ลานธรรมเสวนา: วิเคราะห์และสรุปธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน แบบลูกทุ่ง - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (6 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 4
  • 5
  • 6
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

วิเคราะห์และสรุปธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน แบบลูกทุ่ง เราได้ฟังได้ศึกษาธรรมะแบบลูกกรุงกันมานานลองฟังแบบลูกทุ่งกันดูนะครับ

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2326
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 01/02/2017 - 06:26

:09:
อธิบายสรุปธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน แบบลูกทุ่ง


จิตใจถ้ายังมีงานต้องทำอยู่มันก็ต้องนึกต้องคิดปรุงแต่ง ไม่สงบ

แต่ถ้าหมดงานแล้วจิตใจมันก็จะพักและสงบโดยธรรมชาติและ

ด้วยตัวของมันเอง


อุปมาให้เห็นง่ายๆดังเช่นถัาเรามีเสื้อผ้าใช้แล้วที่จะต้องซักอยู่

กองใหญ่หลายสิบผืนถ้าหากเราไม่รีบซักเสียให้เสร็จสิ้นเราก็จะมีงานรอ งานค้างอยู่ในจิตใจจะพักผ่อนนอนสงบสบายไม่ได้สักที

จิตใจของเรานี่เขาก็ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่เหลือเกินคือจะคอยย้ำคอย

เตือนให้เราทำงานให้สำเร็จจบเป็นเรื่องเป็นงานๆไปเพื่อจิตใจจะ

ได้มาอยู่สงบพักผ่อนอยู่กับปัจจุบันได้เป็นตอนๆไปด้วย


ในทางปฏิบัติหรือในชีวิตจริงของคนธรรมดาสามัญทั้งหลายถ้า

สังเกตพิจารณาวิเคราะห์ออกมาให้ดีเราจะเห็นหรือพบว่าจิตใจ

ของเรานี้มีการสะสมเรื่องราวต่างๆไว้ทั้งดีและร้ายหรือที่เรียกว่า

กุศลและอกุศลไว้มากมายเต็มไปหมดในห้องจิตใจของเราจน

เป็นภาระอันยิ่งใหญ่และหนักหน่วงที่รอชำระและจะต้องชำระให้

หมดสิ้นไปจิตใจจึงจะได้พักผ่อนนอนหลับและอยู่อย่างสุขสบาย


ลองนึกกลับไปถึงอุปมาเรื่องผ้ารอซักกองใหญ่ข้างต้นเราจะเห็นภาพความจริงอย่าหนึ่งที่ซ่อนอยู่หรือฝังเก็บอยู่ในใจของมนุษย์

ทุกคนว่าเรามีผ้าที่จะต้องซักรออยู่กองมหึมาเพราะสิ่งที่เราเก็บ

สะสมไว้ในจิตใจมันไม่ใชแค่เฉพาะวันนี้เดี๋ยวนี้แต่มันได้สะสม

ข้ามวันเดือนปีข้ามภพข้ามชาติมานับไม่ถ้วน


เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะพอนึกออกได้แล้วว่าทำไมพระพุทธเจ้าจึงทรงสอนสรุปธรรมไว้ในโอวาทปาฏิโมกข์และสัมมัปธาน 4 ว่า

ตามโอวาทปาติโมกข์

1.ให้ละชั่วคือไม่เติมสิ่งสกปรก ภาระและงานใหม่เข้าไปในจิต 2.ให้กระทำแต่ความดี คือให้เติมแต่สิ่งที่สะอาดดีๆชำระง่าย ไม่เป็นภาระหนักเข้าไปไว้ในจิตแทน

3.ชำระจิตของตนให้ขาวรอบ คือเอาอกให้หมดทั้งของสกปรกหรือของสะอาดเอาออกทั้งดี

และชั่วทั้งบุญและบาปให้จิตใจหมดภาระและงานทั้งหมดอย่าง

แท้จริงเพื่อจิตใจจะได้หมดงานหมดภาระได้พักผ่อนอยู่สุข

สงบเป็นปกติและไม่กลับไปทำตามอุปนิสัยสันดานเดิมที่ถูกอัตตา กิเลส ตัณหาพาทำมา

จบตอนที่ 1 เมื่อพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560

อโศกะ
0


  • (6 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 4
  • 5
  • 6
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: อโศกะ - shadee - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - shadee - อโศกะ - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - sssboun - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - sssboun - sssboun - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - shadee - อโศกะ - shadee - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - shadee - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - ประสงค์ มีนบุรี - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - ประสงค์ มีนบุรี - กบนอกกะลา - ประสงค์ มีนบุรี - กบนอกกะลา - ประสงค์ มีนบุรี - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - ngodngam -

#100 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1317
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 14/07/2017 - 07:25

ผมไม่รู้ว่าจะหามาได้มั้ยนะ..เคยอ่านผ่านๆ...นานมาแล้ว...

เหตุการณ์....

พระอานนท์พิจารณา..เห็นโทษของกาม...แล้วพูดกับพระพุทธเจ้าทำนองว่า..กามนี้เป็นของสกปรก...น่ารัจเกียจ..ฯ..พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์ทำนองว่า....อย่าพูดอย่างนั้นเลย...ตถาคตก็เกิดจากกาม..

จะลองหาดูนะครับ.. :99: :99: :99:
0



#101 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2438
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 14/07/2017 - 11:57

ขอบคุณครับ ผมจะลองไปหาดูด้วยครับ :38:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#102 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2438
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 16/07/2017 - 09:05

ใช้เวลาหาอยู่ประมาณหนึ่งแล้ว แต่หาไม่เจอครับ
เจอแต่ว่ากามเป็นทุกข์เป็นโทษ

อ้างอิง

[๑๔๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า ภัย เป็นชื่อของกาม
คำว่า ทุกข์ เป็นชื่อของกาม
คำว่า โรค เป็นชื่อของกาม
คำว่า หัวฝี เป็นชื่อของกาม
คำว่า ลูกศร เป็นชื่อของกาม
คำว่า ความข้อง เป็นชื่อของกาม
คำว่า เปือกตม เป็นชื่อของกาม
คำว่า การอยู่ในครรภ์ เป็นชื่อของกาม ฯ

http://www.84000.org...097&pagebreak=0

อ้างอิง

[๒๓๐] ดูกรเอรกะ กามเป็นทุกข์ กามไม่เป็นสุขเลย
ผู้ใดใคร่กามผู้นั้นชื่อว่าใคร่ทุกข์
ผู้ใดไม่ใคร่กาม ผู้นั้นชื่อว่าไม่ใคร่ทุกข์.

http://www.84000.org...523&pagebreak=0

อ้างอิง

[๒๑๑] ดูกรมหานาม ถ้าแม้ว่า อริยสาวกเล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบตามเป็นจริงว่า
กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง
ดังนี้ แต่อริยสาวกนั้นเว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม ยังไม่บรรลุปีติและสุข หรือกุศลธรรมอื่นที่สงบกว่านั้น
เธอจะยังเป็นผู้ไม่เวียนมาในกามไม่ได้ก่อน แต่เมื่อใด อริยสาวกได้เล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบ
ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง ดังนี้
และเธอก็เว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม บรรลุปีติและสุข หรือกุศลธรรมอื่นที่สงบกว่านั้น
เมื่อนั้น เธอย่อมเป็นผู้ไม่เวียนมาในกามเป็นแท้.

ดูกรมหานาม แม้เราเมื่อเป็นโพธิสัตว์ ยังมิได้ตรัสรู้ ก่อนตรัสรู้ทีเดียว
ก็เล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบ ตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า
กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง ดังนี้
และเราก็เว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม ไม่บรรลุปีติและสุข หรือกุศลธรรมอื่นที่สงบกว่านั้น
เราจึงปฏิญาณว่าเป็นผู้ไม่เวียนมาในกามมิได้ก่อน
แต่เมื่อใด เราเล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบ ตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า
กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง ดังนี้
และเราก็เว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม บรรลุปีติและสุข และกุศลอื่นที่สงบกว่านั้น
เมื่อนั้น เราจึงปฏิญาณได้ว่า เป็นผู้ไม่เวียนมาในกาม.

http://www.84000.org...184&pagebreak=0

อาจจะจำสลับกับเรื่องอื่นหรือเปล่าครับ?
ลองค้นต่อเองแล้วกันนะครับ แต่ผมเห็นว่าไม่น่าจะมี
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#103 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2326
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 20/07/2017 - 17:41

:27:

อ้างอิง

ตถาคตก็เกิดจากกาม.

:25:
ถ้าหาหลักฐานในตำรามาอ้างอิงรับรองไม่ได้จริงๆ

ก็อาจแสดงออกได้อีกทางหนึ่งว่า

"นี่คือการกล่าวตู่พุทธวัจนะ" ได้ไหมครับนี่

อันตรายจริงๆนะครับ ถ้าเรายึดตำราเป็นหลักกันเสียจนแน่นหนาเช่นนี้

แต่ถ้าเรายึดธรรมเป็นหลัก ก็อาจจัดการคำพูดเสียใหม่ไม่ให้เป็นการชี้ว่าเป็นพุทธวัจจนะ แต่ คำสอนของพระบรมศาสดานั้น ท่านสอนให้ละกาม
แม้พระบรมศาสดาเองท่านก็ทรงมีกามเป็นที่มาดังพุทธประวัติตั้งแต่สมัยที่ยังทรงเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ

ทำอย่างนี้โทษภัยคงจะเบาลงไปเยอะเลยนะครับ เพราะคำพูดทั้งหลายเป็น
เพียงแค่ความเห็นตามเหตุผลและธรรม
:72:
0



#104 ผู้ใช้ออฟไลน์   มันเป็นเช่นนั้นเอง ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 110
  • สมัคร: 01/06/2009

ตอบ: 20/07/2017 - 19:40

ช่วยหาพระสูตรนี้ ให้หน่อยครับ แล้วใครพอจะช่วยอธิบายคำบาลีให้หน่อยได้ไหมครับ แล้วเราไม่ได้บวชพระทำตามได้ไหมครับ
ขอบคุณครับ

อานนท์ ! ถ้าเมื่อภิกษุนั้นอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้
จิตน้อมไปเพื่อการนอน ;
เธอก็นอนด้วยการตั้งใจว่า
“บาปอกุศลธรรมทั้งหลาย กล่าวคืออภิชฌาและโทมนัส
จักไม่ไหลไปตามเราผู้นอนอยู่ ด้วยอาการอย่างนี้” ดังนี้ :

:09: :09: :09:
0



#105 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1317
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 20/07/2017 - 21:12

เป็นกระทู้หาพระสูตร..ไปแล้ว..

อิอิ..
0



#106 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2326
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 21/07/2017 - 07:31

:37:
ชื่อกระทู้นี้เขาเปิดกว้างมาตั้งนานแล้วครับคุณกบ ใครมีความสงสัยอยากรู้ในข้อธรรมใดๆ ก็สามารถนำมาชำแหระ วิเคราะห์ วิจารณ์ วิจัย สู่กันได้อยู่เสมอๆ

อย่างที่คุณ "มันเป็นเช่นนั้น" เองสงสัยอยากรู้นี้ก็เป็นสิ่งที่ดีน่าวิเคราะห์สู่กันฟัง เพราะเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับสติปัฏฐานสูตร เป็นธรรมเพื่อความหลุดพ้น ไม่เป็นไปเพื่อเดรัจฉานวิชาของชาวโลก

คำถามที่ว่า "ช่วยหาพระสูตรนี้ ให้หน่อยครับ" นั้นคงต้องรอท่านผู้เชี่ยวชาญการค้นพระสูตรอย่างคุณงดงามหรือท่านอื่น ที่มีเมตตากรุณามาช่วยค้นหาให้ อโศกะก็ไม่ถนัดในเรื่องนี้

แต่สาระธรรมที่ต้องการทราบว่า “บาปอกุศลธรรมทั้งหลาย กล่าวคืออภิชฌาและโทมนัสจักไม่ไหลไปตามเราผู้นอนอยู่....." นั้นเมื่อวิเคราะห์ดูแล้วมีสรุปว่า ให้มีสติสัมปชัญญะครองกายใจทั้งยามหลับและตื่น นั่นเอง

ส่วนจะทำอย่างไรจึงจะเป็นเช่นนั้นได้ ก็ต้องมาอภิปรายกันต่อไปนะครับ ถ้ามีผู้สนใจใคร่รู้หลายท่านหลายคน
:79:
0



#107 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2326
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 30/07/2017 - 08:04

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

:79:
ช่วงในพรรษานี้ เรามาศึกษาเรื่องหรือธรรมะที่จะใช้อบรมสติปัญญาให้เกิดสัมมาทิฏฐิจนทำวิปัสสนาภาวนาหรือเจริญมรรค 8 เป็นกันนะครับ
เริ่มต้นหัวข้อศึกษาตามรูปนะครับ

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 30/07/2017 - 08:07

0



#108 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2326
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 08/08/2017 - 10:09

:68:
http://s1266.photobu...html?sort=3&o=1
ความรู้พื้นฐานที่ชาวพุทธทั้งหลายควรจะมีสิ่งแรกคือ

"เรามาจากไหน แล้วจะไปสู่ที่ใด"

เรามาจาก กรรมเหตุในอดีต
กำลังรับผลหรือวิบากในปัจจุบัน
และกำลังทำกรรมเหตุในปัจจุบัน
ซึ่งจะต้องได้รับผลต่อในอนาคต

:36:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 08/08/2017 - 10:13

0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
  • (6 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 4
  • 5
  • 6
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ