ลานธรรมเสวนา: พระอาจารย์ มิซูโอะ คเวสโก ลาสิกขาแล้ว - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

พระอาจารย์ มิซูโอะ คเวสโก ลาสิกขาแล้ว วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2556

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   gallery ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 536
  • สมัคร: 10/06/2007

ตอบ: 10/06/2013 - 14:56

พระมิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ได้ลาสขาบทและเดินทางออกจากประเทศไทยไปต่างประเทศโดยไม่มีกำหนดกลับ

พระมิตซูโอะ เป็นพระภิกษุชาวญี่ปุ่น บวชในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท คณะมหานิกาย เป็นศิษย์รุ่นแรกของพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก มีชื่อเดิมว่า "มิตซูโอะ ชิบาฮาชิ" เป็นชาวจังหวัดอิวะเตะ ประเทศญี่ปุ่น เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2494 สำเร็จการศึกษาในระดับไฮสคูล (เทียบเท่าระดับ ปวช. หรือ มศ.5 ตามระบบการศึกษาไทย) สาขาเคมี ณ เมืองโมะริโอะกะ จังหวัดอิวะเตะ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจึงทำงานจนสามารถเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง และออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกเพื่อแสวงหาความหมายของชีวิตตั้งแต่ พ.ศ. 2514

พระมิตซูโอะ ได้เดินทางมาสู่ประเทศไทย หลังจากได้เดินทางแสวงหาธรรมะที่แท้จริงมาแล้วจากหลายประเทศทั่วโลกทั้งอินเดีย, เนปาล, อิหร่าน, ยุโรป แล้วเปลี่ยนความตั้งใจที่เดิมจะไปยังแอฟริกา ไปเป็นที่อินเดียอีกครั้งในปี พ.ศ. 2517 แต่ได้เปลี่ยนใจเมื่อระลึกได้ถึงพุทธคยา เห็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ก็ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าและประจักษ์ต่อใจตนเองว่า แท้จริงแล้วความสุขที่แท้จริงอยู่ที่จิตใจภายในตนเอง จึงหยุดการแสวงหาจากภายนอก มาสู่การแสวงหาจากภายใน

ในชั้นแรกพระมิตซูโอะ ไปฝึกโยคะอยู่ที่สำนักโยคีแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย และเกิดความพอใจที่จะเป็นโยคีอยู่ที่อินเดียตลอดชีวิต แต่ต่อมาเกิดปัญหาว่าวีซ่าของท่านหมดอายุ ท่านจึงเดินทางมาประเทศไทยอีกครั้งเพราะมีผู้แนะนำให้ท่านไปศึกษาพุทธศาสนาที่ประเทศไทย เมื่อมาถึงเมืองไทยแล้วท่านจึงได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ

จากนั้นเมื่อท่านบรรพชาได้ 3 เดือน ท่านได้แสวงหาสถานที่ปฏิบัติธรรม มีผู้แนะนำท่านให้ไปกราบหลวงพ่อชา สุภทฺโท ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งท่านก็ได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อตั้งแต่บัดนั้น และได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ได้รับฉายา "คเวสโก" หมายถึง "ผู้แสวงหาซึ่งฝั่ง"

พระอาจารย์มิตซูโอะเป็นผู้บุกเบิกวัดป่าสุนันทวนาราม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดป่านานาชาติ และปัจจุบันดำรงสถานะเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งนับเป็นสาขาที่ 117 ของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้แล้วในปี พ.ศ. 2533 ยังเป็นผู้ริเริมมูลนิธิมายา โคตมี ที่ให้การช่วยเหลือด้านการให้ทุนการศึกษาแก่เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งของวัดหนองป่าพง ที่ท่านได้อุปสมบทมาก่อน...


http://www.matichon....&catid&subcatid


http://www.watpahsunan.org/

https://www.facebook...mitsuo.gavesako
0


  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1759
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 10/06/2013 - 15:33

:09:
เฉยๆ
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   บูมบูม ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลลานธรรม
  • ตอบ: 2680
  • สมัคร: 29/02/2004

ตอบ: 10/06/2013 - 15:56

เคารพการตัดสินใจของท่านครับ _/\_ :)
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   บูมบูม ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลลานธรรม
  • ตอบ: 2680
  • สมัคร: 29/02/2004

ตอบ: 10/06/2013 - 16:20

พระหลายรูป ที่แม้ต่อมาได้ลาสิกขาบทออกมาเป็นฆราวาส
แต่ท่านก็สามารถทำประโยชน์ได้มากมาย
อย่างท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ
ท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
ท่านอาจารย์พร รัตนสุวรรณ ฯลฯ

_/\_ _/\_ _/\_
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1911
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 10/06/2013 - 16:50

เท่าที่อ่านจากข่าวแล้ว น่าจะมีอะไรซับซ้อนมากกว่าที่เห็น
ซึ่งคงจะต้องรอความชัดเจนหรือข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หรือเป็นเพราะเหตุใดก็ตาม
พระธรรม ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงตรัสไว้ดีแล้ว ยังคงดำรงอยู่
และถือเป็นพระศาสดาของเราในปัจจุบัน

พวกเราจึงควรมุ่งศึกษาและปฏิบัติธรรมของเราต่อไป
เพื่อมุ่งไปสู่ความพ้นทุกข์สิ้นเชิงครับ :09:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   reuters ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 194
  • สมัคร: 07/04/2009

ตอบ: 10/06/2013 - 17:26

ขอถามนอกรอบ ถ้าเป็นพระโสดาบัน จะลาสิกขา ไหมครับ
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1664
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 10/06/2013 - 18:04

:39: :80:
อึ้ง!'พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก'สึก
อึ้ง!'พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก'สึก ลูกศิษย์เตรียมแถลงข่าว11มิ.ย.

10มิ.ย.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ได้ลาสิกขาบทไปเมื่อวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา และเดินทางออกจากประเทศไทยไปต่างประเทศแล้วโดยไม่มีกำหนดกลับ ทั้งนี้ทางวัดจะแถลงข่าวถึงสาเหตุในวันที่ 11 มิ.ย.2556

ทั้งนี้ล่าสุด​ได้มีลูกศิษย์ของพระอาจารย์มิตซู​โอะ ​ในนาม @iPattt ทวีตผ่านทวิ​เตอร์ว่า "​โทร​ไปที่มูลนิธิมายา​โคตมี ​เมื่อสักครู่นี้ว่าพระอาจารย์มิตสุ​โอะ ลาสิกขาจริง​หรือ​ไม่ ​ได้รับคำตอบว่าลาสิกขา​แล้วจริง! ​แต่รายละ​เอียดจะ​แถลงอีกที"

สำหรับประวัติพระอาจารย์มิตซูโอะ มีชื่อเดิมว่า "มิตซูโอะ ชิบาฮาชิ" เป็นชาวจังหวัดอิวะเตะ ประเทศญี่ปุ่น เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2494 สำเร็จการศึกษาในระดับไฮสคูล (เทียบเท่าระดับ ปวช. หรือ มศ.5 ตามระบบการศึกษาไทย) สาขาเคมี ณ เมืองโมะริโอะกะ จังหวัดอิวะเตะ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจึงทำงานจนสามารถเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง และออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกเพื่อแสวงหาความหมายของชีวิตตั้งแต่ พ.ศ. 2514

พระอาจารย์มิตซู​โอะ ​เดินทางมาสู่ประ​เทศ​ไทย หลังจาก​ได้​เดินทาง​แสวงหาธรรมะที่​แท้จริงมา​แล้วจากหลายประ​เทศทั่ว​โลก​ทั้งอิน​เดีย, ​เนปาล, อิหร่าน ​และ ยุ​โรป กระทั่ง​ได้​เดินทางมาประ​เทศ​ไทยอีกครั้ง ​และบวช​เป็นสาม​เณรอยู่ ณ วัด​เบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุง​เทพฯ

ต่อมามี​ผู้​แนะนำ​ให้​ไปกราบหลวงพ่อชา สุภทฺ​โท ที่จังหวัดอุบลราชธานี ​และ​ได้​เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชาตั้ง​แต่บัดนั้น ​และ​ได้รับ​การอุปสมบท​เป็นพระภิกษุ​เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ​ได้รับฉายา "ค​เวส​โก" หมาย​ถึงผู้​แสวงหา​ซึ่งฝั่ง

พระอาจารย์มิตซู​โอะ​เป็น​ผู้บุก​เบิกวัดป่าสุนันทวนาราม อำ​เภอ​ไทร​โยค จังหวัดกาญจนบุรี ​ซึ่ง​เป็นวัดป่านานาชาติ กระทั่ง​ได้ดำรงสถานะ​เป็น​เจ้าอาวาส จน​ถึงปัจจุบัน อีก​ทั้ง​ในปี พ.ศ. 2533 พระอาจารย์มิตซู​โอะ ​ได้ก่อตั้งมูลนิธิมายา ​โคตมี ที่​ให้​การช่วย​เหลือด้าน​การ​ให้ทุน​การศึกษา​แก่​เด็กๆ ที่ขาด​โอกาส ที่จังหวัดอุบลราชธานี ​ซึ่ง​เป็นจังหวัดที่ตั้งของวัดหนองป่าพง ที่ท่าน​ได้อุปสมบทมาก่อน

:74:
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1664
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 10/06/2013 - 18:06

แสดงข้อความที่โพสต์reuters [ 10/06/2013 - 17:26 ]

ขอถามนอกรอบ ถ้าเป็นพระโสดาบัน จะลาสิกขา ไหมครับ

ลาได้ครับ
เป็นเรื่องธรรมดา.....
:82:
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   Rakjitwan ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 67
  • สมัคร: 12/03/2008

ตอบ: 10/06/2013 - 18:11

รู้สึกใจหาย...แต่เมื่อมีผู้กล่าวว่า "อย่ายึดติดในตัวตน ให้มองที่ธรรม" จึงค่อยกลับมาเป็นปกติค่ะ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าท่านยังคงทำความดีให้กับสังคมได้อีกมากมายต่อไปค่ะ
:09:
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   reuters ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 194
  • สมัคร: 07/04/2009

ตอบ: 10/06/2013 - 19:14

แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 10/06/2013 - 18:06 ]

แสดงข้อความที่โพสต์reuters [ 10/06/2013 - 17:26 ]

ขอถามนอกรอบ ถ้าเป็นพระโสดาบัน จะลาสิกขา ไหมครับ

ลาได้ครับ
เป็นเรื่องธรรมดา.....
:82:

สาเหตุ ลาสิขา "อาจเป็น"เพราะพระอาจารย์ เป็นโรคเบาหวาน

เบาหวานรุมพระมิตซูโอะลาสิกขา

ช็อกวงการสงฆ์ พระอาจารย์มิตซูโอะ คะเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม กาญจนบุรี ลาสิกขาบท เดินทางกลับไปญี่ปุ่นประเทศบ้านเกิดเมืองนอน สาเหตุจากโรคป่วยเป็นโรคเบาหวานทำให้ปฏิบัติภารกิจสงฆ์ได้เป็นปกติ

จากกรณี ที่มีกระแสข่าวว่า พระอาจารย์มิตซูโอะ คะเวสโก อายุ 62 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม เลขที่ 110 บ้านท่าเตียน ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ได้ลาสิขาบถ ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ ได้เดินทางไปอาศัยอยู่ยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบ้านเกิด
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบเกี่ยวกับเรื่อง การลาสิขาบถของเจ้าอาวาส วัดป่าสุนันทวนาราม เบื้องต้น มีสาเหตุมาจาก ท่านเป็นโรคเบาหวานซึ่งเป็นประจำตัว มานาน ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรงไม่สามารถปฏิบัติ ภารกิจทางสงฆ์ได้เป็นปกติ จึงตัดสินใจลาสิขาบถ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ คณะเจ้าหน้าที่ มูลนิธิมายา โคตมี ซึ่งเป็นมูลนิธิที่พระมิตซูโอะสร้างขึ้น ในวัดป่าสุนันท์วนาราม โดยจะทำการแถลงข่าวให้ทราบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.)

http://www.dailynews...thailand/210877

:09: :09: :09: ขอให้หายป่วยเร็วๆครับสาธุๆ

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย reuters: 10/06/2013 - 19:15

0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12137
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 10/06/2013 - 19:22

เคารพการตัดสินใจของท่านครับ
:09: :09: :09:
“..ไอ้คนเรานี้มันก็แปลก ชอบเอาลมปากเผากัน
เอาไฟกิเลส โมหะ โทสะ ราคะ เผากัน
เผาตนเอง เผากาย เผาใจตนเองยังไม่พอ
ชอบเผื่อแผ่ไปเผาชาวบ้าน ชาวช่องเขาด้วย
เผาจิตเผากายของเขา มันสนุกหรืออย่างไร
วิสัยชาวโลก ชอบนินทา-สรรเสริญ
... ไฟร้อน ไฟเย็น ก็เผาได้เผาดี................ ”

หลวงปู่บุดดา ถาวโร
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   บุญยัง ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 680
  • สมัคร: 23/04/2005

ตอบ: 10/06/2013 - 21:14

ทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดดับๆ เป็นสายน้ำเป็นเรื่องราวต่างๆนาๆ เคารพในการตัดสินใจของท่านครับ :09:
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   ปล่อยรู้ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1950
  • สมัคร: 24/02/2008

ตอบ: 10/06/2013 - 21:16

ธรรมยังคงอยู่ ผู้รู้ยังคงไป

ธรรมไม่มีวันสลาย ผู้รู้ปลี่ยนไปมิวาย...
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1911
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 10/06/2013 - 23:00

แสดงข้อความที่โพสต์reuters [ 10/06/2013 - 17:26 ]

ขอถามนอกรอบ ถ้าเป็นพระโสดาบัน จะลาสิกขา ไหมครับ


แสดงข้อความที่โพสต์อโศกะ [ 10/06/2013 - 18:06 ]

ลาได้ครับ
เป็นเรื่องธรรมดา.....

ผมเข้าใจว่ากรณีที่ถามและตอบนี้ไม่ได้หมายถึงพระอาจารย์ในกระทู้โดยเฉพาะเจาะจงนะครับ
แต่เป็นการถามและตอบในกรณีทั่ว ๆ ไปว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พระภิกษุที่บรรลุโสดาบันแล้วจะลาสิกขา
ส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่าจะแปลกมากนะครับที่พระภิกษุบรรลุโสดาบันแล้วจะสึกออกมาเป็นฆราวาส
จึงลองไปค้นดูแล้ว พบว่ามีความเห็นแย้งว่า
ถ้าพระภิกษุท่านเป็นพระโสดาบันแล้ว ท่านย่อมไม่ลาสิกขาแล้วนะครับ

อ้างอิง

สารีบุตร ! ที่มักกล่าวกัน ว่า
'โสดาบัน โสดาบัน' ดังนี้ เป็นอย่างไรเล่า สารีบุตร ?

"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
ท่านผู้ใด เป็นผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยอริยมรรคมีองค์แปดนี้อยู่
ผู้นั้นแล ข้าพระองค์เรียกว่าเป็นพระโสดาบัน
ผู้มีชื่ออย่างนี้ ๆ มีโคตรอย่างนี้ ๆ พระเจ้าข้า !"

สารีบุตร ! ถูกแล้ว ถูกแล้ว
ผู้ที่ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยอริยมรรคมีองค์แปดนี้อยู่
ถึงเราเองก็เรียกผู้เช่นนั้น ว่าเป็น พระโสดาบัน

ผู้มีชื่ออย่างนี้ ๆ มีโคตรอย่างนี้ ๆ
มหาวาร. สํ. ๑๙/๔๓๕/๑๔๓๒-๑๔๓๓

พระผู้มีพระภาคตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลายแม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน
หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน
ครั้งนั้น หมู่มหาชนพากันถือเอาจอบและตะกร้ามาด้วยประสงค์ว่า
พวกเราจักทำการทดแม่น้ำคงคานี้ให้ไหลกลับ ให้หลั่งกลับ ให้บ่ากลับ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
หมู่มหาชนนั้นจะพึงทำการทดแม่น้ำคงคาให้ไหลกลับ ให้หลั่งกลับ ให้บ่ากลับ ได้ละหรือ?

ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ไม่ได้ พระเจ้าข้า
พ. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร
ภิ. เพราะแม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน
การที่จะทำการทดแม่น้ำคงคาให้ไหลกลับ ให้หลั่งกลับ ให้บ่ากลับ มิใช่กระทำได้ง่าย
แต่เป็น การแน่นอนว่า หมู่มหาชนพึงเป็นผู้มีส่วนแห่งความลำบากยากแค้น แม้ฉันใด

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา มิตร สหาย
หรือญาติสาโลหิต จะพึงเชื้อเชิญภิกษุผู้เจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ผู้กระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ด้วยโภคะทั้งหลาย
เพื่อนำไปตามใจว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ เชิญท่านมาเถิด
ท่านจะนุ่งห่มผ้ากาสายะเหล่านี้ทำไม?
ท่านจะเป็นคนโล้นถือกระเบื้องเที่ยวไปทำไม?
ท่านจงสึกมาบริโภคโภคะและกระทำบุญเถิด
ภิกษุผู้เจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ผู้กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นั้น
จักลาสิกขาสึกออกเป็นคฤหัสถ์ ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะมีได้

ข้อนั้นเพราะเหตุไร?
เพราะว่าจิตที่น้อมไปในวิเวก โน้มไปในวิเวก โอนไปในวิเวก
ตลอดกาลนานนั้น จักสึกออกมาเป็นคฤหัสถ์ ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะมีได้
มหาวาร. สํ. ๑๙/๗๗/๒๙๖

http://watnapahpong....thread&tid=1096

ผมขออนุญาตแนะนำว่า คำตอบนั้นให้อิงพระธรรมคำสอนไว้นะครับ
ถ้าเราไม่ทราบ ก็ควรจะค้นหรือศึกษาก่อนครับ :09:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
1



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   บูมบูม ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลลานธรรม
  • ตอบ: 2680
  • สมัคร: 29/02/2004

ตอบ: 11/06/2013 - 00:52

โมทนาครับคุณงดงาม

ทางแก้ความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ดีที่สุด
(เพราะทำแล้วก็ยังเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาด้วย)

วิธีแก้ความสงสัยนั้นคือ
ผู้สงสัยต้องเพียรปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม
จนกระทั่งอริยมรรค มีพระโสดาบันปัตติผลเป็นต้น บังเกิดขึ้นกับตนเองให้ได้

แล้วจึงจะได้คำตอบที่ทำให้สิ้นสงสัยในเรื่องนี้ไปเองว่า
เมื่อบุคคลเข้าถึงความเป็นอริยจิตในระดับต่างๆ ด้วยฐานะต่างๆแล้ว
เค้าจะยังสามารถกระทำสิ่งต่างๆดังที่เคยสงสัยไว้กันได้หรือเปล่าครับ
2



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   บูมบูม ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลลานธรรม
  • ตอบ: 2680
  • สมัคร: 29/02/2004

ตอบ: 11/06/2013 - 08:04

มุมมองของคุณดังตฤณ จากFB เช้านี้ครับ
https://www.facebook...537647746292388


อ้างอิง

คนเรายึดถือสิ่งที่ตาเนื้อแลเห็น และใจสัมผัสได้ตรงๆ ไม่ใช่ยึดถือสิ่งที่ฟังสืบๆกันมาว่า ควรฝากชีวิตไว้ที่ไหน ใครมาก่อน ใครมาหลัง

ดังเช่นรากฐานของศรัทธาทางพุทธ ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์นั้น คือ พบเห็นพระพุทธองค์แล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธา นำไปสู่ความอยากรู้จัก อยากฟังคำสอนของท่าน และหลังจากลงใจสนิทแล้ว ก็พลอยทำให้เกิดความเคารพนบนอบต่อพระสงฆ์สาวกผู้เจริญรอยตามพระองค์ไปด้วย

โมเดลของที่พึ่งทางใจในสมัยพุทธกาล จึงเป็น พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

หลังพระพุทธเจ้าสิ้นพระชนม์ ไม่มีพระองค์ท่านให้เห็นด้วยตา รากฐานศรัทธาทางพุทธก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ แม้ท่องกันอยู่ว่า เรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งทางใจ แต่ในทางปฏิบัติ คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องพบเห็นบุคคลอันน่าเลื่อมใสเสียก่อน จึงเชื่อว่า ยังมีคำสอนที่น่ายอมรับฟังอยู่ เมื่อได้ตัวบุคคลไว้ยึดถือเป็นที่พึ่งแล้ว จึงค่อยฟังว่าท่านสอนอะไร ส่วนพระพุทธเจ้าเหลือเพียงพระพุทธรูปอันเป็นเครื่องเตือนให้ระลึกถึงว่ามีพระคุณสูงสุด มีไว้กราบไหว้เป็นหลัก ไม่ใช่มีไว้สอบว่าท่านสอนอะไรไว้แบบไหนแน่

โมเดลของที่พึ่งทางใจหลังยุคพุทธกาล จึงเป็น พระสงฆ์ พระธรรม พระพุทธ

ต่อเมื่อถึงยุคที่คนรุ่นใหม่เริ่มสืบทอดมรดกทางความคิดแบบ ‘อัตตา หิ อัตตโน นาโถ’ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จึงมีชาวพุทธอีกส่วนหนึ่ง เริ่มต้นเข้าทางพุทธด้วยการแสวงหาคำตอบมากกว่าแสวงหาบุคคล เริ่มเป็นอิสระจากการยึดว่า ‘ตัวบุคคล’ เป็น ‘ตัวศาสนา’ คือ ศึกษาธรรมะแล้วค่อยยึดพระพุทธเจ้าผู้ให้ธรรมะ เมื่อนั้น ความรู้สึกเสียขวัญจึงลดลง หรือไม่มีเลย เมื่อเกิดเหตุใดเหตุหนึ่งกับสรณะสุดท้าย คือ พระสงฆ์ ซึ่งเป็นบุคคลร่วมยุคร่วมสมัยที่อาจ ‘ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง’

โมเดลของที่พึ่งทางใจในยุคพุทธศาสนาอยู่รอดไปได้อีกนาน จึง ‘ควร’ เป็น พระธรรม พระพุทธ พระสงฆ์

เมื่อวานและช่วงเช้าวันนี้ ผมได้รับคำถามจากคนรู้จักมากมายเกี่ยวกับพระ ซึ่งผมรู้สึกเคารพด้วยการเห็นรูปและฟังกิตติศัพท์ แต่ไม่เคยได้อ่านคำสอนหรือไปกราบนมัสการท่านกับตัวเอง

ขอตอบรวมๆไว้ ณ ที่นี้ว่า ‘ผมไม่ทราบรายละเอียด’ และท่านๆที่ได้ยินเรื่องเล่าหรือคำบอกต่อกันมา ก็อย่าเพิ่งสรุปอะไรเป็นจริงเป็นจังมากนัก จนกว่าท่านจะยืนยันด้วยตัวท่านเอง

อยากให้มองว่า ท่านเป็น ‘ที่พึ่งทางใจอันงดงาม’ ให้ชาวไทยจำนวนมากมานาน เมื่อท่านมีเหตุผลส่วนตัวที่จะสละฐานะนั้น ก็ไม่ใช่ ‘อาญาทางวิญญาณ’ ตราบเท่าที่ท่านไม่ได้ทำผิดคิดร้าย หรือละเมิดกติกาที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้

หากชาวพุทธเปลี่ยนท่าทีใหม่ อยู่ในโมเดลทางศรัทธา คือ พระธรรม พระพุทธ พระสงฆ์ ผมเชื่อว่าเราจะมีท่าทีที่ถูกต้องมากขึ้น เมื่อพระท่านครองผ้าเหลือง ก็ยึดเป็นที่พึ่งทางใจ แต่เมื่อพระท่านเลิกครองจีวร ก็ขอบพระคุณช่วงเวลาที่ท่านอุทิศตนเป็นหลักใจ ไม่ใช่ไปด่าว่าท่าน หรือเกิดความรู้สึกช็อก เสียขวัญ แล้ววิจารณ์ไปต่างๆนานา หรือกระทั่งเลิกศรัทธาธรรมะ ทั้งๆที่ธรรมะมีแต่ช่วยให้ชีวิตเจริญขึ้น สว่างขึ้น ไม่ได้เคยทำร้ายอะไรใครเลย

0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   Vicha ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3374
  • สมัคร: 24/01/2004

ตอบ: 11/06/2013 - 11:04

คุณ ngodngam เสนอข้อความในพระไตรปิฎกได้ดี ครับ

สำหรับเรื่องการเจ็บป่วยนั้น บางท่านเป็นโรคเจ็บปวด ท่านจึงออกบวชก็มี.

ตัวอย่างพระหมอ ที่ผมรู้จักและไ้ด้สนทนากัน ท่านเป็นแพทย์ ในโรงพยาบาลใหญ่ การงานก็ก้าวหน้าดี โอกาศที่จะเป็น ผ.อ โรงพยาบาล ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่ท่านตัดสินใจบวชพระ เพราะด้วยโรคเก้าส์ หรือรูมาตอย ที่เจ็บปวดทรมาน(ผมเป็นอยู่ทราบความเจ็บปวดทรมานอย่างดี) จนทำกิจต่างๆ ในหน้าที่การงาน ที่รับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น ในเพศฆราวาส ไม่ค่อยไหว และด้วยความศรัทธาในพุทธศาสนา ท่านจึงตัดสินใจบวชพระ สละลาภและยศที่จะพึงได้ในเพศฆราวาสไปอย่างสิ้นเชิง แล้วท่านก็ได้ศึกษาทางธรรม ที่ผมทราบครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีมาแล้ว กำลังเรียนเปรีญน 6-7 แล้ว.
ธรรมทานย่อมชนะทานทั้งปวง
รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง
ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
ความสิ้นไปแห่งตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง. (พุทธพจน์)

กิจที่เราพึงทำ.............. คือให้ธรรมเป็นทาน
ธรรมนั้นจะสืบสาน........ ให้เบ่งบานในใจเขา
ธรรมจะดำเนินจัดสรร..... เป็นประกันไม่ต้องเขลา
เมื่อจิตยังไม่พ้นเบา....... สมัยเราคงพ้นได้.

สามารถอ่านเรื่องราวส่วนตัวที่ http://www.vichadham.com
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   พริม ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2357
  • สมัคร: 05/09/2007

ตอบ: 11/06/2013 - 12:50

บางความเห็น หรือข้อสังเกตุ ไม่มีที่มาที่ไป..ดิฉันว่า เราไม่ควรนำมาสนทนาให้เป็นประเด็นนะคะ :95:
"ทำเหตุในปัจจุบันดี...ผลในอนาคตย่อมต้องดี"
สมเด็จพุฒาจารย์ (โต)
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1911
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 11/06/2013 - 12:51

โดยส่วนตัวแล้ว จากข้อมูลข่าวถึงขณะนี้ ผมเองก็เห็นว่ามีข้อที่น่าสงสัยอยู่บางประการ เช่น
๑. ลำพังแค่เป็นโรคเบาหวานนั้น ไม่จำเป็นต้องลาสิกขา
พระภิกษุที่ป่วยเป็นเบาหวานก็มีมาก และป่วยเป็นโรคร้ายกว่านี้ก็มีมาก
๒. ทำไมจะต้องลาสิกขาแบบเงียบ ๆ ทำไมลาสิกขาแล้วต้องรีบเดินทางออกนอกประเทศไปเลย
ทำไมท่านจึงไม่เปิดโอกาสให้สานุศิษย์ได้ไปกราบลาท่าน (กระทั่งแม่ชีที่อยู่ในวัดก็ยังมาทราบในภายหลัง)
๓. ทำไมท่านจึงไม่ลาสิกขาในวัดป่าสายหลวงปู่ชา แต่ไปลาสิกขาที่วัดชนะสงคราม
๔. เหตุผลที่ว่าอยากจะกลับไปช่วยคนญี่ปุ่นนั้น แม้อยู่ในฐานะพระภิกษุไทยก็สามารถช่วยได้
โดยไม่จำเป็นต้องลาสิกขาไปเป็นฆราวาสแบบเงียบ ๆ

โดยพฤติการณ์แล้ว เห็นว่าน่าจะมีอะไรซับซ้อนมากกว่าที่ปรากฏอยู่ในข่าวขณะนี้
แต่แม้จะมีข้อที่น่าสงสัยดังข้างต้นก็ตาม หรือจะมีข้อที่น่าสงสัยอื่น ๆ อีกก็ตาม
กรณีย่อมไม่เหมาะสม และไม่เป็นประโยชน์ หากเราจะมานั่งเทียนเดาว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น หรือคงจะเป็นอย่างนี้

จริง ๆ แล้ว เรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกนี้มีมากมาย
เราไม่จำเป็นต้องรู้หรือได้คำตอบทั้งหมดหรอกครับ และเราก็ไม่มีทางที่จะทำเช่นนั้นได้ด้วย
(ขนาดว่าจำนำข้าว ๒ ปีที่ผ่านมาขาดทุนเท่าไรกันแน่ คนทั้งประเทศยังไม่รู้เลย เป็นต้น)
แต่หากท่านไหนต้องการคำตอบในเรื่องนี้ ก็ควรจะรอให้มีการเผยแพร่ข้อมูลมามากกว่านี้ครับ
ลำพังแค่ข่าวปรากฏออกมาแค่นี้ ยังสรุปอะไรไม่ได้หรอกครับ และไม่ควรจะเดาอะไรเกินไป
เพราะว่าที่เราตั้งข้อสงสัยกันเอง หรือที่เราเดากันไปเองนั้น มันอาจจะผิดทั้งหมดก็ได้
โดยการตั้งข้อสงสัยและการเดาดังกล่าวนั้นเป็นการคิดเอาเอง แต่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ เราก็ไม่ควรเชื่อตามสื่อทั้งหมดด้วย เพราะสื่อที่มั่ว ๆ และมุ่งแต่ขายข่าวนั้นก็มีไม่น้อย
เราจะยึดถือตามข่าวไหน ความเห็นไหน ทฤษฎีไหน แค่ไหน ก็พึงใช้วิจารณญาณให้ดี
โดยก็ระมัดระวังรักษาจิตใจตนเองไม่ให้ไหลไปในทางอกุศลครับ

แต่โดยสรุปแล้ว ก็ให้ย้อนกลับมาดูตัวเองนะครับว่าเราทำหน้าที่ในส่วนเราดีหรือยัง
พระพุทธเจ้าไม่ได้ฝากพระศาสนาไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง
แต่ฝากไว้กับพุทธบริษัททั้งหมด ดังนั้น เราก็พึงทำหน้าที่ของเราเองให้ดีครับ :09:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย ngodngam: 11/06/2013 - 12:56

ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
1



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1911
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 11/06/2013 - 12:58

ขออนุญาตแก้ไขคำภาษาไทยนะครับ
คำว่า "ข้อสังเกต" ไม่มีสระอุนะครับ :09: :33:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



คำตอบต่อไป: นิลุบล - กอบ - นิลุบล - นิลุบล - ตะวันนา - ngodngam - damrong121 - กอบ - ngodngam - ngodngam - กอบ - damrong121 - วิฬาร์วรรณ - กอบ - PNoi - ngodngam - ngodngam - ngodngam - damrong121 - นิลุบล - PNoi - กอบ - คง - นิลุบล - อากิญจัญญายตน - กอบ - เปา. - ngodngam - พริม - คง - เปา. - คง - บูมบูม - พริม - คง - อังคาร - ngodngam - คง - pasakorn - PNoi - tossa88 - reuters -
  • (4 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ