ลานธรรมเสวนา: นิพพานกับความตาย - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

นิพพานกับความตาย

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโณ นีมัตร ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 806
  • สมัคร: 01/07/2005

ตอบ: 20/11/2016 - 06:57

ลืมคำว่า"นิพพาน"แบบที่เราเข้าใจผิดๆกันในยุคนี้ไปก่อน
นิพพานแบบผิดๆที่คนยุคนี้เข้าใจคือ"ความว่างเปล่าไร้สาระไม่มีอะไรแบบขาดสูญน่าเบื่อดูโง่ๆบื้อๆบ้าๆไม่มีประโยชน์"
คนที่นิพพานคนแรกเป็นนิพพานของจริงแบบแท้ๆคือ"พระพุทธเจ้า"พระพุทธเจ้าเข้าถึงนิพพานแล้วเป็นอย่างไร พระองค์ทำประโยชน์อย่างมหาศาลให้คนทั้งโลก ก่อตั้งพระพุทธศาสนาและทำงานทุกวันตลอด45ปีจนพระพุทธศาสนามั่นคงและสืบทอดกันต่อกันมาจนถึงคนรุ่นเราเป็นเวลากว่า2559ปี เพราะฉะนั้น"นิพพาน"ไม่ใช่อะไรที่ว่างเปล่าไร้สาระอย่างแน่นอน

นิพพานเอาชนะความตายได้อย่างไร?
เจ้าชายสิทธัตถะมีครบทั้งทรัพย์สมบัติมหาศาล มีครบทั้งชื่อเสียงเกียรติยศและอำนาจวาสนาบารมี มีครบทั้งเมียและลูกพร้อมทั้งข้าทาสบริวารและกองทัพ ...คนในยุคเราทำงานกันอย่างหนักเพื่อหาเงิน สร้างฐานะ สร้างครอบครัว สร้างตระกูล หรือสร้างกองทัพ ต่อให้ประสบความสำเร็จแล้วก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเจ้าชายสิทธัตถะในยุค2500กว่าปีก่อนหน้านี้

แล้วทำไมเจ้าชายสิทธัตถะถึง"ทิ้งทุกอย่าง"เพื่อไปแสวงหา"นิพพาน" แสวงหาความพ้นไปจากความเกิด-แก่-เจ็บ-และ "ตาย" เพราะคำถามคาใจอันเดียวที่ว่า
"ถึงเราจะมีทุกอย่างแต่สุดท้ายเราก็ต้องตายจากทุกอย่างไปอยู่ดี" ...แล้วเราจะมีทุกอย่างไปเพื่ออะไร?

มหาจักรพรรดิไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแสวงหา"ยาอายุวัฒนะ"แสวงหาสภาวะที่"ไม่ต้องตาย" อยากที่จะอยู่เป็น"นิรันดร์"เพื่อเสพกับสิ่งต่างๆที่เข้าใจว่าเป็นความสุขน่าชื่นชม น่าอยู่ด้วยไปตลอดกาล
คำถามอันเดียวกันนั่นคือ "การเอาชนะ ความตาย ทำอย่างไร???????????????"


ถ้าพูดกันอย่างภาษาโลกก็ว่า"นิพพาน"เป็นสิ่งเดียวที่เอาชนะความตายได้ คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบแล้ว และนำมาสั่งสอนพวกเราเอาไว้ เพื่อให้เรารอดพ้นจากความตายได้เช่นเดียวกัน "นิพพาน"จึงเป็นคำตอบที่เป็นสาระอย่างแท้จริงของชีวิต


ความตายเกิดขึ้นได้ก็เฉพาะกับ"สิ่งที่ต้องตาย"เท่านั้น
"สิ่งที่ต้องตาย"นั้นเกิดขึ้นมีขึ้นก็เพราะมัน"เกิดขึ้นมาแล้ว"
"เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นก็จะต้องเปลี่ยนแปลงและตายไป"
"อะไรที่เกี่ยวข้องกับการเกิดก็ต้องเกี่ยวข้องกับการตายด้วย"มันเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่แสนธรรมดาที่เราต้องรู้ไว้ก่อน

การเอาชนะความตายที่แท้จริงคือการที่เราไม่ไปเกี่ยวข้องกับ"สิ่งที่ต้องตาย"(ถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นมาแล้วก็เถอะ!!!)
ซึ่งความเข้าใจอันนี้เป็นตรรกะธรรมดาๆที่แสนจะเรียบง่าย ลองท่องเอาไว้ในใจดูก่อน
"อย่าไปยุ่งกับสิ่งที่ต้องตาย" เพราะ"สิ่งที่ต้องตาย" "มันก็ต้องตาย"

**************************************

ต้นไม้ใบหญ้า เมล็ดข้าวที่เรากิน ธัญพืช ผักผลไม้ เกิดขึ้นบนโลกและตายเพื่อมาเป็นอาหารของเรา(พืชมีเพียงชีวิตแต่ไม่มีวิญญาณ)

เนื้อสัตว์ต่างๆที่เราซื้อกินจากตลาด เกิดขึ้นมาจากชีวิตและ"ตาย"มาเป็นอาหารของเราเช่นเดียวกัน(เราไม่ได้ฆ่า ไม่ได้สั่งให้ฆ่า ไม่ไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการฆ่าสัตว์)

กี่หมื่นกี่พันวันกี่ล้านปีแล้วตั้งแต่มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบนโลกใบนี้
การเกิดและตายของพืชและสัตว์นั้นสุดแสนจะธรรมดาสามัญ มันเป็นเรื่องปรกติอย่างที่สุดของที่สุด ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว .....อาหารมื้อที่แล้วของคุณคืออะไรบ้าง? บางครั้งยังนึกไม่ออกเลยเพราะใจมัวแต่ไปยุ่งอยู่กับงาน


ข่าวหน้าหนึ่งที่ลงอยู่บ่อยๆ "คนตาย" อาจจะฆ่ากันตายหรือป่วยตาย หรือมีเหตุอะไรก็ตามที่ทำให้ตาย เราอ่านข่าวอยู่ทุกวัน รู้สึกสลดสังเวช หรือ สยองอยู่บ้าง แล้วมันก็ผ่านไป ไม่ได้มีผลอะไรนักกับเรา เพราะมันห่างจากตัวเรา ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรา ความตายเหล่านี้ล้วนธรรมดาและเรารับได้อยู่เสมอ มันเป็นเรื่องธรรมดาจะตาย เรื่อง"ความตาย"
.
.
.
.
.

แต่ถ้าเป็นญาติพี่น้องสามีภรรยาพ่อแม่หรือคนที่เกี่ยวข้องผูกพันกับเราโดยตรงต้องตายขึ้นมา ทำไมเราถึงไม่ได้รู้สึกธรรมดาสามัญเหมือนกับต้นไม้ใบหญ้า เนื้อสัตว์ตามตลาด หรือคนที่ตายที่ลงข่าวหน้าหนึ่ง ....เพราะอะไร?
.
.
.
.
.
.

และที่สุดของที่สุด ถ้าเป็นเราเองที่จะต้อง"ตาย"
ทำไมมันถึงไม่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญอย่างที่สุด!
ทำไมมันถึงได้ยิ่งใหญ่และ"รับไม่ได้อย่างที่สุด"!
ทำไมมันถึงเป็น"ปัญหาสำคัญของชีวิตอย่างที่สุด"!!!
ทำไม? ทำไม? ทำไม?

เพราะถ้าเราตายแล้วได้ลงข่าวหน้าหนึ่ง คนที่ได้อ่านข่าวเราโดยที่ไม่รู้จักกับเรา ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเราเลย เขาก็รู้สึกธรรมดาสามัญจะตาย ไม่ได้เห็นว่ามันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ หรือ สำคัญอะไรเลย!!!

ความเป็นจริงอันแสนธรรมดาเกี่ยวกับ"ความตาย"ในความรู้สึกของมนุษย์ก็คือ ทุกอย่างตายได้ คนทุกคนที่เราไม่ได้รักหรือห่วงใยเกี่ยวข้องด้วย "ตายได้"
แต่คนที่เรารัก เราผูกพัน เราเกี่ยวข้องด้วยและมีประโยชน์กับเรา ไม่ควรจะตาย และที่สุดของที่สุด "เราเองไม่อยากตาย"

มันเป็นเพียงแค่สายลมอันแผ่วเบาของความรู้สึกนึกคิดของเราเองคนเดียว ที่ไม่ได้สั่นสะเทือนภูเขาแห่งความเป็นจริงของผู้คนร่วมโลกหรือสิ่งมีชีวิตที่ร่วมเกิดและตายกับเราเลย เพราะถ้าเราตาย คนอีกหลายพันล้านคนบนโลกใบนี้ เขาก็ไม่ได้มาสนใจหรือรู้สึกรู้สาอะไรกับเราด้วย

รากเหง้าของปัญหาเรื่องความตายจึงไม่ใช่"ความตาย" เพราะความตายไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง "ความตาย"เป็นเรื่องที่ไม่เป็นปัญหาอะไรเลยถ้าเราไม่ไปสนใจ เราไม่ไปใส่ใจกับมัน

แต่"ความตาย"มันเป็นปัญหา ก็เพราะมันมี"เรา"เกิดขึ้นมา
เพราะมันมี"ตัวเรา" มี"ตัวกู" มี"ของกู" เกิดขึ้นมามันจึงเป็นปัญหาต่างหาก
ร่างกายของมนุษย์ต้องหายใจเข้า-ออก ตลอดเวลา ต้องกินน้ำ และ กินข้าวปลาอาหารอยู่เสมอๆ ถ้าไม่มีอากาศหายใจ ไม่มีน้ำ ไม่มีข้าว ร่างกายก็ต้องป่วยและตายในที่สุด

แล้วเราจะไปสนใจอะไรกับสิ่งเหล่านี้ ที่เป็นเรื่องแสนธรรมดาของโลกและของร่างกายมนุษย์อีกนับพันๆล้านคน หรืออีกหลายล้านล้านล้านล้านร่างกายของสิ่งมีชีวิตทั้งโลก ....ที่มันน่าสนใจและต้องสนใจเพราะมันเป็นร่างกายของเรา นั่นแหละมันจึงต้องสนใจและใส่ใจ...และเป็นปัญหา

ที่สุดแล้ว ถ้าเราเห็นถึงความเข้าใจผิดที่ว่า"การยึดถือว่ามีเรา มีตัวกูของกู มีตัวตนบางอย่าง แบ่งแยกและแตกต่างออกมาจากธรรมชาติธรรมดาของโลก" ทั้งๆที่ความจริงมันไม่มีตัวตนใดๆที่เป็นเรา ที่เป็นตัวตน ที่เป็นสิ่งพิเศษเหนือจากธรรมดาของโลก
ถ้าเราเห็นถึงความเข้าใจผิดอันนี้ได้...นั่นแหละคือที่สุดและคือ"คำตอบของทุกปัญหา"
"ความคิดว่าฉันคิดเป็นเพียงความคิดชนิดหนึ่ง"
โดยแท้จริงแล้วไม่มี"ผู้คิด"แยกเป็นตัวตนต่างหากออกมา มีเพียงวัตถุร่างกายเช่นสมองและระบบประสาทกับนามธรรมคือความคิดที่เกิดขึ้นเท่านั้น


****************************

"คนตาย"คือ "มีคน"และ"มีความตาย" เมื่อ"ความตาย"มาเกิดกับ"คน"จึงมี"คนตาย"
เมื่อไม่มี"คน" จึงเหลือแต่ "ความตาย" และแท้ที่จริงแล้ว "ความตาย"จะมีขึ้นมาได้กับเฉพาะ"สิ่งที่ต้องตาย"เท่านั้น ถ้า"สิ่งนั้นไม่ต้องตาย" สิ่งนั้นก็จะ"ไม่ต้องเจอกับความตายเลย" การเอาชนะความตายจึงไม่ใช่ไปยุ่งอยู่กับ"สิ่งที่ต้องตาย" ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติธรรมดาสามัญไม่น่าสนใจอะไร แต่เป็นการเข้าถึงสิ่งที่ไม่ต้องตายต่างหาก จึงจะสามารถเอาชนะความตาย และ ไม่ต้องพบเจอกับความตาย หรือต้องมาสนใจใส่ใจเกี่ยวข้องอะไรกับความตายกันอีก
อยากดูกาย=ผิด , รู้ไปเลยว่ากายเป็นอย่างไร=ถูก
อยากดูจิต=ผิด , รู้ไปเลยว่าจิตเป็นอย่างไร=ถูก

ปัญหาใดๆในการปฏิบัติธรรม เมื่อเราใช้วิมังสาตรองดูแล้ว ก็ไม่พ้นเรื่องของมรรคอันมีองค์๘ที่ยังไม่บริบูรณ์นั่นเอง
0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   พราวสุข ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 321
  • สมัคร: 26/05/2005

ตอบ: 22/12/2016 - 16:16

นิพพาน คือ มี
เกิด แก่ เจ็บ ตาย คือ ไม่มี

นิพพาน จึงไม่สูญหายไปไหน ถูกแล้วค่ะ
สิ่งที่สูญหาย คือ กิเลส

สาธุค่ะ
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ