ลานธรรมเสวนา: หมอดูบอกว่าดวงไม่สมพงษ์กันค่ะ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

หมอดูบอกว่าดวงไม่สมพงษ์กันค่ะ หมอดูหลายท่านบอกว่า เรากับแฟน ดวงไม่สมพงษ์กัน ไม่ควรแต่งงานกัน

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   ปรางใส ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 125
  • สมัคร: 22/03/2005

ตอบ: 22/01/2011 - 10:59

เป็นคู่ทุกข์ อยู่ด้วยกันไปก็จะมีความทุกข์ มากกว่าความสุข อีกทั้งปัจจัยที่เกี่ยวกับความรักความเข้าใจที่มีต่อกันก็น้อยมาก
อยากถามว่า เราควรทำอย่างไร เพราะตอนนี้แฟนเพิ่งบอกเลิกเรา ทั้งที่คบๆ เลิกๆ กันมาเกือบแปดปี ครั้งนี้เป็นการห่างกันนานที่สุด(ประมาณ 1 เดือน) หลังจากที่โดนบอกเลิก
เขาบอกว่าเลิกเพราะเราขี้หึง และทัศนคติไปด้วยกันไม่ได้
อยากทราบว่าดวงเราซึ่ง หมอดูหลายคนบอกว่า มีคู่ยาก จะเปลี่ยนได้ไหมคะ
ถ้าได้จะเปลี่ยนได้อย่างไร สมมติว่าเป็นดวงอาภัพคู่ เราจะทำอะไรได้บ้างที่จะทำให้มันดีขึ้น ยกเว้นทำใจ
0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   govit2552 ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2116
  • สมัคร: 28/06/2009

ตอบ: 22/01/2011 - 13:17

ดูเองบ้างสิ
เดี๋ยวนี้ มีข้อมูลเยอะแยะ
ตำหรับตำรา เช่น พรหมชาติ เป็นต้น
หรือไม่ก็โปรแกรม
ดูเอง ว่าตรงกับที่คนอื่นดูให้หรือไม่
แล้วค่อยตัดสินเองเอง
ยังงมงาย.... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูกแค่ 30 เปอร์เซนต์ หรือไม่ถึงด้วยซ้ำ
เลิกงมงาย... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก กว่า 90 เปอร์เซนต์ ถูกต้องตรงตามนั้น

ขอแนะนำครับ
http://www.vitwong.blogspot.com/
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   โจโฉ คร้าบบบ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2237
  • สมัคร: 15/03/2005

ตอบ: 22/01/2011 - 15:27

ว่างๆ ลองไปอ่านที่นี่นะครับ เกี่ยวกับหมอดู

http://www.jozho.net...mo=3&art=390289


ดวงเปลี่ยนได้เสมอครับ ผมหละเบื่อพวกหมอเดาพวกนี้
ทำตัวเก่งเกินพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ท่านทรงเก่งทุกด้าน แต่ท่านก็ไม่ทำนายอะไรแบบฟันธง
เพราะรู้ว่า ดวงเปลี่ยนได้เสมอ อยู่ที่กรรมปัจจุบัน

หากกรรมเก่าไม่ดี ทำให้ดวงปัจจุบันไม่ดี ก็ทำกรรมตรงข้ามก็จะทำให้เปลี่ยนดวงได้ครับ
ยกเว้นกรรมหนักจริงๆ อย่างบางคนสร้างบารมี อธิฐานมาเพื่อจะเป็นพระพุทธเจ้า หรือจะเป็นกษัตริย์ หรือจะเป็นอาชีพอะไรก็ตาม
หากวิบากนี้เหนียวแน่นมากๆ ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตได้ บางคนอธิฐานถอนลา ก็ยังทำไม่ได้

หรือในเรื่องของกรรม หากทำกรรมเช่น อนันตริยะกรรมมา ก็ยากจะหลีกเลี่ยงผลของกรรม
แต่หากทำตัวใหม่ ทำตัวดี ศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้น กรรมให้ผลก็จริง แต่ก็จะไม่ทุกข์
หรือไม่รู้สึกหนักเท่าคนทั่วไป แบบนี้ก็เรียกว่าบรรเทากรรมได้จริง

คุณดังตฤณบอกไว้ว่า หากมีกรรมเรื่องผิดศีลข้อสามมา
ถ้ากรรมต้องส่งให้เป็นโรคเอดส์ หรือผิดหวังความรักตลอดชีวิต
ถ้าถือศีลแปดซะ มันก็ตัดกรรมได้
เพราะไม่รู้จะไปให้ผลยังไง ในเมื่อไม่มีคู่ ไม่มีเพศสัมพันธ์อีกแล้ว

คนเราชอบไปพึ่งหมอดูแบบหมดตัวหมดใจ ก็เลยผิดพลาดกับชีวิต
หมอดูที่ดีต้องเข้าใจหลักธรรม และชี้ทางออกได้กับทุกเรื่อง
และทางออกนั้นๆ ก็คือ การทำดี ปฏิบัติธรรม รักษาศีล


ดวงสมพงษ์มันไม่เกี่ยวหรอกครับ ถ้าไม่สมพงษ์ จะมาแต่งงานกันได้ยังไง
เพียงแต่พฤติกรรมในปัจจุบันมากกว่า ที่คุณก็บอกเองว่า ขี้หึง ฯลฯ
นิสัยพวกนี้แหละที่ทำให้ผู้ชายเบื่อ ยิ่งอยู่ไปนานๆ ก็ยิ่งเบื่อ


แล้วผู้หญิงจะมีค่าแค่ตอนยังไม่เสียตัว หรือพึ่งได้กันใหม่ๆ ครับ
ช่วงนั้น ผุ้ชายมันก็จะอดทนได้ เพราะรสยังหวาน
แต่พอกินไปนานๆ มันฝาดเริ่มจืด

ผู้ชายมันก็ไม่ทนครับ เพราะเหมือนของไร้ราคาแล้ว
หากไม่ใช่คนดี ไม่เอาใจ อยู่ด้วยแล้วไม่สบายใจ
ไม่มีความดีด้านอื่นมาคานน้ำหนักกัน

ร้อยทัง้ร้อย ผุ้ชายไม่มีเมียน้อยก็เลิกครับ

แล้วสมัยนี้ผุ้ชายเหลือน้อยด้วย ผู้หญิงมีเยอะ แล้วสวยๆ ทั้งนั้น
แถมเปรี้ยวแรง ร้อนแรง เซ๊กส์จัด เอาใจเก่ง
แล้วไม่สนว่าจะผัวใคร แฟนใคร เอาหมด หลายคนขอแค่เป็นคู่นอน
ผู้ชายยุคนี้หากไม่แน่จริง ไม่เป็นคนดีจริงๆ มีสิทธิ์มีชู้ มีเมียน้อยได้มากกว่าสมัยก่อนครับ

สื่อก็เยอะ ในเน็ตนี่เปิดหาวันนึงได้หลายคนเลย ถ้าจะเอากันจริงๆ

สมัยนี้เพราะความเอาแต่ใจของผู้หญิง และเรื่องมาก รวมถึงเรื่องบนเตียงไม่เก่งอีกต่างหาก
ทำให้ผู้ชายหลายคนเปลี่ยนรสนิยมไปก็เยอะนะครับ
เท่าที่ผมเคยทำงานกลางคืนมา ผมเห็นผู้ชายหล่อๆ หลายคน หันไปคบกะเทยเยอะมาก
ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยู่แล้วสบายใจ

เพราะกะเทยเอาใจเก่ง ให้เงินใช้อีกต่างหาก เรื่องบนเตียงก็ทำได้สารพัดไม่กระดากเขิน
แล้วก็ไม่เรื่องมาก ตามใจทุกอย่าง

ผู้ชายเหลือน้อย โปรดใช้สอยอย่างประหยัด
หากมีไว้ในครอบครอง ก็ควรจะหมั่นดูแลตัวเอง เอาใจ และต้องเหนื่อยหน่อย หากจะรักษาสามีไว้ให้นานๆ นะครับ

แต่ส่วนใหญ่ผมเห็น ผู้หญิงส่วนใหญ่ ไม่ค่อยสำเหนียกตรงนี้
คิดแต่ว่า ผู้ชายต้องเอาใจตัวเอง ผู้หญิงเป็นเพศแม่ และอ่อนแอ
แรกๆ นะใช่.. แต่พอรสชาติมันจืดแล้ว

ผู้ชายเขาไม่คิดแบบนั้นด้วยหรอกครับ
หากอยากมีแค่แฟน ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่หากอยากมีคนรัก ที่ครองรักกันนานๆ

เพศหญิงเป็นเพศที่น่าสงสารมากครับ เพราะต้องทำอะไรเยอะมาก ต้องทำแบบสุดชีวิต
เพียงเพื่อจะรักษาผุ้ชาย ที่บางทีไม่มีอะไรดีเลย ไว้แค่คนเดียว
กับความสุขจอมปลอมที่เราคิดว่าจะหาจากใครสักคน

ซึ่งมันไม่มีจริง
www.jozho.net เสียงอ่านหนังสือสำหรับคนรุ่นใหม่
โหลดธรรมฟรี แจกCDธรรมะฟรี ส่งฟรีทั่วโลก
(เช่น หลวงตาวัดป่าบ้านตาด รวมคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ งานเขียนคุณดังตฤณ)
5



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   กะลาตาเดียว ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 47
  • สมัคร: 20/08/2006

ตอบ: 22/01/2011 - 16:24

อาภัพคู่ พลัดพราก ไม่ได้ หมายความว่า หมดหนทางนะครับ ขอยกตัวอย่างนะครับ อาจเป็นประโยชน์ ผมมีอาจารย์เป็นแพทย์ และท่านเป็นโหราจารย์ด้วย ดวงท่านก็ เป็นคล้ายแบบนี้หละครับ ท่านแต่งงานกับภรรยา โดยใช้วิธี แยกกันอยู่ (แต่ยังอยู่ในบริเวณบ้านเดียวกันแต่มีบ้านหลังเล็กๆอีกหลังใช้อยู่แต่ไปกินข้าว คุยกับภรรยาท่านทุกวัน) ก็อยู่มาจนอายุ 70 ปีกว่า มีลูกหลายคน ท่านก็มีความสุขดี เคยถามท่าน ท่านก็บอกว่าใช้วิธีให้เหมือนกับว่าอยู่ใกลๆกัน ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เป็นเป็นวิธีแก้ของคนโบราณ ทุกอย่างมีทางแก้อยู่ที่ตัวเราด้วยหนะครับ :114:
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   ngodngam ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1933
  • สมัคร: 21/10/2009

ตอบ: 22/01/2011 - 16:45

ดูเหมือนว่าคำแนะนำในกระทู้เดิม
ไม่สามารถช่วยเหลือให้ จขกท พ้นจากวังวนตรงนี้ได้
โดย จขกท ก็ยังคงกลุ้มใจกับคำทำนาย มีปัญหากับแฟน และก็ยังวิ่งตามดวงอยู่

สิ่งที่ จขกท ทำอยู่นั้น มันขัดแย้งกันเองนะครับ คือ
๑ หากเชื่อว่า ดวง มีความสำคัญ และทุกอย่างจะเป็นไปตามดวงแล้ว
จะทำอะไรก็ตาม ก็ย่อมจะไปเปลี่ยนดวงไม่ได้ ก็ควรจะถือตามนั้นไป
และก็ยอมรับตามดวง และเลิกกับแฟนเสีย เพราะไปกันไม่ได้

๒ หากไม่เชื่อว่าดวงสำคัญแล้ว ก็ควรจะเลิกเชื่อดวง
และย้อนกลับมาดูข้อเท็จจริงว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และแก้ที่ปัญหา
ก็ให้เชื่อเรื่องผลกรรมของตนเองแทน

ขณะนี้ที่ทำคือ เชื่อดวงนะ ดวงนี่สำคัญและบันดาลให้เป็นไปทุกอย่าง
แต่ขณะเดียวกันก็กลับบอกว่า ตัวเองจะเปลี่ยนดวงได้
มันก็ขัดแย้งกันเองนะครับ ...
ขณะนี้ก็เสมือนกับว่า ขับรถไปข้างหน้าถึงทางแยกสองทางแล้ว
ก็พยายามจะไปทั้งทางซ้ายและทางขวาในเวลาเดียวกัน
รถก็คงจะพุ่งชนตึกตรงทางแยกนั้นแหละนะ และคงจะไปไหนไม่ได้แล้วครับ

หากจะต้องการได้ข้อสรุปปัญหานี้ ต้องเลือกก่อนครับว่า
จะวิ่งตามดวง หรือจะเลิกเชื่อดวง
หากจะวิ่งตามดวง ก็กลับไปถามหมอดูครับว่า จะหาคู่แท้ได้ที่ไหน
เพราะหมอดูฟันธงมาแล้ว คนนี้ไม่ดี ก็ไปถามหมอดูครับว่า คนไหนดี ทำยังไงจึงจะได้เจอ
แต่หากจะเลิกเชื่อดวงแล้ว ก็ลืมเรื่องดวงไปกันไม่ได้ให้หมดก่อน ลืมเรื่องหาคู่ยากก่อน
และกลับมาพิจารณาปัญหาจริง ๆ ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
และแก้ไขปัญหาไปตามจริงที่เกิดขึ้น
ถ้าเลือกมาแนวทางหลังนี้ก็พอจะแนะนำให้ได้ครับ
แต่หากเลือกแนวทางแรก ก็ควรต้องสอบถามหมอดูต่อครับว่าจะทำอย่างไร

.... ก็แปลกนะ คนที่ดวงไม่เหมาะกัน ดวงไปด้วยกันไม่ได้
แต่ก็มาเจอกัน อยู่ด้วยกัน และคบกันตั้งแปดปี
ดวงหาคู่ยากนะ แล้วแปดปีที่ผ่านมาเรียกว่าอยู่คนเดียวหรือ .....
ขอนอบน้อมแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า
2



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   โจโฉ คร้าบบบ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2237
  • สมัคร: 15/03/2005

ตอบ: 22/01/2011 - 17:03

อ้างอิง

.... ก็แปลกนะ คนที่ดวงไม่เหมาะกัน ดวงไปด้วยกันไม่ได้
แต่ก็มาเจอกัน อยู่ด้วยกัน และคบกันตั้งแปดปี
ดวงหาคู่ยากนะ แล้วแปดปีที่ผ่านมาเรียกว่าอยู่คนเดียวหรือ .....



โดน.. ครับ โดนอย่างแรง


ส่วนใหญ่เท่าที่ผมเห็นมานะครับ
หลายคนก็ส่งเมล์ไปปรึกษาผมส่วนตัวมาแล้ว
แม้ใครจะแนะนำอย่างไร ก็ยัง พายเรือวนในอ่าง ไม่ยอมรับความจริง

เคยคิดแบบไหน ก็คิดอยู่แบบนั้น เปลี่ยนแปลงได้ยาก
แล้วก็ทุกข์ซ้ำซากแบบนั้น

ตราบใดยังมีโมหะคลุมจิตหนาแน่น ใครจะแนะนำอย่างไร ก็ได้แต่ฟังผ่าน ๆ
www.jozho.net เสียงอ่านหนังสือสำหรับคนรุ่นใหม่
โหลดธรรมฟรี แจกCDธรรมะฟรี ส่งฟรีทั่วโลก
(เช่น หลวงตาวัดป่าบ้านตาด รวมคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ งานเขียนคุณดังตฤณ)
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   โจโฉ คร้าบบบ ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2237
  • สมัคร: 15/03/2005

ตอบ: 22/01/2011 - 17:05

เผลอกดไปโดนปุ่มอะไรเนี่ย มันโพสต์เองเฉย

ผมเจอบางคน ผมก็ตอบในเมล์ซ้ำซาก
เขาก็ไม่ฟัง เหมือนจะหาที่ระบาย หาเพื่อนคุยไปวันๆ
เหมือนแค่ต้องการความเห็นใจ

แต่สุดท้าย ก็ไม่ทำตามคำแนะนำซักข้อเลยอะครับ

ก่อนอื่น ก่อนแก้ปัญหา ต้องทำตัวเองให้ตาสว่างซะก่อน
คือ ตั้งใจรักษาศีล สวดมนต์ ทำบุญ เจริญสติ ให้มาก
แล้วจะหาทางแก้ได้ด้วยตัวเอง

ตราบใดยังโมหะบังเหนียวแน่น ให้อ่าน ให้ฟัง ให้ใครแนะนำแค่ไหน
ก็ไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่หรอกครับ


ผมรู้ เพราะว่าผมเองก็เคยเป็น
แล้วหาทางแก้ไขได้ ก็เพราะบุญ ทำบุญให้มาก เดินจงกรม เจริญสติให้มาก
แล้วเห็นผลเลยว่า ตัวเองเท่านั้นที่ช่วยตัวเองได้

คนอื่นแค่แนะนำ แล้วเวลาที่ใจมันไม่ว่างพอ
มีแต่ความทุกข์เต็มไปหมด มันเหมือนแก้วน้ำที่มีแต่น้ำเต็มแก้ว ให้อะไรก็ล้นออกหมดครับ
www.jozho.net เสียงอ่านหนังสือสำหรับคนรุ่นใหม่
โหลดธรรมฟรี แจกCDธรรมะฟรี ส่งฟรีทั่วโลก
(เช่น หลวงตาวัดป่าบ้านตาด รวมคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ งานเขียนคุณดังตฤณ)
3



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   washiravit ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 224
  • สมัคร: 21/05/2009

ตอบ: 22/01/2011 - 17:44

.... ก็แปลกนะ คนที่ดวงไม่เหมาะกัน ดวงไปด้วยกันไม่ได้
แต่ก็มาเจอกัน อยู่ด้วยกัน และคบกันตั้งแปดปี
ดวงหาคู่ยากนะ แล้วแปดปีที่ผ่านมาเรียกว่าอยู่คนเดียวหรือ .....

คำนี้โครตโดนอย่างแรงเลยครับ

คุณผู้หญิงเชื่อผมเถอะ หมอดูก็ไม่ได้รู้ชีวิตคุณดีไปกว่าคุณหรอก
อีกอย่างตัวเขาเองก็พูดออกมาเเล้วว่าคุณเป็นคนขี้หึง แถมทัศนคติไม่ตรงกัน
คุณคบๆเลิก ซึ่งหมายความว่าตลอดระยะเวลาแปดปีที่ผ่านมา
คุณมีโอกาสปรับตัวชนิดเปลี่ยนตัวเปลีย่นใจเป็นคนใหม่ถึง 2920 วัน
แต่ก็ไม่ทำ จริงมั้ย...?

ปล่อยให้ความคิด ความระแวงร้อยรัดเส้นใยเชิดคุณให้ดิ้นทุรนทุราย
สุดท้ายคุณก็ไม่มีเห็นมีท่าทีสำนึก กลับไปพยายามหาต้นเหตุอื่นๆ
แล้วก็ฝังความเชื่อให้กับตัวเองว่า มันเป็นที่ดวง ไม่ได้เป็นที่ตัวเรา
ตอนที่ทะเลาะกัน อยากได้เขากลับมาก็อ้อนวอนว่าจะปรับเปลี่ยนตัวเอง
ร้องไห้เสียใจว่าจะกลับตัวกลับใจ พอคืนดีใหม่ๆก็พยายามที่จะไม่หึง ไม่เเคร์
จะได้ไม่มีปัญหา เเต่สุดท้ายก็กลับเ้ข้ารูปแบบเดิมๆ

ผมว่าผมเขียนได้ตรงสถานการณ์คุณนะ อาจจะผิดไปบ้าง
เเต่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ คุณอ่านเเล้วโดนแน่ๆ
เพราะผมเองก็เคยเป็นเหมือนคุณ เรามันพวกเดียวกัน
จำคำผมไว้เลยนะครับ นาฬิกาดีๆไม่มีวันโดนทิ้ง ท่องไว้ครับ
มุ่งมั่นจะเป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เต็มหัวใจ
3



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   คง ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 287
  • สมัคร: 16/06/2009

ตอบ: 22/01/2011 - 17:44

ชีวิตคู่นี่แปลกนะครับ ถ้าอยู่กันอย่างราบรื่นความรักมักจืดชืด แต่ถ้าได้ไม่สมพงษ์กัน ทะเลาะกัน คู่ใหนคู่นั้น ลูกดก แถมรักกันเหนียวแน่นครับ :02:
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   ศิริรัชฎา ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 545
  • สมัคร: 18/07/2007

ตอบ: 22/01/2011 - 19:25

บางคู่ที่อยู่กันยืดยาว อาจมีดวงไม่สมพงษ์กันก็ได้นะ แต่ไม่เคยดูดวง ก็เลยไม่มีปัญหา :114:
4



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   roentgen ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1007
  • สมัคร: 24/09/2009

ตอบ: 22/01/2011 - 22:10

อนาคต มันเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติในปัจจุบัน

หากทำดีที่สุดแล้ว ก็ยังแย่อยู่ ยังเข้ากันไม่ได้อยู่

ก็คงเป็นวิบากของกรรม

อย่าเพิ่งเชื่อ ตามหลักกาลามสูตร

ได้ลองพยายามแล้วหรือยัง

ได้เห็นถึงบทสรุปแล้วหรือยัง?

ไม่มีใครที่จะเข้ากันได้สนิทหรอก ขึ้นอยู่กับว่า

ลดหรือเพิ่มส่วนใด ๆ ให้ "สามารถปรับพอเข้าหากันได้บ้าง" เท่านั้น


พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 49

นักขัตตชาดก

ว่าด้วยประโยชน์คือฤกษ์

[๔๙] " ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่เขลา ผู้มัวคอยฤกษ์อยู่

ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์ดวงดาวจักทำอะไรได้."

จบ นักขัตตชาดกที่ ๙



เห็นประโยชน์อันใดในปัจจุบัน จงทำ

เห็นโทษใด ๆ ในปัจจุบัน จงงดเว้นเสีย

แล้วมาลองดูสิว่า "ชะตาฟ้า หรือจะสู้ข้าลิขิตมันเอง"



ขอเจริญพร
อภิญญาบุตร
(บุตรของนางอภิญญา ขิ้อนี้เป็นเกียรติแก่มารดา)
พระชิษณุพงศ์ ปสนฺโน
(อาคันตุกะ) วัดอ้อมน้อย สมุทรสาคร

สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย
"ธรรมทั้งปวงอันใคร ๆ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"

E-Mail & Facebook & SKYPE : Apinyabuddh@gmail.com
1



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   สายศีล ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2475
  • สมัคร: 31/08/2005

ตอบ: 24/01/2011 - 07:54

ปรางใส ป่านนี้แล้วหนูยังไม่ตื่นขึ้นมารับความจริงอีกหรือคะ

อยู่คนเดียวให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดไปหาคนอยู่ด้วยถ้าเราอยู่คนเดียวยังไม่มีความสุข
การวิ่งไปหาความสุขกับคนอื่นมันจะเป็นไปได้อย่างไร เลิกเชื่อหมอดูแล้วกลับมา
มีสติใช้ชีวิตให้เป็นสักที อย่าให้เสียโอกาสที่ได้เกิดมารู้จักศาสนาพุทธและมีกัลยาณมิตร
ที่ดีคอยชี้นำเลยค่ะ
ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทาโสตถีภะวันตุเตฯ

ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทาโสตถีภะวันตุเตฯ

ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุสัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทาโสตถีภะวันตุเตฯ
4



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   น้องบู ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2713
  • สมัคร: 25/03/2008

ตอบ: 24/01/2011 - 09:30

สาธุกับทุกความเห็นนะครับ

ขอเพิ่มว่า ทุกอย่างมีการจากครับ เป็นเรื่องปกติ

รักษาใจเราให้เป็นปกติสุขครับ

คนเราที่ทุกข์นี้เพราะใจไม่เห็นทุกข์ครับ มีแต่ใจที่เป็นทุกข์ เมื่อเห็นทุกข์ เหตุทุกข์จะลดกำลังลงไป ทุกข์ก็จะลดลงเองตามลำดับ

ผมคงเพิ่มเติมให้ได้เท่านั้นนะครับ
"สิ่งทั้งหลายมีแต่ธรรม มีแต่อนัตตา ขนาดนิพพานยังอนัตตาเลย อัตตาไม่มี เข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่า"
"ทิฐิต่าง ๆ มีได้เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย"
1



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   ณ ฟ้า ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 838
  • สมัคร: 24/04/2009

ตอบ: 24/01/2011 - 11:21

อ้างอิง

เราจะทำอะไรได้บ้างที่จะทำให้มันดีขึ้น ยกเว้นทำใจ


เลิกดูดวงค่ะ แล้วก็เลิกแสดงอาการหึงหวง
เพราะไม่งั้นไม่ว่ากับใครก็จะต้องเป็นทุกข์แบบนี้ต่อไป

เป็นคนนึงที่เคยทุกข์เพราะคำทำนายแบบนี้
สุดท้ายมันก็เป็นใจของเราที่เปลี่ยนแปลงเอง
เป็นกำลังใจให้นะคะ :33:
1



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   roentgen ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1007
  • สมัคร: 24/09/2009

ตอบ: 24/01/2011 - 11:27

ถ้าหมอดูบอกว่า.....

ดวงเหมาะสมกันทั้งคู่ ก็เชื่อใช่มั้ย?

ดวงไม่เหมาะสมกันเลย เลิกกันซะ ก็เชื่อหรือ?

หรือ ดวงปานกลาง ๆ พออยู่กันได้ ก็ต้องเชื่ออีก?

จริง ๆ ไม่ต้องไปดูหมอ หรือหมอดูก็ได้

ดูซะว่า ปัจจุบัน อยู่ด้วยกัน ปฏิบัติอะไรดี ๆ ต่อกันบ้าง?

เหตุในวันนี้ดี มีศีล ๕ ด้วยกัน ผลที่ออกมามันดีอยู่แล้ว

(ถ้าผลยังออกมาไม่ดีอีก ก็คงเป็นวิบากของกรรมให้ผล อาจจะเป็นไปได้)

หรือว่า ปัจจุบัน ทำเหตุไม่ดี หาเรื่องกัน พูดจาไม่ดี นอกใจ ฯลฯ

อันนี้ผลที่จะออกมาในอนาคตมันก็ทำนายได้เองง่าย ๆ อยู่แล้ว

หมอดู หมอเดา ไม่ต้องไปดูมาก

ให้ "ดูปัจจุบัน" พอ

เจริญพร
อภิญญาบุตร
(บุตรของนางอภิญญา ขิ้อนี้เป็นเกียรติแก่มารดา)
พระชิษณุพงศ์ ปสนฺโน
(อาคันตุกะ) วัดอ้อมน้อย สมุทรสาคร

สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย
"ธรรมทั้งปวงอันใคร ๆ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"

E-Mail & Facebook & SKYPE : Apinyabuddh@gmail.com
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   โปร่งแสง ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 914
  • สมัคร: 20/04/2006

ตอบ: 24/01/2011 - 11:48

ถามหมอดู ใช่หรือไม่ใช่ไม่รู้
แต่ที่แน่ๆดูได้ว่าอยู่กันแล้วดีหรือไม่ดี สุขหรือทุกข์ เป็นของที่เห็นได้ดีอยู่แล้วด้วยตัวเอง(ถ้าตอบแบบไม่เข้าข้างตัวเองหรือใครนะ)
ลองสำรวจดูว่าอยากมีเขาอยู่ มีไปเพื่ออะไร มีแล้วชีวิตดีขึ้นหรือแย่ลง
ลองอ่านถามตอบของคุณดังตฤณดูค่ะ

อย่าเพิ่งไปหาคำตอบข้างนอก เป็นกำลังใจให้ค้นตัวเอง รู้จักตนเองให้ดี แล้วก็สู้ๆพัฒนากรรมจนไปเจอสิ่งที่ดีขึ้น(ไม่ว่าจะกับคนเดิม หรือคนใหม่)นะคะ:)



อ้างอิง

ถาม - คู่เวรมีจริงหรือไม่? แบบที่พออยู่ด้วยกันแล้วมีแต่ความวิบัติ และความหมายของคู่แท้หมายถึงอยู่ด้วยกันแล้วมีแต่ความสุขความเจริญใช่ไหม? หากเป็นเช่นนั้นต้องเชื่อเกณฑ์ของดวงชะตาราศีที่ว่าจะเจอคู่แท้เมื่อนั่น เมื่อนี่ใช่ไหม? ถ้าหากว่าเรามีวิบากที่ต้องเจอคู่ที่ทำให้เราไม่มีความสุข เราจะหลีกหนีได้หรือไม่?
คู่หญิงชายนั้นมีหลายแบบ ไม่ได้มีแต่คู่เวรกับคู่แท้ คำว่า ‘คู่แท้’ จะทำให้คุณนึกถึงเพศตรงข้ามที่ติดตามกันไปทุกภพทุกชาติ เป็นตัวเป็นตนจับจองกันอย่างถาวรไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งธรรมชาติไม่ได้มีอะไรอย่างนั้น ตามกฎเหล็กข้อแรกสุดคือ ‘ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไป’

หากหันมาใส่ใจกับคำว่า ‘คู่บุญ’ และ ‘คู่บาป’ แทน อย่างนี้จะเห็นอะไรกระจ่างขึ้น เพราะคนเราทำบุญทำบาปสลับกันได้ ไม่มีใครทำบุญทำบาปร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตลอดไป และนั่นก็แปลว่าคู่บุญอาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบุญกันมามากกว่าร่วมทำบาป ส่วนคู่บาปก็อาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบาปกันมากกว่าร่วมทำบุญ

มองอย่างนี้อคติจะลดลงอย่างฮวบฮาบทันที ประเภทขัดเคืองใจนิดหน่อยก็เหมาว่านี่คู่เวรของเรา หรือประเภทต้องตาต้องใจเมื่อเริ่มพบก็เหมาว่านี่แหละคู่แท้ของฉัน เราจะเห็นตามจริงว่าถ้าต้องตาเมื่อเห็น ถ้าเย็นใจเมื่อใกล้ อันนั้นก็เป็นคะแนนทางความรู้สึกด้านดีชั้นแรก ต่อเมื่อมีความผูกพันผ่านเหตุการณ์ดีร้าย หรือที่เรียกง่ายๆว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน ตรงนั้นค่อยเป็นคะแนนสะสมในชั้นต่อๆมา กระทั่งปักใจเชื่อได้ว่าเป็นคู่บุญกันจริงๆ

ความรู้สึกด้านดีชั้นแรกในระยะแรกพบสบตานั้น เป็นผลบุญจากการอยู่ร่วมกันมาก่อนในอดีตชาติ ส่วนการร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านเหตุการณ์ดีร้ายต่างๆมาด้วยกัน เป็นบุญใหม่ที่เกิดจากการเกื้อกูลในปัจจุบันชาติ พระพุทธเจ้าตรัสว่าความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและ ปัจจุบันประกอบกัน

ไม่ว่าจะเป็นของเก่าหรือของใหม่ บุญที่สร้าง ‘คู่บุญ’ ขึ้นมาจะเหมือนๆกัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้ได้แก่

๑) มีศรัทธาไปในแนวทางเดียวกัน
เช่นถือศาสดาองค์เดียวกัน เชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบากด้วยกัน เชื่อว่าโลกกลมหรือโลกแบนเหมือนๆกัน เชื่อแนวทางในการดำรงชีวิตรูปแบบเดียวกัน เป็นต้น เมื่อศรัทธาไม่ตรงกันก็คุยเรื่องไม่ตรงกัน เมื่อคุยเรื่องไม่ตรงกันก็คุยกันได้ไม่นาน เมื่อคุยกันได้ไม่นานก็เบื่อกันเร็ว อันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับทุกรูปนาม ไม่จำเพาะเฉพาะคู่รักเท่านั้น ขนาดเพื่อนกันแต่เชื่อไม่เหมือนกันยังยากที่จะเป็นเพื่อนสนิทเลยครับ ศรัทธาที่ร่วมกันปลูกฝังให้มั่นคงย่อมทำหน้าที่สร้างสายตาที่มองไปในทิศ เดียวกัน ไม่ก่อความรู้สึกเป็นอื่นจากกัน

๒) มีศีลอันเป็นเครื่องหอมทางใจเสมอกัน
คือมีความคิดงดเว้นข้อประพฤติผิดแบบเดียวกัน เป็นเหตุให้ไม่รังเกียจหรือหมั่นไส้กัน พรานหนุ่มกับพรานสาวทนกลิ่นอายฆ่าฟันของกันและกันได้ แต่ให้หมอศัลย์ที่มีรังสีช่วยชีวิตมาเป็นคู่ผัวตัวเมียกับมือปืนร้อยศพที่ ทะมึนด้วยรังสีเอาชีวิต อย่างไรก็คงทนกลิ่นอายที่เป็นตรงข้ามของกันและกันไม่ไหว และนั่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งเจ้าชู้ ร้อยลิ้นกะลาวน สำส่อนไปเรื่อยโดยไม่สนใจความสกปรกหมกมุ่น ย่อมน่ารังเกียจยิ่งสำหรับคนใจซื่อถือความสะอาดผัวเดียวเมียเดียว ศีลที่ร่วมรักษาให้บริสุทธิ์ดีแล้วย่อมทำหน้าที่สร้างความอบอุ่นเชื่อมั่นใน กันและกัน สนิทใจ ไว้วางใจกันเป็นมั่นเหมาะ

๓) มีจาคะอันเป็นวิธีคิดแบ่งปันเสมอกัน
อย่างน้อยต้องเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกันในทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายหนึ่งคิดอยู่ข้างเดียว อีกฝ่ายเอาเปรียบตลอด เช่น อีกฝ่ายสละเงินให้ใช้ อีกฝ่ายสละแรงปรนนิบัติ เป็นต้น การเอารัดเอาเปรียบเกิดจากจาคะที่ไม่เสมอกันเป็นมูล ยิ่งหากต่างฝ่ายต่างคิดเจือจานคนอื่น เห็นข้าวของอะไรไม่ใช้แล้วก็คิดตรงกันว่าน่าบริจาคแก่คนที่เขาไม่มี อย่างนี้ยิ่งไปกันได้ มีโอกาสร่วมบุญกันบ่อยๆ ยิ่งให้คนอื่นมากก็ยิ่งได้ความสุขในการสละมาเสริมใยแก้วร้อยสัมพันธ์ให้กัน แน่นแฟ้นขึ้น จาคะที่ร่วมกันยินดีโดยพร้อมเพรียงย่อมก่อความรู้สึกซึ้งใจอย่างใหญ่ เหมือนอยู่ด้วยกันจะเป็นที่พึ่งให้กัน ปลอดภัยร่วมกัน ประคับประคองกัน ไม่มีวันล้มพร้อมกัน

๔) มีปัญญาเสมอกัน
กล่าวทางโลกคือคุยกันรู้เรื่อง กล่าวทางธรรมคือมีระดับการเห็นตามจริงใกล้เคียงกัน หรืออย่างน้อยเป็นไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่พูดคนละภาษา ฝ่ายหนึ่งทำก่อนคิด อีกฝ่ายคิดก่อนทำ หรือฝ่ายหนึ่งเอาอารมณ์พูด อีกฝ่ายพูดด้วยสติปัญญา หรือฝ่ายหนึ่งเห็นชัดว่าอะไรๆไม่เที่ยง ความยึดมั่นถือมั่นเหลือน้อย แต่อีกฝ่ายหนึ่งแค่เรื่องน้อยก็ยึดมั่นถือมั่นเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ก็คงนึกระอาหรือหมั่นไส้ในกันเป็นอย่างยิ่ง ปัญญาที่ร่วมเสริมส่งกันและกันย่อมทำหน้าที่สร้างความร่าเริงในการสนทนา และความไม่พรั่นที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน

หากอดีตกาลคุณเคยครองเรือนกับผู้มีบุญเสมอกันทั้ง ๔ ข้อ (อาจหย่อนนิดหย่อนหน่อยได้) ขอเพียงได้มาพบกันในชาตินี้ ก็จะเกิดแรงดึงดูดที่ก่อความรู้สึกแสนดีอย่างประหลาด เหมือนเข้ากันได้ทุกอย่าง เหมือนเห็นกันได้ทุกแง่มุมด้วยความเข้าใจกระจ่าง และขอเพียงเกื้อกูลกันนิดๆหน่อยๆ เช่น ฝ่ายหนึ่งมาถามทาง อีกฝ่ายบอกทางให้ เท่านี้ก็จะเกิดแรงปฏิพัทธ์ขึ้นอย่างรุนแรง ชนิดที่ฝ่ายชาย (ซึ่งมีธรรมชาติเป็นฝ่ายรุก) อาจยื่นข้อเสนอเดินพาไปส่ง และฝ่ายหญิงก็ตกลงรับข้อเสนออย่างยินดีเต็มใจทันที แล้วการตกลงร่วมทางกันไปจนกว่าจะตายก็ติดตามมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีเหตุการณ์น่าปวดหัว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคู่บุญประเภทนี้

แน่นอนว่าสายตาทั่วไปมองแล้วย่อมนึกอิจฉา โดยไม่มีใครเข้าใจต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดจึงมีคู่ที่น่าอิจฉาได้ ปานนั้น รู้แต่ว่ามีจริง แต่ไม่รู้ว่ามีขึ้นมาได้อย่างไร ต้องต่อว่าใครที่แกล้งลำเอียง ความจริงคือคู่บุญได้รับความยุติธรรมจากธรรมชาติกรรมวิบากต่างหาก แต่อาจเป็นความยุติธรรมที่ลึกลับ เพราะนำอดีตชาติมาแสดงให้เห็นเป็นภาพยนตร์ตามโรงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม แม้วิบากเก่าบันดาลให้ช่วงแรกคบเกิดแต่เรื่องดีๆ ต่างฝ่ายต่างเป็นสุขชื่นมื่น ไปที่ไหนใครก็เชียร์ ทำอะไรร่วมกันก็รุ่งเรือง แต่ถ้าบุญเก่าแพ้บาปใหม่ ค่อยๆสั่งสมบาปจนต้องทะเลาะเบาะแว้ง หรือเกิดการทำร้ายกันด้วยวิธีต่างๆ คู่บุญก็เปลี่ยนเป็นคู่ครึ่งบุญ (เก่า) ครึ่งบาป (ใหม่) ได้ ความหลงลืมอดีตชาติ ความประมาทในวัย และความไม่รู้จักบุญบาป ไม่เชื่อว่าบุญบาปมีผลนั่นแหละ ที่อาจเปลี่ยนคู่บุญให้เป็นคู่บาปได้ตลอดเวลา

บาปนั้นแม้เล็กน้อยก็เหมือนเหรียญหยอดกระปุก เพียงสั่งสมให้มากวันละเล็กวันละน้อย เมื่อถึงวันหนึ่งลองยกกระปุกดู ก็อาจพบว่ามันหนักราวกับลูกเหล็กใหญ่ และถ้าเป็นบาปที่สะสมร่วมกัน ก็อาจถูกฉุดลากลงต่ำพร้อมกันได้

บาปอันมีผลที่ทำร่วมกันแล้วหญิงชายกลายเป็นคู่บาปนั้น ยืนพื้นอยู่บนกิเลส ๓ ประการของมนุษย์ ได้แก่

๑) ราคะ
คือทำเรื่องบาดใจกันทางเพศ ไปมองคนอื่น ไปคุยกับคนอื่น และกระทั่งไปมีคนอื่น กระแสกรรมอันสำเร็จด้วยการนอกใจ จะเป็นของแหลมคมที่กรีดใจผู้ทำให้เป็นทุกข์ก่อน ในรูปของความรู้สึกผิด และเมื่อประจวบกับความจริงที่ว่าความลับไม่มีในโลก วันหนึ่งเมื่อเรื่องแดง คู่ของตนทราบเรื่อง ก็ต้องเป็นทุกข์ตาม ในรูปของความผิดหวังเสียใจ ความร้าวฉานอันเกิดจากเรื่องทางเพศนั้น แม้คู่ครองไม่ผูกใจเจ็บ อย่างน้อยก็กลายเป็นเงามืดติดตามไปบนเส้นทางความสัมพันธ์ เมื่อเกิดชาติใหม่ความสัมพันธ์ทางเพศจะเป็นแรงดึงดูด แต่แรงดึงดูดนั้นแฝงความน่าคลางแคลงชอบกล อย่างน้อยก็มีเหตุน่าสับสน ทำให้คิดๆว่าจะเอาใครดี คนนี้ดีแน่ไหม หรือกระทั่งเกิดความรู้สึกสกปรกเมื่อถูกเนื้อต้องตัวในช่วงแรกๆ ขัดแย้งกันแปลกๆกับความวาบหวามเมื่อใกล้กัน

รสนิยมทางเพศที่ไม่เสมอกันก็อาจเป็นชนวนได้ แต่มาในรูปของความหน่าย ไม่อยากไปด้วยกัน ไม่ใช่ความบาดใจเหมือนอย่างการนอกใจกัน แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งข่มเหงและเป็นโรคจิตวิปริตทางเพศ กระทำย่ำยีให้อีกฝ่ายเจ็บกายเจ็บใจเป็นประจำ ก็มีส่วนก่อกระแสภัยเวรขึ้นในสายสัมพันธ์ได้เช่นกัน

๒) โทสะ
ส่วนใหญ่มักมีมูลจากช่องว่างระหว่างคน เมื่อทรรศนะต่างกัน เมื่อความอยากต่างกัน เมื่อรสนิยมต่างกัน เมื่อสำเนียงและภาษาต่างกัน อะไรๆในทางร้ายก็เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในรูปของการทะเลาะเบาะแว้ง เมื่อทะเลาะเบาะแว้งย่อมผูกใจเจ็บ คิดอาฆาตพยาบาท อยากแก้แค้น อยากเอาคืน ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง พูดไม่ได้ก็เย้ยหยันเหยียดหยามผ่านแววตาให้สะใจเสียหน่อยก็ยังดี กรรมร่วมกันที่ทำด้วยโทสะจะเป็นแรงผลักไส หรือดลใจให้นึกเกลียดกัน แต่โทสะนั้นเองก็เป็นพลังร้อยรัดให้ต้องอดรนทนไม่ได้ อยากวนเวียนมาทิ่มตำกันเสียหน่อย ได้ประชดประชัน ได้เอาชนะสำเร็จแล้วสะใจและเป็นสุขพิลึก ท้ายที่สุดพอร่วมหอลงโรงจริง ความสนุกจากการงอน การง้อ ก็แปรไปเป็นโศกนาฏกรรมได้ โดยเฉพาะเมื่ออิทธิพลทางเพศกลายเป็นเครื่องมือกดความรู้สึกให้ดูถูกกันและ กัน เห็นอีกฝ่ายแต่ในทางต่ำ เรื่องเพียงเล็กน้อยก็เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว อาจบันดาลให้อยากส่งคู่ครองไปสู่ปรโลกได้ และถ้าฆ่ากันตายในชาติหนึ่ง ชาติถัดมาก็เกิดแรงยึดเหนี่ยวมาหากันอีกผ่านความดึงดูดทางเพศ แล้วต้องทำร้ายถึงเลือดถึงเนื้ออีก จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะอโหสิให้อย่างไม่มีเงื่อนไข

ทุกวันนี้ที่เห็นดาษดื่นคือการน้อยใจกันแล้วฆ่าตัวตาย นี่ก็เป็นกรรมร่วมที่อยู่ในหมวดของโทสะ เจอกันใหม่ในชาติถัดไปก็จะมีอารมณ์รุนแรง ฉุนเฉียว หรือเป็นเหตุบันดาลใจให้มักง่ายกับชีวิตอีก

๓) โมหะ
หมายถึงทำกรรมแบบโง่ๆร่วมกัน โดยอาจสำคัญว่าได้ใช้ความฉลาดเฉียบแหลม ไม่มีใครจับได้ไล่ทัน เช่น เคยร่วมกันโกงสงฆ์ โกงเงินบริจาควัด โกงประชาชน โกงหมู่คณะ โกงเพื่อนฝูง หรือโกงคนแปลกหน้าเป็นรายตัว กรรมที่ทำร่วมกันแบบโง่ๆนั้นกว้างขวางพิสดารไม่รู้จบ เอาเป็นว่าถ้าทำความเดือดเนื้อร้อนใจให้กันและกันด้วยเหตุเพียงเล็กน้อย หรือทำความเสียประโยชน์สุขแก่มวลชนเป็นอันมาก อันนั้นแหละกรรมร่วมกันที่ยืนพื้นอยู่บนโมหะ ไม่ต้องรอชาติหน้า เอาแค่ชาตินี้เมื่อถึงจังหวะที่กรรมเผล็ดผล ก็จะอยู่ร่วมกันอย่างไม่เป็นสุขสักนาที มีแต่เรื่องราวรุมเร้า หรือไม่มีเรื่องก็ก่อเรื่องให้กันเอง ความพินาศอันเกิดจากโมหะนั้น กล่าวได้ว่าน่ากลัวเหนือสิ่งอื่นใด เพราะราคะและโทสะนั้นยังเปิดโอกาสให้ตั้งสติคิดพิจารณาทบทวนและให้อภัยกัน แต่โมหะจะปิดกั้นสติปัญญาแทบทุกประตู มองทิศไหนเหมือนเจอแต่ทางตันทึบทึม นั่นเป็นลักษณะสะท้อนของการทำกรรมด้วยความหลงเขลามืดบอด

แต่แม้เจอเรื่องร้ายรุมเร้า ก็ยังอุตส่าห์ปักใจเชื่อว่าต้องอยู่ร่วมกันถึงจะดี ทิ้งขว้างกันไม่ได้ ต้องทนทู่ซี้ทั้งอย่างนั้น นี่ก็เป็นภาคต่อยอดของโมหะด้วย

ขอสรุปเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายๆและรวบรัด ถ้าชวนใครทำบุญได้สำเร็จ ทั้งทำต่อกัน ทั้งทำต่อคนอื่น ด้วยกาย วาจา และใจอันเป็นสุจริต คนนั้นมีแนวโน้มจะเป็นคู่บุญ และอยู่กับคุณได้อย่างแท้จริงในชาติปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นตรงข้าม เจอกันมีแต่ชวนกันตกต่ำ ทำอะไรเหมือนเป็นบาปกับตัวเองและคนอื่นไปหมด อย่างนั้นก็ส่อเค้าว่าไปด้วยกันไม่รอดหรอกครับ ถึงแม้มีความดึงดูดทางเพศขนาดไหนก็ตาม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนอยู่ด้วยกันก็พอบอกเป็นเค้าๆได้ระดับหนึ่ง ถ้ามีแต่เรื่องดีๆเข้ามาก็น่าจะเคยทำบุญร่วมกันไว้ก่อน แต่ถ้ามีแต่เรื่องร้ายๆ ก็ให้สันนิษฐานว่าไปทำอะไรไม่ดีร่วมกันไว้ เพราะมีอยู่ครับ วิบากชนิดที่จ้องรอจังหวะตอนคู่บาปมาเจอกัน เจอเมื่อไหร่เกิดเรื่องแย่เมื่อนั้น อันนี้สะท้อนให้เห็นบาปแต่ปางก่อนค่อนข้างชัด (ยิ่งถ้าต่างฝ่ายต่างมีชีวิตเรียบง่ายดีๆ พอมาอยู่ด้วยกันค่อยเกิดเรื่องขรุขระร้ายแรงบ่อยๆ อันนั้นแหละฟันธงเลยครับ ใช่คู่บาปแน่)

หลักการดูคู่ ขอแนะว่าลองชักชวนกันทำบุญ ดูความรู้สึกผูกพันด้านดี จะแน่นอนกว่าการดูฤกษ์ยามใดๆครับ แต่ผมก็เข้าใจและเห็นใจ บางคนไม่มีโอกาสเลือกมากนัก ถ้าใครคิดว่าตนเองมีบุญในเรื่องคู่น้อย ผมอยากแนะนำให้ตั้งใจรักษาศีล ๕ อย่างเข้มงวด ทำทานด้วยความเบิกบานอย่างเข้าใจสักพัก มนุษย์เรายกระดับความมีบุญได้ในชาติเดียว เดี๋ยวถ้าบุญถึงขีดบันดาลสุขในปัจจุบันทันตาเมื่อไหร่ บุญนั้นก็จะแปรสภาพเป็นแรงดึงดูดชักนำคนดีๆที่สมกันมาหาเราเองครับ หากถือหลักความจริงนี้ ก็คงเป็นคำตอบไปในตัว ว่าเราจำเป็นต้องเชื่อเกณฑ์ชะตาราศีไหม

สำหรับการหลบหลีกคู่เวรหรือคู่บาป ให้ตอบตรงไปตรงมาคือยาก แต่เป็นไปได้ครับ คือเมื่อเจอแล้วเรามีสติตั้งมั่น ไม่หลงถลำไปตามแรงดึงดูดทางเพศ การหักห้ามใจได้ บวกกับการตั้งใจเป็นผู้ไม่มีเวร ให้อภัยได้ด้วยใจบริสุทธิ์แท้จริงในทุกเรื่องที่น่าขัดเคือง จะค่อยๆแยกคุณออกห่างจากเขามาโดยดีในที่สุด


ส่วนคำถามที่ว่าจะทำตัวเองอย่างไรให้ดีขึ้น ก็ต้องบอกว่า ทำตัวเองให้เเจ่มใสสว่าง ใครๆก็อยากเข้าใกล้คนที่มีความสุขค่ะ:)
อ่านไกด์ลายข้างล่างดูค่ะ:)


อ้างอิง

ถาม – แสวงหาคนจริงใจแต่ไม่เคยเจอ ต้องทำบุญอย่างไรถึงจะได้เจอคนจริงใจ?

ถ้าคิดว่าโลกนี้เป็นโรงละครที่เรากำลังรับบทโต้ตอบกับตัวละครอื่นๆ บางคนก็เหมือนโดนผู้กำกับแกล้งให้รับบทหนัก ต้องร้องไห้ช้ำใจเพราะถูกหลอกอยู่บ่อยๆ ยิ่งนึกว่าจริงใจด้วย ก็ยิ่งต้องพบความจริงในภายหลังว่าที่แท้เขากะเล่นไม่ซื่อตั้งแต่ต้น จะในเกมความรักหรือเกมธุรกิจก็ตาม

ก่อนอื่นขอให้มองว่าพื้นฐานของมนุษย์เป็นไปในทำนองเดียวกันคือ ‘อยากเอาเข้าตัว’ แต่ละคนเริ่มคิดออกมาจากจุดนี้ ความแตกต่างขึ้นอยู่กับใครจะถูกอบรมให้มีมโนธรรมต้านทานความเห็นแก่ตัวมากน้อยเพียงใด

ถ้าคุณมองว่าการมี ‘ใจจริง’ หมายถึงการซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียวไม่แปรผันเป็นอื่น ก็ต้องเห็นให้ซึ้งเสียก่อนว่าใจจริงสร้างขึ้นด้วยอะไร หรือใจจริงมาจากไหน อย่ามองด้วยความคาดหวังเผินๆว่าโลกนี้มีใครคนหนึ่งถือกำเนิดเกิดมาพร้อมกับมีใจจริงติดตั้งไว้ในตัวสำเร็จรูป ทุกคนต้องผ่านสัญชาตญาณเอาเข้าตัวมาก่อน เริ่มตั้งแต่ร้องอ้อแอ้ขอข้าวแม่กินเป็นต้นมา

พอโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ละคนพบสิ่งน่าชอบน่าชังมากมาย นอกจากนั้นยังเจอสอนให้เอาแต่ได้บ้าง เจอสอนให้เสียสละบ้าง ในที่สุดทุกคนจะไปถึงจุดของการตัดสินใจว่าจะมีชีวิตแบบไหน คิดเอาหรือคิดให้เป็นหลัก

คนที่ตัดสินใจว่าจะคิดเอาเป็นหลักนั้น นึกถึงใจคนอื่นมากกว่าใจตัวเองไม่เป็นหรอกครับ พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ เขาก็พร้อมจะสลัดเราทิ้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักหรือหุ้นส่วนธุรกิจของเขา

คราวนี้ลองคิดดูว่าโลกกำลังเต็มไปด้วยคนคิดเอาหรือคนคิดให้มากกว่ากัน? ถ้าพูดกันแบบไม่อ้อมค้อมก็คือโลกนี้เต็มไปด้วยคนคิดเอา จะมีสักกี่คนที่คิดให้ ดังนั้นคุณจึงกำลังแสวงหาสิ่งที่หาได้ยากประมาณเข็มในมหาสมุทร

วิธีที่จะเจอคนจริงใจกับเรา ไม่ว่าในด้านความรักหรือธุรกิจ จึงต้องไม่ใช่ด้วยความบังเอิญ ทำนองเดียวกับที่ไม่มีใครงมเข็มในมหาสมุทรเจอโดยปราศจากเครื่องช่วย ซึ่งในที่นี้ก็คือกรรมนั่นแหละครับ คุณต้องเข้าใจหลักกรรมข้อหนึ่ง คือเมื่อให้สิ่งใดย่อมไม่สูญเปล่า ต้องมีการสะท้อนตอบเป็นการได้รับสิ่งนั้นคืนมาเสมอ ฉะนั้นตอนนี้อยู่ในช่วงรับความไม่จริงใจซึ่งเราเคยทำไว้กับใครมาก่อนก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่าขอให้สร้างเหตุ สร้างเครื่องช่วยให้เราไปพบกับคนจริงใจในกาลข้างหน้า คือพยายามจริงใจกับคนอื่นโดยไม่ย่อท้อก็แล้วกัน

ถ้าคุณซื่อกับคนอื่น ไม่คิดหลอกคนอื่นได้ทั้งชาติ ชีวิตนี้คุณจะมีใจที่สะอาดของตัวเองเป็นเพื่อนแท้ และภพต่อไปคุณจะไม่ถูกกรรมเหวี่ยงไปอยู่ในหมู่คนอสัตย์

อีกประการหนึ่ง ถ้าคุณต้องการหาเข็มในมหาสมุทรให้เจอก่อนตาย คุณไม่ควรรู้แค่ว่าเข็มมันอยู่ในมหาสมุทร คุณไม่ควรโดดตุ๋มลงไปเฉยๆตรงไหนก็ได้ ก่อนอื่นคุณควรสืบให้พอรู้เป็นเค้าเป็นแนว ว่าเข็มน่าจะหล่นอยู่ในย่านใด แล้วค่อยใช้ความจริงใจดำดิ่งลงไปค้นหา จึงจะพอมีสิทธิ์เจอกันได้

ขอให้พิจารณาดู ปัจจุบันเรามีอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์กับผู้คนมากหน้าหลายตา พอจะหาคู่ หาความรัก หาความจริงใจ เราก็มักตระเวนไปตามเว็บบอร์ดหรือห้องสนทนาที่มีชื่อตรงตามเกณฑ์นั้นๆ เช่นเว็บหาความรัก หรือห้องหาคนจริงใจ ตรองดูเถิดว่าโอกาสจะได้เจอนั้นมีมากน้อยแค่ไหน เสือหิวย่อมรอตะครุบกวางตามแหล่งน้ำฉันใด ชายเจ้าเล่ห์ย่อมดักรอสาวหน้าซื่อตามแหล่งถามหารักฉันนั้น

บางทีที่เราไม่เจอสิ่งที่ต้องการก็เพราะเราแสวงหาผิดที่ เราคาดหวังว่าคงเจอคนจริงใจตามบ้านใกล้เรือนเคียง ตามอาคารสำนักงาน หรือตามสถานบันเทิง นั่นก็อาจเป็นไปได้ แต่ยากหน่อย เพราะตามความน่าจะเป็นเรามักเจอ ‘คนธรรมดา’ ที่คิดเอาเข้าตัวกันโดยมาก ทำไมไม่ลองมองว่าคนจริงใจควรอยู่ตามงานบุญ ตามเว็บธรรมะ หรือห้องสนทนาเรื่องศีลเรื่องธรรม

ไม่ต้องกลัวว่าตามงานบุญหรือตามแหล่งกิจกรรมธรรมะทั้งหลายจะชวนคุณคุยเรื่องหลุดพ้นลูกเดียว และในอีกทางหนึ่ง ก็อย่าหวังว่าจะพบแต่คนดีๆในงานบุญหรือแหล่งกิจกรรมธรรมะ แต่อย่างน้อยให้คิดเสียว่าโอกาสจะเจอคนดีๆควรมีมากกว่าแหล่งกิจกรรมเพื่อความสนุกฉาบฉวยทั้งหลาย

ถ้าได้ยินคำว่า ‘ธรรมะ’ แล้วร้องกับตัวเองว่า ‘ยี้’ หรือ ‘น่าเบื่อจัง’ ก็ขอให้ทราบว่าคุณยังไม่ได้ต้องการความจริงใจเป็นเรื่องเป็นราว เพราะคุณจะเจอคนจริงใจได้ในหมู่คนมีธรรมะเท่านั้น

และเมื่อใดคลุกคลีกับธรรมะมากพอ คุณจะพบว่าธรรมะไม่ได้มีแต่ภาพกักบริเวณตนเองเพื่อหลุดพ้นจากกิเลส คุณจะเห็นโลกในอีกมิติหนึ่ง คือไม่ใช่เอาแต่มองหารูปเสียงน่าชอบใจภายนอก แต่จะเริ่มแสวงหาความรู้สึกแสนดีน่าครอบครองอันเป็นภายใน

คุณจะตระหนักว่าความรู้สึกแสนดีไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ต้องมีวิธีอะไรอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่างทำให้มันเกิดขึ้น เช่นกำหนดกรอบไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้ความโลภและความโกรธทะยานแรงขึ้นถึงระดับที่จะกระทำการอันเป็นความเดือดร้อนของคนอื่น เมื่อรู้สึกตัวเองว่าเป็นความปลอดภัยให้คนอื่นได้ คุณก็จะรู้สึกถึงความไม่เดือดเนื้อร้อนใจของตนเองด้วย

จากนั้นเขยิบขึ้นไปอีก เช่นรู้จักสละสิ่งที่คุณมีให้คนอื่นทั้งที่ไม่จำเป็นต้องให้ คุณจะลืมคำว่า ‘ให้ทำไมให้โง่’ แต่จะพบคำใหม่ในหัวตัวเองคือ ‘ทำไมมัวโง่ไม่ให้มาเสียตั้งนาน’ คุณจะรู้ว่าการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั้นเป็นสุข และคุณก็อาจจะรู้ว่าในที่สุดแล้ว การเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั่นเอง จะพาคุณไปรู้จักกับคนประเภทเดียวกัน โดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ในวันใดวันหนึ่ง

สรุปคือถ้าแสวงหาคนจริงใจอยู่ และยังไม่เลิกย่อท้อ ก็ขอให้ปลูกฝังความซื่อสัตย์จริงใจให้เกิดขึ้นในตนเองก่อน และพยายามรักษามันไว้จนลมหายใจสุดท้าย พอเชื่อได้ว่าอย่างน้อยมีคุณคนหนึ่งในโลกที่ซื่อสัตย์และจริงใจ จะได้ไม่ต้องไปแสวงหาคำตอบจากที่ไหนว่าคนซื่อสัตย์และจริงใจมีอยู่แต่ในนิทานหรือมีตัวตนอยู่ในโลกความจริงนี้ด้วย

นอกจากนั้นถ้าจะแสวงหา ก็ควรแสวงหาในที่ที่มี อย่ามัวเสียเวลาไปแสวงหาในที่ที่ไม่มี ผมให้คำรับรองไม่ได้ว่าคุณจะเจอเมื่อไหร่ แต่เชื่อมั่นว่าวันหนึ่งคุณจะได้เจอครับ ด้วย ‘กรรม’ และ ‘ความเข้าใจ’ ที่ถูกต้องนั่นเอง

0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   ม่านหมอก ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 996
  • สมัคร: 23/09/2006

ตอบ: 24/01/2011 - 12:17

http://larndham.org/...post&pid=739528
http://larndham.org/...post&pid=719176
http://larndham.org/...post&pid=707887

น่าจะเลิกดูหมอตั้งนานแล้วนะคะ
อยากให้น้องลองกลับไปพิจารณาทบทวน คำตอบ ในกระทู้เก่าๆของน้องดู
ว่าจะเลือกเชื่อหมอหรือเชื่อกรรม
[b]เวลาที่ผ่านไป พาใจกายเปลี่ยนแปลง
ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ ไม่มีแม้แต่จะจีรัง[/b]
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   wit ไอคอน

  • ตอบ 6000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 6368
  • สมัคร: 30/06/2005

ตอบ: 25/01/2011 - 04:39

ชีวิตคนเราจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่ที่กรรมที่แต่ละคนทำมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยมากคนเราก็มักจะทำทั้งกรรมดี และ กรรมไม่ดี คละเคล้ากันไป อันส่งผลให้ชีวิตประสบพบเจอกับเรื่องที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ในความสัมพันธ์ของคนเราก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผลจากกรรมเก่า หรือ เหตุปัจจัยในปัจจุบันเอง ก็ย่อมมีเหตุให้พอใจกันบ้าง ไม่พอใจกันบ้าง

สิ่งสำคัญน่าจะขึ้นอยู่ที่ เมื่อเกิดปัญหา เกิดความไม่เข้าใจกันขึ้นมา เราคิด พูด และ ทำ อย่างไร กับการบริหารความสัมพันธ์นั้น แม้จะมีปัญหา แต่หากเราเข้าใจกัน รู้จักแก้ปัญหาในทางที่ถูกต้อง อุปสรรค ปัญหาต่างๆ ก็อาจจะกลายเป็นสิ่งส่งเสริมให้ความรักของคนเรามีความผูกพันธ์แน่นแฟ้นกันมากขึ้นก็เป็นได้

(หากสนใจศึกษาปฏิบัติธรรม จนเห็นซึ้งถึงความเป็นจริงของความทุกข์ ความเป็นไปของชีวิต หันมาตั้งมั่นในการปฏิบัติธรรม โยมจะเลิกกังวลกับคำทำนายต่างๆไปได้เอง)
1



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   ปล่อยรู้ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1950
  • สมัคร: 24/02/2008

ตอบ: 25/01/2011 - 06:58

พยากรณ์ศาสตร์ เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่มีมาก่อนพุทธศาสนา
พระพุทธเจ้าเองก็เคยถูกพยากรณ์มาแล้วว่า จะได้อกกบวชเมื่ออายุ๒๙
และจะได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าด้วย

ถ้าเรื่องที่อ้างถึงในตำราเป็นเรื่องจริง
นั่นก็แสดงว่า พยากรณ์ศาสตร์เป็นเรื่องที่ไม่ควรดูถูกดูแคลนแต่อย่งไร.

ธรรมชาติ คือปฐมวิทยาการของศาสตร์ต่างๆ
คือปฐมตักศิลาของโลก คือครูคนแรกของโลก
อุณหภูมิของ ดิน น้ำ ไฟ ลม
ย่อมมีอิทธิพลต่อชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย.

การอยู่รวมกันของสรรพสัตว์ตั้งแต่สองขึ้นไป
ต่างต้องเรียนรู้ปรับสภาพธรรมชาติของกันและกันให้ได้
เมื่อเข้าใจซึ่งธรรมชาติของกันและกันได้ การอยู่ร่วมกันก็จะเป็นไปด้วยความสงบร่มรื่น
แต่หากเมื่อใดที่ธรรมชาติต่างฝ่ายต่างผิดแผกแตกต่างกัน และไม่สามารถปรับเข้าหากันได้
การอยู่ร่วมกันย่อมหาความสงบราบรื่นไม่ได้แน่.

พยากรณ์เกิดจากการเฝ้าสังเกตุเรียนรู้จากธรรมชาติ
เรียนรู้สังเกตุ การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ การเปลี่ยนแปลง ของดิน น้ำ ไฟ ลม
เพราะอะไรสิ่งนี้จึงมี เพราะอะไรสิ่งนี้จึงไม่มี เพราะอะไรสิ่งนี้จึงเปลี่ยนแปลง.

ผัสสะทำให้เกิดเวทนา
เวทนาทำให้เกิดตัณหา

เวทนาเหมือนกัน ทำให้เกิดตัณหาเหมือนกัน
เวทนาต่างกัน ทำให้เกิดตัณหาต่างกัน

อยากได้เหมือนกัน ไม่อยากได้เหมือนกัน...ก็พูดคุยกันสนุกสนาน
อยากได้ไม่เหมือนกัน ไม่อยากได้ไม่เหมือนกัน...คุยกันไม่รู้เรื่อง

คนหนึ่งชอบน้ำชอบไปทะเล
แต่อีกคนหนึ่งไม่ชอบน้ำไม่ชอบทะเล แต่ชอบดินชอบถ้ำชอบภูเขาต้นไม้
อย่างนี้มันก็ต้องต่างคนต่างไปที่ตนเองชอบ ถึงเวลาก็ต่างคนต่างไป
หากอย่างไหนที่ชอบเหมือนกัน ก็ค่อยมาไปด้วยกัน

เชื่อว่าพยากรณ์ศาสตร์สามารถที่จะพยากรณ์ให้รู้ได้ว่า
ชีวิตของแต่ละชีวิตนั้นเหมาะสมกับธาตุอะไรมากที่สุด

การอยู่เหนือธรรมชาติ อยู่พ้นธรรมชาติ ธาตุขันธ์
นับว่าเป็นชีวิตที่มหัศจรรย์ เป็นชีวิตที่สมบูรณ์อย่างที่สุด
พุทธศาสนาคือ ศาสตร์ที่ชี้บอกถึงวิธีปฏิบัติให้พ้นไปจากธรรมชาติธาตุขันธ์ได้อย่างไร... :103:
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   สาวิกาน้อย ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 327
  • สมัคร: 05/07/2006

ตอบ: 25/01/2011 - 09:58

แสดงข้อความที่โพสต์โจโฉ คร้าบบบ [ 22/01/2011 - 15:27 ]

พระพุทธองค์ท่านทรงเก่งทุกด้าน แต่ท่านก็ไม่ทำนายอะไรแบบฟันธง
เพราะรู้ว่า ดวงเปลี่ยนได้เสมอ อยู่ที่กรรมปัจจุบัน

แล้วผู้หญิงจะมีค่าแค่ตอนยังไม่เสียตัว หรือพึ่งได้กันใหม่ๆ ครับ
ช่วงนั้น ผุ้ชายมันก็จะอดทนได้ เพราะรสยังหวาน
แต่พอกินไปนานๆ มันฝาดเริ่มจืด

ผู้ชายมันก็ไม่ทนครับ เพราะเหมือนของไร้ราคาแล้ว
หากไม่ใช่คนดี ไม่เอาใจ อยู่ด้วยแล้วไม่สบายใจ
ไม่มีความดีด้านอื่นมาคานน้ำหนักกัน

ร้อยทัง้ร้อย ผุ้ชายไม่มีเมียน้อยก็เลิกครับ

แล้วสมัยนี้ผุ้ชายเหลือน้อยด้วย ผู้หญิงมีเยอะ แล้วสวยๆ ทั้งนั้น
แถมเปรี้ยวแรง ร้อนแรง เซ๊กส์จัด เอาใจเก่ง
แล้วไม่สนว่าจะผัวใคร แฟนใคร เอาหมด หลายคนขอแค่เป็นคู่นอน
ผู้ชายยุคนี้หากไม่แน่จริง ไม่เป็นคนดีจริงๆ มีสิทธิ์มีชู้ มีเมียน้อยได้มากกว่าสมัยก่อนครับ

สื่อก็เยอะ ในเน็ตนี่เปิดหาวันนึงได้หลายคนเลย ถ้าจะเอากันจริงๆ

สมัยนี้เพราะความเอาแต่ใจของผู้หญิง และเรื่องมาก รวมถึงเรื่องบนเตียงไม่เก่งอีกต่างหาก
ทำให้ผู้ชายหลายคนเปลี่ยนรสนิยมไปก็เยอะนะครับ
เท่าที่ผมเคยทำงานกลางคืนมา ผมเห็นผู้ชายหล่อๆ หลายคน หันไปคบกะเทยเยอะมาก
ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยู่แล้วสบายใจ

เพราะกะเทยเอาใจเก่ง ให้เงินใช้อีกต่างหาก เรื่องบนเตียงก็ทำได้สารพัดไม่กระดากเขิน
แล้วก็ไม่เรื่องมาก ตามใจทุกอย่าง

ผู้ชายเหลือน้อย โปรดใช้สอยอย่างประหยัด
หากมีไว้ในครอบครอง ก็ควรจะหมั่นดูแลตัวเอง เอาใจ และต้องเหนื่อยหน่อย หากจะรักษาสามีไว้ให้นานๆ นะครับ

เพศหญิงเป็นเพศที่น่าสงสารมากครับ เพราะต้องทำอะไรเยอะมาก ต้องทำแบบสุดชีวิต
เพียงเพื่อจะรักษาผุ้ชาย ที่บางทีไม่มีอะไรดีเลย ไว้แค่คนเดียว
กับความสุขจอมปลอมที่เราคิดว่าจะหาจากใครสักคน

ซึ่งมันไม่มีจริง


อ่านความเห็นน้องโฉ ดังข้างต้นแล้ว

ทั้งเห็นด้วย ทั้งไม่เห็นด้วย ทั้งสงสารผู้หญิง ทั้งอยากหยิกผู้ชาย คิคิ

0



คำตอบต่อไป: appsung - kolf - ปัญญา - พริม - Noop - Noop - numolza - yuith - เญย์ ชาน์ - อินทรีย์5 - riny - เนยยะ - เนยยะ - raweewan - mumoo13 - ชงโค - ศิริรัชฎา -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ