ลานธรรมเสวนา: จะถึงไหม - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

จะถึงไหม เป็นคนปกติ ถือศีล5 เป็นคนดี ปฏิบัติแค่นี้ จะถึงนิพพานไหมคะ

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   May Sang ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 38
  • สมัคร: 15/11/2007

ตอบ: 24/07/2016 - 17:20

เป็นคนธรรมดา มีสติปกติ ปฏิบัติดี มีศีลห้าครบ หรืออาจจะเคยลหุโทษบ้าง จะสามารถถึงนิพพานได้ไหมคะ ขอผู้รู้โปรดชี้แนะ
0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   พราวสุข ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 321
  • สมัคร: 26/05/2005

ตอบ: 26/07/2016 - 14:38

ถึงได้ซิค่ะ ถ้าปฏิบัติถูกตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้
ส่วนที่เคยลหุโทษบ้าง ก็อย่าไปคิดคะ ผ่านไปแล้ว
สู้ ๆ นะค่ะ นิพพานอยู่ใกล้ ถ้าใจเรามุ่งมั่น
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   shadee ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1070
  • สมัคร: 23/07/2009

ตอบ: 26/07/2016 - 16:48

ทางนิพพาน ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ และเทศนาสั่งสอนมาตั้งแต่ 2600 ปีที่แล้ว
คือการละสังโยชน์ ให้หมดไปจากใจเรา
เริ่มต้นด้วย พระพุทธพจน์ว่า ภิกษุทังหลาย เธอพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงว่า วิญญาณไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของของเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา.
เพราะการยึดมั่นถือมั่นว่า วิญญาณเป็นของเรา เป็นตัวตนของเราเที่ยงแท้แน่นอนตลอดไป ไม่มีวันดับสลาย เป็นสักกายทิฐิสังโยชน์ ที่ผูกสัตว์ให้เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร 31 ภูมินั้ ไม่มีวันพ้นทุกข์อย่างสิ้นเชิงได้
ละสักกายทิฐิสังโยชน์ เปิดทางพระนิพพาน ด้วยการปฏิบัติ สมถะและ วิปีสสนากรรมฐาน ด้วยพลังศรัทธาในพระปัญญาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณย่อมสมความปราถนาไม่ชาตินี้ก็ ชาติใดชาติหนึ่ง ตราบที่มนุษย์ยังรักษาคำสอนมรรคมีองค์ 8 ไม่ให้เสื่อมหายไปจากโลกนี้
อนุโมทนาในความ มุ่งมั่น เด็ดเดียว เป็นเวไนย์สัตว์ครับ สาธุ สาธุ สาธุ ครับ...
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   shadee ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1070
  • สมัคร: 23/07/2009

ตอบ: 26/07/2016 - 16:59

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุเป็นผู้วางเฉยจิตที่ตั้งมั่นแล้วเช่นนั้นได้
เป็นอย่างดี ในสมัยนั้น อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นอันภิกษุปรารภแล้ว สมัยนั้น
ภิกษุชื่อว่าย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ สมัยนั้น อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมถึง
ความเจริญและความบริบูรณ์แก่ภิกษุ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้ว
อย่างนี้แล ชื่อว่าบำเพ็ญโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ได้ ฯ
[๒๙๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้วอย่างไร ทำให้
มากแล้วอย่างไร จึงบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ
ในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัย
นิโรธ อันน้อมไปเพื่อความปลดปล่อย ย่อมเจริญธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ ... ย่อม
เจริญวิริยสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญปีติสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญปัสสัทธิ
สัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์
อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ อันน้อมไปเพื่อความปลดปล่อย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้ว
อย่างนี้แล ชื่อว่าบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้ ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นต่างชื่นชมยินดี
พระภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล ฯ
จบ อานาปานสติสูตร ที่ ๘
-----------------------------------------------------
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ บรรทัดที่ ๓๙๗๖ - ๔๑๘๑. หน้าที่ ๑๖๙ - ๑๗๗.
http://www.84000.org...181&pagebreak=0
ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
http://www.84000.org....php?b=14&i=282
สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔
http://www.84000.org...
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12319
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 27/07/2016 - 11:45

แสดงข้อความที่โพสต์May Sang [ 24/07/2016 - 17:20 ]

เป็นคนธรรมดา มีสติปกติ ปฏิบัติดี มีศีลห้าครบ หรืออาจจะเคยลหุโทษบ้าง จะสามารถถึงนิพพานได้ไหมคะ ขอผู้รู้โปรดชี้แนะ


ศีลคือการไม่เบียดเบียนด้านกาย วาจา ทำให้มีการลดการก่อกรรมทางกาย วาจา ไม่ก่อกรรมต่อผู้อื่น ทำให้จิตสามารถตั้งมั่นเป็นสมาธิได้ง่าย เพราะไม่มีความฟุ้งซ่านรำคาญใจครับ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาเอาคืน ไม่ต้องกังวลว่าผลจากการทำผิดศีลนั้น ๆ จะตามกลับมาหาเราเมื่อไหร่ เช่นเราทำร้ายคนอื่น จะต้องกลัวว่าเราจะโดนเอาคืนเมื่อไหร่ , เราขโมยของคนอื่น จะต้องคอยกลัว กังวลว่าจะมีคนรู้หรือเปล่า ตำรวจจะมาจับหรือไม่, ผิดลูกผิดเมียผู้อื่น ก็ต้องกลัวถูกจับได้ ต้องคอยปกปิด หลบเลี่ยง ฯลฯ , ไม่ผิดศีลข้อมุสา (ในกุศลกรรมบถสิบ จะรวมทั้งพูดคำหยาบ คำเท็จ เพ้อเจ้อ ส่อเสียดด้วย) ก็ไม่ต้องกังวลว่าเราโกหกแล้วจะโดนจับได้ หรือต้องคอยจดจำว่าโกหกแต่ละครั้ง ๆ ว่าอย่างไร พูดว่าอย่างไรกับใคร, พูดคำหยาบจะทำให้คนโกรธหรือไม่ เขาจะตอบหยาบ ๆ กลับมาหรือเปล่า มีใครชอบไม่ชอบยังไง พูดส่อเสียดก็ต้องดูที่ใจที่คิดกระทำเป็นทุกข์หรือสุข เป็นโทสะหรือไม่ ถ้าเจอกลับก็ต้องทุกข์บ้าง ถ้าพูดเพ้อเจ้อสุดท้ายก็จะขาดความเชื่อถือจากผู้คนครับ เพราะคนไม่รู้ว่าครั้งนี้พูดจริงหรือพูดเพ้อเจ้อเลื่อนลอย ที่ทำงานมีน้องคนนึงชอบพูดเล่น ๆ จนทุกครั้งที่พูดอะไรออกมาคนจะถามกลับทันที พูดจริงเหรอ อันนี้จริงใช่ไหม ,ถ้าไม่กินเหล้าก็ไม่ต้องทำลายสติตนเอง มีสติ มีสตางค์ ไม่เสียสุขภาพของตนเองอีกครับ

ผลของศีลจะทำให้เกิดความสงบทางกาย วาจา และใจ (เพราะลดเหตุแห่งความฟุ้งซ่านต่าง ๆ ไปเยอะครับ)
พอมีศีลใจก็จะเป็นสมาธิได้ง่าย มีสติตั้งมั่น เอาไปเจริญภาวนากันได้ง่ายครับ

คำว่าสติปรกติ ปฏิบัติดี ที่กล่าวไว้ หมายถึงการเจริญสติปัฏฐานสี่ รู้รูป นาม ตามความเป็นจริงหรือเปล่าครับ ถ้าใช่ก็สมารถถึงพระนิพพานได้ครับ แต่ต้องปฏิบัติให้ถูกทาง ควรมีกัลยาณมิตรที่ดีคอยนำไปในทางที่ถูก มีครูบาอาจารย์ไว้คอยสอบถามเวลาติดขัดได้ครับ

คอยสำรวจตนเองว่าตนเองปฏิบัติถูกต้องหรือยัง เช่น มีความทุกข์น้อยลงหรือเปล่า โกรธจากที่เคยโกรธเป็นวัน ๆ ลดลงหรือเปล่า มีสติเห็นความโกรธหรือไม่ ทุกข์ที่เคยหน้าเศร้า ร้องไห้ทั้งวันตอนนี้เป็นยังไงบ้างทุกข์น้อยลง ปล่อยวางความทุกข์ได้แค่ไหนครับ ฯลฯ
ไวรัสเรียกค่าไถ่ จะทำการเข้ารหัสไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของเราทั้งหมดโดยเฉพาะไฟล์เอกสาร ทำให้เปิดใช้ไฟล์ไม่ได้ทั้ง Harddisk

ตอนนี้ทาง kaspersky ออกตัวถอดรหัสมาให้ครับ
ใครที่เจอไวรัสพวกนี้ ลองเข้าไปโหลดตัวแก้ไข ที่นี่นะครับ
http://support.kaspersky.com/viruses/utility#
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   May Sang ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 38
  • สมัคร: 15/11/2007

ตอบ: 29/07/2016 - 11:19

จากคำตอบที่ผู้ตอบกระทู้ตอบมานะคะ ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับคำตอบ เพราะผู้ถามมีความเข้าใจและเชื่อมั่นว่า คำตอบที่ได้รับ เป็นแนวทางที่จะนำให้ผู้ถามสู่ความหลุดพ้นได้จริง ต้องขอขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ นะคะ ทุกคำตอบคือกำลังใจ จริง ๆ ค่ะ
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12319
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 01/08/2016 - 12:40

แสดงข้อความที่โพสต์May Sang [ 29/07/2016 - 11:19 ]

จากคำตอบที่ผู้ตอบกระทู้ตอบมานะคะ ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับคำตอบ เพราะผู้ถามมีความเข้าใจและเชื่อมั่นว่า คำตอบที่ได้รับ เป็นแนวทางที่จะนำให้ผู้ถามสู่ความหลุดพ้นได้จริง ต้องขอขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ นะคะ ทุกคำตอบคือกำลังใจ จริง ๆ ค่ะ


ขออนุโมทนาครับ
ไวรัสเรียกค่าไถ่ จะทำการเข้ารหัสไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของเราทั้งหมดโดยเฉพาะไฟล์เอกสาร ทำให้เปิดใช้ไฟล์ไม่ได้ทั้ง Harddisk

ตอนนี้ทาง kaspersky ออกตัวถอดรหัสมาให้ครับ
ใครที่เจอไวรัสพวกนี้ ลองเข้าไปโหลดตัวแก้ไข ที่นี่นะครับ
http://support.kaspersky.com/viruses/utility#
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2340
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 02/08/2016 - 22:18

จริง ๆ แล้วที่บอกว่า มีศีลห้าครบนั้น ศีลห้ายังคงด่างพร้อยอยู่เพียงแต่ว่าไม่เห็นเท่านั้นเอง
ถ้าจะรักษาศีลให้แข็งแรงมากขึ้น ก็แนะนำให้หมั่นภาวนาเจริญสตินะครับ

ในส่วนเรื่องจะไปถึงนิพพานนั้น
อย่าเพิ่งไปมองอะไรไกลขนาดนั้นเลยครับ
เอาแค่ว่ามุ่งเป้าหมายแค่พระโสดาบันก่อนก็พอแล้ว
ซึ่งลำพังแค่เป็นคนธรรมดา ถือศีล และปฏิบัติดี ยังไม่สามารถพาไปถึงได้ครับ
แต่ต้องขยันและตั้งใจศึกษาและปฏิบัติศีล สมาธิ และปัญญาให้มาก
หรือสร้างศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญาให้มาก
โดยต้องลงทุนลงแรงอย่างมากครับ จึงจะได้ผล
ถ้าทำนิด ๆ หน่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก อย่างนี้ยากครับ

ถ้าชาตินี้ไม่ได้ ดีไม่ดี ชาติหน้าอาจเกิดไปเป็นมิจฉาทิฎฐิ หรือพลาดไปมีเพื่อนไม่ดี
แล้วนำพาตัวเราไปอบายภูมิ แล้วก็ไปวนอีกนานแสนนาน
ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับมาเจอพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอีก :33: :09:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   พบบุญ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 89
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 07/08/2016 - 17:53

แสดงข้อความที่โพสต์May Sang [ 24/07/2016 - 17:20 ]

เป็นคนธรรมดา มีสติปกติ ปฏิบัติดี มีศีลห้าครบ หรืออาจจะเคยลหุโทษบ้าง จะสามารถถึงนิพพานได้ไหมคะ ขอผู้รู้โปรดชี้แนะ


ไม่ได้ทำอนันตริยกรรม ก็ถึงนิพพานได้

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย พบบุญ: 07/08/2016 - 17:53

0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4204
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 01/11/2016 - 15:29

สุดยอดของเงินทองคือวิชาความรู้ สุดยอดของศัตรูคือ กาย วาจา ใจเรานั้นเอง

ลดจำนวนศัตรูลดด้วย มโนสุจริต วจีสุจริต กายสุจริต กันครับ คิดดี

คิดดีพูดดีทำมีแต่กำไร คิดแบบจังไรไพนั้นถึงตัว

ผูกมิตร์ด้วยการให้ ผูกใจด้วยความดีอยากได้ลูกเมีย สามี เพื่อนมิตร์ที่ดีควรทำตนให้ดีเสียก่อน

ลดศัตรู เพิ่มมิตร์เราก็มีความสุขขึ้นมาอีกนิดแล้วครับ

ละคำหยาบ กราบพระ ละคำส่อเสียด ไม่เบียดเบียนชีวิตใคร ใจย่อมเป็นสุข

ทำดีชีวิตดี มีความสุข ทุกค่อยๆห่างเหินไปครับ เจริญในธรรม :09:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโณ นีมัตร ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 807
  • สมัคร: 01/07/2005

ตอบ: 06/11/2016 - 07:18

สเต็ปแรกล้างความเห็นผิดเรื่องตัวตน ละวางตัวกูของกูออกไปก่อนครับ คือมีความเห็นที่ถูกต้องเกี่ยวกับชีวิตและโลกใบนี้ ซึ่งจะส่งผลดีในชีวิตอย่างเห็นผลทันตาทันใจ จากการขี้โมโห ขี้หงุดหงิด จะปล่อยวางเรื่องจุกจิกต่างๆในชีวิตได้ง่ายขึ้น
กระทบอารมณ์เล็กๆน้อยๆนี่สบายมาก สามารถมีสติกลับมาแก้ปัญหาให้มันเรียบร้อย หรือใจจะไม่ไปเก็บอารมณ์แย่ๆเหล่านั้นเอาไว้ เป็นนิสัยที่ดีมากๆและเป็นประโยชน์มากๆ

ความสงสัยเกี่ยวกับพุทธศาสนา ความสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมจะหมดไป เพราะเห็นภาพรวมแล้วว่า "อะไรคืออะไร"

พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับการปฏิบัติธรรมจะรู้ว่า "สิ่งนี้ควรทำ มีประโยชน์" "สิ่งนี้ไม่ควรทำ มันไร้ประโยชน์" หรือ "หลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ทำไปเพื่ออะไร มีผลดีอะไรบ้าง" จะไม่ทำอะไรแบบงมงายและจะไม่ยึดติดกับพฤติกรรมหรือวัฒนธรรมประเพณีแบบไม่รู้เรื่อง เขาทำตามกันมาก็ทำตามๆกันไป ทำไปเพราะอะไร เพื่ออะไรก็ไม่รู้ เราจะสามารถวิเคราะห์และเห็นเหตุผลต่างๆได้

สเต็ปต่อไปจะ"อยาก"ในกามน้อยลง คือเรื่องเพศเรื่องรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัส กับอารมณ์ที่ยั่วยวนน่าพอใจทางกามจะไม่สามารถครอบงำเราจนทำในสิ่งที่ผิดพลาดหรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับชีวิต เริ่มเห็นมุมมองใหม่เกี่ยวกับโลกและสิ่งต่างๆในระดับที่เหนือโลก

สเต็ปต่อไปก็ละ"ความอยากในกามและความขัดเคืองใจ"ได้อย่างสนิท คือ จิตใจมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่ไม่เสพกามทางกายหรือวาจา แต่ทางใจก็ไม่เหลือความอยากเสพกามทั้งทางภาพเสียงกลิ่นรสสัมผัส หรืออารมณ์ยั่วยวนต่างๆ เมื่อไม่ยึดถือถึงระดับนี้ การกระทบกับสิ่งที่ไม่น่าพอใจ ขัดเคืองใจก็จะไม่ไปยึดติดผลักไสเช่นเดียวกัน คือ "ไม่ยึดเอาไว้และไม่ยึดเพราะอยากผลักออกไป" จะได้สัมผัสดินแดนใหม่ โลกใหม่ มิติใหม่ อย่างเต็มตัวเต็มใจ ทั้งๆที่อยู่บนโลกใบเดิมนี่แหละ

สเต็ปสุดท้ายอันนี้สุดยอดของสุดยอดวิชา ในดินแดนใหม่ โลกใหม่ มิติใหม่ที่จิตไปสัมผัสเข้าถึง ต้องรู้ตัวให้ได้ว่า "ยังยึดติดสภาวะอะไรอยู่บ้าง" จะโลกใหม่ มิติใหม่ อย่างไรก็ตาม ถ้าสภาวะนั้นยังแปรปรวนได้ ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ ก็ไม่สมควรไปยึดถือ ไปติดข้อง ไปพอใจอะไรอยู่ทั้งสิ้น เพราะแม้จะเห็นแต่ความสุข ความนิ่ง ความว่าง ความสงบ ความยิ่งใหญ่กว้างขวางอะไรก็ตาม ถ้ายังเกี่ยวข้องข้องแวะกับจิต มีผู้ไปเสพสัมผัสเกี่ยวข้องกับมีสิ่งที่ถูกสัมผัสเกี่ยวข้องก็ยังยุ่งอยู่ดี

เขียนไปเท่าที่จำมานะครับ พยายามปฏิบัติธรรมให้ได้ตามแนวนี้ก็น่าจะเข้าถึงเป้าหมายของศาสนาพุทธได้ ตราบใดที่เรายังมีความรู้เรื่อง อริยสัจ๔ มีความเข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องตามสัมมาอริยมรรค เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน
อยากดูกาย=ผิด , รู้ไปเลยว่ากายเป็นอย่างไร=ถูก
อยากดูจิต=ผิด , รู้ไปเลยว่าจิตเป็นอย่างไร=ถูก

ปัญหาใดๆในการปฏิบัติธรรม เมื่อเราใช้วิมังสาตรองดูแล้ว ก็ไม่พ้นเรื่องของมรรคอันมีองค์๘ที่ยังไม่บริบูรณ์นั่นเอง
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4204
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 10/01/2017 - 22:48

อย่างเช่นกับการเรียนการศึกษานะครับ ชั้นอนุบาลนี้วิชาที่เรียนนั้นก็มีแค่น้อยนิด แต่ถ้าเราคิดจะเรียนจบระดับสูงจนถึงปริญายา หรือจบชั้นสูงยิ่งกว่าแน่นอนเราจำเป็นจะต้องเรียนรู้วิชาขึ้นเพิ่มขึ้นฉันใด การรักษาศีลก็ฉันนั้นเหมือนกันครับ :09:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 07/02/2017 - 21:56

แสดงข้อความที่โพสต์May Sang [ 29/07/2016 - 11:19 ]

จากคำตอบที่ผู้ตอบกระทู้ตอบมานะคะ ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับคำตอบ เพราะผู้ถามมีความเข้าใจและเชื่อมั่นว่า คำตอบที่ได้รับ เป็นแนวทางที่จะนำให้ผู้ถามสู่ความหลุดพ้นได้จริง ต้องขอขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ นะคะ ทุกคำตอบคือกำลังใจ จริง ๆ ค่ะ


ขอให้สมหวัง..ครับ
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 08/02/2017 - 06:33

ว่าด้วยเรื่อง...อวิปฏิสาร

http://84000.org/tip...%AF%D4%CA%D2%C3


อ้างอิง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖
อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต



[๒๑๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อวิปฏิสารชื่อว่ามีเหตุอันบุคคลผู้ทุศีลมีศีล
วิบัติขจัดเสียแล้ว เมื่ออวิปฏิสารไม่มี ความปราโมทย์ชื่อว่ามีเหตุอันบุคคลผู้มี
อวิปฏิสารวิบัติขจัดเสียแล้ว เมื่อความปราโมทย์ไม่มี ปีติชื่อว่ามีเหตุอันบุคคล
ผู้มีความปราโมทย์วิบัติขจัดเสียแล้ว เมื่อปีติไม่มี ปัสสัทธิชื่อว่ามีเหตุอันบุคคล
ผู้มีปีติวิบัติขจัดเสียแล้ว เมื่อปัสสัทธิไม่มี สุขชื่อว่ามีเหตุอันบุคคลผู้มีปัสสัทธิ
วิบัติขจัดเสียแล้ว เมื่อสุขไม่มี สัมมาสมาธิชื่อว่ามีเหตุอันบุคคลผู้มีสุขวิบัติขจัด
เสียแล้ว เมื่อสัมมาสมาธิไม่มี ยถาภูตญาณทัสนะ ชื่อว่ามีเหตุอันบุคคลผู้มี
สัมมาสมาธิวิบัติขจัดเสียแล้ว เมื่อยถาภูตญาณทัสนะไม่มี นิพพิทาชื่อว่ามีเหตุ
อันบุคคลผู้มียถาภูตญาณทัสนะวิบัติขจัดเสียแล้ว เมื่อนิพพิทาไม่มี วิราคะชื่อว่า
มีเหตุอันบุคคลผู้มีนิพพิทาวิบัติขจัดเสียแล้ว เมื่อวิราคะไม่มี วิมุตติญาณทัสนะ
ชื่อว่ามีเหตุอันบุคคลผู้มีวิราคะวิบัติขจัดเสียแล้ว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนต้นไม้มีกิ่งและใบวิบัติแล้ว แม้กะเทาะ
ของต้นไม้นั้นย่อมไม่บริบูรณ์ แม้เปลือก แม้กระพี้ แม้แก่นของต้นไม้นั้น
ก็ย่อมไม่บริบูรณ์ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย อวิปฏิสารชื่อว่ามีเหตุอันบุคคล
ผู้ทุศีลมีศีลวิบัติขจัดเสียแล้ว เมื่ออวิปฏิสารไม่มี ความปราโมทย์ชื่อว่ามีเหตุอัน
บุคคลผู้มีวิปฏิสารวิบัติขจัดเสียแล้ว ฯลฯ วิมุตติญาณทัสนะชื่อว่ามีเหตุอัน
บุคคลผู้มีวิราคะวิบัติขจัดเสียแล้ว ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อวิปฏิสารของบุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อม
เป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ เมื่ออวิปฏิสารมีอยู่ ความปราโมทย์ของบุคคลผู้สมบูรณ์
ด้วยอวิปฏิสาร ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ เมื่อความปราโมทย์มีอยู่ ปีติของ
บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยความปราโมทย์ ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ เมื่อปีติมีอยู่
ปัสสัทธิของบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยปีติ ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ เมื่อปัสสัทธิ
มีอยู่ สุขของบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยปัสสัทธิ ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ เมื่อ
สุขมีอยู่ สัมมาสมาธิของบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยสุข ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์
เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ ยถาภูตญาณทัสนะของบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยสัมมาสมาธิ
ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ เมื่อยถาภูตญาณทัสนะมีอยู่ นิพพิทาของบุคคลผู้
สมบูรณ์ด้วยยถาภูตญาณทัสนะ ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ เมื่อนิพพิทามีอยู่
วิราคะของบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยนิพพิทา ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ เมื่อวิราคะ
มีอยู่ วิมุตติญาณทัสนะของบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยวิราคะ ย่อมเป็นธรรมมีเหตุ
สมบูรณ์ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนต้นไม้มีกิ่งและใบสมบูรณ์ แม้กะเทาะ
ของต้นไม้นั้น ก็ย่อมบริบูรณ์ แม้เปลือก แม้กระพี้ แม้แก่น ของต้นไม้นั้น
ก็ย่อมบริบูรณ์ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย อวิปฏิสารของบุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์
ด้วยศีล ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ เมื่ออวิปฏิสารมีอยู่ ความปราโมทย์ของ
บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยอวิปฏิสาร ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ ฯลฯ วิมุตติ-
*ญาณทัสนะของบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยวิราคะ ย่อมเป็นธรรมมีเหตุสมบูรณ์ ฉันนั้น
เหมือนกัน ฯ


จบสูตรที่ ๓

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย กบนอกกะลา: 08/02/2017 - 06:41

0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 08/02/2017 - 06:43

สีลสูตร..

http://www.84000.org...2&A=4635&Z=4665

อ้างอิง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔
อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต



๘. สีลสูตร


[๑๖๘] ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรได้เรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรอาวุโส
ทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคำท่านพระสารีบุตรแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า
ดูกรอาวุโสทั้งหลาย สัมมาสมาธิของภิกษุผู้ทุศีล มีศีลวิบัติ ย่อมเป็นธรรมมี
อุปนิสัยถูกขจัด เมื่อสัมมาสมาธิไม่มี ยถาภูตญาณทัสสนะของภิกษุผู้มีสัมมา-
*สมาธิวิบัติ ย่อมเป็นธรรมมีอุปนิสัยถูกขจัด เมื่อยถาภูตญาณทัสสนะไม่มี นิพพิทา
วิราคะของภิกษุผู้มียถาภูตญาณทัสสนะวิบัติ ย่อมเป็นธรรมมีอุปนิสัยถูกขจัด เมื่อ
นิพพิทาวิราคะไม่มี วิมุตติญาณทัสสนะของภิกษุผู้มีนิพพิทาวิราคะวิบัติ ย่อมเป็น
ธรรมมีอุปนิสัยถูกขจัด เปรียบเหมือนต้นไม้ที่มีกิ่งและใบวิบัติ แม้กะเทาะของ
ต้นไม้นั้น ก็ย่อมไม่ถึงความบริบูรณ์ แม้เปลือก กระพี้ แก่นของต้นไม้นั้น ก็
ย่อมไม่ถึงความบริบูรณ์ แม้ฉันใด ดูกรอาวุโสทั้งหลาย สัมมาสมาธิของภิกษุ
ผู้ทุศีล มีศีลวิบัติ ย่อมเป็นธรรมมีอุปนิสัยถูกขจัด เมื่อสัมมาสมาธิไม่มี ยถา
ภูตญาณทัสสนะของภิกษุผู้มีสัมมาสมาธิวิบัติ ย่อมเป็นธรรมมีอุปนิสัยถูกขจัด
เมื่อยถาภูตญาณทัสสนะไม่มี นิพพิทาวิราคะของภิกษุผู้มียถาภูตญาณทัสสนะวิบัติ
ย่อมเป็นธรรมมีอุปนิสัยถูกขจัด เมื่อนิพพิทาวิราคะไม่มี วิมุตติญาณทัสสนะของ
ภิกษุผู้มีนิพพิทาวิราคะวิบัติ ย่อมเป็นธรรมมีอุปนิสัยถูกขจัด ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ

ดูกรอาวุโสทั้งหลาย สัมมาสมาธิของภิกษุผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อม
ถึงพร้อมด้วยธรรมเป็นอุปนิสัย เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ ยถาภูตญาณทัสสนะของภิกษุ
ผู้มีสัมมาสมาธิสมบูรณ์ ย่อมถึงพร้อมด้วยธรรมเป็นอุปนิสัย เมื่อยถาภูตญาณ-
*ทัสสนะมีอยู่ นิพพิทาวิราคะของภิกษุผู้มียถาภูตญาณทัสสนะสมบูรณ์ ย่อมถึง
พร้อมด้วยธรรมเป็นอุปนิสัย เมื่อนิพพิทาวิราคะมีอยู่ วิมุตติญาณทัสสนะของภิกษุ
ผู้มีนิพพิทาวิราคะสมบูรณ์ ย่อมถึงพร้อมด้วยธรรมเป็นอุปนิสัย เปรียบเหมือน
ต้นไม้ที่มีกิ่งและใบสมบูรณ์ แม้กะเทาะของต้นไม้นั้น ก็ย่อมถึงความบริบูรณ์ แม้
เปลือก กระพี้ แก่นของต้นไม้นั้น ก็ย่อมถึงความบริบูรณ์ แม้ฉันใด ดูกรอาวุโส
ทั้งหลาย สัมมาสมาธิของภิกษุผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมถึงพร้อมด้วยธรรม
เป็นอุปนิสัย เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ ยถาภูตญาณทัสสนะของภิกษุผู้มีสัมมาสมาธิ
สมบูรณ์ ย่อมถึงพร้อมด้วยธรรมเป็นอุปนิสัย เมื่อยถาภูตญาณทัสสนะมีอยู่
นิพพิทาวิราคะของภิกษุผู้มียถาภูตญาณทัสสนะสมบูรณ์ ย่อมถึงพร้อมด้วยธรรม
เป็นอุปนิสัย เมื่อนิพพิทาวิราคะมีอยู่ วิมุตติญาณทัสสนะของภิกษุผู้มีนิพพิทาวิราคะ
สมบูรณ์ ย่อมถึงพร้อมด้วยธรรมเป็นอุปนิสัย ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ


จบสูตรที่ ๘

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย กบนอกกะลา: 08/02/2017 - 06:44

0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2226
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 09/02/2017 - 06:35

:99:
"ศีล 5 โสดาบัน"
:106:
ผู้ที่ตั้งใจรักษาศีล 5 ให้ดี มีโอกาสบรรลุธรรมได้ถึงซั้นโสดาบันและต่อยอดไปได้ถึงความเป็นพระอรหันต์
สิ่งสำคัญคือต้องค้นพบและคบหากับกัลยาณมิตรให้ได้ กัลยาณมิตรเพื่อการบรรลุนิพพานนั้นต้องหมายถึงผู้ที่จะสอนจะแนะนำจะเป็นพี่เลี้ยงนำพาเราปฏิบัติธรรมตามคำสอนอันถูกต้องของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ถ้าหากท่านผู้นั้นเป็นผู้พิสูจน์ธรรมมาได้จนถึงที่ เคยชิมรสพระนิพพานมาแล้วยิ่งดีใหญ่

ความรู้หลักสำคัญเบื้องต้นเพื่อความหลุดพ้นสู่นิพพานนั้นคือเรื่องของ โอวาทปาติโมกข์ อริยสัจ 4 มรรค 8 อนัตตา โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ต้องรู้ให้ลึกละเอียดทะลุปรุโปร่งพอสมควรจึงจะทำให้เราเข้าสู่ขั้นตอนของการปฏิบัติจริงได้อย่างรวดเร็ว

ในลานธรรมเสวนาแห่งนี้มีกระทู้ ข้อธรรม และกัลยาณมิตรมากมายที่จะคอยช่วยเหลือให้ทุกท่านทุกคนได้เข้าสู่ทางเดินแห่งการบรรลุธรรมได้ เชิญค้นหาและไปเสวนากับท่านเหล่านั้นนะครับ
:82:
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 16/02/2017 - 05:28

ศีล.๕...จะสมบูรณ์ได้..ด้วยพรหมวิหาร๔...

ศีล..และ...พรหมวิหาร...จะเกิดได้ด้วยปัญญาเห็นธรรมตามความเป็นจริง...

เห็นจริงได้แค่ไหน...ความละเอียดลึกซึ้งในศีล..ในพรหมวิหาร..ก็มีมากขึ้นตามนั้น...

เช่น...เห็นว่ากรรมมีจริง..ทำดีได้ดีทำชั่วตกนรก..ยอมรับนับถือความจริงข้อนี้ก็รักษาศีลได้แล้ว(ที่ยังรักษาไม่ได้ก็เพราะใจลึกๆมันยังไม่ยอมรับความจริง..ต้องพิจารณาโยนิโสมนสิการบ๋อยๆ...ต้องฉลาดในการโยนิโส. .หาจุดแข็งจุดเก่งของตนแล้วนำมาใช้...เช่น..หากคนที่กลัวตกนรกก็เอานรกมาพิจารณา..หากกลัวไม่ได้ไปสวรรค์ไปนิพพานก็เอาสวรรค์นิพพานมาพิจารณา..หากเป็นคนรักสัตว์ก็พิจารณาพรหมวิหาร๔..เป็นต้น)

ดังนั้น..คนที่รักษาศีลได้....ย่อมต้องเป็นคนมีปัญญาบ้างแล้ว

หากไม่มีปัญญา..คนคนนั้นก็รักษาศีลไม่ได้

ส่วนตัว...กระผมเรียกปัญญาที่รักษาศีลได้ว่า..ปัญญาศีล

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย กบนอกกะลา: 16/02/2017 - 05:31

0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1169
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 16/02/2017 - 05:34

ปัญญาศีล....นี้....ทำคนเป็นพระโสดาบันได้..

เมื่อทำคนเป็นพระโสดาบันได้...ย่อมมีคติที่แน่นอนต่อการหมดกิเลสถึงซึ่งพระนิพพานได้ไม่น่าสงสัย..

การรักษาศีล..จึงถึงพระนิพพาน..ด้วยนัยนี้เอง..
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4204
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 31/03/2017 - 10:13

:09:

อ้างอิง

ปัญญาศีล....นี้....ทำคนเป็นพระโสดาบันได้..

เมื่อทำคนเป็นพระโสดาบันได้...ย่อมมีคติที่แน่นอนต่อการหมดกิเลสถึงซึ่งพระนิพพานได้ไม่น่าสงสัย..

การรักษาศีล..จึงถึงพระนิพพาน..ด้วยนัยนี้เอง..


บางคนสะสมบารมีมากใกล้จะเต็มแล้ว แม้ได้ฟัง หรือได้อ่าน หรือได้เห็นสิ่งใดสิ่งนึงก็เกิดปัญญาสว่างบรรลุได้เลยครับ เพราะเราไม่รู้ว่าอดีตชาติเราทำอะไรไว้บ้างนั้นเอง

ตั้งใจเกินไป มักจะทำให้โกรธ เกลียด เครียด แค้น ละทิ้งไปได้นะครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ