ลานธรรมเสวนา: ปัจจุบันอารมณ์เป็นที่รวมแห่งธรรมทั้งปวง - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (18 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

ปัจจุบันอารมณ์เป็นที่รวมแห่งธรรมทั้งปวง จะภาวนาให้ง่าย ลัดสั้น ไม่ต้องเรียนรู้มาก ต้องสนใจปัจจุบันอารมณ์

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 01/07/2011 - 04:18

:68:
ปัจจุบันอารมณ์ เป็นที่รวมแห่งธรรมทั้งหมดทั้งปวง
ผู้ใดปารถนาจะรู้ธรรมและได้วิธีการปฏิบัติธรรมที่ง่าย ลัดสั้น ไม่มีเรื่องต้องศึกษา จดจำมาก ไม่ยุ่งยากด้วยคำศัพท์ บาลี สันสกฤต ไม่มีอะไรให้ต้องขบคิดและสงสัย ก็จงได้มาปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา โดยเอาปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็อาจสามารถทำพระนิพพานให้แจ้ง พาตนให้พ้นทุกข์เข้าถึงมรรค ผล พ้นวัฏฏะสงสารได้ทันในปัจจุบันชาตินี้


วิธีภาวนากับปัจจุบันอารมณ์
ให้ทำภาวนาในอิริยาบถ 3 คือ นั่ง ยืน นอน ท่าใดท่าหนึ่งก็ได้
เริ่มต้นด้วยความตั้งใจว่าจะเอาสติ ปัญญามาตั้งรู้ ตั้งสังเกตอยู่เฉพาะที่ปัจจุบันอารมณ์ แล้วหลับตา ลงมือทำภาวนา
สติ จะทำหน้าที่รู้ทันปัจจุบันอารมณ์ ระลึกได้ ไม่ลืม
ปัญญาสัมมาทิฐิ จะทำหน้าที่ รู้ ตามปัจจุบันอารมณ์
ปัญญาสัมมาสังกัปปะ จะทำหน้าที่ สังเกต ปัจจุบันอารมณ์

ความรู้ทัน รู้ และสังเกตปัจจุบันอารมณ์นี้ จะต้องไม่มีความคิดนึกมาเกี่ยวข้องด้วย เฝ้ารู้ และสังเกตสภาวธรรมที่เกิดขึ้นแต่ละอารมณ์ไปจนอารมณ์นั้นดับไปต่อหน้าต่อตา รักษาการภาวนาตามหลักนี้ไปให้ได้นานๆ ในการภาวนาแต่ละรอบ แล้วผู้ภาวนาจะได้รู้ว่า ธรรมต่างๆตามหลักโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการเขาจะเกิดขึ้นมาเองเป็นลำดับๆโดยอัตโนมติ เริ่มต้นจาก สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปทาน ๔ อิทธิบาท ๔ ต่อขึ้นไปถึง อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชงค์ ๗ และ มรรค ๘ ซึ่งมีรายละเอียดที่จะแสดงให้ทราบต่อไป เชิญศึกษาและทำความเข้าใจกันด้วยตนเองทุกท่านเทอญ

:73:
0


  • (18 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 01/07/2011 - 15:59

ขออนุญาตมาเก็บเกี่ยวความรู้หลักวิธีการปฎิบัติด้วยค่ะ :38:
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 01/07/2011 - 20:22

:79:
เจริญสุขครับ ทั่นยาย และกัลยาณมิตรทุกท่าน

ก่อนจะสนทนากันต่อไป ท่านที่อยากจะเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องปัจจุบันอารมณ์ ให้ลองทำอุปกรณ์ช่วยฝึกขึ้นมาด้วยตัวเองสักชิ้นหนึ่งนะครับ

หากระดาษแข็งขนาดประมาณ 50 X 50 เซนติเมตร มาเจาะรูตรงกลางขนาดประมาณเท่าเหรียญ 10 เสร็จแล้ว เอามาใช้ในการทดลอง

การทดลอง ให้ท่านไปนั่งแถวข้างทางหลวงที่มีรถวิ่งผ่านเยอะๆ หรือริมแม่น้ำที่มีเรือหรือของไหลผ่านเยอะๆ
ยกกระดาษที่เจาะรูไว้แล้วบังหน้าของท่านให้รูที่เจาะอยู่ในระดับสายตา แล้วให้สนใจมองดู รับรู้เฉพาะสิ่งที่ผ่านมาให้เห็นที่รูที่เจาะ
ลองสังเกตดูสักระยะหนึ่งท่านจะเห็นความผ่านมาผ่านไปของรูปต่างๆ ซึ่ง จะเกิดขึ้นให้เห็นแล้วผ่านไป ดับไป อยู่ตลอดเวลา
ตอนที่ไม่มีอะไรเคลื่อนที่ผ่าน ก็จะรู้อยู่ที่รูเท่าเหรียญบาทอยู่เฉยๆ

หลังจากนั้นให้ลองนึกเปรียบเทียบดูกับการรับรู้อารมณ์ต่างๆของสติและปัญญา ณ ปัจจุบันขณะ ปัจจุบันอารมณ์ จะคล้ายกันมาก ความเข้าใจคำว่าปัจจุบันอารมณ์ อดีตอารมณ์ อนาคตอารมณ์ จะซึ้งขึ้นมาในใจของท่าน

ทำการบ้านกันดูแล้วมาสนทนากันต่อ ภายหลัง ดีไหมครับ


:82:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 01/07/2011 - 20:24

0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 01/07/2011 - 21:21

ขอบคุณและอนุโมทนากับคุณอโศกะ ที่แนะนำเทคนิคดีๆในการฝึกปัจจุบันอารมณ์ค่ะ :38: :09:
แต่สงสัยว่า...จากเหรียญ10 ไหงเหลือแค่เหรียญบาทล่ะคะ หายไปไหน 9 บาทอ่ะ :10:


อ้างอิง

...มาเจาะรูตรงกลางขนาดประมาณเท่าเหรียญ 10 เสร็จแล้ว ...
...ก็จะรู้อยู่ที่รูเท่าเหรียญบาทอยู่เฉยๆ ...


แซวกันเล่นๆ อย่าถือสานะคะ :33:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย ทั่นยาย: 01/07/2011 - 21:22

ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   wit ไอคอน

  • ตอบ 6000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 6368
  • สมัคร: 30/06/2005

ตอบ: 02/07/2011 - 04:35

การจะเข้าใจเรื่องปัจจุบันอารมณ์ได้ถูกต้อง อย่างน้อยๆ เราควรต้องรู้จักเรื่องของ "ขันธ์ 5" และการทำงานของขันธ์แต่ละกองที่มีอยู่ตามธรรมชาติด้วย แล้วจะทำให้เราเข้าใจปัจจุบันอารมณ์ที่แท้จริง
1



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 02/07/2011 - 20:56

แสดงข้อความที่โพสต์ทั่นยาย [ 01/07/2011 - 21:21 ]

ขอบคุณและอนุโมทนากับคุณอโศกะ ที่แนะนำเทคนิคดีๆในการฝึกปัจจุบันอารมณ์ค่ะ :38: :09:
แต่สงสัยว่า...จากเหรียญ10 ไหงเหลือแค่เหรียญบาทล่ะคะ หายไปไหน 9 บาทอ่ะ :10:


อ้างอิง

...มาเจาะรูตรงกลางขนาดประมาณเท่าเหรียญ 10 เสร็จแล้ว ...
...ก็จะรู้อยู่ที่รูเท่าเหรียญ 10 บาทอยู่เฉยๆ ...


แซวกันเล่นๆ อย่าถือสานะคะ :33:

:09:
ขอบคุณครับทั่นยาย คงเบลอไป หรือจงใจให้มีคนสังเกตนะครับ

:79:

เรายังไม่จำเป็นต่องขยายไปรู้เรื่องขันธ์ 5 หรอกนะครับ ท่าน wit เพราะเรื่องปัจจุบันอารมณ์เป็นของง่ายๆที่สามัญสำนึกของคนธรรมดาทั่วไปก็น่าจะรู้ได้
แต่ความที่จะทำให้สติและปัญญา รู้ทันปัจจุบันอารมณ์นั้นเป็นเรื่องที่จะต้องฝึกผนกันบ้างพอสมควร

จากแบบฝึกหัดเฝ้าดูและสังเกตที่ รูกระดาษขนาดเท่าเหรียญ 10 บาทนั้น ถ้ามีสติกำหนดรู้และจิตตั้งมั่นอยู่กับการ ดู รู้ และ สังเกต สิ่งต่างๆที่เคลื่อนที่ผ่าน รู เท่าเหรียญ 10 นั้นตลอดเวลา ไม่ไปสนใจรับรู้สิ่งอื่นๆ มันจะมีลักษณะคล้ายการเจริญสมถะภาวนา แต่เป็นการไป นิ่งรู้ อยู่กับสิ่งที่เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันอารมณ์ก็เป็นธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ความที่สติและปัญญาไป นิงรู้ นิ่งสังเกต อยู่กับปัจจุบันอารมณ์ เป็นอารมณ์ของวิปัสสนาภาวนา

อารมณ์สมถะภาวนานั้น คือการเอาสติไปกำหนดรู้ หรือ นิ่งอยู่ กับสิ่งที่ นิ่ง หรือซ้ำ ๆ อยู่นานๆ เช่นการเพ่งกสิณ ดิน น้ำ แส่งสว่าง ความว่าง สีเขียว สีแดง การเพ่งอสุภะ ต่างๆ 10 อย่าง ซึ่งเป็นของนิ่ง
ถ้าเป็นสิ่งที่ซ้ำ ๆ กันอยู่ตลอดเวลา ก็เช่น คำบริกรรม พุทโธ ๆ ๆ ๆ ๆ ธัมโม ๆ ๆ ๆ ลมหายใจ ที่ เข้า ออก ๆ ๆ ความพัดไหวของลม ความสะบัดพลิ้วของเปลวไฟ

แบบฝึกหัด สติ ให้รู้ทันปัจจุบันอารมณ์วิธีที่ 2 คือการเดินจงกรม โดยเอาสติไปกำหนดรู้ไว้ที่ฝ่าเท้า โดยให้รู้ทันการกระทบหรือการพ้นพื้นของฝ่าเท้า
ถ้ารู้ ก่อน การกระทบหรือพ้นพื้น เป็นอนาคตอารมณ์ ถ้ารู้หลังการกระทบหรือพ้นพื้น เป็นอดีตอารมณ์ ถ้ารู้พร้อมการกระทบหรือพ้นพื้น เป็น ปัจจุบันอารมณ์

ลองฝึกหัดดูนะครับ

เมื่อผ่านแบบฝึกหัดที่ 2 แล้ว ก็ลองลงมือภาวนาปัจจุบันอารมณ์ตามข้อแนะนำต่อไปนี้

นั่งขัดสมาธิ ตัวตรง หลังตรง คอและหัวตั้งตรง หลับตา ตั้งใจ วาจะเอา สติ ปัญญา มาเฝ้าตามรู้ ตามสังเกต ที่ปัจจุบันอารมณ์
จากนั้นก็ให้นั่งนิ่งๆ เฉยๆ ไม่ต้องกำหนด หรือบริกรรมอะไร ในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที ท่านจะได้พบว่า มีการกระทบสัมผัสของทวารทั้ง 6 เกิดขึ้น สับเปลี่ยนกันไปมาตลอดเวลา และดึงจิต คือ สติและปัญญา ไปรับรู้การสัมผัส(วิญาณ +สติ) จนเกิดเป็นความ รู้สึก(เวทนาทางกายและจิต) เกิดเป็นอารมณ์หรือธัมมารมณ์ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่ตลอดเวลา สิ่งใดที่รู้ขึ้นในจิต ชัดที่สุดในจิต แรงและดึงจิตไปรู้ได้มากที่สุด สิ่งนั้นเป็นปัจจุบันอารมณ์ แต่ปัจจุบันอารมณ์นี้จะเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ต้องมีความ สังเกต ให้ดีๆ จึงจะมีสติรู้ทันปัจจุบันอารมณ์ ที่เปลี่ยนไป

ลำดับการเกิดของอารมณ์คือ สัมผัส(ผัสสะ).......รู้ (วิญญาณ)......รู้สึก(เวทนา)....อยาก ...ไม่อยาก... หรือเฉย .........นึกคิด(สังขาร มโนกรรม).......พูด(วจีกรรม).........ทำ(กายกรรม).......รับผล(วิบาก)

ลำดับการเกิดของอารมณ์ถ้าพิจารณาตามขันธ์ 5

รูปกายตั้งอยู่......ผัสสะ.......วิญญาณ....เวทนา.....สัญญา......สังขาร...มโนกรรม.....วจีกรรม.....กายกรรม...
วิบาก.....ส่งกลับวนไปให้เกิดผัสสะใหม่ หมุนวนไปไม่รู้จบ

แต่ตอนที่นั่งภาวนาปัจจุบันอารมณ์นั้นเราจะใช้สติหยุดอารมณ์ให้ถึงแค่ มโนกรรมและวจีกรรมที่พูดกับตัวเอง ไม่ลืมตา ไม่เปลี่ยนท่า ไม่ทำกายกรรม
ถ้ามีอารมณ์หรือความต้องการของจิตเกิดขึ้นจะมากน้อยเพียงใดก็ตาม ก็ให้เกิดอยู่แค่ในจิต โดยให้มีสติรู้ทัน ปัญญารู้และสังเกตปัจจุบันอารมณ์แต่ละอารมณ์ ไปจนกว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นในกายแลจิตนั้นจะดับไปต่อหน้าต่อตา

การภาวนาปัจจุบันอารมณ์นี้ ก็คือ การทำวิปัสสนาภาวนานั่นเอง

:78:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 02/07/2011 - 20:57

0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 03/07/2011 - 22:14

:115: คำแนะนำเมื่อวานนี้คงจะเข้าใจยากไปหน่อย เอาใหม่นะครับ

เมื่อผ่านแบบฝึกหัดที่ 2 แล้ว ก็ลองลงมือภาวนาปัจจุบันอารมณ์ตามข้อแนะนำต่อไปนี้

นั่งขัดสมาธิ ตัวตรง หลังตรง คอและหัวตั้งตรง หลับตา ตั้งใจ วาจะเอา สติ ปัญญา มาเฝ้าตามรู้ ตามสังเกต ที่ปัจจุบันอารมณ์
จากนั้นก็ให้นั่งนิ่งๆ เฉยๆ ไม่ต้องกำหนด หรือบริกรรมอะไร ในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที จะมีผัสสะ อารมณ์ และความรู้สึกต่างๆเกิดขึ้นในกายและจิต ให้รูและสังเกต

ดังนั้นมีอะไรเกิดขึ้นก็ให้รู้และสังเกตตามไปเรื่อยๆ เช่น หูได้ยินเสียง ก็รู้และสังเกตเสียง
จิตคิดนึกชัด ก็รู้และสังเกตความคิดนึก
กายเจ็บชัด ก็รู้และสังเกตความ ความเจ็บ
ใจเป้นทุกข์หงุดหงิด ก็รู้และสังเกตความทุกข์หงุดหงิด
ใจอยากลุกเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อให้หายเจ็บ ก็รู้และสังเกตความอยากลุก
ใจทนไม่ได้กับความเจ็บ ก็รู้และสังเกตความทนไม่ได้

ถึงจุดทนไม่ได้นี้เป็นตอนที่สำคัญของการภาวนาปัจจุบันอารมณ์ ผู้ภาวนาจะต้องตั้งใจใหม่ขึ้นมาว่าจะไม่ยอมขยับเปลี่ยนท่าจนกว่าอารมณ์ความรู้สึกทนไม่ได้นั้นจะดับสงบไป
จากนั้นก็ให้นิ่งรู้ นิ่งสังเกต ความรู้สึกต่างๆที่จะตามมาหลังความทนไม่ได้ แต่สติปัญญาทนให้ได้จนถึงที่สุด ความทนไม่ได้นั้นจะดับไปพร้อมๆกับความทุกข์ทุรนทุราย

ทำให้ได้อย่างนี้ในทุกๆอารมณ์ นั่นคืองานของการภาวนาปัจจุบันอารมณ์

:78:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย อโศกะ: 03/07/2011 - 22:19

0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 05/07/2011 - 14:13

:79:
การเจริญสติ ปัญญาเฝ้ารู้ เฝ้าสังเกตปัจจุบันอารมณ์ เป็นสติปัฏฐาน 4 โดยธรรมชาติอย่างไร

ขอให้ทุกท่านลองสังเกตให้ดีว่า สำหรับผู้กำลังฝึกหัดทั้งหลาย เวลาลงมือภาวนาแต่ละครั้งแต่ละรอบจะเห็นว่า ระดับของสมาธิ ความคมกล้าของสติปัญญาจะแตกต่างกัน ตามเหตุปัจจัยของแต่ละวันแต่ละโอกาส
ดังนั้นเมื่อเริ่มต้นภาวนา บางท่านก็จะรู้ชัดแค่เรื่องของกายซึ่งเป็นของหยาบ บางท่านอาจรู้ชัดที่เวทนาได้เลย บางท่านอาจรู้ชัดถึงจิตถึงธรรมารมณ์ได้ทันทีเพราะสมาธิกำลังดี จิตใจกำลังสะอาด สงบ ละเอียด คม

ในปฏิบัติการนั้น ทุกการผัสสะ ถ้าผู้ใดมีสมาธิดี สติปัญญาคมกล้า ควรแก่งานแล้ว เขาจะสามารถรู้ชัดว่าทุกผัสสะ ทุกอารมณ์ สติปักฐาน 4 จะเกิดขึ้นครบทุกฐานเสมอ ตัวอย่างเช่น

กายกระทบความร้อน สติรู้ทันเป็นกายานุปัสสนา ความร้อนส่งไปรู้ที่จิต จิตเป็นทุกข์ ไม่ชอบ เป็นทั้งธัมมารมณ์ จิตตานุปัสสนา และ เวทนานุปัสสนา อารมณ์ขุ่นมัวเกิดขึ้น เป็นธัมมานุปัสสนา จิตคิดจะไปให้พ้นความร้อน เป็นจิตตานุปัสสนา เป็นตัณหา เป็นธัมมารมณ์

อารมณ์ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนไปมาในฐานทั้ง 4 นั้น ถ้าสติ ปัญาทันปัจจุบันอารมณ์ได้ดี เมื่อมาวิเคราะห์ หรือมาธัมมวิจัยย้อนหลัง จะพบว่า เป็นสติปัฏฐานทั้ง 4 หมุนวียนเปลี่ยนไปมาอยู่ตลอดเวลา

บางครั้งเป็นกายา บางครั้งเป็นเวทนา บางครั้งเป็นจิตตา บางครั้งเป็นธัมมา เพราะธรรมชาติเขาเป็นของเขาเช่นนั้นเอง

เมื่อรู้มาถึงตรงนี้ก็สามารถพิจารณาดูวิธีการสอนสติปัฏฐาน 4 ของสำนักต่างๆว่า

บางสำนักสอนการปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ตามตัวหนังสือ หรือบัญญัติ เช่นกำหนดหรือบอกว่า ผู้ใหม่มีจิตยังหยาบ สมาธิ สติ มีกำลังน้อย ต้องฝึกเจริญกายานุปัสสนาจนชำนาญก่อน แล้วจึงค่อยยกขึ้นสู่เวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนาและธัมมานุปัสสนาในภายหลัง ตามลำดับ การวิเนยยะโลเก อภิชฌา โทมนัสสัง หรือเอายินดียินร้ายออก ก็ใช้สติมาตัดแทน จิตจะสงบเร็วเพราะเอาสติ สมาธิไปบังสมุทัยแต่ไม่ถอนสมุทัยไปด้วย

บางสำนักสอนสติปักฐานโดยธรรมชาติตามปัจจุบันอารมณ์ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ว่าต้องลำดับอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ให้เป็นไปตามธรรมและนิสัย วาสนา ทุนเดิมของผู้ปฏิบัติแต่ละคน การวิเนยยะโลเก อภิชฌา โทมนัสสัง หรือเอายินดียินร้ายออก จะไม่ใช้สติตัดทันที แต่จะเอาปัญญามาสังเกต พิจารณา ความยินดียินร้ายนั้น ให้ความยินดียินร้ายนั้นเป็นเครื่องมือ เป็นปัจจัยให้สามารถสาวค้นเข้าไปถึงสมุทัย คือตัณหา อันเกิดจากความเห็นผิดว่าเป็นอัตตา ตัวกู ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ในที่สุดปัญญาจะได้พบกับอุปาทานว่าเป็น กู เป็นเรา ที่บงการอยู่ ปัญญาจะได้สู้ กู ถ้ากูหลบหรือตาย ปัญญาชนะ จิตจะได้เข้าถึงสภาวะไร้กูแบบชั่วคราว หรือหมดกูแบบถาวร หมด กู ยินดียินร้ายก็ดับเอง ตัณหาก็เกิดไม่ได้เอง

นี่คือตัวอย่าง ที่มีการปฏิบัติจริงรองรับอยู่ทุกวันนี้

0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   น้องบู ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2730
  • สมัคร: 25/03/2008

ตอบ: 06/07/2011 - 02:19

สาธุครับพี่ ธรรมที่พี่แสดงนั้นรวบย่อ ลัดและสรุปดีครับ

:09:
"สิ่งทั้งหลายมีแต่ธรรม มีแต่อนัตตา ขนาดนิพพานยังอนัตตาเลย อัตตาไม่มี เข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่า"
"ทิฐิต่าง ๆ มีได้เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย"
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 06/07/2011 - 22:12

แสดงข้อความที่โพสต์น้องบู [ 06/07/2011 - 02:19 ]

สาธุครับพี่ ธรรมที่พี่แสดงนั้นรวบย่อ ลัดและสรุปดีครับ

:09:

:74:
อนุโมทนา สาธุกับน้องบูครับ
:81:
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   แตงกวา ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 896
  • สมัคร: 13/01/2008

ตอบ: 12/07/2011 - 15:42

อ้างอิง

บางสำนักสอนสติปักฐานโดยธรรมชาติตามปัจจุบันอารมณ์ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ว่าต้องลำดับอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ให้เป็นไปตามธรรมและนิสัย วาสนา ทุนเดิมของผู้ปฏิบัติแต่ละคน การวิเนยยะโลเก อภิชฌา โทมนัสสัง หรือเอายินดียินร้ายออก จะไม่ใช้สติตัดทันที แต่จะเอาปัญญามาสังเกต พิจารณา ความยินดียินร้ายนั้น ให้ความยินดียินร้ายนั้นเป็นเครื่องมือ เป็นปัจจัยให้สามารถสาวค้นเข้าไปถึงสมุทัย คือตัณหา อันเกิดจากความเห็นผิดว่าเป็นอัตตา ตัวกู ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ในที่สุดปัญญาจะได้พบกับอุปาทานว่าเป็น กู เป็นเรา ที่บงการอยู่ ปัญญาจะได้สู้ กู ถ้ากูหลบหรือตาย ปัญญาชนะ จิตจะได้เข้าถึงสภาวะไร้กูแบบชั่วคราว หรือหมดกูแบบถาวร หมด กู ยินดียินร้ายก็ดับเอง ตัณหาก็เกิดไม่ได้เอง

นี่คือตัวอย่าง ที่มีการปฏิบัติจริงรองรับอยู่ทุกวันนี้



อนุโมทนาสาธุ :09: :09: :09:

ตามอ่านมาตลอดเลยค่ะ

แสดงธรรม ได้ถึงใจ ค่ะพี่อโศกะ :09: :33:
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 23/07/2011 - 09:37

:33: [size="6"]ถึงใจแล้วอย่าลืมไปให้ถึงจริงนะครับ น้องแตงกวา[/size]
:115:
1



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 28/07/2011 - 12:19

:09: ต่อเรื่องปัจจุบันอารมณ์กันไปอีกนะครับ

เมื่อสติ ปัญญา อยู่กับปัจจุบันอารมณ์ได้ดีนั้น
บาปอกุศลเก่าๆที่เคยทำในอดีตผุดขึ้นมาในจิต ก็ถูกละ
บาปอกุศลใหม่ที่ยังไม่เกิดก็ได้ความระวังของสติ จึงไม่ทำ ไม่ล่วงศีล
กุศลเก่าๆที่เคยทำ คือ ทาน ศีล ภาวนา ก็ถูกรักษาอยู่และเจริญอยู่ในปัจจุบันอารมณ์
กุศลใหม่ๆที่ยังไม่เกิด ซึ่งในการเจริญมรรคนั้นจะหมายถึง มรรค 4 มรรคที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาในจิต
ในใจ ความเพียรพอกพูนความความรู้ทันและรู้ สังเกตอยู่กับปัจจุบันอารมณ์นั้น เป็นการสะสมเหตุเพื่อทำให้ถึงนิพพานอยู่แล้ว

ทั้งหมดที่กล่าวนี้จึงเป็นเหตุผลว่า ปัจจุบันอารมณ์เป็นที่เกิดของสัมมัปทาน 4

:79:
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   แตงกวา ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 896
  • สมัคร: 13/01/2008

ตอบ: 31/07/2011 - 16:26

อ้างอิง

อโศกะ


ถึงใจแล้วอย่าลืมไปให้ถึงจริงนะครับ น้องแตงกวา



:09: :09: :09:

ขอบคุณ และโมทนาค่ะ:10:
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 01/08/2011 - 06:50

:79:
กระบวนการทำงานของมรรค 8 เมื่อสรุปออกมาเป็นแผนผังก็จะเป็นไปดังรูปภาพที่แสดงไว้นี้ เชิญช่วยกันพิจารณา เทียบกับสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในกายและจิตขณะลงมือเจริญมรรค 8 ด้วยตนเองจริงๆ ว่าเป็นไปตามแผนผังที่แสดงนี้หรือไม่ หรือมีอะไรที่แปลกพิเศษเพิ่มเติมมากไปกว่านี้อีก

กรุณาช่วยกันทดสอบแล้ววิจารณ์สู่กันฟังเพื่อความแตกฉานแห่งปัญญาเพื่อการปฏิบั้ติจริงกันต่อไปครับ

ผมยังเอาภาพมาใส่ไม่เป็นเลยเชิญไปดูภาพกระบวนการทำงานของมรรค 8 ได้ที่ลิ้งค์นี้นะครับ


http://www.free-webb...52&qid=57&old=1

เจริญในปัจจุบันอารมณ์กันทุกๆท่านนะครับ สาธุ
:82:
:68:
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 03/08/2011 - 07:00

:79:
ยังไม่มีท่านใดมาสนใจวิตกวิจารณ์แผ่นภาพสรุปกระบวนการทำงานของมรรค 8 อันเป็นภาพย่อการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา ที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของปัจจุบันอารมณ์ เลย
คงต้องต่อเรื่องไปทางอื่นก่อนเสียละกระมัง?


:67:
ภัทเทกรัตตคาถา
(หันทะ มะยัง ภัทเทกะรัตตะคาถาโย ภะณามะ เส)
เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกล่าวคาถาแสดงผู้มีราตรีเดียวเจริญเถิด
อะตีตัง นาน๎วาคะเมยยะ นัปปะฏิกังเข อะนาคะตัง
บุคคลไม่ควรตามคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วยอาลัย, และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง
ยะทะตีตัมปะหีนันตัง อัปปัตตัญจะ อะนาคะตัง
สิ่งเป็นอดีตก็ละไปแล้ว, สิ่งเป็นอนาคตก็ยังไม่มา
ปัจจุปปันนัญจะ โย ธัมมัง ตัตถะ ตัตถะ วิปัสสะติ,
อะสังหิรัง อะสังกุปปัง ตัง วิทธา มะนุพ๎รูหะเย
ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้าที่นั้นๆ อย่างแจ่มแจ้ง,
ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน, เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้

อัชเชวะ กิจจะมาตัปปัง โก ชัญญา มะระณัง สุเว
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตายแม้พรุ่งนี้
นะ หิ โน สังคะรันเตนะ มะหาเสเนนะ มัจจุนา
เพราะการผัดเพี้ยนต่อมัจจุราชซึ่งมีเสนามากย่อมไม่มีสำหรับเรา
เอวัง วิหาริมาตาปิง อะโหรัตตะมะตันทิตัง,
ตัง เว ภัทเทกะรัตโตติ สันโต อาจิกขะเต มุนิ
มุนีผู้สงบย่อมกล่าวเรียกผู้มีความเพียรอยู่เช่นนั้น,
ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันกลางคืนว่า, "ผู้เป็นอยู่แม้เพียงราตรีเดียว ก็น่าชม"

:78:
:81:
:84:
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 04/09/2011 - 04:51

:33:
กลุ่มนี้เขามาฝึกเจริญปัจจุบันอารมณ์ หรือ วิปัสสนาภาวนา หรือ สติปัฏฐาน 4 หรือ มรรค 8 ความหมายเมื่อตอนปฏิบัติจริงเป็นอันเดียวกันครับ
:68:

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโศกะ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2222
  • สมัคร: 11/07/2007

ตอบ: 04/09/2011 - 04:57

:68:

แผ่นภาพแสดงการทำงานร่วมกันของมรรค ๘ เอามาให้ลองทำธรรมวิจัยกันดูนะครับ

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

:79:
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   wit ไอคอน

  • ตอบ 6000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 6368
  • สมัคร: 30/06/2005

ตอบ: 04/09/2011 - 06:48

บางครั้งก็อาจต้องใช้สลับกันไประหว่าง "การสังเกตสภาวะ" กับ "ความคิดสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธรรม" หากใช้ได้ถูกต้องเหมาะสมกับในแต่ละสถานการณ์ย่อมเกิดผลดีทั้งสองวิธี
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   pantep ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 126
  • สมัคร: 16/08/2009

ตอบ: 06/09/2011 - 01:48

สาธุกับธรรมที่แสดงของทุกท่านครับ :33:
:09: :09: :09:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย pantep: 06/09/2011 - 01:55

0



คำตอบต่อไป: สติ - จิตตา - อโศกะ - สติ - จิตตา - อโศกะ - อโศกะ - สักแต่ว่า - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - benyapa - eayx - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - พริม - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - พุทธฏีกา - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - hornbill - อโศกะ - นรชาติ - อโศกะ - นรชาติ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - นรชาติ - อโศกะ - damrong121 - นรชาติ - อโศกะ - นรชาติ - อโศกะ - นรชาติ - อโศกะ - นรชาติ - ตะวันสีชมพู - อโศกะ - นรชาติ - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - อโศกะ - smonpon - เฉลิมศักดิ์ - เฉลิมศักดิ์ - เฉลิมศักดิ์ - อโศกะ - อโศกะ - น้องบู - อโศกะ - โดดเดี่ยว - เฉลิมศักดิ์ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - shadee - damrong121 - shadee - shadee - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - shadee - อโศกะ - shadee - shadee - อโศกะ - damrong121 - shadee - อโศกะ - shadee - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - ngodngam - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - watt - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - ปล่อยรู้ - ปล่อยรู้ - ปล่อยรู้ - อโศกะ - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อศุภ - damrong121 - อโศกะ - อศุภ - อโศกะ - shadee - damrong121 - อโศกะ - damrong121 - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - shadee - อโศกะ - shadee - อโศกะ - shadee - มันเป็นเช่นนั้นเอง - สักแต่ว่า - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - อโศกะ - อโศกะ - shadee - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - shadee - อโศกะ - shadee - shadee - shadee - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - shadee - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - กบนอกกะลา - shadee - อโศกะ - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - อโศกะ - shadee - อโศกะ - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - กบนอกกะลา - sssboun - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - อโศกะ - sssboun - shadee - อโศกะ - อโศกะ - shadee - กบนอกกะลา - shadee - กบนอกกะลา - sssboun - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - sssboun - อโศกะ - sssboun - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - กบนอกกะลา - อโศกะ - อโศกะ - shadee - อโศกะ - อโศกะ -
  • (18 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ