ลานธรรมเสวนา: เกย์กับธรรมะ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

เกย์กับธรรมะ วิบากกรรมของคนที่เป็นเกย์เกิดจากอะไรครับ ? ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   final_dream_me ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 3
  • สมัคร: 06/11/2009

ตอบ: 06/11/2009 - 21:32

ขณะนี้ผมเป็นนักเรียนทหารเรียนประจำอยู่ที่โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง ที่จะต้องอยู่กับผู้ชายด้วยกันตลอด
ผมรู้ตัวว่าผมเป็นคนที่หลงในรูป รส กลิ่น เสียง ง่ายมากๆ ชอบสิ่งบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะงานมหรสพ
ชมภาพยนต์ การแสดงต่างๆ สามารถรับรู้ความรู้สึกและความต้องการของคนอื่นๆได้ไว

แล้วก็มักจะเป็นทุกข์จากความรู้สึกที่ไม่เคยสมหวังในรัก มีเพื่อนผู้หญิงมาชอบผมหลายคนเนื่องด้วยที่ผมเป็นคนคุยเก่ง ร่าเริง เป็นผู้ฟังที่ดี แต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกรักกับพวกเธอได้เลย ที่มีก็เป็นความรู้สึกเห็นใจสงสารจนเคยเป็นแฟนกันอยู่คนนึง แต่ก็เลิกไปในที่สุด ผมคิดว่าตนเป็นเกย์ครับเพราะมีความรู้สึกดีๆกับเพื่อนที่เป็นเพศเดียวกันอยู่บ่อยๆ จนเคยเกินเลยกันก็มี

ผมจึงเริ่มลองหาแฟนที่เป็นผู้ชาย ทุกอย่างมันไปไวมากเลยครับ
แค่คุยโทรศัพท์นัดเจอแล้วก็มีอะไรกันจนคบกันไปอยู่เดือนนึง ผมรู้สึกว่าแบบนี้มันไม่ใช่รักหรอกจึงเลิกกันไป แล้วก็อยู่คนเดียวมาครึ่งค่อนปี จนมาเจอคนนึงในHi5 แล้วก็เป็นแบบเดิมครับ
ผมไปเจอเขาแล้วก็เริ่มคบกัน แต่คราวนี้ผมอยากลองพิสูจน์รักแท้ดู คบมาได้สองเดือนกว่าแล้วครับ

เขาแก่กว่าผมมาก ผม21 เขา 29 และก็อยู่ไกลกันมาก ผมอยู่กรุงเทพ เขาอยู่บุรีรัมย์

ผมเป็นคนที่อ่านหนังสือธรรมะเยอะมากครับ ชอบทำบุญ ชอบฟังธรรม มันคล้ายๆกับมีผมสองคนในร่างเดียวกันนะครับ มันคอยรั้งๆกันอยู่ บางทีตัวดีก็ชนะ บางทีก็แพ้ ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี ผมอยากทราบว่าที่ผมคบกับผู้ชายนั้นมันถูกต้องไหมครับ ที่ผมเป็นแบบนี้มันเกิดจากกกรรมอะไร
แล้วจะมีวิธีฝึกอย่างไรบ้างที่จะช่วยลดราคะ ลดความอยากในรูปร่าง หน้าตา ลงได้ ขอบคุณมากครับ
0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   โปร่งแสง ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 914
  • สมัคร: 20/04/2006

ตอบ: 06/11/2009 - 22:25

ถ้าเรามีใจหนักแน่นก็จะไม่หวั่นไหวค่ะ
ความลังเล อ่อนไหว ไม่หนักแน่นเป็นจริตฝ่ายผู้ญค่ะ

ถ้าอยากเป็นคนหนักแน่น ก็ต้องฝึกทำตนให้หนักแน่น
ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าตนเองต้องการอะไร(แต่เป็นในเรื่องที่ถูกนะคะ)
แล้วเวลามีความคิดสองทางปะปนในหัว ก็ให้ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนว่าทางไหนเป็นทางที่จะพาไปสู่เป้าหมายนั้นได้

หรือตั้งสัจจะอะไรดีๆสักเรื่องหนึ่งว่าจะทำให้สำเร็จ เริ่มจากเรื่องง่ายๆก่อนก็ได้ เช่น สวดมนต์ก่อนนอนทุกวัน พอทำได้หนึ่งอย่างก็จะมีกำลังใจ มีความเข้มแข็งทางใจว่าเราก็ทำได้นะ แล้วก็เขยิบทำเรื่องดีๆมากขึ้นไป

สู้ๆค่ะ
เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ลังเลไปโลเลมาไม่ดีหรอกค่ะ :03:
1



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   Gow27 ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 373
  • สมัคร: 27/03/2005

ตอบ: 07/11/2009 - 01:27

อ้างอิง
วิบากกรรมของคนที่เป็นเกย์เกิดจากอะไรครับ ? ที่ผมเป็นแบบนี้มันเกิดจากกกรรมอะไร



อรรถกถา มหานารทกัสสปชาดก

เมื่อพระนางรุจาราชธิดาจะทรงแสดงชาติอื่นๆ จึงทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นลิงนั้นแล้ว ได้เกิดเป็นโค ในทสันนรัฐ. ถูกเขาตอน มีกำลังแข็งแรง. กระหม่อมฉันต้องเทียมยานอยู่สิ้นกาลนาน นั่นเป็นผลของกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาผู้อื่น. ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นโคนั้นแล้ว มาบังเกิดเป็นกระเทย ในตระกูลที่มีโภคสมบัติมาก ในแคว้นวัชชี. จะได้เกิดเป็นมนุษย์ยากจริงๆ. นั่นเป็นผลแห่งกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาผู้อื่น.
http://84000.org/tip...=28.0&i=834&p=2
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   เฉลิมศักดิ์ ไอคอน

  • ตอบ 6000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 6244
  • สมัคร: 26/01/2004

ตอบ: 07/11/2009 - 06:27

:09: สาธุครับ คุณ Gow27 ที่ได้นำเหตุและผล จาก พระไตรปิฏก อรรถกถา มาแสดง

-----------------------------------------

เพิ่มเติมครับ

พระอภิธัมมัตถสังคหะ

ปณฺฑก -- บัณเฑาะก์ หรือ วิปริตทางเพศ

http://larndham.net/...pic=12911&st=25

บัณเฑาะก์มี ๕ จำพวก

๑. อาสิตฺตกปณฺฑก ได้แก่ บัณเฑาะก์ที่ดูดกินซึ่งอสุจิ บุคคลใดมีความกำหนัดกระวนกระวายแล้วเอาปากคาบองคชาตของบุรุษอื่นดูดกินซึ่งน้ำอสุจิแล้วจึงระงับดับความกระวนกระวาย หรือบุคคลบางพวกที่ตอนแรกยังไม่เกิดความกำหนัด ครั้นเมื่อได้ดูดกินซึ่งน้ำอสุจิแล้วเกิดความกำหนัดยินดี บุคคลทั้งสองพวกนี้ชื่อว่า อาสิตตกบัณเฑาะก์

๒. อุสฺสูยปณฺฑก พวกบัณเฑาะก์ที่แอบดูการร่วมเพศ บุคคลผู้ใดได้โอกาสแอบดูบุรุษ และสตรีร่วมเพศกันอยู่ ก็บังเกิดความริษยาในขณะเดียวกัน ความกำหนัดยินดีที่ตนมีอยู่ก็ระงับดับลง คล้ายกับว่าตนได้เสพด้วยฉะนั้น บุคคลพวกนี้ชื่อว่า อุสสูยบัณเฑาะก์

๓. โอปกฺกมิกปณฺฑก บัณเฑาะก์พวกที่ถูกตอน บุคคลบางพวกที่ต้องถูกตอนไม่ให้มีความกำหนัดยินดีเกิดขึ้น เช่น พวกขันที ที่ต้องมีหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกับนางสนมกำนัลของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นบุคคลที่ได้ชื่อว่า โอปักกมิกบัณเฑาะก์ พวกบัณเฑาะก์ประเภทนี้มิได้เป็นมาโดยกำเนิด จึงถือว่าปฏิสนธิด้วยอเหตุกปฏิสนธิมิได้ อาจเป็นอเหตุกปฏิสนธิ , ทวิเหตุกปฏิสนธิหรือติเหตุกปฏิสนธิก็ได้

๔. ปกฺขปณฺฑก บัณเฑาะก์ที่เกิดกำหนัดแห่งปักษ์ บุคคลบางพวกมีความกำหนัดในกาฬปักษ์ คือ กาลข้างแรม ครั้นถึงชุณหปักษ์ คือ ข้างขึ้น ความกำหนัดกระวนกระวายก็หายไป หรือมีความกำหนัดในชุณหปักษ์ ครั้นถึงกาฬปักษ์ความกำหนัดกระวนกระวายก็หายไป บุคคลพวกนี้ชื่อว่า ปักขบัณเฑาะก์

๕. นปํสกปณฺฑก บัณเฑาะก์ผู้ไม่ปรากฏเพศ บุคคลผู้ใดที่เกิดในกามภูมิอวัยวะเพศหญิง และเพศชายไม่ปรากฏทั้งสองเพศ มีแต่ช่องสำหรับถ่ายปัสสาวะเท่านั้น บุคคลชนิดนี้ชื่อว่า นปุงสกบัณเฑาะก์

บัณเฑาะก์ทั้ง ๕ จำพวกนี้ เมื่อแสดงโดยตรงแล้วมุ่งหมายเอา นปุงสกบัณเฑาะก์ ดังวจนัตถะว่า ปฑติลิงฺคเวกลฺลภาวํ คจฺฉตีติ ปณฺฑโก ผู้ที่มีเครื่องหมายแห่งบุรุษ และสตรีเพศขาดตกบกพร่อง ผู้นั้นชื่อว่า บัณเฑาะก์

---------------------------------------------------

คนเป็นกะเทยได้อย่างไร โดย. ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
http://www.abhidhamo...n/BM/krateu.doc

---------------------------------------------------

" เ ลื อ ด ป ร ะ จำ เ ดื อ น ของ ห ญิ ง "
เหตที่ผู้หญิงมีเลือดประจำเดือนมากน้อยต่างกัน
http://larndham.net/...opic=17891&st=0

------------------------------------------------------------

ตอบกระทู้ ผลกรรมของการผิดศีลข้อ ๓
http://larndham.net/...opic=30113&st=1

http://larndham.net/...opic=30113&st=6

---------------------------------------------------
http://thaimisc.pukp...aew&topic=11191

๓. กาเมสุมิจฉาจาร หมายถึงการล่วงเกินผู้อื่น จะตัดสินว่าได้กระทำผิดในข้อนี้ โดยมีองค์ประกอบในการตัดสิน คือ

๑) บุคคลนั้นไม่ควรล่วงเกิน คือนอกเหนือจากตัวเราเองไม่ควรล่วงเกินทั้งสิ้น
๒) มีจิตคิดจะล่วงเกิน
๓) มีความพยายาม และดำเนินการ
๔) ได้ล่วงเกินสมปรารถนา นับตั้งแต่อวัยวะถึงอวัยวะ
เช่น การผิดประเวณีหรือทำร้ายร่างกาย เป็นต้น

โดยส่วนใหญ่การกระทำผิดในข้อนี้ คนส่วนมากมักจะนึกถึง การประพฤติผิดในกาม หรือ การล่วงประเวณี อันเป็นการกระทำลามกซึ่งบัณฑิตทั้งหลายพึงติเตียน นั่นคือ การผิดลูกเมียเขาซึ่งเป็นความประพฤติที่สังคมทั่วไปไม่ยอมรับ ผู้ที่กระทำจึงต้องมีพฤติกรรมที่ปิดบัง และซ่อนเร้น การกระทำอกุศลเช่นนี้ ผลที่จะได้รับในปวัตติกาล คือ

(๑) มีผู้เกลียดชังมาก เพราะการกระทำที่ผิดลูกเมียเขาย่อมสร้างความโกรธแค้นให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย ผลที่ได้รับคือมีศัตรู และมีคนเกลียดชังมาก ในข้อนี้ทุกคนก็ต้องเคยประสบมา แต่อาจเป็นเพียงเศษกรรม เช่น เวลาที่มีเรื่องขัดใจกับใคร และมีการโต้เถียง ทำให้มองหน้ากันไม่ได้ หรือบางคนอาจมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง มียศฐาบรรดาศักดิ์ แต่ไม่เป็นที่สบอารมณ์ของลูกน้อง เป็นต้น

๒) มีผู้คิดปองร้าย เพราะได้เคยสร้างศัตรู สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับผู้อื่น ตัวอย่างเช่น นักเรียนบางคนเป็นคนเรียบร้อย ไม่เคยมีเรื่องราวอะไรกับใคร แต่ถูกนักเรียนโรงเรียนอื่นรุมทำร้ายจนบาดเจ็บ อันนี้ผลที่เขาถูกทำร้ายก็เพราะอดีตชาติเคยทำบาปข้อกาเมสุมิจฉาจาร และที่ต้องบาดเจ็บก็เพราะได้เคยทำปาณาติบาตมานั่นเอง แม้กระทั่งสามี ภรรยามีเรื่องระหองระแหง การใช้สายตาและคำพูดที่ทำร้ายจิตใจกันก็ถือว่าเป็นผลของการกระทำอกุศลในข้อนี้เช่นเดียวกัน

(๓) ขัดสนทรัพย์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่ความฝืดเคือง เงินเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังที่เราเห็นบางคนต้องเข้าโรงจำนำเป็นประจำ เพราะอดีตได้สร้างความไม่รู้จักพอนั่นเอง

(๔) อดอยาก ยากจน เพราะการประพฤติผิดในกามหรือการล่วงเกินประเวณีนั้น เป็นการกระทำตนเองเป็นผู้ไม่รู้จักพอ ไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ (สามี ภรรยาของตนเอง) แล้วไปเบียดเบียนผู้อื่น จึงเป็นการสร้างทางให้ตนเองต้องอดอยาก ยากจน

(๕) เกิดเป็นหญิง เพราะการกระทำอกุศลกรรมบถในข้อนี้จะเป็นไปแบบปิดบังซ่อนเร้น ไม่กล้าเปิดเผย การกระทำที่ต้องหลบเลี่ยงเช่นนี้จัดเป็นอำนาจอ่อนแบบที่เรียกว่า สสังขาริก อันจะนำเกิดเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นเพศที่มีความลำบากกว่าผู้ชาย มีความอับอายในบางสิ่งบางอย่างมากกว่า มีเรื่องที่ต้องปกปิดมากกว่านั่นเอง

(๖) เกิดเป็นกะเทย ซึ่งเป็นเพศที่สังคมส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับ เพราะเหตุที่ได้เคยกระทำกาเมสุมิจฉาจารที่สังคมไม่ยอมรับนั่นเอง


(๗) ถ้าเกิดเป็นชายก็เกิดเป็นชายในตระกูลต่ำ เพราะขณะที่ตายจิตจับอารมณ์ที่ดีและเป็นอำนาจของอสังขาริก คืออำนาจที่เด็ดเดี่ยวทำให้เกิดเป็นชาย แต่เหตุที่เคยประพฤติผิดในกามยังให้ผลอยู่จึงต้องเกิดในตระกูลต่ำ และจะมีผลทำให้ขัดสนทรัพย์ แล้วความอดอยากยากจนก็ตามมา

(๘) ได้รับความอับอายอยู่เสมอ คือเป็นคนเปิ่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นที่ขบขันของคนอื่น พฤติกรรมที่แสดงออกไปจึงทำให้ตนเองต้องอับอาย เพราะเหตุที่เคยสร้างความอับอายไว้ให้ผู้อื่นนั่นเอง

(๙) ร่างกายไม่สมประกอบ คือร่างกายพิการหรือเป็นผู้ที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายผิดแผกแตกต่างไปจากคนอื่น เช่น มีความผิดปกติของอวัยวะบางส่วน อาจโตหรือเล็กผิดไปจากธรรมดา
เคยมีข่าวว่าหญิงคนหนึ่งมีอวัยวะเพศใหญ่โตผิดปกติ มีคนแห่ไปดูกันมากมายเพราะมีร่างกายไม่สมประกอบซึ่งอาจจะทำให้ต้องได้รับความอับอายตามมา ทั้งนี้เพราะอดีตชาติได้เคยล่วงเกินร่างกายของผู้อื่นนั่นเอง

(๑๐) มากด้วยความวิตกกังวล เพราะเหตุที่ได้เคยกระทำกรรมที่ต้องปกปิด กลัวว่าใครจะรู้เรื่องราวที่ตนเองกระทำมา จึงทำให้เกิดมาต้องเป็นคนที่มีแต่ความวิตกกังวล บางคนเมื่อมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบงานชิ้นหนึ่ง ก็มีแต่ความวิตกอยู่ตลอดเวลาจนงานนั้นสำเร็จ นักเรียนบางคนพอใกล้สอบก็ท้องเสียบ้าง ปวดท้องบ้าง แต่เมื่อสอบเสร็จ อาการที่เป็นนั้นก็หาย สิ่งเหล่านี้ก็เป็นผลของความเครียดหรือความวิตกกังวลนั่นเอง

(๑๑) พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก เพราะได้เคยทำพฤติกรรมที่เหมือนกับการพรากผู้เป็นที่รักของบุคคลอื่นหรือผู้ที่มีเจ้าของ จึงทำให้ได้รับผลต้องสูญเสีย หรือพลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก เช่น สามี ภรรยาที่เคยรักกัน แต่ต้องมีเรื่องไม่เข้าใจกัน จนต้องเลิกร้างไปในที่สุด หรือหนุ่มสาวที่ต้องอกหัก และแม้กระทั่งเด็กที่ต้องกำพร้า ขาดพ่อ ขาดแม่ ล้วนเป็นผลจากการทำผิดกาเมสุมิจฉาจารทั้งสิ้น
------------------------------------------------------------

http://www.thaimisc....aew&topic=10701

อาจารย์ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า...ในเมื่อเรารู้ว่า ศีล ๕ นี้มีที่ไปคือมนุษยภูมิ แต่หิริ-โอตตัปปะ มีที่ไปคือเทวภูมิ ประการสำคัญเราต้องการหนีภัยที่จะบังเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ด้วยการตั้งเป้าหมายขอเกิดในเทวภูมิ เราก็ต้องสร้างหิริ-โอตตัปปะให้บังเกิดขึ้นในจิตใจให้มากๆ ฉะนั้นเราก็ควรถือโอกาสในขณะที่ขอสมาทานศีลทุกๆ เช้า (ที่พวกเรากระทำกันอยู่แล้ว ตามที่ตั้งเจตนาเข้าพรรษากับหลวงพ่อเสือ) เพิ่มคุณภาพของหิริ-โอตตัปปะเข้าไปด้วย ซึ่งคงใช้เวลาไม่เกิน ๕ – ๑๐ นาที นั่นก็คือ

(อาราธนาศีล) ......

!
!

๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี สิกขา ปะทัง สมาทิยามิ – ข้าพเจ้าของดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม และล่วงเกินบุคคลอื่น ด้วยรู้ว่าที่ไปของการกระทำนั้นคือ อบายภูมิ ๔ ซึ่งทำให้มืดบอดต่อรัศมีพระธรรม และแม้จะได้เกิดในสุคติภูมิเป็นมนุษย์ก็ยังต้องรับผลถึง ๑๑ ประการ คือ ๑) มีผู้เกลียดชังมาก ๒) มีผู้ปองร้ายมาก ๓) ขัดสนทรัพย์ ๔) ยากจนอดอยาก ๕) เป็นหญิง ๖) เป็นกระเทย ๗) เป็นชายในตระกูลต่ำ ๘) ได้รับความอับอายอยู่เสมอๆ ๙) ร่างกายไม่สมประกอบ ๑๐) มากไปด้วยความวิตกกังวล ๑๑) พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก ซึ่งผลเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางสู่ความพ้นทุกข์ ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของชีวิตได้ ขอหิริ-โอตตัปปะจงบังเกิดขึ้นในจิตใจทำให้ข้าพเจ้าเกรงความชั่วและกลัวผลของบาปที่จะต้องขึ้นกับชีวิต พร้อมมีชีวิตที่ประกอบด้วยการสำรวมอินทรีย์ให้มากขึ้น

____________________________________




ความผิดปกติทางเพศทั้งหลาย ผมว่าก็เป็นวิบากกรรม ของการที่เคยทำผิดเกี่ยวกับเรื่องทางเพศมา

ในกรณีเป็นชาย แต่ชอบผู้ชายด้วยกันนั้น ผมว่าวิบากกรรมเบาบาง กว่าการเป็นกระเทยที่ออกอาการเป็นหญิง

สำหรับผม คิดว่าก็กำลังได้รับวิบากที่เบาบางลงมาอีกหน่อย เพราะ ครอบครัวหย่าร้าง พลัดพรากจากคนรัก คือ ลูกชาย

ไม่ค่อยจะสมหวังในเรื่องความรัก (ผู้หญิง) :01: เท่าไหร แต่ก็ยังชอบผู้หญิงอยู่นะครับ

แต่ เคยมีผู้ชายมาชอบเหมือนกันนะครับ แต่ไม่คิดอะไร ครับ

ไม่ได้นึกรังเกียจเธอและเขาเหล่านั้นนะครับ เป็นเรื่องของกรรมและวิบาก

เราเองในอนาคตไม่แน่ อาจจะทำผิดศีลข้อกาเมฯ แล้วเกิดมาเป็นแบบนั้นก็ได้

-----------------------------------------------------------------

อ้างอิง
ผมเป็นคนที่อ่านหนังสือธรรมะเยอะมากครับ ชอบทำบุญ ชอบฟังธรรม มันคล้ายๆกับมีผมสองคนในร่างเดียวกันนะครับ  มันคอยรั้งๆกันอยู่ บางทีตัวดีก็ชนะ บางทีก็แพ้  ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี  ผมอยากทราบว่าที่ผมคบกับผู้ชายนั้นมันถูกต้องไหมครับ ที่ผมเป็นแบบนี้มันเกิดจากกกรรมอะไร
แล้วจะมีวิธีฝึกอย่างไรบ้างที่จะช่วยลดราคะ ลดความอยากในรูปร่าง หน้าตา ลงได้  ขอบคุณมากครับ



ศึกษาในเรื่อง เหตุผล ของชีวิตให้มากครับ ว่าคนเราที่เกิดมาแตกต่างกันเพราะเหตุใด เมื่อยอมรับความจริงของชีวิตได้แล้ว ก็เลือกทำกรรมที่ดี ๆ


อ้างอิง
แล้วจะมีวิธีฝึกอย่างไรบ้างที่จะช่วยลดราคะ ลดความอยากในรูปร่าง หน้าตา ลงได้  ขอบคุณมากครับ


ผมแนะนำวิธี เจริญวิปัสสนา ใช้สติปัฏฐานพิจารณา รูป นาม ที่เป็นอารมณ์ปัจจุบันดูครับ

ผมเชื่อว่า สติที่ฝึกดีแล้ว จะก่อให้เกิดปัญญา เห็น รูป นาม ตามความเป็นจริงครับ

แนะแนวทางปฏิบัติวิปัสสนา
http://thaimisc.pukp...aew&topic=12458

สมถะ-วิปัสสนา
http://larndham.net/...=2&#entry369546
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   failogy ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกผู้อ่านอย่างเดียว
  • ตอบ: 1792
  • สมัคร: 14/01/2008

ตอบ: 07/11/2009 - 07:04

ตอนนี้จะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง กระเทย เกย์หรืออะไรก็ไม่สำคัญ...
ชาติก่อนๆจะทำกรรมอะไรมาก็ช่าง เพราะมันเป็นอดีตไปแล้ว...
ถือว่าชาตินี้โชคดีแล้วที่มีร่างกายและจิตใจไว้ใช้เรียนรู้ ใช้เจริญสติ ไปสู่ความหลุดพ้น
ชาตินี้อันเป็นปัจจุบันก็ตั้งอยู่ศีล สมาธิ ปัญญา มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง อาศัย ที่ระลึก

สุดท้ายแล้ว ร่างกายและจิตใจนี้ ก็เป็นเพียงรูปและนาม ... ไม่มีความเป็น "เรา" แม้สักอณูเดียว

ขอเชิญศึกษาธรรมะจากหลวงปราโมทย์
http://wimutti.net/pramote/

:09: เจริญในธรรม
ไม่ต้อง ไม่ตั้ง, ไม่อาลัยกับอะไร
เกาะไม่ติด ยึดไม่อยู่ ... อยู่แล้ว
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   ณ ฟ้า ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 839
  • สมัคร: 24/04/2009

ตอบ: 07/11/2009 - 10:31

ขออนุโมทนาในความตั้งใจดีของคุณจขกท.ค่ะ

อ้างอิง
ผมเป็นคนที่อ่านหนังสือธรรมะเยอะมากครับ ชอบทำบุญ ชอบฟังธรรม


ดิฉันก็ทำเหมือนคุณจขกท.
เป็นเสบียงนะคะ ตราบที่เรายังต้องเดินทางต่อไป
แต่ตอนนี้เริ่มจะลงปฏิบัติแล้วค่ะ (ถ้าจะไปให้ถึงปลายทาง)
ขอยกคำสอนของหลวงปู่ดูลย์มานะคะ อ่านหนังสือมามากแล้ว ต่อไปนี้อ่านจิตตนเอง

อ้างอิง
มันคล้ายๆกับมีผมสองคนในร่างเดียวกันนะครับ  มันคอยรั้งๆกันอยู่ บางทีตัวดีก็ชนะ บางทีก็แพ้  ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี


ใช่ คล้ายกันเลย ดิฉันก็เกิดบ่อยๆ
กิเลสคอยแต่จะฉุดใจให้ไหลลงต่ำอยู่เรื่อย
มีแต่การเจริญสติเท่านั้นที่จะช่วยเราได้
สู้ๆนะคะ (รู้ว่าบางครั้งก็ยาก ต้องป้องกันตั้งแต่กิเลสตัวเล็กๆค่ะ เพราะยังพอรับมือไหว)

อ้างอิง
ผมอยากทราบว่าที่ผมคบกับผู้ชายนั้นมันถูกต้องไหมครับ ที่ผมเป็นแบบนี้มันเกิดจากกกรรมอะไร


เท่าที่รู้มา ไม่ถูกต้องแน่นอนค่ะ
เกิดจากการผิดศีลข้อสามค่ะ

อ้างอิง
แล้วจะมีวิธีฝึกอย่างไรบ้างที่จะช่วยลดราคะ ลดความอยากในรูปร่าง หน้าตา ลงได้ 

เป็นเหมือนกันอีกค่ะ
ฝึกโดยการเจริญสติ เพราะลำพังแค่การอ่านไม่ใช่วิธีพ้นทุกข์ค่ะ (แต่ก็ควรอ่านหรือศึกษาให้รู้วิธีการที่ถูกต้องก่อน เพราะถ้าผิดทางจะหลงทางเสียเวลา ดูที่เหมาะกับจริตของตนนะคะ)
ลองดูใน link ข้างบนที่เพื่อนสมาชิกให้ไว้นะคะ
เจริญในธรรมค่ะ
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   ณ ฟ้า ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 839
  • สมัคร: 24/04/2009

ตอบ: 07/11/2009 - 11:04

เพิ่มเติมค่ะ
ถ้ามีโอกาสแวะเข้าร้านหนังสือช่วงนี้
ลองดูหนังสือ ดูจิตชั่วพริบตา ของคุณประเสริฐ อุทัยเฉลิมนะคะ
มีตัวอย่างประกอบ เรื่องเล่า การ์ตูน ง่ายต่อการเข้าใจ และชัดเจนดีค่ะ
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   มัชชิ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 41
  • สมัคร: 20/06/2009

ตอบ: 07/11/2009 - 12:20

เห็นด้วยกับท่าน Failogy ครับ สิ่งสำคัญคือ ขอให้เราเป็นคนดี ผมมีเพื่อนรักคนหนึ่งเป็นแบบคุณ ผมรู้จักกับเพื่อนคนนี้ตั้งแต่เรียนมัธยม 20 กว่าปีแล้วครับ ก็ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องรสนิยมส่วนตัวก็รู้ๆกันอยู่ไม่ก้าวก่ายครับ เพื่อนผมก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานดีครับ เป็นที่รักของครอบครัว เป็นลูกที่ดีดูแลพ่อ-แม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆครับ
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   ake ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1983
  • สมัคร: 05/02/2004

ตอบ: 07/11/2009 - 17:02

อยากแนะนำให้ จขกท อ่านความเห็นคุณ failogy ครับ
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   คง ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 303
  • สมัคร: 16/06/2009

ตอบ: 07/11/2009 - 17:56

ไม่มีเกย์ กระเทย ทอม ดี้ คนใหน อยู่ในระดับพระอริยะ ได้หรอกครับ เพราะยังมีความเห็นผิด คือผิดธรรมชาติ อยู่ แล้วยังยึดติดในเพศอยุ่ นี่ก็เป็นทางขวางการบรรลุธรรม
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   aut_a ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 134
  • สมัคร: 17/05/2009

ตอบ: 07/11/2009 - 18:44

จขกท. ก็ตั้งใจปฏิบัตินะครับ

รักแท้มีจริงครับ

กรรมในอดีต ไม่อาจแก้ไขได้ ทำกรรมปัจจุบันให้ดีที่สุดครับ

ไม่ว่าเพศไหน ชาย หญิง เกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ กระเทย หากไม่ปฏิบัติตามแนวพุทธองค์ ก็ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ครับ (ความเห็นผมนะครับ ซึ่งเขียนคนละมุม กับ คุณ คง)
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   failogy ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกผู้อ่านอย่างเดียว
  • ตอบ: 1792
  • สมัคร: 14/01/2008

ตอบ: 07/11/2009 - 19:56

อ้างอิง (คง @ 07 พ.ย. 52 - 17:56)
ไม่มีเกย์ กระเทย ทอม ดี้ คนใหน อยู่ในระดับพระอริยะ ได้หรอกครับ เพราะยังมีความเห็นผิด คือผิดธรรมชาติ อยู่  แล้วยังยึดติดในเพศอยุ่  นี่ก็เป็นทางขวางการบรรลุธรรม

ไม่ทราบได้ข้อมูลนี้มาจากไหนครับ
ขอที่อ้างอิงด้วยครับ

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย failogy: 07/11/2009 - 19:57

ไม่ต้อง ไม่ตั้ง, ไม่อาลัยกับอะไร
เกาะไม่ติด ยึดไม่อยู่ ... อยู่แล้ว
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   Gow27 ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 373
  • สมัคร: 27/03/2005

ตอบ: 07/11/2009 - 22:17

เก็บความคิดเห็นที่ 11 : (failogy)
อ้างอิง
ไม่ทราบได้ข้อมูลนี้มาจากไหนครับ
ขอที่อ้างอิงด้วยครับ





พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๖
ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์


[๒๘] บุคคลผู้ไม่ควรแก่การบรรลุมรรคผล เป็นไฉน?
บุคคลที่ประกอบด้วยกัมมาวรณ์
ประกอบด้วยกิเลสาวรณ์
ประกอบด้วยวิปากาวรณ์ไม่มีศรัทธา ไม่มีฉันทะ มีปัญญาทราม โง่เขลา เป็นผู้ไม่ควรหยั่งลงสู่นิยามอันถูกในกุศลธรรมทั้งหลาย บุคคลเหล่านี้เรียกว่า ผู้ไม่ควรแก่การบรรลุมรรคผล.
http://84000.org/tip...6&A=2734&Z=2939

----------------------------------------------------------------

อันตรายิกธรรม แปลว่า ธรรมที่เข้ามาในระหว่าง, ธรรมอันกระทำอันตราย คือสิ่งที่สอดแทรกเข้ามาขัดขวางกลางคัน

อันตรายิกธรรม หมายถึงสาเหตุที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการทำความดี ต่อการบรรลุธรรม เป็นต้น มี 5 อย่าง คือ กรรม กิเลส วิบาก อุปวาทะ (การใส่ร้ายพระอริยะ) และอาณาวีติกกมะ (การต้องอาบัติ)

--อนันตริยกรรมเช่นการฆ่าบิดาเป็นต้น ซึ่งเป็นเป็นสาเหตุขัดขวางให้ผู้ทำบรรลุนิพพานไม่ได้ โดยกรรม
--มิจฉาทิฐิซึ่งเป็นกิเลสเป็นเหตุขัดขวางมิให้เข้าถึงคุณความดีใดๆ โดยกิเลส
*--กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานหรือผู้พิการบางประเภทเป็นต้น ซึ่งเป็นวิบากกรรมเป็นเหตุขัดขวางให้อุปสมบทไม่ได้โดยวิบาก
---การใส่ร้ายพระอริยะเป็นสาเหตุขัดขวางให้บรรลุธรรมขั้นสูงไม่ได้
---การต้องอาบัติเป็นเหตุขัดขวางมิให้เข้าหมู่คณะได้ตามปกติเป็นต้น

-----------------------------------------------------------------



คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ จำแนกบุคคล ๑๐ ดังนี้

ความพิการแต่กำเนิดนี้มีถึง ๑๐ ประการ คือ
๑. ชจฺจนฺธ ตาบอด
๒. ชจฺจพธิร หูหนวก
๓. ชจฺจฆานก จมูกเสีย ไม่ได้กลิ่น เพราะไม่มีฆานปสาท
๔. ชจฺจมูค เป็นใบ้
๕. ชจฺจชฬ โง่เง่าผิดปกติ นับสิบก็ไม่ถูก
๖. ชจฺจุมฺมตฺตก เป็นบ้า
*๗. ปณฺฑก พวกบัณเฑาะก์ คือ พวกวิปริตในเรื่องเพศ
๘. อุภโตพยญฺชนก ผู้ปรากฏเป็น ๒ เพศ
๙. นปุ ํสก ผู้ไม่ปรากฏเพศ
๑๐. มมฺม ผู้ติดอ่าง

สัตว์ภูมินี้ ปฏิสนธิด้วย อุเบกขาสันตีรณกุสลวิบาก เป็นอภัพพาคมนบุคคล (ภาษาไทยเรียกว่า อาภัพบุคคล)

-----------------------------------------------------------------------------




อภิธัมมัตถสังคหบาลี และอภิธัมมัตถวิภาวีนีฎีกา - หน้าที่ 190

การปฏิสนธิเป็นมนุษย์ และเทวดาชั้นต้น(จาตุมหาราชิกา) ปฏิสนธิด้วยจิตที่ต่างกันจำแนกเป็น ๓ ประเภทตามเหตุ คือ กุศลกรรมที่ต่างกัน ถ้าเป็นผลของกุศลที่มีกำลังอ่อน เช่น มหากุศลดวงที่ ๘ ไม่ประกอบด้วยปัญญา มีเวทนาเป็นอุเบกขา เป็นสสังขาริกมหากุศลดวงนี้ให้ผลปฏิสนธิด้วยมหาวิบากดวงที่ ๘ แต่ถ้ามีกำลงอ่อนมาก ให้ผลปฏิสนธิเป็นอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก เกิดเป็นมนุษย์พิการหรือเทวดาพิการ แต่ถ้ามหากุศลดวงที่ ๘ มีกำลัง นำเกิดเป็นทวิเหตุปฏิสนธิ เกิดพร้อมด้วยเหตุ ๒ ในภูมิมนุษย์และเทวดา ส่วนผลของมหากุศลญาณสัมปยุต ให้ปฏิสนธิเป็นติเหตุกบุคคล มีปัญญาเกิดร่วมด้วยในขณะเกิด
สำหรับสัตว์ดิรัจฉานและสัตว์ในอบายภูมิ เกิดขึ้นเพราะผลของอกุศลกรรมปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบาก
ส่วนสันตีรณจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาฝ่ายกุศลวิบาก ย่อมเป็นไปแก่พวกมนุษย์ พวกสัตว์ผู้บอดแต่กำเนิดเป็นต้น พวกเทวาผู้อาศัยอยู่บนภาคพื้น และพวกวินิปาติกาสูร ด้วยอำนาจแห่งปฏิสนธิภวังค์ และจุติ ในกามสุคติภพ ฯ


*1. อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก แปลว่าเป็นผลของกุศลอย่างอ่อน ทำให้เกิดมาเป็นคนพิการ บ้า ใบ้ บอด หนวก ฯลฯ
2. มหาวิบากญาณวิปยุตต์ แปลว่าเป็นผลของกุศลที่ไม่ประกอบด้วยปัญญาปฏิสนธิมี 2 เหตุ คืออโลภเหตุ อโทสเหตุ
3. มหาวิบากญาณสัมปยุตต์ แปลว่าเป็นผลของกุศลที่ประกอบด้วยปัญญาปฏิสนธิมี 3 เหตุ คือ อโลภเหตุ อโทสเหตุ อโมหเหตุ
4. อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบาก แปลว่าเป็นผลของอกุศลกรรม ทำให้เกิดอบายภูมิ 4 คือ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   นบ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 102
  • สมัคร: 21/03/2006

ตอบ: 07/11/2009 - 22:25

แล้วคนที่ไม่มีเพศละครับ คือแบบว่าเฉยๆๆ อะครับ มองความการมีความรักแบบชายหญิงก็เป็นธรรมดา มีแล้วก็ไป ไปแล้วก็มา จะเรียกว่าอะไรครับ รักด้วยแต่ไม่มีสัมพันธ์ทางเพศด้วยอะครับ ทำไง แค่มองมองว่ารัก รักได้กับทุกๆๆคน ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นอย่างไร มีความหวังดีให้ตลอด อาจมีผิดใจบ้างแต่ก็ให้อภัยได้ประมาณเนี้ย เป็นแกย์ไหม ไม่รู้ แต่รู้ว่าร่างกายนี้เป็นเพศชาย
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   Gow27 ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 373
  • สมัคร: 27/03/2005

ตอบ: 07/11/2009 - 22:57

เก็บความคิดเห็นที่ 13 : (นบ) อ้างอิง
แล้วคนที่ไม่มีเพศละครับ คือแบบว่าเฉยๆๆ อะครับ มองความการมีความรักแบบชายหญิงก็เป็นธรรมดา มีแล้วก็ไป ไปแล้วก็มา  จะเรียกว่าอะไรครับ รักด้วยแต่ไม่มีสัมพันธ์ทางเพศด้วยอะครับ ทำไง แค่มองมองว่ารัก รักได้กับทุกๆๆคน ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นอย่างไร มีความหวังดีให้ตลอด อาจมีผิดใจบ้างแต่ก็ให้อภัยได้ประมาณเนี้ย เป็นแกย์ไหม ไม่รู้ แต่รู้ว่าร่างกายนี้เป็นเพศชาย


---เรื่องเพศที่พูดนี้ พูดประเด็นในแง่ของรูปปรมัตถ์คือภาวรูป ไม่เกี่ยวข้องกับจิตใจที่วางเฉยต่อรูป ไม่ว่าจิตใจจะยึดเพศหรือไม่ยึดเพศก็ตาม รูปปรมัตถ์ยอ่มปรากฏตามความเป็นจริงของมันตามสภาวะ อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อิตถีภาวรูป(รูปที่เป็นเหตุแห่งความเป็นหญิง) หรือ ปุริสภาวรูป (รูปที่เป็นเหตุแห่งความเป็นชาย) นั้นเอง .

ภาวรูป คือ รูปที่แสดงให้รู้สภาพหญิงและชาย ด้วยอาศัยรูปร่าง สัณฐาน เครื่องหมาย นิสัย อัธยาสัย และกิริยาอาการเป็นเครื่องแสดงให้รู้
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   สมุดปกอ่อนกับดินสอไม้ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 1
  • สมัคร: 08/11/2009

ตอบ: 08/11/2009 - 05:18

ผมก็เป็นคนที่รุ้สึกชอบเพศเดียวกันเหมือนเจ้าของกระทู้นะครับ(อายุประมาณเดียวกัน) แต่ไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงนะครับ(มันเป็นเองไม่ทราบเหมือนกัน)

เล่าจากประสบการนะครับ เคยชอบคนๆนึงมากๆเกือบปี
เมื่อก่อนเค้ามาบอกชอบเราแต่เราไม่ได้รู้สึกอะไรกับเค้า(รู้สึกแค่เป็นพี่ที่ดีคนนึง)
แต่พอเค้าไม่มายุ่งด้วยแล้ว เราก็คิดถึงเค้า ชอบเค้าขึ้นมา แต่ไม่กล้าบอกนะครับ

ซึ่งความรู้สึกนี้ก็ค้างคาอยู่เป็นปี(ซึ่งก็เป็นทุกข์) ซึ่งผมก็ไม่กล้าบอกเค้าไปเลย เนื่องจาก

-เห็นใจตัวเองว่าเรารักตัวเอง รักความรู้สึกสุขที่มากับตา(ได้มอง) หู(ได้ยินคำพูดที่ใจเราชื่นชอบ) กาย(ที่ได้สัมผัส) ใจ(ความสุขที่ใจที่เกิดขึ้น)
มันเหมือนกับว่าพูดไม่เต็มปากว่ารักเค้า แต่จริงๆเรารักตัวเองผ่านสิ่งเหล่านี้ต่างหาก ก็อาศัยสิ่งนี้ยับยั้งตัวเองไว้
-อีกอย่างเคยมีแฟนแล้วก็เลิกครับ เลยยังกล้าๆกลัวๆ (คือเราเห็นทุกข์เล็กๆที่ซ่อนอยู่เยอะ)

คือมันเหมือนใจมันยังไม่ชัดเจน ยังดึงกันไปมาอยู่


มีอยู่ช่วงนึงว่างก็เลยไปปฏิบัติธรรม ใจก็ยังทุกข์อยู่ตอนนั้นครับเป็นทุกแบบChronic หนะครับ น้อยๆแต่เรื้อรังนาน
แต่ก็ตั้งใจนะครับไปอยู่คนเดียว
อยากหาคำตอบให้กับตัวเองว่าเราต้องการอะไรกันแน่ เหมือนมีคำถามอยู่ในใจว่า
ทำไมเราต้องเกิดมาเป็นแบบนี้(ชอบเพศเดียวกัน) ทำไมต้องเป็นทุกข์กับคนๆนึงขนาดนี้
วันสุดท้ายไหนๆก็จะกลับบ้านละก็ออกไปเดินจงกรมจนตีสาม ตอนเช้าก็กลับบ้านนอนหลับ

ก็ฝันครับเท่าทีจำได้นะครับ เห็นพี่คนนั้นยิ้มให้เหมือนเค้าชอบเราแต่เราไม่ได้ชอบเค้า

แล้วก็ตัดมาฝันเห็นเรากำลังจะมีชู้กับภรรยาคนอื่น กำลังจะมีอะไรกันแต่ยังไม่มีนะ(ความรู้สึกตอนนั้นมันกลัวว่าจะมีไครจับได้ไหม กลัวว่าสามีเค้าจะรู้ไหม หวาดระแวงรอบข้าง)
แล้วก็ได้ยินเสียงรถสามีเค้ากลับมา เราก็รีบแต่งตัว

จากนั้นแล้วไงต่อไม่รู้ครับ ผมสะดุ้งตื่นตอนนั้น เหงื่อออกทั้งตัว ปวดหัวมากด้วย
ความจำยังชัดเจนประติดประต่อ รู้ตอนนั้นเลยว่าฝันนี้เพื่ออะไร


เล่าถึงตอนนี้ อยากให้เจ้าของกระทู้สังเกตใจตอนเรามีแฟนดูครับ
ชายหญิงมีแฟนก็มีความสุขแบบชายหญิง แต่คนที่ชอบเพศเดียวกันย่อมรู้ถึงความแตกต่างครับ
เราจะกลัวว่าคนอื่นจะรู้ไหมว่าเราเป็น พ่อแม่เพื่อนจะรู้ไหม มันทุกข์ครับ ต้องคบกันหลบๆซ่อนๆเปิดเผยไม่ได้ หวาดระแหวง

ความรู้สึกมันอันเดียวกับที่ฝันเลยครับ ว่าเราเคยทำผิดศีลข้อสามมาแน่ๆ


อ้างอิง
แล้วจะมีวิธีฝึกอย่างไรบ้างที่จะช่วยลดราคะ ลดความอยากในรูปร่าง หน้าตา ลงได้ ขอบคุณมากครับ

ตอบตามความรู้ที่มี ลองฝึกดูความชอบ ไม่ชอบของใจดูครับ(ตอนชอบเป็นยังไง ใจเผลอไปยังไงตอนไม่ชอนก็อึดอัดขุ่นมัว) แล้วสังเกตดูความทุกข์ที่เกิด ลองสังเกตโทษของทุกข์ที่เกิดว่าใจเป็นอย่างไร แล้วยังจะกำไว้อยู่ไหม(ถามใจตัวเองไว้ก่อนก็ได้ครับ เวลาดูก็แต่รู้ไปธรรมดา+สังเกตใจไป) ดูกามราคะจากเรื่องเล็กๆก่อน
รสชาติอาหาร เสียง กลิ่น (ผัสสะที่เข้ามา) ดูไปเรื่อยๆครับ ลองหาโทษให้มันเยอะๆ ใจจะคลายเรื่องกาม(ตาหูจมูกลิ้นกายใจ)ลง เพราะถ้าไปสู้ตัวใหญ่เลยสู้ไปก็แพ้แน่ๆ

คือผมก็พยายามดูๆอยู่ เมื่อไหร่ลงไปเล่นกับกิเลสเอง
ก็เจ็บเอง (เล่นเองเจ็บเอง)ฝึกๆกันต่อไปนะครับ สู้ๆ^^

ปล. ทั้งหมดเป็นความเข้าใจจากประสบการณ์ของผมเอง ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมหรือเกิดจากความเห็นผิด สามารถลบได้เลยนะครับ

เริ่มต้น ไม่ว่าเพศไหนก็เข้าถึงธรรมได้ เพราะเมื่อถึงธรรมขั้นนั้นแล้ว เพศก็ไม่มี(มีแต่ขันธ์)
ผู้ที่ยังยึดเพศอยู่ แม้ชายหญิง ก็ไม่ถึงธรรม

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย สมุดปกอ่อนกับดินสอไม้: 08/11/2009 - 05:27

0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   failogy ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกผู้อ่านอย่างเดียว
  • ตอบ: 1792
  • สมัคร: 14/01/2008

ตอบ: 08/11/2009 - 19:58

อ้างอิง (failogy @ 07 พ.ย. 52 - 19:56)
อ้างอิง (คง @ 07 พ.ย. 52 - 17:56)
ไม่มีเกย์ กระเทย ทอม ดี้ คนใหน อยู่ในระดับพระอริยะ ได้หรอกครับ เพราะยังมีความเห็นผิด คือผิดธรรมชาติ อยู่  แล้วยังยึดติดในเพศอยุ่  นี่ก็เป็นทางขวางการบรรลุธรรม

ไม่ทราบได้ข้อมูลนี้มาจากไหนครับ
ขอที่อ้างอิงด้วยครับ


อ่อๆ โอเคครับ ผมอ่านไม่รอบคอบเอง
ดันอ่านแล้วไปตีความว่า คนเป็นเกย์ กระเทย ทอม ดี้ ไม่มีสิทธิ์บรรลุธรรม
เข้าใจแล้วครับ :09:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย failogy: 08/11/2009 - 20:04

ไม่ต้อง ไม่ตั้ง, ไม่อาลัยกับอะไร
เกาะไม่ติด ยึดไม่อยู่ ... อยู่แล้ว
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   โจอิศรา ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 32
  • สมัคร: 30/07/2009

ตอบ: 09/11/2009 - 14:27

ผิดถูกใช้อะไรเป็นตัววัด ว่าสิ่งนั้นมันผิดหรือถูก ไม่ว่ามีรสนิยมทางเพศแบบไหน แต่ที่เราคิดว่าผิด เพราะสังคมเป็นตัวกำหนดมากกว่า
เราเป็นคนดี มีสติ รู้ผิดรู้ชอบ มองให้เห็นว่าสิ่งไหนสุข สิ่งไหนทุกข์
เป็นเกย์ ก็ชวนกันไปปฏิบัติธรรมได้นี่นา ดีกว่าเป็นผู้ชายผู้หญิง แล้วชวนกันไปทำบาป
อีกอย่างหนึ่ง อายุเป็นเพียงตัวเลข จะมากจะน้อยไม่สำคัญอยู่ที่เราสองคนมากกว่า

*******
ขอลบ e-mail ออกค่ะ ถาม-ตอบในกระทู้นี้ค่ะ ผู้อ่านท่านอื่นจะได้ข้อมูลไปด้วยค่ะ

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย PNoi: 14/11/2009 - 23:22

0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   High Priest ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 16
  • สมัคร: 17/04/2009

ตอบ: 09/11/2009 - 22:13

ผมก็เป็นเกย์ครับ เคยผ่านชีวิตรักมาเหมือนกัน
มีทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง ตอนที่สมหวังก็ดันไม่เห็นคุณค่าในความรัก
กรรมจึงตามสนองให้ต้องผิดหวังในความรักครั้งใหม่เมื่อหลายปีก่อน

ผมเองเห็นว่าเราๆเองไม่ได้ต่างจากชายจริงหญิงแท้สักเท่าไหร่หรอก
อยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมเหมือนๆกัน เราทำเขา สักวันเราก็ต้องโดนอย่างงั้นเหมือนกัน

ชีวิตผมเองได้เห็นคู่เกย์ที่ใช้วิตร่วมกันมายาวนาน และพวกเขาก็ยังรักกันอยู่ดี
อย่างคู่ที่นานที่สุดที่ผมเห็น ครองคู่กันมานานถึง14-15ปี และก็ยังมีอีกหลายๆคู่
ที่ผมเห็นเขาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไม่ต่างคนปกติธรรมดาทั่วไป (เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้)

ทุกวันนี้ผมพยายามทำความดีให้ได้มากที่สุด พยายามถือศีลห้าและทำทาน
อะไรที่เป็นความดีก็พยายามทำ ผมรู้สึกว่าชีวิตในด้านรักดีขึ้นกว่าแต่ก่อน มันน่าอัศจรรย์ใจดีนะครับ

ตอนนี้ที่บ้านผมก็รู้หมดแล้วว่าผมเป็นเกย์ ผมยึดถือศีลข้อสี่ที่จะพูดความจริง
ออกไปแล้วบอกคนในบ้านผมเป็นเกย์ ผมว่ามันน่าจะสบายกว่าที่เราจะมานั่งอมพนำไว้คนเดียวนะครับ

ในความคิดของผมต่อให้เป็นชายจริงหญิงแท้ เกย์ ทอม ดี้หรือคนพิกลพิการ
ที่ขาดอวัยวะไปบางส่วนก็สามารถมีความรักและคู่แท้ได้อย่างเท่าเทียมกันอ่ะครับ

ที่สำคัญ คุณจขกทอย่าลืมทำบุญเกี่ยวกับด้านความรักด้วยนะครับ เคยอ่านหนังสือเจอ
ประมาณว่า หากอยากจะกินมะม่วง แต่ดันไปปลูกต้นถั่ว แล้วมันจะได้กินมะม่วงมั้ย
สร้างเหตุให้ตรงด้วยนะครับ

ผมอยากมีเพื่อนที่เป็นเกย์มาสนทนาธรรมกันเยอะๆ เป็นเรื่องที่ดีครับ

********
ขอลบ e-mail ออกค่ะ พูดคุยกันในกระทู้นี้ไปก่อนค่ะ พอถูกอัธยาสัยกันแล้ว สมาชิกย่อมฝากข้อความผ่านระบบติดต่อกันเป็นส่วนตัวได้ค่ะ

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย PNoi: 14/11/2009 - 23:26

0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   นบ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 102
  • สมัคร: 21/03/2006

ตอบ: 10/11/2009 - 00:16

ขอบคุณครับ คุณ Gow 27 ที่ให้คำตอบในเรื่องของรูปปรมัตถ์

สำคัญส่วนใหญ่ของบุคคลโดยทั่วไป จะใช่ อายตนะทั้งหก(รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และธรรมารมณ์) เป็นหลัก ในกรณีทั้งหลายแห่งความทุกข์เพราะรัก เนื่องด้วยความเข้าใจว่ากายนี้น่าภิรมณ์ น่ารัก น่าใคร่ ไม่ว่าท่านจะเป็นชายชอบหญิง หรือชายชอบชาย ก็ด้วยความเข้าใจว่าชีวิตมีเพียงนี้ เพียงชาติเดียว ครั้งเดียว เพราะเข้าใจอย่างนั้น ไม่ได้เห็นถึงความเกิดดับที่เนื่องๆๆกันอยู่ ไม่ต้องเอาอะไรมากมายครับ ถามตัวของทุกท่านว่าเคยมีรักกี่หน เคยชอบกี่หน คำตอบโดยรวมๆมากกว่า ๑ เป็นส่วนใหญ่ เทียบชีวิตก็เนื่องกันครับ ถามว่าเป็นเกย์ผิดไหม ตอบได้ว่าไม่ผิด ถ้าท่านไม่ได้ทำอะไรผิดไปจากศีล๕ (ศีล แปลว่า ปกติ ไม่ใช่ข้อห้ามนะครับ) แต่ถ้าถามว่าทำไมจึงผิดหวังกับความรักมากมายขนาดนี้ แถบทุกครั้งที่มีรัก ผิดหวังแถบทุกครั้ง คงตอบได้เพียงว่า คนที่ท่านรัก หรือความรักที่ท่านมี ผิดปกติหรือไม่ ทุกท่านย่อมทราบคำตอบนั้นอยู่แล้ว ที่ตอบเช่นนี้ไม่ได้ต้องการทำให้เสียใจมากขึ้น แต่อยากให้ยอมรับความจริง ที่เป็นจริง คำสอนในพระพุทธศาสนาสอนให้ยอมรับความจริงที่เป็นจริง ไม่ใช่ความจริงตามคนหมู่มาก หรือความจริงตามใจเรา แน่นอนความจริงอย่างแรก ท่านรักเขา แต่รักนั้นจะยั่งยืนได้นานเท่าไหร่ 4 อสงไขย 8อสงไขย หรือ 16อสงไขย ผมกำลังบอกถึงพระนางพิมพา ที่เป็นคู่บารมีแห่งเจ้าชายสิทธัตถะครับ ท้ายที่สุดประตูนิพพานก็เปิดเฉพาะบุคคล ฉะนั้นถ้าท่านถามหาความรักในแง่ของบุคคลแล้วละก็ค่าเท่ากันครับ ไม่ว่า ชายชอบหญิง หญิงชอบชาย ชายชอบชาย หญิงชอบหญิง ยิ่ง ๒ คู่ท้ายอันนี้ยากหน่อยครับ ต้องถามกลับไปว่า สิ่งที่ท่านต้องการแท้จริงคืออะไร ท่านอาจสมหวังในชาตินี้ หรือชาติต่อๆๆไป แต่มันจะเป็นกี่ชาติที่ท่านจะได้รับความลำบากเช่นนี้เรื่อยๆๆไป ท่านจะให้กองกระดูกของท่านที่ได้เกิดตายทับถมเช่นนี้เรื่อยๆๆหรือครับ อยากให้ จขกท. ได้ทบทวนดีๆๆครับ ทุถข์เพราะรัก ไม่เท่าทุกข์เพราะการยึดมั่นถือมั่นในสังสารวัฏฏ์ครับ
0



คำตอบต่อไป: Gow27 - นบ - ผู้เริ่มต้น - just_name - สายลมที่พัดผ่าน - final_dream_me - น้องบู - โจโฉ คร้าบบบ -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ