ลานธรรมเสวนา: วิบากกรรมการโดนแย่งของที่ตัวเองรัก มีจริงไหม และพอจะให้มันเบาบางลงได้ไหมค่ะ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

วิบากกรรมการโดนแย่งของที่ตัวเองรัก มีจริงไหม และพอจะให้มันเบาบางลงได้ไหมค่ะ

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   pancake ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 29
  • สมัคร: 25/04/2008

ตอบ: 29/03/2011 - 16:43

เรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่ชายเราเองค่ะ เขามาปรึกษาเรา เราเลยลองเอามาถาม ท่านผู้รู้ในที่นี้ดู

คือ พี่เรา มักจะโดนแย่ง ของที่ตัวเองรักเสมอมาตั้งแต่เด็ก ทั้งเรื่องเพื่อนสนิท พี่จะโดนประจำ ตอนแรกสนิทกันอยู่ดีๆ ผ่านไปไม่นาน เพื่อนสนิทก็โดนอีกคนแย่งไปตลอดเลย เป็นแบบนี้ซ้ำๆหลายๆครั้ง และเรื่องความรักก็โดนแย่งเช่นกัน

ไม่รู้ว่านี้เป็นเพราะนิสัยของพี่เรารึป่าว ที่เป็นคนชอบอยู่บ้าน ไม่ว่าตั้งแต่สมัยเรียน จนตอนนี้ทำงาน จะชอบอยู่บ้าน ไม่เล่นพวก สื่อทางเนตเช่น msn facebook อะไรเลย ส่วนมากพี่เขาจะชอบดูหนังอยู่บ้าน ทำกับข้าวมากกว่า่
อย่างเช่น ตอนสมัยเรียน เรียนเสร็จก็กลับบ้านเลย ไม่ไปเที่ยวไหนกับเพื่อนต่อ ตอนทำงาน ก้ทำงานเสร์จแล้วกลับบ้าน ถึงตอนมีความรักก็ไม่ค่อยได้ไปไหนกับแฟน หรือว่าเพราะพี่เราเป็นคนแบบนี้ด้วยค่ะ ถึงทำให้โดนแย่งของทุกอย่างไป หรือเป็นเพราะวิบากกรรมที่เคยทำมา

แต่ การที่คนหนึ่งจะเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองจาก ชอบอยู่บ้านเป็นชอบเที่ยว ชอบสังสรรค์มันคงเป็นไปไม่ได้่รึป่าวค่ะ เหมือนมันเป็นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแล้ว

เราก็ไม่ได้รู้อะไรมากค่ะ ห่วงพี่ชายเท่านั้น เคยโพสเรื่องราวตัวเองในบอดนี้แล้วได้รับคำแนะนำที่ดีมาก เอาไปปรับใช้กับชีวติตนเองจนตอนนี้ปัญหาของเราได้คลี่คลาย และตอนนี้มีความสุขมากๆเลยค่ะ ตอนนี้ก็ห่วงแต่พี่ชาย ไม่รู้จะพอแนะนำอะไรกับเขาได้บ้าง

ปล. ไม่ทราบว่า สมาชิก มันปิดรับสมัครตลอดไปเลยรึป่าวค่ะ มีเพื่อนเราอีกหลายคน อยากจะสมัครสมาชิกค่ะ
0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1910
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 30/03/2011 - 08:33

๑ ความเข้าใจอะไรผิด ๆ ก็ทำให้คนเราเป็นทุกข์ใจเองนะครับ
อย่างเช่นเรื่องเพื่อนสนิท หรือแฟนนั้น
แท้จริงแล้ว พี่ชายไม่ใช่เจ้าของเพื่อนสนิทหรือแฟนหรอกนะครับ
เพื่อนสนิท หรือแฟนนั้น ก็มีชีวิตของเขาเอง เขามีพ่อแม่ที่ต้องดูแลเหมือนกัน
เขามีสิทธิที่จะเลือกการดำรงชีวิตของเขา
เขามีสิทธิที่จะเลือกทางเดินชีวิต หรือจะคบกับใคร ก็เป็นสิทธิของเขา
เขาไม่ใช่ ถ้วย ชาม กะละมัง หรือสิ่งของอื่น ที่พี่ชายจะไปบอกว่าเป็นเจ้าของได้
ความทุกข์ของพี่ชายในเรื่องนี้ก็เริ่มมาตั้งแต่เมื่อพี่ชายคิดว่าเป็นเจ้าของเพื่อนสนิทและแฟนแล้วล่ะ
(เพื่อนสนิทของฉัน แฟนของฉัน ทำนองนี้ แต่จริง ๆ แล้ว พวกเขาไม่ใช่ของฉันหรอกนะ)
หากไม่ได้คิดว่าเป็นเจ้าของแต่แรก เรื่องคิดว่าคนอื่นแย่งไปก็จะไม่มีนะครับ

๒ ในเมื่อพี่ชายชอบดูหนังอยู่บ้าน ทำกับข้าว และไม่เล่นอินเตอร์เน็ต
และพี่ชายได้ใช้ชีวิตตามแบบที่ตนเองชื่นชอบแล้ว โดยก็ไม่ได้เป็นการผิดศีลผิดธรรมอะไร
ก็ไม่เห็นจำเป็นว่าจะต้องไปเปลี่ยนชีวิตตนเองเลย
เท่าที่อ่านก็ดูเหมือนว่าพี่ชายให้ความสำคัญกับแนวการดำรงชีวิตเดิมของตนเองอยู่แล้ว
ก็ควรจะมีความสุขกับชีวิตตนเองนะ
มีหลายคนที่อยากจะใช้ชีวิตตามแบบที่ตนเองต้องการแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมีเงื่อนไขหลายอย่างบีบบังคับอยู่
แต่พี่ชายเองได้มีโอกาสใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองต้องการแล้ว
ทำไมจะหาเรื่องบีบคั้นตนเองไปใช้ชีวิตแบบอื่นที่ไม่ต้องการล่ะ จะทำให้ทุกข์ใจเสียเปล่า ๆ
แถมไปเที่ยว ไปสังสรรค์ แล้วก็อาจจะผิดศีลผิดธรรมเสียอีก
ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่ว่าจะหลง หรือมีโมหะ ราคะ และโทสะมากขึ้นเปล่า ๆ

๓ จริง ๆ แล้วการที่ไม่มีเพื่อนสนิท และแฟนมาวุ่นวายชวนไปเที่ยวนั้น
อาจจะเป็นสิ่งที่มาก ๆ สำหรับชีวิตของพี่ชายแล้วก็ได้ เพราะเปิดโอกาสให้ชีวิตพี่ชายได้มีความสงบ
และได้ใช้เวลาไปในเรื่องส่วนตัวโดยที่ไม่มีคนอื่นมารบกวน
ปัญหาที่พี่ชายควรพิจารณาคือจะใช้เวลาอันสงบดังกล่าวนั้นเพื่อประโยชน์เล็กน้อย เช่น ทำกับข้าวกินไปวัน ๆ ฯลฯ
หรือควรจะใช้เวลาอันสงบนั้นมาทำประโยชน์ยิ่งใหญ่ระยะยาวแก่ตนเอง
ได้แก่ การศึกษาและปฏิบัติธรรมะ

ลองมองในอีกมุมหนึ่งนะครับว่า ในเมื่อพี่ชายเองชอบอยู่สันโดษนั้น
การที่เพื่อนสนิทตีจาก และแฟนเหินห่างนั้น อาจจะไม่ใช่วิบากกรรมเลวร้ายอะไร
แต่กลับเป็นสิ่งที่พี่ชายได้อธิษฐานต้องการว่า ขอให้ชีวิตนี้ได้มีสันโดษ เพื่อจะมาทำอะไรสักอย่างหนึ่ง
มาถึงเวลานี้ พอได้มีความสันโดษดังที่อธิษฐานมาแล้ว แต่กลับลังเลสงสัย ว่าควรจะไปสังสรรค์กับคนอื่นดีไหม
ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายโอกาสมาก ๆ เลย
แนะนำให้พี่ชายลองนำเวลาส่วนตัวที่มีในขณะนี้มาศึกษาและปฏิบัติธรรม
แล้วก็จะเข้าใจอะไรมากขึ้นนะครับ
(จะศึกษาจากสำนักไหนก็ได้ครับ แต่หากพี่ชายไม่รู้จะเริ่มจากที่ไหนแล้ว
แนะนำให้พี่ชายเริ่มต้นที่ www.wimutti.net โดยลองโหลดไฟล์ธรรมเทศนามาฟังดูครับ)
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
5



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   โปร่งแสง ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 914
  • สมัคร: 20/04/2006

ตอบ: 02/04/2011 - 20:21

เอามาฝากจากเวป www.star4life.com
คิดว่าน่าจะใกล้เคียงนะคะ

อ้างอิง

ถาม - หลายปีก่อนผมเคยคิดแย่งแฟนคนอื่น ทำเพื่อความสะใจด้วยใจมืดดำมาก ตอนหลัง(เป็นปี)คิดได้เลยวางมือและกล่าวขอโทษ ยังไงก็ตามยังรู้สึกถึงความอึดอัดทึบหัว คิดว่าเป็นสิ่งที่เราสะสมระหว่างที่คิดชั่วๆแน่ จะแก้อย่างไรครับ ผมต้องเจอวิบากอะไรในอนาคตอีกครับ



กรณีทำนองนี้มีขั้นตอนตามลำดับ
๑) ละทิฐิมานะ กล่าวขอโทษด้วยปาก
และคิดด้วยใจว่าเราสำนึกแล้ว และจะไม่ทำอีก (ข้อนี้คุณทำไปแล้ว)

๒) เมื่อเกิดความรู้สึกผิด อัดอัดหนักทึบในหัว
ให้นึกกล่าวขอโทษเขาในใจเงียบๆ
และตั้งใจซ้ำ ว่าเราจะไม่ทำเรื่องพรรค์นั้นอีกจนชั่วชีวิต
และขอให้ความตั้งใจที่ทำได้ตลอดชีวิตจงส่งผล
ไม่ว่าเกิดชาติไหนหนไหน ขออย่าได้ไปคิดแย่งคนรักใครเขาอีก
คุณจะรู้สึกเบาลงทีละน้อยจากการอธิษฐานและทำจริงอย่างนี้

๓) ตั้งใจไว้ว่าถ้าเห็นใครอยากแย่งแฟนใครโดยไม่ชอบธรรม
เราจะเล่าให้เขาฟังว่ากรรมที่เราเคยทำเป็นอย่างไร
ผลคือความรู้สึกผิดและความหนักทึบในหัวเป็นอย่างไร
การทำให้คนอื่นหลุดจากบ่วงบาปได้ด้วยประสบการณ์ของคุณเอง
จะมีผลให้บาปนั้นอ่อนกำลังลง
และถ้ากำลังบุญที่เป็นปฏิปักษ์กันนั้นเกินบาปไปมากๆ
โดยภาพรวมคือคุณเคยทำบาปเพื่อได้สร้างบุญในระยะยาวแทน

สำหรับผลนั้นก็ตรงไปตรงมาครับ
เคยแย่งของรักของหวงคนอื่น
วันหนึ่งก็ต้องถูกแย่งของรักของหวงของตนเองบ้าง
ขอให้ทำใจไว้ล่วงหน้า จะช่วยแบ่งเบาได้เมื่อเวลามาถึง
และถ้ายิ่งคุณทำบุญมาเกินบาป ทั้งในส่วนความสำนึกผิดและช่วยเหลือคนอื่น
ก็จะยิ่งทำใจได้เร็ว หักห้ามความเศร้าได้ง่าย
หรือทำให้แฟนเปลี่ยนใจไปจากคุณเดี๋ยวเดียวแล้วสงสาร กลับมาหาใหม่
ปัจจัยและรายละเอียดในการทำบุญจะให้ผลตามทิศทางนั้นๆครับ

(คิดแล้วละเหี่ยใจแทนเหมือนกัน
ความรักของคนในโลกทำให้เกิดเรื่องซับซ้อน
อย่างถ้าเขาสงสารคุณ กลับมาหาคุณ แต่ก็ยังมีใจให้คนใหม่
เรื่องก็คาราคาซัง เหมือนอย่างที่เห็นๆกันทั่วไปทุกเมื่อเชื่อวันนั่นแหละ)


สิ่งทั้งหลายที่เราเจอล้วนมีเหตุค่ะ ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่เจอซ้ำๆนี่ยิ่งมีแนวโน้มว่าใช่สูง
แนะนำให้พี่ชายมีความเข้าใจเรื่องกรรม ถือศีลอย่างมั่นคง
ให้อภัยคนที่มาทำกับเรา(เพราะเขาเหล่านั้นมาทำตามหน้าที่ของเขา)
เหมือนล้างใจตัวเอง ตัดตัวเองจากวงจรนี้
น่าจะช่วยให้ดีขึ้นค่ะ:)
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   wit ไอคอน

  • ตอบ 6000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 6368
  • สมัคร: 30/06/2005

ตอบ: 03/04/2011 - 05:52

โดยมากแล้วแนวความคิดที่ว่าคนเราได้รับได้ประสบสิ่งใดก็มักจะเป็นผลมาจากกรรมคือการกระทำของตนในอดีต ตามหลักความเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งความจริงแล้ว ผลที่คนเราได้รับในปัจจุบันนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผลมาจากการกระทำในอดีตของตนเสมอไป อาจจะเป็นผลมาจากการกระทำในปัจจุบันนี้ด้วย (การเชื่อว่าผลทุกอย่างเกิดขึ้นมาเพราะกรรมในอดีตทั้งหมด จัดเป็นมิจฉาทิฏฐิอย่างหนึ่ง)

เช่น การกระทำกิจต่างๆด้วยความไม่ประมาท สมเหตุสมผล ตามเหตุและปัจจัยนั้นๆ ก็ย่อมมีส่วนเกื้อกูลและอำนวยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีตามที่ต้องการได้

ในกรณีของโยมพี่ชายของโยม ก็ลองแนะนำให้เขาลองคบหากับเพื่อนหรือบุคคลที่มีจริตเป็นไปในทางเดียวกับเขาดูสิ อาจจะเข้ากันได้ดีก็ได้ หรือ หากมีคนรักมีเพื่อน ก็ลองให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่เขาให้มากๆ หรือ อาจจะหากคนที่มีอุปนิสัยตรงข้ามกับเราแต่กลับเข้ากันได้และเป็นส่วนเติมเต็มให้แก่กันก็ได้ เช่น หากเป็นคนเก็บตัวเงียบๆเข้าสังคมไม่เก่ง ก็อาจจะเข้ากันได้ดีกับคนที่ชอบดูแลเอาใจใส่คนอื่นมากๆ เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็อาจจะช่วยเสริมช่วยปรับสภาพให้คนทั้งสองเกิดความสมดุลกันขึ้นมาในตัวของแต่ละคนเองได้(คนที่เข้ากันได้นั้น ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่มีความชอบมีอุปนิสัยเหมือนกับเราเสมอไป แต่อยู่ที่การเข้ากันได้หรือการลงตัวของทั้งสองฝ่าย เรียกว่ามีความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน)

การพิจารณาว่าสิ่งต่างๆทั้งดีและไม่ดีล้วนเกิดมาจากกรรมคือการกระทำของตัวเราเองนั้น ก็มีส่วนดีอยู่ หากแต่ว่าเราต้องพิจารณาให้รอบคอบให้ถูกต้องกับเหตุปัจจัย เช่น หากจะพิจารณาถึงกรรมไม่ดีก็ให้เน้นพิจารณาที่กรรมของตนเองเป็นหลักเพื่อจะได้เอาไว้ใช้ปรับปรุงแก้ไขตนเอง(หากพิจารณาเน้นไปที่ผู้อื่นอาจกลายเป็นการเพ่งโทษ การจับผิด หรือ อาจกลายเป็นเหตุให้เกิดการผูกเวรการมีจิตคิดพยาบาทกันได้) หรือ หากจะพิจารณาถึงกรรมที่ดีก็ให้พิจารณาไปในทำนองที่จะทำให้เราเกิดกำลังใจในการทำความดี หรือ อนุโมทนาในคุณความดีของผู้อื่นต่อไป
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   อนัตตา ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 54
  • สมัคร: 04/02/2004

ตอบ: 03/04/2011 - 07:32

พี่ชายเป็น family man ครับ ใครได้เป็นคู่ครองคงมีความสุขครอบครัวมาก
แฟนคนไหน เปลี่ยนใจไปหาคนอื่น ก็ปล่อยเขาไปเถอะครับ เขาคงเข้ากับพี่ชายไม่ได้เพราะไม่ชอบ family man
ระลึกรู้กายใจ ตั้งมั่น เป็นกลาง
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ