ลานธรรมเสวนา: หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (8 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร ปฏิปทา วัตรปฏิบัติ และหลวงปู่สอนศิษย์จากหนังสือพุทโธ

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 13/10/2010 - 00:23

หลวงปู่ผู้พูดน้อย

ปฏิปทาหลวงปู่นั้นท่านไม่พูดอะไรมาก แม้กระทั่งประวัติส่วนองค์ท่าน ท่านก็เล่าเพียงสั้นๆเท่านั้น ส่วนใหญ่ท่านจะปฏิบัติให้เห็นมากกว่าการเอ่ยด้วยถ้อยคำ หากจะสอนสิ่งใดก็เพียงปรารภอุบายธรรมสั้นๆพอให้ตรงกับอุปนิสัยของผู้นั้น โดยท่านปรารภทีเดียวเท่านั้น แล้วแต่ผู้ฟังจะนำไปพิจารณาทางปํญญาได้มากน้อยเพียงใด เช่น " ไปอยู่กรุงเทพ เดี๋ยวหลงแสง หลงสี กินแต่ของดี ขี้เหม็น" เพื่อเตือนสติพระผู้ติดตาม สมัยหลวงปู่ท่านเข้ารับการรักษาอาพาธที่กรุงเทพมหานคร


เป็นพระยากที่สุด


หลวงปู่ท่านอยู่อย่างพระภิกษุผู้ยากจน ไม่ขอไม่ร้องในเหตุเกินควรแก่ฐานะพระภิกษุสงฆ์ ท่านไม่เคยขอร้อง ไม่เคยออกปากอยากได้ อยากมี อยากเป็นอะไรๆ กับใคร แม้แต่กับญาติพี่น้อง ท่านมีความเป็นอยู่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องอย่างสม่ำเสมอ นับแต่ปี ๒๔๗๘ ที่ได้บวชมา อาหารบิณฑบาต ๑ มื้อ ก็เพียงพอต่อสังขารร่างกายของท่าน ให้อยู่ปฏิบัติธรรมต่อไปได้อย่างบริบูรณ์ยิ่ง

บริขารก็เช่นกัน ท่านอาศัยเพียงผ้า ๓ ผืนฉันในบาตร อยู่ในอาสนะพอควร หนักแน่นด้วยธรรมปฏิบัติ เจริญศีล เจริญภาวนา ครั้งหนึ่งท่านเคยปรารภว่า "พระพุทธเจ้าท่านเป็นพระมหากษัตริย์ ท่านยังสละออกป่า อนาถานอนกลางดิน กินของชาวบ้าน จนสำเร็จมรรคผลนิพพาน นั่น... นี่เราเป็นคนด้อยวาสนา เป็นชาวนา จะเอาอะไรให้มากกว่านี้ พระนั้นมิใช่ว่าจะเป็นได้ง่ายๆ บวชเข้ามาเป็นผีเฉยๆก็มาก ลงนรกก็แยะไป เออ...เป็นพระน่ะมันยากที่สุด ไม่ใช่ว่าใครจะคิด จะทำ จะนึก เอาตามใจตัวเองนั้นไม่ได้หรอก บวชแล้วลืมตัวว่าเป็นพระก็ลงนรก เพราะยังพกเอาความหลงมาทำให้พระศาสนาสกปรก"

ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
1


  • (8 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: เสรีชน 1 - เภตรา - ศานติไมตรี - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - ศานติไมตรี - เสรีชน 1 - เภตรา - กอบ - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - Empty - เสรีชน 1 -

#20 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 01/11/2010 - 16:47

รอยสัก

วันหนึ่งพระอาคันตุกะมากราบเยี่ยมคารวะหลวงปู่ ดูจากลักษณะท่าทางของพระอาคันตุกะรูปนั้นแล้ว ในสมัยก่อนบวชคงจะเอาเรื่องอยู่ไม่ใช่น้อย เนื่องจากตามตัวของท่านมีรอยสักเต็มตัว เมื่อพระอาคันตุกะรูปนั้นก้มลงกราบหลวงปู่ หลวงปู่ท่านได้เห็นรอยสักบนศรีษะของพระรูปนั้น ท่านจึงเอ่ยถามขึ้นว่า

"แม่นหยังนี่?" (อะไรนี่?)
พระรูปนั้นก็ตอบว่า "รอยสักครับ"
หลวงปู่ "บ่อายเขาบ่?" (ไม่อายเขาหรือ?)
พระรูปนั้น "ก็อายอยู่ครับ"

แล้วหลวงปู่ท่านก็รื้อผ้าจีวรขึ้นและชี้ที่แขนซ้ายของท่านซึ่งมีรอยสักรูปผู้หญิงที่ท่านสักไว้เมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มก่อนที่จะเข้ามาบวช พร้อมกับพูดว่า

"เฮาก็มีคือกัน" (เราก็มีเหมือนกัน)

หลวงปู่ท่านคงจะต้องการบอกกับพระอาคันตุกะรูปนั้นว่า "อดีตที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป อย่าเอามาเป็นอารมณ์จะทำให้จิตใจเศร้าหมอง"
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#21 ผู้ใช้ออฟไลน์   Mookooja ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 490
  • สมัคร: 06/08/2007

ตอบ: 01/11/2010 - 23:13

สาธุค่ะ คุณเสรีชน 1
ที่นำประวัติหลวงปู่ และปฎิปทาท่านมาให้ได้อ่านกัน
อ่านแล้วก็ปีติยินดีมากที่ตัวเองได้มีโอกาสไปกราบท่านเมื่อกลางปีที่แล้ว
ถึงแม้จะเป็นเพียงครั้งเดียวที่เคยได้ไปกราบท่าน
แต่ก็จะรู้สึกปีติทุกครั้งที่นึกถึงวันนั้นค่ะ

:09: :09: :09:
[font="Tahoma"]"ผู้อื่นไม่ได้ทำจิตของเราเศร้าหมอง หรือ ผ่องแผ้ว
เราเองเป็นผู้ทำให้จิตของตนเศร้าหมอง ผู้อื่นช่วยไม่ได้
แม้พระพุทธเจ้าก็ช่วยไม่ได้ ท่านทรงเป็นผู้บอกทางให้เท่านั้น"

หลวงปู่ขาว อนาลโย[/font]
0



#22 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 02/11/2010 - 04:27

อนุโมทนากับกุศลด้วยครับคุณ Mookooja :33: :09: :09: :09:
สำหรับผมเป็นคนอุดร และผ่านไปทางวัดท่าน และรู้ทั้งรู้ว่าท่านเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ก็ไม่เคยแวะเข้าไปกราบสักที จนท่านมรณภาพจึงรู้ว่าท่านเป็นศิษย์สำคัญองค์หนึ่งในสายหลวงปู่มั่น เสียดายจริงๆ คงเป็นอกุศลวิบากดลใจ
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#23 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 02/11/2010 - 04:56

แจกซูกัส

ในงานฉลองอายุครบ ๗๘ ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ของหลวงปู่ ในปีนี้ทางคณะลูกศิษย์ได้ขออนุญาตจากหลวงปู่จัดสร้างรูปเหมือนลอยองค์ขนาดเล็ก เพื่อให้หลวงปู่แจกแก่บรรดาญาติโยมที่มาร่วมในงาน แต่เนื่องจากมีบรรดาญาติโยมจำนวนมากมาย หลวงปู่ท่านเกรงว่าจะมารุมที่ท่านกันหมด ท่านจึงกำหว่านแจกกันกลางศาลา เหล่าลูกศิษย์ลูกหาต่างก็กรูกันเข้าไปเก็บ ได้กันไปบ้างไม่ได้กันบ้าง บางคนที่ยังไม่ได้ก็ตระโกนบอกว่า

"หลวงปู่แจกอีก ผมยังไม่ได้เลย"
หลวงปู่ท่านก็หว่านแจกอีกครั้ง บรรดาลูกศิษย์ผู้ที่ได้แล้วและยังไม่ได้ต่างก็กรูกันเข้าไปเก็บอีก แล้วก็มีเสียงตะโนขึ้นว่า
"หลวงปู่นี่มันซูกัสนี่"

เนื่องจากครั้งนี้หลวงปู่ท่านกำซูกัสหว่านแจกแทนรูปเหมือนของท่าน แล้วท่านก็หัวเราะตามแบบฉบับของท่าน อารมณ์ขันในทำนองนี้ของหลวงปู่มีให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดได้พบเห็นอยู่เสมอๆ


ธรรมนอกธรรมใน

ท่านครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร แห่งวัดพระธาติดอนเรือง ประเทศพม่า ท่านเป็นพระที่ทีปฏิปทาน่าเคารพเลื่อมใสมากรูปหนึ่ง ทุกปีในระหว่างเข้าพรรษา ท่านจะเข้าปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานอยู่ในถ้ำ ไม่ออกจากถ้ำตลอดพรรษา ท่านเคยเล่าว่า ในพรรษาหนึ่งขณะที่ภาวนราอยู่ในถ้ำนั้น ได้นิมิตเห็นพระผู้เฒ่ารูปหนึ่งมาสอนในสมาธิ เรื่องของการพิจารณาตามหลักไตรลักษณ์ ว่าด้วยเรื่องของการเกิดขึ้น การตั้งอยู่และการดับไป อันเป็นธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งมาก และท่านก็จดจำลักษณะของพระผู้เฒ่ารูปนั้นได้อย่างแม่นยำ

วันหนึ่งท่านครูบาชุ่ม มีกิจนิมนต์ที่บ้านท่าน พลอากาศเอกวรนาถ อภิจารี และท่านได้เห็นรูปพระผู้เฒ่ารูปหนึ่งเข้า จึงสอบถามว่า

"หลวงปู่องค์นี้ท่านชื่ออะไร? อยู่ที่ไหน?
มีผู้ตอบท่านว่า
"ท่านชื่อหลวงปู่อ่อนสา อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ขอรับ"
ท่านครูบาบุญชุ่มจึงพูดต่อว่า
"หลวงปู่องค์นี้แหละ ท่านมาสอนอาตมาในสมาธิ ขณะที่เข้าปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานอยู่ในถ้ำที่พม่า"

ท่านครูบาบุญชุ่ม ท่านบอกกับลูกศิษย์เสมอๆว่า "ให้หาโอกาสมากราบนมัสการ หลวงปู่อ่อนสา ที่จังหวัดอุดรธานีให้ได้"
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#24 ผู้ใช้ออฟไลน์   PAUL BOONPASOM. ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 492
  • สมัคร: 07/02/2008

ตอบ: 02/11/2010 - 08:39

:09: :09: :09:
อนุโมทนาสาธุครับ
0



#25 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 02/11/2010 - 14:39

:09: :09: :09:

:33: :33: :33:
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#26 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 03/11/2010 - 14:37

นับถือจริงหรือ

ลูกศิษย์ท่านหนึ่งของหลวงปู่เล่าให้ฟังว่า ได้รับรูปเหมือนขนาดบูชาจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง แต่ตัวเองก็ไม่เคยมีโอกาสมากราบนมัสการหลวงปู่เลย และเมื่อได้รับรูปเหมือนของหลวงปู่แล้วก็ตั้งบูชาอยู่ที่บ้าน

วันหนึ่งมีโอกาสมากราบนมัสการหลวงปู่ เมื่อกราบท่านเสร็จก็บอกกับท่านว่า

"เคารพและนับถือหลวงปู่มาก ตั้งใจจะมากราบหลวงปู่หลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเลยสักที่"


หลวงปู่ท่านกลับตอบว่า
"นับถือเฮาจั่งได๋? คือปล่อยให้รูปเฮาคว่ำหน้าอยู่" (นับถือเรายังไง? จึงปล่อยให้รูปเราคว่ำหน้าอยู่)

ลูกศิษย์คนนั้นก็งงเหมือนกันกับคำตอบของท่าน แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านจึงทราบว่า รูปเหมือนของหลวงปู่ที่ได้รับจากเพื่อนสนืทนั้น ตกลงมาคว่ำหน้าอยู่ ถึงกับขนลุกและขอขมาหลวงปู่ จากนั้นความเคารพนับถือที่มีในองค์ท่าน ก็มีมากขึ้นอย่างไม่มีข้อสงสัย


อานิสงค์ภายหน้า

ในงานกฐินหรือผ้าป่าครั้งหนึ่ง คณะญาติโยมก็ได้กล่าวคำถวายและร่วมกันอธิษฐานว่า

"....ขอให้พ้นทุกข์ในชาติหน้าภพหน้าเทอญ...."
หลวงปู่ท่านได้ยินจึงพูดออกไมโครโฟนว่า

"สิเอาเฮ็ดหยังข้างหน้า มันสิหน้าไปเรื่อย เอามันมื่อนี่พ้นมันเดี๋ยวนี่ล่ะ" (จะไปเอาทำไมข้างหน้า มันก็จะหน้าไปเรื่อย เอามันวันนี้พ้นมันเดี๋ยวนี่ล่ะ)

นี่แหละ "ปัจจุบันธรรม" ที่หลวงปู่ได้สอนศิษย์ทั้งหลาย "ให้พากันพิจารณาธรรมในปัจจุบัน ทำปัจจุบันทุกๆขณะจิตให้ดีที่สุด อย่าส่งจิตออกนอกไปยึดติดกับอดีตที่ผ่านมาแล้วหรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง" เหมือนกับที่ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ ท่านกล่าวไว้ว่า

"อดีตก็ธรรมเมา อนาคตก็ธรรมเมา เฮามีแต่ปัจจุบันธรรมเท่านั้น"
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#27 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 03/11/2010 - 15:10

เสร็จตั้งนานแล้ว

ในช่วงประมาณปี ฑ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๒๘ มีการก่อสร้างกำแพงล้อมวัดขึ้น ทางคณะลูกศิษย์ที่ดำเนินงาน ได้จัดทำรูปถ่ายของพระอาจารย์ในสายกัมมัฏฐานของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ทั้งหมด ๙ องค์ที่ถ่ายร่วมกันใต้ต้นโพธิ์ ณ วัดโพธิสมภรณ์ ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ มอบให้แก่ผู้ร่วมสร้างเจดีย์หนึ่งช่อง และนำมาขออนุญาตให้หลวงปู่อธิษฐานจิตให้

"หลวงปู่ครับ โปรดอธิษฐานจิตให้ด้วยนะครับ"
"เอ้อ เอาวางไว้นั่นแหละ" หลวงปู่ตอบ

จากนั้นท่านก็พูดคุยกับลูกศิษย์ลูหาตามปกติ สักพักทางลูกศิษย์เห็นว่าพอสมควรแก่เวลาแล้ว จึงจะลากลับและได้กราบเรียนขอความเมตตาให้หลวงปู่อธิษฐานจิตให้อีกครั้ง

"หลวงปู่..อธิษฐานให้ด้วยครับ"

หลวงปู่ท่านกลับตอบว่า

"ฮ่วย..แล้วแต่โด่นแล้ว" (อ้าว..เสร็จตั้งนานแล้ว)

คณะลูกศิษย์กลุ่มนั้น ต่างพากันมองหน้ากันโดยที่ไม่ทราบว่าหลวงปู่ท่านอธิษฐานจิตให้ตั้งแต่เมื่อไหร่?


หลงสมมติ

ครั้งหนึ่งมีลูกศิษย์ได้ขออนุญาตจากหลวงปู่จัดสร้างเหรียญเพื่อแจกในงานฉลองอายุครบ ๘๔ พรรษา ของหลวงปู่ จึงได้กราบเรียนให้ท่านทราบว่า
"จะจัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองคำ , เนื้อเงิน , ...."
ยังไม่ทันที่จะพูดจบ หลวงปู่ท่านก็พูดสวนกลับออกมาว่า

"เอาหยังเฮ็ด ก็คือกัน" (เอาอะไรทำ ก็เหมือนกัน)

แสดงว่าหลวงปู่ท่านไม่ได้ยึดถือหรือสนใจกับสิ่งเหล่านี้ "ท่านพ้นจากสมมติในโลกไปแล้ว ไม่ยึดถือว่าอะไรจะดีกว่ากัน มีแต่เราๆนี่แหละที่ยังหลงสมมติกันอยู่ว่า อย่างนั้นอย่างนี้ดีกว่า"


หูกับใจ

หลวงปู่กอง ท่านเป็นพระผู้เฒ่ารูปหนึ่ง เป็นสหธรรมิกของหลวงปู่อ่อนสา อยู่แถวภูพานคำ จังหวัดขอนแก่น (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) หลวงปู่ท่านมักจะฝากของใช้จำเป็นให้ลูกศิษย์นำไปถวายหลวงปู่กองอยู่เสมอๆ และเนื่องจากหลวงปู่กองท่านชราภาพมากจึงทำให้การได้ยินของท่านมีปัญหา ลูกศิษย์ที่เคยไปกราบหลวงปู่กอง ได้กลับมาพูดคุยกับหลวงปู่ว่า
"หลวงปู่ครับ หลวงปู่กองหูท่านไม่ได้ยินก็ดีนะครับ จะได้ไม่มีกิเลส"
หลวงปู่กลับตอบว่า

"หูบ่ได้ยิน ใจก็ได้ยินคือเก่าล่ะ" (หูไม่ได้ยิน ใจก็ได้ยินเหมือนเดิมล่ะ)

หลวงปู่ท่านคงจะต้องการสอนว่า "ใจต่างหากที่เป็นตัวปรุงแต่งให้เกิดกิเลสพาให้เราลุ่มหลงยินดี มีสุขมีทุกข์ และติดข้องอยู่ในโลก"
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#28 ผู้ใช้ออฟไลน์   นายฏีกาน้อย ไอคอน

  • พุทธฏีกา
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4082
  • สมัคร: 15/12/2006

ตอบ: 03/11/2010 - 19:45

อนุโมทนาสาธุ :06:
(ภ)(น)(ท)(มโน)(อุป)(อนุ)(โค)(ม)(ผ)(ผ)(ผ)(ภ)
1



#29 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12316
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 04/11/2010 - 07:46

:09: :09: :09:
รออ่านต่อนะครับ :33:
ไวรัสเรียกค่าไถ่ จะทำการเข้ารหัสไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของเราทั้งหมดโดยเฉพาะไฟล์เอกสาร ทำให้เปิดใช้ไฟล์ไม่ได้ทั้ง Harddisk

ตอนนี้ทาง kaspersky ออกตัวถอดรหัสมาให้ครับ
ใครที่เจอไวรัสพวกนี้ ลองเข้าไปโหลดตัวแก้ไข ที่นี่นะครับ
http://support.kaspersky.com/viruses/utility#
1



#30 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 07/11/2010 - 02:11

รูปหลวงปู่มั่น

มีลูกศิษย์คนหนึ่งนำรูปถ่ายของหลวงปู่ มาให้ท่านอธิษฐานจิตให้จำนวนหลายสิบใบ และในนั้นมีรูปของ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต แทรกอยู่ด้วย โดยที่รูปทุกใบนั้นมีขนาดเท่ากันและคว่ำหน้าอยู่ หลวงปู่ท่านก็เมตตาเอามือวางข้างหลังภาพทีละใบ พร้อมทั้งพูดคุยกับลูกศิษย์คนนั้นตามปกติ พอถึงรูปหนึ่งท่านกลับยกมือออกและพูดขึ้นว่า

"รูปอาจารย์เฮาตั้วนี่.. ไผเอามาไว้นำ?"
(รูปอาจารย์เรานี่นา.. ใครเอามาไว้ด้วย?)

แล้วท่านก็หยิบรูปของท่านพระอาจารย์มั่นออกด้วยความเคารพ ไม่ทราบว่าหลวงปู่ท่านทราบได้อย่างไร? ในเมื่อรูปทั้งหมดนั้นคว่ำหน้าอยู่


ทางสายกลาง

เคยมีลูกศิษย์มาเล่าให้หลงปู่ฟังว่า ครูบาอาจารย์บางสำนักท่านก็สนับสนุนให้ลูกศิษย์ของท่านอดอาหาร เพื่อเป็นการทรมานกิเลสของตนซึ่งจะทำให้เกิดความก้าวหน้าในการปฏิบัติภาวนาอย่างมาก เมื่อหลวงปู่ได้ฟังจึงตอบกลับไปว่า

"ต้องเบิ่งจริตเจ้าของตั้ว คั้นอดแล้วภาวนาดีก็อดไป คั้นอดแล้วภาวนาบ่ได้เรื่อง สิไปอดหาอีหยัง"
(ต้องดูจริตตัวเองสิ ถ้าอดแล้วภาวนาดีก็อดไป ถ้าอดแล้วภาวนาไม่ได้เรื่อง จะไปอดหาอะไร)

หลวงปู่ท่านเน้นในเรื่องของ การดำเนินปฏิปทาในสายกลางหรือ "มัชฌิมาปฏิปทา" มากกว่า อันเป็นสายทางแห่งความร่มเย็นจนถึงที่สุดแห่งทุกข์
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#31 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 07/11/2010 - 02:31

ทำไม? ไม่พูดภาษากลาง

วันหนึ่งมีคณะศรัทธาญาติโยมจากกรุงเทพฯ มากราบนมัสการหลวงปู่ท่านก็ปฏิสันฐานกับญาติโยมด้วยภาษาอีสานตามแบบฉบับของท่าน ซึ่งทำให้คณะศรัทธาญาติโยมจากกรุงเทพฯ นั้น ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แล้วก็มีโยมคนหนึ่งอดรนทนไม่ไหวจึงถามหลวงปู่ว่า

"หลวงปู่ครับ ทำไมหลวงปู่ไม่พูดภาษากลางล่ะครับ? พวกกระผมฟังไม่รู้เรื่อง"
หลวงปู่จึงตอบว่า

ซุมไทกรุงเทพฯมาอีสาน คือบ่เว้าอีสานแน?" (พวกคนกรุงเทพฯมาอีสาน ทำไมไม่พูดอีสานบ้าง)

สรุปแล้วคณะศรัทธาจากกรุงเทพฯ ก็เลยต้องฟังหลวงปู่ท่านพูดภาษาอีสานตามเดิม


เลขเด็ด


ตอนเช้าขณะที่หลวงปู่ท่านฉันจังหัน (ภัตตราหารเช้า) อยู่ที่ศาลานั้นได้มีญาติโยมจากที่ไหนก็ไม่ทราบมากราบหลวงปู่ ซึ่งคงจะหวังในโชคลาภและเลขเด็ดจากหลวงปู่ จึงถามท่านว่า

"หลวงปู่รู้จักเลขมั๊ย เจ้าค่ะ?"
หลวงปู่ก็ตอบว่า
"ฮู้...เป็นหยังสิบ่ฮู้ เฮาก็เฮียนมาอยู่แม้" (รู้...ทำไมจะไม่รู้ เราก็เรียนมาอยู่นี่)

คำตอบของท่านเล่นเอาโยมคนนั้นอึ้งไปเลยไม่รู้จะถามอะไรท่านต่อ
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#32 ผู้ใช้ออฟไลน์   ณวบุตร ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 507
  • สมัคร: 11/06/2009

ตอบ: 08/11/2010 - 18:00

:09: :09: :09:
เพราะวาง...จึงไม่มี, เพราะไม่มี...จึงไม่ทุกข์
0



#33 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 09/11/2010 - 22:59

วาระจิต

เหตุเกิดที่ศาลาอีกครั้ง ขณะที่หลวงปู่ท่านฉันจังหัน (ภัตราหารเช้า) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านจะนั่งผ่อนคลายอิริยาบทสบายๆ โยมคนหนึ่งมากราบหลวงปู่แต่เป็นผู้หวังในเลขเด็ดและโชคลาภจากท่าน มาคอยเลียบๆเคียงๆเกี่ยวกับตัวเลขจากท่านแต่ไม่ว่าจะถามอย่างไรท่านก็ไม่ตอบ ซึ่งองค์หลวงปู่ท่านเองก็ไม่ปรารถนาที่จะให้ญาติโยมไปลุ่มหลงกับอบายมุขเหล่านั้น

ขณะนั้นมีลูกศิษย์ของหลวงปู่ท่านหนึ่ง นั่งเห็นเหตุการณ์และได้รำพึงในใจว่า

"การมากราบครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดี แต่ยังหวังในโชคลาภอยู่อย่างนี้ มันไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง มีแต่จะตกต่ำและลุ่มหลงในอบายมุข..."
หลวงปู่ท่านได้ชะโงกหน้ามองมาทางลูกศิษย์ผู้นั้นแล้วพูดว่า

"เอ้อ...แม่น" (เอ้อ...ใช่)


แค่ตานอก


ญาติโยมบางท่านที่ได้เคยมากราบนมัสการหลวงปู่อาจจะเห็นกิริยาที่ง่ายๆ สบายๆของท่าน หรือเห็นท่านนั่งดูทีวีอยู่ก็อาจจะอดนึกตำหนิในใจไม่ได้ครั้งหนึ่งเคยมีผู้ถามท่านในลักษณะปรามาสท่านว่า

"หลวงปู่ชอบดูทีวีหรือครับ?"
หลวงปู่ท่านตอบกลับทันทีเลยว่า

"เบิ่งก็เบิ่งแต่ตานอกดอกเฮ้ย" (ดูก็ดูแต่ตานอกหรอกเฮ้ย)

ซึ่งคำตอบของท่านนั้น มีความหมายในตัวเองอยู่แล้ว "บางครั้งการได้ใกล้ชิดกับพระสุปฏิปันโนผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ต้องระวังใจให้มาก อาจจะบาปได้โดยไม่รู้ตัว"


หลวงปู่ตื้อนักเทศน์


หลวงปู่อ่อนสา ท่านเคยกล่าวถึง หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม พระอาจารย์รุ่นใหญ่ในสายกรรมฐานของท่านอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งท่านมีความสนิทสนมและพูดถึงอยู่บ่อยๆอย่างอารมณ์ดีว่า

"หลวงปู่ตื้อเพิ่นมักเทศน์ หลับตาเทศน์ เทศน์จนแม่ออกขี้แตกคาศาลา ย่านเพิ่นบ่กล้าลุกไป บางเทื่อหลับตาเทศน์ ลืมตาขึ้นมาอีกทีญาติโยมลักหนีลงศาลาเบิ่ดแล้ว ยังแต่หมาน้อย ๒-๓ ตัวนั่งกระดิกหางอยู่..."

(หลวงปู่ตื้อท่านชอบเทศน์ หลับตาเทศน์ เทศน์จนโยมผู้หญิงขี้แตกคาศาลา กลัวท่านจนไม่กล้าลุกไป บางครั้งหลับตาเทศน์ ลืมตาขึ้นมาอีกทีญาติโยมแอบหนีลงศาลากันไปหมดแล้ว เหลือแต่หมาน้อย ๒-๓ ตัวนั่งกระดิกหางอยู่...)

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย เสรีชน 1: 09/11/2010 - 23:05

ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#34 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11842
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 09/11/2010 - 23:20

:09: :99: :33:

สาธุ ยังเกาะขอบจออยู่ค่ะ
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#35 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 11/11/2010 - 13:15

ธรรมบทสั้น

ผู้ใฝ่ในการปฏิบัติธรรมบางท่าน ที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติจิตภาวนาเมื่อมีโอกาสก็จะกราบนมัสการเรียนถามปัญหาและข้อติดขัดในการปฏิบัติกับท่าน แต่หากเป็นการถามกันเพื่ออวดภูมิความรู้ของตน มักต้องผิดหวังเนื่องจากหลวงปู่ท่านไม่ตอบ และไม่พูดด้วย ท่านจะเคี้ยวหมากอยู่เฉยๆไม่พูด จนบางคนต้องกราบลากลับไปเอง หากเป็นผู้มีข้อสงสัยและเป็นผู้ปฏิบัติจริงแล้ว ก็จะได้รับคำตอบจากท่านแบบสั้นๆ แล้วแต่คำถาม มีคำตอบหนึ่งซึ่งหลวงปู่ตอบเพียงสั้นๆแต่มีความหมายอย่างละเอียดลึกซึ่งมาก คือ

"สติรักษาใจ"



ยานิ โสตานิ โลกสฺมิ สติ เตสํ นิวารณํ
"อารมณ์เหล่าใดบรรดามีในโลก สติเป็นสิ่งกั้นอารมณ์เหล่านั้น"
อชิตปัญหา ๒๕/๔๗๕


เอาไปทำไม

แม่ครัวที่วัดเคยเล่าให้ฟังว่า ได้เคยเอ่ยปากขอเหรียญจากท่านเพื่อความเป็นสิริมงคล
"หลวงปู่...ขอเหรียญสักเหรียญไม่ได้เหรอเจ้าค่ะ?"
หลวงปู่ท่านตอบว่า

"สิเอาไปเฮ็ดหยัง ยังมีโตให้ได้เห็นอยู่แม้"

(จะเอาไปทำไม ก็ยังมีตัวให้ได้เห็นอยู่นี่)

ก็ไม่รู้จะเอ่ยปากขอท่านต่ออย่างไร? เมื่อท่านพูดตอบกลับมาอย่างนี่


ไม่ใช่คนเหรอ

ผู้ที่เคารพในองค์หลวงปู่มักจะพาญาติพี่น้องหรือเพื่อนพ้องมากราบท่านเพื่อเป็นมงคลแก่ตน เคยมีลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดท่านหนึ่ง พาเพื่อนซึ่มีดีกรีเป็นถึงด๊อกเตอร์มากราบท่าน

"หลวงปู่ครับ วันนี้ผมพาด๊อกเตอร์มากราบหลวงปู่ครับ"
เป็นการกล่าวแนะนำ หลวงปู่ท่านก็ถามกลับว่า

"ด๊อกเตอร์ มันบ่แม่นคนบ่?"

(ด๊อกเตอร์ มันไม่ใช่คนเหรอ?)

ผู่ที่เคยมากราบนมัสการหลวงปู่คงจะทราบว่า "หลวงปู่ท่านไม่เคยถือยศถือศักดิ์ อะไรใครทั้งนั้น ท่านให้ความเมตตากับทุกคนเท่าเทียมกันหมด และไม่มีใครพิเศษกว่าใคร"


ไปออกรบเหรอ

ตามธรรมเนียมของพระป่าแล้ว ท่านจะให้ความเคารพต่อพระผู้มีอาวุโสมาก และในช่วงก่อนเข้าพรรษา ท่านก็จะถือโอกาสไปกราบคารวะและรับโอวาท เพื่อแสดงถึงความเคารพต่อครูบาอาจารย์

ครั้งหนึ่งก่อนวันเข้าพรรษาได้มีพระอาจารย์รูปหนึ่ง นำพาคณะศิษย์มากราบคารวะหลวงปู่ ซึ่งการมาครั้งนี้มีคณะศิษย์ติดตามท่านมารวมๆ แล้วเกือบร้อยคน ขบวนรถมีกว่า ๒๐ คันเห็นจะได้ เมื่อเข้ากราบคารวะหลวงปู่ท่านก็กล่างทักทายอย่างอารามณ์ดีว่า

"มาหยังหลายแท้ สิพากันไปออกรบบ่?"
(มาทำไมกันมากนัก จะไปออกรบเหรอ?)
ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#36 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 11/11/2010 - 13:35

ฉันด้วยกันทุกวัน

เณรที่เคยอุปัฏฐากหลวงปู่เล่าให้ฟังว่า ขณะที่นวดถวายหลวงปู่ ก็เลยขอโอกาสเรียนถามท่านว่า
"หลวงปู่ไม่แวะไปหาหลวงตามหาบัว (วัดป่าบ้านตาด) บ้างเหรอ?"
หลวงปู่ท่านตอบว่า

"เฮาไปยามได๋ เฮาสิบอกโตบ่..นั่งฉันจังหันนำกันซูมื้อ โตบ่เห็นนำเฮาดอก"
(เราไปเมื่อไหร่ เราจะบอกเธอเหรอ..นั่งฉันจังหัน(ภัตตราหารเช้า)ด้วยกันทุกวัน เธอไม่เห็นกับเราหรอก)

คำตอบของท่าน เล่นเอาเณรรูปนั้นนิ่งอึ้งและทึ่งในภูมิจิตภูมิธรรมของครูบาอาจารย์ที่ไม่อาจประมาณได้ ก็ไม่รู้ว่าหลวงปู่ท่านพูดเย้าเณรเล่นหรือเป็นอุบายอันใดก็ไม่อาจทราบได้


ไม่ติดรูปแบบ

เมื่อหลายปีมาแล้ว ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๔ หลวงปู่ท่านมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ต้องเข้ารับการผ่าตัด หลังจากที่ทางคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาเรียบร้อยแล้ว ท่านก็กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่วัด แต่หลวงปู่ท่านก็ไม่เคยละทิ้งในการบิณฑบาตเลย ยังคงบิณฑบาตอยู่ทุกๆเช้า

สิ่งที่น่าแปลกอยู่อย่างก็คือ "ท่านสวมแว่นตาอันใหญ่มากเป็นแว่นกันฝุ่นแบบ ที่มีสายรัดคาดศรีษะเหมือนกับที่บรรดานักแข่งมอเตอร์ไซด์ทั่วไปใช้กัน ออกบิณฑบาต" นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการไม่ยึดถือในรูปแบบว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ หรือจะเป็นอุบายธรรมอันใดให้เหล่าลูกศิษย์ลูกหาชวนคิดหนอ?


ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน
"พอใจตามมี ยินดีตามได้ นำสุขมาให้"
ธรรมบท ๒๕/๔๙

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย เสรีชน 1: 11/11/2010 - 13:36

ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#37 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12316
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 11/11/2010 - 17:29

:09: :09: :09:
ไวรัสเรียกค่าไถ่ จะทำการเข้ารหัสไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของเราทั้งหมดโดยเฉพาะไฟล์เอกสาร ทำให้เปิดใช้ไฟล์ไม่ได้ทั้ง Harddisk

ตอนนี้ทาง kaspersky ออกตัวถอดรหัสมาให้ครับ
ใครที่เจอไวรัสพวกนี้ ลองเข้าไปโหลดตัวแก้ไข ที่นี่นะครับ
http://support.kaspersky.com/viruses/utility#
0



#38 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 17/11/2010 - 17:13

ปฏิภาณโวหาร

ในสมัยที่หลวงปู่ท่านอยู่ที่กุฏิหลังเก่า ท่านมักจะชอบเล่าเรื่องความหลังเก่าๆของท่านในสมัยที่อยู่จำพรรษาร่วมกับ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่เสนาสนะ วัดป่าบ้านหนองผือ(นาใน) ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ราวๆปี พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๔๙๒

หลวงปู่เล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านเคยถกเถียงกับพรัที่ร่วมจำพรรษาอยู่ด้วยกันเกี่ยวกับเรื่องเหตุผลในข้ออรรถข้อธรรม ขณะที่กำลังถกกันอยู่นั้นหลวงปู่มั่นท่านเดินผ่านมาพอดีและได้ยินเข้าจึงพูดกับพระรูปนั้นขึ้นว่า

"อย่าไปเถียงกับท่านอ่อนสาเลย.. เถียงไม่มีชนะหรอก"

แสดงว่าหลวงปู่ท่านมีปฏิภาณไหวพริบ และการตอบการแย้งในเหตุในผลอย่างยิ่ง แม้แต่ท่านพระอาจารย์ใหญ่เองยังเคยออกปาก


ณ. หินหมากเป้ง (๑)

ครั้งหนึ่งหลวงปู่ท่านได้พาคณะลูกศิษย์ไปกราบเยี่ยมคารวะ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เมื่อทางคณะของหลวงปู่ไปถึงท่านก็นั่งพักรอกันอยู่ที่ศาลาบริเวณกุฏิของหลวงปู่เทสก์พร้อมกับคณะลูกศิษย์ก็พากันนั่งรอด้วย แล้วหลวงปู่ท่านก็ลุกเดินดูบริเวณรอบๆวัด ขณะนั้นมีคนงานของวัดกำลังถางหญ้าและบริเวณนั้นมีรูปปั้นกวางตั้งอยู่ หลวงปู่จึงกล่าวทักทายคนงานของวัดว่า
"เสียหญ้าให้กวงกินบ่?" (ถางหญ้าให้กวางกินเหรอ?)

เหล่าคนงานได้ยินท่านกล่าวเช่นนั้นก็พากันหัวเราะในความมีอารมณ์ขันของท่าน สักพักหนึ่งมีสามเณรออกมาจากกุฏิหลวงปู่เทสก์เดินเข้ามาบอกว่า

"หลวงปู่เทสก์ ท่านให้มานิมนต์หลวงปู่อ่อนสาขึ้นไปบนกุฏิ"


เนื่องจากขณะนั้นหลวงปู่เทสก์เอง ท่านอาพาธอยู่จึงไม่สามรถที่จะให้ทางคณะศิษย์ของหลวงปู่เข้ากราบนมัสการได้ทั้งหมด หลวงปู่และลูกศิษย์บางคนเข้ากราบเยี่ยมคารวะสักครู่ก็กราบลาหลวงปู่เทสก์กลับ ที่น่าแปลกคือ "การไปกราบเยี่ยมคารวะครั้งนี้มิได้แจ้งให้หลวงปู่เทสก์ท่านทราบก่อนล่วงหน้า" นั้นเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงภูมิจิตภูมิธรรมของครูบาอาจารย์อันเหลือวิสัยเกินกว่าที่พวกเราจะสามารถเข้าใจได้


ณ. หินหมากเป้ง (๒)

หลังจากที่กราบเยี่ยมคารวะหลวงปู่เทสก์เรียบร้อยแล้วหลวงปู่ท่านบอกกับคณะลูกศิษย์ว่า
"มา.. สิพาไปกราบแม่ชี" (มา.. จะพาไปกราบแม่ชี)

เมื่อไปถึงกุฏิแม่ชีท่านหนึ่ง ซึ่งท่านชราภาพมากแล้ว (ขออนุญาติไม่กล่าวนามของท่าน) คุณแม่ชีท่านนี้ก็นิมนต์หลวงปู่นั่งบนโซฟาและท่านก็ปู่เสื่อนั่งข้างล่าง คุณแม่ชีท่านนี้ท่านก้มกราบหลวงปู่ด้วยความนอบน้อมมากจากนั้นท่านก็ตำหมากถวายหลวงปู่ และคุณแม่ชีท่านก็พนมมือพูดขึ้นว่า

"หลวงปู่... มาโปรดข้าน่อยแน" (หลวงปู่... มาโปรดข้าน้อยหน่อย)
หลวงปู่ท่านก็ตอบว่า

"สิให้โปรดอันใด๋อีก ซุอันซุแนวก็ซอดเบิ่ดแล้วแม้"

(จะให้โปรดอะไรอีก ทุกอันทุกสิ่งก็รู้แจ้งหมดแล้วนี่)

คุณแม่ชีท่านก็ยิ้มๆไม่ว่าอะไรต่อ นั่นเป็นภาพที่น่าประทับใจมากที่ผู้อาวุโสท่านปฏิบัติต่อกันอย่างอ่อนน้อม ไม่มีการถือตนถือตัว


*คุณแม่ชีท่านนี้ หลวงปู่เทสก์เคยกล่าวรับรองในคุณธรรมของท่าน

ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
0



#39 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12316
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 17/11/2010 - 17:29

:02: :02: :02:
ไวรัสเรียกค่าไถ่ จะทำการเข้ารหัสไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของเราทั้งหมดโดยเฉพาะไฟล์เอกสาร ทำให้เปิดใช้ไฟล์ไม่ได้ทั้ง Harddisk

ตอนนี้ทาง kaspersky ออกตัวถอดรหัสมาให้ครับ
ใครที่เจอไวรัสพวกนี้ ลองเข้าไปโหลดตัวแก้ไข ที่นี่นะครับ
http://support.kaspersky.com/viruses/utility#
1



คำตอบต่อไป: เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - กอบ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - ธรรมอุทิศ_261249 - เสรีชน 1 - Hot tea - กอบ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - กอบ - โฮนา - เสรีชน 1 - กอบ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เภตรา - ณวบุตร - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - เภตรา - เสรีชน 1 - หาทางดับทุกข์ - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - เภตรา - เสรีชน 1 - กอบ - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - หาทางดับทุกข์ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - กอบ - เสรีชน 1 - เภตรา - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - Sjirawong - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา -
  • (8 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ