ลานธรรมเสวนา: หลักธรรมกับการประยุกต์ใช้ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

หลักธรรมกับการประยุกต์ใช้ ท่านทั้งหลายคิดว่าควรใช้หลักธรรมใด

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   roentgen ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1004
  • สมัคร: 24/09/2009

ตอบ: 27/05/2013 - 09:03

ในปัจจุบันการบริหารงาน ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ธุรกิจ ต่างใช้ทฤษฏีสมัยใหม่
แต่อาตมามองว่า "พุทธศาสตร์" นั้น มีหลักในการบริหารได้ดีไม่แพ้ศาสตร์สมัยใหม่เลย
จึงอยากถามความคิดเห็นของท่านทั้งหลายว่า เราจะนำหลักธรรมใด ๆ มาใช้ในการจัดการบริหารงานในยุคปัจจุบัน
เช่น การบริหารคน การบริหารงาน การบริหารด้านการเงิน การตลาด จะใช้หลักธรรมอะไรมาบริหารสิ่งเหล่านี้ได้บ้าง?

หรือเทียบเคียงกับ POSDCoRB ที่เป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน
Planning การวางแผน
Organizing การจัดองค์การ
Staffing การจัดบุคลากรปฏิบัติงาน
Directing การอำนวยการ
Coordinating การประสานงาน
Reporting การรายงาน
Budgeting การงบประมาณ
เรามีหลักธรรมอะไรเทียบเคียงกับการบริหารในเชิงเหล่านี้บ้าง? ลองแลกเปลี่ยนไอเดีย และความคิดกันดู

เจริญพร
อภิญญาบุตร
(บุตรของนางอภิญญา ขิ้อนี้เป็นเกียรติแก่มารดา)
พระชิษณุพงศ์ ปสนฺโน
(อาคันตุกะ) วัดอ้อมน้อย สมุทรสาคร

สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย
"ธรรมทั้งปวงอันใคร ๆ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"

E-Mail & Facebook & SKYPE : Apinyabuddh@gmail.com
1


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1753
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 27/05/2013 - 10:37

ขอแสดงความคิดเห็นครับ :09:

หลักการอุดมคติคือ "สังคมอริยะ" (อริยะ-โสดาปัตติมรรคบุคคล ถึง อรหัตผลบุคคล)
คือหลัก "ใจบริสุทธิ์"

ผมจำมาจาก หลวงพ่อพุธกล่าวว่า "ประชาธิปไตย คือ พึ่งตนเองได้ก่อน"



ดังนั้น ผมจึงขอแสดงความเห็นว่า "อัตตา หิ อัตตโน นาโถ" ครับ

:10: :10: :10:
เฉยๆ
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   roentgen ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1004
  • สมัคร: 24/09/2009

ตอบ: 27/05/2013 - 10:46

ตัวอย่างที่อาตมาคิดนะ

การบริหารคน ใช้หลักของการจำแนกคนตามจริต ๖
กล่าวคือ จริตแต่ละคนมีครบหมดแหล่ะ ทั้ง ๖ จริต แต่จริตเด่น ๆ ที่ชัดเจนออกมา ควรวางคนแบบนี้ ไว้กับงานแบบนี้
เช่น
เด่นราคจริต พวกรักสวยรักงาม รักความประณีต ละเอียด พวกนี้เหมาะกับการทำงานที่ต้องใช้ความละเอียด ประณีต สวยงาม
เด่นโทสจริต ใจร้อน รวดเร็ว หงุดหงิดง่าย เหมาะกับงานประเภทใช้ความเร็ว รวดเร็ว คล่องแคล่วว่องไว
เด่นพุทธิจริต รักการศึกษา ใฝ่หาความรู้ ชอบรายละเอียด เหมาะกับงานใช้ความคิดด้านวิชาการ
เด่นโมหจริต หลง ๆ ลืม ๆ ซึม ๆ ง่วง ๆ จับเข้าอบรมบ่อย ๆ เพื่อพัฒนา
เด่นวิตกจริต ช่างกังวล ไม่กล้าตัดสินใจ ควรนำไปไว้ในงานประเภทที่ต้องรอบคอบ คิดมาก ๆ คิดนาน ๆ ตัดสินใจในเรื่องใหญ่ ๆ พวกนี้จะคิดได้หลายด้าน
เป็นต้น

นี่คิดคร่าว ๆ ออกมาเท่านั้นว่านำหลักของจริต ๖ มาจำแนกคนในที่ทำงาน ในองค์กร แล้วจัดสรรให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ

เจริญพร
อภิญญาบุตร
(บุตรของนางอภิญญา ขิ้อนี้เป็นเกียรติแก่มารดา)
พระชิษณุพงศ์ ปสนฺโน
(อาคันตุกะ) วัดอ้อมน้อย สมุทรสาคร

สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย
"ธรรมทั้งปวงอันใคร ๆ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"

E-Mail & Facebook & SKYPE : Apinyabuddh@gmail.com
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 9000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 9204
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 27/05/2013 - 11:50

:09:

นมัสการพระคุณเจ้าค่ะ


น่าจะใช้หลัก "สัปปุริสธรรม" นะคะ


อ้างอิง

สัปปุริสธรรม 7 ประกอบด้วย


ธัมมัญญุตา เป็นผู้รู้จักเหตุ

อัตถัญญุตา เป็นผู้รู้จักผล

อัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักตน

มัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักประมาณ

กาลัญญุตา เป็นผู้รู้จักกาล

ปริสัญญุตา เป็นผู้รู้จักบริษัท

ปุคคลัญญุตา หรือ ปุคคลปโรปรัญญุตา เป็นผู้รู้จักบุคคล


เพราะการบริหารเป็นหัวใจหลักขององค์กร
เช่นเดียวกับ "ใจ" ในนัยยะทางธรรม

มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา
มโนเสฎฺฐา มโนมยา


ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง
ใจเป็นใหญ่(กว่าสรรพสิ่ง)
สรรพสิ่งสำเร็จได้ด้วยใจ

การวางรูปแบบนโยบายต่างๆ ก็มาจากส่วนบริหาร "ตัดสินใจ" ให้เป็นไป
หากตรงส่วนนี้มีหลัก "สัปปุริสธรรม" นำมาปรับใช้
ก็จะเกิดกลไกการดำเนินงานที่เป็นสุข เป็นธรรมได้ในทุกด้านด้วย
และแม้ในแต่ละฝ่ายแต่ละแผนกในส่วนย่อยๆ ขององค์กรลงไป
"สัปปุริสธรรม" ย่อมถูกนำมาปรับใช้ให้เกิดการดำเนินการที่ดีได้เป็นลำดับไปด้วยค่ะ


ดังอ้างอิงนี้ เป็นส่วนคร่าวๆ ค่ะ

อ้างอิง

ธัมมัญญู รู้จักเหตุ

ธัมมัญญุตา เป็นผู้รู้จักธรรม รู้หลัก หรือ รู้จักเหตุ คือ รู้หลักความจริง รู้หลักการ รู้หลักเกณฑ์ รู้กฎแห่งธรรมดา รู้กฎเกณฑ์แห่งเหตุผล และรู้หลักการที่จะทำให้เกิดผล เช่น ภิกษุรู้ว่าหลักธรรมข้อนั้นๆ คืออะไร มีอะไรบ้าง พระมหากษัตริย์ทรงทราบว่า หลักการปกครองตามราชประเพณีเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง รู้ว่าจะต้องกระทำเหตุอันนี้ๆ หรือกระทำตามหลักการข้อนี้ๆ จึงจะให้เกิดผลที่ต้องการอันนั้นๆ เป็นต้น

ก็ภิกษุเป็นธัมมัญญูอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้ธรรม คือ สุตตะ เคยยะ ไวยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะอัพภูตธรรม เวทัลละ...

ธัมมัญญูสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ 23


อัตถัญญู รู้จักอรรถ

อัตถัญญุตา ความรู้จักอรรถ รู้ความมุ่งหมาย หรือ เป็นผู้รู้จักผล คือ รู้ความหมาย รู้ความมุ่งหมาย รู้ประโยชน์ที่ประสงค์ รู้จักผลที่จะเกิดขึ้นสืบเนื่องจากการกระทำหรือความเป็นไปตามหลัก เช่น รู้ว่าหลักธรรมหรือภาษิตข้อนั้นๆ มีความหมายว่าอย่างไร หลักนั้นๆ มีความมุ่งหมายอย่างไร กำหนดไว้หรือพึงปฏิบัติเพื่อประสงค์ประโยชน์อะไร การที่ตนกระทำอยู่มีความมุ่งหมายอย่างไร เมื่อทำไปแล้วจะบังเกิดผลอะไรบ้างดังนี้เป็นต้น

ก็ภิกษุเป็นอัตถัญญูอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้จักเนื้อความแห่งภาษิตนั้นๆ ว่า นี้เป็นเนื้อความแห่งภาษิตนี้ๆ...


ธัมมัญญูสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ 23


อัตตัญญู รู้จักตน

อัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักตนคือ รู้ว่า เรานั้น ว่าโดยฐานะ ภาวะ เพศ กำลังความรู้ ความสามารถ ความถนัด และคุณธรรม เป็นต้น บัดนี้ เท่าไร อย่างไร แล้วประพฤติให้เหมาะสม และรู้ที่จะแก้ไขปรับปรุงต่อไป

ก็ภิกษุเป็นอัตตัญญูอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้จักตนว่า เราเป็นผู้มีศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ปฏิภาณ...


ธัมมัญญูสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ 23


มัตตัญญู รู้จักประมาณ

มัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักประมาณ คือ ความพอดี เช่น ภิกษุรู้จักประมาณในการรับและบริโภคปัจจัยสี่ คฤหัสถ์รู้จักประมาณในการใช้จ่ายโภคทรัพย์ พระมหากษัตริย์รู้จักประมาณ ในการลงทัณฑอาชญาและในการเก็บภาษี เป็นต้น

ก็ภิกษุเป็นมัตตัญญูอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ รู้จักประมาณในการรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร...


ธัมมัญญูสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ 23


กาลัญญู รู้จักกาล

กาลัญญุตา เป็นผู้รู้จักกาลคือ รู้กาลเวลาอันเหมาะสม และระยะเวลาที่จะต้องใช้ในการประกอบกิจ กระทำหน้าที่การงาน เช่น ให้ตรงเวลา ให้เป็นเวลา ให้ทันเวลา ให้พอเวลา ให้เหมาะเวลา เป็นต้น

ก็ภิกษุเป็นกาลัญญูอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้จักกาลว่า นี้เป็นกาลเรียน นี้เป็นกาลสอบถาม นี้เป็นกาลประกอบความเพียร นี้เป็นกาลหลีกออกเร้น...


ธัมมัญญูสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ 23


ปริสัญญู รู้จักบริษัท

ปริสัญญุตา เป็นผู้รู้จักบริษัท คือ รู้จักชุมชน และรู้จักที่ประชุม รู้กิริยาที่จะประพฤติต่อชุมชนนั้นๆ ว่า ชุมชนนี้เมื่อเข้าไปหา จะต้องทำกิริยาอย่างนี้ จะต้องพูดอย่างนี้ ชุมชนนี้ควรสงเคราะห์อย่างนี้ เป็นต้น

ก็ภิกษุเป็นปริสัญญูอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้จักบริษัทว่า นี้บริษัทกษัตริย์ นี้บริษัทคฤหบดี นี้บริษัทสมณะ ในบริษัทนั้น เราพึงเข้าไปหาอย่างนี้ พึงยืนอย่างนี้ พึงทำอย่างนี้ พึงนั่งอย่างนี้ พึงนิ่งอย่างนี้...

ธัมมัญญูสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ 23


ปุคคลปโรปรัญญู รู้จักเลือกคบคน

ปุคคลัญญุตา หรือ ปุคคลปโรปรัญญุตา เป็นผู้รู้จักบุคคล คือ ความแตกต่างแห่งบุคคลว่า โดยอัธยาศัย ความสามารถ และคุณธรรม เป็นต้น ใครๆ ยิ่งหรือหย่อนอย่างไร และรู้ที่จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นๆ ด้วยดี ว่าควรจะคบหรือไม่ จะใช้จะตำหนิ ยกย่อง และแนะนำสั่งสอนอย่างไร เป็นต้น

ก็ภิกษุเป็นปุคคลปโรปรัญญูอย่างไร

ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้รู้จักบุคคลโดยส่วน ๒ คือ บุคคล ๒ จำพวก คือ
พวกหนึ่งต้องการเห็นพระอริยะ
พวกหนึ่งไม่ต้องการเห็นพระอริยะ
บุคคลที่ไม่ต้องการเห็นพระอริยะ พึงถูกติเตียนด้วยเหตุนั้นๆ
บุคคลที่ต้องการเห็นพระอริยะพึงได้รับความสรรเสริญด้วยเหตุนั้นๆ

บุคคลที่ต้องการเห็นพระอริยะก็มี ๒ จำพวก คือ
พวกหนึ่งต้องการจะฟังสัทธรรม
พวกหนึ่งไม่ต้องการฟังสัทธรรม
บุคคลที่ไม่ต้องการฟังสัทธรรม พึงถูกติเตียนด้วยเหตุนั้นๆ
บุคคลที่ต้องการฟังสัทธรรม พึงได้รับความสรรเสริญด้วยเหตุนั้นๆ

บุคคลที่ต้องการฟังสัทธรรมก็มี ๒ จำพวก คือ
พวกหนึ่งตั้งใจฟังธรรม
พวกหนึ่งไม่ตั้งใจฟังธรรม
บุคคลที่ไม่ตั้งใจฟังธรรม พึงถูกติเตียนด้วยเหตุนั้นๆ
บุคคลที่ตั้งใจฟังธรรม พึงได้รับความสรรเสริญด้วยเหตุนั้นๆ

บุคคลที่ตั้งใจฟังธรรมก็มี ๒ จำพวก คือ
พวกหนึ่งฟังแล้วทรงจำธรรมไว้
พวกหนึ่งฟังแล้วไม่ทรงจำธรรมไว้
บุคคลที่ฟังแล้วไม่ทรงจำธรรมไว้ พึงถูกติเตียนด้วยเหตุนั้นๆ
บุคคลที่ฟังแล้วทรงจำธรรมไว้ พึงได้รับความสรรเสริญด้วยเหตุนั้นๆ

บุคคลที่ฟังแล้วทรงจำธรรมไว้ก็มี ๒ จำพวก คือ
พวกหนึ่งพิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้
พวกหนึ่งไม่พิจารณาเนื้อความแห่งธรรม ที่ทรงจำไว้
บุคคลที่ไม่พิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้ พึงถูกติเตียนด้วยเหตุนั้นๆ
บุคคลที่พิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้ พึงได้รับความสรรเสริญด้วยเหตุนั้นๆ

บุคคลที่พิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้ก็มี ๒ จำพวก คือ
พวกหนึ่งรู้อรรถรู้ธรรมแล้ว ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
พวกหนึ่งหารู้อรรถรู้ธรรมแล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมไม่
บุคคลที่หารู้อรรถรู้ธรรมปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมไม่ พึงถูกติเตียนด้วยเหตุนั้นๆ
บุคคลที่รู้อรรถรู้ธรรมแล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม พึงได้รับความสรรเสริญ ด้วยเหตุนั้นๆ

บุคคลที่รู้อรรถรู้ธรรมแล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ก็มี ๒ จำพวก คือ
พวกหนึ่งปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น
พวกหนึ่งปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนและเพื่อประโยชน์ผู้อื่น
บุคคลที่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น พึงถูกติเตียนด้วยเหตุนั้นๆ
บุคคลที่ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนและเพื่อประโยชน์ผู้อื่น พึงได้รับความสรรเสริญด้วยเหตุนั้นๆ


http://th.wikipedia....%B8%A3%E0%B8%A1


:09:

แม้ส่วนที่พระคุณเจ้ากล่าวเรื่องจริต ๖ ก็ย่อมรวมอยู่ในส่วนปุริสธรรมนี้แล้วด้วยค่ะ
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
1



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1753
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 27/05/2013 - 11:59

จริต ความประพฤติ, พื้นนิสัย หรือพื้นเพแห่งจิตของคนทั้งหลายที่หนักไปด้านใดด้านหนึ่ง แตกต่างกันไป

สัปปุริสธรรม ธรรมของสัตบุรุษ, ธรรมของคนดี

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

www.84000.org

รวมกันเป็น "สัปปุริสจริต" ความประพฤติแสดงออกเป็นคนดี

เขาว่า"นิสัย"ของพระอรหันต์แก้อยาก แต่พระพุทธเจ้าแก้นิสัยพระองค์ได้

พระพุทธเจ้าจึงถึงพร้อมด้วยความรู้ และความประพฤติ :09:
เฉยๆ
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   พุทธฏีกา ไอคอน

  • พุทธฏีกา
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4055
  • สมัคร: 15/12/2006

ตอบ: 27/05/2013 - 13:14

นมัสการครับท่านหนู มาส่งอีกคนครับ :10:

อนุโมทนาทุกความเห็นด้วยนะครับ :33: :06:

หรือเทียบเคียงกับ POSDCoRB ที่เป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน

Planning การวางแผน / ทศพลญาณ,ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์,โยนิโสมนสิการ,ปัญญา

ทศพลญาณ ๑๐
1. ฐานาฐานญาณ (เข้าใจชัดในเหตุ ในผล) <-----ทศพลญาณ
2. กรรมวิปากญาณ (ทราบซึ้งถึงผลที่จะได้รับจากการลงมือกระทำ) <-----ทศพลญาณ
3. สัพพัตถคามินีปฏิปทาญาณ (รู้ถึงผลประโยชน์ และข้อปฏิบัติที่จะดำเนินไป) <-----ทศพลญาณ

โยนิโสมนสิการ



@@@@@@@@@@



Organizing การจัดองค์การ / สารณียธรรม,พรหมวิหาร

สารณียธรรม ๖
1. สาธารณโภคี (แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน)<------สารณียธรรม
2. สีลสามัญญตา (มีระบบ ระเบียบ สามัคคีกัน)<------สารณียธรรม
3. ทิฏฐิสามัญญตา (วิสัยทัศร่วมกัน)<------สารณียธรรม

พรหมวิหาร ๔

@@@@@@@@@@



Staffing การจัดบุคลากรปฏิบัติงาน

สุหทมิตร หรือ มิตรแท้ ๔
มิตรปฏิรูปก์ หรือ มิตรเทียม ๔
1.นานาธิมุตติกญาณ(รู้อัธยาศัย ความโน้มเอียง ความเชื่อถือ แนวความสนใจ)<-----ทศพลญาณ
2.อินทริยปโรปริยัตตญาณ (รู้ว่าคนนั้นๆ มีอินทรีย์อ่อน หรือแก่กล้า บอกง่ายหรือบอกยาก)<-----ทศพลญาณ
นาถกรณธรรม ๑๐


@@@@@@@@@@



Directing การอำนวยการ / กัลยาณมิตรธรรม,ทศพิธราชธรรม,ทิศ ๖

กัลยาณมิตรธรรม ๗
1. น่ารัก
2. น่าเคารพ
3. น่ายกย่อง
4. เป็นที่ปรึกษาที่ดี
5. รับฟังคำเสนอแนะวิพากษ์วิจารณ์
6. อธิบายให้เข้าใจได้ดี
7. ไม่นำไปในทางมิชอบ

ทิศ ๖
ทศพิธราชธรรม ๑๐

@@@@@@@@@@



Coordinating การประสานงาน / อปริหานิยธรรม,สังคหวัตถุ,สัปปุริสธรรม

อปริหานิยธรรม ๗
1. หมั่นประชุม
2. พร้อมเพรียง
3. ตั้งอยู่ในกฏระเบียบ
4. ยอมรับฟังความคิดเห็น
5. ไม่เอาตังเองเป็นใหญ่เป็นที่ตั้ง
6. ยินดีตามได้รู้จักพอ
7. มีใจเมตตาต่อคนที่มาแล้วคนที่ยังไม่มา

สังคหวัตถุ ๔
สัปปุริสธรรม ๗

@@@@@@@@@@



Reporting การรายงาน

ปาริสุทธิศีล ๔


@@@@@@@@@@



Budgeting การงบประมาณ

อ้างอิง

ดูกรพยัคฆปัชชะ ก็สมชีวิตเป็นไฉน กุลบุตรในโลกนี้ รู้ทางเจริญ
ทรัพย์และทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ แล้วเลี้ยงชีพพอเหมาะ ไม่ให้ฟูมฟายนัก
ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ด้วยคิดว่า รายได้ของเราจักต้องเหนือรายจ่าย และรายจ่าย
ของเราจักต้องไม่เหนือรายได้
ดูกรพยัคฆปัชชะ เปรียบเหมือนคนชั่งตราชั่ง
หรือลูกมือคนชั่งตราชั่ง ยกตราชั่งขึ้นแล้ว ย่อมลดออกเท่านี้ หรือต้องเพิ่ม
เข้าเท่านี้ ฉันใด กุลบุตรก็ฉันนั้นเหมือนกัน รู้ทางเจริญและทางเสื่อมแห่ง
โภคทรัพย์ แล้วเลี้ยงชีพพอเหมาะ ไม่ให้ฟูมฟายนัก ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ด้วย
คิดว่า รายได้ของเราจักต้องเหนือรายจ่าย และรายจ่ายของเราจักต้องไม่เหนือ
รายได้ ดูกรพยัคฆปัชชะ ถ้ากุลบุตรผู้นี้มีรายได้น้อย แต่เลี้ยงชีวิตอย่างโอ่โถง
จะมีผู้ว่าเขาว่า กุลบุตรผู้นี้ใช้โภคทรัพย์เหมือนคนเคี้ยวกินผลมะเดื่อฉะนั้น ก็ถ้า
กุลบุตรผู้ที่มีรายได้มาก แต่เลี้ยงชีพอย่างฝืดเคือง จะมีผู้ว่าเขาว่า กุลบุตรผู้นี้
จักตายอย่างอนาถา แต่เพราะกุลบุตรผู้นี้รู้ทางเจริญและทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์
แล้วเลี้ยงชีพพอเหมาะ ไม่ให้ฟูมฟายนัก ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ด้วยคิดว่า รายได้
ของเราจักต้องเหนือรายจ่าย และรายจ่ายของเราจักต้องไม่เหนือรายได้
ดูกร
พยัคฆปัชชะ นี้เรียกว่าสมชีวิตา ฯ
------------------------------------------------------
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕
อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
ทีฆชาณุสูตร
http://www.84000.org...3&A=5934&Z=6025


ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม ๔
ทีฆชาณุสูตร
โภคอาทิยะ หรือ โภคาทิยะ ๕
ติณฺโณ ตาเรยฺยํ
มุตฺโต โมเจยฺยํ
พุทโธ โพเธยฺยํ

เราข้ามได้แล้วจะให้ผู้อื่นข้ามได้ด้วย
เราพ้นแล้วจะให้ผู้อื่นพ้นด้วย
เราตรัสรู้แล้วจะให้ผู้อื่นรู้ด้วย
(ปรมตฺถทีปนี จริยปิฏกวณฺณนา มหาจุฬา. ๓๒๙)
(ภ)(น)(ท)(มโน)(อุป)(อนุ)(โค)(ม)(ผ)(ผ)(ผ)(ภ)
3



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   roentgen ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1004
  • สมัคร: 24/09/2009

ตอบ: 27/05/2013 - 13:43

นมัสการครับท่านตุ๊โย สาธุ ๆ

หาอ่านในเว็ปมาสักพักแต่ยังไม่ได้ข้อมูลที่กระจ่างเท่าไร เลยมาลองโพสถามไอเดียดู ท่านตุ๊โยตอบได้ชัดเจนและละเอียดดี

อยากได้พวกกรณีศึกษา ไม่รู้ว่ามีบริษัท หน่วยงาน ห้างร้าน หรือกิจการใด ๆ ที่ได้เคยใช้หลักธรรมในการบริหารจริง ๆ จัง ๆ บ้างหรือเปล่า

ไม่ทราบว่าใครเคยมีประสบการณ์ หรือเคยพบเห็นที่ไหนได้นำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้จริง ๆ บ้างมั้ย?

อาจจะเป็นโรงเรียน บริษัทจะเอกชนหรือรัฐก็แล้วแต่ หรือองค์กร องค์การต่าง ๆ

เพราะหลักธรรมเองสามารถนำไปใช้ได้จริง แต่ดูเหมือนถูกละเลย ไม่ได้รับความสนใจ มีแต่แผนการบริหารสมัยใหม่ซะส่วนมาก

ถ้ามีที่ไหนทำแล้วเป็นกรณีศึกษาได้จะดีมาก ^^

สาธุ ๆ เจริญพร
อภิญญาบุตร
(บุตรของนางอภิญญา ขิ้อนี้เป็นเกียรติแก่มารดา)
พระชิษณุพงศ์ ปสนฺโน
(อาคันตุกะ) วัดอ้อมน้อย สมุทรสาคร

สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย
"ธรรมทั้งปวงอันใคร ๆ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"

E-Mail & Facebook & SKYPE : Apinyabuddh@gmail.com
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   พุทธฏีกา ไอคอน

  • พุทธฏีกา
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4055
  • สมัคร: 15/12/2006

ตอบ: 27/05/2013 - 14:40

นมัสการครับท่านหนู :06:

1.คิดดี...ทำดี : เปิดกลยุทธ์ "ซีพี ออลล์" ใช้หลักธรรมนำองค์กร
2."ซีพีเอฟ" ส่งตรงธรรมะอารมณ์ดีถึงพนักงานและชุมชนต่อเนื่อง
3.ปรัชญาของนายห้างเทียม
4.ใจความสำคัญจากหนังสือ คำสอนจากนายห้าง เทียม โชควัฒนา (ดร.เทียม โชควัฒนา)
5.( "กลุ่มนิ่มซี่เส็งลิสซิ่ง" เชียงใหม่)บริหารจัดการในรูปแบบของวิถีพุทธ
6.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย*
7.การประยุกต์ใช้พุทธจริยธรรมในการประกอบธุรกิจกรณีศึกษาบริษัทแฟรี่แลนด์สรรพสินค้าจำกัด นครสวรรค์ (๒๕๕๔)
ของ นางสาวสุมาลี สุขอร่าม วิทยานิพนธ์ พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา)
8.การประยุกต์ใช้พุทธปรัชญาของนักธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป
9.ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองด้วยพุทธธรรม DrBoonchai
10.บริหารแบบพุทธ สร้างองค์กรอมตะ!ดร วรภัทร์ ภู่เจริญ
ติณฺโณ ตาเรยฺยํ
มุตฺโต โมเจยฺยํ
พุทโธ โพเธยฺยํ

เราข้ามได้แล้วจะให้ผู้อื่นข้ามได้ด้วย
เราพ้นแล้วจะให้ผู้อื่นพ้นด้วย
เราตรัสรู้แล้วจะให้ผู้อื่นรู้ด้วย
(ปรมตฺถทีปนี จริยปิฏกวณฺณนา มหาจุฬา. ๓๒๙)
(ภ)(น)(ท)(มโน)(อุป)(อนุ)(โค)(ม)(ผ)(ผ)(ผ)(ภ)
2



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1891
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 29/05/2013 - 20:53

อนุโมทนาครับ :09:

ขออนุญาตฝากข้อสังเกตว่า เป้าหมายของพระธรรมคำสอนนั้นก็เพื่อมุ่งไปสู่ความพ้นทุกข์สิ้นเชิง
ดังนั้นพระธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนานั้นมีคุณค่าสูงส่งในตัวเอง
โดยที่ไม่จำเป็นต้องนำไปเทียบเคียงกับเรื่ององค์ความรู้ในการบริหารองค์กร
เพราะว่านั่นไม่ใช่เป้าหมายของพระธรรมคำสอน

เรื่องหลักการบริหารองค์กรนั้น มนุษย์เราก็คิดค้นกันได้ทุกยุคทุกสมัย
แต่เรื่องการปฏิบัติอันนำพาให้พ้นจากสังสารวัฏนั้น มีแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ค้นพบได้จริง
ฉะนั้นแล้ว เป้าหมายของพระธรรมคำสอนนั้นสำคัญกว่าหลักการบริหารองค์กรมากมายนัก

อย่างไรก็ดี หากเราจะสามารถนำหลักธรรมเรื่องใดไปปรับใช้ได้ในการบริหารองค์กรได้ ก็ควรนำไปปรับใช้ครับ
แต่หากไม่มีเรื่องใดที่จะนำไปปรับใช้ได้แล้ว ก็ไม่ได้ลดคุณค่าของพระธรรมคำสอนลงเลย
และเราก็ไม่จำเป็นจะต้องนำหลักธรรมเรื่องใด ๆ ไปพยายามยัดเยียดให้เข้าเรื่องนั้น ๆ ด้วย
ยกตัวอย่างว่า สมมุติพ่อเราเป็นโรคมะเร็งร้ายใกล้จะตาย และมียาหนึ่งเม็ดรักษาพ่อเราให้หายขาดได้
หากยาเม็ดนั้น ไม่ได้แก้ไขปัญหาเป็นสิวของวัยรุ่นแล้ว ก็ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย
เพราะคุณค่าของยาเม็ดนั้นสำคัญกว่าเรื่องเป็นสิวของวัยรุ่นอยู่แล้ว :09:
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ