ลานธรรมเสวนา: ฐานิยปูชา 2551 - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

ฐานิยปูชา 2551 (หนังสือ) รวมเกร็ดเรื่องเล่าคำสอน ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 03/10/2014 - 15:11

:09: :09: :09:


ฐานิยปูชา ๒๕๕๑


เกร็ดเรื่องเล่าคำสอน


พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย)


:09:


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


:09:





หมายเหตุ :

1. การทยอยพิมพ์หนังสือเล่มนี้เป็นรายการต่อเนื่องในชุดหนังสือ ฐานิยปูชา นะคะ

หากท่านต้องการอ่านต่อเนื่อง...สามารถเข้าอ่านเล่มที่ผ่านมาได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้ค่ะ


ฐานิยปูชา 2535

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2535/


ฐานิยปูชา 2536

http://larndham.org/...B8%B4%E0%B8%95/


ฐานิยปูชา 2537

http://larndham.org/...60&#entry778194


ฐานิยปูชา 2538

http://larndham.org/...B8%B5%E0%B8%A5/


ฐานิยปูชา 2539

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2539/


ฐานิยปูชา 2540

http://larndham.org/..._0&#entry785597


ฐานิยปูชา 2541

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2541/


ฐานิยปูชา 2542

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2542/


ฐานิยปูชา 2543

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2543/


ฐานิยปูชา 2544

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2544/


ฐานิยปูชา 2545

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2545/


ฐานิยปูชา 2546

http://larndham.org/..._0&#entry741022


ฐานิยปูชา 2547

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2547/


ฐานิยปูชา 2548

http://larndham.org/..._0&#entry745717


ฐานิยปูชา 2549

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2549/


ฐานิยปูชา 2550

http://larndham.org/...%E0%B8%B2-2550/



2. การจัดรูปแบบในการโพสต์
เภตราขอปรับการจัดแต่งให้เข้ากับลักษณะการอ่านหน้าเว็บนะคะ


ท่านใดประสงค์จะอ่านก่อน หรือต้องการ copy บทธรรมเทศนาไปใช้ในงานพิมพ์อื่น
สามารถอ่านได้จากลิงก์นี้ค่ะ

http://www.thaniyo.c...t/thaniyo51.pdf


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0


  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 03/10/2014 - 15:17

:09: :09: :09:



ฐานิยปูชา ๒๕๕๑



(รวมเกร็ดเรื่องเล่าคำสอน)



สารบัญ

(ลำดับเรื่อง)




วาจาสิทธิ์หลวงปู่สิงห์

ท่านพ่อลีสอนหลวงพ่อ

การถอนพุทธภูมิของพ่อแม่ครูอาจารย์

ของเล่นพระอริยะ

ดอกไม้พญามาร

กรรมฐานไม่แสวงหาเครื่องรางของขลัง

ชีวิตต้องสู้ คำดูหมิ่นคือยาชูกำลัง

ลางสังหรณ์

เลี้ยงหมูขาย บาปไหม

สอนตนก่อนแล้วจึงสอนผู้อื่น

ผู้รู้จริงจะไม่คุยโวโอ้อวด

ของแท้ ธรรมนำวัตถุ ของเทียม วัตถุบังธรรม

อวดอุตตริมนุสสธรรม

บารมีธรรมชักนำศรัทธา

ธรรมเนียมกรรมฐาน

ธรรมะคุ้มครองแม้ในความฝัน

ปาติโมกข์คือหลักการปกครองคณะสงฆ์

ไม่มีเจตนาไม่เป็นอาบัติ

ปาราชิกข้ออทินนาทาน

อาบัติที่เกี่ยวข้องกับอิสตรี

อาการที่พระต้องอาบัติ

จับเณรสึกครั้งใหญ่

อาบัติเบา

พระเกิดเป็นเปรตเพราะทำผิดวินัย

กฎของสังสารวัฏ

การตรวจศีลคือการภาวนา

ศีล เป็นตัวการสำคัญในการเข้าถึงมรรคผล

คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสัจธรรม

“พุทธะ” คืออะไร

ชาวพุทธต้องเข้าใจเรื่องสมาธิให้ถูก

สมาธิของแท้ต้องอย่างนี้

มือใหม่หัดสมาธิ

ภาวนาได้ทุกเวลาทุกโอกาส

อยากปฏิบัติกรรมฐาน ไม่ต้องหนีเรียนเข้าวัด

อย่าเถียงกันเรื่องสมาธิ

สมาธิคลายเครียด

สมาธิบำบัด

รักษาโรคด้วยสมาธิ

อย่างไรจึงจะเรียกว่าภาวนาได้ผล

มิจฉาสมาธิพาไปหาบาปหากรรม

สัมมาสมาธินำไปสู่การรู้ธรรมเห็นธรรม

สมาธิสะกดจิตก็ผิดทาง

ใช้นิมิตผิดทาง ระวังจะกลายเป็นการทรงวิญญาณ

ดูนิมิตใน (ร่างกาย) ได้ความรู้แจ้ง

พลังพุทธะ – พลังจักรวาล

พลังพุทธะไม่ได้หายสาบสูญไปจากโลกนี้

สร้างพลังพุทธะด้วยพละ ๕

พลังศรัทธารักษาโรคภัย

พลังสะกดจิต

พลังจิตอิสระคือความเบา พึ่งพลังภายนอกคือความหนัก

สร้างพลังเหนือพลัง

จิตสงบแล้ว รู้เห็นความเกิดดับในจิต

อายตนะไม่ใช่อารมณ์

ทางสายกลางคืออะไร

วิปัสสนาญาณ – ภาวนามยปัญญา เป็นอย่างไร

วิปัสสนาอาศัยวิปัสสนึก

สมถะ วิปัสสนา เกิดช่วงไหน

พระพุทธเจ้าสอนการละกิเลสเป็นขั้นตอน

ถ้ายังไม่รู้แจ้งเห็นจริงให้เชื่อพระพุทธเจ้าไว้ก่อน

การเกิด-ดับ ของจิต




:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 04/10/2014 - 13:36

:09:


วาจาสิทธิ์หลวงปู่สิงห์


ความมหัศจรรย์ของหลวงปู่สิงห์ ...ตอนที่ท่านหล่อพระพุทธรูป ๒ องค์ ชาวบ้านเขาเอาสตางค์แดงมาถวาย ท่านทำหีบไม้โตขนาดนี้ เดี๋ยวนี้ยังมีเหลืออยู่ เอาสตางค์แดงใส่ไว้เต็ม เอาเทินกันไว้

ทีนี้พวกผู้ร้ายมันก็มา มาก็บอกว่า “หลวงปู่ ขอเงินไปใช้หน่อย”

ท่านก็บอกว่า “เงินไม่มี มีแต่สตางค์แดง”

สตางค์แดงตอนนั้นมันใช้ได้อยู่นี่

“สตางค์แดงก็เอา”

ท่านก็บอกว่า “นั่น หีบวางอยู่นั่น อยากได้ก็เอาไป แต่ว่าเอามากไม่ได้นะ เอามาก บาป!”

เมื่อก่อนนี้ ประตูวัดมันออกทางนี้ มันก็แบกออกไปนี่ พอดีทหารอากาศมาเจอเข้า

“เอ้า พวกนี้ สงสัยมันจะไปขู่เอาเงินหลวงปู่มาล่ะสิ”

พอเขาสังเกตเห็นมันหลบๆ ซ่อนๆ เขาก็มาล้อม ทหารอากาศเขามาหลายคน เสร็จแล้วเขาก็รุมซ้อมเอา แล้วบังคับให้มันแบกหีบเงินไปคืน

พอถึงทางลง มันบอกว่า “โอ๊ย! หลวงปู่บอกว่าเอาไปมาก มันบาป มันบาปจริงๆ”


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 04/10/2014 - 13:42

:09:


ท่านพ่อลีสอนหลวงพ่อ


กับท่านพ่อลี สนิทกัน ...ทีแรกไม่ค่อยสนิท น้องสาวท่านไปอยู่บ้านหนองลักช้าง อำเภอสว่างแดนดิน ใกล้ๆ กับบ้านโคกพุทรา ท่านไปเยี่ยมน้องสาวท่าน ท่านรู้ว่ามีญาติอยู่ที่บ้านโคกพุทรา ท่านก็ไปเยี่ยม ญาติผู้ใหญ่เขาเล่าให้ท่านฟังว่า หลานคนหนึ่งก็เป็นเจ้าคณะอำเภออยู่ที่อำเภอวารินฯ พอท่านรู้ ท่านก็ไปตามหาหลวงพ่อ ไปเยี่ยม ไปแล้วท่านก็บอกว่า

“พวกเราเป็นญาติพี่น้องกัน เรามีศักดิ์เป็นปู่ของเธอ” หลังจากนั้นก็ค่อยสนิทกันขึ้นมาเรื่อย

ตอนที่ท่านสร้างวัดอโศการาม ไปกราบท่านทีไร ท่านก็ต่อว่า

“ไอ้เราเป็นลูกเป็นหลาน ไม่เห็นมาอยู่ด้วยกัน แต่คนอื่นเขายังมาอยู่”

ก็เลยเรียนท่านว่า “ผมไม่มาอยู่ด้วย ผมก็มาศึกษา ศึกษาแล้วผมไปปฏิบัติ มีปัญหาอะไรผมก็มาเรียนปรึกษาครั้งหนึ่ง ดีกว่าจะมานั่งเฝ้าครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์ก็มีบุญบารมีมากล้น อติเรกลาภมันก็ไหลมาเทมา ประเดี๋ยวจะมาติดแหง่กอยู่นี่ ติดลาภติดยศอยู่นี่ ไปไหนไม่รอดแล้ว”ท่านก็เลยหัวเราะ

พบกันทีไร ท่านจะไม่พูดพล่ามทำเพลงกับหลวงพ่อ พอเจอหน้ากันปั๊บ กราบแล้ว

“นั่งสมาธิ”

ท่านจะคุยอยู่กับใครก็ตาม ท่านจะชี้หน้าหลวงพ่อ

“เอ้า นั่งสมาธิ”

พอนั่งไปสักพัก ท่านก็บอก “เป็นไง นั่งสมาธิ”

“นั่งสมาธิก็ได้สมาธิ”

ท่านไม่เคยอธิบายอะไรให้ฟังกว้างขวางพิสดาร แต่ท่านจะย้ำว่า

“ให้ปฏิบัติธรรมให้ต่อเนื่อง อย่าไปทำๆ หยุดๆ แต่ละครั้งที่เรานั่งสมาธิ จิตสงบหรือไม่สงบ อย่าไปท้อถอย ถึงเวลาสงบ มันจะสงบเอง ความสงบมันเป็นผลงาน เราแต่งเอาไม่ได้”


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 04/10/2014 - 13:48

:09:


การถอนพุทธภูมิของพ่อแม่ครูอาจารย์


หลวงปู่สิงห์ท่านตั้งปณิธานปรารถนาพุทธภูมิเพื่อสร้างบารมีเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ภายหลังมาท่านบอกว่าท่านเลิกแล้ว

เมื่อท่านมรณภาพ ตอนที่พระราชทานเพลิงศพท่าน มีพระหนุ่มๆ องค์หนึ่งไปสร้างโคมลมขึ้น โคมลมนี่มันมีรูปร่างเหมือนบอลลูน มันอาศัยแรงลมที่เกิดจากควันไฟที่อบเข้าไป พอมันเต็มที่แล้วมันก็ลอยขึ้นอากาศไป เสร็จแล้วแกก็แต่งเครื่องสักการบูชาหลวงปู่สิงห์

“ถ้าหากว่าหลวงปู่สิงห์สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ขอให้โคมนี้ลอยไปเลย ถ้าหากว่ายังไม่สำเร็จ ยังถอนจากการปรารถนาพุทธภูมิไม่ได้ ก็ขอให้ลอยวนลงมา มาลงที่เก่า”

เสร็จแล้วแกก็เอาโคมของแกมาปล่อย รมควันไฟเข้าไป มันเต็มแล้วมันก็ลอยขึ้นไปอยู่ตรงบริเวณหลังโบสถ์นี่ พอปล่อยไป ขึ้นตรงแน่วไปสูงเกือบจะมองไม่เห็น ขึ้นตรงดิ่งขึ้นไปเลย อ้าว! พอเสร็จแล้ว มันก็ลอยไปทางหนองแก้ช้าง ผ่านค่ายทหาร รอบเมืองไปนี่ ใครๆ ก็จ้องมองกัน

แล้วลงผลสุดท้าย พอมาตรงวัดป่าสาลวัน มันดิ่งๆๆๆ ลงมา ตอนลงมาแล้ว ก็มาสำรวจดูว่ามันมีรอยทะลุนิดหนึ่ง ลมออกได้ ใครๆ ก็พากันสันนิษฐานว่าท่านถอนความปรารถนาพุทธภูมิมันถอนไม่ขึ้น เพราะมันฝังลึกลงไปแล้ว

ท่านพูด ท่านบอกว่าท่านถอนแล้ว แต่ว่าจิตใต้สำนึกของท่านมันไม่ยอมถอน ก็เข้าใจว่าท่านคงยังไม่สำเร็จอรหันต์

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ท่านปรารถนาพุทธภูมิทั้งนั้น ในตอนแรกๆ ท่านก็ยังเข้าใจว่าสมัยนี้มันหมดสมัยแล้ว พระอรหัตอรหันต์ไม่มี พอปฏิบัติไปๆ พอมองเห็นลู่ทางว่าทางที่จะทำให้สำเร็จอรหันต์มีอยู่ ท่านก็เลยเลิกปรารถนาพุทธภูมิ

ทั้ง ๓ ท่านนี่ ท่านคุยกันบ่อยๆ เรื่องเกี่ยวกับปรารถนาพุทธภูมิ แต่เสร็จแล้ว ๒ องค์นั้นท่านถอนของท่านได้* แต่หลวงปู่สิงห์ถอนไม่ขึ้น

*(หลวงพ่ออธิบายเพิ่มเติมภายหลังว่า ที่ยังถอนได้เพราะยังไม่ได้รับคำพยากรณ์)

... แต่หลวงปู่สิงห์ ไม่ทราบว่าท่านได้รับการพยากรณ์ภายในศาสนาพระพุทธเจ้าองค์ใด หรือในกาลที่พระสมณโคดมมาอุบัติเกิดขึ้นในโลกแล้วก็ไม่ทราบ


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 04/10/2014 - 13:58

:09:


ของเล่นพระอริยะ


หลวงพ่อเคยใช้พลังจิตเพ่งหลอดไฟแตก นึกให้ต้นมะพร้าวหักมันก็หัก นึกให้กิ่งพะยอมหักมันก็หัก ในขณะที่เพ่งดูนี่ เราก็ไม่ได้ใช้พลังจิตอะไรทั้งนั้นแหละ เพียงแค่นึกว่าต้นมะพร้าวต้นนี้น่ะมันบังจั่วศาลา มองไม่เห็นเทพพนม เทวดาช่วยตัดออกให้ด้วย พอเสร็จแล้ว โอ๊ย! มันจะหักทับหัว ก็เดินหนีไป พอไปพ้น พอเดินไปห่างจากที่ยืนอยู่นี่ประมาณสัก ๒ วาเศษๆ ต้นมะพร้าวมันก็หักลงมาทับตรงทะลายมัน ทะลายผลมะพร้าว ทับตรงที่ยืน รอยเท้ายืนพอดี

ครั้งที่ ๒ ยายพวงไปได้กลดซึ่งเป็นมรดกของหลวงปู่พระครูวิโรจน์รัตโนบล (บุญรอด นนฺตโร) วัดทุ่งศรีเมือง ก็เอามาให้ ทีนี้เราก็ชื่นชมยินดีกับมรดกของครูบาอาจารย์ ก็เอากลดไปห้อยกับกิ่งพะยอม ไปนั่งสมาธิอยู่ นั่งได้ชั่วโมงเศษๆ พอเลิกนั่งสมาธิ มองดูกลด โอ๊ย! กิ่งพะยอมมันจะหัก ก็หุบเอากลดแล้วเดินขึ้นบนกุฏิซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ ๔-๕ วา พอไปเหยียบบันไดขั้นแรก กิ่งพะยอมก็หักโครมลงมา

หลวงปู่ฝั้นท่านตำหนิ ท่านว่า “พระอะไรไปเที่ยวหาหักกิ่งไม้”

“อ้าว นึกเฉยๆ มันจะเป็นอาบัติอยู่หรือ”

“มันก็เป็นน่ะซิ มันมีเจตนา”

อภินิหารของการปฏิบัติธรรมนี่ เวลามันเกิด มันน่าหลงจริงๆ นะ นอกจากมันจะเกิดอะไรแปลกๆ ขึ้นมาให้เราหลงมันแล้ว มันยังมีอีกสิ่งหนึ่ง มันอันตรายมากที่สุด คือเพศตรงข้าม พูดกับใครไม่ได้เลยทีเดียว ภายหลังมานี่ นึกว่าถ้าขืนเล่นต่อไป มันอันตราย ก็เลยห่างๆ หน่อย

อาจารย์ที่สอนสะกดจิตท่านก็เตือนว่า มาเรียนฝึกสะกดจิตแล้ว ทำให้เพศตรงข้ามติดอกติดใจนะ แล้วไม่เฉพาะแต่เรียนสะกดจิต พระธุดงคกรรมฐานนี่ ถ้าใครภาวนาเก่งๆ มีภูมิจิตภูมิใจ สาวๆ มันติดใจนะ มันอันตราย ลูกสาวพญามาร นางตัณหา นางราคา นางอรดี พระพุทธเจ้าจะเสด็จออกผนวช พวกนี้มันจะไปสกัดกั้น ไปพูดยั่วยวน ชวนให้หลงผิด คือกิเลสในใจนั่นแหละมันปรุงแต่งขึ้นมาเองด้วย

แล้วมันก็เป็นธรรมชาติของสมาธิ สมาธินี่มันมีพลังอันหนึ่งคือความเมตตา ความเมตตานี่มีพลังสูง


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 04/10/2014 - 17:10

:09:


ดอกไม้พญามาร


ภาวนาเห็นเลข แล้วทีนี้เอามาเขียนไว้ มันไม่ออกสักตัว แต่ถ้าอยู่เฉยๆ แล้วมันปรากฏขึ้นมา มันออกหมดทุกตัว

สารพัดสารเพที่ภัยอันตรายอะไรมันจะไปยิ่งใหญ่กว่าจิตของเราหลอกตัวเอง

ประเดี๋ยวภาวนาไป พอรู้อันนี้ขึ้นมา บางที “ไม่ใช่ๆๆๆ” มันขัดแย้งกันอยู่ เพราะฉะนั้น ทางปฏิบัติเราจะเอาอย่างไร มันจะว่า “ไม่ใช่ๆๆๆ” ช่างหัวมัน เรากำหนดเอาสติ ใช่ก็ดี ไม่ใช่ก็ดี มันเป็นแต่เพียงอารมณ์จิตเท่านั้น อย่าไปสำคัญว่ามันผิดหรือมันถูก


(ครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง) วางแผนให้คนทั้งหลายมาช่วยทำเขื่อนคันกั้นน้ำ ท่านสร้างเขื่อน ให้คนมาก่อเจดีย์ในคันเขื่อนที่ท่านสร้างไว้ คนมันอยากได้หวยมันก็แตกตื่นกันไปทำ ท่านก็เดินด้อมๆๆ ไป ท่านไปเขียนเลขเอาไว้ในกองทรายที่เขาก่อเอาไว้ เขียน ๕๘ เราเดินตามหลังไป ก็ไปเห็นเข้า ...อ๊า! ไม่เคยเห็นอาจารย์เขียนอย่างนี้สักที มันต้องออกแน่

ทีนี้เจ้าหมอหนึ่งมาหาหวยเหมือนกัน ก็แอ่วลำภาคอีสานขึ้นมา มันบอกว่า... มันว่าเป็นภาษาอีสาน “ฟังเด๊อหล่า...กากีเส้นหมี่ มาขอหวยอาจารย์มี จนบ่มีเงินสิซื้อ เมือแม่นดังหมาย” (ฟังนะน้องสาวนุ่งซิ่นไหม พี่มาขอหวยพระอาจารย์มี จนหมดเนื้อหมดตัวก็ไม่ถูกซะที)

มันว่าอย่างนี้ หลวงพ่อก็ลำตอบมัน “ฟังเด๊อหล่า กากีสีแสด หวยสิออกห้าแปด คันไผบ่ซื้อ ให้หมาสี่แม่มัน" (ฟังนะน้อง หนุ่มนุ่งกางเกงสีแสด หวยจะออก ๕๘ ถ้าใครไม่รีบไปซื้อ ให้หมา ย.ม...มัน)

ทีหลังไอ้เวรนั่น พอมันออก ๕๘ วิ่งมาหาเลย โอ๊ย! ขอสักตัวแม่นๆ ไปลำ (ร้อง) แข่งกับเขา


ถ้าได้ยินพระองค์ไหนบอกว่าหวยมันจะออกตัวนั้น หัวใจมันวิ่งนุกนิกขึ้นมา มันขัดแย้งขึ้นมาทันที อุ๊ย! ไม่รู้มันก็ไปบอกเขา ไอ้ตัวที่มันจะออกทำไมไม่บอก

คราวหนึ่งไปบิณฑบาต เดินตามหลังหลวงตาอ่อน พ่อของอาจารย์สำราญ เดินไป ผู้เฒ่าก็เขียนกระดาษแผ่นน้อยๆ แจกให้โยม ใครมาใส่บาตร เดินใส่ขันข้าวให้ทุกราย ก็เลยถามว่า

“ไหน...ขอดูหน่อยน่า บอกเขาตัวไหนกันแน่” แต่ว่าในใจมันนึกแล้วว่ามันไม่ออกหรอกตัวนั้น

แต่ของเรานี่ พอเขาโยนกระดาษน้อยลงในขันข้าวโยมทีไร หัวใจมันดิ้นนุกนิกขึ้นมา แล้วมันว่า ๐๘ วิ่งขึ้นมา แล้วพรวด ๐๘ พอเสร็จแล้วก็ขอดู พอดูมันไม่ตรง ก็เลยบอกว่า

“หลวงตาจะบอกเขาทั้งทีก็บอกให้มันถูก”

แกก็ชักโมโห “อ้าว! งั้นมันจะออกตัวไหนล่ะ”

“มันจะออก ๐๘ ต่อไปนี้บอกเขา ๐๘ ไม่ต้องเขียนใส่กระดาษหรอก มันเปลืองกระดาษ ใครใส่บาตรก็บอกเขาเลย ๐๘”

ทีนี้พอใครเขามาใส่บาตร แกก็ว่า “มหาว่ามันจะออก ๐๘ เด๊!”

ทีนี้สายบิณฑบาตนี่ถูกกันแทบจะทุกคนเลย เสร็จแล้วเขาก็รุมกันมาหาหลวงพ่อ หลวงพ่อบอกว่า

“โอ๊ย! เดี๋ยวนี้มันไม่ออกแล้วล่ะ มันยังไม่ถึงวันมัน”


มีหลวงพ่อองค์หนึ่งเป็นสมภาร สร้างโบสถ์มา ๑๐ กว่าปี มันไม่เสร็จสักที พอเขามีเล่นหวยกัน แกก็ไหว้พระสวดมนต์ อ้อนวอนสารพัดล่ะ พอเสร็จแล้ว มาฝันได้เลข ๒๕ ก็เรียกญาติเรียกโยมมาปรึกษาหารือกันว่าอยากจะขอเงินวัดไปซื้อ วัดมีเงินอยู่พันบาท โยมก็บอกว่า “โอ๊ย! มีอยู่พันบาท ถ้าเอาไปซื้อหมด เผื่อมันไม่ถูกแล้วก็หมดเกลี้ยงเลย”

ท่านมีม้าตัวหนึ่ง ท่านก็เอาม้าไปจำนำเขาไว้ ได้เงินมา ๕๐๐ บาท ถ้าหวยไม่ออกล่ะก็ให้ยึดม้าไปเสีย ถ้ามันออกแล้ว จะมาไถ่คืน ๕๐๐ บาท แกเอาไปซื้อหมด เลข ๒ ตัวนี่ ร้อยหนึ่งมันก็ได้ ๗,๐๐๐ บาท ๕ คูณ ๗ เท่ากับ ๓๕ ก็ได้ ๓๕,๐๐๐ บาท ภายหลังมาฝันอีก ไปซื้อ ทีนี้ถูกเป็นแสนเลย

ท่านมีเงินแล้ว ฝันติดต่อกัน ๕ งวด ท่านอธิษฐานจิตของท่านไว้ว่า ถ้าได้เงินสร้างโบสถ์พอแล้วจะหยุด พอได้ครบ ๕ งวด เงินสร้างโบสถ์พอ ก็หยุด ไม่ฝันเลย ทีนี้ชื่อเสียงมันก็โด่งดังไป คนก็รุมมาขอท่าน ท่านก็บอกว่า

“โยมเอ๊ย เดี๋ยวนี้เงินสร้างโบสถ์มันพอแล้ว มันไม่ฝันแล้ว” มีองค์เดียวนี่แหละ ฝันหวยเบอร์สร้างโบสถ์เสร็จ...


ท่านอาจารย์ฝั้นว่า มันเป็นดอกไม้พญามาร มันมาหลอกให้เราเสียคน

คนขายหวย ตำรวจรู้เข้า ตำรวจก็จับ คนซื้อก็จับ คนขายก็จับ มันเป็นสิ่งที่ผิดวินัยพระ พระไปเล่นหวยมันก็ผิดวินัย บอกก็ยิ่งผิด เพราะว่าบอกแล้วมันไม่ถูก ไปอวดอ้างว่าตัวรู้ตัวเห็นแล้วมันเป็นอวดอุตตริมนุสสธรรมนะ ยิ่งหนักว่าซื้อเสียอีก


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 04/10/2014 - 17:13

:09:


กรรมฐานไม่แสวงหาเครื่องรางของขลัง


มีพระองค์หนึ่งมาว่า หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ไปตัดเหล็กไหลที่ถ้ำสระบัว ภูเขาควาย มันไม่ตรงกับความจริงเลยแม้แต่นิดหนึ่ง พระองค์นั้นชื่อพระอาจารย์จันทร์ เขาบอกว่าตั้งแต่เขาเป็นเณรโน่น เขาว่าอย่างนั้น

ทีนี้เหล็กไหลนี่มันเป็นทรัพย์ในดินสินในน้ำ ท่านผู้เคร่งต่อธรรมวินัยนี่ ท่านจะไปทำได้อย่างไร

(มีผู้กราบเรียนว่า พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านปฏิบัติขนาดนี้แล้ว ท่านคงไม่แสวงหาเครื่องรางของขลังหรือที่พึ่งภายนอกแล้ว ใช่หรือไม่ หลวงพ่อเมตตาเล่าเพิ่มเติมว่า...)

... ขนาดหลวงพ่อเอาตลับสีผึ้งใส่ย่ามมา (หลวงปู่เสาร์) ยังว่าเอาๆ จนงงอย่างกับไก่ตาแตก โอ๊ย! หลวงปู่นี่ มาค้นดูย่ามเราตั้งแต่เมื่อไร... ตลับสีผึ้งนี่มันมีคนหนึ่งเขาทำให้ตั้งแต่เป็นเณรอยู่บ้านนี่ เขาบอกว่า จะไปเรียนเทศน์ เรียนหนังสือ มันเรียนหนังสือดี เขาว่า ก็เลยเอามา
หลวงปู่เสาร์ท่านดุเอาว่า

“จะมาภาวนาเอามรรคผลนิพพาน แล้วก็ติดตลับสีผึ้งใส่ย่ามมาด้วย มันจะไปได้อย่างไร” ว้า...หลวงปู่นี่มาค้นย่ามเราตั้งแต่เมื่อไร

พอตื่นเช้ามา ก็เอามันติดก้อนอิฐ เอาปาลงแม่น้ำมูล

ไม่มีหรอกกรรมฐานนี่ เครื่องรางของขลัง รูปเหรียญหมู่นี่ไม่มี


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 05/10/2014 - 15:04

:09:


ชีวิตต้องสู้ คำดูหมิ่นคือยาชูกำลัง


(คุณแม่พาลูกสาววัยรุ่นอายุ ๒๐ เศษๆ มากราบเรียนปรึกษาปัญหาทางใจของลูกสาวที่หยุดเรียนหนังสือมา ๒ ปี เพราะมีความเครียดในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนๆ และจะทุกข์มากเมื่อถูกเพื่อนว่า หรือมีปฏิกิริยากระทบกระทั่งแม้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ หลวงพ่อจึงยกตัวอย่างชีวิตของท่านเองมาเป็นอุทาหรณ์ในการสู้ชีวิต)


ชีวิตเราดำเนินมาตามประสาของเด็กบ้านนอกซึ่งไม่มีใครสนับสนุน กระเสือกกระสนมาด้วยลำแข้งของตัวเอง สมัยเป็นเด็กกำพร้าอนาถาอยู่กลางบ้าน จะขึ้นบ้านใครเขาก็ปิดประตู บางทีญาติผู้ใหญ่เห็นเราก็ดุ ฟู่ฟ่าๆ ...

... สมัยเด็กๆ เคยเหงาเหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับทุกข์ มันไปเหงาตรงที่ว่า พอได้ยินคนข้างบ้านเขาเอิ้น(เรียก) แม่ พ่อ ล่ะเหงาทันที เราไม่มีพ่อแม่เรียกกับเขา

... ความรู้สึกทุกข์ทรมานตามความรู้สึกสามัญสำนึกธรรมดา มันมีอยู่ตั้งแต่เริ่มรู้เดียงสามา คือความรู้สึกน้อยอกน้อยใจว่าเราขาดพ่อขาดแม่ ขาดความอบอุ่น แม้แต่ไปเล่นกับเพื่อนบ้าน บางทีเขาก็โมโหให้ บางทีเขาก็ด่า “ไอ้ลูกไม่มีพ่อแม่สั่งสอน” อะไรทำนองนี้...

เวลามันเกิดท้อถอยมา ก็นึกเอาคำดูถูกดูหมิ่นของเพื่อนบ้านมากระตุ้นเตือน เราจะมาทำลายตัวเองเพราะคนอื่นเขาดูถูกดูหมิ่นได้หรือ เราต้องเหนือกว่าเขา แล้วลงสุดท้ายมันก็มาเป็นอยู่อย่างนี้ มันเหนือกว่าเขาจริงๆ

กระโดดลงจากหลังควายมา มานั่งรถเบนซ์ แล้วไปไหนมาไหนก็มีแต่คนยกมือไหว้ ชื่อเสียงโด่งดัง นอกจากจะดังในประเทศแล้ว ยังดังไปต่างประเทศ ทั้งๆ เราไม่ได้ไปต่างประเทศ เพื่อนฝูงมาชวนไปเผยแพร่ศาสนาต่างประเทศ เพื่อนอีกคนหนึ่งบอกว่าไม่ต้องไป หนังสือของท่าน เทปของท่านไปดังก้องโลก ชาวพุทธไปถึงไหนมันดังไปถึงนั่น ไม่ต้องไปให้มันเมื่อย บางคนเขาว่าอย่างนี้

อันนี้คือประวัติย่อๆ ของหลวงตา หลวงตาเอาสิ่งที่เพื่อนฝูงเขาลบหลู่ดูหมิ่นมาเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนใจให้เกิดทะเยอทะยาน สอนตัวเองให้เป็นผู้มักใหญ่ใฝ่สูง การที่เราจะเอาสิ่งที่เพื่อนฝูงเขาล้อเลียนหรือดูถูกดูหมิ่นมาเป็นเครื่องทำลายตัวเองนี่ หลวงตาว่าไม่ถูกต้อง

เพราะฉะนั้น ยิ่งมีใครมาดูถูกเหยียดหยามเท่าไร มันก็ต้องยิ่งกระตือรือร้น เอาชนะจิตใจเขาให้ได้

พระที่เมืองโคราชนี่ สมเด็จพระธีรญาณฯ วัดจักรวรรดิ เป็นเด็กกำพร้ามาเหมือนอย่างหลวงตาเหมือนกัน อาศัยพี่สาวอยู่ พี่เขยก็รังแกข่มเหง พอเสร็จแล้วท่านก็ไปบวชเป็นสามเณร ไปเรียนหนังสือได้เปรียญ ๙ ประโยค เป็นเจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส ในที่สุดได้เป็นสมเด็จ

เพราะฉะนั้น เราต้องมีมานะ ต้องพยายามเอาชนะให้ได้ ถ้าหากว่ามีปัญหากระทบกระเทือนแล้ว เรามาทอดทิ้งธุระหน้าที่ของตนเองเสีย เพื่อนบ้านมันก็ยิ่งดูถูกเหยียดหยามซ้ำเติมเข้าไปอีก

... อย่าไปสนใจเรื่องของคนอื่น หน้าที่ของเราคือเรียน เรียนให้มันจบ ให้มันได้ดีที่สุด เพื่อนฝูงเขาไม่ได้มาเลี้ยงมาดูเราหรอก อย่าไปปล่อยให้เขาทำลายเรา ถ้ายิ่งมีปัญหามากเท่าไร เรายิ่งต้องต่อสู้ แต่ไม่ใช่ไปเที่ยวเถียงไปด่าเขา ยิ่งมีคนลบหลู่ดูหมิ่นเหยียดหยามเท่าไร เรายิ่งสร้างมานะในตัวให้มันเข้มแข็งขึ้น

อย่างที่หลวงตาเคยทำมาแล้วนี่!


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 05/10/2014 - 15:11

:09:


ลางสังหรณ์


(ชายหนุ่มคนหนึ่งมาเล่าว่า ขณะขับรถมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดอุบัติเหตุ แล้วมักจะเป็นจริงอยู่เสมอ เป็นเพราะเหตุใด)


... เกิดลางสังหรณ์ว่ามันจะเกิดเหตุร้าย อันนั้นเรื่องมันจะเกิดอยู่แล้ว แต่จิตเราไปรู้ล่วงหน้า ทีนี้ถ้าเหตุนั้นมันเป็นไปตามกฎของกรรม เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

รถของหลวงพ่อคว่ำมา ๓ หน ก่อนที่มันจะเกิดเรื่องก็รู้ รู้ว่ามันจะมีเหตุ แต่ว่าครั้งสุดท้ายนี้ไม่รู้


(เขาเล่าต่อว่า ครั้งหนึ่ง เกิดลางสังหรณ์ว่าถ้าขับต่อไปอีก ๕ นาที ยางจะแตก แล้วแตกจริงๆ หลวงพ่อแนะนำว่า...)


ทางแก้ก็คือว่า ถ้าเขาบอกกำหนดเวลาอย่างนั้น เราก็ชะลอหลีกเลี่ยงเวลาได้



(หลวงพ่อเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับลางสังหรณ์ของท่าน)


... มันก็มีแปลกอยู่ หลวงพ่อไปเทศน์แถวๆ ลพบุรี ในภูเขา ขากลับไปแวะไหว้พระบาทสระบุรี พอไหว้พระบาทเสร็จก็เดินเลาะไปดูวัดดูวาเขา มีพระองค์หนึ่งโผล่หน้าออกมา

“ท่านจะดูอะไร ทำไมไม่ขออนุญาตผม บวชมาจนหัวหงอกแล้วไม่รู้หรือวินัย”

พอได้ยินเราก็ยกมือไหว้ “ขอโทษทีเถอะครับผม ผมผิดไปแล้วล่ะ” เราก็รีบเดินหนี กลัวมันจะเกิดเรื่อง

พอมานั่งรถจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พอไปนั่งปั๊บ จิตใต้สำนึกมันโผล่พรวดขึ้นมา อุ๊ย! พระวัดนี้ เดี๋ยวมันจะได้ฆ่ากันตาย ภายในพรรษายังไม่ออกพรรษาเลย สมภารวัดพระพุทธบาทถูกยิงตาย


พ.ศ. ๒๕๐๒ งานฉลองโบสถ์วัดป่าสาลวันนี่ หลวงพ่อก็มาร่วมงานนี่ แล้วเขาจัดให้พักอยู่กุฏิเดียวกันกับอาจารย์พระครูสมุห์สิงห์ วัดสร่างโศก จังหวัดยโสธร วัดศรีธรรมารามนั่นแหละ ในคืนนั้นตอนประมาณสักตี ๓ ตี ๔ นี่ ก่อนจะตื่นมันก็ฝันไป ฝันว่าท่านพ่อลีมาหา พอมาแล้วท่านก็บอกว่า

“มหาพุธ ท่องพระอภิธรรมปิฎกให้ฟัง”

ในฝันหลวงพ่อก็ท่องจนจบพระอภิธรรมปิฎก พระอภิธรรมปิฎกนี่มัน ๒ หมื่นกว่าพระธรรมขันธ์ ในฝันปรากฏว่าท่องจนจบเหมือนกัน พอครึ่งหลับครึ่งตื่นนี่ ยังนึกดีใจว่า อ้อ! เราจำพระอภิธรรมปิฎกได้จนจบ พอท่องให้ท่านฟังจนจบแล้ว ท่านว่า

“เอ้อ! ใช้ได้ ต่อไปนี้พยายามทำหน้าที่รักษาหมู่คณะนะ ปู่จะไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว จะไปแล้ว” แค่นั้นก็เลยตื่นขึ้น

พอตื่นขึ้นมาเห็นพระครูสมุห์สิงห์ท่านอ่านหนังสืออยู่ เราก็ว่า

“โอ๊ย! อาจารย์ มัวแต่อ่านหนังสือพิมพ์อยู่นั่นแหละ”

“ทำไมล่ะ”

“ท่านพ่อลีมรณภาพแล้วตั้งแต่ ๕ ทุ่ม เมื่อคืนนี้”

“อืย..หาว่า!”

“ถ้าไม่เชื่อลองคอยดูนะ วันนี้ประมาณ ๑๐ โมงเช้า จะมีโทรเลขมาถึงอาจารย์ใหญ่”

พอดีฉันจังหันเสร็จ ก็ไปนั่งเฝ้าปรนนิบัติอาจารย์สิงห์ ในขณะนั้นบุรุษไปรษณีย์เอาโทรเลขมาส่ง พอมายังไม่ได้เปิด หลวงปู่สิงห์ท่านว่า

“โทรเลขบอกแจ้งข่าวอะไรน้อ” ท่านว่า

หลวงพ่อก็บอกว่า “ข่าวมรณภาพของท่านพ่อลี”

พอเปิดออกมาตรงเป๊งเลย


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 05/10/2014 - 15:18

:09:


เลี้ยงหมูขาย บาปไหม


(พ่อค้าเลี้ยงหมูสงสัยว่า การมีอาชีพเลี้ยงหมู เลี้ยงแล้วก็ขายไป จะเป็นบาปหรือไม่)


ถ้าเรานึกว่ามันบาป มันก็บาป นึกว่าไม่บาป มันก็ไม่บาป เราเลี้ยงให้มันโต เราขายไป เขาจะไปทำอะไรเราไม่สนใจ

เอาแบบคนเลี้ยงปลาที่จังหวัดจันท์ ก่อนที่แกจะลงมือเลี้ยงปลานี่ แกจุดธูปจุดเทียนไหว้พระแล้วแกก็อธิษฐานจิต

“ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่าการเลี้ยงสัตว์ขายมันเป็นบาป แต่ข้าพเจ้าไม่มีทางออก มองเห็นทางเดียวเท่านี้ พอที่จะหาอยู่หากินเอาตัวรอดได้ ข้าพเจ้าขออนุญาตเลี้ยงปลาขาย ในเมื่อร่ำรวยมั่งมีตั้งเนื้อตั้งตัวได้แล้ว ข้าพเจ้าจะเลิก”

แกก็ทำไป แล้วแกก็บรรลุผลสำเร็จ แล้ววันที่แกจะเลิกนั่น แกทำบุญต่อเนื่องกัน ๗ วัน เอาลูกปลามาปล่อยวันละแสนตัว แล้วแกก็เลิก


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 05/10/2014 - 15:21

:09:


สอนตนก่อนแล้วจึงสอนผู้อื่น


เราเกิดมาในชีวิต ตั้งแต่บวชมา ในชีวิตของการเป็นนักบวชนี่ ไม่เคยกลัวใครจะลงนรก เรากลัวแต่เราคนเดียวจะลงนรก... จะไปกลัวคนอื่นเขาจะลงนรกทำไม ถ้าคนทั้งโลกสร้างบาปลงนรก เราจะสร้างแต่ความดี ในเมื่อตายแล้วไปเกิดเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ สมบัติบนสวรรค์ นางฟ้านางเทวดาเป็นของเราหมด ไม่มีใครแย่ง...

พระพุทธเจ้าท่านทำเป็นตัวอย่าง ท่านสอนตัวเอง ปฏิบัติตัวเองให้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า แล้วท่านจึงมาสอนเรา

อย่างพวกเราๆ นี่ ตัวเองยังไม่รู้เลยว่า สมาธิคืออะไร สมาธิที่แท้จริงคืออะไร อุตส่าห์ไปตั้งสำนักสอนสมาธิ สอนไปสอนมาก็มีแต่เถียงกัน บางสำนักติดป้ายประกาศมาตั้งแต่ฉะเชิงเทราจนถึงเมืองโคราช มักกะลีผล ถ้ำผีสิง เต่าล้านปี มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาแม้แต่นิดเดียว แล้วเอามาประกาศโฆษณาเพื่อเหตุผลอะไร แต่ท่านก็ประกาศว่าท่านเป็นสำนักปฏิบัติ

เพราะฉะนั้น เมื่อสรุปลงแล้ว ผู้เผยแพร่ธรรมะในปัจจุบันนี่มุ่งแต่วัตถุกับบุคล ส่วนคุณธรรมจะเป็นอย่างไรฉันไม่สนใจ ขอให้ฉันหลอกลวงคนให้มาหลงเชื่อให้ได้มากๆ นั่นเป็นดี สำหรับพระสงฆ์ในปัจจุบันนี้


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 05/10/2014 - 15:26

:09:


ผู้รู้จริงจะไม่คุยโวโอ้อวด


คนรู้จริงเห็นจริงเขาจะไม่พูด สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาสามัญไม่รู้ด้วย เขาจะไม่พูด พระพุทธเจ้าไม่เคยพูดอะไรขึ้นมาก่อน ถ้าหากมีพระสาวกองค์ใดไปรู้เห็นตรงกับที่พระองค์เคยรู้เคยเห็นมา นำเรื่องมากราบทูลถามว่าเรื่องอย่างนี้ๆๆ มันเป็นไปได้ไหม พระองค์จะเอาผู้นั้นเป็นหลักฐานพยานในการเทศนา

เช่นอย่างนางกุลธิดาคนหนึ่ง เอาดอกบวบขม ๔ ดอก จะไปบูชาพระสถูปซึ่งเป็นที่บรรจุพระอัฐิของพระพุทธเจ้าวิปัสสี ทีนี้แกก็วิ่งตามหลังเขาไป ไม่ได้พิจารณาถึงทางว่ามันจะมีอันตรายอะไร บังเอิญโคลูกอ่อนมาขวิดแกตายในขณะนั้น ยังไม่ได้ไปบูชา แล้วแกก็ไปเกิดในสวรรค์ มีวิมานทองอยู่ สูงถึง ๑๒ โยชน์ เครื่องประดับตกแต่งล้วนแต่สีเหลือง

เสร็จแล้วพระโมคคัลลาน์ไปพบแกเข้า ไปเห็นสมบัติแกมากมายก่ายกอง เลยถาม

“นางทำบุญอะไรจึงได้มีสมบัติมากมาย”

แกก็เอียงอาย เพราะว่าแกทำบุญนิดหน่อย เพียงแค่เอาดอกบวบขม ๔ ดอกจะไปบูชา แล้วก็ยังไม่ได้บูชาเสียด้วยซ้ำ ไปตายกลางทาง แล้วไปเกิดเป็นเทวดา ก็ไม่อยากบอก แต่พระคุณเจ้าเคี่ยวเข็ญ ทนไม่ไหวก็ต้องบอก

พอบอกแล้วพระโมคคัลลาน์ก็นำเรื่องไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พอกราบทูลเสร็จปั๊บ

“โมคคัลลาน์ เธอไปรู้ไปเห็นมาแล้ว จะมาถามเราทำไม เรียกพระภิกษุสงฆ์มาประชุมกัน เราจะแสดงธรรม” นั่นแหละ พระองค์จึงจะพูด

สาวกสมัยปัจจุบันนี้มันเก่งกว่าพระพุทธเจ้า ปฏิบัติธรรมนี่ก็.. “มาๆๆ มาปฏิบัติกับอาตมานี่ จะไม่ให้เกิน ๗ วัน”

ครูบาอาจารย์ของเรานี่ก็มีหลายองค์ เคยชักชวนหลวงพ่อไปอยู่ด้วย

“ไปอยู่กับผมไหมล่ะ อย่างท่านนี่จะไม่ให้เกิน ๗ วันจะให้สำเร็จ” แต่ไม่ทราบว่าพระคุณเจ้านั้นสำเร็จอะไร

ภายหลังมา ผู้ที่มาชักชวนเราให้ไปปฏิบัติด้วย จะให้เราสำเร็จภายใน ๗ วันนี่ ภายหลังนี่ท่านก็สึกไปเป็นฆราวาส ไปมีครอบครัวเหมือนกัน ไม่รู้ว่าท่านเอาความรู้ความเข้าใจอะไรมาพูด


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 09/10/2014 - 12:22

:09:


ของแท้ ธรรมนำวัตถุ ของเทียม วัตถุบังธรรม


สำนักวัดที่ท่านเป็นนักปฏิบัติอย่างแท้จริง ท่านจะรักษาธรรมชาติให้กลมกลืนกับการปฏิบัติ เพราะการปฏิบัติธรรมนี่ หลักปฏิบัติที่ถูกต้องคือปฏิบัติตามหลักของธรรมชาติ

พระวัดใดที่หย่อนคุณธรรม มักจะสร้างวัตถุตกแต่งวัดวาอาวาส ประเดี๋ยวสร้างกุฏิสวยๆ แล้วก็มีสวนหย่อม มีอะไรต่ออะไรอุตลุด หลวงตามหาบัวมีแต่ป่ากับกระรอกกระแตเต็มไปหมด

เพราะฉะนั้น การปฏิบัติธรรมนี่ ใครจะอย่างไรก็ช่างใคร อย่าไปกลัวคนอื่นจะลงนรก ให้กลัวเราคนเดียวจะลงนรก มุ่งหน้าปฏิบัติเอาตัวเองให้มีคุณธรรม ให้มันมีทางรอด ให้มองเห็นทางพ้นทุกข์ ให้มันเห็นแต่ทางบุญทางกุศล

พูดอย่างนี้เห็นแก่ตัวหรือเปล่า ใครจะว่าเห็นแก่ตัวก็ว่าไป เราไม่ได้ไปประกาศโฆษณาใครที่ไหน วัดเราใครเข้ามา... คนต่างจังหวัดมา เขาจะมาถามว่า

“หลวงพ่อมีงานอะไร”

“คุณถามทำไม”

“ทำไมคนจึงมาเยอะ ทีพวกเราประกาศปาวๆๆๆ ไม่เห็นมีใครเข้าวัด”


ขนาดวัดวะภูแก้วนี่สร้างขึ้นเมื่อวานนี้ มันก็ยังมีความหมายสำคัญสำหรับสังคม เด็กเล็กเด็กน้อยมันก็ไปภาวนาเดือนละ ๓ ครั้ง ๓ รุ่น แต่ละรุ่นก็ ๑๐๐, ๒๐๐, ๓๐๐ ... ปีหนึ่งๆ เราได้ปลูกฝังคุณธรรมแก่เยาวชนไม่น้อยกว่าปีละหมื่นคน


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 09/10/2014 - 13:27

:09:


อวดอุตตริมนุสสธรรม


เวลาหลวงพ่อพูดเกี่ยวกับเรื่องสมาธิ เรื่องอะไร จะรู้อะไร เห็นอะไรนี่ หลวงพ่อชอบใช้คำว่า “ฝัน” เพราะว่าฝันนี่ ผู้คนธรรมดาสามัญมันก็ฝันได้ ถ้าไปบอกว่า ฉันรู้เห็นด้วยญาณด้วยฌานอะไรต่างๆ นี่ มันกลายเป็นอวดอุตตริมนุสสธรรม

อุตตริมนุสสธรรม ถ้ามันไม่เป็นจริง ใครพูดอวด มันต้องอาบัติปาราชิก แม้แต่ว่าการอยู่ในเรือนว่าง การอยู่ป่าช้า การอยู่โคนต้นไม้ เราไม่ได้ปฏิบัติเช่นนั้น ไปเที่ยวคุยอวดว่าเราปฏิบัติอย่างนั้น มันก็เป็นการอวดอุตตริมนุสสธรรม

ในบทบอกอนุสาสน์ อุปะสัมปันเนนะ ภิกขุนา อุตตะริมะนุสสะธัมโม นะ อุลละปิตัพโพ อันตะมะโส สุญญาคาเร อะภิระมามีติ. การอวดอุตตริมนุสสธรรมคือคุณธรรมที่ไม่มีในตน โดยที่สุดแม้อวดว่า เราอยู่เรือนว่าง อยู่โคนต้นไม้ อยู่ป่าช้า ซึ่งเราไม่ได้ปฏิบัติอย่างที่ว่านั้น ทีนี้ภิกษุผู้อวดอุตตริมนุสสธรรม อัสสะมะโณโหติ ไม่เป็นสมณะ แล้วก็เป็นการทำลายตัวเอง.. ปาราชิก ๔ ข้อสุดท้าย อวดอุตตริมนุสสธรรม

อนุสาสน์ ๘ กรณียกิจ ๔ อกรณียกิจ ๔ กรณียกิจ ๔ เป็นกิจที่ควรทำ เที่ยวบิณฑบาต นุ่งห่มผ้าบังสุกุล อยู่โคนไม้เป็นวัตร ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ทีนี้อกรณียกิจ คือกิจที่ไม่ควรทำ เสพเมถุน ลักของเขา ฆ่ามนุษย์ให้ตาย อวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน

พระภิกษุไปอวดอุตตริมนุสสธรรม แม้เป็นจริง บอกอุตตริมนุสสธรรมแก่คฤหัสถ์ เป็นอาบัติปาจิตตีย์


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 09/10/2014 - 13:30

:09:


บารมีธรรมชักนำศรัทธา


นักปฏิบัติโดยทั่วๆ ไปที่ประกาศโฆษณากันอยู่ปาวๆ ได้แต่ประกาศโฆษณา แต่การปฏิบัติมันไม่ถึงขั้น อย่างปัจจุบัน มาเทียบกับของเรานี่ เวลาคนต่างถิ่นเขามาที่วัดเรานี่ เขาจะถามว่ามีงานอะไร เพราะว่ารถยนต์จอดอยู่เป็นแถว ผู้คนก็ไม่ขาด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะบารมีของครูบาอาจารย์ที่ท่านสร้างเอาไว้แล้ว

หลวงพ่อยังได้เคยพูดอยู่เสมอว่า วัดของเรานี่มันเป็นคล้ายๆ กับว่าโรงงาน... โรงงานที่ไม่ต้องลงทุนซื้อวัตถุดิบ แต่มีลูกค้าเอามาป้อนให้เรื่อย เสียอย่างเดียวว่า บุคลากรของเราที่จะรองรับสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นมันยังไม่พร้อม

เพราะฉะนั้น โดยทั่วๆ ไป ชาวบ้านทั้งหลายที่เขาเร่ร่อนไปมา อย่างไปหาหลวงปู่มหาบัว ไปหาใครต่อใครที่มีชื่อเสียงในทางปฏิบัตินี่ พวกนี้ไม่ตื่นพระหมอวิชาอาคม แต่ชอบไปแสวงหาความดีจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

ถ้าหากว่าพระเจ้าพระสงฆ์ซึ่งเป็นผู้นำในภายในมีความเข้มแข็ง เราไม่ต้องไปประกาศโฆษณาหาคนเข้าวัด มันจะหลั่งไหลมาเอง

ตอนหลวงพ่อมาอยู่วัดนี้ทีแรกนี่ คุณพ่อเขานี่ (นายวัน คมนามูล) มาบอกว่า

“การก่อสร้าง พระคุณเจ้าไม่ต้องกระตือรือร้น ขอให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ การก่อสร้าง ญาติโยมเขาย่อมดูอยู่”

พอหลังจากนั้นหลวงพ่อก็สบายใจ ใครจะสร้างก็สร้าง ไม่สร้างก็ตามใจ พอเสร็จแล้วมันก็เป็นเอง ก็เป็นอย่างที่ผู้เฒ่าท่านว่า

อันนี้เราสร้างความดีไม่ถึงที่ สร้างความดีไม่สมบูรณ์แบบ แต่กลายเป็นคนชิงสุกก่อนห่าม ไปมุ่งหาแต่สมบัติ หาแต่วัตถุ แต่คุณธรรมไม่สนใจ พอเสร็จแล้วมันก็ไม่มีเครื่องดึงดูด

คุณธรรมที่มีอยู่ในจิตในใจของท่านผู้ใด ไม่เฉพาะแต่นักบวช แม้แต่คฤหัสถ์ มันก็สามารถดึงดูดศรัทธาประชาชนได้


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 09/10/2014 - 13:37

:09:


ธรรมเนียมกรรมฐาน


ครูบาอาจารย์ในสายกรรมฐานนี่ ในยุคสมัยหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่สิงห์นี่ รู้จักกันหมด การปกครองของพวกเรานี่มันมี ๒ ฝ่าย
การปกครองที่เป็นพื้นฐาน เราขึ้นกับเจ้าคณะผู้ปกครองฝ่ายบริหาร นี่เป็นส่วนหนึ่งในทางกฎหมายปกครองคณะสงฆ์

แต่ในสายธรรมวินัยนี่ เราขึ้นกับครูบาอาจารย์ของเรา

ถ้าพูดถึงว่า อำนาจบังคับบัญชานี่ ฝ่ายบริหารท่านมีอำนาจทางวินัย ทางกฎหมาย แต่อำนาจสิทธิขาดมันสู้ครูบาอาจารย์ของเราไม่ได้

ลูกศิษย์ ครูบาอาจารย์ของเรานี่ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ องค์นี้อยู่ตรงนี้ อยู่ให้ได้ ๓ ปี ทีนี้ถ้าถึง ๓ ปีแล้ว ถ้าใครยังไม่ขยับ ท่านเอาองค์อื่นมาไล่

“เออ! ไปช่วยท่านองค์นั้นหน่อย ประเดี๋ยวอยู่นานมันจะติดญาติติดโยม ติดข้าวต้มขนม” ท่านว่าอย่างนี้ แล้วแต่ใครจะสมัครไป ถ้าไม่สมัคร ท่านก็สั่ง สั่งแล้วต้องไป

พอไปแล้ว ... “เอ้อ..ท่านเอ๊ย อยู่เป็นสมภารมานานปีแล้ว ให้เราขอเป็นสมภารหน่อยเถอะ เราอยากเป็นสมภาร” บางท่านก็ไปพูดตลกๆ อย่างนี้ แล้วท่านก็รู้ความหมายกัน ท่านไม่ได้กล่าวหาว่าท่านองค์นี้มาไล่เราหนีนี่ ท่านไม่ได้ว่าอย่างนั้น ท่านรู้แผนการของครูบาอาจารย์อยู่แล้ว ถึงแม้จะมีอะไรยังข้องอยู่ ท่านก็มอบหมายกัน

พูดแล้วก็คล้ายๆ กับว่า ถ้าครูบาอาจารย์พูดแล้ว ไม่มีใครขัดแย้ง พูดแล้วเป็นแล้ว

แม้แต่สิ่งของที่เขาเอามาถวายอย่างนี้ องค์ใดองค์หนึ่ง “โอ้! สิ่งนี้ผมไม่มีใช้ ผมขอซะ”

ทุกคนก็ยกมือสาธุเลย ไม่มีใครขัดแย้งสิ่งของของกันและกันนี่

“เออ! อันนี้มันมีเยอะเว้ย ขอแบ่งไปใช้หน่อย”

“เอ้า..นิมนต์เลย”

ถึงไม่ขอก็..พอมีของมา ท่านจะถามว่า

“นี่! มีใช้ไหม”

“ไม่มี”

“อยากได้ไหมล่ะ”

“ถ้าได้ก็ดี”


แล้วท่านก็ถวายกันไปเลย ของจะมีค่ามีราคาเท่าไรๆ ท่านไม่ได้คำนึงถึง

คำว่า ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน ในวงการคณะกรรมฐานนี่ ไม่มี


หลวงพ่อเจ้าคุณธรรมบัณฑิต เจ้าคุณเทพกวี มหาข่าย แล้วก็หลวงพ่อ ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ร่วมกัน ใช้สตางค์กระเป๋าเดียวกัน โดยเฉพาะหลวงพ่อใหญ่ เจ้าคุณธรรมบัณฑิตนี่ “อ้าว! ไปธุระโน่น ไม่รู้ล่ะ” เราก็รู้นิสัยครูบาอาจารย์อยู่แล้ว เราก็ต้องเตรียมพร้อม

พอไปโน่นไปนี่ เขามีการก่อสร้างมีอะไร ท่านจะช่วย

“เอ้า! เอาปัจจัยช่วยเขาหน่อย พันสองพัน” เรามีหรือไม่มีท่านไม่เคยถาม แต่เรารู้นิสัยกันแล้ว เราก็ต้องเตรียมพร้อมถ่ายเดียว แล้วก็ไม่เคยปฏิเสธ

แม้แต่ไปสวด บิณฑ์บังส์สังสวดมาด้วยกัน ท่านไม่เคยแบ่งให้ ท่านจะเอาไปทำอะไร ท่านก็เอาไปเถอะ เราก็ไม่ว่า ไม่ได้ติดใจ

... เราก็มารู้ระเบียบการของวัดป่าสาลวัน ตั้งแต่หลวงปู่สิงห์ หลวงปู่อ่อนท่านอยู่ ผลประโยชน์ที่เกิดจากพระสงฆ์นี่ ใครจะไปได้มาจากทางไหนๆ มารวมกันไว้ในจุดเดียวกัน ท่านไม่ได้แบ่งแยกเป็นส่วนบุคคล แต่ท่านจะพิจารณาสงเคราะห์กันเป็นครั้งคราว


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 09/10/2014 - 16:19

:09:


ธรรมคุ้มครองแม้ในความฝัน


หลวงพ่อสมัยเป็นสามเณร กำลังเริ่มหนุ่มๆ วัยคะนอง พอนั่งสมาธิปั๊บ จิตมันนึกถึงเจ้าสาวที่ตัวชอบ ภาวนา พุทโธๆๆๆ เอ้า! ประเดี๋ยวมันก็วิ่งไปหาสาวๆ ชื่อมันชื่อ ยายประยูร มันก็ไปนึก ประยูรๆๆๆ แทน พุทโธ มันลงเป็นสมาธิเหมือนกัน

พอจิตเป็นสมาธิ บางทีก็เห็นหน้าเขา บางทีมันไม่เฉพาะแต่เห็นหน้าน่ะซิ พอจิตมันสงบ สว่าง โน่น! วิ่งไปบ้านเขาเลย จิตมันออก มันไปค้นดูหมดจนกระทั่งภายในห้องนอน

แล้วทีนี้บางทีพอไปเห็นแล้ว เพราะกิเลสความรักความชอบมันมีอยู่ จิตอกุศลมันก็เกิดขึ้น มันคิดจะทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ขึ้นมา มันก็บอกตัวเองว่า สิ่งนี้ไม่ควรแก่เรา เราไม่ควรทำ

จึงมาตีความว่า อ้อ! นี่หนอ ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง ธรรมะคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติธรรม แม้แต่ในฝันมันก็ยังเตือนเรา


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 13/10/2014 - 11:58

:09:


ปาติโมกข์คือหลักการปกครองคณะสงฆ์


ศีล เป็นข้อบังคับ เป็นพุทธอาณา เป็นอำนาจของพระพุทธเจ้า ซึ่งทรงบัญญัติเอาไว้สำหรับกล่อมเกลาความประพฤติของนักบวชให้มีความละเอียดประณีตยิ่งขึ้น รวมแล้วมีอยู่ ๒๒๗ สิกขาบท

มีปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๓ อนิยตะ ๒ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ ปาจิตตีย์ ๙๒ ปาฏิเทสนียะ ๔ เสขิยวัตร ๗๕ อธิกรณสมถะ ๗ รวมเป็น ๒๒๗

อันนี้เป็น พุทธอาณา ที่พระพุทธเจ้าวางอำนาจไว้ เป็นหลักการปกครองคณะสงฆ์

แม้แต่เวลาที่พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระอานนท์ได้ทูลถามว่า

“ในกาลที่พระพุทธองค์เสด็จเข้าสู่ปรินิพพานแล้ว จะแต่งตั้งใครเป็นศาสดาแทนพระองค์”

พระองค์ก็รับสั่งว่า

“ดูก่อน อานนท์ วินัยที่เราบัญญัติไว้ดีแล้วนั่นแหละ จะเป็นศาสดา เป็นครู สั่งสอนพวกเธอทั้งหลาย ผู้ใดจะปฏิบัติเจริญตามรอยของเราตถาคต ต้องยึดมั่นในวินัยคือศีลให้เคร่งครัด เพราะธรรมวินัยที่เราบัญญัติไว้แล้วจะเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลาย”

พระองค์รับสั่งอย่างนี้


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11876
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 13/10/2014 - 12:05

:09:


ไม่มีเจตนาไม่เป็นอาบัติ


อาบัติปาราชิก เมื่อภิกษุต้องแล้ว ขาดจากความเป็นพระภิกษุ

เมื่อวานนี้ก็มีท่านหนึ่งที่ไปปลงอสุภะศพที่โรงพยาบาลตำรวจ บังเอิญไปเห็นปัจจัยเขาตกอยู่ นึกว่าเป็นของตัวเองตกหล่น ก็เลยเก็บเอามาไว้ พอมาดูของตัวเอง อ้าว! ของเรายังอยู่ ก็เลยเอาไปคืนไว้ แล้วก็สงสัยข้องใจตัวเอง ว่าเก็บของตกนี่เป็นอาบัติหรือเปล่า

ทีนี้ถ้าหากว่าของนั้นไม่ใช่ของเรา เป็นของที่ตกอยู่ ของตกหล่นซึ่งเป็นของมีค่า เจ้าของเขายังอาลัยในสิ่งของของเขา ถ้าพระภิกษุไปเก็บ ต้องอาบัติตามราคาของสิ่งของ ถ้ามีราคาต่ำกว่า ๑ บาท ต้องอาบัติถุลลัจจัย ถ้าหากว่ามีราคามากกว่า ๑ บาท คือมากกว่า ๕ มาสก มาสกหนึ่ง ๒๐ สตางค์ ๒๐ สตางค์ ๕ หน เป็น ๑ บาท สมัยโบราณท่านเปรียบเทียบกับทองคำหนักเท่าเมล็ดข้าวเปลือก แล้วก็เทียบออกมาเป็นเงินตรา เป็นราคา ๑ บาท

ถ้าสิ่งของเหล่านั้นไม่ใช่ของเรา หรือเราไม่มีข้อสงสัยว่าจะเป็นของเรา ไปหยิบเอาโดยเจตนาก็เป็นอาบัติ ถ้าของนั้นเกินราคา ๑ บาทขึ้นไป ก็เป็นอาบัติปาราชิก แต่ว่าท่านผู้ที่เก็บเงินตกได้นึกว่าเป็นของตัวเองตกหล่นก็เลยเก็บมา พอมาสงสัยว่าผมจะเป็นอาบัติไหม เพราะในเมื่อมาดูของตัวเองแล้ว ของเรายังอยู่ จึงเข้าใจว่าของนั้นเป็นของคนอื่นที่ทำตกเอาไว้ ก็เลยเอาไปคืนเขา

นี่ ในลักษณะอย่างนี้ เราไม่มีเจตนา เราไม่มีเจตนาที่จะไปหยิบเอาของของเขา แต่เราเข้าใจว่าเป็นของของเรา ไม่เป็นอาบัติ เป็นอาบัติเฉพาะจับเงินจับทอง เป็นอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ รับเงินทองด้วยมือตัวเอง


เหตุการณ์อย่างนี้เคยเกิดขึ้นกับหลวงพ่อ

ปากกาอยู่ในย่าม ปากกาด้ามนั้นมันราคา ๓๐๐ บาท ปาร์คเกอร์สมัยก่อน เอาใส่ย่ามแล้วก็เดินไปในเมือง ย่ามสมัยก่อนมันไม่มีถุงเล็กถุงน้อยเหมือนอย่างทุกวันนี้ ก็เสียบเกาะปากย่าม เวลาดึงเอาของ ของมันก็มาเกาะเอาปากกาหลุดหล่นไม่รู้ตัว จนกระทั่งเข้าไปทำธุระในเมืองหลายชั่วโมง กลับมาแล้วก็มาเห็นปากกาตกหล่น

ก่อนที่จะหยิบก็ค้นหาปากกาในย่ามของตัวเอง มันไม่มี แล้วมองดูปากกาที่ตกอยู่นั่น มันรูปร่างลักษณะก็เหมือนของเรา แล้วยังแถมมีสลักชื่อด้วย ก็เลยหยิบขึ้นมาดู แต่ถ้าหยิบขึ้นมาดูแล้วไม่เห็นชื่อ เราก็ต้องวางไว้ที่เดิม ในลักษณะอย่างนี้ไม่เป็นอาบัติ


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



คำตอบต่อไป: เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - ลูกโป่ง - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - แทนนาม - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - ลูกโป่ง -
  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ