ลานธรรมเสวนา: ทำไมคำว่า "สติ" ๐ มีมากเท่าไหร่ยิ่งดี มีแต่คุณ ไม่มีโทษ ๐ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

ทำไมคำว่า "สติ" ๐ มีมากเท่าไหร่ยิ่งดี มีแต่คุณ ไม่มีโทษ ๐

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   มันเป็นเช่นนั้นเอง ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 67
  • สมัคร: 01/06/2009

ตอบ: 15/02/2013 - 19:14

ศรัทธา มีมากเกินไป ขาดปัญญา กลายเป็น "งมงาย"

ปัญญา มีมากเกินไป ขาดศรัทธา กลายเป็น "ทิฏฐิมานะ"

สมาธิ มีมากเกินไป ขาดปัญญา กลายเป็น "โมหะ"

ปัญญา มีมากเกินไป ขาดสมาธิ กลายเป็น "ฟุ้งซ่าน"

วิริยะ มีมากเกินไป ขาดสมาธิ กลายเป็น "เหน็ดเหนื่อย"

สมาธิ มีมากเกินไป ขาดวิริยะ กลายเป็น "เกียจคร้าน"

๐ สติ มีมากเท่าไหร่ยิ่งดี มีแต่คุณ ไม่มีโทษ ๐

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย มันเป็นเช่นนั้นเอง: 15/02/2013 - 19:15

0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   โดดเดี่ยว ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 793
  • สมัคร: 10/01/2007

ตอบ: 16/02/2013 - 15:07

เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
ทุกก้าวย่างเป็นโอกาสแห่งการเดินจงกรม
ทุกๆลมหายใจเข้าออกเป็นโอกาสแห่งการเจริญสติ
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1759
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 16/02/2013 - 18:35

ผมมองเป็นขั้นตอนการลงมือปฏิบัติจริงครับ

เมื่อผู้ปฏิบัติอยู่ก็ต้องได้ผลตามสมควรแก่การปฏิบัติครับ


ลำดับโสฬสญาณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ)
http://larndham.org/..._0&#entry583650

๖. บางคน “สติ” เกิน นั่งไปนึกอดีตจะเป็นอย่างนั้นอนาคตจะเป็นอย่างนี้ เราจะเป็นนักเทศน์ออกไปเราจะต้องเทศน์เก่ง มันก็ฟุ้งเพ้อเจ้อได้ มีนายแพทย์คนหนึ่งไปนั่ง ท่านเจ้าคุฯครับผมสงสารหมออนันต์ ลูก ๔ คน โกนหัวแล้วจะบวช เอ ไหน ดูซิไม่มีสักคน อย่างนี้เขาเรียกสติมันเกินไป นึกเรื่องต่างๆ มันมีได้พระพุทธเจ้าเรียกว่า อุปกิเลส ตามปกติสติเป็นของดีต้องการ แต่ทีนี้เวลาปฏิบัติไม่ได้ มันรั่วไปนึกถึงอดีตอนาคตเสีย ขาดปัจจุบันกิเลสมันเกิด ไม่เอา สติเกินนี่ก็เป็นอุปกิเลส

นี่เป็นอุปกิเลสข้อหนึ่งครับ ผู้ปฏิบัติมาระยะหนึ่งสมควรที่จะผ่านอุปกิเลสนี้ได้ครับ

ส่วนคติธรรมของหลวงปู่เทสก์ ยกไว้ครับ
ท่านคงหมายเอาแค่การปฏิบัติถูก เมื่อมีสติในปัจจุบัน
ย่อมแสดงว่าปฏิบัติถูกต้องแล้วมั้งครับ
:10: :10: :10:
เฉยๆ
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1759
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 16/02/2013 - 18:47

ศรัทธา มีมากเกินไป ขาดปัญญา กลายเป็น "งมงาย"
ทำให้นึกถึงท่านวักลิครับ

ปัญญา มีมากเกินไป ขาดศรัทธา กลายเป็น "ทิฏฐิมานะ"
ทำให้นึกถึงท่านใบลานเปล่าครับ

สมาธิ มีมากเกินไป ขาดปัญญา กลายเป็น "โมหะ"
ทำให้นึกถึงท่านอนุรุธครับ

ปัญญา มีมากเกินไป ขาดสมาธิ กลายเป็น "ฟุ้งซ่าน"
ทำให้นึกถึงพระพุทธเจ้าตอนก่อนตรัสรู้ครับ

วิริยะ มีมากเกินไป ขาดสมาธิ กลายเป็น "เหน็ดเหนื่อย"
ทำให้นึกถึงกระแตโพธิสัตว์ครับ

สมาธิ มีมากเกินไป ขาดวิริยะ กลายเป็น "เกียจคร้าน"
??? อันนี้นึกถึงใครไม่ออกครับ


ลองพิจารณาดูนะครับ ถ้าขาดสติปัญญาจะเกิดได้ไหม :95:
เฉยๆ
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12151
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 18/02/2013 - 07:18

สมาธิหากมีมากไปก็จะติดในสุข ในสงบได้นะครับ จิตจะไม่ออกมาเดินปัญญากัน นึกถึงพวกพรหม ก็ได้ครับ ^_^
“..ไอ้คนเรานี้มันก็แปลก ชอบเอาลมปากเผากัน
เอาไฟกิเลส โมหะ โทสะ ราคะ เผากัน
เผาตนเอง เผากาย เผาใจตนเองยังไม่พอ
ชอบเผื่อแผ่ไปเผาชาวบ้าน ชาวช่องเขาด้วย
เผาจิตเผากายของเขา มันสนุกหรืออย่างไร
วิสัยชาวโลก ชอบนินทา-สรรเสริญ
... ไฟร้อน ไฟเย็น ก็เผาได้เผาดี................ ”

หลวงปู่บุดดา ถาวโร
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1918
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 18/02/2013 - 07:54

เพราะว่าเป็นการเจริญ "สติป้ฏฐาน ๔"ครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   พุทธฏีกา ไอคอน

  • พุทธฏีกา
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4065
  • สมัคร: 15/12/2006

ตอบ: 15/03/2013 - 03:28

เป็นสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นรัตนะแรกที่จะ นำมาซึงสมบัิติและรัตนะทุกๆ อย่าง
[สติสัมโพชฌงค์] เป็นหัวหน้าเป็นประธาน เป็น จักรแก้ว เป็นจักรรัตนะในบรรดารัตนะทั้งปวง
สามารถทำให้ พระราชาเจ้าแผ่นดิน ได้ทรัพย์สมบัติมีค่าอื่นๆ จากคาบมหาสมุทรทั้ง ๔
เอาไว้กำจัดศัตรูและบริหาร มหาทวีปทั้ง ๔ และทวีปบริวารน้อยใหญ่อีกมากมาย
ด้วยกำลังช้างแก้ว(ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์) ม้าแก้ว (วิริยะสัมโพชฌงค์) ฯลฯ

เหมือนทำการใหญ่ จะสำเร็จได้ ต้องอาศัย สติ ซึ่งจำเป็นในที่ทั้งปวงครับเจริญพร :06:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย พุทธฏีกา: 15/03/2013 - 03:34

ติณฺโณ ตาเรยฺยํ
มุตฺโต โมเจยฺยํ
พุทโธ โพเธยฺยํ

เราข้ามได้แล้วจะให้ผู้อื่นข้ามได้ด้วย
เราพ้นแล้วจะให้ผู้อื่นพ้นด้วย
เราตรัสรู้แล้วจะให้ผู้อื่นรู้ด้วย
(ปรมตฺถทีปนี จริยปิฏกวณฺณนา มหาจุฬา. ๓๒๙)
(ภ)(น)(ท)(มโน)(อุป)(อนุ)(โค)(ม)(ผ)(ผ)(ผ)(ภ)
3



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 9000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 9769
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 15/03/2013 - 14:49

อ้างอิง

เป็นสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นรัตนะแรกที่จะ นำมาซึงสมบัิติและรัตนะทุกๆ อย่าง
[สติสัมโพชฌงค์] เป็นหัวหน้าเป็นประธาน เป็น จักรแก้ว เป็นจักรรัตนะในบรรดารัตนะทั้งปวง
สามารถทำให้ พระราชาเจ้าแผ่นดิน ได้ทรัพย์สมบัติมีค่าอื่นๆ จากคาบมหาสมุทรทั้ง ๔
เอาไว้กำจัดศัตรูและบริหาร มหาทวีปทั้ง ๔ และทวีปบริวารน้อยใหญ่อีกมากมาย
ด้วยกำลังช้างแก้ว(ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์) ม้าแก้ว (วิริยะสัมโพชฌงค์) ฯลฯ

เหมือนทำการใหญ่ จะสำเร็จได้ ต้องอาศัย สติ ซึ่งจำเป็นในที่ทั้งปวงครับเจริญพร


:09:

กราบนมัสการ และอนุโมทนาค่ะตุ๊

ชอบจังค่ะ ยกอุปมาสติดังว่า "จักรแก้ว" เช่นนี้

ขอเพิ่มการยกขยายความเป็นธรรมบทยาวแบบบ้านๆ (ชานเมือง)
มีน้ำจิ้มและผักแอ้มแซมสักเล็กน้อยได้ไหมคะ

เช่นว่าสติเป็นสมบัติสำคัญแห่งพระเจ้าจักรพรรดิคือเช่นใด
อันใดเป็นอันใดในแก้วรัตนะนี้อีก
อันใดคือคาบสมุทร และมหาทวีปทั้ง ๔
และ ฯลฯ มีความเกี่ยวประสานกันเช่นไร อย่างนี้น่ะค่ะ

:09:

(คือเภตราเคยพิมพ์บทธรรมเจ้าพระคุณพระอุบาลี
ท่านมียกอุปมาเปรียบแล้วขยายความ อ่านเข้าใจง่ายเจริญใจดีค่ะ
มีบทที่ท่านยกอุปมาจักรแก้วและพระเจ้าจักรพรรดิเช่นกัน
แต่นั้นท่านหมายขยายสกลกาย ซึ่งมีรายละเอียดเยอะ

:01:

ที่ขอตุ๊ไม่ต้องยาวเต็มเช่นนั้นนะคะ
เอาแบบเล่าขยายพอเป็นเครื่องเสริมกำลังใจให้ผู้ภาวนา
ได้รู้สึกเห็นความสำคัญแห่งสติเครื่องระลึกนี้อ่ะค่ะ :09: )
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
1



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   พุทธฏีกา ไอคอน

  • พุทธฏีกา
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4065
  • สมัคร: 15/12/2006

ตอบ: 17/03/2013 - 22:58

แสดงข้อความที่โพสต์เภตรา [ 15/03/2013 - 14:49 ]

:09:

ชอบจังค่ะ ยกอุปมาสติดังว่า "จักรแก้ว" เช่นนี้

ขอเพิ่มการยกขยายความเป็นธรรมบทยาวแบบบ้านๆ (ชานเมือง)
มีน้ำจิ้มและผักแอ้มแซมสักเล็กน้อยได้ไหมคะ

เช่นว่าสติเป็นสมบัติสำคัญแห่งพระเจ้าจักรพรรดิคือเช่นใด
อันใดเป็นอันใดในแก้วรัตนะนี้อีก
อันใดคือคาบสมุทร และมหาทวีปทั้ง ๔
และ ฯลฯ มีความเกี่ยวประสานกันเช่นไร อย่างนี้น่ะค่ะ

:09:

(คือเภตราเคยพิมพ์บทธรรมเจ้าพระคุณพระอุบาลี
ท่านมียกอุปมาเปรียบแล้วขยายความ อ่านเข้าใจง่ายเจริญใจดีค่ะ
มีบทที่ท่านยกอุปมาจักรแก้วและพระเจ้าจักรพรรดิเช่นกัน
แต่นั้นท่านหมายขยายสกลกาย ซึ่งมีรายละเอียดเยอะ

:01:

ที่ขอตุ๊ไม่ต้องยาวเต็มเช่นนั้นนะคะ
เอาแบบเล่าขยายพอเป็นเครื่องเสริมกำลังใจให้ผู้ภาวนา
ได้รู้สึกเห็นความสำคัญแห่งสติเครื่องระลึกนี้อ่ะค่ะ :09: )

ขออนุญาตคุณโยมเจ้าของกระทู้ด้วยนะครับ :06:



วันที่ 14/3/56

อวยพรให้คุณโยม ปูลม(ลานธรรมเสวนา)

หลังอวยพรสุขสันต์วันคล้ายวันเกิด...ฯ จบ

ปูลม : ^^
: สาธุค่ะตุ๊
: ดีใจ
: ตุ๊มาโปรด

พุทธฏีกา : พอดีกำลังจะตอบกระทู้ในลานธรรม
: เหลือบไปเห็น ปูลม อายุ 34 :10:

ปูลม : ว้า 34 เซ็ง!!!

พุทธฏีกา : 3 พระรัตนตรัย 4 อริยสัจสี่ สติปัฏฐาน ๔

ปูลม : สุดยอดไปเลยค่ะตุ๊ / วันนี้สอนไรดีค่ะ รอฟัง ^^

พุทธฏีกา : หรือครับ งั้นก็โพชฌงค์ ๗ วันนี้จะมอบของขวัญ เขาเรียกกันว่า จักรแก้ว

ปูลม : อึ้งไปเลย เป็นยังไงค่ะ

พุทธฏีกา : ถ้าคุณโยมปูก็ต้อง จักรพรรดิณี (นี) เขียนถูกไหม

ปูลม : ค่ะ 55

พุทธฏีกา : เขาเล่ากันว่า ถ้าใครได้จักรรัตนะนี่แล้ว จะสามารถพิชิต
มหาทวีปทั้ง ๔ มีชมพูทวีป ฯลฯ

ปูลม : ค่ะ?

พุทธฏีกา : เฉลยเลยว่า..มหาทวีป ๔ ที่ว่า
คือการบริหารใจคนรอบข้างที่ใกล้ตัว สมมติว่าถ้า องค์หญิงอายุ 34 องค์ใด

ปูลม : อ๋อ 55

พุทธฏีกา : สามารถมีจักรรัตนะไว้ครอบครอง นั่นหมายถึงมี สติสัมโพชฌงค์
เป็นหัวหน้า เป็นสมบัติ เป็นเครื่องมือในการบริหารใจคนรอบตัว (มหาทวีป ๔)

ปูลม : มีสติก่อน

พุทธฏีกา : เจ้าหญิงปู ก็จะสามารถได้สมบัติอีก ๖ อย่างจากท้องสมุทรทั้ง ๔ ทิศ :12:

ปูลม : คุณตัวอื่นๆ ก็ตามมาใช่ปะค่ะ

พุทธฏีกา : สาาาาาธุๆ

ปูลม : :99:

พุทธฏีกา : รอบๆ ตัวเรา มีผู้ใหญ่ มีพ่อมีแม่เ็ป็นทิศเบื่องหน้า หัวใจของพวกท่าน
เป็นมหาทวีปที่เราควรปกครอง(ดูแล)ให้ดี

ปูลม : ได้กำลังใจขึ้นมาเลย สาธุ _/\_

พุทธฏีกา : คนรอบข้างของคุณโยมปู ก็จะได้รับความสุขไปกับเรา เมื่อเรา
สามารถครองใจคน เอาใจเขามาใส่ใจเรา เมื่อมีสติ บางทีเราเหนื่อย ท้อ
งอแง เป็นธรรมดา ที่เราจะลืมใส่ใจ ต่อความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นๆ ไปบ้าง

ปูลม : ทำไงดี หัดรู้ตัว

พุทธฏีกา : คุณโยมปู ก็จะปกครอง ทวีปใหญ่ๆ ดวงใจพ่อแม่ญาติพี่น้อง
ได้ไม่ดีเท่าที่ควร การปกครองขององค์หญิงเสียหาย / ใช่แล้ว

ปูลม : ก็จะงี่เง่า :20:

พุทธฏีกา : จึงเป็น จักรรัตนะ จักรแก้ว เป็นสมบัติแรกของเจ้าจักรพรรดินี
พออยู่ในชีวิตประจำวัน ทำโจทย์จริง

ปูลม : เริ่มกำทรายไว้ในมือ (เหมือนกำลังค่อยๆ สัมผัสมหาทวีป)

พุทธฏีกา : ถ้ามีสติ เราก็จะเอาอารมณ์ไปไว้ข้างหลัง
เอาความเมตตากรุณา เอาสติมาคิดก่อน คิดก็มีสติ พูดก็มีสติ ทำก็มีสติ
เรานำมาไว้ข้างหน้าก่อน

ปูลม : ค่ะสาธุ

พุทธฏีกา : ช้างแก้ว พลช้างเป็นพันๆ ก็จะปรากฏขึ้นตามมาจากท้องสมุทร
เป็นอุปกรณ์ เป็นพาหนะประจำของพระเจ้าจักรพรรดินี

ปูลม : ค่ะจะค่อยหัดทำ ^^

พุทธฏีกา : นั่นคือ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ หรือปัญญา แยกแยะได้ว่า
(อารมณ์) ก่อนนี้ Copy--->(ก็จะงี่เง่า :20:) ก็จะรู้ตัวขึ้นมา เลิก ลด ละ

ปูลม : มันยากค่ะปกติจะเป็นนางยักษ์ จะมาเป็นนางฟ้า จะพยายามฝึกค่ะ

พุทธฏีกา : ไม่ปลูกต้นร้ายผลแย่ ลงในมหาทวีป ทั้ง ๔ ทิศ ต่อผู้คนรอบข้าง
ถ้าเจ้าหญิงไม่มีจักรแก้ว ไม่มีสติ ไม่มีสัมปชัญญะ เวลาจะบริหารใจคน ครองใจคน
ก็กลายเป็นเวลาทำร้ายใจคนแทน ก็ไม่ได้ชัยชนะใน มหาทวีปเลย

: ทุกๆ คนที่สำคัญๆ รอบข้างเรา ได้ใจเขา ก็เหมือนเจ้าหญิงปราบศัตรูทั่วทิศสำเร็จ
ไม่ว่า เจ้านาย ลูกน้อง ลูกค้า ถ้าชนะใจเขา โลกนี้คงไม่มีนางยักษ์ :06:


: เนาะสร้างบารมี [สติสัมปชัญญะ] วันนี้มอบ จักรแก้ว ช้างแก้ว และ
ยังมีทิศอื่นๆ มหาทวีปที่เหลือ ที่เราต้องชนะ คือ[ชนะด้วยความดี] ถือเอาการสนทนานี้
ให้คุณโยมปูเป็นของขวัญวันเกิด

ปูลม : ขอบคุณค่ะตุ๊ เป็นของขวัญที่วิเศษมากเลยค่ะ สาธุ


Credit story by : ปูลม

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย พุทธฏีกา: 17/03/2013 - 23:08

ติณฺโณ ตาเรยฺยํ
มุตฺโต โมเจยฺยํ
พุทโธ โพเธยฺยํ

เราข้ามได้แล้วจะให้ผู้อื่นข้ามได้ด้วย
เราพ้นแล้วจะให้ผู้อื่นพ้นด้วย
เราตรัสรู้แล้วจะให้ผู้อื่นรู้ด้วย
(ปรมตฺถทีปนี จริยปิฏกวณฺณนา มหาจุฬา. ๓๒๙)
(ภ)(น)(ท)(มโน)(อุป)(อนุ)(โค)(ม)(ผ)(ผ)(ผ)(ภ)
2



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 9000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 9769
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 19/03/2013 - 15:13

:09:

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะตุ๊

ขอบคุณธรรมทานของขวัญวันเกิดและขอให้น้องปูลมเจริญสุขและเจริญในธรรม
ให้อยู่ในขวัญแห่งมงคล ๓ คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
และเห็นแจ้งแห่ง ๓ คือพระไตรลักษณ์ ... อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ด้วยเจริญใน ๔ ทั้งสติปัฏฐาน อิทธิบาท สัมมปทาน ตลอดจนถึงอริยสัจค่ะ :09: :33:


:01:

กระซิบนิดค่ะตุ๊
บทยกมาเป็นสนทนาถามตอบอย่างนี้
ยิ่งทำให้เภตรานึกถึงการแสดงธรรมของเจ้าพระคุณท่าน(เจ้าพระคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์)
ที่หลายบทท่านมักยกเป็นการถามตอบปุจฉาวิสัชนา
และวิธีการแสดงธรรมในหลายบทที่ยกหลักบาลีจากพระสูตร
มาขยายความเพื่อให้เกิดความเข้าใจ
โดยอิงมาจากอรรถกถาพระโบราณาจารย์นี่น่ะค่ะ
ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในพระสูตรต่างๆ
และรู้สึกการเรียนธรรมภายในด้วยพระไตรปิฎกเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นด้วยค่ะ :09:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย เภตรา: 19/03/2013 - 15:14

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
1



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   พุทธฏีกา ไอคอน

  • พุทธฏีกา
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4065
  • สมัคร: 15/12/2006

ตอบ: 20/03/2013 - 20:12

แสดงข้อความที่โพสต์เภตรา [ 19/03/2013 - 15:13 ]

:01:

กระซิบนิดค่ะตุ๊
บทยกมาเป็นสนทนาถามตอบอย่างนี้
ยิ่งทำให้เภตรานึกถึงการแสดงธรรมของเจ้าพระคุณท่าน(เจ้าพระคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์)
ที่หลายบทท่านมักยกเป็นการถามตอบปุจฉาวิสัชนา
และวิธีการแสดงธรรมในหลายบทที่ยกหลักบาลีจากพระสูตร
มาขยายความเพื่อให้เกิดความเข้าใจ
โดยอิงมาจากอรรถกถาพระโบราณาจารย์นี่น่ะค่ะ
ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในพระสูตรต่างๆ
และรู้สึกการเรียนธรรมภายในด้วยพระไตรปิฎกเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นด้วยค่ะ :09:

อนุโมทนาสาธุครับ

เพราะความคุ้นเคยนะครับ ได้อ่านได้ศึกษาบ่อยๆ ทำใจเป็นกลางพอศึกษาไป
เดี๋ยวพุทธคุณ ก็จะปรากฏแก่ ผู้หมั่นศึกษาและปฏิบัติเองครับ สนุกสนาน
ลึกซึ้ง ยิ่งอ่านยิ่งทวนก็ยิ่ง ชื่นชมในพระสัพพัญญุตาญาณของพระองค์

เจริญพร.
ติณฺโณ ตาเรยฺยํ
มุตฺโต โมเจยฺยํ
พุทโธ โพเธยฺยํ

เราข้ามได้แล้วจะให้ผู้อื่นข้ามได้ด้วย
เราพ้นแล้วจะให้ผู้อื่นพ้นด้วย
เราตรัสรู้แล้วจะให้ผู้อื่นรู้ด้วย
(ปรมตฺถทีปนี จริยปิฏกวณฺณนา มหาจุฬา. ๓๒๙)
(ภ)(น)(ท)(มโน)(อุป)(อนุ)(โค)(ม)(ผ)(ผ)(ผ)(ภ)
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ