ลานธรรมเสวนา: ฐานิยปูชา 2552 - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

ฐานิยปูชา 2552 (หนังสือ) รวมเกร็ดเรื่องเล่า คำสอน ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 12/01/2015 - 14:14

:09: :09: :09:


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


ฐานิยปูชา ๒๕๕๒


รวมเกร็ดเรื่องเล่า คำสอน


พระราชสังวรญาณ

(หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)



:09:





หมายเหตุ :

1. การทยอยพิมพ์หนังสือเล่มนี้เป็นรายการต่อเนื่องในชุดหนังสือ ฐานิยปูชา นะคะ

หากท่านต้องการอ่านต่อเนื่อง...สามารถเข้าอ่านเล่มที่ผ่านมาได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้ค่ะ


ฐานิยปูชา 2535

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2535/


ฐานิยปูชา 2536

http://larndham.org/...B8%B4%E0%B8%95/


ฐานิยปูชา 2537

http://larndham.org/...60&#entry778194


ฐานิยปูชา 2538

http://larndham.org/...B8%B5%E0%B8%A5/


ฐานิยปูชา 2539

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2539/


ฐานิยปูชา 2540

http://larndham.org/..._0&#entry785597


ฐานิยปูชา 2541

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2541/


ฐานิยปูชา 2542

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2542/


ฐานิยปูชา 2543

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2543/


ฐานิยปูชา 2544

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2544/


ฐานิยปูชา 2545

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2545/


ฐานิยปูชา 2546

http://larndham.org/..._0&#entry741022


ฐานิยปูชา 2547

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2547/


ฐานิยปูชา 2548

http://larndham.org/..._0&#entry745717


ฐานิยปูชา 2549

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2549/


ฐานิยปูชา 2550

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2550/


ฐานิยปูชา 2551

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2551/



2. การจัดรูปแบบในการโพสต์
เภตราขอปรับการจัดแต่งให้เข้ากับลักษณะการอ่านหน้าเว็บนะคะ


ท่านใดประสงค์จะอ่านก่อน หรือต้องการ copy บทธรรมเทศนาไปใช้ในงานพิมพ์อื่น
สามารถอ่าน และตรวจทานการใช้รูปแบบตามหนังสือ ได้จากลิงก์นี้ค่ะ

http://www.thaniyo.c...t/thaniyo52.pdf


:09:

ขอบพระคุณภาพ หลวงพ่อพุธ จากเว็บลานธรรมจักร
กระทู้ "ประมวลภาพ พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)"
http://www.dhammajak...pic.php?t=28489

:38:


การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย เภตรา: 12/01/2015 - 14:33

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0


  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 12/01/2015 - 14:23

:09: :09: :09:


ฐานิยปูชา ๒๕๕๒

(รวมเกร็ดเรื่องเล่า คำสอน)

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย



สารบัญ

(ลำดับเรื่อง)


คนไทยด้อยพัฒนาตัวเอง

เราทุกคนเป็นวงศ์วานกันทั้งสิ้น

ไม่คบคนพาล ให้คบบัณฑิต

บูชาบุคคลผู้ควรบูชา

สติปัญญาพาให้พ้นจากการควบคุมของกฎธรรมชาติ

เคล็ดเรียกหนี้คืน

อย่าใช้มนต์ไล่ผี

คาถาสำหรับคนกลัวผี

กรรมสนองกรรม

สร้างกรรมดีหนีกรรมชั่ว

พระดูหนังดูละคร ผิดศีลหรือไม่

แก้ปัญหาไม่ตก เพราะนักภาวนาทุศีล

สรุปธรรมะจากรามเกียรติ์

พระวินัยกับกฎหมายบ้านเมือง

พระดูทีวี ซื้อล็อตเตอรี่ ซื้อหวย ผิดไหม

พระต้องอาบัติปาราชิก บรรลุมรรคผลได้หรือไม่

พุทธศาสนาสำเร็จมาด้วยบุญบารมีของมหาบุรุษ

สัจธรรมไม่เสื่อมสูญ

ช่วยกันรักษาวงศ์สกุลพระพุทธศาสนา

อย่ากลัวติดดี

เด็กๆ อยากเรียนเก่ง ให้เอาอย่างหลวงตา

ปฏิบัติธรรมที่บ้านก็ได้

การปฏิบัติสมาธิเพื่อชีวิตประจำวัน

ไม่ใช้บริกรรม พุทโธ ได้ไหม

ปฏิบัติสมาธิได้ประโยชน์ทั้งกายและใจ

จิตมีอำนาจเหนือกาย

พลังสมาธิ

จิต-สติ-ปัญญา

จิตมีลักษณะเช่นใด

ทุกสิ่งคืออารมณ์จิต

จิตในสมาธิเป็นเองโดยอัตโนมัติ

สติเป็นองค์แห่งการตรัสรู้

ถ้าปฏิบัติหวังผล จะไม่ได้ผล

ภาวนาแบบไหนก็ได้ผลถ้าทำจริง

ทำอย่างไรเมื่อภาวนาแล้วจิตไม่เคยสงบ

วิธีแก้จริต ๖

ปฏิบัติปราบโทสะ

สติปัฏฐาน ๔ แบบง่ายๆ

องค์ฌาน ๕

สมถะ-วิปัสสนา มุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน

สมถะ-วิปัสสนา เป็นชื่อแห่งวิธีการเท่านั้น

ปัญญาในสมาธิแก้ไขปัญหาจิตได้เด็ดขาด

อย่าบังคับจิตให้หยุดนิ่ง

ภาวนาแบบนักสู้

เห็นกายในกาย เห็นจิตในจิต เป็นอย่างไร

จิตฟุ้งซ่านหรือเกิดปัญญา

สายทางเดินของวิปัสสนา

พิจารณากายจนใสเป็นแก้ว

พิจารณากายภาคพิสดาร

พิจารณาความตาย

วิปัสสนาความรู้แจ้ง

การเห็นธรรม

ทำความเข้าใจเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

เดินตามรอยพระพุทธองค์



ภาคผนวก

สะกดจิตดูกายสลายโรค


:09:


เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 12/01/2015 - 14:26

:09:


คนไทยด้อยพัฒนาตัวเอง


ประชาชนคนไทยเรานี่ ยังด้อยการพัฒนาตัวเอง มันไปเที่ยวพัฒนาแต่คนอื่น แม้แต่ครูอาจารย์ในโรงเรียนต่างๆ ก็ไปพัฒนาแต่เด็กนักเรียน แต่ตัวเองไม่พัฒนา ปัญหาอย่างนี้จึงแก้ไม่ตก

ผู้ใหญ่ต้องแก้ตัว ปรับปรุงตัวให้เด็กมันดูเอาเป็นตัวอย่าง ทีนี้เราสอนแต่หลักวิชา แต่ตัวอย่างให้ดูมันไม่มี

ปัจจุบันบ้านเมืองเราใฝ่ฝันหาประชาธิปไตย ในเมื่อนักการเมืองหันหลังให้ศีล ๕ จ้างอีกก็ไม่เจอประชาธิปไตย


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 12/01/2015 - 14:28

:09:


เราทุกคนเป็นวงศ์วานกันทั้งสิ้น


พระองค์หนึ่งไปพบยายแก่เศรษฐีนี เข้าไปทักว่า

“เราเป็นแม่เป็นลูกกันมาหลายภพหลายชาติแล้ว มาชาตินี้ตามหาโยมแม่อยู่ตั้ง ๑๐ ปี เพิ่งจะมาเจอเดี๋ยวนี้เอง”

แค่นี้มันก็ฟ้องแล้ว ชาติก่อนชาติไหนยังรู้ได้ ชาตินี้ใช้เวลาตามหาตั้ง ๑๐ ปี โกหกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น พวกนี้จึงต้องประสบกับความวิบัติ

พระพุทธเจ้าเคยเทศน์ไว้ สัตว์ในโลกนี้ที่ไม่เคยเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูก เป็นญาติ เป็นวงศ์วานกันนี่ ไม่มีเลย เพราะว่าเราเกิดมาหลายภพหลายชาติ ไม่รู้กี่ภพกี่ชาติแล้วที่เราเกิดมานี่ กว่าจะได้มาพบศาสนาของพระพุทธเจ้า

ชั่วระยะเวลาระหว่างศาสนาต่อศาสนานี่ หลังจาก ๕,๐๐๐ ปีล่วงไปแล้ว คนจะทำบาปทำกรรม อายุน้อยลงๆๆๆ จนเหลืออายุขัย ๕ ปี ไฟประลัยกัลป์จะไหม้โลก น้ำจะท่วมโลก มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายพากันตายเกลื่อนกลาด แล้วยังเหลือมนุษย์ที่เดนตายอยู่ไม่กี่คนที่ไปหลบซ่อนอยู่ในหุบเขา ในป่าในดง

ทีนี้มนุษย์ทั้งหลายเหล่านั้น พอมองเห็นว่า สัตว์โลกมันฉิบหายวายป่วงเพราะการทำบาปทำกรรม เขาจะได้สำนึก เขาจะสร้างความดีขึ้นมา อายุขัย ๕ ปี เลื่อนขึ้นมา ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๑๐๐ ปี ๑,๐๐๐ ปี ๑๐,๐๐๐ ปี ๑๐๐,๐๐๐ ปี กว่ามนุษย์จะเจริญขึ้นไปถึง ๑๐๐,๐๐๐ ปีนี่ ร่างจะใหญ่ขึ้น มันไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์

พอไปถึง ๑๐๐,๐๐๐ ปี มนุษย์เกิดความประมาท พากันทำบาปทำกรรม อายุก็ลดน้อยลงมาๆ เหลืออยู่ ๘๐,๐๐๐ ปี พระศรีอาริย์จึงจะมาตรัสรู้

นี่ ระยะกาลพระพุทธเจ้าแต่ละองค์นี่มันนานแค่ไหน กัปหนึ่งมีคำกล่าวเปรียบเทียบไว้ว่า ถึงวัน ๑๕ ค่ำ เทวดาเอาผ้าละเอียดอ่อนเหมือนสำลีมาปัดยอดเขาพระสุเมรุ จนกระทั่งมันราบลงเสมอกับพื้นดิน นั่นแหละคือกัปหนึ่ง


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 12/01/2015 - 14:34

:09:


ไม่คบคนพาล ให้คบบัณฑิต


วันนี้จะพูดถึงกิจวัตรของชาวบ้าน ในมงคลสูตรท่านแสดงไว้ว่า

อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา, ปูชา จ ปูชนียานํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ

การไม่คบคนพาล หนึ่ง การคบแต่บัณฑิต หนึ่ง บูชาบุคคลผู้ควรบูชา หนึ่ง

คนพาลมีลักษณะส่อแสดงให้เราเห็นว่า การทำก็ไม่ดี เป็นทุจริต การพูดก็ไม่ดี เป็นทุจริต แม้แต่ความคิดก็ทุจริต คือ กายประพฤติชั่ว วาจาทุจริต คือ วาจาพูดชั่ว ใจทุจริต คือ ใจคิดชั่ว คิดชั่วแล้วทำความชั่ว แสดงออกมาทางกาย ทางวาจา อันนี้เป็นลักษณะของคนพาล

บัณฑิตมีลักษณะการทำก็สุจริต การพูดก็สุจริต การคิดก็สุจริต การกระทำทางกายเป็นสุจริต คือ เป็นการถูกต้องตามศีลธรรมและกฎหมายปกครองบ้านเมือง การพูดก็เป็นสุจริต คือพูดถูกต้องตามศีลธรรมและกฎหมายปกครองบ้านเมือง อันนี้เป็นลักษณะของบัณฑิต

ทีนี้ ความประพฤติระหว่างเรากับคนพาล คนพาลชอบชักจูงไปในทางที่ไม่ดีไม่งาม ยกตัวอย่างเช่น ชวนไปกินเหล้า ชวนไปเล่นการพนัน ชวนไปเที่ยวเตร่ เมื่อเราคบคนพาลบ่อยๆ เพราะการชักจูงของคนพาล บางทีเราอาจจะเผลอสติคล้อยตามการชักจูงของเขาก็ได้ เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงให้เว้นจากการคบคนพาล

ส่วนบัณฑิตจะชักจูงไปในทางที่ดีที่ชอบ ชวนให้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ชี้แนะแนวทางการทำงาน เพื่อการทำมาหาเลี้ยงชีพ ช่วยเหลือกิจการอันเป็นประโยชน์แก่เรา อันนี้เป็นลักษณะของบัณฑิต


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 12/01/2015 - 14:47

:09:


บูชาบุคคลผู้ควรบูชา


เมื่อเราเลิกคบคนพาล คนแต่บัณฑิต เรามาสร้างหลักใจ ปูชา จ ปูชนียานํ การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา


คนที่ควรบูชาอันดับแรก คือ บิดามารดา เมื่อเรามีความเคารพบูชาบิดามารดาของเรา มันเป็นหลักใจ

คล้ายๆ กับว่าเราอยู่ไม่ห่างจากพ่อแม่ ไม่ห่างจากบิดามารดา บิดามารดาย่อมคอยคุ้มครองป้องกันบุตรธิดาของตนไม่ให้เกิดความเสียหายหรือประพฤติไม่ดีไม่งาม เมื่อเราอยู่ใกล้ท่าน เราก็ได้ที่พึ่ง ได้หลักใจ

เช่นเดียวกันกับลูกช้างน้อยอยู่ในป่า ลูกช้างน้อย ตัวมันไม่ห่างพ่อห่างแม่มัน มันก็ไม่มีทางที่จะเกิดอันตรายได้ ถ้ามันเผลอห่างพ่อห่างแม่มันไป พอมันรู้ว่าจะเกิดอันตราย มันร้องขึ้น พ่อแม่มันรีบวิ่งไปช่วย

ลูกคนเรานี่ก็เหมือนกัน บิดามารดานอกจากจะปกป้องคุ้มครองบุตรไม่ให้เกิดอันตรายหรือไม่ให้ตกไปในทางที่ไม่ดีไม่งามแล้ว ท่านยังช่วยเลี้ยงดูให้วิชาความรู้ ให้ทรัพย์สมบัติ


เพราะอาศัยท่านมีคุณงามความดีกับบุตรธิดาอย่างที่กล่าวมานี้ การประทุษร้ายต่อบิดามารดา อย่างน้อยแม้แต่เพียงทำให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจ ก็ถือว่าเป็นบาป เป็นอนันตริยกรรม

การฆ่าพ่อฆ่าแม่เป็นอนันตริยกรรม จะฆ่าด้วยศัสตราอาวุธ ฆ่าด้วยมือเปล่าๆ ฆ่าด้วยการทรมานจิตใจให้ท่านได้รับความทุกข์เศร้าโศก เสียอกเสียใจ เพราะความประพฤติของเรา บางทีอาจจะตรอมใจตาย ก็ถือว่าเป็นการฆ่า อันนี้เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง


การที่เราจะเอาดีกับบิดามารดา :

มาติปิตุอุปฏฺฐานํ อุปัฏฐากเลี้ยงดูบิดามารดา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ เป็นมงคลอันสูงสุด

มาตา เปติ พลํ ชนฺตุง การเลี้ยงดูบิดามารดาก็ดี

กุเล เชฏฺฐา ปจฺจายินํ การเคารพนบนอบต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในวงศ์ตระกูลก็ดี


อันนี้เป็นคุณธรรมที่ทำคนให้เป็นยอดคน เป็นคุณธรรมที่ทำคนให้เป็นพระอินทร์ “อินทร์” แปลว่า จอมหรือยอด เมื่อผู้มาประพฤติดังที่กล่าวมา ได้ชื่อว่า เป็นยอดคน เป็นจอมคน เป็นพระอินทร์ ทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าหากว่าดำรงยึดมั่นอยู่ในข้อปฏิบัติอันนี้ชั่วชีวิต ในเมื่อสิ้นชีวิตแล้ว ก็ไปเกิดเป็นพระอินทร์บนสรวงสวรรค์ อันนี้คืออานิสงส์


การเลี้ยงดูบิดามารดาก็ดี การเคารพต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในวงศ์สกุลก็ดี เป็นการเชิดชูวงศ์สกุล เป็นการรักษาวงศ์สกุลไว้มิให้เสื่อม เพราะเมื่อเรามีความเคารพบูชาบิดามารดาปู่ย่าตายายของเรา เราก็พร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อบิดามารดาปู่ย่าตายายของเรา

เช่น ท่านเป็นห่วงวงศ์สกุล กลัวว่าวงศ์สกุลจะเสื่อม เราก็ประพฤติตนให้เป็นผู้สมควรแก่การรับทรัพย์มรดก ในเมื่อได้ทรัพย์มรดกจากบิดามารดา เรารักษาเอาไว้ให้คงที่หรือสร้างเสริมให้เจริญยิ่งขึ้น วงศ์สกุลของเราก็มีความเจริญรุ่งเรือง

ไม่เคยมีลูกต่างสกุลไปทำลายวงศ์สกุลของคนอื่นให้เสื่อม มีแต่ลูกหลานในวงศ์สกุลของเรานั่นแหละ จะเป็นผู้ทำลายวงศ์สกุลของเรา


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 14/01/2015 - 13:25

:09:


สติปัญญาพาให้พ้นจากการควบคุมของกฎธรรมชาติ


สิ่งที่เราเป็นอยู่ ประสบการณ์อยู่ ทุกวัน ทุกลมหายใจนี่ มันเป็นธรรมชาติและกฎของธรรมชาติ จิตวิญญาณของเราถูกธรรมชาติและกฎธรรมชาติควบคุมอยู่ ถ้าตราบใดสติปัญญาอ่อน จะถูกธรรมชาติปิดบังเอาไว้ไม่ให้รู้ความจริง

เช่นอย่างธรรมชาติของมนุษย์ทั้งหลายนี่ จะต้องมีครอบครัว มีผัวมีเมีย อันนี้คือธรรมชาติที่ปิดบังเอาไว้อยู่

ถ้าเรารู้แจ้งเห็นจริงแล้ว การครองเรือน การมีครอบครัว ก็ไม่เห็นจะมีความจำเป็นอะไร ถึงแม้ว่าเราไม่มีครอบมีครัว มนุษย์ก็ไม่สูญพันธุ์ไปจากโลก เพราะว่าคนอื่นเขายังสืบพันธุ์กันอยู่ มันก็จะไปของมันอย่างนี้ แล้วแต่ภูมิปัญญาของใคร

เมื่อก่อนนี้พลเมืองในประเทศไทยมีจำนวนน้อย ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๐ มาถึง พ.ศ. ๒๔๗๐ พลเมืองในประเทศไทยมีอยู่ ๑๐ ล้านคน จาก พ.ศ. ๒๔๗๐ ถึง พ.ศ. ๒๔๘๐ เพิ่มขึ้นเป็น ๒๐ ล้านคน

ในสมัยที่พลเมืองไทยยังน้อยอยู่ คนทั้งหลายเขามาว่าหลวงพ่อ

“หลวงพ่อบวชมาตัดทอนพลเมืองของประเทศ บวชไม่สึก ตัดทอนพลเมืองของประเทศ ตัดทอนผลผลิตของชาติ”

เราก็ได้แต่นั่งอมขี้ฟัน เถียงเขาไม่เป็น


ทีนี้ พอเราโตขึ้นมาแล้ว เรารู้สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมความเป็นไปของประเทศและสังคม คนที่เขาผลิตมนุษย์ขึ้นมานี่ ตัวเขาเองก็ไม่มีปัญญาเลี้ยง ต้องให้คนอื่นช่วยเลี้ยงบ้าง เป็นภาระของรัฐบาลบ้าง

ทีนี้พอใครมาว่า พวกเรานี่ตัดทอนพลเมือง เราก็ด่าคืน เราก็บอกว่า

“มันดีแล้วที่ฉันไม่ไปทำให้คนเขาเกิดมาเป็นภาระแก่รัฐบาล ฉันตัดทอนค่าใช้จ่ายรัฐบาลที่จะต้องจ่ายมาบำรุงพวกเรา ฉันบวชเป็นพระ ฉันเป็นพระดัง ฉันก็หาเงินช่วยรัฐบาลอยู่แล้ว มีใครทำได้อย่างฉันบ้าง”


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 14/01/2015 - 13:33

:09:


เคล็ดเรียกหนี้คืน


มีตำรับของหลวงปู่สิงห์ ให้เอาบทสวดมนต์แผ่นพับนี่ไป (พุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ และแผ่เมตตา) แล้วหาดอกไม้ (ดอกมะลิก็ได้ ดอกเล็กๆ) ๑๕๖ ดอก เทียน ๑๕๖ ธูป ๑๕๖ ดอกไม้ ธูป เทียน อย่างละ ๑๕๖ ใส่พานบูชาเอาไว้ เทียนไม่ต้องจุด เอาใส่พานบูชาไว้เฉยๆ ดอกไม้ถ้ามันเหี่ยวแห้งก็เปลี่ยนได้ ถ้าแห้ง ไม่เน่า ไม่เหม็น ก็ไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้

แล้วก็มาตั้งใจไหว้พระ เริ่มต้นจาก อรหัง... สวากขาโต... สุปฏิปันโน ตามแบบ เสร็จแล้ว นะโม... สวดบท อิติปิโส... สวากขาโต... สุปฏิปันโน ไปตามลำดับ แล้วก็แผ่เมตตาให้ลูกหนี้

เสร็จแล้วมาอธิษฐานจิต “ขอบารมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงช่วยดลใจลูกหนี้ ให้เอาหนี้มาคืนข้าพเจ้า”

แล้วก็สำรวมจิตสวดเฉพาะบท อิติปิโส บทเดียว สวดจบแล้วขึ้นต้นใหม่ จบแล้วขึ้นต้นใหม่ สวดเท่าอายุ แล้วบวกหนึ่ง หรือจะชักลูกประคำสวด ๑๐๘ จบ ก็ยิ่งดี ทำทุกวันๆๆ

มีตัวอย่างที่แปดริ้ว เขาเอาไปทำสำเร็จมาแล้ว ยายซิ้มคนหนึ่งมาบอกว่า

“หลวงพ่อ เขาเป็นหนี้ ไปทวงทีไร เขาด่า แล้วก็ไล่ลงบ้าน ไม่ได้สักที ทำอย่างไรถึงจะได้หนี้คืน”

“ไปสวดอิติปิโสสิ”


แนะนำให้เขาทำเหมือนกัน เขาทำได้เดือนหนึ่ง หลวงพ่อไป พอเขารู้ว่าหลวงพ่อไป เขาก็รีบมาหาทันที มาบอกว่า

“อิติปิโสของหลวงพ่อนี่ ดีจริงๆ”

“มันดีอย่างไร ซิ้ม”

“พอสวดแล้วเขาเอาหนี้มาคืนหมด โดยที่ไม่ต้องไปทวงเลย”


ใช้ดอกไม้ ธูป เทียน อย่างละ ๑๕๖ แต่การสวดอิติปิโส ไม่ต้อง ๑๕๖ จบ จำนวน ๑๕๖ คือตัวอักขระในบทอิติปิโส นับแล้วได้ ๑๕๖ มันเป็นเคล็ดของคนโบราณ


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 14/01/2015 - 13:43

:09:


อย่าใช้มนต์ไล่ผี


วิชาอาคมทางไสยศาสตร์ เช่น บทกันผี มนต์ไล่ผี มันไม่มีความหมายอะไรสำหรับภูตผีปีศาจ เช่นอย่างภูตผีปีศาจที่มันเข้ามาสิงคน พวกเป็นผีเข้ามาสิงคนนี่ มันเรียนมนต์ไสยศาสตร์จบมาแล้ว

มนต์ไล่ผี มนต์ขับผี มันไม่กลัว มนต์ป้องกัน มันก็ไม่กลัว มันกลัวแต่คนผู้ทำความดี บทสวดมนต์ พุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ เมตตาพรหมวิหาร เป็นจุดยืนของการทำความดี เราสวดไปแล้วผีมันไม่กลัว

แต่พอได้ยินคำว่า สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ พอมันได้ยิน มันก็นึกว่า อ้อ.. ท่านผู้นี้มาดี ไม่ได้มาร้าย เราไม่ควรเบียดเบียนท่านผู้นี้ แล้วมันก็ไม่เบียดเบียนเรา

ตัวอย่างที่เคยมีประสบการณ์มา บางทีมีผีเข้าสิงคน เขาเอามาให้หลวงพ่อไล่ พอมาถึงก็

“หลวงพ่อ ไล่ผีให้หน่อย”

“เอ้า! เกิดมาไม่เคยเห็นผีสักที จะให้ไปไล่มันอย่างไร”


เขาบอกว่า “มันเข้าสิงคนน่ะ”

“อ้าว ถ้ามันเข้าสิงคน ไปหาหลวงตาอยู่หลังวัดไป”


เขาก็พาไปหาหลวงตาองค์นั้น พอไปถึง หลวงตาก็เริ่มต้นสวดคาถาขับไล่ผี พอขึ้นต้น มันสวดจบไปก่อนหมดทุกบท จนกระทั่งหลวงตาไม่มีมนต์ที่จะท่องแข่งกับมัน มันก็เลยชี้หน้าด่าเอา

“หมดภูมิแล้วหรือ มีอะไรจะมาท่องแข่งกันอีก”

ลงผลสุดท้ายมันก็ด่าเอา

“บวชเป็นพระต้องเรียนธรรมวินัย ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ บวชเป็นพระแล้วมาเรียนมนต์ไสยศาสตร์นี่ ตายไปเป็นผีใหญ่นะ” มันว่า

“เช่นอย่างข้าพเจ้านี่เคยบวชเรียนเขียนอ่านมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย อาจารย์สอนให้ท่องแต่มนต์ เวลาภาวนาก็ให้ท่องแต่มนต์ จิตมันก็สงบสว่างไปได้เหมือนกัน รู้กระทั่งวันเวลาที่ตัวจะตาย

พอรู้ว่าตัวจะตาย รีบท่องมนต์เข้าสมาธิ จิตมันสว่างๆๆ ไป พอวิญญาณออกจากร่างแล้วมันมืดมิด มองหาทางไปไม่มี มารู้ตัวเอาต่อเมื่อมาเกิดเป็นผี จึงได้มารู้ว่า อ้อ...ที่เราได้มาเกิดเป็นผีนี่ เพราะโทษที่เรียนมนต์ไสยศาสตร์

มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลาน เมื่อบวชเข้ามาแล้วให้มันเรียนธรรมวินัย ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อย่าไปเรียนเวทมนต์ถาถา ถ้าใครขืนไปยึดมนต์คาถาเป็นสรณะที่พึ่ง ตายไปเกิดเป็นผีใหญ่หมด

ที่มานี่ไม่ได้มาร้าย จะมาขออาศัยร่างไปกราบหลวงปู่พุธ สมัยเป็นคนได้เคยขโมยของท่าน จะไปให้ท่านอโหสิกรรมให้”
มันว่า


ทีนี้หลังจากที่หลวงตาไล่มันไม่ออก เขาก็พามันย้อนกลับไปหาหลวงพ่อที่กุฏิ พอไปมันก็ไปนอนพังพาบอยู่ต่อหน้า หลวงพ่อก็เทศน์ให้มันฟัง

“เจ้าเป็นวิญญาณภูตผีปีศาจร้าย เข้ามาสิงกายมนุษย์ ทำให้จิตใจเขาไม่เป็นปกติ ไม่เป็นอันทำมาหาเลี้ยงชีพ เจ้ากำลังสร้างบาป จะลงนรกนะ เจ้าเป็นผีใหญ่มันก็ทุกข์ทรมานพอแรงแล้ว ยังอุตส่าห์จะมาสร้างบาปสร้างกรรมลงนรกอีก มันยิ่งจะหนักเข้าไปอีก

หรือเจ้าทำผิดอะไรต่อข้า ข้าอโหสิกรรมให้หมด ไม่ให้เจ้าเป็นบาปเป็นกรรม บุญกุศลสิ่งใดที่ข้าบำเพ็ญมาด้วยกาย วาจา จิต ตั้งแต่เล็กจนแก่ ข้าขอประมวลมาอุทิศให้เจ้าเป็นผู้มีส่วน เจ้าจงอนุโมทนาบุญกับข้า แล้วไปเกิดดีถึงสุขเสีย”


ขาดคำ ผีออกทันที พอผีออก เจ้านั่นก็ลุกปุ๊บปั๊บเดินหนีไปเลย ไอ้เราก็อดที่จะนึกตามหลังไม่ได้ว่า อ้อ! มิน่า มันไม่รู้จักกราบพระกราบเจ้า ดังนั้น ผีจึงได้เข้าสิงมัน

อันนี้เป็นประสบการณ์ที่ได้ประสบมา เพราะฉะนั้น ใครเอามนต์มาให้ ว่ามนต์นี้กันผีกันปอบอะไร อย่าไปสนใจ บทอิติปิโส สวากขาโต สุปฏิปันโน พรหมวิหาร นี่แหละ เป็นคาถากันผีกันปอบได้อย่างดี

ถ้าเรายึดมั่นในบทสวดมนต์นี้อย่างแน่วแน่ เวลามีผีเข้าสิงคน เราไปเทศน์ให้มันฟังอย่างที่หลวงพ่อเทศน์ให้ผีมันฟัง แล้วมันก็จะออก แต่ว่าอย่าลืมให้ส่วนบุญส่วนกุศลเขา


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 14/01/2015 - 13:49

:09:


คาถาสำหรับคนกลัวผี


ของดีพระพุทธเจ้าสอนไว้ให้หมด แต่ว่าเกจิอาจารย์อยากดังเอาสิ่งอื่นมาแทรกแซง ทำให้คนไทยเขวจากหลักความจริง

กลัวผีหรือ... กลัวผี เจริญพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ ท่องกรณียเมตตสูตรให้ได้ สวดทุกวัน ผีไม่มากวน ถ้ามันมา มันก็มาขอส่วนบุญจากเรา

นี่! อยู่ที่กุฏิหลังนี้แหละ แม่ของไอ้น้อยคนหนึ่งผีเข้าสิงทุกวัน มันแบกแม่มันมาจากบ้าน มาวางอยู่หน้าประตู พอผีมันออก ก็เดินเข้ามานี่ได้ พอมา แกก็มาเล่าให้ฟัง

“ไม่ทราบว่ากรรมเวรอะไร สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิทีไร จิตมีอาการเคลิ้มๆ พอจะสงบ ผีเข้าสิงทุกที” แกว่า

“นี่มันก็ยังตามมาอยู่นะ มันอยู่หน้าประตูหลวงพ่อนี่ มันคอยอยู่นั่น”

หลวงพ่อก็บอกว่า “เออ! มันอยู่ไหน ให้มันเข้ามาสิงดูซิ”

พอขาดคำ มันมาสิงทันที แกก็ล้มตูมลงไป หลวงพ่อก็เทศน์ให้ฟัง

“นี่! เจ้าเป็นวิญญาณภูตผีปีศาจร้าย มาเข้าสิงกายมนุษย์ ทำให้จิตใจเขาไม่เป็นปกติ ไม่เป็นอันทำมาหาเลี้ยงชีพ เจ้ากำลังสร้างบาปกรรม จะลงนรก หรือเจ้ามีความผิดอะไรต่อข้า ข้าอโหสิกรรมให้หมด บุญกุศลสิ่งใดที่ข้าบำเพ็ญมาข้าอุทิศให้เจ้า”

แล้วก็น้อมจิตแผ่เมตตาให้มัน แล้วมันก็ออก

วันนี้ลูกชายยังมาอยู่ ก็ถามว่า “เป็นไง ผีมาสิงแม่อีกไหม”

“ไม่เคยมีเลยครับตั้งแต่วันนั้นมา”

พอผีไม่สิงแล้ว แกมา ผิวหน้า ผิวพรรณวรรณะผ่องใสขึ้น เมื่อก่อนนี้มา ด๊ำ..ดำ เดี๋ยวนี้ร่างกายสมบูรณ์ขึ้น


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 14/01/2015 - 13:54

:09:


กรรมสนองกรรม


เจ้าหนุ่มไปประเทศลาว ไปได้ลูกระเบิดแก๊สเขามา มันไป ๒ คน ได้มาคนละ ๒ ลูก

ลูกระเบิดอันนั้น เมื่อระเบิดขึ้นมามันจะไม่เป็นอันตราย แต่ว่ามันจะมีดินดำ..ดินปืนนี่ ระเบิดปุ้ง! เข้ามาถูกตัวตรงไหนที่ไม่มีเสื้อปกปิด อย่างใบหน้า ไม่มีเสื้อผ้าปกปิด มันจะไปติดที่ตรงนั้น ติดแล้วทำอย่างไรก็ล้างไม่ออก ตัวดำเป็นหมึกไปเลย

ทีแรกก็นึกว่าจะไม่เป็นอะไร พอวันดีคืนดีมันลุกขึ้นมา มันลุกเป็นไฟลามๆๆ ไป เหมือนเราเอาข้างไม้ขีดไฟมาจุดไฟ มันลามๆๆ ไปตามผิวหนัง สุกไปทั่วกาย ไปโรงพยาบาล โรงพยาบาลก็แก้ไม่ได้ ลงผลสุดท้ายตายด้วยความทรมาน

มันไปทำกรรมอะไร

มันเอาลูกระเบิดจะไปจี้ ไปปล้นเขา ไปขู่เขา แล้วตัวเองไม่ชำนาญในการใช้ระเบิด มันก็ระเบิดถูกตัวเอง

พอระเบิด เกิดควันปุ๊บ มาโดนตัวเองในช่วงที่ไม่มีลมพัดผ่านด้วย ตรงไหนที่ไม่มีเสื้อผ้าปิดบังก็ไปติดตรงนั้น ติดแบบไปอาบน้ำสิบบ่อมันก็ไม่ออก ฟอกสบู่อย่างไรมันก็ไม่ออก

แต่อยู่ๆ แล้ว วันดีคืนดีก็ลุกเป็นไฟขึ้นมา

อันนี้เขาเรียกว่า กรรมสนองกรรม


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 14/01/2015 - 13:57

:09:


สร้างกรรมดีหนีกรรมชั่ว


สร้างกรรมดี หนีกรรมชั่ว หมายความว่า เราสร้างกรรมดี เราไม่สร้างกรรมชั่วเพิ่มเติม ถ้าเรามีกรรมดี ผลของกรรมดีมันมีมาก มันมีกำลังแรงกว่า มันก็วิ่งหนีได้เร็ว กรรมเก่ามีกำลังน้อย มันวิ่งตามไม่ทัน มันก็เว้นว่างไว้ชั่วขณะหนึ่ง

แต่ถ้าเราประมาท เราไม่ทำกรรมดีต่อ เราเสวยผลกรรมดีมันหมดลงๆ กรรมดีมันอ่อนกำลังลง กรรมอันเป็นบาปนี่มันก็วิ่งตามมาทัน มันทันเมื่อไร ก็ให้ผลเมื่อนั้น

ท่านเปรียบเทียบไว้ว่า กรรมที่เราทำเอาไว้แล้วนี่ เหมือนกับหมาไล่เนื้อ หมาไล่เนื้อก็วิ่งตามไปอยู่อย่างนั้น มันทันเมื่อไรมันก็กระโดดกัดเมื่อนั้น

กรรมที่ทำแล้วไม่ต้องรับผล ไม่มี! มีแต่กรรมที่ไม่เจตนา เช่นอย่างเราเดินไป เราเดินไปตามถนนหนทาง บังเอิญไปเหยียบสัตว์ตาย อันนี้กรรมไม่มีเจตนา ขับรถไป หมาวิ่งตัดหน้ารถ คนวิ่งตัดหน้ารถ ไปชนสัตว์ตาย ชนคนตาย อันนี้กรรมไม่มีเจตนา มันเป็นเรื่องสุดวิสัย แต่ถ้ามีเจตนาวิ่งไปชนเขาตาย มันสำเร็จเป็นกรรม


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 20/01/2015 - 12:02

:09:


พระดูหนังดูละคร ผิดศีลหรือไม่


ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะ ดูอะไรมันก็ดูได้ ความเข้าใจของคนทั่วไป คำว่า ธรรมะ ที่จะนำมาพิจารณานี่ มีแต่เรื่องของกายกับใจ เรื่องของกิเลสที่มีอยู่ในใจ

ความจริงธรรมะอันเป็นอารมณ์ของจิตนี่ มันหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสามารถรู้ด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าหากว่าจิตใจถึงธรรมะแล้ว ดูอะไรมันก็ไม่เสียหาย


สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโส อ้วน) ถามหลวงปู่มั่นว่า

“ท่านมั่นไปอยู่แต่ป่า ไปฟังเทศน์ที่ไหน”

อาจารย์มั่นท่านก็ตอบว่า

“ถ้าจิตใจมีธรรมะ อยู่ที่ไหนก็ได้ฟังธรรม”

“ทำไมถึงว่าอย่างนั้น”

“เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลนี้ ตั้งแต่อณู ปรมาณู จนกระทั่งมวลสารที่เกาะกลุ่มกันเป็นก้อนใหญ่โต มันคือธรรมะประเภทสภาวธรรม”


ธรรมะประเภทสภาวธรรมนี่แหละเป็นอารมณ์จิต ถ้าหากว่าผู้ที่ขาดสติ สติไม่เข้มแข็ง ตาเห็นรูปก็หลงยินดียินร้าย หูได้ยินเสียงก็หลงยินดียินร้าย จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายสัมผัส ใจนึกคิด ก็หลงยินดียินร้าย พอใจ ไม่พอใจ

ความจริงมันก็แสดงปรากฏการณ์ให้เรารู้เราเห็นอยู่ตลอดเวลา เราดูสิ่งนี้ เราทุกข์หรือเราสุข เราเห็นสิ่งนี้ เรายึดมั่นถือมั่นหรือว่าเรารู้จักปล่อยวาง อันนี้คือความจริงที่ปรากฏอยู่ทุกขณะจิตทุกลมหายใจสำหรับผู้มีสติ


เพราะฉะนั้น การดูหนังดูละคร ละครที่เป็นคติธรรมเตือนใจ เขาจึงสรุปลงว่า ดูละครให้ย้อนดูตัว ชีวิตของคนเราที่เป็นอยู่ในโลกนี้ เป็นตัวละครแต่ละตัวๆ ต่างคนต่างแสดงออกตามนิสัยและความสามารถของตัวเอง


นจฺจคีตวา หมายถึง การฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ถ้าหากว่าเป็นเรื่องฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี พระไปดูก็ล่อแหลมต่ออันตราย

แต่นิยายอันใดซึ่งเป็นบทละคร เป็นคติเตือนใจ เช่น ละครเรื่องเวสสันดรชาดก อันนี้เป็นนิยายอิงธรรมะ เรื่อง รามเกียรติ์ ก็เป็นนิยายอิงธรรมะ ซึ่งเป็นนิยายเก่าแก่ที่สุด ของจีนก็ สามก๊ก เป็นนิยายอิงธรรมะเหมือนกัน มีทั้งการเมืองการเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม พร้อมหมดในเรื่องนี้

อย่างเวสสันดรชาดกนี่ ก็เกษตรกรรม อุตสาหกรรม รัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย ศีลธรรม มีพร้อมหมด ถ้าเรื่องอย่างนี้พระดูก็ไม่เสียหาย ก็เหมือนๆ กับเราฟังเทศน์ เช่นอย่างพระเทศน์เวสสันดรชาดก นางมัทรีสวยงามอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็เหมือนแสดงบทละครเหมือนกัน


มีอยู่หลายๆ คน ปฏิบัติสมาธิแล้วนั่งดูโทรทัศน์ พอตัวพระตัวนางออกมา ตอนแรกก็รู้สึกว่าสวยงามดี พอดูไปดูมาจิตเป็นสมาธิ เห็นเป็นโครงกระดูกเต้นไล่หยอกกันอยู่ แบบนั้นก็เป็นได้


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 20/01/2015 - 12:09

:09:


แก้ปัญหาไม่ตก เพราะนักภาวนาทุศีล


หนังละครที่ชอบที่สุดคือรามเกียรติ์ เดี๋ยวนี้ก็ยังดูอยู่ ดูจบไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งกี่หน มันไปได้คติตรงที่ว่า ตอนพระรามหักคันศรพระศิวะ พระปิตุลาบำเพ็ญตบะอยู่บนยอดเขามเหธร สำเร็จอิทธิฤทธิ์ดำดินบินบนล่องหนหายตัวได้ พอได้ยินเสียงคันศรหักพัวะ เหาะมาทางอากาศ พอมาลงปุ๊บ

“เฮ่ย! ใครมาบังอาจหักคันศรพระศิวะที่ข้าบูชาอยู่ คนนั้นมันจะต้องตายลูกเดียว”

วาทะของผู้ปฏิบัติโดยมีศีลเป็นเครื่องประกันความปลอดภัยจะไม่มีอย่างนี้

เพราะฉะนั้น สมาธินี่ ใครจะเก่งแค่ไหน เชิญเก่งไปเถอะ แต่ถ้าศีลไม่บริสุทธิ์ ไม่มีทางจะรอดพ้นจากกองทุกข์ ไม่พ้นจากนรกเสียด้วยซ้ำ


เพราะฉะนั้น ใครจะว่าเราได้หรือไม่ได้ เราภาวนาเป็นหรือไม่เป็น ขอให้ยึดศีล ๕ เป็นหลัก พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ที่ตรงไหน อยู่ที่ตรงที่เรามีสติรู้จิตของเราอยู่ตลอดเวลา

จิตที่มีสติสัมปชัญญะรู้ตัวอยู่ แล้วก็เตรียมพร้อมอยู่ ตื่นอยู่ตลอดเวลา พร้อมที่จะรับสถานการณ์ตลอดเวลา มันจะไม่หันหลังให้ เมื่อเป็นเช่นนั้น มันก็แช่มชื่นเบิกบานแจ่มใส เป็นพุทโธ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน


อย่าไปนับมัน ขั้นตอนสมาธินี่ ใครได้ญาณขั้นไหน ฌานขั้นไหน

ในเมืองไทยมีแต่นักภาวนาเก่งๆ แต่แก้ปัญหาไม่ตก

เพราะอะไร ... เพราะนักภาวนามันทุศีล



:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 20/01/2015 - 12:14

:09:


สรุปธรรมะจากรามเกียรติ์


เราสรุปหัวข้อที่ชัดเจนได้ ๔ ข้อ

๑.เวรไม่ระงับเพราะการจองเวร

๒.หญิงผู้ซื่อสัตย์ต่อสามี

๓.ความรักอันแน่นแฟ้นระหว่างพี่กับน้อง

๔.สมาธิ ตบะ ฌาน ญาณต่างๆ เราไม่มีศีล เราก็ปฏิบัติได้ แต่สมาธิที่ไม่มีศีลเป็นเครื่องประกันความปลอดภัยย่อมเป็นพิษภัยต่อสังคม

ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่ พระบางองค์เอากระดาษหนังสือพิมพ์มาเขียนชื่อคฤหบดีเศรษฐี แล้วก็ไปควั่นเป็นไส้เทียน เอามาจุดนั่งบริกรรมภาวนา เรียกวิญญาณจิตของท่านผู้นั้นให้มีแนวโน้มมาเกิดความเลื่อมใส จะได้นำวัตถุปัจจัยมาช่วยบำรุงวัดวา นี่! เวลานี้ยังมีอยู่ในสังคมของพระสงฆ์

ขนาดหลวงพ่อเองเป็นพระนี่ ยังถูกเขากระทำ พระด้วยกันนี่เอาขี้ผึ้งมาปั้นหุ่น เขียนชื่อหลวงพ่อติดเอาไว้ แล้วเอาเข็มเสียบตรงหัวใจ ลงผลสุดท้ายผู้ทำจะตายเสียเอง

เพราะฉะนั้นจึงยืนยันได้ว่า หนังสือแผ่นพับนี่ (บทสวดมนต์เจริญพุทธคุณ ธัมมคุณ สัฆคุณ และแผ่เมตตา) ถ้าใครยึดมั่นถือมั่นจริงๆ แล้ว ป้องกันภัยได้ทุกอย่าง คุณคมคุณไสย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมตตาพรหมวิหาร


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 20/01/2015 - 12:21

:09:


พระวินัยกับกฎหมายบ้านเมือง


พระภิกษุไปต่างประเทศ สิ่งของบางอย่างเขาห้ามนำออกหรือห้ามนำเข้า จะนำออกนำเข้าต้องเสียภาษี ได้รับอนุญาตจากด่านศุลกากรแล้วก็เสียภาษีตามกฎหมาย แต่ถ้าพระภิกษุไปซุกซ่อนสิ่งของหนีภาษี พอนำของนั้นผ่านด่านตรวจ พ้นไปได้ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จับไม่ได้ พระภิกษุก็เป็นอาบัติ เป็นอาบัติปาราชิก

ยกตัวอย่างเช่น ทางผ่านเขตแดน อย่างหลวงพ่อเคยไปที่ประเทศลาว บุหรี่ เขาอนุญาตให้นำออกไปได้ ๒๐๐ มวน นำเข้ามาได้ ๒๐๐ มวน โดยไม่ต้องขออนุญาต ไม่ต้องเสียภาษี ถือว่าเป็นของใช้สำหรับตัว แต่ถ้าหากว่าพระภิกษุไปนำบุหรี่มาเกินกว่า ๒๐๐ มวน เป็นการผิดกฎหมาย เป็นการหลบภาษี พระภิกษุนำผ่านด่านนั้นไป พอพ้นเขตไปเท่านั้น ต้องอาบัติปาราชิก

ในบางครั้งบางทีพระอาจจะไปเห็นของชอบใจ เช่น เห็นปากกา เห็นนาฬิกาที่มีราคา แล้วนึกชอบใจ คิดว่าเราจะขโมยเอาของนี้ แล้วก็ไปหยิบของให้เคลื่อนไปจากที่ของมัน พอของนั้นเคลื่อนจากที่เท่านั้น พระต้องอาบัติปาราชิก เมื่อมานึกได้ว่าขโมยของท่านเป็นอาบัติปาราชิก แล้วเอาไปวางไว้ตามเดิม อาบัติของพระก็ไม่คืนดีมาอย่างเก่า เพราะมันขาดตั้งแต่วาระแรกแล้ว

แล้ววินัยนี่มันแตกต่างกับกฎหมาย มีอยู่อันหนึ่ง พระภิกษุ ก. โกรธแค้นนาย ข. แล้วไปจ้างนาย ค. ให้ไปฆ่านาย ข. ถ้าหากว่านาย ค. ผู้รับจ้าง มาฆ่านาย ข. ตาย พระต้องอาบัติปาราชิก แต่ถ้าหากว่านาย ค. ผู้รับจ้าง ไปจ้างนาย ง. ต่อ แล้วนาย ง. มาฆ่านาย ข. ตาย พระไม่เป็นอาบัติปาราชิกตามพระวินัย แต่ถ้าเป็นกฎหมายเป็นการสมรู้ร่วมคิด แต่วินัยนี่ไม่เป็นอาบัติปาราชิก เพราะพระจ้างนาย ค. แต่นาย ค. ไม่ไปปฏิบัติด้วยตนเอง ไปจ้างคนอื่นมาทำหน้าที่แทน เพราะการจ้างวานคนต่อไปนั้น เป็นเรื่องของนาย ค. แต่พระพ้นไปแล้ว

อันนี้ วินัยท่านบัญญัติไว้อย่างนี้ แต่ถ้าเป็นกฎหมายเขาก็ว่าสมรู้ร่วมคิดกัน อันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับวินัย ซึ่งเป็นอกรณียกิจคือกิจที่ไม่ควรทำ


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 20/01/2015 - 13:04

:09:


พระดูทีวี ซื้อลอตเตอรี่ ซื้อหวย ผิดไหม


พระดูทีวี ผิดไหม ... ผิด ถ้าหากว่ามันเกินไป มันก็ผิด อะไรมันก็ต้องมีกฎเกณฑ์ มีความพอดีพองามของมัน ถ้าดูข่าว ดูบทธรรมะอะไรอย่างนี้ มันก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าหากว่าผู้มีจิตใจมั่นคงจริงๆ แล้ว ดูอะไรก็ดูได้ จะดูสาวสวยๆ ให้มันเป็นโครงกระดูกไปก็ได้ ที่ท่านห้ามน่ะ ห้ามบุคคลผู้ที่จิตใจไม่มีภูมิจิตภูมิธรรมอะไร แต่ท่านก็ห้ามไว้หมดไม่มียกเว้น ทีนี้ถ้าหากว่าผู้มีภูมิจิตภูมิธรรมกันจริงๆ นี่ ถ้าไม่ดูได้ เป็นดี

ที่วินัยท่านห้ามเอาไว้ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกินไป อะไรที่มันทำเกินเลยกันไป ก็เข้าข่ายที่เสียหาย

เคยมีพระในคณะธรรมยุต ซื้อลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่ ๑ เจ้าคณะบอกให้สึก แต่ท่านก็บอกอย่างนุ่มนวล

“ท่านรวยเป็นเศรษฐีแล้ว ออกไปหาความสุขในทางโลกเสีย” ท่านว่า แต่แท้ที่จริงเขาไล่ให้สึก

ถ้าพูดไปตามกฎเกณฑ์ของคณะสงฆ์ มันเป็น อเนสนา ลอตเตอรี่ ก็คือการพนัน พนันที่ไม่ผิดกฎหมาย ต้องอาบัติทุกกฎ กฎเกณฑ์ของพระ ยินดีในปัจจัย ๔ ตามที่ญาติโยมศรัทธา ตามมีตามเกิด ถ้าไปแสวงหาอะไรที่มันเกินกฎเกณฑ์นี้ มันก็เป็นอเนสนา

... แต่ไปซื้อหวยนี่ล่อแหลมต่ออันตราย เพราะหวยผิดกฎหมาย พระไปทำผิดกฎหมายเป็นพระได้อย่างไร สำหรับหวยเบอร์นี่ คนขายก็ผิด คนซื้อก็ผิด พระไปซื้อหวยเบอร์จะเป็นอาบัติอะไร เวลาถูกปรับก็ปรับตั้งแต่ ๑ บาทขึ้นไป แต่พระท่านก็ยังทำกันอยู่


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 20/01/2015 - 13:05

:09:


พระต้องอาบัติปาราชิก บรรลุมรรคผลได้หรือไม่


การบวชนี่ สิ่งที่เราจะต้องระมัดระวัง ก็คือ อกรณียกิจ ๔ : เสพเมถุน ลักของเขา ฆ่ามนุษย์ให้ตาย พูดอวดอุตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน

อันนี้ถ้าพลาดเข้าแล้ว ขาดจากความเป็นพระภิกษุ หมายถึงต้องอาบัติปาราชิก

ในเมื่อขาดจากความเป็นพระภิกษุเพราะวินัย ๔ ข้อนี้ ในชั่วชีวิตนี้ เราจะอุปสมบทหรือจะอยู่เป็นพระต่อไปอีกไม่ได้ ก็ต้องลาเพศไปเป็นคฤหัสถ์


ในเมื่อลาเพศไปเป็นคฤหัสถ์ ไปสมาทานศีล ๕ ไหว้พระสวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนา ถ้าผู้มีบารมี สามารถสำเร็จได้ถึงพระอนาคามี

แต่ถ้าหากยังเป็นพระอยู่นี่ ปิดทางมรรคผลนิพพาน ถ้าสละเพศบรรพชิตแล้วไปเป็นคฤหัสถ์ หรือบวชเป็นดาบส บวชเป็นสามเณร ก็สามารถปฏิบัติให้เกิดคุณธรรมขึ้นมาได้



:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 22/01/2015 - 12:37

:09:


พุทธศาสนาสำเร็จมาด้วยบุญบารมีของมหาบุรุษ


พระพุทธเจ้าของเรา ที่เกิดก็ยังปรากฏอยู่ ที่ตรัสรู้ก็ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ ที่แสดงปฐมเทศนาก็มีหลักฐาน วัดวาอารามต่างๆ ที่พระองค์เสด็จไป มีญาติโยมสร้างถวาย ก็ยังปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ เราพอไปดูไปชมไปนมัสการกันได้อยู่

เพราะฉะนั้น คำสอนของพระพุทธเจ้าสำเร็จมาด้วยกำลังกาย กำลังใจ ของมหาบุรุษผู้สร้างบารมีมาสมบูรณ์แล้ว ไม่มีสิ่งใดบันดาลให้เป็นไปอย่างนั้น

ศาสนาพุทธจึงมีคติที่เราควรจะทำความเข้าใจ ยึดมั่น ว่าพระองค์ทรงสอนว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตน สอนให้ทุกคนสร้างความดีเพื่อเป็นที่พึ่งของตน

ทีนี้ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตน เด็กเล็กมันเกิดมาหาอยู่หากินไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้ จะพึ่งตนเองอย่างไร อันนั้นเขาที่มาเกิดเป็นลูกพ่อลูกแม่ เขาก็ได้สร้างบุญบารมี สร้างความเป็นตนของตนมาแล้ว เขาจึงมาเกิดกับพ่อแม่ที่มีความมั่งคั่ง และมีพ่อแม่ที่มีความสงสารเมตตาปรานี เลี้ยงลูกเลี้ยงเต้าอย่างดีที่สุด อันนี้เขาพึ่งบุญของเขาเอง


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 22/01/2015 - 12:43

:09:


สัจธรรมไม่เสื่อมสูญ


ศาสนาพุทธ หลังจาก ๒,๕๐๐ ปี จะเจริญอยู่ ๑๐๐ ปี หลังจากนั้นจะเสื่อมลงๆๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ส่อเงาแห่งความเสื่อมแล้ว

จุดยืนของชาวพุทธไม่มี ใครหยิบยื่นอะไรมาให้เอาหมด

บัลลังก์ใจของชาวพุทธ ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เดียว กำลังคลอนแคลน เพราะชาวพุทธปันใจให้กับภูตผีปีศาจและผู้วิเศษอื่นๆ ทำให้จิตใจของชาวพุทธไม่มั่นคงต่อพระพุทธเจ้าซึ่งเคยเป็นที่พึ่งมาก่อน

ดังนั้น ชาวพุทธควรจะได้กลับใจมายึดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มั่นคงตามเดิมก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ธรรมะอยู่ที่คน จะมีกี่คนที่ยึดธรรมะอย่างแท้จริง ทีนี้มันก็เสื่อมไปกับคน แต่ธรรมะที่เป็นสัจธรรมนี่ ก็ไม่เสื่อมสูญไปไหน


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



คำตอบต่อไป: เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - ลูกโป่ง - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา -
  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ