ลานธรรมเสวนา: พระไตรปิฎก อรรถกาถา - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (7 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 5
  • 6
  • 7
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

พระไตรปิฎก อรรถกาถา ขอเรียนเชิญทุกท่านมาศึกษาพระธรรมเพื่อรักษาพระธรรมให้ยืนยาวต่อไปกันครับ

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 14/02/2016 - 06:26

อยากเรียนถามว่าสมาชิกในลานธรรมนี้ว่าควรจะหาอ่านหนังสือพระไตรปิฎกจากเว็บไหนที่ดีและน่าเชื่อถือที่สุดครับขอแบบภาษาไทย์ล้วนๆนะคับเพราะผมไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับบาลีหรือภาษาอื่นเลย

* เริ่มต้นอ่านอีกครั้งแบบจริงจังปีนี้และตั้งใจว่าอ่านให้จบ พึงอ่านได้ยังไม่ถึงเดือนเล่มแรกได้ 331 หน้าเมื่อวานนี้เอง โดยการอ่านของผมจะเป็นแบบพยายามอ่านให้หมดทุกตัว อ่านแบบออกเสียง แม้ข้อความนั้นจะช้ำกันบ่อยครั้ง อ่านผ่านๆมาก็มีบางคำไม่ค่อยเข้าใจสำนวนแต่ก็ขอผ่านไปก่อนเพราะไม่มีใครที่จะให้ถามบางทีก็พิพม์ถามจาก google เช่นคำว่า ถูกปลงเทริด และอื่น

* อ่านแล้วได้ความรู้เกี่ยวกับชีวิตมากขึ้น พร้อมทั้งได้ความคิดดีๆอย่างเช่นเรื่องการขอของคนอื่นบ่อยๆ ผมก็แว็บคิดออกเอามาประยุตใช้กับการไล่หนูในบ้านด้วยการกล่าวว่า "หนูท่านผู้เจริญทั้ง ข้าพระเจ้าขออาหารที่เป็นรสเลิศของพวกท่านด้วยเถิด" กล่าวเช่นนี้ 3 ครั้ง เมื่อพบเห็นหรือได้ยินเสียงหนูร้องหรือไม่เห็นไม่ได้ยินก็ตาม กล่าวทุกวันๆ 2 - 3 เวลาก็แล้วแต่สะดวก ลองไปทำกันดูนะคับ ผมก็เพิ่งจะทดลองได้วันสองวันเอง

:09: :09: :09:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
2


  • (7 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 5
  • 6
  • 7
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: sssboun - shadee - sssboun - shadee - ngodngam - sssboun - กอบ - sssboun - shadee - shadee - sssboun - ngodngam - sssboun - ngodngam - sssboun - กอบ - sssboun - shadee - sssboun - sssboun - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กอบ - sssboun - sssboun - กอบ - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - sssboun - sssboun - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - shadee - กบนอกกะลา - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - กบนอกกะลา - shadee - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - sssboun - sssboun - shadee - shadee - sssboun - shadee - sssboun - กบนอกกะลา - sssboun - sssboun - sssboun - shadee - sssboun - sssboun - shadee - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - อโศกะ - sssboun - sssboun - sssboun -

#120 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 04/06/2017 - 17:52

:09:

วันนี้ขอต่อเล่มที่ 44/1 วันนี้อ่านได้ 80/386 หน้า เล่มนี้กำหนดไว้ให้จบภายใน 4 วันครับ

ในการอ่านพระไตรปิฏกนั้นผมเห็นว่าจะมีกิเลสเข้ามารบกวนให้เราออกนอกทางบ่อยๆครับ บางครั้งก็มีมารมาค่อยขัดขวางเป็นระยะเช่นกัน แต่ก็สู้ๆครับ วันนี้ผมอาจต้องตายก็ได้ใครจะรู้ได้.

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#121 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2440
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 04/06/2017 - 18:56

ไม่แน่ใจว่าผมจะเป็นมารอีกตัวหนึ่งของคุณ S หรือเปล่านะครับ :95:
ผมเดาว่าคุณ S น่าจะอ่านถึงเรื่องพระโปฐิลเถระแล้วนะ เห็นว่าอยู่เล่ม ๔๔ แล้วนี่นา
อยู่ใน "ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท มรรควรรคที่ ๒๐"

อ้างอิง

ดังได้สดับมา พระโปฐิละนั้นเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกในศาสนาของพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ บอกธรรมแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป.
เรื่องพระโปฐิลเถระ [๒๐๘]
ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระเถระนามว่าโปฐิละ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "โยคา เว" เป็นต้น.

รู้มากแต่เอาตัวไม่รอด
ดังได้สดับมา พระโปฐิละนั้นเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกในศาสนาของพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ บอกธรรมแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป.
พระศาสดาทรงดำริว่า "ภิกษุนี้ ย่อมไม่มีแม้ความคิดว่า "เราจักทำการสลัดออกจากทุกข์แก่ตน เราจักยังเธอให้สังเวช."

จำเดิมแต่นั้นมา พระองค์ย่อมตรัสกะพระเถระนั้น ในเวลาที่พระเถระมาสู่ที่บำรุงของพระองค์ว่า
"มาเถิด คุณใบลานเปล่า, นั่งเถิด คุณใบลานเปล่า, ไปเถิด คุณใบลานเปล่า
แม้ในเวลาที่พระเถระลุกไป ก็ตรัสว่า "คุณใบลานเปล่าไปแล้ว."

พระโปฐิละนั้นคิดว่า "เราย่อมทรงไว้ซึ่งพระไตรปิฎกพร้อมทั้งอรรถกถา บอกธรรมแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป ถึง ๑๘ คณะใหญ่
ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น พระศาสดายังตรัสเรียกเราเนืองๆ ว่า "คุณใบลานเปล่า"
พระศาสดาตรัสเรียกเราอย่างนี้ เพราะความไม่มีคุณวิเศษ มีฌานเป็นต้นแน่แท้."

ท่านมีความสังเวชเกิดขึ้นแล้ว จึงคิดว่า "บัดนี้ เราจักเข้าไปสู่ป่าแล้วทำสมณธรรม"
จัดแจงบาตรและจีวรเองทีเดียว ได้ออกไปพร้อมด้วยภิกษุผู้เรียนธรรม แล้วออกไปภายหลังภิกษุทั้งหมดในเวลาใกล้รุ่ง.
พวกภิกษุนั่งสาธยายอยู่ในบริเวณ ไม่ได้กำหนดท่านว่า "อาจารย์." พระเถระไปสิ้น ๑๒๐ โยชน์แล้ว,
เข้าไปหาภิกษุ ๓๐ รูป ผู้อยู่ในอาวาสราวป่าแห่งหนึ่ง ไหว้พระสังฆเถระแล้ว
กล่าวว่า "ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของกระผม."

พระสังฆเถระ. "ผู้มีอายุ ท่านเป็นพระธรรมกถึก สิ่งอะไรชื่อว่าอันพวกเราพึงทราบได้ ก็เพราะอาศัยท่าน, เหตุไฉน ท่านจึงพูดอย่างนี้?"
พระโปฐิละ. ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงอย่าทำอย่างนี้ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของกระผม.

วิธีขจัดมานะของพระโปฐิละ
ก็พระเถระเหล่านั้นทั้งหมด ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งนั้น.
ลำดับนั้น พระมหาเถระส่งพระโปฐิละนั้นไปสู่สำนักพระอนุเถระ ด้วยคิดว่า "ภิกษุนี้มีมานะ เพราะอาศัยการเรียนแท้."
แม้พระอนุเถระนั้นก็กล่าวกะพระโปฐิละนั้น อย่างนั้นเหมือนกัน.
ถึงพระเถระทั้งหมด เมื่อส่งท่านไปโดยทำนองนี้
ก็ส่งไปสู่สำนักของสามเณรผู้มีอายุ ๗ ขวบผู้ใหม่กว่าสามเณรทั้งหมด
ซึ่งนั่งทำกรรมคือการเย็บผ้าอยู่ในที่พักกลางวัน.
พระเถระทั้งหลายนำมานะของท่านออกได้ด้วยอุบายอย่างนี้.

พระโปฐิละหมดมานะ
พระโปฐิละนั้นมีมานะอันพระเถระทั้งหลายนำออกแล้ว
จึงประคองอัญชลีในสำนักของสามเณรแล้วกล่าวว่า "ท่านสัตบุรุษ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของผม."
สามเณร. ตายจริง ท่านอาจารย์ ท่านพูดอะไรนั่น ท่านเป็นคนแก่ เป็นพหูสูต เหตุอะไรๆ พึงเป็นกิจอันผมควรรู้ในสำนักของท่าน
พระโปฐิละ. ท่านสัตบุรุษ ท่านอย่าทำอย่างนี้ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของผมให้ได้.
สามเณร. ท่านขอรับ หากท่านจักเป็นผู้อดทนต่อโอวาทได้ไซร้ ผมจักเป็นที่พึ่งของท่าน.
พระโปฐิละ. ผมเป็นได้ ท่านสัตบุรุษ, เมื่อท่านกล่าวว่า "จงเข้าไปสู่ไฟ" ผมจักเข้าไปแม้สู่ไฟได้ทีเดียว.

พระโปฐิละปฏิบัติตามคำสั่งสอนของสามเณร
ลำดับนั้น สามเณรจึงแสดงสระๆ หนึ่งในที่ไม่ไกล
แล้วกล่าวกะท่านว่า "ท่านขอรับ ท่านนุ่งห่มตามเดิมนั่นแหละ จงลงไปสู่สระนี้."

จริงอยู่ สามเณรนั้น แม้รู้ความที่จีวรสองชั้นซึ่งมีราคามาก อันพระเถระนั้นนุ่งห่มแล้ว
เมื่อจะทดลองว่า "พระเถระจักเป็นผู้อดทนต่อโอวาทได้หรือไม่" จึงกล่าวอย่างนั้น.
แม้พระเถระก็ลงไปด้วยคำๆ เดียวเท่านั้น.
ลำดับนั้น ในเวลาที่ชายจีวรเปียก สามเณรจึงกล่าวกะท่านว่า "มาเถิด ท่านขอรับ"

แล้วกล่าวกะท่านผู้มายืนอยู่ด้วยคำๆ เดียวเท่านั้นว่า
"ท่านผู้เจริญ ในจอมปลวกแห่งหนึ่ง มีช่องอยู่ ๖ ช่อง,
ในช่องเหล่านั้น เหี้ยเข้าไปภายในโดยช่องๆ หนึ่ง บุคคลประสงค์จะจับมัน จึงอุดช่องทั้ง ๕ นอกนี้
ทำลายช่องที่ ๖ แล้ว จึงจับเอาโดยช่องที่มันเข้าไปนั่นเอง,
บรรดาทวารทั้งหก แม้ท่านจงปิดทวารทั้ง ๕ อย่างนั้นแล้ว จงเริ่มตั้งกรรม๑- นี้ไว้ในมโนทวาร."
ด้วยนัยมีประมาณเท่านี้ ความแจ่มแจ้งได้มีแก่ภิกษุผู้เป็นพหูสูต ดุจการลุกโพลงขึ้นแห่งดวงประทีปฉะนั้น.
พระโปฐิละนั้นกล่าวว่า "ท่านสัตบุรุษ คำมีประมาณเท่านี้แหละพอละ"
แล้วจึงหยั่งลงในกรชกาย๒- ปรารภสมณธรรม.

http://www.84000.org...p?b=25&i=30&p=5

ดังนั้นแล้ว พึงแบ่งเวลาไปทุ่มเทกับการภาวนาเพื่อสลัดทุกข์แก่ตนด้วยนะครับ
ท่านพระโปฐิละนั้นเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกในศาสนาของพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์แล้ว
แต่ท้ายสุดก็ต้องไปเรียนภาวนากับเณรครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#122 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 04/06/2017 - 20:09

:09:

อ้างอิง

ดังนั้นแล้ว พึงแบ่งเวลาไปทุ่มเทกับการภาวนาเพื่อสลัดทุกข์แก่ตนด้วยนะครับ
ท่านพระโปฐิละนั้นเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกในศาสนาของพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์แล้ว
แต่ท้ายสุดก็ต้องไปเรียนภาวนากับเณรครับ


ครับกราบขอบพระคุณ คุณงดงามที่เตือนสติครับ ผมก็ปฏิบัติไปคู่กันทุกวันครับ เมื่อมีปัญญา ย่อมรู้เห็นทางละมานะได้ครับ เราทุกคนก็ใช่อะไรที่ไหน ก็ล้วนแต่ประกอบขึ้นมาจาก ดิน น้ำ ลม ไฟ ครับ อีกไม่นานก็ตายกันหมดแล้ว จะมัวชิงดีชิงเด่นกันไปทำไม มานะนั้นย่อมแสดงออกให้เห็นทางกาย วาจา และใจ อย่างแน่นอนครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#123 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 11/06/2017 - 07:03

:09:

อ้างอิง

ผมเดาว่าคุณ S น่าจะอ่านถึงเรื่องพระโปฐิลเถระแล้วนะ เห็นว่าอยู่เล่ม ๔๔ แล้วนี่นา
อยู่ใน "ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท มรรควรรคที่ ๒๐"


ยังครับผม ยังมิเจอ แต่เคยได้ฟังพระท่านเทสผ่านมาบ้างแล้วครับ แต่ผมคิดว่ามีพระแบบท่านบ้างก็ดีนะครับ เพราะเป็นกำลังที่ดีในการเผียแผ่พระพุทธศาสนา พระอริยะเจ้าจะได้มีมากขึ้นครับ

อย่ากังวนกับสิ่งที่เล็กน้อย จนทำให้ดางพร้อยเลยครับ คนทำดีนั้นมีน้อยอยู่แล้ว เราควรจะส่งเสริมให้มากยิ่งขึ้นสิครับถึงจะถูกต้อง อ่าน เรียน เขียน แต่สิ่งที่ก็น่าจะมีส่วนดีอยู่แล้วนี่ครับ ต่างคนต่างถานะ ต่างประสบการณ์แตกต่างความรู้ความสามารถ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดก็ดีแล้วครับ

อยากให้คนนั้นเป็นอย่างนั้น อยากให้คนนี้เป็นแบบนี้ อย่าให้ความคิดเหล่านี้มาทำให้เราเป็นทุกข์ไปเลยครับ เป้าหมายอาจจะไม่เหมือนกัน หรือเวลา วัย ถานะ อุปมาเหมือน มะม่วงยังผลยังเล็ก เราจะทำให้สุขได้หรือ บางบุคคลเราก็ควรเราเวลาที่เหมาะสมครับ

เล่มนี้พลาดไป เพิ่งจะอ่านจบเมื่อวานนี้ เพราะพบปัญหาที่สุขภาพจำต้องพักผ่อน 2-3 ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ควรหาจุดที่พอดีกับร่างกายของตัวเองให้เจอ บางครั้งก็เจอเร็ว บางครั้งก็นาน แล้วแต่เหตุปัจจัยครับ ล้มแล้วลุก สู้ต่อไป ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง

วันนี้จะเริ่มต่อเล่มที่ 44/2 มีทั้งหมด 202 ตั้งจิตจะอ่านให้จบภายใน 4 วันครับ
วันละ 65 ลงมาครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#124 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 15/06/2017 - 16:03

:09:

เพิ่งอ่านจบเล่มที่ 44/2 มื้วานนี้ วันนี้เริ่มต่อเล่ม 44/3 คาดว่าจะอ่านให้จบวันเดียวเพราะอ่านได้ 10/39 หน้าแล้วครับ

อ่านหนังสือจำนวนมาก เราควรคิดอยู่เสมอว่า หยาดน้ำแต่ละหยาดยังเติมอ่างฉันใด หากเราอ่านไปเรื่อยๆที่ละเล็กละน้อยก็ย่อมจะจบฉันนั้นครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#125 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/06/2017 - 17:57

:09:

เพิ่งอ่านจบเล่มที่ 45/1 มี 133 หน้าภายใน 3 วันครับ วันพรุ่งนี้คงจะเริ่มต่อไปครับ

จุดหมายใกล้จะถึงละอีก 4 เล่มเท่านั้นเองครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#126 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 21/06/2017 - 21:16

แสดงข้อความที่โพสต์sssboun [ 18/06/2017 - 17:57 ]

:09:

เพิ่งอ่านจบเล่มที่ 45/1 มี 133 หน้าภายใน 3 วันครับ วันพรุ่งนี้คงจะเริ่มต่อไปครับ

จุดหมายใกล้จะถึงละอีก 4 เล่มเท่านั้นเองครับ

:82:

:09:

ขอโทษทีครับที่ตอบผิดไป เหลืออีก 3 เล่ม ตาลายมองเห็นนึกว่า เล่มที่ 45 มี ห้าเล่มแต่ความจริงมีแค่ สามเล่ม เพิ่งอ่านจบเล่มที่สองไปเมื่อกี้ มีทั้งหมด 189 หน้า ใช้เวลาอ่านสามวัน ส่วนเล่มสุดท้าย มี 152 หน้า คาดไว้ว่า จะอ่านจบภายใน 3 วันเช่นกัน ครับ หลังจากนั้นก็จะอ่านต่อหนังสือมิลิทปัญหาครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#127 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 24/06/2017 - 20:52

:09:

เพิ่งจะอ่านจบไปเมื่อกี้ครับ ความเพียรพยายาม และตั้งใจมั่นก็ได้สำเร็จลงแล้วตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะอ่านให้จบภายในไม่เกินปีนี้ แต่พอลงมือกลับอ่านจบก่อนเวลาไปเกือบครึ่ง ทั้งอ่านหนังสือทั้งดูจิตไป บางทีกิเลสก็ดึงไปข้างโน้นบ้าง ข้างนี้บ้าง พาไปโน้นบ้างพาไปนี้บ้าง บางครั้งความเจ็บป่วยก็เข้ามา บางทีก็ท้อใจเหมือนกัน แต่ในที่สุดก็ผ่านไปด้วยดีครับ การทำงานใหญ่ หรืองานที่มากๆ เราควรอย่างยิ่งที่จะจัดแบ่งออกเป็นส่วนเล็กๆน้อยๆ หรือทำให้เบาง่าย ต้องคอยสังเกตุดูสุขภาพของตัวเองประเมิน

ึความสามารถของตัวเองให้ออก ลองผิดลองถูกสังเกตุ ปรับปุงแก้ไข จุดอ่อน ในการงานนั้นให้ดีขึ้นเรื่อยๆเท่าที่จะคิดออกและทำได้ครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#128 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 07/07/2017 - 22:02

:09:

ปัจจุบันนี้เริ่มอ่าน อรรถกถา เพิ่งเริ่มเล่มแรกครับ หลายเล่มอยู่เหมือนกัน เพิ่งอ่านได้ 25/450 หน้าครับ หากไม่ตั้งวันเวลาไว้คงจะสำเร็จได้ยากเป็นแน่แท้ เล่มนี้ผมจะอ่านจบภายใน 9 วัน เอาแบบช้าหน่อย เพื่อเวลาไว้ทำอย่างอื่นบ้างครับ

เหล็กเมื่อเค้าจะนำมาแปรรูป เค้าต้องนำเหล็กนั้นไปทำให้อ่อนก่อนค่อยมา ทุบตี หลอมและอื่นฉันใด บุคคลที่จะเรียนรู้ก็ควรอย่างยิ่งจะต้องทำจิตให้อ่อนน้อมถ่อมตนฉันนั้นครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#129 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 09/07/2017 - 18:55

:09:
จากพระไตรปิฏด ฉบับธรรมทาน อรรถกถา เล่ม 1 หน้าที่ 67

อ้างอิง

พระเถระทั้งหลายเหล่านั้น ครั้นสังคายนาทุติยสังคีตินี้อย่างนั้นแล้ว
จึงตรวจดูว่า แม้ในอนาคตเสนียด (เสี้ยนหนาม) เห็นปานนี้ จักเกิดขึ้นแก่
พระศาสนาหรือหนอแล? แล้วได้เห็นเหตุนี้ว่า ในปีที่ ๑๘ ต่อจาก ๑๐๐ ปี
แต่ปีนี้ไป พระราชาทรงพระนามว่าพระเจ้าธรรมาโศก จะทรงอุบัติขึ้นใน

พระนครปาฏลีบุตร ครอบครองราชสมบัติในชมพูทวีปทั้งสิ้น ท้าวเธอจักทรง
เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แล้วจักยังลาภและสักการะเป็นอันมากให้เป็นไป,
ในครั้งนั้น พวกเดียรถีย์ผู้ปรารถนาลาภและสักการะ จักบวชในพระศาสนา
แล้วแสดงทิฏฐิของตน เสนียดใหญ่ จักเกิดขึ้นในพระศาสนา ด้วยอาการอย่างนี้.

[ติสสมหาพรหมจักแก้ความเสื่อมพระศาสนาในอนาคต]
ครั้งนั้น พระเถระเหล่านั้นได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า เมื่อเสนียดนั่น
เกิดขึ้นแล้ว พวกเราจักทันเห็นหรือไม่หนอ? ลำดับนั้นพระเถระทั้งหมด
นั่นแล ทราบความที่ตนเป็นผู้ไม่ทันเห็น (เหตุการณ์) ในเวลานั้น จึงคิดว่า
ใครเล่าหนอ ! จักเป็นผู้สามารถให้อธิกรณ์นั้นระงับได้ แล้วได้ตรวจดู

มนุษยโลก และเทวโลกชั้นกามาวจรทั้งสิ้น ก็มิได้เห็นใคร ๆ ได้เห็นแต่ท้าว-
มหาพรหมชื่อติสสะในพรหมโลก ผู้มีอายุยังเหลือน้อย ได้อบรมมรรคเพื่อ
บังเกิดในพรหมโลกชั้นสูงขึ้นไป. พระเถระทั้งหลายเหล่านั้น ครั้นเห็นแล้ว
จึงได้มีความดำริดังนี้ว่า ถ้าพวกเราพึงทำความอุตสาหะ เพื่อต้องการให้พรหม

นั่นเกิดในมนุษยโลกไซร้, พรหมนั่นก็จักถือปฏิสนธิในเรือนของโมคคลี-
พราหมณ์แน่นอน, และต่อจากนั้นก็จักถูกเล้าโลมด้วยมนต์แล้วออกบวช, ครั้น
ติสสทารกนั้นบวชแล้วอย่างนี้ เล่าเรียนพระพุทธพจน์ทั้งสิ้น เป็นผู้ได้บรรลุ
ปฏิสัมภิทา จักย่ำยีพวกเดียรถีย์ วินิจฉัยอธิกรณ์นั้นแล้ว เชิดชูพระศาสนา.

[พวกพระเถระไปเชิญติสสมหาพรหมให้มาเกิดในมนุษยโลก]
พระเถระเหล่านั้นไปยังพรหมโลก แล้วได้กล่าวคำนี้กะท้าวติสส-
มหาพรหมว่า ดูก่อนสหายผู้นิรทุกข์! ในปีที่ ๑๘ ถัดจาก ๑๐๐ ปี แต่ปีนี้ไป
เสนียดอย่างใหญ่จักเกิดขึ้นในพระศาสนา, และพวกเราได้ตรวจดูมนุษยโลก
และเทวโลกชั้นฉกามาวจรทั้งสิ้น ก็มิได้เห็นใคร ๆ ผู้สามารถ เพื่อจะเชิดชู

พระศาสนาได้, ค้นดูตลอดพรหมโลกจึงได้พบท่านผู้เจริญ, ดังพวกข้าพเจ้า
ขอโอกาส ท่านสัตบุรุษ ! ขอท่านจงให้ปฏิญญา (แก่พวกข้าพเจ้า) เพื่อเกิด
ในมนุษยโลก แล้วเชิดชูพระศาสนาของพระทศพลเถิด.

[ติสสมหาพรหมรับปฏิญญามาเกิดในมนุษยโลก]
เมื่อพระเถระทั้งหลาย กล่าวเชิญอย่างนั้นแล้ว ท้าวมหาพรหมจึง
ดำริว่า ได้ยินว่า เราจักเป็นผู้สามารถเพื่อชำระเสนียดซึ่งจะเกิดขึ้นในพระศาสนา
แล้วเชิดชูพระศาสนา ดังนี้ แล้วเป็นผู้หรรษาร่าเริงบันเทิงใจ ได้ให้ปฏิญญา
รับว่า ดีละ. พระเถระทั้งหลายพิจารณากิจที่ควรทำนั้นในพรหมโลกเสร็จแล้ว
ก็พากันกลับมาอีก.

[พวกพระเถระลงทัณฑกรรมแก่พระสิคควะและพระจัณฑวัชชี]
ก็โดยสมัยนั้นแล พระเถระทั้ง ๒ รูปคือ พระสิคควเถระ และพระ
จัณฑวัชชีเถระ ยังเป็นพระนวกะอยู่. พระเถระเหล่านั้น เป็นภิกษุหนุ่ม
ทรงพระไตรปิฎก บรรลุปฏิสัมภิทา สิ้นอาสวะแล้ว เป็นสัทธิวิหาริกของ
พระโสณกะ. พระเถระทั้ง ๒ รูปนั้น ไม่ได้มาร่วมระงับอธิกรณ์นั้น. พระเถระ
ทั้งหลาย จึงกล่าวว่า ดูก่อนอาวุโส! พวกท่านหาได้เป็นผู้ร่วมคิดของพวกเรา

ในอธิกรณ์นี้ไม่, เพราะเหตุนั้น ทัณฑกรรมนี้จงมีแก่พวกท่าน คือ ท้าว
มหาพรหมชื่อติสสะ จักถือปฏิสนธิในเรือนของโมคคลีพราหมณ์, บรรดาท่าน
ทั้งสอง รูปหนึ่งจงชักนำท้าวติสสมหาพรหมนั้นมาบวช, รูปหนึ่งจงให้เรียน
พระพุทธพจน์ ดังนี้

พระเถระแม้เหล่านั้นทุก ๆ รูป มี
พระสัพพกามีเป็นต้น เป็นผู้มีฤทธิ์มาก
รุ่งเรืองแล้วในโลก ดำรงอยู่จนตลอดอายุ
แล้วก็ปรินิพพาน เหมือนกองไฟลุกโชติช่วง
ดับไปแล้วฉะนั้น พระเถระชื่อแม้เหล่านั้น
สิ้นอาสวะแล้ว ถึงความเป็นผู้ชำนาญ
แตกฉานในปฏิสัมภิทา ครั้นทำทุติยสังคายนา
ชำระพระศาสนาให้หมดจด ทำเหตุเพื่อ
ความเจริญแห่งพระสัทธรรม แม้ในอนาคต
แล้ว ก็เข้าถึงอำนาจแห่งความเป็นผู้ไม่เที่ยง
ธีรชนทราบความที่สังขารเป็นของไม่เที่ยง
เป็นของลามก ก้าวล่วงได้โดยยากอย่างนี้
แล้ว ก็ควรพากเพียร เพื่อบรรลุอมตบทที่
เป็นบทยั่งยืน ดังนี้แล.

พรรณนาทุติยสังคีติ เป็นอันจบลงแล้วโดยอากาศทั้งปวง ด้วยลำดับ
คำเพียงเท่านี้.

เริ่มเรื่องตติยสังคายนา

[ติสสมหาพรหมเกิดในมนุษยโลก]
แม้ติสสมหาพรหมแล เคลื่อนจากพรหมโลกแล้ว ได้ถือปฏิสนธิ
ในเรือนของโมคคลีพราหมณ์. ฝ่ายพระสิคควเถระ จำเดิมแต่ติสสมหาพรหม
นั้นถือปฏิสนธิ ก็เข้าไปบิณฑบาตยังเรือนของพราหมณ์ตลอด ๗ ปี. แม้วันหนึ่ง
ท่านก็ไม่ได้ข้าวต้มสักว่าหนึ่งกระบวยหรือข้าวสวยสักว่าหนึ่งทัพพี. ก็โดยล่วงไป
ถึง ๗ ปี ในวันหนึ่งท่านได้เพียงคำพูดว่า นิมนต์โปรดข้างหน้าเถิด เจ้าข้า!

[พราหมณ์ผู้บิดาของติสสมหาพรหมพบพระสิคควเถระ]
ในวันนั้นนั่นเอง แม้พราหมณ์ทำกิจที่ควรทำบางอย่างภายนอกบ้าน
แล้ว เดินกลับมา ก็พบพระเถระที่ทางสวน จึงเรียนถามว่า บรรพชิตผู้เจริญ !
ท่านได้มายังเรือนของกระผมแล้วหรือ?
พระเถระ. เออ รูปได้ไปแล้ว พราหมณ์!
พราหมณ์. ท่านได้อะไรบ้างหรือ?
พระเถระ. เออ ได้ พราหมณ์!
พราหมณ์นั้น ไปถึงเรือแล้วถามว่า ใครได้ให้อะไร ๆ แก่บรรพชิต
นั้นบ้างหรือ?

พวกชนในเรือนตอบว่า ไม่ได้ให้อะไร ๆ.
[โมคคลีพราหมณ์คอยจับมุสาของพระเถระ]
ในวันที่ ๒ พราหมณ์นั่งอยู่ที่ประตูเรือนนั่นเอง ด้วยคิดว่า วันนี้
เราจักข่มขี่บรรพชิตด้วยการกล่าวเท็จ. ในวันที่ ๒ พระเถระก็ไปถึงประตูเรือน
ของพราหมณ์. พราหมณ์พอเห็นพระเถระ ก็พูดอย่างนี้ว่า วานนี้ ท่านไม่ได้
อะไร ๆ ในเรือนของกระผมเลย ก็บอกว่า ได้ การกล่าวเท็จควรแก่ท่าน
หรือหนอ?

พระเถระ พูดว่า พราหมณ์! ในเรือนของท่าน ข้าพเจ้าไม่ได้แม้
เพียงคำพูดว่า นิมนต์โปรดข้างหน้าเถิด ดังนี้ ถึง ๗ ปี วานนี้ได้เพียงคำพูด
ว่า นิมนต์โปรดข้างหน้าเถิด เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าพเจ้าจึงได้พูดอย่างนี้ หมาย
เอาการปฏิสันถารนั่น.

[โมคคลีพราหมณ์เลื่อมใสในพระเถระ]
ฝ่ายพราหมณ์คิดว่า สมณะเหล่านี้ ได้แม้เพียงการปฏิสันถารก็ยัง
สรรเสริญว่า ได้ (ถ้า) ได้ของที่ควรเคี้ยว ควรบริโภคอะไรอย่างอื่นแล้ว
ทำไมจักไม่สรรเสริญเล่า. พราหมณ์เลื่อมใสอย่างนี้แล้ว จึงสั่งให้ถวายภิกษา
ทัพพีหนึ่ง และกับข้าวที่ควรแก่ภิกษานั้นจากภัตที่เขาจัดไว้เพื่อตน แล้วเรียนว่า
ท่านจักได้ภิกษาชนิดนี้ทุก ๆ เวลา ดังนี้. จำเดิมแต่วันรุ่งขึ้น พราหมณ์นั้น

ได้เห็นความสงบเรียบร้อยของพระเถระผู้เข้าไปอยู่ ก็ยิ่งเลื่อมใสขึ้น แล้วขอร้อง
พระเถระเพื่อต้องการให้ทำภัตกิจในเรือนของตน ตลอดกาลเป็นนิตย์. พระเถระ
รับนิมนต์แล้ว ก็ได้ทำภัตกิจทุกวัน ๆ เมื่อจะกลับ ก็ได้แสดงพระพุทธพจน์
บ้างเล็กน้อย จึงกลับไป.

[พระสิคควเถระเริ่มสนทนาปราศรัยกับติสสมานพ]
มานพแม้นั้นแล มีอายุได้ ๑๖ ปีเท่านั้น ก็ได้ถึงฝั่งแห่งไตรเพท.
คนอื่นใคร ๆ จะนั่งหรือนอนบนอาสนะหรือที่นอนของสัตว์ผู้บริสุทธิ์ซึ่งมาจาก
พรหมโลก ย่อมไม่ได้. เวลาใด ติสสมานพนั้นไปเรือนของอาจารย์, เวลานั้น
พวกคนใช้ ก็เอาผ้าขาวคลุมเตียงและตั่งของเขาห้อยไว้. พระเถระดำริว่า บัดนี้

เป็นกาลที่จะให้มานพบวชได้ และเราก็มาที่นี้นานแล้ว, ทั้งการพูดจาอะไร ๆ
กับมานพก็มิได้เกิดขึ้น, เอาเถิด บัดนี้การพูด (กับมานพนั้น) จักเกิดขึ้นได้
เพราะอาศัยบัลลังก์ (ของเขา) ด้วยอุบายอย่างนี้. ท่านจึงไปเรือน (ของมานพ
นั้น) แล้วอธิษฐานให้อาสนะอะไร ๆ อย่างอื่นในเรือนนั้นไม่ปรากฏ ยกเว้น

แต่บัลลังก์ของมานพ. คนในเรือนของพราหมณ์เห็นพระเถระแล้ว เมื่อไม่เห็น
ที่นั่งอะไร ๆ อย่างอื่น ก็ได้ปูลาดบัลลังก์ของมานพ ถวายพระเถระ. พระเถระ
ก็นั่งบนบัลลังก์. ฝ่ายมานพแลก็กลับมาจากเรือนของอาจารย์ ในขณะนั้น
นั่นเอง เห็นพระเถระนั่งอยู่บนบัลลังก์ของตน ก็โกรธ เสียใจ จึงพูดว่า

ใครให้ปูบัลลังก์ของข้าพเจ้าแก่สมณะ? พระเถระทำภัตกิจเสร็จแล้ว เมื่อ
มานพมีความดุร้ายสงบลงแล้ว จึงได้พูดอย่างนี้ว่า ดูก่อนมานพ ก็ท่านรู้มนต์
อะไร ๆ บ้างหรือ?

มานพเรียนว่า ข้าแต่บรรพชิตผู้เจริญ ! ในเวลานี้ เมื่อกระผมไม่
รู้มนต์, คนอื่นใครเล่าจึงจักรู้ได้ ดังนี้แล้ว ก็ (ย้อน) ถามพระเถระว่า ก็
ท่านเล่า รู้มนต์หรือ?
พระเถระ พูดว่า จงถามเถิด มานพ ท่านถามแล้ว อาจจะรู้ได้.

[ติสสมานพถามปัญหากับพระเถระ]
ครั้งนั้นแล มานพได้ถามพระเถระในข้อที่เป็นปม (ลี้ลับซับซ้อน)
ซึ่งมีอยู่ในไตรเพทพร้อมทั้งนิฆัณฑุศาสตร์(๑) เกฏฺภศาสตร์(๒) พร้อมทั้งอักษร
# ๑. นิฆัณฑุศาสตร์ ว่าด้วยชื่อสิ่งของมีต้นไม้เป็นต้น.
# ๒. เกษฺภศาสตร์ ว่าด้วยกิริยาเป็นประโยชน์แก่กวี.
ประเภทมีอิติหาส(๑) เป็นที่ห้า ซึ่งมานพเอง แม้ทั้งอาจารย์ของเขาก็ไม่เห็นนัย
ด้วยตนเอง.

พระเถระ แม้ตามปกติก็เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งไตรเพท และบัดนี้ก็ได้บรรลุ
ปฏิสัมภิทา เพราะเหตุนั้น ในการแก้ปัญหาเหล่านั้น จึงไม่หนักสำหรับท่าน,
ดังนั้น ท่านจึงแก้ปัญหาเหล่านั้น ในขณะนั้นนั่นเอง แล้วได้พูดกะมานพว่า
ดูก่อนมานพ ท่านถามเรามากพอแล้ว คราวนี้แม้เราก็จะถามปัญหากะเธอสัก
ข้อหนึ่ง เธอจักพยากรณ์แก่เราไหม?

มานพเรียนว่า ข้าแต่บรรพชิตผู้เจริญ! จงถามเถิด ขอรับกระผม
จักแก้.
ถึงหน้าที่ 74

นำมาให้อ่านยาวเกินไปไหมเนี่ยครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#130 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 10/07/2017 - 07:09

:09:

จากพระไตรปิฏด ฉบับธรรมทาน อรรถกถา เล่ม 1 หน้าที่ 172

อ้างอิง

[อานิสงส์แห่งการเรียนพระวินัย ๕ ข้อ]
เพราะฉะนั้น เพื่อให้พระวินัยตั้งมั่น อันภิกษุผู้กำหนดรู้อานิสงส์แห่ง
วินัยปริยัติ (การเรียนพระวินัย) ใคร่ต่อการศึกษา ก็ควรเรียนพระวินัย.
ในอธิการว่าด้วยการพรรณนานิทานนั้น มีอานิสงส์แห่งวินัยปริยัติ (การเรียน
พระวินัย) ดังต่อไปนี้ :-

จริงอยู่ บุคคลผู้ฉลาดในวินัยปริยัติ ย่อมเป็นผู้ตั้งอยู่ในฐานเป็น
มารดาบิดาของเหล่ากุลบุตร ผู้ได้ศรัทธาในพระศาสนา เพราะว่า บรรพชา
อุปสมบท ข้อปฏิบัติวัตรใหญ่น้อย ความเป็นผู้ฉลาดในอาจาระและโคจร
ของกุลบุตรเหล่านั้น เนื่องด้วยความฉลาดในวินัยปริยัตินั้น.

อีกประการหนึ่ง เพราะอาศัยวินัยปริยัติ กองศีลของตน ย่อมเป็น
ของอันบุคคลนั้น คุ้มครองรักษาดีแล้ว ย่อมเป็นที่พึ่งพิงของเหล่ากุลบุตร
ผู้ถูกความสงสัยครอบงำ ย่อมกล้าพูดในท่ามกลางสงฆ์ ย่อมข่มขี่พวกข้าศึกได้
ด้วยดี โดยสหธรรม ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์
๕ เหล่านี้ (มีอยู่) ในบุคคลผู้ทรงพระวินัย คือ :-

(๑) กองศีลของตน ย่อมเป็นของอันบุคคลนั้น คุ้มครองรักษาไว้
ดีแล้ว
(๒) ย่อมเป็นที่พึ่งพิงของเหล่ากุลบุตร ผู้ถูกความสงสัยครอบงำ
(๓) ย่อมเป็นผู้กล้าพูดในท่ามกลางสงฆ์
(๔) ย่อมข่มขี่พวกข้าศึกได้ด้วยดี โดยสหธรรม
(๕) ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม.*
[วินัยเป็นข้อปฏิบัติให้บรรลุความหลุดพ้นจากกิเลสเป็นที่สุด]

ก็อีกประการหนึ่ง กุศลธรรมเหล่าใด ซึ่งมีสังวรเป็นมูล อันพระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสไว้แล้ว, บุคคลผู้ทรงวินัยนั่นแล ชื่อว่าเป็นทายาทแห่งกุศล
ธรรมเหล่านั้น เพราะธรรมเหล่านั้น มีวินัยเป็นมูล. สมจริงดังคำที่พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า

วินัย ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่สังวร (ความสำรวม), สังวรย่อมมี
เพื่อประโยชน์แก่อวิปปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อน), อวิปปฏิสาร ย่อมมีเพื่อ
ประโยชน์แก่ความปราโมทย์, ความปราโมทย์ ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่ปีติ
(ความอิ่มใจ), ปีติ ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่ปัสสัทธิ (ความสงบ), ปัสสัทธิ
ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่ความสุข, ความสุข ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่สมาธิ
# * นย. วิ. ปวิวาร. ๘/๔๕๓.

(ความตั้งใจมั่น) สมาธิ ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่ยถาภูตญาณทัสสนะ (ความ
รู้เห็นตามเป็นจริง), ยถาภูตญาณทัสสนะ ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่นิพพิทา
(ความเบื่อหน่าย), นิพพิทา ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่วิราคะ (ความสำรอก
กิเลส), วิราคะ ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่วิมุตติ (ความหลุดพ้น) วิมุตติ ย่อมมี
เพื่อประโยชน์แก่วิมุตติญาณทัสสนะ (ความรู้เห็นความหลุดพ้น), วิมุตติญาณ-

ทัสสนะ ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่อนุปาทาปรินิพพาน (ความดับสนิทหาเชื้อ
มิได้), การกล่าว การปรึกษา กิริยานั่งใกล้ความเงี่ยโสตลงสดับ แต่ละอย่าง ๆ
มีอนุปาทาปรินิพพาน คือ ความพ้นพิเศษแห่งจิต ไม่ถือมั่น นั่นเป็นผล.*
เพราะฉะนั้น ควรทำความพยายามโดยเอื้อเฟื้อในการเล่าเรียนพระวินัย ดังนี้แล.


:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#131 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 16/07/2017 - 06:34

:09:

เพิ่งอ่านจบเล่มแรกเมื่อคืนนี้เองครับ

จากพระไตรปิฏด ฉบับธรรมทาน อรรถกถา เล่ม 1 หน้าที่ 715-717 ครับ

อ้างอิง

[เหตุที่ให้สตรีตั้งครรภ์มี ๗ อย่าง]
ถามว่า ก็การตั้งครรภ์ ย่อมมีได้ แม้โดยประการอย่างอื่นหรือ?
แก้ว่า ย่อมมีได้.
ถามว่า ย่อมมีได้อย่างไร?
แก้ว่า ย่อมมีได้ (เพราะเหตุ ๗ อย่างคือ) เพราะการเคล้าคลึงกาย ๑
เพราะการจับผ้า (นุ่งห่ม) ๑ เพราะการดื่มน้ำอสุจิ ๑ เพราะการลูบคลำสะดือ
(ของสตรี) ๑ เพราะการจ้องดู (รูป) ๑ เพราะเสียง ๑ เพราะกลิ่น ๑.

จริงอยู่ สตรีทั้งหลาย บางพวกเป็นผู้มีความกำหนัดยินดีด้วยฉันทราคะ
ในเวลาที่ตนมีระดู แม้เมื่อยินดีการที่บุรุษจับมือ จับช้องผม และการลูบคลำ
อวัยวะน้อยใหญ่ (ของตน) ย่อมตั้งครรภ์ได้. การตั้งครรภ์ย่อมมีได้เพราะ
การเคล้าคลึงกาย ด้วยอาการอย่างนี้.

อนึ่ง นางภิกษุณี ผู้เป็นภรรยาเก่าของพระอุทายีเถระ เอาปากอม
น้ำอสุจินั้นไว้ส่วนหนึ่ง ใส่อีกส่วนหนึ่งเข้าในองคชาตรวมกับผ้านั่นเอง. นาง
ก็ตั้งครรภ์ได้เพราะเหตุนั้น.(๑) การตั้งครรภ์ย่อมมีได้ เพราะการจับผ้า (นุ่งห่ม)
ด้วยอาการอย่างนี้.

แม่เนื้อ ผู้เป็นมารดาของมิคสิงคดาบส ได้มายังสถานที่ถ่ายปัสสาวะ
ของดาบส ในเวลาที่ตนมีระดู แล้วได้ดื่มน้ำปัสสาวะ ซึ่งมีน้ำสมภพเจือปนอยู่.
แม่เนื้อนั้น ก็ตั้งครรภ์ แล้วออกลูกเป็นมิคสิงคดาบส เพราะเหตุที่ตนดื่มน้ำ
ปัสสาวะนั้น.(๒) การตั้งครรภ์ ย่อมมีได้เพราะการดื่มน้ำอสุจิ ด้วยอาการอย่างนี้.

อนึ่ง ท้าวสักกะทรงทราบข้อที่มารดาบิดาของพระสามดาบสโพธิสัตว์
เสียจักษุ มีพระประสงค์จะประทานบุตร (แก่ท่านทั้งสองนั้น) จึงทรงรับสั่ง
# ๑. วิ. มหา. ๒/๒๓. ๒. ชาตกัฏฐกถา. ๘/๑. ๗/๓๙๖.
กะทุกุลบัณฑิต (ผู้เป็นบิดาของพระสามดาบสโพธิสัตว์นั้น) ว่า เมถุนธรรม
ควรแก่ท่านทั้งสองหรือ?

ทุกุลกบัณฑิต ทูลว่า อาตมภาพทั้งสอง บวชเป็นฤษีแล้ว ไม่มีความ
ต้องการ ด้วยเมถุนธรรมนั่น.
ท้าวสักกะ ทรงรับสั่งว่า ถ้าเช่นนั้น ในเวลาที่นางปาริกาตาปสินีนี้มี
ระดู ท่านพึงเอานิ้วมือลูบคลำสะดือ (ของนาง) เถิด.

ทุกุลกบัณฑิตนั้น ได้ทำเหมือนอย่างนั้นแล้ว. นางปาริกาตาปสินีนั้น
ก็ตั้งครรภ์ แล้วคลอดทารกชื่อสามดาบส เพราะเหตุที่ลูบคลำสะดือนั้น.(๑)
การตั้งครรภ์ ย่อมมีได้เพราะการลูบคลำสะดือ ด้วยอาการอย่างนี้. โดยนัยนี้
นั่นแล ควรทราบเรื่องมัณฑัพยมาณพ(๒) และเรื่องพระเจ้าจัณฑปัชโชต.

ถามว่า การตั้งครรภ์ ย่อมมีได้เพราะการจ้องดู (รูป) อย่างไร?
แก้ว่า สตรีบางพวกในโลกนี้ ในเวลาที่ตนมีระดู เมื่อไม่ได้การ
เคล้าคลึงกับชาย จึงเข้าไปในเรือน จ้องดูชาย ด้วยอำนาจความกำหนัดพอใจ
(แล้วก็ตั้งครรภ์) เหมือนนางสนมชาววัง ฉะนั้น. นางย่อมตั้งครรภ์ เพราะการ
จ้องดูชายนั้น. การตั้งครรภ์ ย่อมมีได้เพราะการจ้องดูรูป ด้วยอาการอย่างนี้.

อนึ่ง บรรดานกตระกรุมทั้งหลาย (นกยาง) ชื่อว่านกตระกรุมตัวผู้
ย่อมไม่มี. นางนกตระกรุมเหล่านั้น ในเวลาที่ตนมีระดู ครั้นได้ฟังเสียงเมฆ
(คำราม) แล้ว ย่อมตั้งครรภ์ ถึงแม่ไก่ทั้งหลายจะมากตัวก็ตาม ในกาลบางครั้ง
ครั้นได้ฟังเสียงไก่ผู้ตัวเดียว (ขัน) ก็ย่อมตั้งครรภ์ได้. ถึงแม่โคทั้งหลาย ครั้น

ได้ฟังเสียงโคอุสภะ (โคตัวผู้) แล้ว ก็ย่อมตั้งครรภ์เหมือนอย่างนั้น. การ
ตั้งครรภ์ย่อมมีได้เพราะเสียง ด้วยอาการอย่างนี้.
# ๑. นัยชาตกัฏฐกถา. ๙/๑๒๓-๔. ๒. ชาตกัฏฐกถา. ๗/๕-๖.

อนึ่ง แม่โคทั้งหลายนั่นเอง ในกาลบางครั้ง ย่อมตั้งครรภ์ได้เพราะ
กลิ่นของโคตัวผู้, การตั้งครรภ์ ย่อมมีได้เพราะกลิ่น ด้วยอาการอย่างนี้.
ส่วนในเรื่องนี้ ภรรยาเก่าของท่านพระสุทินน์นี้ ย่อมตั้งครรภ์เพราะ
อัชฌาจาร ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงหมายเอาตรัสไว้ว่า

มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน ๑ มารดามีระดู ๑ สัตว์ผู้เกิดในครรภ์ปรากฏ ๑,
เพราะความประชุมพร้อมแห่งปัจจัย ๓ ประการอย่างนี้ ความก้าวลงแห่งสัตว์
ผู้เกิดในครรภ์ จึงมีได้.(๑)


สิ่งดีๆเราควรแบ่งปันและบอกต่อแนะนำเพื่อนๆ ญาติมิตรสหาย สังคมเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุขมากยิ่งขึ้นครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#132 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/07/2017 - 06:17

:09:

วันนี้เริ่มต่อเล่ม 2 มี 309 หน้า ใช้เวลาสักประมาณ 6 วันครับ ตอนนี้ลูกชายกับลูกสาวของผมก็เริ่มจะเดินตามรอยผมคือเริ่มจะเป็นหนอนหนังสือกันละครับ ผมจะให้พวกเค้าอ่านหนังสือธรรมมะกันแต่ยังเล็กๆครับ

ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ลำบากก่อนแล้วจะสุบในภายหลัง

ลำบากเมื่อตอนยังเป็นหนุ่ม ยังดีกว่าต้องมากลุ้มใจเมื่อแก่

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#133 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 26/07/2017 - 20:31

:09:

เล่มที่สองจบไปแล้วตอนนี้กำลังอ่านเล่มที่สามอยู่ครับ ใกล้จะจบแล้ว ตั้งใจไว้จะอ่านไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบ ระหว่างอ่านจบกับชีวิตผมอันไหนจะจบก่อนกัน

เรารู้แค่วันเกิด แต่จะตายวันไหนมิอาจจะรู้ได้ครับ



:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#134 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2326
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 28/07/2017 - 06:10

แสดงข้อความที่โพสต์sssboun [ 26/07/2017 - 20:31 ]

:09:

เล่มที่สองจบไปแล้วตอนนี้กำลังอ่านเล่มที่สามอยู่ครับ ใกล้จะจบแล้ว ตั้งใจไว้จะอ่านไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบ ระหว่างอ่านจบกับชีวิตผมอันไหนจะจบก่อนกัน

เรารู้แค่วันเกิด แต่จะตายวันไหนมิอาจจะรู้ได้ครับ



:82:

:79:
เมื่อระลึกถึงความตายได้ชัดเจนเช่นนี้ ไม่ทราบว่าคุณ 3S ได้อ่านพระไตรปิฎกไปพร้อมกับเจริญวิปัสสนาภาวนาไปด้วยทุกวันหรือเปล่าครับ
เพราะมีแต่การเจริญวิปัสสนาภาวนาเท่านั้นที่จะพาคุณไปนั่งแท่นทางธรรมได้และหมดห่วงกังวลเรื่องความตายเสียที
:68:
0



#135 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 04/08/2017 - 20:48

:09:

อ้างอิง

พระผมู้ีพระภาคเจา้เมือทรงแสดงอานิสงส์เหล่านี อย่างนี บณัฑิตพึง ทราบว่า ทรงพรรณนาคุณแห่งการเรียนพระวินยั. สองบทว่า อาทิสฺส อาทิสฺส ไดแ้ก่ ทรงกําหนดบ่อย ๆ คือ ทรงทาํใหเ้ป็นแผนกหนึงต่างหาก . หลายบทว่า อายสฺมโต อุปาลิสฺส วณฺณ ํ ภาสติ มีความว่า พระผมู้ีพระภาคเจา้ทรงอาศยัวินยัปริยตัิ ตรัสชมเชยสรรเสริญคุณแห่งพระอุบาลีเถระ. ถามว่า เพราะเหตุไร ? แก้ว่า ทรงสรรเสริญเพราะเหตุว่า ทาํไฉนหนอ ภิกษุทังหลายแมไ้ด้ ฟังการสรรเสริญของเราแลว้ จะพึงสาํคญัวินยัว่า ตนควรเรียนควรศึกษาใน สาํนกัแห่งอุบาลี ศาสนานีจกัเป็นของตังอยู่ไดน้าน จกัเป็นไปตลอด ๕,๐๐๐ ปี ดว้ยประการอย่างนี.


พอดีอ่านเจอเลยนำมาแปะครับ

อ้างอิง

:79:
เมื่อระลึกถึงความตายได้ชัดเจนเช่นนี้ ไม่ทราบว่าคุณ 3S ได้อ่านพระไตรปิฎกไปพร้อมกับเจริญวิปัสสนาภาวนาไปด้วยทุกวันหรือเปล่าครับ
เพราะมีแต่การเจริญวิปัสสนาภาวนาเท่านั้นที่จะพาคุณไปนั่งแท่นทางธรรมได้และหมดห่วงกังวลเรื่องความตายเสียที
:68:


คิดว่าทำอยู่เหมือนกันครับ แต่คงอีกนานครับกว่าจะได้นั่งแท่นทางธรรม หนทางยังอีกยาวไกล หากเราเดินไปอย่างถูกต้องสักวันก็คงจะถึงจุดหมายเองครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



#136 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2326
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 06/08/2017 - 07:11

:79:
สาธุอนุโมทนากับความตั้งใจดีของคุณ3S
ขอให้ประสบความสำเร็จทันชาตินี้นะครับ
:72:
หมายเหตุ;

"โปรดอย่าชะล่าใจไปทำเหตุอื่นจนเสียงานหลักสำคัญคือการทำภพชาติให้สิ้นหรือเหลือน้อยที่สุดในชาตินี้ คือลงมือปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาทันทีที่รู้ตัว

เพราะไฟทุกข์ที่ลุกไหม้บนหัวเรายังมิได้เพลาความเร่าร้อนลงไปเลย เราหลงเฉย เพราะโมหะมาปิดบัง"

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 06/08/2017 - 07:15

0



#137 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 12/08/2017 - 18:51

:09:

เพิ่งจะอ่านจบเล่มที่ 5 ไปอีกเล่ม ตอนนี้เป็นไข้หวัดวันนี้ใกล้ดีขึ้นมากแล้วก็เลยมาอ่านต่อ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องทำมะดา หากเราเรียนรู้และ รู้จักปล่อยวาง จิตเราก็สบาย ทำให้หายไข้เร็วขึ้นได้เช่นกัน ครับ เป็นไข้ควรดื่มน้ำให้มากๆครับเพื่อการขับของเสียออกจากร่างกายครับ ขอให้ทุกท่านจงมีสุขภาพแข็งแรงนะครับ

:82:
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกายสุขใจ
ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงานและครอบครัว

ขอให้หายจากโรคร้ายในเร็ววัน
ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีๆ และคนดีๆ

ขอให้ดวงปัญญาจงบังเกิดแด่ท่านในเร็ววัน
ขอให้เจริญในธรรม และนำไปปฏิบัติให้ยิ่งๆขึ้นไป
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
  • (7 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 5
  • 6
  • 7
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ