ลานธรรมเสวนา: สิบยอดสตรีในพระพุทธศาสนา - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

สิบยอดสตรีในพระพุทธศาสนา ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   บัวจงกลนี ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1779
  • สมัคร: 19/05/2009

ตอบ: 19/03/2010 - 08:24

โลกปัจจุบัน “ สตรี ” ได้มีบทบาทมากขึ้น จนหลายครั้งก็สามารถเทียบชั้นหรือดีกว่าสุภาพบุรุษ เสียด้วยซ้ำ
หลายครั้งโลกต้องให้สมญานามสตรีบางท่านว่า สตรีหมายเลขหนึ่งบ้าง สตรีเหล็กบ้าง หรือมีอีกมากมาย บทบาท
ของสตรีทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น จึงได้กำหนด วันที่ ๘ มีนาคม ของทุกปีเป็น “วันสตรีสากล”
ไม่ว่าสตรีนั้นจะอยู่ในส่วนใดของโลก หรือยากดีมีจน ก็ได้รับการยกย่องเสมอเหมือนกัน

มองมาใกล้ตัว ในประเทศไทยนับแต่โบราณกาลสตรีไทยไม่ได้รับการยกย่องเชิดชู เห็นได้จากการเรียกขานสตรีไทยว่า
“สตรีเป็นช้างเท้าหลัง” มีหน้าที่ที่ถูกกำหนดว่า ต้องดูแลปรนนิบัติผู้เป็นสามีมิให้บกพร่อง เลี้ยงลูก อยู่กับบ้านเฝ้าแต่เรือน
ไม่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสือ(นอกเสียจากเรียนการทำอาหาร เย็บปักถักร้อย )ไม่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น
แต่ก็มีสตรีไทยหลายท่านได้มีบทบาทในหลายโอกาส แสดงความเข้มแข็ง กล้าหาญ เสียสละแม้ชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมือง
จนท่านเหล่านั้นได้รับการยกย่องให้เป็น “ วีรสตรีไทย ” เช่น สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ท้าวสุรนารี ท้าวเทพกษัตย์ตรี
ท้าวศรีสุนทร เป็นต้น

ครั้งพุทธกาลในพุทธศาสนา ก็ได้มีสตรีที่น่ายกย่องเชิดชูหลายท่าน ที่นับว่ามีคุณูปการต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระศาสดา
และพุทธศาสนา สตรีเหล่านี้ยังได้เป็น ศาสนทายาท ที่งดงามของพุทธศาสนาของเราโดยไม่เสื่อมคลายจนถึงปัจจุบัน

ขอนำเสนอชีวประวัติของสตรีที่มีบทบาทสำคัญในพระพุทธศาสนาและในสังคมครั้งพุทธกาล จำนวน ๑๐ คน ซึ่งพระพุทธเจ้า
ทรงยกย่องให้เป็นเลิศในด้านต่างๆ โดยสังเขป

๑. นางสุชาดา เป็นธิดาของเสนิยกฎมพี ในหมู่บ้านเสนานิคม ตำบลอุรุเวลา เมื่อย่างเข้าสู่วัยสาวนางได้ทำพิธีบวงสรวง
ต่อเทพยดาที่สิงสถิตอยู่ ณ ต้นไทรใหญ่ใกล้บ้านโดยตั้งความปรารถนาไว้สองประการคือ ขอให้นางได้แต่งงานกับชายที่มีบุญ
และมีทรัพย์สินเสมอกัน และขอให้นางมีบุตรคนแรกเป็นชาย
ความปรารถนาของนางสำเร็จดังที่ตั้งใจไว้ และนางได้ทำพิธีบวงสรวงเทพยดาเมื่อบุตรชายของนางแต่งงานแล้ว
โดยนำข้าวมธุปยาสใส่ถาดทองคำ ไปบวงสรวงเทพยดา ณ ต้นไทรที่นางเคยบนบานไว้ ซึ่งนางได้พบพระสิทธัตถะ
โพธิสัตว์ประทับนั่งอยู่ที่นั้น มีรัศมีเปล่งปลั่งน่าเลื่อมใส นางเข้าใจว่าเป็นเทพยดา จึงน้อมถาดทองคำ
ที่ใส่ข้าวมธุปยาสเข้าไปถวายพระโพธิสัตว์รับถาดทองคำนั้นไว้ เมื่อนางถวายถาดทองคำแล้วก็เลี่ยงออกไปโดยไม่เสียดาย
ถาดทองคำอันมีค่าเลยพระโพธิสัตว์เสวยข้าวมธุปยาสแล้วก็ลอยถาดทองคำลงในแม่น้ำเนรัญชรา วันนั้นเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
เป็นวันแห่งการตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในกาลต่อมา “ ยสะ ” ซึ่งเป็นบุตรชายของนางสุชาดา ได้พบพระพุทธเจ้าที่ป่าอิสิปตนะมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี
ได้ฟังธรรมจากพระศาสดาและได้บรรลุอรหันผล เมื่อได้ฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าแสดงแก่บิดาของตน แล้วทูลขออุปสมบท
เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา บิดาของท่านได้เป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัย
สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทฺธาน สาสนํ ฯ

"การไม่ทำชั่วทั้งปวง หรือการไม่ทำบาปทั้งปวง