ลานธรรมเสวนา: อุตริมนุษยธรรม - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

อุตริมนุษยธรรม สิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้ ไม่ควรรังเกียจ ใครมองแง่บวกบ้างครับ ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1759
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 14/07/2010 - 10:24

ถ้าสิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

แต่คนทั่วไปถ้าไม่ฝึกก็ไม่สามารถทำได้ อาศัยประโยชน์จากการเป็นมนุษย์แค่เศษเสี้ยว
บ้างก็มัวหลง ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม ทำไมถึงทุกข์

ใครมองอุตริมนุษยธรรมในแง่บวกบ้างครับ
เฉยๆ
0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   Vicha ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3378
  • สมัคร: 24/01/2004

ตอบ: 14/07/2010 - 11:28

ร่วมสนทนานะครับ.

(ถามสั้นจัง)... ส่วนตัวผมมองอุตริมนุษยธรรมในแง่บวกบ้าง ในแง่ลบบ้าง (เน้น แง่ บวก/ลบ บ้าง บ้างคือไม่เต็มร้อย)

เพราะรู้แจ้งในธรรมอันเป็นไตรลักษณ์ ที่ว่า..

สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์
สิ่งใดเ็ป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา
ผู้มีปัญญาควรพิจารณาเนืองๆ ว่า นั้นไม่ใช่เรา นั้นไม่ใช่ของเรา นั้นไม่ใช่ตัวตนของเรา

ก็จะปล่อยวาง คลายความยึดมั่นถือมั่นลงตามฐานะ ก็จะเ็ห็นเป็นเช่นนั้นเอง.


หมายเหตุ จุดประสงค์ ถ้าบวกด้วยความหลง(โมหะ)และความอยาก(ตัณหา) ก็จะเกิดวิปลาสไปเกินควรเกินฐานะได้ กลายเป็นทุกข์มากกว่าความเป็นปกติที่เป็นปิติสุข.

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย Vicha: 14/07/2010 - 11:30

ธรรมทานย่อมชนะทานทั้งปวง
รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง
ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
ความสิ้นไปแห่งตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง. (พุทธพจน์)

กิจที่เราพึงทำ.............. คือให้ธรรมเป็นทาน
ธรรมนั้นจะสืบสาน........ ให้เบ่งบานในใจเขา
ธรรมจะดำเนินจัดสรร..... เป็นประกันไม่ต้องเขลา
เมื่อจิตยังไม่พ้นเบา....... สมัยเราคงพ้นได้.

สามารถอ่านเรื่องราวส่วนตัวที่ http://www.vichadham.com
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1759
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 14/07/2010 - 12:56

อุตตริมนุสสธรรม ธรรมยวดยิ่งของมนุษย์, ธรรมของมนุษย์ผู้ยอดยิ่ง,
ธรรมล้ำมนุษย์ ได้แก่ ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรคผล,
บางทีเรียกให้ง่ายว่า ธรรมวิเศษ บ้าง คุณวิเศษ หรือ คุณพิเศษ บ้าง
(พจนานุกรมเขียน อุตริมนุสธรรม)

http://84000.org/tip...
เฉยๆ
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1759
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 14/07/2010 - 18:30

อุตตริมนุสสธรรม ธรรมยวดยิ่งของมนุษย์, ธรรมของมนุษย์ผู้ยอดยิ่ง, ธรรมล้ำมนุษย์ ได้แก่ ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรคผล, บางทีเรียกให้ง่ายว่า ธรรมวิเศษ บ้าง คุณวิเศษ หรือ คุณพิเศษ บ้าง (พจนานุกรมเขียน อุตริมนุสธรรม)
http://84000.org/tipitaka/

สวัสดีครับคุณ Vicha
สงสัยผมถามสั้นไปจริงๆครับแต่ที่ตั้งใจถามคงไม่ตรงเสียทีเดียวกับกระทู้ครับ
พอดีดูรายการทางช่องสาม ที่นำเด็กมาออกรายการ ที่ฝึกการใช้สมองส่วนกลาง ซึ่งมนุษย์ไม่ค่อยฝึกกันผลของการใช้ประโยชน์จากสมองส่วนกลางในการรับรู้ ผมดูแล้วก็ทึ่งกับความสามารถของเด็กๆครับ
ตอนแรกผมมองว่าเป็นความสามารถอันยิ่งยวดของมนุษย์ ลืมความหมายที่แท้จริงของ"อุตริมุษยธรรม"ไปครับนำไปรวมกับความสามารถของสมองไป
ซึ่งที่เขาบอกว่ามนุษย์ทั่วไปใช้สมองแค่ ๕% ถ้าใครใช้ความสามารถของสมองมากกว่า ๕%-๑๐% ก็จะเป็นอัฉริยะ แต่ถ้าใช้สมองส่วนกลางก็จะสามารถเชื่อมระหว่าง EQ(สมองฝั่งขวา) IQ(สมองซ้าย) ได้
ผมมองว่าการใช้ประโยชน์จากสมองส่วนกลาง จะทำให้โยนิโสมนสิการ ได้ดียิ่งขึ้นครับ :05:

เมื่อเที่ยงโพสต์ไว้ แต่ไม่โชว์ ก็เลยโพสต์อีกรอบครับ

เพิ่มลิงค์อีกหน่อย http://www.powermindcamp.com

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย damrong121: 14/07/2010 - 18:37

เฉยๆ
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   อนุตตริยะ ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4035
  • สมัคร: 30/01/2004

ตอบ: 14/07/2010 - 20:49

การมีของดี ไม่ได้เป็นสิ่งน่ารั่งเกียจ

แต่

บางคนเขาคิดว่าเขามี แต่จริงๆแล้วเขาไม่มี อันนี้ก็เป็นเรื่องน่าสงสาร

ส่วน

พวกที่มันไม่มี แล้วบอกว่ามี อันนี้แหละ คึอ สิ่งที่น่ารังเกียจ พระพุทธองค์ทรงติเตียน คนกลุ่มนี้ :09:
[size="4"][font="Tahoma"]อย่าคิดสั้นปกป้องความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ จนทำให้เกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนา ลองตั้งสติแล้วหาวิธีการใหม่ที่ดีกว่านี้ดู[/font][/size]
3



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1759
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 15/07/2010 - 08:48

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดครับคุณอนุตตริยะ :99:

จากเรื่องเด็กๆทำได้จากสมองส่วนกลาง
ทำให้ผมคิดว่าเรื่องมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ทำได้ธรรมอันยิ่งยวดได้ครับ :97:

ขึ้นอยู่กับว่าทำหรือไม่ทำครับ :18:
เฉยๆ
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   ม่านหมอก ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 996
  • สมัคร: 23/09/2006

ตอบ: 15/07/2010 - 09:10

ถ้ามีของดีแล้วทำประโยชน์ในด้านดีก็คงต้องมองในเชิงบวกค่ะ
แต่ถ้ามีแล้วนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี เลวร้ายทำลายตนและทำลายผู้อื่น
ย่อมต้องมองในเชิงลบ เป็นธรรมดาค่ะ
[b]เวลาที่ผ่านไป พาใจกายเปลี่ยนแปลง
ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ ไม่มีแม้แต่จะจีรัง[/b]
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   มาฆะ ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 650
  • สมัคร: 25/07/2006

ตอบ: 15/07/2010 - 15:13

อ้างอิง

อุตตริมนุสสธรรม ธรรมยวดยิ่งของมนุษย์, ธรรมของมนุษย์ผู้ยอดยิ่ง, ธรรมล้ำมนุษย์ ได้แก่ ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรคผล, บางทีเรียกให้ง่ายว่า ธรรมวิเศษ บ้าง คุณวิเศษ หรือ คุณพิเศษ บ้าง (พจนานุกรมเขียน อุตริมนุสธรรม)


มองอุตริมนุษยธรรมในแง่บวกนะ เพราะฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรคผล จัดเป็นกุศลทั้งสิ้น
แต่ผู้ที่ได้ ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรคผลขั้นที่ต่ำกว่าพระอรหันต์ มักจะได้ มานะสังโยชน์ เป็นของแถม เป็น อัญญมัญญปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อกุศลจิตจึงเกิดตามมาได้

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย มาฆะ: 15/07/2010 - 15:13

0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   มาฆะ ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 650
  • สมัคร: 25/07/2006

ตอบ: 15/07/2010 - 15:24

จริงๆก็คิดนะว่ามนุษย์ก็สามารถทำอะไรเหลือเชื่อได้มากมาย เอาแบบทางโลก ด้วยกามาวจรจิตธรรมดา ไม่ต้องใช้ถึง รูปา/อรูปาวจรจิตหรอก

ยกตัวอย่าง ในหลวงของเรา ทรงทำฝนเทียมได้ หรือ
มนุษย์บินไม่ได้โดยสรีรร่างกาย ก็หาทางทำให้บินได้จนได้ หรือ
มือ-ขาที่ขาดไปแล้ว ก็กำลังจะสร้างมือ ขา electronics ที่สามารถสั่งการได้จากสมอง หรือ
คุย กัน ข้ามจังหวัด ข้ามทวีป ข้ามโลก ก็ได้
:10:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย มาฆะ: 15/07/2010 - 15:24

0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   มาฆะ ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 650
  • สมัคร: 25/07/2006

ตอบ: 15/07/2010 - 15:33

ได้ดู TV เรื่องปิดตาอ่านหนังสือเหมือนกัน เป็นกระทู้ถกเถียงมากมายใน Pantip หว้ากอ เรื่องความน่าเชื่อถือและความเป็นไปได้
การฝึกดูจากรูปก็คล้ายๆกับการฝึกกสิณนะ เพียงแต่เปลี่ยนจากกสิณ 10 เป็นไพ่ เป็นหนังสือ
สงสัยอยู่นิดเดียวว่า ถ้าเด็กอายุเกิน 12 ขวบไปแล้ว ความสามารถนี้จะคงอยู่หรือไม่เท่านั้น :10:
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1759
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 15/07/2010 - 15:47

สวัสดีครับคุณมาฆะ คุณม่านหมอก

เอาเรื่องเด็กก่อนนะครับ ฝึกแค่สองวัน ใจก็แนบกับกายได้ยิ่งขึ้นแล้ว
โดยใช้เสียงเพลง การเล่น การผ่อนคลาย ล่อให้ใจแนบกับกายครับ :10:
เฉยๆ
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   damrong121 ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1759
  • สมัคร: 07/05/2006

ตอบ: 15/07/2010 - 19:51

ไปอ่านมาแล้วครับ คุณมาฆะครับ

จากความเห็นมากมาย คิดว่าถูกเด็กหลอกเสียแล้วครับ :10: :10: :10:
เฉยๆ
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   มาฆะ ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 650
  • สมัคร: 25/07/2006

ตอบ: 16/07/2010 - 08:51

ตอนที่ตั้งใจดูเรื่องนี้ที่ช่อง 3 ก็เพราะมีน้องในที่ทำงานเขามาถามว่าเชื่อไหมว่ามีวิธีฝึกเด็กให้ปิดตาอ่านหนังสือได้ เมื่อต้นเดือนที่แล้ว ลูกของเพื่อนเขาไปเรียนแค่ 2 วันจริงๆ กลับบ้านแล้วลูกเขาอ่านให้พ่อแม่ดู ก็ทำได้จริงแต่พ่อแม่เขาก็บอกว่าก็ทำได้เพียงแค่นี้เอง ที่เขาตั้งใจส่งไปฝึกก็เพื่อต้องการให้เด็กไม่ Hyper แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าลูกเขายัง Hyper อยู่ แล้วก็ เขาส่งไป 2 คน ทำได้เพียง 1 คน จึงไม่ส่งให้ไปเรียนต่อ เนื่องจากค่าเรียนแพงมาก เป็นหมื่นขึ้นไปต่อ 2 วัน ก็เลยคิดว่าถ้าไปฝึกสมาธิ สติ ที่วัดต่างๆ อาจจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่านี้ แถมได้บุญอย่างอื่นด้วย

โดยความคิดตัวเองก็เชื่อว่ามีคนบางคนสามารถทำได้ จึงดูโดยไม่ได้คิดจับผิดอะไร แต่ดูในหว้ากอ โอ้โห เขาดูกันละเอียดขนาดนี้เชียว :96: ลองไปเอาผ้าปิดตาตัวเองดูบ้าง แต่สงสัยคงจะเหมือนคนหนึ่งใน pantip คือ จมูกดั้งน้อยไปหน่อย :31: เลยมองรอดจมูกไม่ได้เลย :10:
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   govit2552 ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2116
  • สมัคร: 28/06/2009

ตอบ: 18/07/2010 - 06:25

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ 3

ข้อความบางตอนจาก ปาฏิกสูตร

ดูก่อนสุนักขัตตะ เธอจะสำคัญความข้อ

นั้นเป็นไฉน คือเมื่อเราได้กระทำอิทธิปาฏิหาริย์ที่ยิ่งยวดกว่าธรรม

ของมนุษย์ก็ดี หรือมิได้กระทำก็ดี ธรรมที่เราได้แสดงไว้แล้ว ย่อม

นำผู้ประพฤติให้สิ้นทุกข์โดยชอบหรือ. เขาทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้

เจริญ เมื่อพระองค์ได้ทรงทำอิทธิปาฏิหาริย์ที่ยิ่งยวดกว่าธรรมของ

มนุษย์ หรือมิได้ทรงกระทำก็ดี ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงไว้ ย่อมนำ

ผู้ประพฤติให้สิ้นทุกข์โดยชอบ พระเจ้าข้า. เรากล่าวว่า ดูก่อน

สุนักขัตตะ เพราะเหตุที่เมื่อเราได้กระทำอิทธิปาฏิหาริย์ที่ยิ่งยวดกว่า

ธรรมของมนุษย์หรือมิได้กระทำก็ดี ธรรมที่เราได้แสดงไว้ย่อมนำผู้

ประพฤติให้สิ้นทุกข์โดยชอบ เพราะเหตุนั้น เธอปรารถนาการทำ

อิทธิปฏิหาริย์ที่ยิ่งยวดกว่าธรรมของมนุษย์ไปทำไม. ดูก่อนโมฆบุรุษ

เธอจงเห็นว่า การกระทำเช่นนี้เป็นความผิดของเธอเพียงใด.
ยังงมงาย.... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูกแค่ 30 เปอร์เซนต์ หรือไม่ถึงด้วยซ้ำ
เลิกงมงาย... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก กว่า 90 เปอร์เซนต์ ถูกต้องตรงตามนั้น

ขอแนะนำครับ
http://www.vitwong.blogspot.com/
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   govit2552 ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2116
  • สมัคร: 28/06/2009

ตอบ: 18/07/2010 - 06:38

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 207

ปฐมสุขสูตร

ว่าด้วยเหตุให้เกิดทุกข์และสุข

[๖๕] สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ที่นาลกคาม แคว้นมคธ

ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่อว่าสามัณฑกานิ เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่

อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึง

กันไปแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตร

ว่า ดูก่อนท่านพระสารีบุตร อะไรหนอเป็นเหตุให้เกิดสุข อะไรหนอ

เป็นเหตุให้เกิดทุกข์.
ยังงมงาย.... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูกแค่ 30 เปอร์เซนต์ หรือไม่ถึงด้วยซ้ำ
เลิกงมงาย... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก กว่า 90 เปอร์เซนต์ ถูกต้องตรงตามนั้น

ขอแนะนำครับ
http://www.vitwong.blogspot.com/
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   govit2552 ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2116
  • สมัคร: 28/06/2009

ตอบ: 18/07/2010 - 06:39

ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ การเกิดเป็นเหตุให้

เกิดทุกข์ การไม่เกิดเป็นเหตุให้เกิดสุข ดูก่อนผู้มีอายุ เมื่อมีการเกิด เป็น

อันหวังได้ทุกข์นี้ คือ ความหนาว ความร้อน ความหิว ความระหาย

อุจจาระ ปัสสาวะ สัมผัสไฟ สัมผัสท่อนไม้ สัมผัสศัสตรา ญาติก็ดี

มิตรก็ดี มาประชุมพร้อมกัน ย่อมโกรธเคืองเขา ดูก่อนผู้มีอายุ เมื่อมี

การเกิด เป็นอันหวังได้ทุกข์นี้ ดูก่อนผู้มีอายุ เมื่อไม่มีการเกิด เป็นอัน

หวังได้สุขนี้ คือ ความไม่หนาว ความไม่ร้อน ความไม่หิว ความไม่

ระหาย ไม่ต้องอุจจาระ ไม่ต้องปัสสาวะ ไม่ต้องสัมผัสไฟ ไม่ต้องสัมผัส

ท่อนไม้ ไม่ต้องสัมผัสศัสตรา ญาติก็ดี มิตรก็ดี มาประชุมพร้อมกัน ย่อมไม่

โกรธเคืองเขา ดูก่อนผู้มีอายุ เมื่อไม่มีการเกิด เป็นอันหวังได้สุขนี้ ดังนี้ .

จบปฐมสุขสูตรที่ ๕
ยังงมงาย.... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูกแค่ 30 เปอร์เซนต์ หรือไม่ถึงด้วยซ้ำ
เลิกงมงาย... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก กว่า 90 เปอร์เซนต์ ถูกต้องตรงตามนั้น

ขอแนะนำครับ
http://www.vitwong.blogspot.com/
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   กบนอกกะลา ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 278
  • สมัคร: 03/05/2009

ตอบ: 18/07/2010 - 20:39

โมทนาสาธุ..กับท่าน govit2552 ครับ :09: :09:
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   govit2552 ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2116
  • สมัคร: 28/06/2009

ตอบ: 20/07/2010 - 06:50

ฤทธิ์ที่ไม่มีอาสวะ ไม่มีอุปธิ เรียกว่า อริยะ เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ถ้าหวังอยู่ว่า ‘เราพึงมีสัญญาในสิ่งที่ปฏิกูลว่า
ไม่ปฏิกูลอยู่’ ก็ย่อมมีสัญญาในสิ่งที่ปฏิกูลนั้นว่าไม่ปฏิกูลอยู่ ถ้าหวังอยู่ว่า ‘เราพึง
มีสัญญาในสิ่งที่ไม่ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่’ ก็ย่อมมีสัญญาในสิ่งที่ไม่ปฏิกูลนั้นว่า
เป็นสิ่งปฏิกูลอยู่ ถ้าหวังอยู่ว่า ‘เราพึงมีสัญญาในสิ่งที่ปฏิกูลและไม่ปฏิกูลว่าไม่
ปฏิกูลอยู่’ ก็ย่อมมีสัญญาในสิ่งที่ปฏิกูลและไม่ปฏิกูลนั้นว่าไม่ปฏิกูลอยู่ ถ้าหวังอยู่
ว่า ‘เราพึงมีสัญญาในสิ่งปฏิกูลและไม่ปฏิกูลว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่’ ก็ย่อมมีสัญญาในสิ่ง
ที่ปฏิกูลและไม่ปฏิกูลนั้นว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอยู่ ถ้าหวังอยู่ว่า ‘เราพึงละวางสิ่งที่ปฏิกูล
และไม่ปฏิกูลทั้งสองนั้นเสีย มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะอยู่’ ก็ย่อมมีอุเบกขา
มีสติสัมปชัญญะในสิ่งที่ปฏิกูลและไม่ปฏิกูลนั้นอยู่
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ นี้คือฤทธิ์ที่ไม่มีอาสวะ ไม่มีอุปธิ เรียกว่า อริยะ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ นี้คือเทศนาอันยอดเยี่ยมในการแสดงฤทธิ์
พระผู้มีพระภาคย่อมทรงรู้ยิ่งธรรมข้อนั้นไม่มีเหลืออยู่ เมื่อทรงรู้ยิ่งธรรมข้อนั้น
ไม่มีเหลืออยู่ ก็ไม่มีธรรมข้ออื่นที่จะทรงรู้ยิ่งขึ้นไปอีก จะพึงมีสมณะหรือพราหมณ์
อื่นผู้รู้ธรรมยิ่ง มีปัญญาเกินไปกว่าพระผู้มีพระภาค ในเรื่องการแสดงฤทธิ์อีกหรือ


ยังงมงาย.... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูกแค่ 30 เปอร์เซนต์ หรือไม่ถึงด้วยซ้ำ
เลิกงมงาย... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก กว่า 90 เปอร์เซนต์ ถูกต้องตรงตามนั้น

ขอแนะนำครับ
http://www.vitwong.blogspot.com/
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   govit2552 ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2116
  • สมัคร: 28/06/2009

ตอบ: 20/07/2010 - 07:51

จากพระไตรปิฏก
ธรรม ๓ ประการที่ควรทำให้แจ้ง คืออะไร
คือ วิชชา ๓ ได้แก่
๑. วิชชา คือความหยั่งรู้ที่ทำให้ระลึกถึงชาติก่อนได้
๒. วิชชา คือความหยั่งรู้การจุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย
๓. วิชชา คือความหยั่งรู้ในธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
นี้ คือธรรม ๓ ประการที่ควรทำให้แจ้ง

ยังงมงาย.... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูกแค่ 30 เปอร์เซนต์ หรือไม่ถึงด้วยซ้ำ
เลิกงมงาย... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก กว่า 90 เปอร์เซนต์ ถูกต้องตรงตามนั้น

ขอแนะนำครับ
http://www.vitwong.blogspot.com/
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   govit2552 ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2116
  • สมัคร: 28/06/2009

ตอบ: 20/07/2010 - 07:56

ธรรม ๖ ประการที่ควรทำให้แจ้ง คืออะไร
คือ อภิญญา ๖ ได้แก่
๑. ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง คือ คนเดียว
แสดงเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนแสดงเป็นคนเดียวก็ได้ แสดง
ให้ปรากฏ หรือแสดงให้หายไปก็ได้ ทะลุฝา กำแพง (และ)ภูเขา
ไปได้ไม่ติดขัด เหมือนไปในที่ว่างก็ได้ ผุดขึ้นหรือดำลงในแผ่น
ดินเหมือนไปในน้ำก็ได้ เดินบนน้ำโดยที่น้ำไม่แยกเหมือนเดิน
บนแผ่นดินก็ได้ นั่งขัดสมาธิเหาะไปในอากาศ เหมือนนกบิน
ไปก็ได้ ใช้ฝ่ามือลูบคลำดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ อันมีฤทธิ์มาก
มีอานุภาพมากก็ได้ ใช้อำนาจทางกายไปจนถึงพรหมโลกก็ได้
๒. ภิกษุนั้นได้ยินเสียง ๒ ชนิด คือ เสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ทั้ง
ที่อยู่ไกลและใกล้ด้วยหูทิพย์อันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์
๓. ภิกษุนั้นกำหนดรู้จิตของสัตว์และคนอื่นด้วยจิตของตน คือ จิต
มีราคะก็รู้ว่าจิตมีราคะ หรือปราศจากราคะก็รู้ว่าปราศจาก
ราคะ จิตมีโทสะก็รู้ว่ามีโทสะ หรือปราศจากโทสะก็รู้ว่า
ปราศจากโทสะ จิตมีโมหะก็รู้ว่ามีโมหะ หรือปราศจากโมหะ
ก็รู้ว่าปราศจากโมหะ จิตหดหู่ก็รู้ว่าหดหู่ หรือฟุ้งซ่านก็รู้ว่า
ฟุ้งซ่าน จิตเป็นมหัคคตะก็รู้ว่าเป็นมหัคคตะ หรือไม่เป็น
มหัคคตะก็รู้ว่าไม่เป็นมหัคคตะ จิตมีจิตอื่นยิ่งกว่าก็รู้ว่ามีจิต
อื่นยิ่งกว่า หรือไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่าก็รู้ว่าไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่า จิต
เป็นสมาธิก็รู้ว่าเป็นสมาธิ หรือไม่เป็นสมาธิก็รู้ว่าไม่เป็นสมาธิ
จิตหลุดพ้นก็รู้ว่าหลุดพ้น หรือไม่หลุดพ้นก็รู้ว่าไม่หลุดพ้น
๔. ภิกษุนั้น ระลึกชาติก่อนได้หลายชาติ คือ ๑ ชาติบ้าง ๒ ชาติ
บ้าง ๓ ชาติบ้าง ๔ ชาติบ้าง ๕ ชาติบ้าง ๑๐ ชาติบ้าง
๒๐ ชาติบ้าง ๓๐ ชาติบ้าง ๔๐ ชาติบ้าง ๕๐ ชาติบ้าง
๑๐๐ ชาติบ้าง ๑,๐๐๐ ชาติบ้าง ๑๐๐,๐๐๐ ชาติบ้าง ตลอด
สังวัฏฏกัปเป็นอันมากบ้าง ตลอดวิวัฏฏกัปเป็นอันมากบ้าง
ตลอดสังวัฏฏกัปและวิวัฏฏกัปเป็นอันมากบ้าง ว่า ‘ในภพโน้น
เรามีชื่ออย่างนั้น มีตระกูล มีวรรณะ มีอาหาร เสวยสุขทุกข์
และมีอายุอย่างนั้น ๆ จุติจากภพนั้นแล้วก็ไปเกิดในภพโน้น ในภพ
นั้นเราก็มีชื่ออย่างนั้น มีตระกูล มีวรรณะ มีอาหาร เสวยสุข
ทุกข์ และมีอายุอย่างนั้น ๆ จุติจากภพนั้นแล้วจึงมาเกิดในภพนี้’
เธอระลึกชาติก่อนได้หลายชาติพร้อมทั้งลักษณะทั่วไปและ
ชีวประวัติอย่างนี้
๕. ภิกษุนั้นเห็นหมู่สัตว์ผู้กำลังจุติ กำลังเกิด ทั้งชั้นต่ำและชั้นสูง
งามและไม่งาม เกิดดีและเกิดไม่ดี ด้วยตาทิพย์อันบริสุทธิ์
เหนือมนุษย์ รู้ชัดถึงหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมว่า ‘หมู่สัตว์ที่
ประกอบกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต กล่าวร้ายพระ
อริยะ มีความเห็นผิด และชักชวนผู้อื่นให้ทำกรรมตามความ
เห็นผิด พวกเขาหลังจากตายแล้วจะไปบังเกิดในอบาย ทุคติ
วินิบาต นรก แต่หมู่สัตว์ที่ประกอบกายสุจริต วจีสุจริต และ
มโนสุจริต ไม่กล่าวร้ายพระอริยะ มีความเห็นชอบ และ
ชักชวนผู้อื่นให้ทำกรรมตามความเห็นชอบ พวกเขาหลังจาก
ตายแล้วจะไปบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์’ เธอเห็นหมู่สัตว์ผู้กำลัง
จุติ กำลังเกิด ทั้งชั้นต่ำและชั้นสูง งามและไม่งาม เกิดดีและ
เกิดไม่ดี ด้วยตาทิพย์อันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์ รู้ชัดถึงหมู่สัตว์
ผู้เป็นไปตามกรรมอย่างนี้แล
๖. ภิกษุนั้นทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะ
เพราะอาสวะสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน
นี้ คือธรรม ๖ ประการที่ควรทำให้แจ้ง
ยังงมงาย.... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูกแค่ 30 เปอร์เซนต์ หรือไม่ถึงด้วยซ้ำ
เลิกงมงาย... เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก กว่า 90 เปอร์เซนต์ ถูกต้องตรงตามนั้น

ขอแนะนำครับ
http://www.vitwong.blogspot.com/
0



คำตอบต่อไป: มาฆะ - govit2552 - มาฆะ -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ