100 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2348
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 10/05/2017 - 16:53

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 03/05/2017 - 07:11 ]

เหตุ ที่ทำให้เกิดตัณหานั้นคือ สักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิ หรือความเห็นผิด ยึดผิดว่า รูป นาม กาย ใจหรือธาตุขันธ์นี้เป็น อัตตา ตัวกู ของกู

หมดความเห็นผิดยึดผิด หรือ กู ตายเสียแล้วก็หมดเหตุ ตัณหาก็เกิดขึ้นอีกไม่ได้ ในดวงจิตที่หมด กู

นี้เป็นความลับที่ไม่ลับที่ซ่อนอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะต้องรู้ด้วยการเจริญวิปัสสนาภาวนาจนถึงจริง จึงจะเข้าใจ

๑. ตรงนี้ผิดแล้วครับ พระอนาคามีท่านละสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิได้แล้ว
แต่ท่านก็ยังมีตัณหานะครับ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าหมดสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิแล้ว ตัณหาก็หมดไปด้วย

๒. ที่ว่า "ต้องรู้ด้วยการเจริญวิปัสสนาภาวนาจนถึงจริง จึงจะเข้าใจ" เนี่ย ก็ดูดีนะครับ
แต่กล่าวอย่างนี้แปลว่าอะไร แปลว่าคุณอโศกะเข้าใจแล้วเหรอครับ?
ถ้ายังไม่เข้าใจ แล้วมาโพสต์อธิบายได้ยังไง? (อ้างว่าเป็นความลับที่ไม่ลับที่ซ่อนอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วย)

ถ้าเข้าใจแล้ว แปลว่าคุณอโศกะละสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิได้แล้วหรือครับ?
นี่คุณอโศกะโดนคุณชาดีจัดให้แค่เรื่องพระโสดาบันนี่ยังไม่พอใช่ไหมครับ
ต้องการจะให้คุณชาดีจัดให้เรื่องเป็นพระอนาคามีด้วยไหมครับ?

ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#101 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1174
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 10/05/2017 - 17:44

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 03/05/2017 - 07:11 ]

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 03/05/2017 - 06:18 ]

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 01/05/2017 - 20:21 ]

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 30/04/2017 - 14:44 ]

:12:
ถ้ารออยู่ อาจมีตัณหา
ขอโทษอาจใข้บัญญัติผิดไปนิด
ต้องเอาแค่

เขาก็ไปอยู่ตามธรรมของเขา



:06: :06: :06:

แล้วอย่างไรจึงเรียกว่า..ตัณหาไม่มี??...อย่างที่พระอรหันต์ท่านว่าไม่มีตัณหาแล้ว..


ไม่รีบ..ครับ
อโศกะเข้ามาตอนไหน...ก็แถลงไขให้ฟังหน่อย .ละกัน

:12:
เรื่องบัญญัตินี่ถึงตอนที่ต้องละเอียดก็ต้องละเอียดนะ คนโบราณท่านทำบัญญัติไว้ละเอียดชัดเจนดีมากแยกแยะใช้คำได้ใกล้เคียงกับสภาวธรรมที่เกิดขึ้นมากที่สุดใครไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ก็จะเข้าได้ไม่ใกล้หรือไม่ถึงธรรม
:33:
มีตัณหา...ตัณหาไม่มี.....ตัณหาไม่เกิด...ไม่เกิดตัณหา..หมดตัณหา....ตัณหาตายขาดสิ้น

หมดตัณหา...ตัณหาตายขาดสิ้น นี้คือคุณสมบัติหนึ่งของพระอรหันต์

ส่วนตัณหาที่เหลือที่ว่ามานั้นอาจแปลความหมายดิ้นไปมาไดทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับความเห็นและพื้นฐานความรู้ของแต่ละคนครับ

ที่ว่าตัณหาเขาไปอยู่ตามธรรมนั้นก็คือการที่ เหตุ ปัจจัยที่จะทำให้เกิดตัณหานั้นยังมีอยู่ เมื่อเหตุปัจจัยนี้กระทบกันก็ยังทำให้เกิดผลเป็นตัณหาอยู่ร่ำไป

ปัจจัยนี้เป็นสิ่งที่ควบคุมบังคับและทำให้หมดไปได้ยาก
แต่ เหตุ นั้นทำให้หมดไปได้ง่ายกว่า

เหตุ ที่ทำให้เกิดตัณหานั้นคือ สักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิ หรือความเห็นผิด ยึดผิดว่า รูป นาม กาย ใจหรือธาตุขันธ์นี้เป็น อัตตา ตัวกู ของกู

:82:


กระผมขอจบประเด็น..ที่ว่า..ตัณหาไม่มี..แล้วไปอยู่ที่ไหน...กับอโศกะ..แล้วกันนะครับ...เพราะคิดว่า..อโศกะคงอธิบายไปได้ไม่ไกลกว่านี้แล้วละ...

และ..ยังไม่อยากถามแย้งด้วยประเด็นใหม่...

รอชมประเด็นของคุณงดงาม...ต่อไป..

เอ้า..อโศกะ..ว่าไป..

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย กบนอกกะลา: 10/05/2017 - 17:45

0



#102 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2348
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 11/05/2017 - 11:54

นอกเหนือจากคำถามที่ผมค้างไว้ให้คุณอโศกะใน คห ๑๐๐ ข้างต้นแล้ว
ผมอยากจะเรียนให้คุณอโศกะทราบถึงแนวทางการสนทนาของผมกับคุณอโศกะไว้ก่อนล่วงหน้า ๔ ข้อ ดังต่อไปนี้นะครับ

๑. การกล่าวว่ามีความลับที่ไม่ลับเช่นนี้ อีกนัยหนึ่งก็คือว่าไม่มีในพระสูตรนั่นเอง หรืออีกกรณีหนึ่งคืออาจจะขัดกับพระสูตรเสียด้วยก็เป็นได้

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 03/05/2017 - 07:11 ]

นี้เป็นความลับที่ไม่ลับที่ซ่อนอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะต้องรู้ด้วยการเจริญวิปัสสนาภาวนาจนถึงจริง จึงจะเข้าใจ

ถ้าสิ่งที่สอนมันขัดกับพระสูตรแล้ว ก็ขอให้ยอมรับตามตรงว่าคุณอโศกะกำลังสอนแนะนำแนวปฏิบัติที่มันขัดกับคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ควรเลี่ยงบาลีไปใช้คำว่า "ความลับที่ไม่ลับในคำสอน" ในทางกลับกัน ถ้ามันไม่ขัด และมีในพระธรรมคำสอน มันก็ต้องอ่านพบได้ในพระธรรมคำสอน ไม่ใช่เป็นความลับ

๒. การที่บอกว่า "ต้องรู้ด้วยการเจริญวิปัสสนาภาวนาจนถึงจริง จึงจะเข้าใจ" กรณีนี้เท่ากับว่าห้ามคนอื่นให้ความเห็นแย้ง
เพราะอะไร? เพราะคุณอโศกะกำลังจะบอกว่า คนอื่น ๆ นั้นต้องไปภาวนาจนถึงจริง คือจนละสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิให้ได้ก่อน แล้วจะเข้าใจ
ก็แปลว่า ในระหว่างนี้ ถ้าใครยังไม่ถึงพระอนาคามี ก็ไม่สามารถมาแย้ง คห คุณอโศกะเลยใช่ไหมครับ?
ถ้าสมมุติมีใครมาแย้งก็ตาม คุณอโศกะก็อ้างได้ว่า ต้องไปปฏิบัติให้ถึงจริงก่อนสิ แล้วจะเห็นเช่นนี้
อย่างนี้คุณอโศกะก็อ้างอะไรก็ได้ กล่าวอะไรก็ได้ สอนอะไรก็ได้ แล้วก็ไม่มีใครแย้งได้ เพราะคนอื่นยังไม่ใช่พระอนาคามีอย่างนั้นหรือ
แต่ผมเห็นว่าสามารถแย้งได้นะครับ ถ้าเห็นได้ว่าคำแนะนำหรือคำอธิบายของคุณอโศกะขัดกับพระสูตรหรืออรรถกถา

๓. ในขณะเดียวกัน เวลาคุณอโศกะกล่าวอย่างนี้นี่แหละ ทำให้คนอ่านเขาตีความได้ว่า
"อ้อ คุณอโศกะรู้ความลับที่ไม่ลับนี้แล้ว แสดงว่าถึงจริงแล้วใช่ไหม"
ถ้าตอบว่ายังไม่ถึง แล้วจะมาสอนเรื่องนี้ได้ยังไง ในเมื่อบอกเองว่า "ต้องรู้ด้วยการเจริญวิปัสสนาภาวนาจนถึงจริง จึงจะเข้าใจ"
ในขณะเดียวกัน พอจะตอบว่าถึงแล้ว ก็เป็นการประกาศตัว ก็สนทนากันยาก โดนด่า โดน คห อื่นแทรกแซง สารพัดปัญหา
มันมีปัญหาเยอะนะครับ ฉะนั้นแล้ว เวลาที่จะแนะนำการภาวนาไปจนถึงระดับพระอริยบุคคลนั้น
ในกรณีที่สมควรคือ แนะนำตามพระธรรมคำสอนในพระไตรปิฎกไว้ ปัญหาก็จะไม่มีครับ
ในทางกลับกัน ถ้าอ้างว่าเป็นความลับในคำสอน แล้วเฉพาะคนที่ปฏิบัติถึงจริงแล้วจึงเข้าใจล่ะก็ คุณอโศกะกำลังเรียกแขกครับ

๔. ฉะนั้นแล้วในการแย้งอะไรที่ผมจะสนทนาต่อไปก็ตาม (ถ้ามี) ผมจะอ้างอิงตามพระไตรปิฎก หรือตำราที่เชื่อถือได้ ซึ่งผมจะให้ลิ้งค์ไว้ด้วยนะครับ
ถ้าผมอ้างอิงพระสูตรผิด หรืออธิบายพระสูตรผิด และคุณอโศกะหรือท่านอื่น ๆ มีคำแนะนำที่ถูกต้อง ผมก็ยินดีจะรับฟังครับ

ในท้ายนี้ ขอเรียนว่าคุณอโศกะจะปฏิบัติธรรมไปถึงขั้นไหนแล้วก็ตามที ผมก็ไม่สามารถทราบได้หรอกนะ
แต่เท่าที่ผมได้เคยสัมผัส หรือศึกษาจากครูบาอาจารย์ที่นับถือบางท่านนั้น
ทุก ๆ ท่านก็ล้วนแต่สอนสอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธเจ้า อ้างอิงคำสอนของพระพุทธเจ้า เห็นจริงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
แต่ถ้าคุณอโศกะปฏิบัติไปแล้ว ได้ไปเห็น "ความลับที่ไม่ลับ" ซึ่งไม่ตรงคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ขอเตือนให้ระวังว่าจะไปผิดทางนะครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#103 ผู้ใช้ออฟไลน์   shadee ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1070
  • สมัคร: 23/07/2009

ตอบ: 11/05/2017 - 16:47

อนุโมทนาคุณงดงามครับ

ถ้ามีอะไรที่ผมเข้าใจเกี่ยวกับคุณงดงามและคุณอโศก ผมขอกราบขอโทษ ณที่นี้นะครับ

คุณเป็นลูกผู้ชายที่น่านับถือครับ
เจริญในธรรมครับ
0



#104 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2230
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 12/05/2017 - 07:11

แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 11/05/2017 - 11:54 ]

นอกเหนือจากคำถามที่ผมค้างไว้ให้คุณอโศกะใน คห ๑๐๐ ข้างต้นแล้ว
ผมอยากจะเรียนให้คุณอโศกะทราบถึงแนวทางการสนทนาของผมกับคุณอโศกะไว้ก่อนล่วงหน้า ๔ ข้อ ดังต่อไปนี้นะครับ

๑. การกล่าวว่ามีความลับที่ไม่ลับเช่นนี้ อีกนัยหนึ่งก็คือว่าไม่มีในพระสูตรนั่นเอง หรืออีกกรณีหนึ่งคืออาจจะขัดกับพระสูตรเสียด้วยก็เป็นได้

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 03/05/2017 - 07:11 ]

นี้เป็นความลับที่ไม่ลับที่ซ่อนอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะต้องรู้ด้วยการเจริญวิปัสสนาภาวนาจนถึงจริง จึงจะเข้าใจ

ถ้าสิ่งที่สอนมันขัดกับพระสูตรแล้ว ก็ขอให้ยอมรับตามตรงว่าคุณอโศกะกำลังสอนแนะนำแนวปฏิบัติที่มันขัดกับคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ควรเลี่ยงบาลีไปใช้คำว่า "ความลับที่ไม่ลับในคำสอน" ในทางกลับกัน ถ้ามันไม่ขัด และมีในพระธรรมคำสอน มันก็ต้องอ่านพบได้ในพระธรรมคำสอน ไม่ใช่เป็นความลับ

๒. การที่บอกว่า "ต้องรู้ด้วยการเจริญวิปัสสนาภาวนาจนถึงจริง จึงจะเข้าใจ" กรณีนี้เท่ากับว่าห้ามคนอื่นให้ความเห็นแย้ง
เพราะอะไร? เพราะคุณอโศกะกำลังจะบอกว่า คนอื่น ๆ นั้นต้องไปภาวนาจนถึงจริง คือจนละสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิให้ได้ก่อน แล้วจะเข้าใจ
ก็แปลว่า ในระหว่างนี้ ถ้าใครยังไม่ถึงพระอนาคามี ก็ไม่สามารถมาแย้ง คห คุณอโศกะเลยใช่ไหมครับ?
ถ้าสมมุติมีใครมาแย้งก็ตาม คุณอโศกะก็อ้างได้ว่า ต้องไปปฏิบัติให้ถึงจริงก่อนสิ แล้วจะเห็นเช่นนี้
อย่างนี้คุณอโศกะก็อ้างอะไรก็ได้ กล่าวอะไรก็ได้ สอนอะไรก็ได้ แล้วก็ไม่มีใครแย้งได้ เพราะคนอื่นยังไม่ใช่พระอนาคามีอย่างนั้นหรือ
แต่ผมเห็นว่าสามารถแย้งได้นะครับ ถ้าเห็นได้ว่าคำแนะนำหรือคำอธิบายของคุณอโศกะขัดกับพระสูตรหรืออรรถกถา

๓. ในขณะเดียวกัน เวลาคุณอโศกะกล่าวอย่างนี้นี่แหละ ทำให้คนอ่านเขาตีความได้ว่า
"อ้อ คุณอโศกะรู้ความลับที่ไม่ลับนี้แล้ว แสดงว่าถึงจริงแล้วใช่ไหม"
ถ้าตอบว่ายังไม่ถึง แล้วจะมาสอนเรื่องนี้ได้ยังไง ในเมื่อบอกเองว่า "ต้องรู้ด้วยการเจริญวิปัสสนาภาวนาจนถึงจริง จึงจะเข้าใจ"
ในขณะเดียวกัน พอจะตอบว่าถึงแล้ว ก็เป็นการประกาศตัว ก็สนทนากันยาก โดนด่า โดน คห อื่นแทรกแซง สารพัดปัญหา
มันมีปัญหาเยอะนะครับ ฉะนั้นแล้ว เวลาที่จะแนะนำการภาวนาไปจนถึงระดับพระอริยบุคคลนั้น
ในกรณีที่สมควรคือ แนะนำตามพระธรรมคำสอนในพระไตรปิฎกไว้ ปัญหาก็จะไม่มีครับ
ในทางกลับกัน ถ้าอ้างว่าเป็นความลับในคำสอน แล้วเฉพาะคนที่ปฏิบัติถึงจริงแล้วจึงเข้าใจล่ะก็ คุณอโศกะกำลังเรียกแขกครับ

๔. ฉะนั้นแล้วในการแย้งอะไรที่ผมจะสนทนาต่อไปก็ตาม (ถ้ามี) ผมจะอ้างอิงตามพระไตรปิฎก หรือตำราที่เชื่อถือได้ ซึ่งผมจะให้ลิ้งค์ไว้ด้วยนะครับ
ถ้าผมอ้างอิงพระสูตรผิด หรืออธิบายพระสูตรผิด และคุณอโศกะหรือท่านอื่น ๆ มีคำแนะนำที่ถูกต้อง ผมก็ยินดีจะรับฟังครับ

ในท้ายนี้ ขอเรียนว่าคุณอโศกะจะปฏิบัติธรรมไปถึงขั้นไหนแล้วก็ตามที ผมก็ไม่สามารถทราบได้หรอกนะ
แต่เท่าที่ผมได้เคยสัมผัส หรือศึกษาจากครูบาอาจารย์ที่นับถือบางท่านนั้น
ทุก ๆ ท่านก็ล้วนแต่สอนสอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธเจ้า อ้างอิงคำสอนของพระพุทธเจ้า เห็นจริงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
แต่ถ้าคุณอโศกะปฏิบัติไปแล้ว ได้ไปเห็น "ความลับที่ไม่ลับ" ซึ่งไม่ตรงคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ขอเตือนให้ระวังว่าจะไปผิดทางนะครับ

:33:
"ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหีติ"

มีไหมครับคำสอนนี้ในพระไตรปิฎก
หรือง่ายๆในบทสวดมนต์แปล ธรรมคุณ 6 ประการครับ
ผมพูดเรื่องความลับที่ไม่ลับด้วยอาศัยบาลีที่ยกมาข้างต้นนี้ครับ

ไม่มีคำตอบเรื่องธรรมทุกอย่างในพระไตรปิฎกหรอกครับ หลายอย่างต้องพิสูจน์รู้ด้วยการทำจริง

พระบรมศาสดาก็ทรงสอนไว้ แปลเป็นไทยได้ความว่า

"เราเป็นเพียงผู้ชี้บอกทาง".......ใช่ไหมครับ?
:82:
0



#105 ผู้ใช้ออฟไลน์   shadee ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1070
  • สมัคร: 23/07/2009

ตอบ: 12/05/2017 - 10:45

คุณอโศกไม่ใช่โสดาบัน จึงไม่เคารพพระไตรปิฏก
อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาครับ
0



#106 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2348
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 12/05/2017 - 23:09

ตอบคุณชาดีใน คห ๑๐๓
ผมให้อภัยทุกประการนะครับ อะไรก็ตามที่ผมโดนกล่าวตู่ก็ดี โดนติเตียนในเว็บนี้ก็ดี ผมไม่ถือโกรธคุณชาดีนะครับ เพราะผมยอมรับว่ามันก็เป็นวิบากกรรมของผมทั้งนั้นแหละ ถ้าผมไม่ได้ทำไว้รับรองว่าไม่มีทางได้รับแน่ (อันนี้น่าจะเป็นแค่เศษแล้วด้วย น่าจะเคยลงอบายมาแล้ว และมารับเศษ)... อย่างไรก็ดี ก็ขอเรียนคุณชาดีว่าในสิ่งที่คุณชาดีกล่าวนั้น แม้จะเป็นวิบากของผมก็ตาม แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็เป็นกรรมใหม่ของคุณชาดีนะครับ แล้วก็จะก่อวิบาก ซึ่งต่อให้ผมไม่ถือโกรธคุณชาดีก็ตาม มันก็ยังเป็นกรรม แล้วก็จะก่อวิบากได้นะครับ

จริง ๆ แล้วในการสนทนาถกเถียงข้อธรรมกันนั้น แม้จะไม่เห็นด้วยตรงกันก็ตาม แต่ก็มีหลายประโยคที่เราสามารถเลี่ยงได้ หรือคุณชาดีสามารถเลี่ยงไม่กล่าวก็ได้ ก็จะได้เลี่ยงก่อกรรมไม่ดีโดยไม่จำเป็น ผมเคยพลาดมาเยอะแล้วครับ เจตนาดีเป็นห่วงพ่อแม่หรือคนอื่น ๆ ก็ดี แต่ด้วยความที่อินทรีย์ยังอ่อน เวลาไปคุยอธิบายอะไรกับเขาก็ไปพลาดไปคุยไม่ดี เพราะเราเป็นห่วง คิดแต่ว่าเราเจตนาดี หารู้ไม่ว่าสร้างอกุศลกรรมหนักไว้เพียบเลย พ่อแม่ผมก็ไม่ถือโกรธหรอกครับ คนอื่น ๆ นั้นก็มีโกรธบ้างไม่โกรธบ้าง แต่แม้จะไม่โกรธ ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นอโหสิกรรม เพราะเราพูดจาไม่ดีกับพ่อแม่หรือคนอื่น มันก็ก่อวิบากได้ พาไปอบายได้ง่าย ๆ

ตอบคุณอโศกะใน คห ๑๐๔
ผมไม่ติดใจคำว่า "ความลับไม่ลับ" เท่าไรนักครับ สังเกตได้ว่าผมไม่ได้ตั้งคำถามอะไรใน คห ๑๐๒ เลย ผมแค่ต้องการให้เห็นภาพล่วงหน้าตรงกันว่าผมจะสนทนายังไงเท่านั้นเอง (และเพื่อที่ผมจะไม่โดนจำกัดในการสนทนาด้วยข้ออ้างที่ว่าผมยังภาวนาไปไม่ถึง) แต่ประเด็นที่ผมจะขอแย้งจริง ๆ นั้นอยู่ใน คห ๙๙ ของคุณอโศกะนะครับ ดังต่อไปนี้

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 03/05/2017 - 07:11 ]

เหตุ ที่ทำให้เกิดตัณหานั้นคือ สักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิ หรือความเห็นผิด ยึดผิดว่า รูป นาม กาย ใจหรือธาตุขันธ์นี้เป็น อัตตา ตัวกู ของกู

หมดความเห็นผิดยึดผิด หรือ กู ตายเสียแล้วก็หมดเหตุ ตัณหาก็เกิดขึ้นอีกไม่ได้ ในดวงจิตที่หมด กู

ตรงนี้ผมเห็นว่าไม่ถูกนะครับ เพราะพระอนาคามีท่านละสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิได้แล้ว
แต่ท่านก็ยังมีตัณหานะครับ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าหมดสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิแล้ว ตัณหาก็หมดไปด้วย
รบกวนคุณอโศกะอธิบายด้วยครับ

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย ngodngam: 12/05/2017 - 23:28

ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#107 ผู้ใช้ออฟไลน์   shadee ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1070
  • สมัคร: 23/07/2009

ตอบ: 13/05/2017 - 05:37

คุณงดงามบล็อกกระทู้ของคุณไม่ให้ผมเข้าไปแสดงความคิดเห็นและแสดงธรรมขององค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อันนี้แสดงถึงความตระหนี่ ความคับแคบ ความโกรธ ความผูกโกรธ ความพยาบาท ที่คุณบอกว่าอภัยให้ผมความจริงแล้วคุณพูดแต่ปากแต่จิตใจอาฆาตครับ ที่คุณงดงามกล่าวตู่ผม ว่าติเตียนผม ผมไม่เคยคิดอะไรเลย และไม่เคยคิดจะบล็อกความคิดเห็นใครเลย

สรุป คุณงดงามก็เท่านี้แหละครับ กรรมที่คุณงดงามทำเพื่อช่วยคุณอโศกบิดเบือนว่า ตัณหาเป็นผล ทั้งๆที่ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วว่า ตัณหาเป็นเหตุแห่งทุกข์ บืดเบือน อริยสัจ 4
ต้องตามสนองคุณแน่นอนครับ
คุณงดงามว่าร้ายผมในหลายกระทู้ ผมไม่โกรธ ไม่ผูกโกรธ แต่ วจีกรรม มโนกรรม และกายกรรม ที่คุณทำเองนั่นแหละจะตามสนองคุณเอง
ผมเห็นคุณชัดเจนแล้ว ผู้มีสติสัมปชัญญะ ผู้มีสติปัญญาท่านอื่นก็เห็นคุณชัดเจนแล้ว การไม่มีเหตุผลมาเถียงสู้ เถียงสู้ไม่ได้ก็บล็อกทุกกระทู้ซะเลย
คนอ่านเค้าก็รู้ครับ ว่า คุณงดงาม ที้แท้ก็เท่านี้เอง
0



#108 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2230
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 13/05/2017 - 06:17

:68:
ผมชอบใจในไหวพริบ ปฏิภาณและการค้นหาข้อธรรมจากตำรามาตอบแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็วฉับไวของคุณงดงาม อนุโมทนา

แต่วันนี้คุณงดงามได้กลายเป็น "ปลาใหญ่ ตายน้ำตื้น "เสียแล้วด้วยความมีสติแต่ขาดสัมปชัญญะนะครับ

โปรดพิจารณาข้อความที่คุณงดงามพูดมาต่อไปนี้

อ้างอิง

ตรงนี้ผมเห็นว่าไม่ถูกนะครับ เพราะพระอนาคามีท่านละสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิได้แล้ว
แต่ท่านก็ยังมีตัณหานะครับ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าหมดสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิแล้ว ตัณหาก็หมดไปด้วย
รบกวนคุณอโศกะอธิบายด้วยครับ
การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย ngodngam: เมื่อวาน, 23:28 น.

:34:
ระดับคุณงดงามแล้วคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้วกระมังครับ เพราะเรื่องสังโยชน์ 10 กับคุณของพระอนาคามีคงชัดเจนอยู่ในใจของคุณงดงามอยู่แล้วนะครับ

สาธุ
:82:
0



#109 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2348
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 13/05/2017 - 06:27

ผมอยู่ในลานธรรมมาหลายปีแล้ว เพิ่งเคยโดนว่าบล๊อค คห เป็นครั้งแรกนะครับ
ขอเรียนอย่างนี้นะครับ ไปดูประวัติส่วนตัวของผม แล้วก็ดูค้นหากระทู้นะครับ
ผมก็ปิดกระทู้เป็นปกติอยู่แล้ว โดยกระทู้ที่ผมเห็นว่าไม่มีประเด็นแล้ว ผมก็แจ้งปิดครับ
อย่างผมเข้าไปดูประวัติส่วนตัวของคุณชาดี ค้นกระทู้ดูมี ๑๐ กระทู้ ไม่ปิดสักกระทู้ ก็แล้วแต่คุณชาดีครับ

เรื่องปิดกระทู้นี้ เป็นสิทธิโดยแท้ของเจ้าของกระทู้นะครับ ไม่ใช่ของผู้ร่วมสนทนา
เข้าใจคำว่า "เจ้าของกระทู้" ไหมครับว่าหมายความว่าอย่างไร?

(เอ๊ะ ทำไมผมต้องมาอธิบายเรื่องนี้ด้วยเนี่ย :96: )
เช่นเจ้าของกระทู้จะไม่อยู่ อย่างเช่นคุณเอส เขาก็ปิดกระทู้ ผมก็เห็นด้วยนะ
อย่างผมเอง แม้จะยังอยู่ แต่เห็นว่าผมไม่มีประเด็นจะสนทนาด้วยแล้ว ผมก็ปิด
ผมเปิดกระทู้เพื่อมาคุยข้อธรรม เมื่อผมเห็นว่าไม่มีประเด็นข้อธรรมค้างแล้ว ผมก็ปิด
ผมไม่ได้เปิดกระทู้เพื่อให้คุณชาดีหรือคุณอโศกะมาติเตียนกันเองในกระทู้ที่ผมเปิดนะครับ

สังเกตนะครับ กระทู้ผมเนี่ย ๑ หน้า หรือ ๒ หน้าผมก็ปิดแล้ว
ผมไม่ปล่อยให้สนทนาลากยาวหลาย ๆ หน้าหรอกครับ (ยกเว้นกระทู้แจกหนังสือธรรมะหรือกระทู้เรี่ยไรนะครับ)
กระทู้หนึ่ง ๆ ผมคุยแค่ไม่กี่ประเด็น ถ้าจะคุยเรื่องอื่น ผมก็เปิดกระทู้ใหม่
การคุยวนเวียนไปมา ประเด็นเดิม มั่วประเด็น ติเตียนกัน ไร้สาระ ไม่มีเนื้อหาอะไร

คุณชาดีอาจจะเข้าใจว่าผมไม่เปิดโอกาสให้แย้ง
แต่เราลองดูข้อเท็จจริงนะครับว่า ในกระทู้ที่ผมปิดนั้น เวลาผมถามคุณชาดี ผมอุตส่าห์ถามถึง ๓ ครั้งนะครับ (เสียเวลามากเลย) นี่ยังไม่เปิดโอกาสอีกหรือ
จริง ๆ แล้ว ผมจะปิดกระทู้ตั้งแต่ถาม ๓ ครั้งแล้วไม่ตอบด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าผมลืมปิดเท่านั้นเอง
ที่สำคัญคือ ถ้าคุณชาดียังอารมณ์ค้างและต้องการสนทนาต่อ ก็เปิดกระทู้ใหม่ของคุณชาดีเอง
แล้วคุณชาดีก็เป็นเจ้าของกระทู้ อยากจะเปิดไว้คุยวนไปวนมาหลาย ๆ รอบ ก็แล้วแต่นะครับ

นอกจากนี้ กระทู้ที่คุณชาดีแสดง คห ใน ๒ เรื่องนี้

อ้างอิง

๑. คุณอโศกะ คุณไม่ใช่โสดาบัน
๒. พระพุทธเจ้าตรัสว่าตัณหาเป็นเหตุ คุณอโศกะบอกว่าเป็นผล

มันมีเยอะมากแล้วครับ ลองนับดูสิครับว่าคุยกันกี่กระทู้แล้ว ผมดูผ่าน ๆ ก็เกินสิบกระทู้แล้วครับ
ปิดกระทู้ผมไปแค่สองหรือสามกระทู้ ก็ไม่กระทบหรอกครับ
ถ้าคุณชาดีเห็นว่าจำนวนกระทู้เท่าที่คุยกันอยู่นี้ยังไม่พอ คุณชาดีเปิดกระทู้ใหม่ได้เองอยู่แล้วครับ
แต่ผมไม่รับปากว่าจะเข้าไปคุยด้วยนะครับ เพราะผมเห็นว่าผมคุย ๒ ประเด็นนี้จบแล้ว
ถ้าผมจะคุยต่อวนไปวนไปกับคุณชาดี ก็เสมือนให้ยาเสพติดแก่คุณชาดีเสพไปเรื่อย ๆ
เป็นการทำร้ายคุณชาดีเปล่า ๆ ซึ่งผมไม่อยากมีส่วนร่วมด้วย
แต่ถ้าคุณชาดีอยากจะทำร้ายตนเอง อยากจะเสพยานี้ไปเรื่อย ผมก็ไม่มีสิทธิห้ามครับ

ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#110 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2348
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 13/05/2017 - 06:48

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 13/05/2017 - 06:17 ]

:68:
ผมชอบใจในไหวพริบ ปฏิภาณและการค้นหาข้อธรรมจากตำรามาตอบแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็วฉับไวของคุณงดงาม อนุโมทนา

แต่วันนี้คุณงดงามได้กลายเป็น "ปลาใหญ่ ตายน้ำตื้น "เสียแล้วด้วยความมีสติแต่ขาดสัมปชัญญะนะครับ

โปรดพิจารณาข้อความที่คุณงดงามพูดมาต่อไปนี้

อ้างอิง

ตรงนี้ผมเห็นว่าไม่ถูกนะครับ เพราะพระอนาคามีท่านละสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิได้แล้ว
แต่ท่านก็ยังมีตัณหานะครับ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าหมดสักกายทิฏฐิและมานะทิฏฐิแล้ว ตัณหาก็หมดไปด้วย
รบกวนคุณอโศกะอธิบายด้วยครับ
การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย ngodngam: เมื่อวาน, 23:28 น.

:34:
ระดับคุณงดงามแล้วคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้วกระมังครับ เพราะเรื่องสังโยชน์ 10 กับคุณของพระอนาคามีคงชัดเจนอยู่ในใจของคุณงดงามอยู่แล้วนะครับ

ขอบคุณคุณอโศกะมากครับ ผมคุยหลายกระทู้จนมึนเอง
(นี่แหละถึงอยากจะปิดกระทู้ และลดจำนวนกระทู้ที่สนทนา)

กราบขออภัยด้วยที่ทำเสียเวลา และแปะ คห ๑๐๐, ๑๐๒ และ ๑๐๖ พร่ำเพ้อพรรณาโดยไม่เกี่ยวข้อง :09: :09: :09:
ในเมื่อผมไม่มีประเด็นแย้งว่าไม่ตรงพระธรรมคำสอนแล้ว คห ๑๐๐, ๑๐๒ และ ๑๐๖ ของผมก็ไม่ควรมี
คห ๙๙ ของคุณอโศกะถูกต้องแล้วครับ ที่ว่าเมื่อละมานะทิฏฐิได้แล้ว ตัณหาก็ไม่เกิดครับ

ผมขอแก้ไข คห ๑๐๐ และ ๑๐๖ เป็นว่า พระอนาคามียังละมานะทิฏฐิไม่ได้ครับ :09:

แม้ว่าผมจะให้ คห ผิด ก็ตาม แต่ขอเรียนว่าผมดีใจนะครับ ประเด็นสนทนาจบเร็ว ไม่เหนื่อย :10:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#111 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1174
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 26/05/2017 - 05:51

คิดว่า...เนื้อหาสาระตามชื่อกระทู้..คงต้องย้อนมาที่ คห. นี้ละคับ

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 09/04/2017 - 09:50 ]

โกรธ..เพราะอะไร?..

แม้ปัจจุบัน....ก็โกรธอยู่..

แต่

สติ..ช่วยได้ครับ...

บางคน..อาจจะมีคำคำหนึ่ง..ที่ช่วยดึงสติกลับมาได้เร็ว...

ของผม..คำว่า.."โง่"...พอรู้สึกจะโกรธปั๊ป...สติเตือน.."อ้าวนี้..มึงกำลังโง่แล้วนี้"...หยุดเลยคับ...
ของแม่...คำว่า"นรก"...พอรู้สึกจะโกรธปั๊ป..."อ้าวนี้..มึง..ถ้าตายตอนนี้...มึงตกนรกเลยนะนี้"...หยุดเลย..

ของเพื่อนๆญาติธรรม...คำว่า"นิพพาน"..พอรู้สึกจะโกรธปั๊ป..."อ้าวนี้..มึงโง่นะนี้..ถ้าตายตอนนี้...ไปนิพพานไม่ได้นะ"...หยุดเลย.

เป็นต้น....

ตัวอย่าง..ที่สติช่วยระงับความโกรธได้...

0



#112 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1174
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 26/05/2017 - 05:53

คห.ของคุณHappy ตาม #55 เป็นความเห็นสุดท้ายที่เป็นไปตามชื่อกระทู้ ..มาต่อที่ คห .นี้ก็แล้วกัน..นะครับ

แสดงข้อความที่โพสต์Happy [ 10/04/2017 - 17:53 ]

แสดงข้อความที่โพสต์กบนอกกะลา [ 18/03/2017 - 05:56 ]

คุณโกรธ..เพราะอะไร?

อะไรทำให้คุณโกรธ?..

หากใคร...ไม่โกรธแล้ว...ก็ขออนุโมทนาสาธุด้วยนะครับ... :09: :09: :09: แต่คงระลึกได้กระมั้งว่า..ตอนยังโกรธ..ตอนนั้น..โกรธเพราะอะไร

เล่าประสบการณ์ความไม่พอใจ...ขัดใจ..ความโกรธ..ของตน..แบบชิวชิว..ไม่ซีเรียส...นะครับ...

:33: :33: :33:

โกรธเพราะไม่ได้ดังใจเรา โกรธเพราะคาดหวังกับบางสิ่งไว้มากเกินไป เมื่อไม่ได้ตามที่หวังไว้ จึงไม่พอใจ

0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
  • (6 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 4
  • 5
  • 6
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ