ลานธรรมเสวนา: หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (9 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร ปฏิปทา วัตรปฏิบัติ และหลวงปู่สอนศิษย์จากหนังสือพุทโธ

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   เสรีชน 1 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 259
  • สมัคร: 25/12/2007

ตอบ: 13/10/2010 - 00:23

หลวงปู่ผู้พูดน้อย

ปฏิปทาหลวงปู่นั้นท่านไม่พูดอะไรมาก แม้กระทั่งประวัติส่วนองค์ท่าน ท่านก็เล่าเพียงสั้นๆเท่านั้น ส่วนใหญ่ท่านจะปฏิบัติให้เห็นมากกว่าการเอ่ยด้วยถ้อยคำ หากจะสอนสิ่งใดก็เพียงปรารภอุบายธรรมสั้นๆพอให้ตรงกับอุปนิสัยของผู้นั้น โดยท่านปรารภทีเดียวเท่านั้น แล้วแต่ผู้ฟังจะนำไปพิจารณาทางปํญญาได้มากน้อยเพียงใด เช่น " ไปอยู่กรุงเทพ เดี๋ยวหลงแสง หลงสี กินแต่ของดี ขี้เหม็น" เพื่อเตือนสติพระผู้ติดตาม สมัยหลวงปู่ท่านเข้ารับการรักษาอาพาธที่กรุงเทพมหานคร


เป็นพระยากที่สุด


หลวงปู่ท่านอยู่อย่างพระภิกษุผู้ยากจน ไม่ขอไม่ร้องในเหตุเกินควรแก่ฐานะพระภิกษุสงฆ์ ท่านไม่เคยขอร้อง ไม่เคยออกปากอยากได้ อยากมี อยากเป็นอะไรๆ กับใคร แม้แต่กับญาติพี่น้อง ท่านมีความเป็นอยู่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องอย่างสม่ำเสมอ นับแต่ปี ๒๔๗๘ ที่ได้บวชมา อาหารบิณฑบาต ๑ มื้อ ก็เพียงพอต่อสังขารร่างกายของท่าน ให้อยู่ปฏิบัติธรรมต่อไปได้อย่างบริบูรณ์ยิ่ง

บริขารก็เช่นกัน ท่านอาศัยเพียงผ้า ๓ ผืนฉันในบาตร อยู่ในอาสนะพอควร หนักแน่นด้วยธรรมปฏิบัติ เจริญศีล เจริญภาวนา ครั้งหนึ่งท่านเคยปรารภว่า "พระพุทธเจ้าท่านเป็นพระมหากษัตริย์ ท่านยังสละออกป่า อนาถานอนกลางดิน กินของชาวบ้าน จนสำเร็จมรรคผลนิพพาน นั่น... นี่เราเป็นคนด้อยวาสนา เป็นชาวนา จะเอาอะไรให้มากกว่านี้ พระนั้นมิใช่ว่าจะเป็นได้ง่ายๆ บวชเข้ามาเป็นผีเฉยๆก็มาก ลงนรกก็แยะไป เออ...เป็นพระน่ะมันยากที่สุด ไม่ใช่ว่าใครจะคิด จะทำ จะนึก เอาตามใจตัวเองนั้นไม่ได้หรอก บวชแล้วลืมตัวว่าเป็นพระก็ลงนรก เพราะยังพกเอาความหลงมาทำให้พระศาสนาสกปรก"

ขออนุโมทนากับจิตใจที่ร่มเย็นของทุกท่านครับ
1


  • (9 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: เสรีชน 1 - เภตรา - ศานติไมตรี - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - ศานติไมตรี - เสรีชน 1 - เภตรา - กอบ - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - Empty - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - Mookooja - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - PAUL BOONPASOM. - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - พุทธฏีกา - กอบ - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - ณวบุตร - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - กอบ - เสรีชน 1 - กอบ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - กอบ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - ธรรมอุทิศ_261249 - เสรีชน 1 - Hot tea - กอบ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - กอบ - โฮนา - เสรีชน 1 - กอบ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เภตรา - ณวบุตร - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - เภตรา - เสรีชน 1 - หาทางดับทุกข์ - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - ธรรมอุทิศ_261249 - เภตรา - เสรีชน 1 - กอบ - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - หาทางดับทุกข์ - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เสรีชน 1 - กอบ - เสรีชน 1 - เภตรา - เภตรา - เสรีชน 1 - เสรีชน 1 - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - Sjirawong - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา - เภตรา -

#140 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 04/11/2016 - 15:00

:09:

กามอยู่ที่ปรุง


เรื่องของกามตัณหานั้น มันอยู่ที่เราปรุงแต่งเอง

เพราะเราไม่รู้จักสำรวมระวัง
ในหู ตา จมูก ลิ้น กาย และใจ ของเรา

จึงทำให้เกิดความพอใจยินดีในสิ่งต่างๆ นั้น
ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดกามตัณหาขึ้น

และเมื่อเกิดกามตัณหาขึ้น
อุปาทานคือความยึดมั่นถือมั่นในกามนั้นก็เกิดขึ้น

ขอให้เรามีสติระวังรักษาในผัสสะต่างๆ ของเรา
ได้เห็น ได้รู้ ได้ยิน ในสิ่งไหน ก็ให้สักแต่ว่า

เราย่อมปราศจากทุกข์โทษใดๆ

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#141 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 31/12/2016 - 23:22

:09:

(หมายเหตุ : ส่วน...อบรมพระ)


ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ


เมื่อกล่าวถึงการศึกษาเล่าเรียนด้านพระปริยัติธรรมนี้ หลวงปู่ท่านสอนพระว่า

“ให้เรียนก่อนแล้วจึงปฏิบัติ ถ้าใครคิดว่าไม่จำเป็นต้องเรียน ตั้งใจภาวนาอย่างเดียวเลยจะเร็วดีกว่า ถ้าคิดอย่างนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ... ให้เรียนก่อน เรียนเอาเองก็ได้ ให้หาหนังสือมาอ่านเอง ถึงไม่สอบก็ให้เรียนไว้ ถ้าอยากเก่งก็ให้สอนด้วย มันจึงจะจำได้ดี ตัวเราเองก็เคยสอนนักธรรมเหมือนกัน สมัยที่อยู่วัดโยธานิมิตร เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ลืม”

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#142 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 31/12/2016 - 23:26

:09:

หน้าที่พระสงฆ์


“บวชเป็นพระจะหวังเอาอะไร ถ้าหากว่าหวังความดี หวังนิพพานก็เอาไปเถิด... พระต้องรู้จักหน้าที่ ต้องรู้จักการกระทำ ต้องรู้จักละ วาง มิใช่ว่าจะหอบจะโกยเอาแต่ประการเดียว นั่น มันผิดคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าหมด”

“การประพฤติปฏิบัติก็เป็นหน้าที่ของเรา การเผยแผ่ธรรมะก็เป็นหน้าที่ของเรา การรักษาประโยชน์พระพุทธศาสนาก็เป็นหน้าที่ของเรา ดังนั้นภิกษุต้องรู้จักหน้าที่ของตนเอง...”


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#143 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 31/12/2016 - 23:31

:09:

อย่ายึดติดสถานที่


ครั้งหนึ่งมีพระในวัดมาขอโอกาสกราบลาหลวงปู่ไปเที่ยววิเวก และกราบเรียนท่านว่า

“มาขอโอกาสกราบลา เพื่อออกวิเวกธุดงค์ ขอรับ”

หลวงปู่ท่านจึงกล่าวขึ้นว่า

“อรหันต์อยู่ไส...ก็ได้”


:09:


(หมายเหตุ : ข้อความในท้ายหน้า

คาเม วา ยทิวารญฺเญ นินฺเน วา ยทิ วา ถเล ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ ตํ ภูมิรามเณยฺยกํฯ

พวกอรหันต์ทั้งหลาย อยู่ในที่ใด คือบ้านก็ตาม ป่าก็ตาม ที่ลุ่มก็ตาม ที่ดอนก็ตาม ที่นั้นย่อมเป็นภูมิน่ารื่นรมย์... ข.ธ. ๒๕/๓๘.)
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#144 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 31/12/2016 - 23:37

:09:

ดุผู้หญิง


ครั้งหนึ่งพระที่อุปัฏฐากรับใช้หลวงปู่ เคยถามหลวงปู่เกี่ยวกับโยมผู้หญิงว่า

“ถ้าหากเรามีจิตคิดส่งออกไปหาผู้หญิงนี้ จะมีอุบายแก้อย่างไร?”

หลวงปู่ตอบว่า

“แม่ยิง ให้ฮ้ายเขาโล้ด เขาจั่งซังเฮา สิได้บ่มายุ่งนำเฮา”

แล้วหลวงปู่ก็เมตตาสอนต่อว่า

“ถ้าหากจิตมันคิดถึงเขามาก จนคิดอยากสึก ก็ให้หาอุบายไปอยู่กับพระกับเณร อยู่ไปๆ เดี๋ยวก็ลืมเอง”

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#145 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 31/12/2016 - 23:42

:09:

จะเย็บจีวรไปขายรึ ?


ในเรื่องบริขารเครื่องใช้ต่างๆ ของพระเณร หลวงปู่ท่านสามารถทำเป็นหมดทุกอย่าง ตั้งแต่เย็บผ้า ทำกลด ที่รองบาตร เป็นต้น

ครั้งหนึ่งท่านบอกให้สามเณรหัดเย็บจีวร จะได้ไม่ต้องคอยขอร้องให้ผู้อื่นเย็บให้ สามเณรจึงรีบเย็บเป็นการใหญ่ ผืนหนึ่งผ่านไป สองผืนผ่านไป จนมากเกิน เลยไม่ยอมทำอะไร

เมื่อหลวงปู่รู้ ท่านก็พูดเป็นอุบายว่า

“สิเย็บจีวรไปขายติ?”

สามเณรได้ยินหลวงปู่พูดอย่างนั้น จึงหยุดการเย็บต่อในทันที

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#146 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 31/12/2016 - 23:47

:09:

หนังสือพิมพ์


ที่กุฏิหลวงปู่ มักจะมีญาติโยมนำหนังสือพิมพ์มาอ่านถวายให้หลวงปู่ฟัง บางวันก็มีพระแอบมานั่งอ่าน หลวงปู่ท่านก็มองเฉยๆ ไม่ได้ว่าอะไร จนวันหนึ่งท่านจึงพูดออกมาดังๆ ว่า

“หนังสือพิมพ์ แม่นหนังสือธรรมะอยู่ติ?”

หลังจากนั้น ก็ไม่เห็นพระเณรมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ให้ท่านเห็นอีกเลย

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#147 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 03/01/2017 - 15:09

:09:

(ส่วน...กัลยาณธรรม กัลยาณมิตร

หมายเหตุ : ส่วนนี้เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับครูบาอาจารย์
แม้จะบางบทซ้ำกับที่เคยมีลงไว้แล้วก็ตาม
เภตราก็จะลงโพสต์ให้ตามในหนังสือที่มีนะคะ
จะได้อ่านเรื่องเล่าไปด้วยกันอีกครั้งเลยค่ะ)

:09:


กลัวหลวงปู่มั่นหนี


ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นพระมหาเถระผู้ทรงคุณธรรมสูง เป็นพระอาจารย์ใหญ่แห่งกองทัพธรรมกรรมฐานแห่งภาคอีสาน

จากประวัติของท่าน ท่านถือปฏิบัติธุดงควัตรมาโดยตลอด ในสมัยที่ธาตุขันธ์ของท่านยังแข็งแรงอยู่นั้น ท่านได้ออกเดินธุดงค์จาริกไปตามสถานที่วิเวกต่างๆ ในป่าดงพงไพร ตามเงื้อมผา ถ้ำ ป่าช้า จนสุดวิสัยที่ศิษยานุศิษย์จะติดตามไปถึงได้

พอล่วงเข้าสู่วัยชราท่านจึงได้อยู่พำนัก ณ เสนาสนะป่า วัดป่าบ้านหนองผือ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เป็นเวลานานติดต่อกันถึง ๕ พรรษา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านพักจำพรรษานานที่สุด นับแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ – ๒๔๙๒ จวบจนท่านละสังขารเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน


เคยถามหลวงปู่ว่า เคยไหม? ครั้งไหนบ้าง? ที่ท่านพระอาจารย์มั่น ท่านขับผู้ใดออกจากสำนัก

หลวงปู่ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า

“เพิ่นบ่ไล่ผู้ได๋ไปดอก แต่ทั้งพระทั้งโยมย่านแต่เพิ่นสิหนีออกไปเองนั่นล่ะ ต่างพากันเอาธุระเฮ็ดงานกันเต็มที่ ย่านเพิ่นสิไล่หนีก็อันหนึ่ง ย่านเพิ่นสิลักหนีไปเองนำกะอันหนึ่ง”

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#148 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 03/01/2017 - 15:22

:09:

หลวงปู่มั่น (ยุคหนองผือ นาใน)

ครั้งหนึ่งหลวงปู่ท่านพูดถึงในสมัยที่จำพรรษา ณ วัดป่าบ้านหนองผือ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ร่วมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ว่า

“สมัยนั้นลำบากหลาย บ่มียาแก้ไข้เด้ ยามเป็นไข้ป่ากะเอาใบย่านางมาคั้นกิน แล้วกะนั่งภาวนาต่อ บางองค์ไข้ขึ้นหลายตายเลยกะมี คั้นเช้าตายบ่ายกะเผาเลย พระเณรพากันมาพิจารณาบ่ให้ตายเปล่า เผาแล้วแล้วกะกลับกุฏิไผกุฏิมันไปภาวนาต่อ คือบ่มีหยังเกิดขึ้น เป็นเรื่องธรรมดา”

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#149 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 03/01/2017 - 15:38

:09:

รายชื่อครูบาอาจารย์ที่เคยได้จำพรรษาร่วมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ที่วัดป่าบ้านหนองผือ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร (ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙)


จากหนังสือพระราชทานเพลิงศพของ พระอาจารย์ผั่น ปาเรสโก วัดป่าหนองไคร้ อ.หนองแสง จ.ยโสธร (หน้าที่ ๙๗) ในช่วงพรรษาที่ ๑๐ ของท่านในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ที่ได้อยู่ศึกษาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ว่าในพรรษาปีนี้มีพระภิกษุ-สามเณร ดังรายนามต่อไปนี้

๑. พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พรรษา ๕๕

๒. พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน พรรษา ๑๓

๓. พระอาจารย์อ่อนสา สุขกาโร พรรษา ๑๒

๔. พระอาจารย์เนตร กันตสีโล พรรษา ๑๐

๕. พระอาจารย์สอ สุมังคโล พรรษา ๑๐

๖. พระอาจารย์ผั่น ปาเรสโก พรรษา ๑๐

๗. พระวัน อุตตโม พรรษา ๕

๘. พระมหาประทีป โชติโก พรรษา ๔

๙. พระจวน กุลเชฏโฐ พรรษา ๔

๑๐. พระทองคำ ญาณภาโส พรรษา ๓

๑๑. พระบัว ฐิตธัมโม พรรษา ๓

๑๒. พระทองสา พุทธญาโณ พรรษา ๒

๑๓. พระหล้า เขมปัตโต พรรษา ๒


สามเณร ๕ รูป คือ

๑. สามเณรบุญเพ็ง (หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต)

๒. สามเณรลี

๓. สามเณรมณี

๔. สามเณรไสว

๕. สามเณรประไม

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#150 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 03/01/2017 - 17:58

:09:

มีดโกนหลวงปู่มั่น


หลังจากที่พระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทัตโต ได้ละสังขารลงในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ เมื่อเสร็จจากงานถวายเพลิงศพหลวงปู่มั่นเรียบร้อยแล้ว ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) ได้แบ่งบริขารของหลวงปู่มั่นให้กับบรรดาลูกศิษย์ที่ได้ปรนนิบัติอุปัฏฐากพระอาจารย์ใหญ่ในช่วงวาระสุดท้าย

หลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังว่า

“เฮาได้โคมไฟกับมีดโกนพับแบบสองคมของหลวงปู่มั่น มีดโกนนี้อาจารย์สีลา บ้านหว้าใหญ่เฮ็ดถวายหลวงปู่มั่น บัดตานี่หมู่กะเลยขอไป เฮากะเลยให้หมู่ไปเบิ่ด เพราะว่าเฮาได้นิสัยเพิ่นแล้ว”

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#151 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 12/01/2017 - 14:38

:09:

ผู้มีความสุขในการภาวนา


สุขกาโร เป็นนามฉายาของหลวงปู่ท่าน ที่ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) พระอุปัชฌาย์ของหลวงปู่เป็นผู้ตั้งให้

ท่านได้เมตตาบอกให้ฟังว่า

"สุขกาโร" หมายถึง ผู้มีความสุขในการงาน ซึ่งงานของพระภิกษุก็คือการภาวนานี้แหละ ภาวนาจนมันล่วงไปพ้นไปจากภัยแห่งวัฏสงสาร


(พระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) ท่านเป็นพระมหาเถระ เป็นศิษย์รุ่นใหญ่ของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต รูปหนึ่ง

ท่านเป็นผู้ทรงธรรมทรงวินัย ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานส่วนใหญ่จะอุปสมบทกับท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์แทบทั้งสิ้น

ท่านละสังขาร เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ สิริอายุรวม ๗๕ ปี ๕๔ พรรษา)

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#152 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 12/01/2017 - 14:47

:09:

๙ บูรพาจารย์

พระมหาเถระผู้เป็นศิษย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต



เกี่ยวกับภาพถ่าย ๙ พระบูรพาจารย์นี้ นับเป็นภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อีกภาพหนึ่ง

หลวงปู่อ่อนสาท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า

“รูปภาพนั้น ได้ถ่ายไว้เป็นที่ระลึกในวันทำบุญร้านถ่ายรูป สมัยนั้นเรียกว่า ร้านฉายา ก็มีอยู่รูปเดียวนั่นเอง”


(ภาพนี้ถ่ายที่ใต้ต้นโพธิ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ อยู่ด้านข้างพระอุโบสถวัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี

แถวบน : หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่ขาว อนาลโย, ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล), หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

แถวกลาง : หลวงปู่จันทร์ เขมปัตโต, หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ

แถวล่าง : หลวงปู่บัว สิริปุณโณ, หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร



รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


:09:


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


:09:



:38: หมายเหตุ : ขอบคุณไฟล์ภาพจากเว็บลานธรรมจักรค่ะ :33:
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#153 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 18/01/2017 - 13:31

:09:

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


กราบคารวะหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ครั้งหนึ่งหลวงปู่อ่อนสาท่านได้พาคณะศิษย์ไปกราบคารวะพระราชนิโรธรังสีคัมภีร์ปัญญาวิศิษฏ์ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

เมื่อไปถึงทางคณะก็นั่งพักรออยู่ที่ศาลาบริเวณกุฏิของหลวงปู่เทสก์ ต่อมาสักพักหลวงปู่อ่อนสาท่านก็ลุกเดินดูบริเวณรอบๆ วัด ขณะนั้นมีคนงานของวัดกำลังดายหญ้า และบริเวณนั้นมีรูปกวางปั้นด้วยปูนตั้งอยู่

หลวงปู่ท่านจึงกล่าวทักทายกับคนงานของวัดว่า “เสียหญ้าให้กวางกินบ่” เหล่าคนงานได้ยินท่านกล่าวเช่นนั้นก็พากันหัวเราะในความมีอารมณ์ขันของท่าน

อีกสักพักหนึ่งมีสามเณรออกมาจากกุฏิหลวงปู่เทสก์ เดินเข้ามาบอกว่าหลวงปู่เทสก์ท่านให้มานิมนต์หลวงปู่อ่อนสาขึ้นไปบนกุฏิ เมื่อได้ทราบดังนั้นหลวงปู่และลูกศิษย์ก็เข้ากราบคารวะและสนทนาปราศรัยด้วยเวลาอันสมควร เสร็จแล้วก็ขอกราบลาหลวงปู่เทสก์กลับวัด

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#154 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 18/01/2017 - 13:35

:09:

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

ในงานฉลองมงคลอายุครบ ๗๓ ปี ของหลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร ครั้งนี้ได้มีพระมหาเถระสำคัญองค์หนึ่งมาร่วมงาน คือ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม แห่งวัดป่าสัมมานุสรณ์ อ.วังสะพุง จ.เลย

เมื่อหลวงปู่ชอบเดินทางมาถึง หลวงปู่ท่านก็กราบคารวะหลวงปู่ชอบด้วยอาการกิริยาอันนอบน้อม และพูดกับบรรดาญาติโยมว่า

“นี่ หลวงปู่ชอบ เด้อ เพิ่นซื่อซอบ ไผกะซอบเพิ่น ปีนี้เพิ่น ๘๗ แล้วเด้”


(หลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระอริยเจ้าศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต รูปหนึ่ง
ท่านเป็นผู้ทรงธรรม มีนิสัยชอบโดดเดี่ยวอยู่ในป่าลึก ปฏิบัติกรรมฐานอย่างเด็ดเดี่ยวอาจหาญ
ท่านพบวิมุตติธรรม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ พรรษาที่ ๒๐ อายุ ๔๓ ปี ที่ถ้ำบ้านหนองยวน ประเทศพม่า
ท่านละสังขารเข้าสู่แดนอนุปาทิเสสนิพพาน เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘
สิริอายุรวม ๙๓ ปี ๑๑ เดือน ๒๗ วัน ๗๐ พรรษา)

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#155 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 01/02/2017 - 14:31

:09:

หลวงปู่หลุย จันทสาโร พูดถึง หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร (๑)


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

เมื่อครั้งที่หลวงปู่หลุย จันทสาโร และ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ยังทรงธาตุขันธ์อยู่ ในงานครบรอบวันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่ชอบปีหนึ่ง หลวงปู่ก็พาคณะศิษย์ไปกราบคารวะหลวงปู่หลุย ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่กุฏิหลวงปู่ชอบ

หลวงปู่หลุยเล่าให้ฟังว่า

“สมัยที่หลวงปู่มั่น จำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านหนองผือ มีลูกศิษย์ลูกหามาจำพรรษาและศึกษาธรรมกับหลวงปู่มั่นจำนวนมาก กุฏิแทบไม่มีหลังใดว่าง เพราะทุกคนไม่ว่าพระหรือโยมต่างมุ่งไปที่จุดๆ เดียวคือ องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

พระที่จะเข้าไปจำพรรษาที่วัดป่าบ้านหนองผือ เมื่อมาถึงจะพากันปักกลดใกล้ๆ วัดป่าบ้านหนองผือ แล้วค่อยเลียบเคียงมาที่วัดป่าบ้านหนองผือ เมื่อได้โอกาสแล้วจะกราบเรียนขออนุญาตหลวงปู่มั่นเสียก่อน เมื่อหลวงปู่มั่นอนุญาตแล้วจึงจะไปเอาบริขารเข้ามาจำพรรษาที่วัดป่าบ้านหนองผือได้”


หลวงปู่หลุยเมตตาเล่าต่ออีกว่า

“เห็นมีแต่ท่านอ่อนสาองค์เดียวนี่แหละ ที่อยากมาก็มา เดินแบกบาตรแบกกลดมาวางกลางศาลาแล้วก้มกราบหลวงปู่มั่น พร้อมเรียนถามว่า จะให้พักที่กุฏิหลังไหน ซึ่งหลวงปู่มั่นก็เมตตาให้ที่พักทุกครั้ง เวลาจะไปก็แบกกลดและบาตรมากราบลา ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าแต่ประการใด หากเป็นองค์อื่นคงได้ฟังเทศน์หลายกัณฑ์ หลวงปู่มั่นท่านเมตตาท่านอ่อนสามากจริงๆ”


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


:09:


:09: ขอบพระคุณภาพครูบาอาจารย์ทั้งสองภาพจากเว็บหลวงปู่มั่นค่ะ
http://luangpumun.org/klu.html

:38:
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#156 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 01/02/2017 - 14:40

:09:

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


หลวงปู่หลุย จันทสาโร พูดถึง หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร (๒)


หลวงปู่หลุยได้เมตตาเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและหัวเราะไปพลาง ท่านเล่าว่า

“ก่อนจะเข้าไป ต้องปักกลดไว้ห่างจากวัดพอประมาณ แล้วถือโอกาสไปกราบเรียนขออนุญาตหลวงปู่มั่นเสียก่อน หากมีกุฏิว่างท่านก็จะนัดวันและเวลาให้เข้ามา จึงค่อยเข้ามาได้ หากเข้าไปโดยไม่ขออนุญาตหลวงปู่มั่นเสียก่อน มีหวังโดนเอ็ดเอา

มีแต่หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร กับ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ สององค์ที่แบกกลดและย่ามขึ้นมากลางศาลา แล้วกราบเรียนถามหลวงปู่มั่นว่า จะมาพักที่นี่ ให้พักที่ไหนกระหม่อม? แล้วหลวงปู่มั่น ท่านก็ชี้มือไปยังกุฏิที่ว่าง ให้ไปพักที่โน่น ที่นี่”

หลวงปู่หลุย เล่าว่า

“หลวงปู่มั่นท่านก็เมตตาต่อศิษย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอกันทุกองค์ ท่านไม่เคยปล่อยวางในความเผอเรอของศิษย์แต่ประการใด เหมือนมีตาวิเศษคอยจับจ้องอยู่

สำหรับท่านอ่อนสาเมื่อครั้งธุดงค์ไปกับหลวงปู่มั่น เกิดอุบัติเหตุพลัดตกหลืบเขา ทำให้ท่านอ่อนสาได้รับบาดเจ็บเป็นแผลยาวกว่าศอกที่บั้นเอวและกระดูกสันหลังเคลื่อน เคลื่อนไหวไม่ได้

หลวงปู่มั่นท่านบอกให้พาท่านอ่อนสาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสกลนคร แต่ท่านอ่อนสาปฏิเสธ บอกว่า หากว่าต้องตายเพราะการเดินธุดงค์แค่นี้ก็ให้ตายไปเลย

ท่านอ่อนสานอนรักษาตัวอยู่หลายวัน โดยมีพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นแผ่เมตตาช่วยรักษาให้ ไม่นานท่านอ่อนสาก็หายพอเดินกระย่องกระแย่ง ธุดงค์ไปพร้อมหมู่คณะ

คงด้วยเหตุนี้ที่พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นท่านเห็นความเด็ดเดี่ยวของท่านอ่อนสา ท่านจึงเมตตาท่านอ่อนสามาก ทุกครั้งที่พ่อแม่ครูอาจารย์เห็นท่านอ่อนสา ท่านจะเรียกท่านอ่อนสาว่า “พระวัดโยธา” ทุกคำ”


:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#157 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 16/02/2017 - 13:56

:09:


หลวงปู่ตื้อเตะปากพระฝรั่ง


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



หลวงปู่อ่อนสาเมตตาเล่าเรื่อง หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม ให้ฟังว่า

วันหนึ่งขณะที่หลวงปู่ตื้อออกรับญาติธรรมในตอนบ่าย มีญาติโยมมาฟังธรรมจากหลวงปู่ตื้อตามปรกติ แต่วันนั้นมีนักบวชต่างชาติหรือพระฝรั่งต่างศาสนามาเที่ยวกับเพื่อนคนไทย จึงชวนกันมาฟังธรรมะจากหลวงปู่ตื้อ

หลวงปู่ตื้อเล่าให้หลวงปู่อ่อนสาฟังว่า ขณะที่กำลังเทศน์เรื่องอริยสัจ ๔ ถึงหัวข้อ สมุทัย ต้นเหตุแห่งทุกข์ซึ่งล้วนเกิดจากความปรุงแต่งของจิตเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องกาเมฯ ที่เป็นตัวก่อให้เกิดทุกข์อย่างเอกอุ เพราไปติดที่รูปว่าสวยว่างาม ไม่ได้พิจารณาด้วยสติ เพราะที่ว่าสวยว่างาม สุดท้ายก็ลงเอยที่เน่าเปื่อยและกลับสู่ธาตุทั้งสี่ กายนี้ไม่ใช่ของเรา เราเพียงยืมกายนี้อาศัยอยู่ช่วงชีวิตหนึ่งเท่านั้น

นักบวชต่างศาสนาหรือพระฝรั่งก็ถามขึ้นว่า

“แล้วกายของหลวงปู่นี้ ก็ไม่ใช่ของหลวงปู่ซิ?”

หลวงปู่ตื้อ ตอบว่า

“ไม่ใช่”

ว่าแล้วพระฝรั่งท่านนั้นเอาไฟแช๊คซิปโป้ จุดปั๊บจ่อไปที่หัวเข่าหลวงปู่ตื้อ

ทันใดนั้นปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ขาด้านที่ถูกไฟจ่อมันดีดเข้าปากครึ่งจมูกครึ่งของพระฝรั่งในทันที เป็นผลทำให้พระฝรั่งท่านนั้นหงายผึ่ง เลือดกลบปาก กลบจมูก

พระฝรั่งหรือนักบวชต่างศาสนาท่านนั้นก็ต่อว่าหลวงปู่ตื้อว่า

“อ้าว ไหนหลวงปู่บอกว่า กายนี้ไม่ใช่ของหลวงปู่ แล้วหลวงปู่มาเตะผมทำไม?”

หลวงปู่ตื้อ จึงตอบไปว่า

“เพราะกายนี้ไม่ใช่ของเรา เราก็บอกท่านแต่แรกแล้ว หากกายนี้เป็นของเรา เราย่อมบังคับเขาได้ ไม่ให้เน่าไม่ให้เปื่อย ไม่ให้ดีดถูกท่านได้ นี่มันไม่ใช่ของเรา... ท่านเอาไฟมาลนมัน มันร้อนมันก็ดีดเอาอย่างที่เห็นนี้แหละ”


หลวงปู่ตื้อ บอกกับหลวงปู่อ่อนสาว่า

“โอ๊ย ร้อนขนขาไหม้หมด ร้อนใครจะไปทนไหว”

หลวงปู่อ่อนสา บอกว่า หลวงปู่ตื้อเป็นพระที่มีฤทธิ์มาก หาใครจับยาก โดนใครไม่โดนมาโดนเนื้อสัน (แข้ง) ของหลวงปู่ตื้อ ท่านตัวโตใหญ่แข็งแรง โดนเข้าไปไม่สลบก็นับว่าบุญหลายแล้ว หลวงปู่ท่านเล่าแล้วก็หัวเราะลงลูกคอ น้ำตาแทบเล็ด

:09:

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#158 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 16/02/2017 - 14:19

:09:


กราบคารวะหลวงปู่สิม พุทธาจาโร


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



ครั้งหนึ่งหลวงปู่ท่านเดินทางไปกราบคารวะพระญาณสิทธาจารย์ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร แห่งวัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บังเอิญเป็นงานฉลองอายุครบ ๘๐ ปี พอดี

เมื่อไปถึงท่านก็ค่อยๆ เดินขึ้นโดยเกาะราวบันได เดินขึ้นบนภูเขาไปเรื่อยๆ รู้สึกเหนื่อยก็หยุดพัก มีขบวนเสลี่ยงหามพระอาจารย์รูปหนึ่งเดินผ่านหลวงปู่ไป ซึ่งดูจากลักษณะของพระอาจารย์รูปนั้นแล้ว ท่านต้องมีอายุพรรษาน้อยกว่าหลวงปู่แน่นอน แต่ก็ยังมีขบวนเสลี่ยงหามขึ้นไป

ส่วนหลวงปู่เองนับเป็นพระผู้มีอายุพรรษาสูงมาก ขณะที่ท่านเดินอยู่นั้นก็ยังไม่มีใครรู้จักท่าน มีลูกศิษย์คนหนึ่งจึงกราบเรียนหลวงปู่ว่า

“หลวงปู่ไม่ขึ้นเสลี่ยงหรือครับ? จะได้ไม่เหนื่อย”

หลวงปู่ท่านตอบว่า

“บ่...เฮาบ่ขึ้นดอก บ่แม่นคนตายแหม...”

แล้วหลวงปู่ท่านก็ค่อยๆ เดินจนถึงถ้ำผาปล่อง เพื่อเข้าไปกราบคารวะและสนทนาปราศรัยกับหลวงปู่สิม พุทธาจาโร

:09:


:38: ขอบพระคุณภาพวัดถ้ำผาปล่อง
จาก http://www.bloggang....oup=25&gblog=86
เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



#159 ผู้ใช้ออฟไลน์   เภตรา ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 11859
  • สมัคร: 02/04/2009

ตอบ: 24/05/2017 - 22:37

:09:

หลวงปู่สาม อกิญจโน


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



ในหนังสือ อกิญจโนบูชา อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีรูปถ่ายของหลวงปู่ในขณะเข้าเยี่ยมอาการอาพาธของหลวงปู่สาม

ศิษย์ได้นำรูปดังกล่าวให้ท่านดู เมื่อหลวงปู่ท่านเห็นก็หัวเราะแล้วเล่าว่า

“เฮาไปถามเพิ่นเด้ ว่าเป็นหยังคือบ่หัว”


เนื่องจากหลวงปู่สามท่านเป็นพระที่เงียบขรึม พูดน้อย ไม่มีรูปใดเลยที่เราจะได้เห็นท่านยิ้มหรือหัวเราะ

หลวงปู่เองก็รู้จักกันกับหลวงปู่สามมาก่อน และท่านเข้าใจในปฏิปทาของหลวงปู่สามเป็นอย่างดี แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้

ท่านก็เลยขยับเข้าไปใกล้ๆ ถามหลวงปู่สามเพราะเกรงว่าท่านจะไม่ได้ยิน แล้วหลวงปู่สามก็ตอบด้วยเสียงอันดังว่า

“ถามหยัง?”

หลวงปู่ท่านก็หัวเราะ แต่หลวงปู่สามท่านก็เงียบ ไม่ยิ้มไม่หัวเราะอีกเหมือนเดิม


เรื่องนี้หลวงปู่ท่านเล่าไปก็หัวเราะไป หลวงปู่เมื่อเวลาพูดถึงครูบาอาจารย์องค์อื่น ท่านมักจะเล่าอย่างอารมณ์ดีเช่นนี้เสมอๆ


:09:


:09: ขอบพระคุณภาพจากเรื่อง "ชีวประวัติ พระอาจารย์สาม อกิญจโน"

http://www.dharma-ga...rm-hist-new.htm

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย เภตรา: 24/05/2017 - 22:41

เรือ...ที่นายช่างต่อดีแล้วอย่างเข้มแข็ง เมื่อถูกคลื่นกระทบ ไม่เสียหายฉันใด
จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น

(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
0



คำตอบต่อไป: เภตรา - เภตรา - เภตรา -
  • (9 หน้า)
  • +
  • « แรก
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ