ลานธรรมเสวนา: หมู่บ้านคนปฏิบัติธรรม - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

หมู่บ้านคนปฏิบัติธรรม ไปอยู่ไหนดี

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   พราวสุข ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 305
  • สมัคร: 26/05/2005

ตอบ: 20/07/2012 - 12:54

เพื่อนๆ กัลยาณมิตร ส่วนใหญ่ น่าจะ .....โสด.....

และชอบปฏิบัติธรรม เคยคิดไหมว่า ตอนเราแก่ ใครจะดูแลเรา ใครจะพาเราไปวัด ใครจะดูแลเรายามป่วย และเมื่อเสียชีวิต


บางครั้งคิดว่า พอแก่ เราต้องปลงกับสังขาร ละวางกับความคิด ถูกต้องค่ะ แต่......

บางครั้งทำไม่ได้ทุกเวลา.......

เลยอยากจะถามเพื่อน ๆ ลานธรรมว่า คิดยังไงดี หรือว่า ไปอยู่วัด ไปอยู่หมู่บ้านที่ใกล้ญาติที่โสด ๆ กันดี ช่วยกันดูแล
แต่คิดอีกที ถ้าเพื่อน ๆ นักปฏิบัติหลายสิบคน หรือเป็นร้อยคน อยู่ร่วมกัน มีพระมาเทศน์ทุกอาทิตย์ มีพระมารับบิณฑบาตทุกวัน ก็ดี

อยากทราบว่าที่ไหนพอจะมีบ้างค่ะ หรือควรทำอย่างไรดี

ปัจจุบันอายุก็ใกล้จะเยอะแล้ว เห็นเพื่อน ๆ พ่อแม่ เริ่มแก่ละ เริ่มตายไปทีละคน ก็ต้องเตรียมตัวตอนนี้ เพราะต้องใช้เงินพอสมควร ถ้าคิดช้ากว่านี้อาจจะไม่สำเร็จค่ะ

ขอบคุณมาก ๆๆๆ ค่ะ
0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   mayrin ไอคอน

  • ตอบ 7000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 7074
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 20/07/2012 - 15:03

เคยปริวิตกเหมือนกันค่ะ
ว่าอนาคตข้างหน้าใครจะประคองเราใส่บาตร
ในยามที่ดวงตาฝ้ามัวเลือนราง
เรายังจะมีโอกาศแม้เพียงเหลือบแลเห็นแสงเรืองของชายผ้าเหลืองหรือไม่
สองมือ สองเท้าของเราในยามที่อ่อนล้า ร่วงโรยเต็มทน
จะพยุงกายไปถึงแหล่งพิงพักรับประวิงกาลเกิดใหม่ของเราหรือไม่
และ..จะมีกำลังเหลือพอพาสังขารที่ใกล้แตกดับนี้ขึ้นเมรุได้ด้วยตนหรือเปล่า

แต่ทว่า...เราจะมีลมหายใจอยู่จนถึงวันที่ชราธิสภาพนั้นมาเยือนหรือไม่
ชีวิตของเราอาจสิ้นสุดลงด้วย เดี๋ยวนี้ วินาทีนี้ ในปัจจุบันสภาพนี้

ดังนั้น เมื่อมือของเรายังเอื้อมไปใส่บาตรด้วยตน สร้างกุศลได้ด้วยสองแขน
เราจึงพึงเหยียดมือน้อยนี้ไปหาบุญให้สุดกำลังเอื้อมถึง
ดวงตาที่ยังสดใสสว่าง จึงเพียรมองหาเหล่าสมณะ
สองเท้าที่ยังก้าวแข็ง หมั่นเดินตามทางที่ท่านพร่ำสอน
แทนการกังวลถึงเวทนาและเพลาเกิดใหม่ เป็นเพียรไปสู่ความไม่เกิด
ไม่เกริ่นเกรงถึงกาลที่ยังมาไม่ถึง

อนาคตเกิดจากปัจจุบันนี้...
เมื่อสร้างเหตุดีแล้ว ย่อมมีผลอันดีตามเหตุนั้น
ธรรมจะเป็นกัลยาณมิตรผู้พยุงรักษาเรา
กุศลจะเป็นผู้พาเราไปสู่เชิงตะกอน

ความไม่ประมาทจะทำให้เรามีปัจจัยช้อนรับ
และหมู่ผู้ปฏิบัติธรรมจะอยู่ไม่ไกลเรา
เมื่อเราสร้างเหตุไว้สมควรแก่กรรมนั้น
2



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   พราวสุข ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 305
  • สมัคร: 26/05/2005

ตอบ: 20/07/2012 - 16:53

จริงด้วยค่ะ

เมื่อเราสร้างเหตุดีในสิ่งต่าง ๆ ทั้งการศึกษา และปฏิบัติธรรม ไม่คิดทำลายใคร พึงเห็นคนทุกคนปลอดภัย มีความสุข ก็ส่งผลให้เจอแต่สิ่งดี ๆ

แต่ถ้ามีหมู่บ้านคนปฏิบัติธรรมก็จะดีมาก


แต่ตอนนี้ คิดเรื่อง เหตุดี ผลก็จะดีตามมา ก็รู้สึกมีความสุขมากขึ้น


เหตุผลของความสุข มีมากมายจนบางครั้งคิดไม่ถึงจริง ๆ

ขอบคุณมากนะค่ะ
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   ศลิษา ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 734
  • สมัคร: 29/02/2004

ตอบ: 20/07/2012 - 17:44

น้องพราวเป็นผู้จัดการเลยค่ะ พี่สมัครด้วยคน
แต่ตอนนี้เล็งงานยามเกษียณไว้แล้ว คือจะไปคุณยายประจำสำนักที่โพธิปักค่ะ :06:
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   สายศีล ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2475
  • สมัคร: 31/08/2005

ตอบ: 21/07/2012 - 05:50

เมื่อก่อนเคยคิดว่าแก่แล้วจะไปอยู่ไหนหนอ...ลูกก็ไม่มี เงินทองก็ไม่ค่อยมีเก็บกับเค้า หลายปีผ่านไปเข้าวัดโน้นออกวัดนี้ไปปฎิบัติธรรมาหลายที่ก็เห็นคุณตาคุณยาย ที่เป็นอุบาสกอุบาสิกาบางท่านก็มาอยู่ที่วัดเลย บางท่านก็มีบ้านอยู่ใกล้ๆวัด ก็ไม่เห็นว่าท่าทางท่านจะเป็นคนมีเงินทองมากมาย แต่งตัวง่ายๆแบบชาวบ้านๆกินอยู่ง่ายๆ กับข้าวที่นำมาทำบุญก็ง่ายๆ ดอกไม้ที่นำมาถวายพระก็เป็นดอกไม้ที่ปลูกไว้ริมรั้วบ้าน ท่านมาวัดพร้อมกับตระกล้าใบเล็กๆหนึ่งใบ บรรจุอาหารที่จะนำมาใส่บาตร ขวดน้ำเตรียมมากกรวดน้ำ เห็นแล้วมีความสุขดีจัง ก็หวังไว้ว่าสักวันเราคงได้ใช้ชีวิตแบบนี้บ้าง

มีเพื่อนสนิทกันเค้าบริจาคที่สร้างสำนักสงฆ์ไว้ที่พิษณุโลก เราก็คงไปอยู่ที่นั่นแหละ ได้ไปช่วยเค้าสร้างโน่นนี้ไว้หลายอย่างแล้วค่ะ บอกพี่เค้าว่าจะเก็บเงินสร้างกุฎิสักหลังไว้แก่ๆแล้วจะได้มาอยู่ทีนี่เสียเลย พระอ.กับอุบาสิกาที่วัดก็ดีใจ ตั้งตารอสมาชิกใหม่กันเชียวแหละ ชีวิตไม่แน่นอน แต่เราก็วางแผนชีวิตของเราคร่าวๆไว้แล้วละค่ะ
ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทาโสตถีภะวันตุเตฯ

ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทาโสตถีภะวันตุเตฯ

ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทาโสตถีภะวันตุเตฯ
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   ปัญญา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1916
  • สมัคร: 24/01/2004

ตอบ: 21/07/2012 - 09:17

ก็จริงเช่นนั้นครับ คิดว่าทุกท่านคงไม่มีใคร ไม่เคยได้อ่านพุทธทำนายนะครับ (ไม่แน่ใจว่า เป็นพุทธทำนายจริงหรือเปล่านะครับ) ที่กล่าวไว้แนวๆว่า ผู้มีศีลจะเข้าป่า เมื่อเหตุการณ์สงบ จะพากันออกจากป่า

ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเห็นเลือนลางแล้ว เพราะเรามีพ่อแม่ครูอาจารย์ อยู่ป่า เราจึงไปอยู่ป่ากับท่าน และ บ้านเรือนของคนป่า ย่อมอยู่ในป่า
จริงๆแล้ว เราท่านทั้งหลาย หากอยู่ด้วยกันได้ ในวัยชรา ก็จะดี ไม่มีอะไรมากหรอก เคยไปเยี่ยมพระอาจารย์ อลงกต (วัดพระพุทธบาทน้ำพุ) ชีวิตที่นั่น ก็คล้ายๆ กับที่เราท่านทั้งหลายกำลังคิดอยู่นี่ล่ะ

คนติดเชื้อที่ยังแข็งแรง ก็ดูแลคนเจ็บป่วยหนักๆ ที่ดูแลตัวเองไม่ได้ พอจากไปแล้ว ก็สบาย แล้วคนที่แข็งแรงๆ เมื่อถึงเวลาของตนที่จะกลายเป็นคนอ่อนแอบ้าง ก็จะมีคนแข็งแรง ดูและกันต่อๆไปอีก
กลายเป็นการส่งทอด การดูแลซึ่งกันและกัน

ชีวิตการปฏิบัติธรรม กลุ่มผู้ปฏิบัติธรรม ดำเนินตามรอยบาทพุทธองค์ อนาคตจะเป็นเช่นนี้ครับ ไม่นานนี้ล่ะ เพราะทุกวันนี้ เริ่มมีสำนักปฏิบัติธรรม ผุดขึ้นในป่าเยอะมาก นั่นคือผู้ทีี่มีศีล มีธรรม ตามที่พุทธทำนายกล่าวถึง
ต่อไปจะสงบสุขได้ตามอัฐภาพ ครับ
ทุกข์ แต่ก็ยังต้องแบกทุกข์
ทุกข์เพราะขันธ์5 วางขันธ์ทั้ง5
ตัวทุกข์มันก็หาย
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   ธรรมอุทิศ_261249 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1602
  • สมัคร: 26/12/2006

ตอบ: 21/07/2012 - 14:05

แสดงข้อความที่โพสต์mayrin [ 20/07/2012 - 15:03 ]

เคยปริวิตกเหมือนกันค่ะ
ว่าอนาคตข้างหน้าใครจะประคองเราใส่บาตร
ในยามที่ดวงตาฝ้ามัวเลือนราง
เรายังจะมีโอกาศแม้เพียงเหลือบแลเห็นแสงเรืองของชายผ้าเหลืองหรือไม่
สองมือ สองเท้าของเราในยามที่อ่อนล้า ร่วงโรยเต็มทน
จะพยุงกายไปถึงแหล่งพิงพักรับประวิงกาลเกิดใหม่ของเราหรือไม่
และ..จะมีกำลังเหลือพอพาสังขารที่ใกล้แตกดับนี้ขึ้นเมรุได้ด้วยตนหรือเปล่า

แต่ทว่า...เราจะมีลมหายใจอยู่จนถึงวันที่ชราธิสภาพนั้นมาเยือนหรือไม่
ชีวิตของเราอาจสิ้นสุดลงด้วย เดี๋ยวนี้ วินาทีนี้ ในปัจจุบันสภาพนี้

ดังนั้น เมื่อมือของเรายังเอื้อมไปใส่บาตรด้วยตน สร้างกุศลได้ด้วยสองแขน
เราจึงพึงเหยียดมือน้อยนี้ไปหาบุญให้สุดกำลังเอื้อมถึง
ดวงตาที่ยังสดใสสว่าง จึงเพียรมองหาเหล่าสมณะ
สองเท้าที่ยังก้าวแข็ง หมั่นเดินตามทางที่ท่านพร่ำสอน
แทนการกังวลถึงเวทนาและเพลาเกิดใหม่ เป็นเพียรไปสู่ความไม่เกิด
ไม่เกริ่นเกรงถึงกาลที่ยังมาไม่ถึง

อนาคตเกิดจากปัจจุบันนี้...
เมื่อสร้างเหตุดีแล้ว ย่อมมีผลอันดีตามเหตุนั้น
ธรรมจะเป็นกัลยาณมิตรผู้พยุงรักษาเรา
กุศลจะเป็นผู้พาเราไปสู่เชิงตะกอน

ความไม่ประมาทจะทำให้เรามีปัจจัยช้อนรับ
และหมู่ผู้ปฏิบัติธรรมจะอยู่ไม่ไกลเรา
เมื่อเราสร้างเหตุไว้สมควรแก่กรรมนั้น




:114: :09: :12:

สาธุกับความเห็นนี้มากๆ ค่ะ

เคยปริวิตกกังวลอยู่เหมือนกัน แต่หลังๆ ไม่ค่อยแล้วค่ะ

เชื่อมั่นในธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

หากเราไม่ได้สร้างเหตุให้ใครมาประคองเรายามใส่บาตร มันก็เป็นเช่นนั้นเอง

ไม่เป็นไรค่ะ อย่ากังวล แค่เราไม่ประมาท สร้างเหตุที่สมควร ผลเป็นอย่างไร มันก็เป็นเช่นนั้นเอง

0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   ปล่อยรู้ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1950
  • สมัคร: 24/02/2008

ตอบ: 21/07/2012 - 22:07

สำนักปฏิบัติธรรม หรือวัดที่ปฏิบัติธรรม
โดยส่วนมากแล้ว พร้อมยินดีต้อนรับผู้ที่จะเข้ามาพักปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดเวลา
จะอยู่แบบชั่วคราวหรือถาวร ก็พร้อมเสมอ...

หากมีความประสงค์ที่จะไปใช้ชีวิตใกล้วัยชรา อยู่ใกล้ชิดกับพระสงฆ์
ใกล้ชิดกับหมู่กัลยาณมิตร ก็ลองเข้าไปทำความคุ้นเคยใกล้ชิดกับสำนักปฏิบัติหรือวัดปฏิบัติ
ที่เราเห็นว่าน่าจะเข้ามาใช้ชีวิตในบันปลายได้ ก็พยายามหมั่นเข้าไปปฏิบัติให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ครับ
บางสำนัก บางวัด ก็มีที่ให้สำหรับใครใคร่จะมาปลูกบ้านพักอยู่ปฏิบัติธรรม ก็ปลูกเอาเองตามใจชอบ.

ผมเองก็ตั้งใจเอาไว้เหมือนกันครับว่า จะไปใช้ชีวิตใกล้ฝั่งแบบนั้นเหมือนกัน แต่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่อยู่เป็นที่
โดยจะใช้ชีวิตดำเนินไปยังสำนักปฏิบัติหรือวัดปฏิบัติต่างๆ จวบจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายจะดับสิ้นลงไป
ก็หวังเอาไว้ว่าสุขภาพของตนเองจะเอื้ออำนวยให้ทำได้ตามที่ตั้งความปรารถนาเอาไว้

แต่ก็อย่างที่คุณmayrin เตือนสติเอาไว้นะครับว่าไม่ควรประมาท ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงวันที่ตั้งใจเอาไว้หรือไม่
ปัจจุบันมีโอกาสเมื่อใดก็ซ้อมๆไปเรื่อยๆ ไปไม่ประจำที่...

...สุขใด จะเท่ากับใจที่เป็นอิสระ ไร้เครื่องผูกพันธนาการใดๆ...

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย ปล่อยรู้: 21/07/2012 - 22:09

0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1933
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 22/07/2012 - 12:23

อายุเราทุกคนก็เดินไปเรื่อย ๆ
พออายุเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นคนรอบข้างตายไปเรื่อย ๆ
เหลือกันอยู่ไม่กี่คน บางท่านก็อาจจะวังเวงใจว่า
เอ แล้วตอนเราชราจะอยู่ยังไง เราทำอะไรไม่ไหวแล้ว จะทำยังไง
จะไปอยู่ที่ไหนดี ต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้แล้ว เดี๋ยวเงินไม่พอแล้วจะลำบาก

การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิบ ๆ ปีนั้น โอกาสคลาดเคลื่อนสูงมากครับ
คิดว่าจะไปอยู่ตรงนั้นแล้วดี พอถึงเวลานั้นแล้ว อาจจะไม่ดีก็ได้
แม้เตรียมเงินไว้เยอะแยะ โดนโกงหรือโดนปล้นทีเดียวก็หายหมดได้
(ตามข่าวก็มีเยอะนะครับที่คนแก่โดนปล้นหรือโกงเงินเก็บไปทั้งหมด)
โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เราไม่สามารถฝากผีฝากไข้ให้กับใครได้ และสิ่งของอะไรได้

จริง ๆ แล้ว มีอีกทางเดินหนึ่งที่ควรจะพิจารณานะครับ
ในเมื่อเห็น ๆ อยู่ว่าอีกหน่อยจะแก่มาก ไม่เหลือใคร จะทำอะไรไม่ไหวแล้ว
เราควรพิจารณาก่อนที่จะถึงวันนั้น เราจะทำกิจสำคัญที่ควรทำเสร็จเรียบร้อยหรือเปล่า
อย่างเรื่องตักบาตรนั้น ตักเสียตั้งแต่วันนี้ครับ ตักให้เต็มที่ ตักทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
แล้วก็ระลึกว่าตักบาตรนี้ก็เป็นแค่ระดับทานครับ สำคัญกว่าคือศีลและภาวนา
ทีนี้ เวลาแก่นั้น ก็ไม่ใช่จะภาวนาง่าย ๆ แล้วครับ เพราะฉะนั้นก็ภาวนาเสียแต่วันนี้
ภาวนาให้เต็มที่ ภาวนาให้พอ ภาวนาให้ถึงเป้าหมายที่สมควร
หากสามารถไปถึงเป้าหมายที่สมควรก่อนที่เราจะแก่และจะทำอะไรไม่ไหวแล้ว
ชีวิตนี้ก็คุ้มค่าแล้ว ส่วนว่าตอนแก่จะทำอะไรไม่ไหว จะอยู่อย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้ว

ยกตัวอย่างว่าเราซื้อรถมาขับคันหนึ่ง
ช่วงที่สำคัญที่ต้องใช้รถคือช่วงซื้อมาใหม่ จนถึงช่วงที่รถยังใช้งานได้ดี
ส่วนในถึงช่วงรถผุพังวิ่งไม่ไหวแล้วนั้น ไม่สำคัญแล้วครับว่ารถจะจอดที่ไหน
ร่างกายที่ผุพังทำอะไรไม่ได้น้น จะไปนอนป่วย หรือเจ็บที่ไหน หรือไปตายที่ไหน ก็ไม่สำคัญครับ
ความสำคัญอยู่ที่ว่าระหว่างที่ยังใช้งานได้ดีนั้น เราได้ใช้งานมันอย่างคุ้มค่าและเหมาะสมไหม
หากใช้ร่างกายและจิตใจอย่างคุ้มค่าไปจนถึงเป้าหมายบรรลุธรรมได้แล้ว
จะตักบาตรไม่ไหว จะไม่มีใครมาดูแล จิตใจก็มีความสุขครับ และชีวิตนี้คุ้มค่าที่สุดแล้ว

หากถามว่าแล้ว เราจะไปอยู่ที่ไหนในเวลานั้น เรียนว่าถึงเวลาก็จะทราบเอง
สถานการณ์ของโลกนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เราอาจจะอยู่ไม่ถึงวันที่เราแก่ชราก็ได้
หรือสถานที่เราเตรียมไว้เพื่ออยู่ในยามชรา พอถึงเวลาจริง ๆ อาจจะไม่ดีแล้วก็ได้
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด ๆ ก็ตาม ฉะนั้นแล้ว ละอกุศลทุกอย่าง ทำกุศลให้ถึงพร้อม
และภาวนาให้เต็มที่ และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะทราบได้เองว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหน
หากเรามีธรรมะในใจ ยอมรับความจริงของโลกได้ อยู่ที่ไหนก็ได้ ลำบากอย่างไรก็อยู่ดี
จะไม่ได้ตักบาตรก็อยู่ได้ จิตใจมีความสุขด้วยธรรมะที่เราฝึกฝนอบรมไว้ดีแล้ว
แต่หากยังฝึกฝนอบรมธรรมะไว้ไม่ดีพอแล้ว อยู่ที่ไหนก็ลำบาก และยิ่งแก่ยิ่งทุกข์ครับ
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
1



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   Birdie ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 26
  • สมัคร: 01/04/2009

ตอบ: 22/07/2012 - 15:30

เคยคิดแบบเดียวกันกับคุณพราวสุขนะคะ และวางแผนไว้คร่าวๆ ว่าจะพาตนเองไปอยู่สำนักสงฆ์หรือวัดเหมือนกันค่ะ แต่อย่างคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า คิดถึงอดีตก็ทุกข์ คิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงก็ทุกข์ อยู่กับปัจจุบัน พิจารณาไปเจริญสติไปความกังวลความทุกข์เพราะคิดทั้งหลายก็หายไปค่ะ แต่ถ้ามีหมู่บ้านอย่างที่ว่ามาก็คงจะมีญาติโยมทางธรรมร่วมอนุโมทนาและได้พึ่งพิงในช่วงบั้นปลายไม่น้อย..

สาธุ ขออนุโมทนากับคุณพราวสุขเจ้าของกระทู้และกัลยาณมิตรทุกท่านที่มาแสดงความคิดเห็น ได้เตือนสติให้กับดิฉันด้วยค่ะ
_________________________________________________________________________________________________

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นกรรมกำหนด
ความอยากก็เป็นทุกข์ ไม่อยากก็เป็นทุกข์
1



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   watt ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 274
  • สมัคร: 26/07/2009

ตอบ: 22/07/2012 - 17:00

แสดงข้อความที่โพสต์ngodngam [ 22/07/2012 - 12:23 ]

อายุเราทุกคนก็เดินไปเรื่อย ๆ
พออายุเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นคนรอบข้างตายไปเรื่อย ๆ
เหลือกันอยู่ไม่กี่คน บางท่านก็อาจจะวังเวงใจว่า
เอ แล้วตอนเราชราจะอยู่ยังไง เราทำอะไรไม่ไหวแล้ว จะทำยังไง
จะไปอยู่ที่ไหนดี ต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้แล้ว เดี๋ยวเงินไม่พอแล้วจะลำบาก

การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิบ ๆ ปีนั้น โอกาสคลาดเคลื่อนสูงมากครับ
คิดว่าจะไปอยู่ตรงนั้นแล้วดี พอถึงเวลานั้นแล้ว อาจจะไม่ดีก็ได้
แม้เตรียมเงินไว้เยอะแยะ โดนโกงหรือโดนปล้นทีเดียวก็หายหมดได้
(ตามข่าวก็มีเยอะนะครับที่คนแก่โดนปล้นหรือโกงเงินเก็บไปทั้งหมด)
โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เราไม่สามารถฝากผีฝากไข้ให้กับใครได้ และสิ่งของอะไรได้

จริง ๆ แล้ว มีอีกทางเดินหนึ่งที่ควรจะพิจารณานะครับ
ในเมื่อเห็น ๆ อยู่ว่าอีกหน่อยจะแก่มาก ไม่เหลือใคร จะทำอะไรไม่ไหวแล้ว
เราควรพิจารณาก่อนที่จะถึงวันนั้น เราจะทำกิจสำคัญที่ควรทำเสร็จเรียบร้อยหรือเปล่า
อย่างเรื่องตักบาตรนั้น ตักเสียตั้งแต่วันนี้ครับ ตักให้เต็มที่ ตักทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
แล้วก็ระลึกว่าตักบาตรนี้ก็เป็นแค่ระดับทานครับ สำคัญกว่าคือศีลและภาวนา
ทีนี้ เวลาแก่นั้น ก็ไม่ใช่จะภาวนาง่าย ๆ แล้วครับ เพราะฉะนั้นก็ภาวนาเสียแต่วันนี้
ภาวนาให้เต็มที่ ภาวนาให้พอ ภาวนาให้ถึงเป้าหมายที่สมควร
หากสามารถไปถึงเป้าหมายที่สมควรก่อนที่เราจะแก่และจะทำอะไรไม่ไหวแล้ว
ชีวิตนี้ก็คุ้มค่าแล้ว ส่วนว่าตอนแก่จะทำอะไรไม่ไหว จะอยู่อย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้ว

ยกตัวอย่างว่าเราซื้อรถมาขับคันหนึ่ง
ช่วงที่สำคัญที่ต้องใช้รถคือช่วงซื้อมาใหม่ จนถึงช่วงที่รถยังใช้งานได้ดี
ส่วนในถึงช่วงรถผุพังวิ่งไม่ไหวแล้วนั้น ไม่สำคัญแล้วครับว่ารถจะจอดที่ไหน
ร่างกายที่ผุพังทำอะไรไม่ได้น้น จะไปนอนป่วย หรือเจ็บที่ไหน หรือไปตายที่ไหน ก็ไม่สำคัญครับ
ความสำคัญอยู่ที่ว่าระหว่างที่ยังใช้งานได้ดีนั้น เราได้ใช้งานมันอย่างคุ้มค่าและเหมาะสมไหม
หากใช้ร่างกายและจิตใจอย่างคุ้มค่าไปจนถึงเป้าหมายบรรลุธรรมได้แล้ว
จะตักบาตรไม่ไหว จะไม่มีใครมาดูแล จิตใจก็มีความสุขครับ และชีวิตนี้คุ้มค่าที่สุดแล้ว

หากถามว่าแล้ว เราจะไปอยู่ที่ไหนในเวลานั้น เรียนว่าถึงเวลาก็จะทราบเอง
สถานการณ์ของโลกนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เราอาจจะอยู่ไม่ถึงวันที่เราแก่ชราก็ได้
หรือสถานที่เราเตรียมไว้เพื่ออยู่ในยามชรา พอถึงเวลาจริง ๆ อาจจะไม่ดีแล้วก็ได้
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด ๆ ก็ตาม ฉะนั้นแล้ว ละอกุศลทุกอย่าง ทำกุศลให้ถึงพร้อม
และภาวนาให้เต็มที่ และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะทราบได้เองว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหน
หากเรามีธรรมะในใจ ยอมรับความจริงของโลกได้ อยู่ที่ไหนก็ได้ ลำบากอย่างไรก็อยู่ดี
จะไม่ได้ตักบาตรก็อยู่ได้ จิตใจมีความสุขด้วยธรรมะที่เราฝึกฝนอบรมไว้ดีแล้ว
แต่หากยังฝึกฝนอบรมธรรมะไว้ไม่ดีพอแล้ว อยู่ที่ไหนก็ลำบาก และยิ่งแก่ยิ่งทุกข์ครับ


:33:

เห็นด้วยครับ
ไม่เชื่อถืองมง่าย ไร้เหตุผล (อธิโมกข์)

แต่ให้เป็นไปตาม "หลักกาลามสูตร"
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   พราวสุข ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 305
  • สมัคร: 26/05/2005

ตอบ: 23/07/2012 - 08:22

ขอบคุณทุกคนมากนะค่ะ

ตอนนี้เหนื่อยมาก รู้สึกปลงอะไรได้เยอะมาก

ที่บ้านเดือนที่แล้ว เพิ่งเกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนรถตู้เราที่กำลังจะไปทำบุญถวายพระประธานที่กาญจนบุรี

คนขับรถตู้ของฝั่งเราตายพร้อมลูก และคนในรถบาดเจ็บกันหลายคน แม่ขาหัก แขนหัก

ตัวเอง และคนอื่น ก็บาดเจ็บเล็กน้อยบ้าง มากบ้าง

เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกว่าชีวิตไม่แน่นอนจริง ๆ รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน.......

อุบัติเหตุครั้งนี้สอนเรามากมาย ไม่มีอะไรที่เราไว้ใจได้เลย


เห็นความทุกข์มากขึ้น ชัดขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก .....

เพราะฉะนั้น. การใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน ทำงาน...ไป-กลับ แบบนี้มาหลายปี ไม่มีอะไรแน่นอนเลย

มีความคิดว่า.....ทำไมเราไม่หาความสุขกับครอบครัวให้มากกว่านี้......

ต้องจ้างคนมาดูแลแม่........ แต่เราต้องไปทำงาน

ทั้ง ๆ ที่เราดูแลแม่ได้เอง..ทำไมต้องจ้าง ทำงานได้เงินมาก เพื่อนำเงินมาจ้างอีกที

เหมือนคนทั่วไป มีลูก แต่ต้องจ้างคนดูลูก แล้วตัวแม่ไปทำงาน......


ชีวิตเป็นสิ่งสมมุติที่น่ากลัวมาก ถ้าเราหลงทาง ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น หลงไปกับเงิน กับ หน้าที่การงาน
อยากใช้ชีวิตที่พอเพียง มีความสุขตามกำลังที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ให้เต็มที่ ดีกว่า ....

ตอนนี้กำลังรอเวลาให้พร้อมกว่านี้ ให้แม่หายดีเป็นปกติ จะละทิ้งทุกอย่างไปอยู่ตจว. ใกล้ชิดวัด ใกล้ชิดครอบครัว ใกล้ชิดธรรมชาติ
มีชึวิตอยู่กับธรรมชาติ ทำตัวให้เหมือนธรรมชาติ ให้มากกว่านี้

เชื่อว่า ความสุข..... รอเราสัมผัสเสมอ ถ้าเราเลือกจะสัมผัส
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   mayrin ไอคอน

  • ตอบ 7000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 7074
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 23/07/2012 - 09:58

ในยามที่จิตมีกำลังถดถอย จิตเราก็จะคว้าหาที่พึ่งอยู่ตลอดเวลา
กังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง หวาดกลัวต่ออนาคต
เพราะเราย่อมมีความรักความหวงแหนในร่างกายตน และสิ่งที่ยึดว่าเป็นของๆ ตน
ความแก่ชรา ความเจ็บไข้ และความตาย มัจจุราชที่รออยู่ในเงามืดเบื้องหน้า
ซึ่งเรามองไม่เห็น จึงเป็นที่น่าหวั่นหวาด

แต่ความกลัว ความวิตกจะหมดไป เมื่อเราภาวนาจนเป็นที่พึ่งของตนเองได้ค่ะ
มีความมั่นใจในตน โดยที่ไม่ต้องอาศัยพึ่งพิงทั้งกายและจิตของผู้อื่น
เพราะในความเป็นอนิจจังของทุกสิ่งนั้น ไม่มีใครสามารถเป็นที่พึ่งของใครได้จริง

ถ้าเรามีความมั่นใจในความเป็นปัจจุบันที่ดี และแน่ใจว่า
ต่อจากนี้แม้เราถึงกาล เจ็บไข้ แก่ชราสิ้นลมแล้ว..เราไปดี
สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า ก็จะไม่ใช่ความว้าเหว่ อ้างว้าง
ไม่ต้องการเหลียวหาใคร ไม่ต้องการอุ้งมือของใคร

เมื่อเราเป็นผู้ตั้งใจปฏิบัติ เราก็จะพบผู้ปฏิบัติอยู่รายล้อมรอบตัวเราตลอดเวลา
เราจะพบว่า เราไม่เคยโดดเดี่ยว เดียวดาย
ไม่เคยอยู่ลำพังเลยแม้เพียงสักขณะจิตเดียว ในเส้นทางสู่นิพพานนี้

ดังนั้น การที่จะมีหมู่บ้านหรือไม่ เราจะมีพื้นดินในพุทธสถานใดให้อาศัย
ก็หาใช่เรื่องอันน่าหวาดหวั่นวิตกใจ

อภิณหปัจจเวกขณ์

ข้อที่พึงพิจารณาเนืองๆ ๕ ประการ

ชราธัมโมมหิ ชะรัง อะนะติโต
เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้

พะยาธิธัมโมมหิ พะยาธิง อะนะตีโต
เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้

มะระณะธัมโมมหิ มะระณัง อะนะตีโต
เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้

สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว
เราจักพลัดพรากจากของที่รัก ของชอบใจทั้งหลาย

กัมมัสสะโกมหิ กัมมะทายาโท
เรามีกรรมเป็นของๆตน เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ
เรามีกรรมเป็นแดนเกิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์

กัมมะปะฏิสะระโน ยัง กัมมัง กะริสสามิ
เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้

กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา
เป็นกรรมดีก็ตาม เป็นกรรมชั่วก็ตาม

ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิ
เราจักต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น

เอวัง อัมเหหิ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง
เราทั้งหลายพึงพิจารณาเนืองๆอย่างนี้แล.

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย mayrin: 23/07/2012 - 09:59

3



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   สายศีล ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2475
  • สมัคร: 31/08/2005

ตอบ: 23/07/2012 - 10:03

ขอให้คุณแม่และคนที่เจ็บป่วยหายวันหายคืนนะคะ

ดีใจที่คุณพราวสุขคิดได้อย่างนั้น ไม่มีใครรักและดูแลแม่ได้เท่าเราหรอกค่ะ ถ้าไม่มีภาระที่จะต้องทำแล้ว ไม่มีหนี้สินอะไรมีเงินเก็บนิดๆหน่อยๆ สายว่ากลับไปอยู่บ้านดูแลคุณแม่ดีกว่า

ตัวสายเองยังมีภาระอยู่มากยังหยุดไม่ได้ แต่ถ้าต้องตายไปวันนี้ก็วางแผนเรื่องการเงินไว้แล้ว ครอบครัวทางเมืองไทยแม่กับน้องๆหลานๆก็ไม่ลำบากนัก แต่ก็วางไว้ว่าคงไม่เกินห้าปีจะหยุดทำงานแล้วหาเวลาไปดูแลแม่อยู่เหมือนกันค่ะ

เรื่องการปฎิบัติธรรมสายก็ทำไปเรื่อยๆ ถ้ามีโอกาสได้ไปอยู่วัดอย่างที่ตั้งใจไว้ก็ถือว่าเป็นบุญของเรา
ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทาโสตถีภะวันตุเตฯ

ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทาโสตถีภะวันตุเตฯ

ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทาโสตถีภะวันตุเตฯ
2



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1933
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 23/07/2012 - 10:10

อนุโมทนากับทุกท่านครับ :09:
ศึกษาและปฏิบัติธรรมไปเรื่อย ๆ ...
ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ที่นั้นแหละคือสถานปฏิบัติธรรม
เพราะท้ายสุดเราก็ปฏิบัติธรรมที่กายและใจเรานี้เอง :33:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย ngodngam: 23/07/2012 - 10:10

ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1670
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 04/08/2012 - 03:53

:78:
อยู่ที่ปัจจุบันอารมณ์ให้ได้ดีๆที่สุดก่อนในตอนนี้
เมื่อถึงเวลาธรรมะเขาจะจัดสรรให้เองครับ

ถ้าอยากได้กำลังใจและอบอุ่นให้คุณย้อนไปวิเคราะห์ดูประวัติชีวิตของบรรพบุรุษ คนใกล้ชิดรู้จัก หรือคนไกลที่มีชื่อเสียง ที่เขาอยู่เป็นโสดจนถึงวันสุดท้าย เขาอยู่อย่างไร จากไปอย่างไร เพื่อให้เห็นธรรมดาแล้วปลงตกจิตกลับสู่ปกติ

ได้พบกับสาวโสดอายุน้อยจนถึงอายุ เจ็ดแปดสิบปี ซึ่งทุกวันนี้จะมีจำนวนมากขึ้นๆ จะเป็นเพราะผู้ชายมีจำนวนลดน้อยลงไปเพราะภัยต่างๆ หรือจะเป็นเพราะระบบสังคมใหม่ที่ทำให้คนแข่งขันกันเรียนจบสูง ใช้ชีวิตในการเรียนการศึกษามากเกินไปจนล่วงเลยวัยแห่งการมีคู่ตามธรรมชาติ.....สังคมชาวไร่ชาวนา ชาวป่าชาวดอยลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ เลยทำให้สาวโสดเยอะ หนุ่มโสดก็กำลังแยะขึ้นตามมาเพราะมัวแต่เรียนมัวแต่ทำงานปั่นเงินสร้างฐานะ จนลืมชีวิตตามธรรมชาติแบบชาวโลกธรรมดาๆทั้งหลาย ความจริงของโลกทุกวันมันเป็นอย่างนี้ นี่ก็อีก 1 เหตุผลที่จะพอเอามาใช้ปลอบใจ

ความคิดที่จะไปค้นหาวัดหรือสำนักปฏิบัติธรรมดีๆ ที่ครูบาอาจารย์มีคุณธรรมสูงมีเมตตากรุณามาก แล้วไปขอพึ่งบารมีท่านสร้างกุฏิดีๆมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมอาศัยอยู่ปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดในสำนักของท่านจนแก่ตาย.......คนโสดสูงอายุที่คิดอย่างนี้ก็มีเยอะเช่นกัน แต่พอไปตามล่าพระอาจารย์แสวงหาสำนัก หรือวัดในฝันที่ว่านี้ก็หามีให้ถูกใจไม่ค่อยจะได้เลย.....

คิดจะไปบวชชีอยู่วัดคงจะสบาย แต่ที่ไหนได้พอได้ไปสังเกตชีวิตแม่ชีในวงการชีที่ไหนๆก็มีปัญหาอะไรที่คล้ายๆกันและคาดไม่ถึงซ่อนอยู่ตั้งเยอะแยะ

มีอีกมากนะทุกข์ใจของคนโสดสูงอายุ

:49:
บริหารจัดการเวลาของชีวิต ให้ได้มาประพฤติปฎิบัติธรรมอย่างเข้มข้นจริงจังสักตั้งใหญ่ๆเพื่อทำลายความเห็นผิดให้ได้ทันในปัจจุบันชาตินี้.....หากแม้นสักกายทิฏฐิ หรือ ตัวกู ของกู ดับตายขาดไปจากใจ...ก็จะได้ถึงภาวะหมดกู ไร้ตัวฉัน ความกลัวทั้งเล็กทั้งใญ่ก็จะพลันมลายหายไปจากใจ ตายเมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไรก็ไม่กลัว ไม่มีลูกผัวคอยดูแลก็ไม่ห่วงเพราะ

"มีกู ก็มีกลัว หมดกู ก็หมดกลัว"

จะเอาอย่างนี้ได้ก็ยิ่งดีนะครับ คุณพราวสุข

สุดท้าย.....ที่สำนักสาขาของท่านโกเอ็นก้าที่จังหวัดลำพูนมีเนื้อที่เป็นพันไร่เขามีโครงการสร้างหมู่บ้านธรรมะ ให้ศิษย์สูงวัยได้อยู่อาศัยใช้ชีวิตร่วมกันเป็นบ้านหลังสุดท้าย สนใจลองติดต่อสอบถามดูนะครับ
:78:
1



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   ลูกโป่ง ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3384
  • สมัคร: 03/05/2007

ตอบ: 04/08/2012 - 13:23

:33: :33: :09: อนุโมทนาสาธุนะคะทุกท่าน
ทำทุกวันให้ดีที่สุดนะคะ...อย่าประมาท
ตั้งใจละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส
ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ฟังธรรมตามกาล
เราก็จะมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของเราไปชั่วชีวิต
วางแผนได้นะคะ...แต่อย่ากังวล
ทำเหตุดี ได้ผลดีแน่นอน

:33: ขอนำคำสอนของหลวงปู่ดู่มาฝากนะคะ

เวลาเหลืออีกไม่มาก ให้รีบพากันปฏิบัติ



:33: ขอนำคำสอนของหลวงพ่อจรัญมาฝากนะคะ

วันพรุ่งนี้ อยู่ไกล ยังไม่เกิด
ช่างมันเถิด อย่าร้อน ไปก่อนไข้
วันวานนี้ ตายแล้ว ให้ตายไป
อย่าเอาใจ ไปข้อง ทั้งสองวัน

ถ้าวันนี้ สดชื่น ระรื่นจิต
อย่าไปคิด หน้า-หลัง มาคลั่งฝัน
สิ่งที่แล้ว แล้วไป ให้แล้วกัน
สิ่งที่ฝัน ไม่มา อย่าอาวรณ์ ฯลฯ


:104: :09: :104:


ขอฝากอีกเรื่องดีดีนะคะ

:33: พุทธวิธีในการบริหารทรัพย์ของพระพุทธศาสนา

--------------------------------------------------------------------------------

ในพระพุธศาสนาเรามีหลักคำสอนเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์ที่หามาได้
ซึ่งจัดได้ว่าเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งของนักบริหารที่จะต้องมีกัน
หากปราศจากหลักธรรมที่จะกล่าวต่อไปนี้แล้ว
ก็ยากที่จะประสบผลสำเร็จในด้านของการดำรงค์ชีวิตที่มีความสุขได้

หลักการแสวงหาทรัพย์ (หัวใจเศรษฐี)

1.อุฎฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการหา เราควรหาทรัพย์ด้วยอาชีพที่ไม่เป็นโทษและผิดศีลธรรม

2.อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการเก็บรักษา
เราควรรักษาทรัพย์ที่เราหามาได้ไม่ควรใช้จ่ายไปแบบฟุ่มเฟือยโดยไม่รู้คุณค่าของทรัพย์

3.กัลยาณมิตตตา ถึงพร้อมด้วยการคบมิตรที่ดี
เราควรคบสหายที่เป็นคนดีมีศีลธรรมไม่เป็นคนอันธพาล ที่จะชักพาให้เราเสียทรัพย์

4.สมชีวิตา ถึงพร้อมด้วยการประมาณในการใช้จ่ายทรัพย์
เราต้องรู้จักการจัดแจงทรัพย์ที่หามาได้ ไม่ให้ฟืดเคืองนัก หรือ สุรุ่ยสุร่ายเกินไป


หลักการบริหารทรัพย์ที่หามาได้

1.เอเกน โภเค ภุญเชยฺย พึงใช้จ่ายทรัพย์เลี้ยงชีพตน เลี้ยงครอบครัว
และคนที่พึงเลี้ยงเช่นบิดา มารดา และ ทำประโยชน์ส่วนหนึ่ง

2.ทวีหิ กมฺมํ ปโยชเย พึงใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพเสีย 2 ส่วน

3.จตุตฺถญฺจ ติราเปยฺย พึงเก็บไว้ในคราวจำเป็น 1 ส่วน

สามารถสรุปหลักธรรมที่กล่าวมานี้ ได้ว่าเราควรจัดแจงทรัพย์ ออกเป็น 4 ส่วน

(ส่วนที่หนึ่ง)เราควรเอาไปใช้ เลี้ยงตัวเอง ครอบครัว และ ทำประโยชน์

(ส่วนที่สอง)กับ(สาม)เราควรเอาไปเป็นทุนในการประกอบอาชีพ
ซึ่งมีข้อหน้าสังเกตว่าทุนในการประกอบอาชีพเหตุใดจึงต้องแบ่งเป็นออกเป็นสองส่วน
เพราะในการประกอบอาชีพนั้น ควรมีทุนสำหรับลงทุนหนึ่งส่วน
อีกส่วนหนึ่งพึงใช้เป็นทุนสำรอง(คราวจำเป็น)
โดยที่ทุนส่วนที่หนึ่งหากเมื่อถึงคราวประสบปัญหา(ขาดทุนหรือไม่พอใช้)
ทุนส่วนที่สองนี้จะเป็นทุนที่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้นท่านเลยให้แบ่งทุนออกเป็น 2 ส่วน

(ส่วนที่สี) เราควรเก็บไว้ใช้ในคราวจำเป็นต่างๆ เช่น เกิดว่าเราป่วย
เราก็สามารถนำทุนส่วนนี้มาใช้ในการรักษาได้เป็นต้น

หลักการใช้ทรัพย์ที่หามาได้

(1) ใช้เลี้ยงมารดาบิดาครอบครัวให้เป็นสุข

(2) ใช้เลี้ยงมิตรสหาย และผู้ที่ร่วมกิจการงานให้เป็นสุข

(3) ใช้ป้องกันอันตราย ปกป้องรักษาสวัสดิภาพ ทำงานให้มีความปลอดภัย

(4) ทำพลี ๕

ญาติ สงเคราะญาติ
อถิติ ต้อนรับแขก
ปุพเปต ทำบุญอุทิศให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไป เช่น พ่อ แม่
ราชพลี บำรุงราชการ เช่นเสียภาษี เป็นต้น
เทวตา ทำบุญอุทิศแก่สิ่งที่เราเคารพบูชา

(5) อุปถัมภ์นักบวช
การจัดแจงทรัพย์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นหลักของการวางแผนการใช้ทรัพย์ของทางพระพุทธศาสนา
ในการที่เราจะใช้จ่ายทรัพย์หรือบริหารทรัพย์ควรมีหลักในการปฏิบัติที่ดีและควรคิดให้รอบคอบเสียก่อน
เพราะบางท่านอาจมีรายรับรายจ่ายไม่เหมือนกัน
ดังนั้นพุทธวิธีที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อาจจะช่วยให้ผู้ที่มีความสนใจ
ได้นำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้ และสามารถยืนหยัดในสังคมได้เป็นอย่างดี


ที่มา : http://www.pstbd.com...php?topic=132.0

พระจิระเดช ญาณธีโร

คัดลอกจาก... http://bit.ly/QAUXUH

:104: :09: :104:
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   พราวสุข ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 305
  • สมัคร: 26/05/2005

ตอบ: 07/08/2012 - 07:55

ขอบคุณข้อคิดดี ๆ ที่นำมาให้ทุกท่านค่ะ

ตอนนี้ ไม่คิดแล้วค่ะ คิดว่าเมื่อเราคิดถึงอนาคต แล้วทำให้เราทุกข์ ความคิดนั้น จะกลายเป็น ต้นเหตุ ทำลาย เรา

จะทำอะไร ให้คิดว่าสิ่งนั้นจะเปลี่ยนเป็นต้นเหตุ ผลคือความทุกข์จะตามมา

แต่ต้นเหตุนั้น ไม่นาน ก็จะดับไปตามอารมณ์กิเลสที่แปรปรวน


ทุกอารมณ์ ตัวเรา และทุกคน ทั้งที่ไม่ชอบ และชอบ ทั้งสิ่งต่าง ๆ ในโลก ถ้าเรารู้เหตุของความคิดนั้นได้ จะละวางได้ง่าย ๆ

เมื่อจะตาย ก็ไม่ปรารถนาให้ใครเห็นใจ เหตุนั้นสมควรแล้ว ถ้าเราทำดี เหตุนั้นก็จะดีตาม
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   ปัญญา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1916
  • สมัคร: 24/01/2004

ตอบ: 21/08/2012 - 22:55

แสดงข้อความที่โพสต์ปล่อยรู้ [ 21/07/2012 - 22:07 ]

สำนักปฏิบัติธรรม หรือวัดที่ปฏิบัติธรรม
โดยส่วนมากแล้ว พร้อมยินดีต้อนรับผู้ที่จะเข้ามาพักปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดเวลา
จะอยู่แบบชั่วคราวหรือถาวร ก็พร้อมเสมอ...

หากมีความประสงค์ที่จะไปใช้ชีวิตใกล้วัยชรา อยู่ใกล้ชิดกับพระสงฆ์
ใกล้ชิดกับหมู่กัลยาณมิตร ก็ลองเข้าไปทำความคุ้นเคยใกล้ชิดกับสำนักปฏิบัติหรือวัดปฏิบัติ
ที่เราเห็นว่าน่าจะเข้ามาใช้ชีวิตในบันปลายได้ ก็พยายามหมั่นเข้าไปปฏิบัติให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ครับ
บางสำนัก บางวัด ก็มีที่ให้สำหรับใครใคร่จะมาปลูกบ้านพักอยู่ปฏิบัติธรรม ก็ปลูกเอาเองตามใจชอบ.

ผมเองก็ตั้งใจเอาไว้เหมือนกันครับว่า จะไปใช้ชีวิตใกล้ฝั่งแบบนั้นเหมือนกัน แต่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่อยู่เป็นที่
โดยจะใช้ชีวิตดำเนินไปยังสำนักปฏิบัติหรือวัดปฏิบัติต่างๆ จวบจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายจะดับสิ้นลงไป
ก็หวังเอาไว้ว่าสุขภาพของตนเองจะเอื้ออำนวยให้ทำได้ตามที่ตั้งความปรารถนาเอาไว้

แต่ก็อย่างที่คุณmayrin เตือนสติเอาไว้นะครับว่าไม่ควรประมาท ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงวันที่ตั้งใจเอาไว้หรือไม่
ปัจจุบันมีโอกาสเมื่อใดก็ซ้อมๆไปเรื่อยๆ ไปไม่ประจำที่...

...สุขใด จะเท่ากับใจที่เป็นอิสระ ไร้เครื่องผูกพันธนาการใดๆ...


ผมก็คิดเช่นนี้เหมือนกันครับ แต่ผมจะบวชครับ
ทุกข์ แต่ก็ยังต้องแบกทุกข์
ทุกข์เพราะขันธ์5 วางขันธ์ทั้ง5
ตัวทุกข์มันก็หาย
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   eayx ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 387
  • สมัคร: 04/02/2004

ตอบ: 22/08/2012 - 08:06

เหมือนเคยเห็นคนตั้งกระทู้แบบนี้ เมือหลายปีก่อน

อาจจะมีและเป็นไปได้แล้ว ในที่ไหนสักที่ ก็ได้นะครับ

แต่ยังไงก็อยู่กับปัจจุบัน ในกายและใจเรานี่แหละ ดีที่สุดแล้วนะครับ

แล้วความรู้สึกดีๆ และ ความคิดดีๆ จะนำเพื่อนดีๆ มาสู่เราเอง

แต่ทุกอย่างมันจะค่อยๆเป็น ค่อยๆไปนะครับ

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็อย่าประมาท นะครับ
0



คำตอบต่อไป: shadee -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ