ลานธรรมเสวนา: นั่งสมาธิแล้วตัวมันโคลงเคลง - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

นั่งสมาธิแล้วตัวมันโคลงเคลง ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   อศุภ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 148
  • สมัคร: 05/05/2007

ตอบ: 23/05/2009 - 10:41

เป็นเพราะอะไรครับ แล้วจะแก้ไขยังไงดีครับ
"วันแรกที่เกิดมา คือวันสุดท้ายแห่งอิสรภาพอย่างแท้จริง"
0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   pakorn.p ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 544
  • สมัคร: 05/10/2007

ตอบ: 23/05/2009 - 11:20

ให้ดูลมเข้าออกเป็นปกติเป็นธรรมชาติ อย่าไปบังคับลมหายใจ จิตเรายังมีตัวยึดตัวกังวล ควรทำจิตปล่อยวางปลงอารมณ์ก่อนเข้าสมาธิ นั่งสมาธิชั่งน้ำหนักของโลกของธรรม พอจิตจะสงบโลกก็มากวน อาการโคลงเคลงที่เกิดขึ้นไม่ต้องใส่ใจปล่อยให้มันผ่านไป ถ้าหากเราเผลอไปดูไปลังเลสงสัยอาการโคลงเคลง จิตเราก็จะไหว อารมณ์ก็จะแทรกเข้ามาทั้งเวทนากายเวทนาจิต จิตเราก็ไหลเหมือนถูกดูดเข้าไปอยู่อารมณ์และความคิด เราปฏิบัติเพื่อเอาจิตเอาสติอยู่กับลมหายใจ ให้จิตของเราสงบเพื่อรู้จักจิตของเรา
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโนมา ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 185
  • สมัคร: 18/02/2006

ตอบ: 23/05/2009 - 11:59

:09: ผมขอยกเอาการตอบคำถามของท่านอาจารย์ธัมมโชติ มาให้ลองศึกษาดูนะครับ
บทส่งท้าย
http://www.geocities...humma/index.htm
ด้วยผลแห่งความทุ่มเทมาเป็นเวลา 2 ปีกว่า ในการสร้างสรรค์บทความธรรมะเกือบ 200 บทความ ซึ่งครอบคลุมความรู้ในการปฏิบัติธรรม ทั้งในเรื่องของทาน ศีล สมาธิ และวิปัสสนา ตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงขั้นสูง รวมทั้งความรู้พื้นฐานทางพระพุทธศาสนาในแง่มุมต่างๆ ที่บุคคลทั่วไปควรจะทราบอีกเป็นจำนวนมาก

บัดนี้ ผู้ดำเนินการคิดว่าเว็บไซต์ธัมมโชติแห่งนี้ มีความสมบูรณ์ในเนื้อหา ตามกำลังความรู้ ความสามารถ เท่าที่ผู้ดำเนินการจะสามารถกระทำได้แล้ว

ดังนั้น จึงสมควรแก่เวลาแล้ว ที่ผู้ดำเนินการจะได้ปลีกตัวออกแสวงหาความสงบ และความเจริญก้าวหน้าในธรรมในร่มกาสาวพัสตร์ต่อไป ถ้าไม่มีอะไรติดขัด ผู้ดำเนินการก็จะออกบวชในเวลาอันใกล้นี้

ขอฝากเว็บไซต์แห่งนี้เอาไว้ในโลกอินเทอร์เน็ต เพื่อประโยชน์แก่ผู้สนใจในธรรม ในการค้นคว้าหาความรู้ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติ เพื่อเข้าถึงแก่นแท้แห่งพระพุทธศาสนาโดยถ้วนทั่วกัน

กระท่อมธรรม
http://www.geocities...humma/index.htm

นั่งสมาธิแล้วเกิดปิติ
http://www.geocities...amata/sm009.htm

ผู้สนใจท่านหนึ่งได้เมล์มาถามปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางผู้ดำเนินการเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ แก่ท่านอื่นๆ ด้วย จึงขออนุญาตนำมาลงเอาไว้ ณ ที่นี้ ดังนี้

--------------------------------------------------------------------------------

คำถาม

นั่งสมาธิแล้วเกิดปิติ โยกนานมากเป็นสิบนาที สอบอารมณ์อาจารย์ท่านที่หนึ่งบอกว่า ให้กำหนด “โยกหนอ” ตามรู้ แล้วเขาก็จะหยุดเอง แต่ก็นานอยู่ดี อาจารย์ท่านที่สอง บอกว่าให้กำหนด “หยุดหนอ” เขาจะได้หยุด อันไหนถูกคะ (กำหนดหยุด เขาก็หยุด แต่พักสั้นๆก็โยกอีก)

--------------------------------------------------------------------------------

ตอบ

สวัสดีครับ

ขอบคุณครับที่ให้ความสนใจเว็บไซต์ ธัมมโชติ

ปิตินั้นเป็นอาการปกติของสมาธิ ไม่ต้องกังวลใจนะครับ คือเมื่อจิตประณีตถึงช่วงหนึ่งปิติก็จะเกิดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ถ้าจิตประณีตมากหรือน้อยกว่านี้ปิติก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น ถ้านั่งต่อไปแล้วปิติไม่เกิดขึ้นก็แสดงว่าจิตประณีตมากขึ้นหรือน้อยลง จนไม่อยู่ในช่วงของปิติแล้ว จิตในขั้นที่ประณีตขึ้นไปก็จะเป็นขั้นของสุข สูงขึ้นไปอีกก็เป็นขั้นของอุเบกขา

สิ่งที่ควรทำต่อไปก็คือ ตามดูตามรู้อาการที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า โดยไม่ควรจะยินดี ยินร้าย หรือกังวลใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น เมื่อปิติเกิดขึ้นก็รู้ว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ก็รู้ว่าตั้งอยู่ ดับไปก็รู้ว่าดับไป รู้เหตุแห่งการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ของสิ่งเหล่านั้นตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น คือรับรู้แล้วปล่อยวาง อย่าปรุงแต่งให้มากนัก แล้วจิตก็จะสงบ ประณีตขึ้นตามเหตุปัจจัยเองครับ

ถ้าไปกังวลก็จะเป็นทุกข์ และทำให้สมาธิเคลื่อนไปเปล่าๆ

ปิติที่เกิดขึ้นนั้นอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่า สมาธิเกิดขึ้นตามสมควรแล้วครับ อย่าคิดอะไรมาก ถ้าไม่ไปติดยึดกับมันก็ไม่มีผลเสียอะไรครับ จะกำหนดอย่างไรก็ได้ ที่สำคัญคือการรับรู้ตามสภาพความเป็นจริงที่ปรากฏ แล้วอย่าไปยินดียินร้ายกับมัน พอจิตประณีตขึ้นอาการก็จะหายไปเองครับ

ที่ควรระวังก็คือ การนั่งสมาธิแล้วมีอาการโยกนี้ต้องดูให้ดีด้วยว่าเป็นอาการของปิติ หรือเป็นเพราะเผลอสติ ถ้าเป็นเพราะปิติก็ทำตามที่กล่าวไปแล้ว แต่ถ้าเป็นเพราะเผลอ นั่งแล้วเพลิน สติเลื่อนลอยลืมกำหนดรู้ก็ทำให้ตัวโยกได้เช่นกัน อย่างนั้นก็ต้องแก้ด้วยการกำหนดรู้ให้ต่อเนื่อง อย่าให้เผลอ ถ้าเผลอเมื่อไหร่ก็อาจจะโยกได้อีก ก็แก้ด้วยการกำหนดรู้ตามอาการที่เกิดขึ้นนั้น พอรู้ตัวแล้วก็จะหยุดโยกไปเอง ถ้าเผลอบ่อยก็เพิ่มกำลังของสติได้ ด้วยการเดินจงกรมแบบกำหนดรู้ตามการเคลื่อนไหวให้ละเอียดๆ ก็ช่วยได้ครับ

ไม่ต้องกังวลนะครับ สิ่งที่ไม่อยู่ในอำนาจก็เป็นอย่างนี้หละครับ (ทั้งปิติ และการเผลอสติ รวมทั้งรูปนามอื่นๆ ด้วย) ดูมันไปเรื่อยๆ อย่าเผลอแล้วดีเอง

เรื่องปิตินั้นก็ขอย้ำอีกนิดนะครับ คือถ้าความประณีตของจิตเปลี่ยนไป คือไม่อยู่ในช่วงของความประณีต (ความถี่ของจิต) ที่เป็นช่วงของปิติแล้ว อาการของปิติก็จะหายไปโดยอัตโนมัติครับ ทำนองเดียวกับที่พอความประณีตของจิตอยู่ในช่วงของปิติ อาการของปิติก็จะเกิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติครับ ห้ามไม่ได้เพราะธรรมชาติเป็นอย่างนั้น

เหมือนกับพอโกรธก็จะมีอาการที่เป็นลักษณะเฉพาะของความโกรธ ปรากฏขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เช่น ใจสั่น ร้อน ฯลฯ ถ้าตราบใดที่ยังโกรธอยู่ อาการนี้ก็จะยังอยู่ บังคับให้หายไม่ได้ แต่ถ้าหายโกรธเมื่อไหร่อาการก็จะหายไปเองโดยอัตโนมัติครับ
การที่ปิติเกิดขึ้นนานก็เพราะความประณีตของจิตอยู่ในช่วงนั้นนานครับ ซึ่งก็ไม่มีผลเสียอะไร เพราะก็เป็นสมาธิระดับหนึ่งเหมือนกัน ไม่ต้องกังวลนะครับ แค่ดูมันไปเรื่อยๆ แล้วดีเองครับ

ไม่ต้องพยายามไปหยุดมันหรอกครับ ถ้าจะหยุดก็ต้องเปลี่ยนระดับความประณีตของจิตให้พ้นช่วงปิติ (ผู้ที่ทำสมาธิจนชำนาญแล้วก็จะเปลี่ยนระดับความประณีตของจิตได้ตามต้องการ) ก็จะหยุดได้ครับ

ถ้ายังไม่กระจ่าง หรือมีข้อสงสัยอะไรอีก ก็เชิญถามมาได้ใหม่นะครับ ไม่ต้องเกรงใจ

ธัมมโชติ
6 กรกฎาคม 2545

****************
เจริญในธรรมครับ.
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   ช.ชุตินธโร ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1417
  • สมัคร: 12/09/2007

ตอบ: 23/05/2009 - 12:43

ดูมันไปเรื่อย ๆ ดูมันไปเรื่อย ๆ ไม่มีอะไร ให้ดูมันไปเรื่อย ๆ ดูแล้วสังเกตุ พิจารณา ให้รู้เห็นตามความเป็นจริง
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   อศุภ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 148
  • สมัคร: 05/05/2007

ตอบ: 23/05/2009 - 16:04

ขอบคุณครับ จะเอาไปปฏิบัติครับ
"วันแรกที่เกิดมา คือวันสุดท้ายแห่งอิสรภาพอย่างแท้จริง"
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   อนันตา ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 977
  • สมัคร: 24/09/2006

ตอบ: 24/05/2009 - 06:59

เป็นอาการอย่างหนึ่งของสมาธิที่เรียกว่า ปิติ...ไม่ต้องไปแก้ไข เพียงแต่กำหนดรู้ อย่าอยากให้หายหรือไม่หาย เมื่อจิตก้าวผ่านสมาธิขั้นนี้ขึ้นไป ปิติก็จะหายไปเอง....
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   วสวัตตี ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 931
  • สมัคร: 19/08/2008

ตอบ: 24/05/2009 - 12:26

อาการตัวโยกโคลง มีหลายแบบ บางทีก็ไม่ได้เกิดจากการทำสมาธิ แต่เกิดจากการนั่งที่ไม่ดี เช่นนั่งบนพื้นที่ไม่เรียบ ทำให้นั่งตัวไม่ตรง พอโงกง่วงหรือเผลอสติ ก็อาจตัวแกว่งจนโยกโคลงได้

หรือนั่งหลังโก่งพอสติอ่อนแรงลง ก็เลยโยกโคลงได้

สำหรับปีติที่ทำให้รู้สึกว่าโยกโคลงในสมถกรรมฐานนั้น ที่เรียกว่า โอกฺกนฺติกาปีติ จะเป็นอาการเหมือนกับว่าตัวเราเป็นเรือที่ลอยอยู่บนคลื่น เหมือนโดนคลื่นเบาๆซัดแล้วทำให้ตัวกระเพื่อมไหวตามแรงของคลื่น

แต่คลื่นที่ซัดนั้นเป็นคลื่นของความสุข เวลาโดนคลื่นซัดทีนึงก็จะมีความสุขทีนึงเป็นดังนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งที่ก็ยังดำรงกายนิ่งไม่ไหวติง

อาการโยกโคลงที่เกิดจากสมถกรรมฐานแท้ๆ อาจเป็นช่วงจังหวะที่จิตกำลังจะเป็นฌานจิต เรียกว่า อาทิกัมมิกฌานวิถี ตอนที่ได้ฌานครั้งแรกของชีวิตจะรู้สึกว่า
ตัวโยกโคลงอย่างรุนแรง เช่นรู้สึกว่าล้มคว่ำไปข้างหน้าทั้งที่ยังนั่งอยู่ หรือรู้สึกว่าตกวูบจากที่สูง หรือตกจากลิฟต์เป็นต้น

แต่จะได้ฌานหรือไม่ได้ฌานนั้น ก็ตัดสินกันตรงที่ว่า มี วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา เกิดขึ้นหรือไม่

ตัวที่เด่นชัดที่สุดเลย คือเอกัคคตา รองลงมาเป็นปีติ และสุข สำหรับ วิตกและวิจารนั้น
จะไม่เด่นชัดเท่า กล่าวคือ ถ้าหากปราถนาปีติและความสุข ก็ให้ยกจิตขึ้นเคล้าคลึงอารมณ์หรือโผเข้าไปหาปฏิภาคนิมิต

จึงจะเกิดปีติและสุขมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถ้าชำนาญมากไปอีกขั้น จะสามารถเข้าถึงปีติได้โดยไม่ต้องยกจิตขึ้นเคล้าคลึงอารมณ์

สำหรับเรื่ององค์ฌาน แนะนำกระทู้นี้และความเห็นของคุณเฉลิมศักดิ์และท่านอื่นๆในกระทู้ครับ กดนะจ๊ะ
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   อศุภ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 148
  • สมัคร: 05/05/2007

ตอบ: 24/05/2009 - 13:23

โอ ขอบพระคุณมากเลยครับ
"วันแรกที่เกิดมา คือวันสุดท้ายแห่งอิสรภาพอย่างแท้จริง"
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   aBlueDraGOn ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 66
  • สมัคร: 17/04/2009

ตอบ: 24/05/2009 - 14:03

เคยเป็นเหมือนกันคะ แม่ก็บอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ให้ดูที่ลมหายใจแทน

แต่พอโตมาเวลานั่งก็ไม่โยกแล้วนะคะ

จะโยกเวลาเปิดเพลงมันๆแทน แหะๆๆ

ไม่ได้เข้ามาป่วนนะ
แต่หัวเราะวันละนิดจิตแจ่มใสค้า :10:
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   aBlueDraGOn ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 66
  • สมัคร: 17/04/2009

ตอบ: 24/05/2009 - 14:05

นั่ง หมายถึงนั่งสมาธินะคะ อันนี้จริงจังคะ
:04:
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   อศุภ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 148
  • สมัคร: 05/05/2007

ตอบ: 02/06/2009 - 11:21

นั่งแล้วมันโยกแรงขึ้นเรื่อยๆอ่ะครับ
"วันแรกที่เกิดมา คือวันสุดท้ายแห่งอิสรภาพอย่างแท้จริง"
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   น้องบู ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2711
  • สมัคร: 25/03/2008

ตอบ: 02/06/2009 - 11:31

อ้างอิง (อศุภ @ 02 มิ.ย. 52 - 11:21)
นั่งแล้วมันโยกแรงขึ้นเรื่อยๆอ่ะครับ

แล้วทำไมคุณไม่นั่งให้มันตรง ๆ ล่ะครับ เมื่อรู้ว่ามันโคลงเคลง :15:



หากนั่งแล้วโคลงเคลง ให้เอาจิตออกจากฐานจิตก่อน แล้วรู้กาย แล้วควบคุมกายให้ตั้งตรงตามปกติ จากนั้น ค่อยบริกรรมต่อ หรือกำหนดไปที่ฐานจิตต่อไปครับ :15:

ถ้านั่งแล้วยังโคลงเคลงอีก คุณก็นอนสมาธิเสียเลย ผมก็อยากรู้ว่าจะยังโคลงเคลงอีกไหม

นี่ผมพูดจริง ๆนะครับ ไม่ได้แซวเล่นนะ :09: :09:

จิตที่ปราศจากนิวรณ์นั้นแร่ะคือจิตตั้งมั่น มีได้ทุกอิริยาบท :12:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย น้องบู: 02/06/2009 - 11:32

"สิ่งทั้งหลายมีแต่ธรรม มีแต่อนัตตา ขนาดนิพพานยังอนัตตาเลย อัตตาไม่มี เข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่า"
"ทิฐิต่าง ๆ มีได้เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย"
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   อศุภ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 148
  • สมัคร: 05/05/2007

ตอบ: 02/06/2009 - 12:13

มันเหมือนต้องขืนๆไว้อ่ะครับ มันถึงหยุด เหมือนถ้าปล่อยตามสบายแล้วตัวมันก็เริ่มโยกอีกอ่ะครับ ส่วนนอนนั้นผมก็ทำนะครับแต่ทำแล้วหลับไปเลยอ่ะครับ ควรทำไงดีครับ
"วันแรกที่เกิดมา คือวันสุดท้ายแห่งอิสรภาพอย่างแท้จริง"
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   น้องบู ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2711
  • สมัคร: 25/03/2008

ตอบ: 02/06/2009 - 12:30

อ้างอิง (อศุภ @ 02 มิ.ย. 52 - 12:13)
มันเหมือนต้องขืนๆไว้อ่ะครับ มันถึงหยุด เหมือนถ้าปล่อยตามสบายแล้วตัวมันก็เริ่มโยกอีกอ่ะครับ ส่วนนอนนั้นผมก็ทำนะครับแต่ทำแล้วหลับไปเลยอ่ะครับ ควรทำไงดีครับ
(อศุภ @ 02 มิ.ย. 52 - 12:13)

คุณเดินจงกรมก่อนนั่งสมาธิหรือเปล่าครับ ลองดูสิ น่าจะดีขึ้น กระตุ้นสติได้ดีนักแล :12:


ถ้ามีกำลังสติดี สมาธิก็จะดีตามไปด้วย

ทีนี้เรื่องของการนั่งคุณลองปรับท่านั่งที่สบาย ๆ ที่สุด ผ่อนคลายที่สุด ก่อนจะหลับตาครับ ถ้าคุณเกร็งตั้งแต่ก่อนนั่ง ก็เป็นไปได้ที่ว่ากายมันจะโคลงเคลง เพราะมันอยู่ในสภาพที่ไม่สบาย กายมันจึงต่อต้านด้วยอาการโยกไปโยกมา (ผมเดาเอานะ) :08:


แล้วเรื่องของการนอนสมาธิ ที่คุณบอกว่าหลับนั้น ก็ไม่เห็นจะเป็นไร หลับก็หลับสิครับ วันต่อมาก็ทำใหม่ การที่คุณหลับนั้นเพราะสติคุณยังมีกำลังไม่พอ ร่างกายพอมันได้นอนสบาย จิตก็เสวยความสบายนั้นด้วย จึงเคลิบเคลิ้มจนหลับไป ถ้าคุณฝึกบ่อย ๆ มีกำลังสติดี จะไม่หลับเลยครับ แม้พอจะหลับจิตก็มีสติรู้ทันความง่วง ความง่วงจะหายไปเลยครับ

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นอยู่ที่การฝึกฝน และที่สำคัญคือการตามดูจิตตนเองด้วยกำลังสติ เพราะคุณเท่านั้นที่จะอธิบายจิตคุณและเข้าใจจิตคุณได้ดีกว่าใคร เพียงแต่คุณต้องมีกำลังสติเป็นเครื่องมือพอสมควร

"...เมื่อมีสัมมาสติ สัมมาสมาธิจึงพอเหมาะได้,

เมื่อมีสัมมาสมาธิ สัมมาญาณจึงพอเหมาะได้,.."

(ส่วนหนึ่งของพระพุทธพจน์)

สมาธิก็คือการเอาสติไปรู้ที่จุดเดียวที่ตั้งใจไว้ ถ้าคุณฝึกให้มีสติรู้ชัดเสียก่อน การจะเอาจิตไปวางที่ฐานจิตและมีสติที่จุดนั้นได้นาน จะเป็นเรื่องไม่ยากเลย

เปรียบได้กับ เวลาคุณอ่านหนังสือที่มีแสงไฟสว่างเพียงพอ ย่อมทำให้คุณอ่านหนังสือได้นานฉันใด

เวลาคุณทำสมาธิ ถ้ากำลังสติคุณดี คุณก็จะมีความชัดแจ้งในการรับรู้ ทำให้การตั้งมั่นของสมาธิเป็นไปได้นานฉันนั้นครับ
:09:

สรุปคือ ฝึกและฝึกนั้นแร่ะครับ :10:
"สิ่งทั้งหลายมีแต่ธรรม มีแต่อนัตตา ขนาดนิพพานยังอนัตตาเลย อัตตาไม่มี เข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่า"
"ทิฐิต่าง ๆ มีได้เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย"
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   อศุภ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 148
  • สมัคร: 05/05/2007

ตอบ: 03/06/2009 - 10:59

งั้นขอคำแนะนำในการเดินจงกรมหน่อยสิครับ บอกตามตรงผมยังไม่เคยเดินเลย มีแต่เดินในระหว่างวันแล้วพยายามให้รู้เท้ากระทบพื้นแต่มันก็งงชอบกลครับ กรุณาด้วยนะครับ
"วันแรกที่เกิดมา คือวันสุดท้ายแห่งอิสรภาพอย่างแท้จริง"
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   น้องบู ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2711
  • สมัคร: 25/03/2008

ตอบ: 03/06/2009 - 11:25

วิดีโอ ขั้นตอนการเดินจงกรมและนั่งสมาธิ หลักสูตรครูสมาธิ
http://www.samathi.c...hread.php?t=208


เสริมนิดตรงที่ว่า ไม่ต้องเกร็งเดินสบาย ๆ พอจิตมันสบาย ไม่เกร็ง จิตมันสงบได้ง่ายครับ ในขณะที่คุณเดินคุณต้องมีสติอยู่แล้ว ไม่ต้องบังคับสตินะครับ มันมีสติของมันเองอยู่แล้ว(แม้จะไม่ละเอียดก็ตาม) ไม่อย่างนั้นคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าจะหมุนตัวตอนไหน :01:

ปกติแล้ว ควรจะเดินสัก 30 นาที แล้วก็ไปนั่งสมาธิอีก 30 นาที

เวลาเพียงแค่ 30 นาที สำหรับการเดินจงกรม นั้นมากพอที่จิตจะปรับสภาพให้พร้อมกับการมีสมาธิ

"...เมื่อมีสัมมาสติ สัมมาสมาธิจึงพอเหมาะได้,

เมื่อมีสัมมาสมาธิ สัมมาญาณจึงพอเหมาะได้,.."

(ส่วนหนึ่งของพระพุทธพจน์)(พอเหมาะได้ = ใช้งานได้ดี)

30 นาทีสำหรับการเดินจงกรมเพื่อเรียกกำลังสติ เพื่อให้สมาธิสามารถใช้งานได้ดีนั้นเองครับ

ลองดูครับ :09:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย น้องบู: 03/06/2009 - 11:37

"สิ่งทั้งหลายมีแต่ธรรม มีแต่อนัตตา ขนาดนิพพานยังอนัตตาเลย อัตตาไม่มี เข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่า"
"ทิฐิต่าง ๆ มีได้เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย"
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   บุญรักษ์ ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 925
  • สมัคร: 22/01/2007

ตอบ: 04/06/2009 - 10:32

.....อย่าไปสนใจมัน....

.....หลายท่านแนะนำให้กลับไปรู้ลม.....ได้ลองไหมครับ.....

:09:
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   ช.ชุตินธโร ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1417
  • สมัคร: 12/09/2007

ตอบ: 04/06/2009 - 11:42

บางคนฝึกอยู่ก็ง่วง กายก็พยายามที่จะไม่อยากเคลื่อนไหว หรือตั้งอยู่ อยากหนีไปนอน แต่บางคนฝึกแล้วไม่ง่วง แต่กายจะพยายามคะนองไป เอาแน่อะไรไม่ได้เลยหนอกับจริตคน มีหลายแบบ หลายอย่าง หลายรสชาติ ให้ลิ้มลอง หากกายโคลงเคลง หรือกายไม่โคลงเคลง ก็อย่าลืมสติ ปัญญา ต้องขยับตามดู ฝึกให้รู้เนื้อรู้ตัวตลอดเวลา และต้องรู้จักแยกแยะ หาเหตุหาผล นั่นจะได้ความรู้ และได้ภาษาธรรมของตนเอง บางคนปล่อยให้โคลงเคลงจนกระทั่งดิ้นพรวดพลาด กระโดดโลดเต้น พอเสร็จแล้วรู้สึกโล่ง สบายตัว มันเหมือนได้ระบายออก มีการเก็บกดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พอได้ขยับร่างกาย ก็เหมือนได้ออกกำลังกาย เสร็จแล้วก็เบากาย แต่พอทำไปเรื่อย ๆ ก็จะถามตนเองว่า แล้วจะใช้วิธีนี้ไปตลอดเหรอ มันลำบากนะ ดูแล้วก็เหมือนคนบ้า ก่อนที่กายจะสงบได้นี่ต้องเต้นแร้งเต้นกาก่อน แล้วก็จึงสงบ เหมือนความโง่มาก่อนแล้วจึงฉลาดอะไรทำนองนั้น ฝึกให้กายสงบตลอดเวลาไม่ได้เหรอ พระพุทธเจ้าท่านให้ผู้ปฏิบัติพึงสำรวมระวังอินทรีย์ 6 อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เพราะพระองค์ท่านต้องการให้กายนี้สงบ ไม่คะนองไป การที่จะไม่คะนอง จิตใจต้องยอมรับความจริง และเหตุผลที่ทรงให้สำรวมระวังอินทรีย์ กายนี้ขยับโคลงเคลง ก็ต้องพิจารณากาย จะไปพิจารณาอย่างอื่นก็ไม่ได้ พิจารณากายตั้งแต่ เกศา โลมา นักขา ทันตา ตะโจ หยิบยกกายมาพิจารณาให้จริง ๆ จัง ๆ อย่าทำเป็นเล่น มัวแต่ไปสนใจกายที่โคลงเคลง ก็เลยไม่ได้ความจริง สติอยู่กับกายแล้วก็ต้องพิจารณากาย มัวแต่ไปสงสัยอาการโคลงเคลง ที่มันโคลงเคลงก็คือกายไม่สงบ ให้เอาสติอยู่กับกาย พิจารณากาย ความรู้ทางกายนี้ดูให้เห็นทุกขัง อนิจจัง อนัตตา มันจะโคลงเคลงหรือไม่ก็ช่างกายปะไร สติ ปัญญาใช้ออกไปพิจารณากายสิ

บางคนนั่งทำงานอยู่ยังนั่งสั่นขาเลย แต่ขณะที่สั่นขา ก็ทำงานไปอย่างมีสติ สมาธิ กับงาน เดี๋ยวก็ขาสั่น เดี๋ยวก็หยุดสั่น แต่งานเดิน

แต่บางคนก็รู้สึกรำคราญ รู้ตัวว่าพอเผลอทีไรก็สั่นขาทุกที ทำให้อาการนั้นมันรบกวน และเป็นอุปสรรค งานไม่เดิน ต้องสดุด เพราะมัวเป็นบ้ากับขาที่สั่นนั้น
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   น้องบู ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2711
  • สมัคร: 25/03/2008

ตอบ: 04/06/2009 - 11:46

อ้างอิง (ช.ชุตินธโร @ 04 มิ.ย. 52 - 11:42)
แต่บางคนก็รู้สึกรำคราญ รู้ตัวว่าพอเผลอทีไรก็สั่นขาทุกที ทำให้อาการนั้นมันรบกวน และเป็นอุปสรรค งานไม่เดิน ต้องสดุด เพราะมัวเป็นบ้ากับขาที่สั่นนั้น
(ช.ชุตินธโร @ 04 มิ.ย. 52 - 11:42)

สาธุครับ ตรงไปตรงมาเลยทีเดียว
:09: :09: :09:
"สิ่งทั้งหลายมีแต่ธรรม มีแต่อนัตตา ขนาดนิพพานยังอนัตตาเลย อัตตาไม่มี เข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่า"
"ทิฐิต่าง ๆ มีได้เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย"
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   บุญรักษ์ ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 925
  • สมัคร: 22/01/2007

ตอบ: 04/06/2009 - 13:53

คุณอศุภ ลองอ่านพระโอวาทธรรมบรรยายชุด "หายใจให้เป็นสุข" ของ เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นะครับ จากลิงค์ข้างล่างนะครับ

ท่านแสดงการละอกุศลวิตกไว้ให้เลือกใช้มากมายหลายแบบ
น่าจะมีวิธีหนึ่งวิธีใดที่ตรงกับจริตของคุณ อศุภ

หายใจให้เป็นสุข

:09:
0



คำตอบต่อไป: อศุภ - จัตตาโร - Aquarus - nooeye -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ