ลานธรรมเสวนา: อยากเป็นหมอไพ่ยิปซีที่มีสัมมาทิฏฐิ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

อยากเป็นหมอไพ่ยิปซีที่มีสัมมาทิฏฐิ หาเพื่อนครับ ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   washiravit ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 224
  • สมัคร: 21/05/2009

ตอบ: 31/05/2009 - 00:33

สวัสดีครับ ผมอยากเป็นหมอดูที่มีสัมมาทิฏฐิ ได้อ่านธรรมะใกล้ตัวของหมอพีร์เเล้วรู้สึกประทับใจเเละเห็นประโยชน์ของการดูดวงอย่างสุดซึ้ง

อยากเป็นหมอดูเช่นหมอพีร์ เลยอยากทราบว่าในนี้มีใครเป็นหมอไพ่ยิปซีหรือหมอดูศาสตร์อื่นๆมั้ยครับ

ต่อไปนี้ ผมขออนุญาตทุกๆท่าน ขอปรึกษาเกี่ยวกับความรู้ในเรื่องการเเก้ไขปัญหาของลูกค้าด้วยธรรมะนะครับ

ต่อไปนี้ ผมจะยึดมั่นในคุณความดี จะศึกษาเเละปฏิบัติธรรมเพื่อให้มีสัมมาทิฐฎิ เเละจะพยายามทำให้ลูกค้าที่มาดูเข้าใจกฏเเห่งกรรมให้ได้ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
มุ่งมั่นจะเป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เต็มหัวใจ
0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   วสวัตตี ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 931
  • สมัคร: 19/08/2008

ตอบ: 31/05/2009 - 02:14

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เคยหัดดูเหมือนกันนะไพ่ยิปซี อาศัยจำความหมายของหน้าไพ่แต่ละใบ แล้วจำความหมายของตำแหน่ง

ตอนก่อนจะให้เพื่อนๆหยิบไพ่ ก็จะบอกให้เขาอธิษฐานถามไพ่ แต่มารู้ทีหลังว่าเพื่อนเข้าใจความหมายคำว่าอธิษฐานว่าเป็นการอ้อนวอนขอ ไปซะงั้น

ทั้งที่อธิษฐานในความหมายของเราสมัยนั้นมันหมายความว่า ให้ตั้งใจมั่น รวมใจให้เป็นสมาธิ

ก็ตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง ดูกันหนุกๆ ขำๆ ไม่คิดอะไรมาก โดยส่วนตัวคิดว่าทุกอย่างมันมาจากจิตของหมอดู และจากจิตของคนดู ไม่เกี่ยวกับไพ่ยิปซีอะไร ไพ่เป็นแค่เครื่องมือ

เป็นเรื่องของจิต และสมาธิเสียเป็นส่วนใหญ่ สมาธิถ้าฝึกบ่อยๆ ก็สามารถทราบอะไรหลายๆอย่างได้โดยไม่ต้องอาศัยไพ่

อย่างถ้าฝึกวรรณกสิณ(กสิณสี) ถ้าออกจากสมาธิแล้วมองหน้าคน ก็จะเห็นว่าแต่ละคนจะมีสีบนหน้าต่างกันไป ถ้าสีหน้าเป็นสีเหลือง ก็คือเขากำลังมีศรัทธาหรือมีความเชื่อมั่น

อยากประกอบอาชีพหมอดูแบบสัมมาทิฐิ? มันจะไปกันได้หรือครับ แต่ถ้ายังไงเวลาให้คำปรึกษาลูกค้าเราก็สอดแทรกธรรมะ เรื่องผลของการกระทำ ลงไปก็ดีเหมือนกันนะครับ

แล้วก็ให้เขาไปทำบุญสุนทาน แต่สุดท้ายเราก็ต้องสอนตัวเราเองด้วยว่า ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวจักทำอะไรได้
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   เฉลิมศักดิ์ ไอคอน

  • ตอบ 6000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 6235
  • สมัคร: 26/01/2004

ตอบ: 31/05/2009 - 06:11

กัมมัสกตาปัญญา หรือ สัมมาทิฏฐิ ๑๐ ประการ

พระอภิธัมมัตถสังคหะ
http://abhidhamonlin...aphi/p1/043.htm

ญาณสัมปยุตต

ญาณสัมปยุตตัง แปลว่าประกอบด้วยปัญญา คือ มีความรู้เห็นถูกต้องตรงความเป็นจริง ในกามกุสลนี้มีความหมายเพียงว่า มีกัมมัสสกตาปัญญา และวิปัสสนาปัญญาก็เป็นญาณสัมปยุตต์แล้ว (ปัญญาที่แจกแจงออกไปอีกกว้างขวางมาก ยกตัวอย่างกว้าง ๆ มี สุตามยปัญญา จินตามยปัญญา ภาวนามยปัญญา)

กัมมัสกตาปัญญา ปัญญารู้ว่าสัตว์มีกรรมเป็นสมบัติของตน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มี ๑๐ ประการ คือ

๑. ปัญญารู้เห็นว่า การให้ทานย่อมมีผล

๒. ปัญญารู้เห็นว่า การบูชา ย่อมมีผล

๓. ปัญญารู้เห็นว่า การบวงสรวงเทวดา ย่อมมีผล

๔. ปัญญารู้เห็นว่า ผลวิบากของกรรมดีและชั่วมีอยู่ (ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทั้งทางตรงและทางอ้อม)

๕. ปัญญารู้เห็นว่า โลกนี้มีอยู่ (ผู้ที่จะมาเกิดนั้นมี)

๖. ปัญญารู้เห็นว่า โลกหน้ามีอยู่ (ผู้ที่จะไปเกิดนั้นมี)

๗. ปัญญารู้เห็นว่า มารดามีอยู่ (การทำดี ทำชั่วต่อมารดาย่อมจะได้รับผล)

๘. ปัญญารู้เห็นว่า บิดามีอยู่ (การทำดี ทำชั่วต่อบิดา ย่อมจะได้รับผล)

๙. ปัญญารู้เห็นว่า โอปปาติกสัตว์นั้นมีอยู่(สัตว์นรก เปรต อสุรกาย เทวดา พรหม นั้นมี)

๑๐. ปัญญารู้เห็นว่า พระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้เองโดยชอบด้วยตนเองมีอยู่


ศรัทธา ๔
http://larndham.net/...11&#entry354397

สัทธา ความเชื่อ;
ในทางธรรม หมายถึง เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ, ความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผล, ความมั่นใจในความจริงความดีสิ่งดีงามและในการทำความดีไม่ลู่ไหลตื่นตูมไปตามลักษณะอาการภายนอก
ท่านแสดงสืบๆ กันมาว่า ๔ อย่างคือ
๑. กัมมสัทธา เชื่อกรรม
๒. วิปากสัทธา เชื่อผลของกรรม
๓. กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตัว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
๔. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคต;
----------------------------------------------------------------------


เรื่องกรรมจากพระไตรปิฏก
http://www.geocities...ng1/kam/kam.htm

ผลที่อกุสลกรรมบถ และ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐
http://larndham.net/...opic=19694&st=2


คำอธิบายประกอบจาก ครูบาอาจารย์

http://thaimisc.pukp...aew&topic=11191

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ทุกวันนี้เราทุกคนหนีไม่พ้นไปจากผลของกรรมที่เราได้กระทำมา ไม่ว่ากรรมนั้นจะเป็นบุญหรือบาป เมื่อได้กระทำเราต้องได้รับผลทั้งสิ้น บางครั้งเราอาจจะพบว่า มีเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลาย ๆ ท่าน เมื่อชราภาพมากต้องได้รับวิบากไม่ดี ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ประวัติของท่านนั้นทำกรรมดีมาตลอด เราไม่อาจทราบได้เลยว่าอดีตชาตินั้นท่านได้ทำกรรมอะไรบ้าง ฉะนั้นสิ่งที่เราได้ประสบพบเห็นชีวิตมาทั้งชีวิตของเราเองและของบุคคลอื่น ๆ ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า บาปและบุญลบล้างกันไม่ได้

ถ้าเปรียบเกลือเป็นบาปและน้ำเป็นบุญ ชีวิตของเราก็เปรียบเสมือนภาชนะที่บรรจุน้ำเกลือคือมีทั้งบุญและบาป เมื่อใดที่เราเติมเกลือเข้าไปมาก ความเค็มย่อมมีอำนาจมาก แต่ถ้าเมื่อใดเราไม่ต้องการเค็ม เราก็ใส่น้ำลงไปให้มาก น้ำยิ่งมากเท่าไร ความเค็มก็จะยิ่งน้อยลงจนในที่สุดจะไม่รู้สึกเค็มเลย แต่ปริมาณของเกลือที่มีอยู่ก่อนนั้นไม่ได้หายไปไหน ยังคงมีปริมาณเท่าเดิมแต่ไม่สามารถแสดงออกได้ เพราะปริมาณของน้ำที่มีมากกว่า ฉันใดฉันนั้น ถ้าเราไม่ต้องการให้ผลของบาปทั้งหลายที่ได้กล่าวมาแล้วแสดงผลออกมาในชีวิตของเรา เราก็ต้องเติมบุญเข้าไปให้มาก ๆ ดังโอวาทธรรม ๓ ที่พระพุทธองค์ท่านทรงสั่งสอนคือ

๑. จงละจากความชั่ว (บาป) ทั้งปวง
๒. จงทำความดี (บุญ) ให้ถึงพร้อม
๓. จงทำจิตให้บริสุทธิ์

เมื่อนั้น....เราจะได้ไม่ต้องรับผลของกรรมที่เราได้กระทำมาเลย


---------------------------------------------


อ้างอิง
ต่อไปนี้ ผมขออนุญาตทุกๆท่าน ขอปรึกษาเกี่ยวกับความรู้ในเรื่องการเเก้ไขปัญหาของลูกค้าด้วยธรรมะนะครับ

ต่อไปนี้ ผมจะยึดมั่นในคุณความดี จะศึกษาเเละปฏิบัติธรรมเพื่อให้มีสัมมาทิฐฎิ เเละจะพยายามทำให้ลูกค้าที่มาดูเข้าใจกฏเเห่งกรรมให้ได้ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
จากคุณ : washiravit


:09: สาธุครับ กับเจตนาอันเป็นกุศล

สัมมาทิฏฐิ พื้นฐาน สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป ที่คุณควรสร้างให้เกิดแก่ตนเอง และผู้อื่น ตามหลักธรรมข้างบน

แต่จะดูขัดกับหลักการของหมอดูหรือเปล่าครับ ? ไม่แน่ใจ

เพราะหมอดูบางท่านก็แนะนำให้ลูกค้าทำบุญกับตนเองเพื่อสะเดาะห์แก้วิบากกรรมให้

แต่ถ้าหากคุณสามารถ สร้างศรัทธา ๔ ให้ผู้อื่นได้ นั้นเป็นกุศลอันมหาศาลครับ :09:
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   washiravit ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 224
  • สมัคร: 21/05/2009

ตอบ: 31/05/2009 - 08:55

ไม่ทราบว่าท่าน (วสวัตตี) ตอนนี้ยังคงดูไพ่ยิปซีหรือไม่ครับ ผมจะลองไปหาข้อมูลขงกสิณดูครับ เเล้วจะลองปฏิบัติ

ขอบคุณครับ ได้อ่านลิ้งค์ที่ท่านให้มาเเล้ว โดยเฉพาะเรื่องกรรม ขอบคุณมากครับ ดีใจจริงๆที่เข้าในเว็บนี้
มุ่งมั่นจะเป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เต็มหัวใจ
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   วชิระ45 ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกผู้อ่านอย่างเดียว
  • ตอบ: 524
  • สมัคร: 02/11/2005

ตอบ: 31/05/2009 - 09:36

ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้น่ะครับ น่าจะทำอย่างอื่นมากกว่า ลองศึกษาและปฏิบัติธรรมไปก่อน นานไปแล้วอาจเห็นลู่ทางใหม่ ๆ ก็ได้
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   วสวัตตี ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 931
  • สมัคร: 19/08/2008

ตอบ: 31/05/2009 - 09:47

เดี๋ยวนี้ไม่ได้ดูไพ่ ไม่ได้ดูดวงแล้วครับ ตอนนั้นลองศึกษาดูเพราะอยากรู้ว่า คนที่เขาทำนายทายทักผู้อื่นนั้นเขามีหลักการอะไรที่ใช้ดู ก็ศึกษาเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกใครหลอก

ส่วนเรื่องกสิณนี่ก็ไม่เกี่ยวกับการดูหมอนะขอรับ

เพียงแต่ยกตัวอย่างเรื่องผลพลอยได้จากสมาธิ
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   washiravit ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 224
  • สมัคร: 21/05/2009

ตอบ: 31/05/2009 - 10:08

ขอบคุณทุกท่านนะครับ

หมอดูเป็นอาชีพที่ผมรัก

เพราะทุกครั้งที่คนมีทุกข์ เวลาเขามีปัญหา เเละเวลาผมบอกธรรมะของพระพุทธเจ้าให้ลูกค้าฟังเเล้วเขาเกิดความเข้าใจ เขาสวดมนต์ เขาไหว้พระ เขาพอจะมีเค้าเชื่อกฏเเห่งกรรม

นั่นเป็นความสุขของผมครับ

โดยส่วนตัว ผมก็คิดอยากจะทำอย่างอื่นครับ

เเต่ผมเห็นหมอพีร์เเล้วจึงเกิดเเรงบันดาลใจ อยากเป็นหมอดูที่มีสัมมาทิฎฐิครับ

ผมจะไม่ใช้วิชาหมอดูไปทางมิจฉาทิฎฐิเด็ดขาดครับ

คิดว่าคงจะทำเพราะใจรัก จะเก็บค่าดูไม่เเพง

เเต่อาชีพอื่นต้องทำเเน่ครับ เพราะบ้านผมเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อเเม่มีฐานะพอกินพอใช้ เเต่พ่อเเม่ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า

ในอนาคตผมจะต้องเลี้ยงพ่อเเม่ให้สุขสบายให้ได้

ขอบคุณอีกครั้งนะครับ
มุ่งมั่นจะเป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เต็มหัวใจ
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   ชัชวาล เพ่งวรรธนะ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1765
  • สมัคร: 03/05/2007

ตอบ: 31/05/2009 - 10:59

:02: ข้อพึงระวังนะครับ...

หมอพีร์จะแทรกธรรมะเพื่อให้ผู้มาดูหาทางแก้ไข ในทางเดินที่ถูกต้อง ไม่ได้สอนให้แก้กรรมแต่ให้แก้ที่ตัวเราเอง ไม่ได้สอนให้ไปสะเดาะห์เคราะห์แต่สอนให้ฝึกสติเพื่อให้เกิดปัญญาที่ถูกต้อง

การดูดวงหนีไม่พ้นความรัก...
คนบางคนรักแบบฝังใจ ยึดมั่นในรัก และเมื่อคนมาหาหมอก็เพราะศรัทธาและเชื่อว่าการทำนาย
มีโอกาสที่จะเป็น..

แต่ถ้าเราดูดวงดาว หรือดูตำแหน่งไพ่ที่ปรากฏแล้ว มันจะมีสิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นในไม่ช้าคือ
การหย่าล้าง ความตาย การทะเลาะเบาะแว้ง การเลิกลา

เราจะทำนายอย่างไร หรือเราต้องโกหก ถ้าเราพูดไปตรงๆตามดวง ตามตำแหน่งไพ่ เราจะสร้างความเศร้าหมองในใจคนๆนั้นทันที ทั้งๆที่ยังไม่มีปัญหาเกิดขึ้น

การเป็นหมอดูจึงต้องมีวาทะศิลป รู้จักใช้คำพูด แต่ผลที่สุดเราจะหลีกเลี่ยงการดูกรรมที่ไม่ดีได้กระนั้นหรือครับ

อ้องเคยดูดวงคนเป็นพันคน เพื่อได้ประสพการณ์ดวง ดูมาหลายปี ไม่ได้ทำเป็นอาชีพ แต่เอาเงินมาสร้างพระประธานและบวชเรียนสมัยวัยรุ่น

สิ่งที่หนีไม่พ้นคือ ความรัก การงาน สุขภาพ การเงิน ครอบครัว บริวาร คู่ครอง การศึกษา

หมอดูคือหมอเดา คือเราเอาดวงดาวต่างๆ มาตีความหมายที่เล็งกัน ที่มาโคจรหากัน และเอาสถิติ
ที่มีประสพการณ์ดวงมาวิจารณ์ดวงคนๆหนึ่ง ต้องเป็นไปตามกรรม หรือตามดวง ถ้าถามว่า
ถูกต้องไม๊ อ้องว่า ก็ถูกมากกว่าไม่ถูก

แต่ผลรับที่ได้คือ เรามีกรรมที่ตามมาเป็นกระพรวน...
เพราะภายในดวงคน มักจะมีร้ายมากกว่าดี เพราะที่ดีๆ จะมีแค่บางช่วง
ทุกวันนี้เลิกดูดวง ดูก็แต่คนใกล้ตัว เพื่อเตือนเค้า เช่นอย่าพึ่งเสี่ยง อย่าพึ่งทำ เพราะดวงดาวมีวินาศตามท้ายอยู่

เราจึงดูดวงเหมือนเล่นหมากรูก เวลาใดจะตั้งหลัก เวลาใดจะต่อสู้รุกฆาต เวลาใดจะถอยหยั่งเชิง

การดูดวงจึงยากด้วยประการทั้งปวงถ้าจะให้เป็นสัมมาอาชีพชอบ อ้องว่า เราทำ
เพื่อช่วย เพื่อเตือน เพื่อดึง เพื่อผ่อนคลาย อย่าแทรกแก้กรรม สะเดาะ์เคราะห์

เราจึงควรดูจังหวะเวลาที่จะต้อง สู้ ถอย รุกฆาต ให้เค้า แต่อย่าไปเปิดเผยในสิ่งที่จะทำให้เค้า
เศร้าหมอง

หมอดูจึงเป็นหมอที่มีวาทะศิลป รู้จักพูด รู้จักจูงใจ รู้จักการให้ยาแก้เครียด เป็นนักจิตวิทยาที่ดี

การเป็นหมอดูจึงยากที่สุดเป็นเช่นนี้แล... :11:
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   nonarav ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 129
  • สมัคร: 28/04/2008

ตอบ: 31/05/2009 - 11:22

คุณ ชัชวาล เพ่งวรรธนะ เขียนได้ดีจังครับ
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   washiravit ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 224
  • สมัคร: 21/05/2009

ตอบ: 31/05/2009 - 11:32

ขอบคุณ คุณชัชวาล เพ่งวรรธนะ ครับ

หมายความว่าไม่ว่าจะทำอย่างไร อาชีพนี้ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากกรรมของคนอื่นได้ใช่มั้ยครับ
มุ่งมั่นจะเป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เต็มหัวใจ
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   วสวัตตี ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 931
  • สมัคร: 19/08/2008

ตอบ: 31/05/2009 - 14:11

เพิ่งรู้ว่าคุณอ้องมีความรู้เรื่องโหราศาสตร์ด้วย :08:

ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่าตอนเรียนมหาลัยที่ผมลองศึกษาดู เพราะอยากรู้ว่าชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายของไหม เราจะมีโอกาสได้สำเร็จเป็นอรหันต์ไหม
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   ชัชวาล เพ่งวรรธนะ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1765
  • สมัคร: 03/05/2007

ตอบ: 31/05/2009 - 14:56

:02: ตามหลักโหราศาสตร์...
เราเกิดมาในระบบสุริยะจึงอยู่ภายใต้กฏแห่งดวงดาว ที่มีแรงดึงดูด มีพลังงานที่สอดคล้องกับโลกและวิถีชีวิตของสัตว์โลก

เราเป็นหมอดูจึงเท่ากับเปิดเผยกรรมที่บุคคลนั้นเคยกระทำมาก่อนและมีผลเป็นวิบากโดยอาศัยดวงดาวมาคลาดเดาตำแหน่งและการสัมพันธ์
ในอนาคต

กรรมได้กำหนดเกิดขึ้นมาโดยระบุเอาไว้ที่ วัน เดือน ปี เวลา สถานที่เกิด ตำแหน่งหนใดที่เราผุดขึ้นมา
กรรมจะบ่งบอกชะตาชีวิตไปใน สองรูปแบบ สองแนวทางคือ ดีสองทางเลือกและเลวสองทางเลือก

เช่นทางเดินแห่งพระจักรพรรดิ์หรือจะมาเป็นพระพุทธเจ้า ตามหลักของนรลักษณ์ศาสตร์32ประการแห่งผู้มีบุญ ใครเป็นผู้กำหนด ใครเป็นผู้สอน นั่นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถสืบค้นตำราสมัยโบราณที่ผ่านมาได้เพราะมีมาก่อนพระศาสนา

ในกรณีของพระเทวทัตก็เลวสองคือจะอยู่ภายนอกหรืออยู่ภายในแห่งเพศนักบวช ท่านก็ถูกกำหนด
มาให้เลวสองทางเลือก ไม่ว่าจะบวชหรือไม่ก็จะทำลายพระพุทธศาสนาอยู่ดี
แต่พระพุทธองค์ทรงเลือกทางเดินเพื่ออนุเคราะห์เพราะทรงเล็งเห็นในเส้นทางแห่งพระปัจเจกพระพุทธเจ้าในอนาคต

ชะตาชีวิตคนเราจึงอยู่ที่เราจะเลืออกเดิน ไม่ใช่หมอดูเป็นผู้กำหนดดวงชะตา
เราเลือกที่จะเป็น ที่จะกระทำ ที่จะเปลี่ยนแปลง แม้สิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น เราก็พร้อมที่จะต่อสู้กับความจริง ด้วยสติ ปัญญา ไม่ใช่ความงมงายและการคาดเดาของคนๆหนึ่ง

อ้องดูดวงมาอ้องบอกได้ว่า อ้องต้องคาดเดาดวงดาว สถิติ ตำแหน่งดาว มาผสมรวมกันและทำนายออกมา เรื่องดีๆมักคาดเคลื่อนหรือดีน้อยแต่เรื่องร้ายๆนี้ชอบเกิดขึ้นประจำ

อ้องว่ามนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ แต่เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ด้วยพร้อมเผชิญหน้ากับความจริงด้วยสติปัญญา

สามีีภรรยาที่ดวงบ่งบอกเลิกลา หย่าล้าง ถ้าเราสอนให้ทั้งคู่มารักษาศีลให้ร่มเย็น ชะตาก็จะเปลี่ยนแปลงไปในอีกรูปแบบหนึ่ง คือมีโรคภัยหรือคนใกล้ชิดทำให้เดือนร้อนใจแทน

ดวงมันจะกลับข้างเป็นเช่นนี้... ถ้าเปลี่ยนแปลงแก้ไข

เมื่อไม่เกิดกับเราก็จะเกิดกับคนที่ผูกพันธ์กับเรา ดวงดาวจึงเป็นการคาดเดาว่าจะเป็น ถ้าผู้มาดูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสียใหม่ ชีวิตก็ไม่เลวร้ายอย่างที่เป็น เพียงแต่คอยแก้ไขปัญหาต่างๆที่ละปมที่เราจะต้องเผชิญเพียงนั้น

อาชีพหมอดูจึงเปิดเผยวิบากที่จะเกิดในอนาคตและแนะนำวิธีการแก้ไข ไม่ใช่ให้ไปปล่อยสัตว์ ทำบุญ ภาวนาแก้กรรม เพราะหลวงปู่เทสก์ก็สอนเสมอว่า"ไม่มีเจ้ากรรมนายเวรอยู่เบื้องหลังเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิต ตัวเรานี่เองคือเจ้ากรรมนายเวร ไม่ว่าดีหรือเลว เราคือผู้รับผลแห่งกรรมนั้นๆ"

การดูดวงจึงต้องรู้ทักษะ รู้วิธีแก้ไข ไม่ใช่พูดไปตามคำทำนาย ตามไพ่ ตามดวงดาว เพราะผลที่ตามมาอาจทำให้คนบางคนเศร้าหมองและหวาดระแวงอย่างรุนแรง ร้องไห้เสียใจ กลัวจนไม่กล้าทำอะไร หรือดวงมีเงินก็รอคอยชะตาให้มันลอยเข้ามา
หรือไปเสี่ยงดวงเพราะหมอดูบอกว่าจะมีโชคลาภ

หมอดูไพ่ยิบซีอ้องดูมาก่อนเช่นกันครับ สนุกดี แต่ไพ่ถึง10ใบ มันหลอมรวมผสมคำทำนายจนกลมกลืน ยิ่งกว่าเวิค์ทูเดามาเล็งแค่หนึ่ง เปรียบกับการผูกดวงดาว อ้องว่ามีวิถีชัดเจนเยอะกว่า

เพราะปกติเวลาอ้องจะดูดวงอ้องต้องย้อนเค้ามาตั้งแต่เด็ก ดูรูปลักษณะตามดาว วิถีชีวิตในช่วงอายุที่ชัดเจนทั้งดีและไม่ดี ถ้าเราทำนายอดีตได้ไม่คลาดเคลื่อนอนาคตก็มีโอกาสเป็นเช่นกัน

และที่สำคัญ ถ้าเค้ามีคู่ครองเอามาผูกรวมกัน เราจะได้ดวงฐานสอง เห็นทั้งสองดวงเพราะ...
คู่กันกรรมคล้ายๆกัน เจอในสิ่งที่คล้ายๆกันเพราะอยู่ร่วมกัน คนนึงจะบอก คนนึงจะฟ้อง จนเห็นเด่นชัดขึ้นมา

การดูดวงจึงมีทักษะ รายละเอียดเยอะมากครับ ต้องอาศัยประสพการณ์ดวงของลูกค้าด้วยและมีความจดจำเก่งของดวงดาว

ส่วนเรื่องผลของกรรมมีแน่นอนครับ ทั้งดีและไม่ดี ดีคือเรารู้จักการใช้คำพูดและหาทางแก้ไข

ไม่ดีคือทุกคนถ้าถูกทักว่าจะเจอสิ่งไม่ดี ใจเค้าจะเศ้ราหมอง เสียดแทงใจ คิดซ้ำแล้วซ้ำอีกตรงนี้ละ
วิบาก

ครูสอนดวงบอกว่าอย่าดูวันตายอย่าทายความรักเพราะสิ่งนี้จะเสียดแทงใจและย้อนกลับมาทำลายเราในอนาคต

แล้วเราจะหลีกเลี่ยงในคำทำนายอย่างไร...
เราเป็นหมอดูเป็นที่พึ่งพาในยามที่คนหมดกำลังใจ ไขว่คว้าหาที่พึ่งพิง แต่เราก็ไปหยิบจับเอาความเศร้าหมองและความหดหู่ให้เค้า

วิบากในอนาคตยามใดที่เราหมดกำลังใจ หาที่พักพิง เราจะเจอแต่คนจอมปลอม หาผลประโยชน์และไม่จริงใจ ซ้ำเติมเรา

อ้องจึงคิดว่า การดูดวง ต้องจริงใจ ช่วยเหลือ ให้ที่พักพิง ไม่อิงเงินทอง
สมัยวัยรุ่นอ้องเก็บ29บาท :10:

หาเงินมาได้ 20,000กว่าบาท เอาไปสมทบสร้างพระประธานและบวชตนเอง สร้างตู้พระไตรปิฎก สร้างกุฎิ สมทบกับพี่ชายที่เป็นเจ้าภาพในการบวชเรียน หลังจากนั้นก็ วางมือ บ๊ายบายครับ ลาจากวงการ :08:

หมอดูเสี่ยงพอๆกับการเป็นดาราเลย ต่างกับการให้ธรรมทานที่บริสุทธิ์มากยิ่งกว่า

ให้ราคะ โทสะ โมหะ โลภะ แก่ผู้ใด กรรมที่ได้กระทำย่อมส่งผลในเส้นทางนั้นๆ
ยิ่งกระทำต่อมวลชน คนหมู่มาก ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างเท่าไร ผลก็ยิ่งตอบกลับเป็นจำนวน
ที่ยาวนานมากยิ่งข้ึน เหนื่อยมากขึ้น

อาชีพหมอดูจึงหืดขึ้นคอ... เพราะเล่นจ้องถามในสิ่งที่สำคัญทั้งสิ้น และการที่เราจะแทรกธรรมะแก่คนที่ไม่มีปัญญาถึงขนาดมาพึ่งหมอดูเสียแล้ว ธรรมะก็แค่ผ่านหูเค้าก็เพียงนั้น :11:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย ชัชวาล เพ่งวรรธนะ: 31/05/2009 - 15:05

0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   washiravit ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 224
  • สมัคร: 21/05/2009

ตอบ: 01/06/2009 - 10:31

ขอขอบคุณคุณ ชัชวาล เพ่งวรรธนะ อีกครั้งครับ นี่ถ้าพี่ยังคงเป็นโหรอยู่จะขออนุญาตฝากตัวเป็นศิษย์เลย

อาชีพหมอดูจึงหืดขึ้นคอ... เพราะเล่นจ้องถามในสิ่งที่สำคัญทั้งสิ้น และการที่เราจะแทรกธรรมะแก่คนที่ไม่มีปัญญาถึงขนาดมาพึ่งหมอดูเสียแล้ว ธรรมะก็แค่ผ่านหูเค้าก็เพียงนั้น

ผมได้อ่านเเล้วรู้สึกเป็นเช่นนั้นจริงๆ ความหวังที่อยากจะเป็นหมอดูเเบบหมอพีร์คงยังไกลความจริงเกินไป

ขอบคุณครับ เรื่องของกรรมของลูกค้าน้นผมหละกลัวจริงๆ เพราะตอนนี้ชีวิตผมสุขสบาย ที่บ้านก็มีฐานะดี เเต่ผมผู้ซึ่งพ่อเเม้สอนให้ประหยัดมาเเต่เด็กเลยไม่ค่อยมีกะตังค์ พอมาเป็นหมอดูก็พอจะหากะตังค์ได้บ้างเล็กน้อย

ขอบคุณครับ เมื่อเจอช่องทางที่ชีวิตมีจะกินเมื่อไหร่ ผมจะบ้ายบายทันทีเหมือนกันครับ

ขอบคุณครับ
มุ่งมั่นจะเป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เต็มหัวใจ
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   น้องบู ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2711
  • สมัคร: 25/03/2008

ตอบ: 01/06/2009 - 10:42

๑.สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ) มีความเห็นหรือความเชื่อที่ถูกต้อง:- ความรู้ในทุกข์ ความรู้ในเหตุให้เกิดทุกข์ ความรู้ในความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ ความรู้ในหนทางเป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อันใด, นี้เราเรียกว่า ความเห็นชอบ ความเข้าใจชอบ, ชอบ ที่หมายถึง ชอบธรรม หรือโดยถูกต้อง, โดยถูกต้องตามความเป็นจริง, เห็นชอบหรือรู้ชอบ จึงหมายถึง ปัญญาที่เข้าใจถูกต้องตามที่เป็นจริง เห็นทุกข์ มีความเห็นที่จะออกจากทุกข์, มีความเห็นชอบถูกต้องเกี่ยวกับทุกข์, ความเชื่อหรือเห็นชอบในการปฏิบัติให้พ้นทุกข์อย่างถูกต้อง เห็น(เข้าใจ)ใน"อริยสัจ" อันมี ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ว่าเป็นทางดับทุกข์, เห็น(เข้าใจ)ปฏิจจสมุปบาทซึ่งเป็นกระบวนการเกิดขึ้นและดับไปแห่งทุกข์, เห็น(เข้าใจ)พระไตรลักษณ์ - อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา กล่าวคือ ปัญญาอันเห็นชอบ คือ เห็นอริยสัจจ์ ๔, เห็นชอบตามคลองธรรมว่า ทำดีมีผลดี ทำชั่วมีผลชั่ว มารดาบิดามี (คือมีคุณความดีควรแก่ฐานะหนึ่งที่เรียกว่ามารดาบิดา) ฯลฯ, เห็นถูกต้องตามที่เป็นจริงว่า ขันธ์ ๕ ไม่เที่ยงเป็นต้น (ขั้นปัญญา)

ถ้าคุณทำให้จิตเห็นแจ้งได้ตามนี้ ถือว่าเป็นผู้มีสัมมาทิฐิ องค์อื่น ๆของมรรคจะทำงานตามไปด้วยเมื่อ สัมมาทิฐิทำงาน ส่วนการดูหมอนั้นจะทำเป็นงานอดิเรกหรืออาชีพ ผมก็เห็นว่าไม่น่าจะผิดอะไร ตราบใดที่อยู่ในเพศฆราวาส


:09: :09: :09:
"สิ่งทั้งหลายมีแต่ธรรม มีแต่อนัตตา ขนาดนิพพานยังอนัตตาเลย อัตตาไม่มี เข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่า"
"ทิฐิต่าง ๆ มีได้เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย"
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   washiravit ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 224
  • สมัคร: 21/05/2009

ตอบ: 01/06/2009 - 11:43

ขอบพระคุณมากๆครับ

อนุโมทนาครับ ผมดีใจจริงๆ เว็บนี้มีเเต่คนี่เอื้อเฝื้อใจดีมากๆครับ
มุ่งมั่นจะเป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เต็มหัวใจ
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   วิฬาร์วรรณ ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 898
  • สมัคร: 23/09/2008

ตอบ: 01/06/2009 - 15:24

เคยฝึกดูไพ่ยิปซีตั้งแต่ ปี 41 นะคะ ตั้งแต่สมัยเป็น ชมรม กิจกรรมนอกเวลาของโรงเรียน ถึงตอนนี้ก็นานมากแล้ว ดูไพ่เป็นงานอดิเรกค่ะ แล้วก็ได้เงินบ้างในบางครั้ง แล้วแต่ว่าผู้ดูจะถูกใจกับผลการทำนายขนาดไหน

จากประสบการณ์ค้นพบว่าการที่เราจะทำนานดวงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แล้วก็ต้องมีความระมัดระวังในการใช้คำพูด คนที่มาดูส่วนมากมาด้วยความคาดหวัง และในชีวิตก็ไม่ได้ยึดอะไรเป้นที่พึ่ง มีแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ ดูดวงแล้วคิดว่ามันอาจจะทำให้อะไรดีขึ้นได้ บางทีเราทายแม่น แต่เพื่อนมีเคราะห์จริงๆ ตามที่เราดูไว้ เราก็ไม่สบายใจนะคะ แล้วบางเรื่องที่เป้นเรื่องอ่อนไหว เราก็ไปทำนายแบบฟันธงก็ไม่ได้ เพราะบางคนอัตตาเขาสูงเหลือเกิน แบบฉันรับได้แต่เรื่องที่เป็นส่วนดีๆของฉันเท่านั้น พอเราบอกว่าข้อเสีย เขาก็เถียงว่าไม่จริง ไม่ตรงเลย เราก็หน้าเจื่อนไป

ทุกครั้งที่ดูบอกคนดูเสมอว่า มันเป็นเรื่องในขณะช่วงเวลาที่ดูอยู่เท่านั้น เหตการณ์ต่างๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงตามการกระทำของตัวบุคคลด้วย ให้ใช้วิจารณญาณในการฟัง เวลาเขาไม่สบายใจก็แนะนำให้ ทำบุญ ใส่บาตร ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศล แนวๆ นั้นเพราะเมื่อก่อนเราก็ไม่ได้ศึกษาเรื่องธรรมะลึกซึ้ง ไม่ได้เขาใจเรื่องกรรมสักเท่าไหร่ เพียงแต่เชื่อว่า
การทำกุศลย่อมให้อานิสงส์เรื่องความสบายใจ ลดความทุกข์เศร้าหมองกังวลลงได้บ้างก็เลยแนะนำไป แต่ไม่เคยพูดเรื่องกรรมเลย

แล้วก็แปลกตรงที่ว่า บางเรื่องไม่เกี่ยวกับดวงสักเท่าไหร่ คนก็ยังหวังว่าดวงชะตาจะเป็นที่พึ่งได้ บางทีคนเราไม่เข้าใจชีวิตสักเท่าไหร่ว่า เรานี่แหละเป็นผุ้กำหนด ชีวิตตัวเองหาใช่ใครลิขิต เคยมีเพื่อนถามว่า ตั้งใจว่าจะมีลูกปีนี้ จะมีได้ไหมดีไหมเลยตอบไปแบบไม่ต้องดูไพ่เลยว่า "ถามแฟนเธอสิจ๊ะ" :10: แล้วก็เจอเรื่องขำๆ แปลกๆ อีกเยอะก็มี

แต่สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์ การที่เราล่วงรู้เรื่องราวเหตการณ์ในชะตาชีวิตมากๆ ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีมากนักหากเรายังดูด้วยจิตใจที่ไม่เป็นกลางหรือมีอุเบกขามากพอ

การที่เราได้ยินความทุกข์ วิบากรรม เคราะห์ร้ายต่างๆ ของคนอื่นมากๆ ยิ่งเราทำนายแล้วตรงหรือใช่เขาก็จะเล่าๆๆๆ มาอีกมากมาย คนฟังในฐานะผุ้ดูฟังแล้วก็เศร้าหมอง คนเล่าเล่าแล้วก็เศร้าหมอง กังวลมากเหมือนกัน บางสถานการณ์การดูดวงไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยิ่งไปเป็นการตอกย้ำความทุกข์ไปอีก บางทีเปิดไพ่ออกมา คนทำนายไพ่ก็อึ้ง..แย่มากจนไม่รู้จะทำนายให้ดู ให้ฟังแล้วกลางๆ สบายใจได้อย่างไร เราจะโกหกเขาก็ไม่ได้อีก ลำบากใจเหมือนกัน

ที่น่าสงสารที่สุดคือ บางคนไม่เชื่อเรื่อง บุญ-กรรมเอาเสียเลย อันนี้เชื่อแต่ดวงล้วนๆ เชื่อมากจนทำให้ชีวิตลำบากไปเลย เพื่อนสนิทเคยไปดูดวงแล้วมีคนทำนายตั้งแต่เด็กว่าจะเปิดอุบัติเหตทางน้ำ จนเจ้าตัวแทบไม่กล้าไปเที่ยวทะเลเลย

สังเกตกับตัวเองมาสักระยะเห็นว่าการดูดวงเหมือนดาบสองคม คือ ถ้าทำนายไม่ตรงก็เสียชื่อเสียหน้าหน่อยนึง พอทพนายตรงแล้วเพื่อนเป็นทุกข์มีเคราะห์ก็เป็นทุกข์ คนไหนทำนายไปว่าจะดีเลยได้ใจลำพองใจ ใช้ชีวิตประมาทอีก พอไม่ดีตามคำทำนายเขาก็ผิดหวังอีก ( อาจจะเนื่องด้วยวิบากรรมมาแทรก เราก็ไม่รู้ได้)

พอมาศึกษาธรรมะ เข้ามาที่ลานธรรมบ่อยๆ เดี๋ยวนี้เชื่อ บุญ-กรรมสนิทใจ แล้วก็เข้าใจว่าอะไรเป็นแก่นแท้ของธรรมะ เราควรจะใช้ชีวิตแบบไหน เราควรเชื่อหรือไม่เชื่ออะไร ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ดูไพ่ยิปซีให้ใครสักครั้งเลยค่ะ แล้วก็แปลกใจด้วยที่ไม่มีใครมาขอร้องให้ช่วยดูให้เลย จนนถึงวันนี้นะคะ

คงเป็นนิมิตหมายที่ดีกับตัวเองนะคะ ว่าเรามาถูกทางแล้ว เพราะเราได้ทำความเห็นให้ถูกต้องดีแล้ว :06: เล่าสู่กันฟัง
ยาวไปนิดนึงนะคะ :07:
Know Thyself.
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   washiravit ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 224
  • สมัคร: 21/05/2009

ตอบ: 01/06/2009 - 16:48

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ในตอนเเรกนึกว่าถามคำถามเเบบนี้เเล้วจะโดนด่า

เเต่พี่ๆที่นี่ใจดีทุกๆคนเลยครับ ขอบคุณที่ให้คำปรึกษา ให้คำเเนะนำ ให้ความรู้ เเละชี้เเนะเเนวทางด้วย

ขอบพระคุณทุกท่านครับ ขอบคุณมากๆครับ
มุ่งมั่นจะเป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เต็มหัวใจ
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   chalcedony_poppo ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 161
  • สมัคร: 26/04/2007

ตอบ: 02/06/2009 - 08:35

ส่วนตัวก็เคยศึกษาไพ่ยิปซีมาเหมือนกัน ตอนนี้ก็ดูให้ตัวเองอยู่เสมอแต่ก็ด้วยวัยและประสบการณืที่เพิ่มขึ้น จึงเข้าใจได้ว่าทุกสิ่งตัวเราต่างหากที่เป็นคนกำหนด คนทั่วไปมักเข้าใจว่าไปดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าดีก็ดีใจถ้าไม่ดีก็จิตใจย่ำแย่ไปเลย ซึ่งจริงๆการดูดวงมันไม่ใช่ให้เราเชื่อ แต่ให้เราใช้ชีวิตและตัดสินใจอะไรก็ตามอย่างมีสติ

ตัวเองก็อยากทำเป็นอาชีพ เพราะชอบดู แต่ก็รู้ตัวว่ามีความอดทนน้อยและวาทศิลยังไม่ดีพอขั้นเทพ เพราะความเข้าใจของคนที่มาดูกับความเข้าใจของหมอดูมันคนละเรื่องกัน

เคยดูให้คนอื่นนะคะ และพบว่าคนดูเค้าไม่สนใจคำแนะนำหรือแนวทางที่เราชี้แนะหรอกค่ะ เขาลุ้นอยู่แต่ว่าไพ่ที่เปิดมาจะดีไหม ถ้าไม่ดีก็อยากเปิดใหม่ เพราะเชื่อว่าถ้าเปิดไพ่ออกมาดี ชีวิตก็จะดี เขาเชื่อว่าชีวิตขึ้นอยู่กับไพ่ค่ะ

อาจจะรอให้สูงวัยกว่านี้อีกนิดอาจจะผันตัวมาเป็นหมอดูก็ได้ค่ะ อิอิ
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   washiravit ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 224
  • สมัคร: 21/05/2009

ตอบ: 02/06/2009 - 10:01

ขอบคุณมากๆครับ ที่มาเล่าเเละเเชร์ประสบการณ์ร่วมกัน อย่างที่คุณ chalcedony_poppo กล่าวมาเลยครับ ผมเคยเจอหลายๆกรณ์ ดั่งเช่นกรณีดั่งต่อไปนี้ที่จะเล่า

สามีพี่มีคนอื่นมั้ย ผมพิจารณาจากไพ่พื้นดวงตรงหน้าค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีเเน่ (ถ้าไพ่ส่อเค้าว่าจะมีผมจะรีบถามเลยครับ ว่ามีอะไรน่าสงสัยในตัวแฟนเหรอ) เลยให้จับไพ่่เพิ่มเติม

พอจับปุ๊ป ไพ่ก็บอกว่าไม่มี เค้าได้ยินคำตอบ ก็เเทนที่จะสบายใจ กับถามมาว่า ขอจับอีกครั้งได้มั้ย

เอ้า อะไรเนี่ย เเฟนไม่มีก็อยากบังคับให้เขามีหรือไง เเต่ด้วยอาชีพก็เลยให้จับอีก ไพ่ก็ขึ้นว่าไม่มี

เธอเลยสบายใจ ถามเธอว่าสงสัยอะไร เธอบอกว่าไม่ได้สงสัยอะไร เเค่อยากถาม




คนที่สองไพ่บอกว่าเธอมีครอบครัว มีลูกเเล้ว เเต่เธอมีชู้ บอกเธอไปบอกให้เลิกซะเถอะ มันบาป

เธอไม่เลิกเท่านั้นยังไม่พอ เธอยังเล่าความไม่ดีของสามีให้ผมฟังเลย เเบบประมาณว่าที่ฉันมีชู้ช่วยเห็นใจฉันหน่อยเถอะ ฉันไม่ได้อยากมี



เฮ้อ ตอนนั้นยังเป็นหมอมือใหม่ ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้เเต่นั่งฟังพร้อมเห็นเธอคนนี้เปิดประตูอบายภูมิอยู่ปลายๆ
มุ่งมั่นจะเป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่เต็มหัวใจ
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   น้ำเต้าหู้ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 169
  • สมัคร: 02/04/2007

ตอบ: 03/06/2009 - 00:05

ขอบคุณนะคะทั้งผู้ตั้งกระทู้และผู้ตอบ
เคยสงสัยมานานเหมือนกันค่ะเกี่ยวกับเรื่องนี้
วันนี้ได้หายคาใจเสียที...

สาธุ ^^

.......................................................
ขอบคุณที่มีความเห็นดีๆ มาเตือนสติกันค่ะ
ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตนเสมอ จริงๆ...
อยากได้ "ผลดี" ต้อง "ทำดี" เสียก่อน
(เขียนไปเตือนตัวเองไปว่า อย่าละความพยายาม)
0



คำตอบต่อไป: เปาบุ้นจิ้น - suvanol - washiravit - Nirin - washiravit -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ