ลานธรรมเสวนา: หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (8 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร ปฏิปทา วัตรปฏิบัติ และหลวงปู่สอนศิษย์จากหนังสือพุทโธ

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 13/10/2010 - 00:23

หลวงปู่ผู้พูดน้อย

ปฏิปทาหลวงปู่นั้นท่านไม่พูดอะไรมาก แม้กระทั่งประวัติส่วนองค์ท่าน ท่านก็เล่าเพียงสั้นๆเท่านั้น ส่วนใหญ่ท่านจะปฏิบัติให้เห็นมากกว่าการเอ่ยด้วยถ้อยคำ หากจะสอนสิ่งใดก็เพียงปรารภอุบายธรรมสั้นๆพอให้ตรงกับอุปนิสัยของผู้นั้น โดยท่านปรารภทีเดียวเท่านั้น แล้วแต่ผู้ฟังจะนำไปพิจารณาทางปํญญาได้มากน้อยเพียงใด เช่น " ไปอยู่กรุงเทพ เดี๋ยวหลงแสง หลงสี กินแต่ของดี ขี้เหม็น" เพื่อเตือนสติพระผู้ติดตาม สมัยหลวงปู่ท่านเข้ารับการรักษาอาพาธที่กรุงเทพมหานคร


เป็นพระยากที่สุด


หลวงปู่ท่านอยู่อย่างพระภิกษุผู้ยากจน ไม่ขอไม่ร้องในเหตุเกินควรแก่ฐานะพระภิกษุสงฆ์ ท่านไม่เคยขอร้อง ไม่เคยออกปากอยากได้ อยากมี อยากเป็นอะไรๆ กับใคร แม้แต่กับญาติพี่น้อง ท่านมีความเป็นอยู่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องอย่างสม่ำเสมอ นับแต่ปี ๒๔๗๘ ที่ได้บวชมา อาหารบิณฑบาต ๑ มื้อ ก็เพียงพอต่อสังขารร่างกายของท่าน ให้อยู่ปฏิบัติธรรมต่อไปได้อย่างบริบูรณ์ยิ่ง

บริขารก็เช่นกัน ท่านอาศัยเพียงผ้า ๓ ผืนฉันในบาตร อยู่ในอาสนะพอควร หนักแน่นด้วยธรรมปฏิบัติ เจริญศีล เจริญภาวนา ครั้งหนึ่งท่านเคยปรารภว่า "พระพุทธเจ้าท่านเป็นพระมหากษัตริย์ ท่านยังสละออกป่า อนาถานอนกลางดิน กินของชาวบ้าน จนสำเร็จมรรคผลนิพพาน นั่น... นี่เราเป็นคนด้อยวาสนา เป็นชาวนา จะเอาอะไรให้มากกว่านี้ พระนั้นมิใช่ว่าจะเป็นได้ง่ายๆ บวชเข้ามาเป็นผีเฉยๆก็มาก ลงนรกก็แยะไป เออ...เป็นพระน่ะมันยากที่สุด ไม่ใช่ว่าใครจะคิด จะทำ จะนึก เอาตามใจตัวเองนั้นไม่ได้หรอก บวชแล้วลืมตัวว่าเป็นพระก็ลงนรก เพราะยังพกเอาความหลงมาทำให้พระศาสนาสกปรก"

ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
1


  • (8 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: เสรีชน 1 - เภตรา - ศานติไมตรี - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - ศานติไมตรี - เสรีชน 1 - เภตรา - กอบ - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - Empty - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - Mookooja - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - PAUL BOONPASOM. - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - พุทธฏีกา - กอบ - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - ณวบุตร - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - กอบ - เสรีชน 1 - กอบ -

#40 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11639
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 22/11/2010 - 21:39

:17:

ไม่ได้มาเร่งเร้าค่ะ
แต่มาบอกว่า....รออ่านต่ออยู่ค่ะ....(อย่างจดจ่อ :23: )
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
1



#41 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 23/11/2010 - 00:39

ช้าไปหน่อยขออภัยนะครับ :10: เดี๋ยวจะมาจิ้ม(พิมพ์) :01: ต่อครับ
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#42 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 23/11/2010 - 01:01

แจกเอาบุญ

ครั้งหนึ่งหลวงปู่ท่านเคยปรารภเกี่ยวกับวัตถุมงคลต่างๆที่มีผู้จัดสร้างมาถวายให้ท่านแจกให้กับญาติโยมที่มากราบนมัสการท่านว่า

"...เฮาแจกเบิ่ดล่ะ เฮ็ดอีหยังมาก็ตาม แจกเอาบุญ..."

(...เราแจกหมดล่ะ ทำอะไรมาก็ตาม แจกเอาบุญ...)

หลวงปู่ท่านแจกหมดจริงๆและไม่เคยคิดถึงสิ่งเหล่านี้เป็นราคาค่างวดอะไร ใครจะสร้างจะทำอะไรมาถวาย ท่านก็แจกให้กับญาติโยมที่มากราบนมัสการ "ได้บุญกันทั้งผู้ทำและผู้รับ ส่วนผู้แจกนั้นไม่ต้องสงสัยท่านพ้นไปแล้ว"


มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ

"ไม่พึงดูหมิ่นว่าบุญเล็กน้อยจะไม่มีผล"
ธรรมบท ๒๕/๒๖


อาการ ๓๒

เช้าวันหนึ่งขณะที่หลวงปู่ท่านกำลังใช้มือกวนอาหารเพื่อจะลงมือฉันอยู่นั้น มีโยมผู้หญิงท่านหนึ่งได้กราบเรียนถามปัญหาธรรมกับท่านว่า
"หลวงปู่เจ้าค่ะ เราจะพิจารณาอาการ ๓๒ ได้อย่างไรเจ้าค่ะ?"

หลวงปู่ท่านวางมือจากการเตรียมจะฉัน พร้อมกับตอบโยมผู้หญิงท่านนั้นอย่างจริงจังทันทีว่า
"ให้พิจารณาอันใด๋อันหนึ่งในนั้น บ่ต้องไปเบิ่งทั้ง ๓๒ อัน ให้มันฮู้แจ้งเด่นชัดในอันเดียว คั้นมันแจ้งแล้วมันสิแตกหากันเบิ่ด..."
(ให้พิจารณาอันใดอันหนึ่งในนั้น ไม่ต้องไปดูทั้ง ๓๒ อัน ให้มันรู้แจ้งเด่นชัดในอันเดียว เมื่อมันรู้แจ้งแล้ว มันจะรู้แจ้งหากันทั้งหมด...)

ธรรมอันละเอียดลึกซึ้งแห่ง "มหาสติปัฏฐานสี่" ว่าด้วยเรื่อง "กายานุปัสสนา" ในการพิจารณากายให้รู้เห็นตามความเป็นจริงว่าเป็นของไม่เที่ยง ธรรมวาทะเช่นนี้ไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้ยินจากท่าน

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย เสรีชน 1: 23/11/2010 - 01:01

ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#43 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 23/11/2010 - 09:58

มวยคู่เอก

ครั้งหนึ่งบรรดาลูกศิษย์กำลังนั่งดูทีวี ซึ่งกำลังมีการถ่ายทอดรายการมวย ขณะที่กำลังเชียร์มวยคู่เอกของรายการอย่างออกรสออกชาด ในยกที่ ๕ ทั้งฝ่ายแดงและฝ่ายน้ำเงินกำลังแลกหมัดกันอย่างเมามัน พร้อมกับส่งเสียงเฮลุ้นฝ่ายที่เป็นต่ออยู่นั้น หลวงปู่ท่านก็ปิดทีวีพร้อมกับพูดว่า

"ซุมหมู่นี่...บ่ฮู้จักรักษาใจ..." (พวกนี้...ไม่รู้จักรักษาใจ...)

คำตอบของท่านนั้นมีความหมายว่า "อย่าปล่อยให้ใจเพลิดเพลินอยู่กับสิ่งที่ได้ดู ได้เห็น โดยไม่พิจารณาและมีสติประคองรักษาไว้" นั้นเป็นการสอนแบบปัจจุบันทันด่วน กำราบลูกศิษย์ได้ผลชะงัดนักสำหรับบรรดาเซียนมวยทั้งหลาย เปิดทีวีมาอีกครั้งก็ถ่ายทอดจบแล้ว

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย เสรีชน 1: 23/11/2010 - 09:58

ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#44 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11639
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 24/11/2010 - 15:00

:09: :38: :33: :10:
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#45 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 24/11/2010 - 18:38

ผู้เป็นปกติ

ไม่บ่อยนักที่หลวงปู่ท่านจะมาโปรดลูกศิษย์ที่จังหวัดขอนแก่น ครั้งหนึ่งท่านมาถึงประมาณ ๗ โมงเช้า แล้งท่านก็ออกบิณฑบาตทันที เดินบิณฑบาตได้ไม่ไกลนัก ครั้งนี้หลวงปู่ท่านได้ปลากระป๋องเพียงประป๋องเดียว แล้วหลวงปู่ก็พูดอย่างอารมณ์ดีกับลูกศิษย์ว่า

"คนแถวนี้ เขาบ่ค่อยใส่บาตรเน๊าะ?"
(คนแถวนี้ เขาไม่ค่อยใส่บาตรเน๊าะ?)

ทางลูกศิษย์ก็เรียนท่านว่า
"คนที่นี้ เขาใส่บาตรกันตั้งแต่เช้าราวๆตี ๕ ถึง ๖ โมงเช้า ถ้าเกินกว่า ๖ โมงครึ่งก็ไม่ค่อยมีพระแล้ว"

หลวงปู่ท่านก็ไม่ว่าอะไร สิ่งหนึ่งที่เราสามารถเห็นได้กับเรื่องนี้คือ "หลวงปู่ท่านไม่เคยละทิ้งเรื่องการบิณฑบาตวัตรเลย" ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อย่างไรก็ตาม อันเป็นแนวปฏิปทาของท่านพระอาจารย์ใหญ่แห่งภาคอีสานคือ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ท่านพาดำเนินมา
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#46 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 26/11/2010 - 02:34

ความเด็ดเดี่ยว

พระที่เคยอุปัฏฐากหลวงปู่รูปหนึ่งเล่าว่า หลวงปู่ท่านเคยเล่าว่าในสมัยก่อนนั้นท่านเคยได้จำพรรษาร่วมกับหมู่คณะสงฆ์แห่งหนึ่ง แต่หลวงปู่ท่านก็ไม่คลุกคลีกับหมู่คณะซึ่งเป็นตามจริตของท่านที่ถือความวิเวกชอบอยู่องค์เดียวเป็นสำคัญ ทำให้คณะสงฆ์หมู่นั้นไม่ค่อยพอใจท่านเท่าใดนัก หลวงปู่ท่านจึงบอกแก่คณะสงฆ์นั้นว่า

"ในเมื่อพวกคุณบ่เอากระผม กระผมก็สิบ่เอาพวกคุณคือกัน"

(ในเมื่อพวกคุณบ่เอากระผม กระผมก็จะไม่เอาพวกคุณเหมือนกัน)

แล้วท่านก็เก็บบริขารออกธุดงค์ทันที นี่เป็นความเด็ดเดี่ยวในวัตรปฏิปทาของท่าน ปกติแล้วหลวงปู่ท่านยินดีกับการอยู่องค์เดียว ไม่คลุกคลีกับหมู่คณะมาโดยตลอด อาจจะด้วยเหตุนี้เองท่านจึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก


น คเณน ปุรกฺขโต จเร วิมโน โหติ สมาธิ ทุลฺลโภ

"ไม่ควรคลุกคลีด้วยหมู่คณะ เพราะจะทำให้จิตฟุ้งซ่านและสมาธิเกิดยาก"
มหากัสสปเถรคาถา ๒๖/๔๐๙


ธรรมจากท่านพ่อลี

"พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์"
หรือ ท่านลี ธัมมธโร แห่งวัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ท่านเป็นพระกรรมฐานในสาย ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ท่านพ่อลีท่านเป็นผู้เคร่งครัดในการปฏิบัติภาวนาอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันท่านก็นำพาเหล่าบรรดาญาติโยมศิษยานุศิษย์จัดการจัดงานในการบุญการกุศลอย่างยิ่งใหญ่เสมอๆ ครั้งหนึ่งเคยมีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่งนึกสงสัยในปฏิปทาของท่านจึงเอ่ยถามท่านว่า
"ในเมื่อเป็นพระกรรมฐานดำเนินในปฏิปทาของท่านพระอาจารย์มั่น แล้วทำไมท่านจึงชอบนำพาเหล่าบรรดาญาติโยมจัดงานบุญงานกุศลเป็นประจำไม่มุ่งเน้นพาเหล่าบรรดาญาติโยมให้ปฏิบัติภาวนาล่ะ?"

ท่านพ่อลีท่านก็ตอบท่านเจ้าคุณรูปนั้นอย่างน่าฟังว่า
"เกล้ากระผม ทำนาไม่ได้เอาข้าวอย่างเดียว แกลบผมก็เอา รำผมก็เอา ฟางผมก็เอา ขอรับ"

เมื่อท่านเจ้าคุณรูปนั้นได้ฟังคำตอบของท่าน ก็ไม่กล่าวอะไรต่อ เนื่องจากมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว หลวงปู่อ่อนสาท่านก็ไม่ได้ปฏิเสธในเรื่องทำนองนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำบุญต่างๆตลอดจนเรื่องวัตถุมงคลต่างๆที่มีผู้ทำมาถวายให้ท่านแจก คำตอบของท่านพ่อลีคงจะพออธิบายในปฏิปทาบางอย่างของหลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร ได้
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#47 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12285
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 26/11/2010 - 08:42

:09: :09: :09:
ไวรัสเรียกค่าไถ่ จะทำการเข้ารหัสไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของเราทั้งหมดโดยเฉพาะไฟล์เอกสาร ทำให้เปิดใช้ไฟล์ไม่ได้ทั้ง Harddisk

ตอนนี้ทาง kaspersky ออกตัวถอดรหัสมาให้ครับ
ใครที่เจอไวรัสพวกนี้ ลองเข้าไปโหลดตัวแก้ไข ที่นี่นะครับ
http://support.kaspersky.com/viruses/utility#
0



#48 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11639
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 26/11/2010 - 21:06

:09:
:33:
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#49 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 26/11/2010 - 21:11

วัตถุมงคล

หลายท่านอาจเคยสงสัยว่า ทำไมบรรดาครูบาอาจารย์บางท่านอนุญาตให้เหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกหาจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้น ท่านมีความหมายอันใดหรือ? แม้แต่องค์หลวงปู่ท่านก็เคยอนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคลบ้างตามวาระโอกาส และตามเจตนาที่เหมาะสม ซึ่งทุกครั้งหลวงปู่ท่านก็จะแจกให้ฟรีกับผู้ที่มากราบนมัสการโดยไม่เคยคิดเป็นมูลค่าใดๆ

ข้อความตอนหนึ่งจากหนังสือ "อตุโล ไม่มีใดเทียม" (หน้า ๑๘๑) ของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล แห่งวัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ เล่าว่าครั้งหนึ่งมีพวกสาธุชนกลุ่มหนึ่งมาสนทนาธรรมด้วยและถามท่านว่า
"วัตถุมงคลมีความศักดิ์สิทธิ์จริงหรือหลวงปู่จึงได้สร้างหรืออนุญาตให้สร้างเหรียญขึ้น?"

หลวงปู่ดูลย์จึงวิสัชนาว่า
"พวกท่านทั้งหลายแสดงความสนใจในการบำเพ็ญภาวนา ก็พากันบำเพ็ญภาวนาไป ไม่ต้องไปห่วงไปสนใจกับวัตถุมงคลอันเป็นของภายนอกนี้ แต่สำหรับผู้มีจิตใจเพลิดเพลินอยู่ ยังยินดีในการเกิดตายในวัฏฏสงสารยังไม่สามารถหันมาสู่การปฏิบัติธรรมได้ ก็ให้อาศัยวัตถุภายนอกเช่นวัตถุมงคลนี้ เป็นที่พึ่งไปก่อน อย่าไปตำหนิติเตียนอะไรเลย
ครั้นเขาเหล่านั้น ประสบเหตุเภทภัยมีอันตรายแก่ตนแล้วเกิดแคล้วคลาดด้วยคุณแห่งพระรัตนตรัยก็ดี ด้วยบังเอิญก็ดี ก็จะเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้ในภายหลัง ซึ่งจะเป็นเหตุให้เจริญงอกงามในทางที่ถูกต้องได้เอง สำหรับผู้ที่มีศรัทธามากแล้ว ชอบการบำเพ็ญภาวนาจิตใจในธรรมปฏิบัติอันยิ่งๆขึ้นไป ในเรื่องวัตถุมงคลนี้ หลวงปู่จะบอกตามสัจจธรรมว่าไม่มีอะไร เป็นเพียงช่วยด้านกำลังใจเท่านั้น..."


พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ท่านก็เคยพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับวัตถุมงคลของท่านอยู่เสมอว่า

"วัตถุมงคลก็เป็นเพียงวัตถุเท่านั้น ของจริงก็คือ พระสัจจธรรมทั้งปวง มีวัตถุมงคลแล้วไม่ทำตัวให้ดีไม่ทำใจให้เป็นกุศล ก็หวังอะไรไม่ได้สักอย่าง มีวัตถุมงคลแล้วต้องทำความดีด้วย จึงจะเกิดผลต่างๆเป็นนานาประการ หากหวังพึ่งวัตถุมงคลอย่างเดียวโดยไม่สร้างบุญกุศลย่อมไม่ได้อะไรขึ้นมา..."

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ พระสุปฏิปันโนผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง แห่งวัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านเคยกล่าวในเรื่องทำนองนี้ไว้ว่า

"ติดวัตถุมงคล ยังดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล"

ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#50 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 27/11/2010 - 09:44

ปรารภเรื่องการภาวนา

เมื่อก่อนนั้นสมัยที่หลวงปู่ท่านยังแข็งแรงและยังไม่ค่อยมีคนรู้จักหลวงปู่ท่านมากนัก ท่านจึงมีเวลาพักผ่อนและสนทนากับลูกศิษย์ที่ไปกราบนมัสการได้เป็นเวลานาน ครั้งหนึ่งท่านเคยปรารภในเรื่องเกี่ยวกับการภาวนาว่า

"...ต้องเฮ็ดดุๆ คือจั่งคนตาบอดเทียวทางนี่ล่ะ ทีแรกๆมันก็สิตำนั้นตำนี้แหละ ย่างดุๆมันก็สิแปนเองดอก.."

(...ต้องทำบ่อยๆ เหมือนคนตาบอดเดินทางนี่ล่ะ ทีแรกๆมันก็จะชนนั้นชนนี่แหละ เดินบ่อยๆมันก็จะเรียบ (ชำนาญ)เองหรอก..)


วายเมเถว ปุริโส ยาว อตฺถสฺส นิปฺปทา
"เป็นคนควรพยายามไปจนกว่าจะสำเร็จ
วิโรจนอสุรินสูตร ๑๕/๓๑๖


ไม่ตามใจผู้ขอ

เคยมีพระอาจารย์รูปหนึ่งพาคณะศิษยานุศิษย์ทั้งพระและฆราวาสมากราบคารวะหลวงปู่ราวๆ ๕๐ คนเห็นจะได้ และในครั้งนี้หวังกันว่า จะได้รับคติธรรมหรืออุบายธรรมในการพิจารณาเพื่อการปฏิบัติภาวนาให้ก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปจากหลวงปู่ โยมคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า
"ขอโอกาสหลวงปู่ เทศน์โปรดพวกหมู่คณะกระผมด้วย ขอรับ"
หลวงปู่ท่านก็นั่งเฉยไม่พูดไม่กล่าวอะไรต่อ ต่างคนต่างก็นั่งคอยด้วยความใจจดใจจ่อในธรรมที่หลวงปู่ท่านจะเทศน์ให้ฟัง สักพักใหญ่ท่านจึงพูดขึ้นว่า

"อั่น.. บ่แม่นสิพอได้เวลาพากันไปทางหน้าแล้วบ่? ไปกันซะ
(เอ.. ไม่ใช่จะพอได้เวลาพากันไปต่อแล้วเหรอ? ไปกันซะ)

ทั้งพระทั้งโยมก็พากันยิ้มในคำของท่าน เพราะต่างก็พอจะทราบกันอยู่บ้างแล้วว่า "หลวงปู่ท่านไม่ชอบเทศน์" แต่ก็ไม่นึกว่าท่านจะตอบกลับมาแบบนี้คาดกันไม่ถึงจริงๆ
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#51 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 27/11/2010 - 09:55

ครูผู้ให้สติ

หลวงปู่ท่านเคยเล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านเคยไปธุดงค์กับเณรรูปหนึ่งในป่า ซึ่งในสมัยก่อนนั้นยังมีสัตว์ป่าชุกชุมอยู่มาก และในป่าที่ท่านไปธุดงค็ครั้งนี้ก็เป็นดงเสือ หลวงปู่ท่านก็ปักกลดอยู่ที่หนึ่ง และออกอุบายให้เณรที่ไปด้วยกันปักกลดอยู่อีกที่หนึ่ง ในบริเวรที่เณรรูปนั้นปักกลด หลวงปู่ท่านทราบดีว่าที่ตรงนั้นมีเสือชุกชุมมาก
คืนนั้นท่านก็นั่งภาวนาอยู่จนกระทั่งรุ่งเช้า ก็ไม่เห็นเณรรูปนั้นออกมาจากกลด จึงเดินเข้าไปดู บริเวรรอบๆกลดของเณรรูปนั้นเต็มไปด้วยรอยเท้าของเสือ หลวงปู่ท่านจึงเปิดกลดดู เห็นเณรนั่งสมาธิอยู่ หลังจากที่เณรรูปนั้นออกจากสมาธิเห็นกลดที่เปิดอยู่ก็ตกใจร้องโวยวายขึ้นว่า

"เสือ..เสือ..."


เณรรูปนั้นเล่าให้หลวงปู่ฟังว่า ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน กลัวมากมีเสือมาเดินอยู่รอบๆกลด ไม่รู้จะทำยังไง เลยต้องนั่งภาวนาอยู่อย่างนั้นทั้งคืน หลวงปู่ได้ยินก็หัวเราะในความกลัวของเณรรูปนั้น นี่เป็นอุบายในการสอนศิษย์อย่างหนึ่งของหลวงปู่ "โดยการใช้เสือเป็นครูให้สติ"
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#52 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 27/11/2010 - 11:14

สีผึ้ง

มีลูกศิษย์มากราบทำบุญในช่วงเข้าพรรษา เมื่อไปถึงที่วัดปรากฏว่าหลวงปู่ท่านจำวัดอยู่ จึงได้เข้ากราบนมัสการกันอย่างเงียบๆเกรงว่าท่านจะตื่น หลังจากกราบนมัสการท่านเสร็จแล้วก็ต่างทยอยกันค่อยๆกลับออกมา ในระหว่างที่กำลังจะกลับออกมานั้นหลวงปู่ท่านก็ตื่นขึ้นและถามว่า

หลวงปู่ "มาหยังกัน?" (มาทำไมกัน?)
ลูกศิษย์ "มากราบทำบุญกับหลวงปู่เจ้าค่ะ"
หลวงปู่ "มากันแต่ทางใด๋?" (มากันจากที่ไหน?)
ลูกศิษย์ "มาจากขอนแก่นค่ะ"
เมื่อสนทนาได้สักครู่ก็กราบลาท่านกลับ หลวงปู่ท่านก็หยิบสีผึ้งออกมาแจกกันคนละตลับ มีผู้ถามว่า
"ใช้ยังไงค่ะ? หลวงปู่"
หลวงปู่ท่านก็พูดตอบกลับว่า

"ฮ่วย...ก็เอาไว้สีกันปากแตกตั้ว"
(อ้าว...ก็เอาไว้ทากันปากแตกสิ)

ต่างคนต่างหัวเราะในคำตอบของท่าน นี่เป็นอีกตัวอย่างเกี่ยวกับอารมณ์ขันของหลวงปู่ซึ่งมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ถือเป็นบุคลิกอย่างหนึ่งของท่านเลยก็ว่าได้


กำราบความอยาก

มีผู้นำพระไปถวายให้หลวงปู่แจก เมื่อท่านได้รับแล้วก็แจกให้แก่ลูกศิษย์ที่อยู่บริเวรนั้นทันที ทุกคนต่างได้รับจากมือหลวงปู่ ยกเว้นพระลูกศิษย์ท่านหนึ่งที่ปรนนิบัติหลวงปู่ พระลูกศิษย์ท่านนั้นนึกอยากได้กับเขาเหมือนกัน แต่ไม่กล้าเอ่ยปากขอท่านเพราะหากท่านปฏิเสธกลับมาก็ไม่รู้จะตอบท่านยังไงและคงนึกอายท่านอยู่ จึงได้แต่มองดูท่านแจกลูกศิษย์คนอื่นจนครบ แล้วหลวงปู่ก็ผูกปิดปากถุงเก็บไว้พร้อมกับพูดกับพระลูกศิษย์ท่านนั้นว่า

"อยากได้แม่นบ่ล่ะโต เฮาบ่ให้จีตหีตนี่แหละ เป็นหยังบ่?"

(อยากได้ใช่ไหมล่ะเธอ เราไม่ให้ซะอย่างนี่แหละ มีอะไรมั๊ย?)

แล้วท่านก็เอนหลังนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลวงปู่ปล่อยหมัดเด็ดใส่ลูกศิษย์อย่างจังโดยไม่ให้ตั้งตัว เล่นเอาความอยากแตกกระเจิงถอยไปอย่างไม่เป็นท่า เหมือนกับจะบอกว่า "ตีเหล็กน่ะ เขาต้องตีกันตอนร้อนๆมันถึงจะเห็นรูปเห็นร่างดี ความอยากก็เหมือนกันต้องหักกันแบบนี้แหละมันถึงจะรู้ตัวและได้สติ"
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#53 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11639
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 28/11/2010 - 12:33

"...ต้องเฮ็ดดุ ๆ คือจั่งคนตาบอดเทียวทางนี่ล่ะ ทีแรก ๆ มันก็สิตำนั้นตำนี้แหละ ย่างดุ ๆ มันก็สิแปนเองดอก.."


สาธุ ๆ ๆ :09:
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#54 ผู้ใช้ออฟไลน์   ธรรมอุทิศ_261249 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1602
  • สมัคร: 26/12/2006

ตอบ: 28/11/2010 - 21:40

:09: :09: :09:
0



#55 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 29/11/2010 - 07:42

ญาณหยั่งรู้ของหลวงปู่มั่น

เมื่อครั้งที่หลวงปู่ท่านร่วมจำพรรษากับ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ณ เสนาสนะ วัดป่าบ้านหนองผือ(นาใน) ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร หลวงปู่ท่านเล่าว่า ในสมัยนั้นทั้งพระและเณรต่างก็มุ่งมั่นในการปฏิบัติภาวนากันอย่างจริงจัง ด้วยว่าเกรงในญาณหยั่งรู้ของท่านพระอาจารย์ใหญ่ หากย่อหย่อนก็จะโดนท่านพระอาจารย์ใหญ่ดุเอา ครั้งหนึ่งท่านพระอาจารย์ใหญ่ให้หลวงปู่ไปพักอยู่ใกล้ๆกับท่าน ซึ่งหลวงปู่เองก็นึกหวั่นๆอยู่บ้างเหมือนกัน ท่านจึงแอบเอาน้ำใส่ขันเข้าไปไว้ในกุฏิด้วย หากเผลอสติหรือหลับไปเมื่อรู้สึกตัวจะได้เอาน้ำมาล้างหน้าและนั่งภาวนาต่อไม่ให้เสียเวลา
รุ่งเช้าเมื่อท่านอาจารย์ใหญ่เจอหลวงปู่ ก็พูดเป็นเชิงเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนที่ให้หลวงปู่มาอยู่ใกล้ๆกับท่านว่า

"เมื่อคืนนี้ไม่รู้ว่าหมาที่ไหน มาเลียน้ำแจ๊ะๆอยู่ข้างกุฏิหนอ..."


คำพูดของท่านพระอาจารย์มั่น ทำเอาหลวงปู่ยิ่งเคารพเลื่อมใสศรัทธาในท่านพระอาจารย์ใหญ่อย่างมาก
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#56 ผู้ใช้ออฟไลน์   Hot tea ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 93
  • สมัคร: 11/10/2009

ตอบ: 29/11/2010 - 12:45

อนุโมทนา สาธุๆๆ :09: :09: :09:
รออ่านต่อค่ะ :33:
0



#57 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12285
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 29/11/2010 - 15:04

สาธุ ๆ
ไวรัสเรียกค่าไถ่ จะทำการเข้ารหัสไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของเราทั้งหมดโดยเฉพาะไฟล์เอกสาร ทำให้เปิดใช้ไฟล์ไม่ได้ทั้ง Harddisk

ตอนนี้ทาง kaspersky ออกตัวถอดรหัสมาให้ครับ
ใครที่เจอไวรัสพวกนี้ ลองเข้าไปโหลดตัวแก้ไข ที่นี่นะครับ
http://support.kaspersky.com/viruses/utility#
0



#58 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11639
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 01/12/2010 - 10:26

:14:

มารอกันตรึม ! ! :44:

ซึ่งไม่ได้หมายถึงมารอฟังการบรรเลงดนตรี "กันตรึม"

แต่หมายถึงมารอกันเยอะแยะเลยยยยย :11: :04: :10:
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#59 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 01/12/2010 - 11:11

:10: โดนทวงอีกแล้ว :10:
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



คำตอบต่อไป: เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - กอบ - โฮนา - เสรีชน 1 - กอบ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เภตรา - ณวบุตร - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - เภตรา - เสรีชน 1 - หาทางดับทุกข์ - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - เภตรา - เสรีชน 1 - กอบ - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - หาทางดับทุกข์ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - กอบ - เสรีชน 1 - เภตรา - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - Sjirawong - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา -
  • (8 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ