ลานธรรมเสวนา: รวมกลอนดี ๆ สำหรับ บิดา มารดา - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

รวมกลอนดี ๆ สำหรับ บิดา มารดา จากหนังสือวิธีใช้หนี้พ่อแม่ และหน้าที่ของเด็ก ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 14/07/2008 - 08:15

:09:

จากหนังสือ วิธีใช้หนี้พ่อแม่ และหน้าที่ของเด็ก

อานิสงส์ของการสวดพระพุทธคุณ
พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)
วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี[/center]


[center]จดหมายถึงลูก

พ่อแม่ไม่มี เงินทอง จะกองให้
จงตั้งใจ พากเพียร เรียนหนังสือ
หาวิชา ความรู้ เป็นคู่มือ
เพื่อยึดถือ เอาไว้ ใช้เลี้ยงกาย

พ่อกับแม่ มีแต่ จะแก่เฒ่า
จะเลี้ยงเจ้า เรื่อยไป นั้นอย่าหมาย
ใช้วิชา ช่วยตน ไปจนตาย
เจ้าสบาย แม่กับพ่อ ก็ชื่นใจ

ถึงแม้จน ทนได้ ไม่ทุกข์หนัก
เท่าลูกรัก ประพฤติตน เป็นคนชั่ว
ลูกกี่คน ทนเลี้ยงได้ ไม่หมองมัว
ไม่โศกเศร้า เท่าลูกตัว ชั่วระยำ

พ่อแม่ส่ง ให้ลูกเรียน เพียรอุตส่าห์
พ่อแม่ฟันฝ่า อุปสรรค แสนหนักเหลือ
พ่อแม่ตั้งหน้า หาทุน มาจุนเจือ
พ่อแม่ทำเพื่อ ลูกเจริญ เดินก้าวไกล

:09: :09: :09:

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย sssboun: 14/07/2008 - 08:44

0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 14/07/2008 - 08:48

:09:

[center] พ่อแก่ แม่เฒ่า

พ่อแม่ก็กแก่เฒ่า จำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพาน เพียงเสียววารของคืนวัน

ใจจริงไม่อยากจาก เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทาน ต้องร้าวรานสลายไป

ขอเถิดถ้าสงสาร อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัย คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน

ไม่รักก็ไม่ว่า เพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอน คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ

เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้ง ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่วยไข้ ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน

เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่ แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ผล เติบโตจนสง่างาม

ขอโทษถ้าทำผิด ขอให้คิดทุกทุกยาม
ใจแท้มีแต่ความ หวังติดตามช่วยอวยชัย

ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่ง มีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง[\center]

:09: :09: :09:
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 14/07/2008 - 11:44

:09:

“พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร”
“พ่อแม่เป็นพรหมของลูก”

พระคุณของแม่


พระ อรหันต์ ชั้นอุดม หรือพรหมเมศร์
คุณ วิเศษ มิได้ใหญ่ ไปกว่าแม่
ของ แม่ใหญ่ ใกล้ชิด ติดลูกแจ
แม่ จ๋าแม่ ลูกนี้คิด เป็นนิตย์เอย

รักของแม่

รักใดเล่า รักแน่ เท่าแม่รัก
ผูกสมัคร รักมั่น ไม่หวั่นไหว
ห่วงใดเล่า เท่าห่วง ดังดวงใจ
ที่แม่ให้ กับลูก อยู่ทุกครา

ยามลูกขื่น แม่ขม ตรมหลายเท่า
ยามลูกเศร้า แม่โศก ดังดวงตา
ยามลูกมา แม่หมด ลดห่วงใย

ยามมีกิจ หวังให้เจ้า เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้ หวังให้เจ้า เฝ้ารักษา
ยามถึงคราว ล่วงลับ ดับชีวา
หวังให้เจ้า เฝ้าปิดตา เวลาตาย


:09: :09: :09:
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 14/07/2008 - 18:26

:09:

ไม่มีใครรักเราเท่ากับแม่[/center]

[center]รักของใคร หรือจะแท้ เท่าแม่รัก
ผูกสมัคร สายเลือด ไม่เหือดหาย
คนอื่นรัก ยังประจักษ์ ว่ารักคลาย
จืดจางง่าย ไม่จีรัง ดั่งมารดา

รักใด ชูไว้ เหมือนรักอื่น
เป็นรักรื่น ไร้ราคี โลกีย์วิสัย
รักมิใช่ เพื่อตน หรือสนใจ
คำนึงถึง กำไร และขาดทุน

รักใด หยัดยืน เมื่ออื่นล้ม
รักน่าชม สุกใส ไม่ข้นขุ่น
รักนั้นคือ รักแท้ แม่การุณ
มอบแก่กุล- บุตร ธิดา ผู้ยาใจ

:09: :09: :09:
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 14/07/2008 - 18:27

:09:

แม่....ผู้ให้กำเนิด[/center]

[center]แม่มิเพียง แต่ให้ กำเนิดลูก
จิตท่านผูก เฝ้าถนอน เป็นจอมขวัญ
แม่มิเพียง เลี้ยงลูกให้ ใหญ่เท่านั้น
แม่เพียรสรรค์ สร้างนิสัย ให้ลูกดี

แม่มิเพียง ให้สมบัติ พัสถาน
ให้ลูกมี วิชาการ โอฬารศรี
เพื่อลูกได้ ใช้ดำรง ทรงชีวี
บนวิถี ของมนุษย์ อันสุดไกล

แม่มิเพียง สุดอาทร ใจร้อนร้าว
เมื่อลูกคราว โรคเบียน เวียนเจ็บไข้
ครั้นลูกหาย คลายโศก สร่างโรคภัย
แม่จึงใจ หายห่วง บ่วงกังวล

:09: :09: :09:
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 14/07/2008 - 18:29

:09:

รักแท้...เพื่อลูกรัก[/center]

[center]แม่จ๋าแม่ ความรักแม่ นี้แน่นัก
คุณแม่รัก ลูกของแม่ มาแต่ต้น
รักของแม่ มิได้มี ราคีปน
มีหรือจน แม่รักอยู่ ไม่รู้จาง

รักของใคร ไม่เท่ศักดิ์ รักของแม่
รักแม่แท้ แม่รักอยู่ ไม่รู้สร่าง
ศัตรูร้าย ก็ไม่กราย มากั้นกาง
ถึงรักนาง รักนาย ก็ไม่เกิน

แม่รักยศ รักศักดิ์ อัครฐาน
หรือรักงาน สารพัน รักสรรเสริญ
รักสนุก ทุกสถาน สำราญเทอญ
รักไม่เกิน รักแม่ รักแท้เอย

หากผิดพลาดประการใดโปรดงดโทษแด่ข้าพระเจ้าด้วย เพราะพิมพ์ใหม่ทั้งหมดจากหนังสือครับ

:09: :09: :09:
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 15/07/2008 - 07:37

:09:

ผู้เสียสละอย่างยิ่งใหญ่

เมื่อลูกใหญ่ วัยถ้วน ควรศึกษา
แม่ก็พา ลูกรัก ไปฝากให้
จะเสียทุน หนุนค่า วิชาไป
ถ้ามีให้ แล้วไม่ขัด เป็นสัตย์จริง

ถึงไม่มี บางที ก็กู้เขา
จะหนักเบา ยอมลูก ไปทุกสิ่ง
สู้ตรากตรำ ทำการ งานจริงจริง
เพื่อแลกสิ่ง ทรัพย์ได้ มาให้เรา

เมื่อลูกเสร็จ การศึกษา วิชาเชี่ยว
แม่คนเดียว ดีใจ ใครจะเท่า
พอลูกหา ทรัพย์ได้ ใจท่านเบา
เพราะท่านเฝ้า ปลูกฝัง หวังให้ดี

:09: :09: :09:
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 15/07/2008 - 07:38

:09:

จารึกพระคุณแม่

พระคุณแม่ นั้นประมาณ ไม่สิ้นสุด
แม้สมมติ เอาแผ่นดิน สิ้นแห่งหน
เป็นหมึกก้อน ผ่อนละลาย ในสายชล
ให้ทั่วหน แห่งสมุทร สุดนที

แล้วเอาเข้า พระสุเมรุ ที่เด่นหล้า
เอาปากกา จุ่มหมึก บันทึกที่
เอาท้องฟ้า เป็นกระดาษ วาดคดี
แล้วเขียนชี้ ชมบุญ คุณมารดา

เขียนจนสิ้น ดินฟ้า มหาสมุทร
เขียนจนสุด พระสุเมรุ ที่เด่นหล้า
แต่ไม่สุด สิ้นบุญ คุณมารดา
จึงนับว่า ใหญ่ยิ่ง สิ่งทั้งปวง

กราบขออนุญาตินำเนื้อเรื่องในหนังสือนั้นจะมาพิมพ์ลงในกระทู้นี้เลย เพราะที่แรกคิดว่าจะลงแค่บทกลอนเท่านั้น แต่พอพิมพ์ไปก็เกิดศรัทธาอยากจะลงทั้งหมดเลยครับ


:09: :09: :09:
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 15/07/2008 - 19:37

:09:

วิธีใช้หนี้พ่อแม่ไม่ยากเลย จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และนี่ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้วจะไปแสวงหาพ่อแม่ที่ไหน จะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรังเกียจแม่ ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลยถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียน ยืดเยื้อกันต่อไปอีก

พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ไม่ต้องไปตามพระอรหันต์ที่ไหนหรอก เหลียวดูพ่อแม่ในบ้านบ้าง แล้วท่านจะรู้สึกว่า ได้ทำดีตั้งแต่วันนี้แล้วฯ

อย่ายืนพูด กับพ่อแม่ อย่าบังอาจกับพ่อแม่พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก ก่อนออกจากบ้านจึงต้องกราบพ่อแม่ ๓ หนที่เท้าฯ

ท่านโปรดจำไว้ วันเกิอของลูก คือ วันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดนั้น แม่อาจต้องเสียชีวิตการออกศึกสงครามเป็นการเสี่ยงชีวิต สำหรับคนเป็นพ่อฉันใด การคลอดลูก ก็เป็นการเสี่ยงตาย สำหรับคนเป็นแม่ฉันนั้นฯ

ถ้าวันเกิดเลี้ยงเหล้า จดไว้ได้เลย จะอายุสั้นจะบั่นทอนอายุให้สั้นลง น่าจะสวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมให้พ่อ แม่ วันเกิดของเรา คือวันตายของแม่เรา ไปกราบพ่อกราบแม่ ขอพรพ่อแม่รับรองพ่อแม่ให้พรลูกรวยทุกคน ไปเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ให้อิ่มค่อยไปเลี้ยงเพื่อนฯ

สอนเด็กว่า วันเกิดของเรา อย่าพาเพื่อนมาให้พ่อแม่ทำครัวเลี้ยงนะ เธอจะบาป ทำมาหากินไม่ขึ้น เธอต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ให้อิ่มก่อนแล้วจึงไปเลี้ยงเพื่อนที่หลังฯ

ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุดทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ...

ผู้ใดก็ตามที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วยเป็นการขอสมาลาโทษฯ

ขอฝากท่านไว้ไปสอนลูกหลาน อย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่เลย ไม่ต้องถึงกับฆ่าหรอก แค่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดี จะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ๊งท่านต้องแก้ปัญหาก่อน คือถอนคำพูดไปขอขมาลาโทษเสีย แล้วมาเจริญกรรมฐาน รับรองสำเร็จแน่ มรรผลเกิดแน่ฯ

บางคนลืมพ่อลืมแม่ อย่าลืมนะ การเถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี ขอบิณฑบาตสอนลูกหลานอย่าเถียงพ่อเถียงแม่ อย่าคิดไม่ดีกับพ่อกับแม่ ไม่อย่างนั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไร ก้าวถอยหลัง ดำน้ำ ไม่โผล่ฯ

บ้านหนึ่งพ่อมีเมีย ๔ คนเมียหลวงบอกลูกว่าพ่อเจ้าไม่ดี ลูกก็ไปด่าพ่อ ว่าพ่อ แล้วมาบวชวัดนี้บวชแล้วเดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ จนจะกลายเป็นโรคประสาท นี่แหละ บวชก็ไม่ได้ผล หลวงพ่อก็ให้ไปถอนคำพูดและขอสมาลาโทษกับพ่อเขาก่อน แล้วกลับมานั่งกรรมฐษนจึงได้ผล (case นี้ หลวงพ่อจะเตือนผู้เป็นลูกบ่อยๆ ไม่ให้ว่าพ่อ แต่ให้เป็นเรื่องของแม่ที่จะแก้ปัญหานี้ ชึ่งหลวงพ่อสอนไว้แล้ว: ผู้รวบรวม) ฯ

เมื่อเร็วๆ นี้ ฆ่าพ่อตาย แม่สงสาร พามาเจริญกรรมฐาน พอเข้าวัดมันร้อนไปหมด ปวดหัวเข้าไม่ได้นี่เวรกรรมตามสนอง ปิตุฆาต มาตุฆาต ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน ทำกรรมฐานไม่ได้แน่นอน ต้องหันรถกลับ นี่เรื่องจริงในวัดนี้ฯ

:09: :09: :09:
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 16/07/2008 - 06:40

:09:

คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่คนเถียงพ่อแม่เอาดีไม่ได้...คนไม่พูดกับพ่อแม่นั่งกรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไร? ถ้าไม่ขออโหสิกรรมฯ

ขออโหสิกรรม ที่คิดไม่ดีกับพ่อแม่ คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ คิดไม่ดีกับพี่อๆ น้อง จะไม่เอาอีกแล้วเอาน้ำไปขันหนึ่ง เอาดอกมะลิโรย กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส อันว่า โทษทัณฑ์ใด ความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี

ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยายา คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือ รอเท้าฯ

นี่แหละท่านทั้งหลายเอ๋ย เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่มากมาย ยังจะไปทวงนา ทวงไร่ ทวงตึก มาเป็นของเราอีกหรือ ตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ สอนตัวเองไม่ได้ เป็นคนอัปรีย์จัญไรในโลกมนุษย์ ไปทวงหนี้พ่อแม่ พ่อแม่ให้แล้ว (ให้ชีวิต ให้...ให้...ให้...ฯลฯ)เรียนสำเร็จแล้ว ยังช่วยตัวเองไม่ได้ มีหนี้ติดค้างรับร้องทำมาหากินไม่ขึ้นฯ

หนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่ เหลือจะนับประมาณนั้น คือหนี้บุญคุณของบิดามารดาฯ

“หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง” เด็กประถม ๔ พ่อเมาเหล้า เมากัญชาเล่นการพนัน แม่เล่นหวย ปัจุบันเป็นดอกเตอร์อยู่อเมริกา หลวงพ่อสอนครั้งเดียว จำได้ บอกวันเกิดหนูชื้อขนม ๒ ห่อ เรียกพ่อแม่มานั่งคู่กัน แล้วกราบนะลูกนะ แล้วก็บอกพ่อ

แม่ว่า ความผิดอันใดที่ลูกพลั้งเผลอด้วย กาย วาจา ใจ ที่คิดไม่ดีต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้ แล้วล้างเท้าให้พ่อแม่ ลูกไม่มีสตางค์ ลูกชื้อขนมมา ๒ ห่อ ให้แม่ก่อน ๑ ห่อ เพราะอุ้มท้องมา แล้วจึงให้พ่ออีก ๑ ห่อลูกขอปฏิญาณตนว่า ลูกขอเป็น

ลูกที่ดีของพ่อแม่พ่อแม่ผิดหวัง แล้วจะเป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ ลูกจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง พ่อฟังแล้วน้ำตาร่วง สร่างเมา ส่วนแม่ก็ร้องไห้ เลยพ่อแม่ ก็ให้สัญญากับลูกเลิกอบายมุขทั้งหมดฯ

ลูกหลานโปรดจำไว้ เมื่อแยกครอบคัวไปมีสามีภรรยาแล้ว อย่าลืมไปหาพ่อแม่ ถึงวันว่างเมื่อไร่ต้องไปหาพ่อแม่ ถึงวันเกิดของลูกหลาน อย่าลืมเอาของไปให้พ่อแม่รับประทาน อย่ากินเหล้า เข้าโฮเต็ลฯ

ของดี ของ ปู่ ย่า ตา ยาย อย่าไปทำลายเลยของพ่อแม่อย่าไปทำลายนะ หนีได้แน่นอน โยมมีกรรมฐาน มีทรัพมีชื่อเสียง ความรัก บูชาทรัพย์บูชาชื่อเสียง ความรักของพ่อแม่ได้ เงินจะไหลนองทองจะไหลมา... พ่อแม่ให้อะไร เอาไว้ก่อน อย่าไปทำลายเสีย ถึงจะเป็นถ้วยพ่อแม่ให้มาก็ไว้เป็นที่ระลึกก็ยังดีอย่าเอาไปทิ้งขว้างฯ

ถ้าต้องการเจริญก้าวหน้าขอฝากไว้ด้วยคนเรามี ๒ ก้าว จะก้าวขึ้น หรือก้าวลงมันง่ายดี ก้าวขึ้นมันต้องยาก ของชั่วมันง่ายหลั่งไหลไปตามที่ต่ำ นี่บอก สอนลูกหลาน ต้องการจะบรรจุงานไม่ต้องไปวิ่งเต้น ดูลูก เสียก่อนกุศลเพียงพอหรือเปล่า ต้องเพิ่มกุศล ตัวอย่าง

เรียนจบครูสวดมนต์เข้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นครู ทำงานธนาคารก็ได้ บรษัทก็ได้เดี๋ยวมีคนรับ บางรายทั้งสอบทั้งสมัคร หลายแห่งไม่เคยเรียกเลย อาตมาให้นั่งกรรมฐาน พอ ๗ วัน ผ่านไปพวกมาตามให้เข้าไปทำงานแล้วฯ

:09: :09: :09:
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 16/07/2008 - 19:15

:09:

การสอนลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง คือ ผู้เป็นแม่ต้องหมั่นสวดมนต์ เป็นประจำฯ

พ่อแม่ไม่ต้องบังคับลูกสวดมนต์ แต่พ่อแม่ต้องสวดมนต์ให้เป็นตัวอย่างแล้วเขาจะสวดเองฯ

พ่อแม่เลี้ยงลูก เปรียบเสมือนปลูกต้นไม้ปลูกอย่างมีระเบียบแบแผน ต้นไม้ก็จะขึ้นอย่างมีระเบียบสวยงาม ตามแบบตามแผนที่วางไว้ถ้าปลูฏอย่างไม่มีระเบียบ นึกจะปลูกตรงไหนก็ปลูก เกะกะหาความสวยงามไม่ได้ จะไปโทษต้นไม้หรือคนปลูกฯ

โบราณท่านว่าไว้ รักลูกคิดปลูกฝังให้ลูกตั้งตนเป็นคนดี ต้นไม้ต้องปลูกตั้งแต่เล็กๆ โตแล้ว แย่มาก ปลูกไม่ขึ้น ปลูกถี่มันขึ้นถี่ ปลูกห่างมันขึ้นห่างฯ

พ่อแม่สมัยใหม่ไม่มีเวลาใกล้ชิดลูฏ เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวัน หมดไปกับการทำธุรกิจ หาทรัพย์สินเงินทอง มาปรนเปรอความสุขให้ลูกหลาน หาวัตถุสิ่งของที่จะสนองความต้องการของลูก เพื่อความสุขสบาย บ้างก็หาหนังให้ลูกดู ทั้งที่ลูกยังอยู่ในวัยเรียนวัยศึกษา แล้วลูกไม่ดีขึ้นมาในภายหลังอย่าไปด่าลูกนะ เพราะพ่อแม่เป็นคนก่อสร้างปลูกนิสัยลูกและพ่อแม่ไม่ให้ความอบอุ่นแก่ลูกไม่ให้การแนะแนวแก่ลูกฯ

โบราณว่าไว้ มีลูกมีหลานจะต้องแต่งใจลูกแต่ตัวลูก และแต่งานลูก แต่งใจลูก ก็คือ พาลูกหลานไปวัด ให้มีความสัมพันธ์กับวัด เป็นพระสงฆ์สอนลูกยกมือไหว้พระ อยู๋บ้านก็สอนลูกสวดมนต์ไหว้พระ ให้มีค่านิยมพื้นฐานฯ

ตอนลูฏยังเล็ก อย่าห่างลูก อย่าทิ้งลูก ต้องดูแลลูกให้ดี...ลูกเราอยากได้ดีมีปัญญาทุกคน แต่เขาไม่ทราบ เขาไม่เข้าใจ ทำไมไม่บอกเขา...อาตมาไม่โทษเด็ก เด็กเขาเกิดมา อยากเป็นพระเอกนางเอกทั้งนั้น อยากรวย อยากสวย อยากดี อยากมีปัญญา แต่เขาไม่รู้ เขาไม่ทราบ เขาไม่มีวันเข้าใจฯ

ห่วงผูกคอ คือ จะกินอะไรก็ห่วงลูก พ่อแม่ถึงจะหัวอย่างไร หากว่าลูกอยากรับประทาน ก็ต้องให้ลูกก่อนไม่เช่นนั้นแล้ว มันจะติดอยู่ที่คอ ห่วงผูกแขน คือสามีภรรยา ห่วงผูกขา คือทรัพย์สมบัติฯ


:09: :09: :09:
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 16/07/2008 - 19:33

:09:

ถ้าท่านเป็นสามีภรรยาทะเลาะกัน ลูกจะหาความสุขไม่ได้นะ ขอฝากไว้ พ่อแม่รักกันดี ปรึกษาหารือกันดี ลูกจะดีใจมาก มีความสุขฯ

พ่อแม่ ต้องสร้างความดีไว้ให้กับลูก ทำถูกไว้ให้กับหลาน รักให้ถูกวิธีทำความดีให้ลูกดู เดี๋ยวนี้ทำความชั่วให้ลูกดู กินเหล้าให้ลูกเห็น เล่นการพนันให้ลูกเห็น ทะเลาะกันให้ลูกได้ยิน ขอฝากพ่อบ้านแม่บ้านไว้ด้วย ถ้าเกิดจำเป็น จะทะเลาะกัน อย่าให้ลูกได้ยิน เกิดจะร้องไห้ น้ำตาไหลขึ้นมา โปรดกรุณาไปร้องในห้องสุขา อย่าไปร้องไห้ให้ลูกเห็นฯ

หน้าที่ของคน คือรับผิดชอบ หน้าที่การงานคนเราจะอยู่ด้ด้วยหน้าที่และการงาน พ่อแม่รับผิดชอบ คือรักลูก คิดปลูกฝัง ให้ลูกตั้งตนฝึกรักศึกษาให้ลูกได้ดีมีปัญญา มีวิชาตั้งตนให้ลูกเป็นคนดี บุตรธิดาก็ต้องรับผิดชอบ ด้วยการศึกษาเล่าเรียนหาเหตุหาผล ว่านอนสอนง่ายฯ

พ่อแม่ ช่วยลูกได้ ลูก ช่วยพ่อแม่ได้ดว้ยกรรมฐานฯ

แม่นั้นสำคัญมาก แม่ต้องรักษาลูกไว้ แม่ที่ดีต้อง เป็นแม่แบบ แม่แผน แม่แปลน แม่บันได้ แม่บ้าน แม่เรือน อยู่ตรงนี้ ลูฏจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับแม่เป็นหลักให้ลูก ไม่ใช่พ่อ ถึงพ่อจะดีแสนดี แต่แม่ฉุยแฉกแตกราน สุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จัก เก็บงำให้ดีไม่เป็นแบบที่ดีของลูฏ รับรองเจ๊งแน่ฯ

แม่บ้านดี ลูกดีหมด แม่บ้านดี ผัวเป็นอะไรก็ได้ เป็นนายพลได้ เป็นเจ้าเมืองได้ เป็นอาเสี่ยได้ฯ

ผัวขี้เหล้าเมายาไม่เป็นไร ถ้าภรรยาดีชักคนลูกดีแน่... ผัวกินเหล้า เจ้าชู้ อย่าไปสนใจ เราจะไปตามผัวคนชั่วมาทำไม ดูแลลูกให้ดี สวดมนต์ ทำกรรมฐานแผ่เมตตาให้เขามีความสุข เดี๋ยวผัวดีคนเดิมก็กลับมา

(ผู้หญิงคนหนึ่ง มีลูก ๕ คน ดูแลลูกอยู่คนเดียว สามีไม่เคยมาเหลียวแลเลย ตลอด ๑๖ ปี ดิ้นรนหาเลี้ยงลูก จากลูกจ้างไต่เต้าจนขึ้นมาเป็นผู้จัดการอยู่อังกฤษ ลูกดีหมด... อีกรายหนึ่ง แม่ความรู้ ป.๔ สวดมนต์แผ่เมตตาทุกวัน ทำกรรมฐานเป็นประจำ ตัวเองค้าขายร่ำรวยดี ทำอะไรก็ได้มรรคได้ผล ลูฏสาว ๔ คน ประสบความสำเร็จ ทั้งการศึกษาและหน้าที่การงาน) ฯ

ขอทานสองคนสามีภรรยา ได้เงินมาจะทำบุญส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งชื้ออาหารเลี้ยงลูก ประพฤติปฏิบัติเช่นนี้เป็นประจำ หลวงพ่อติดตามผลมานานปีจนขอทานสองคนผัวเมียตายไปแล้ว ต่อมาลูกหลานก็ร่ำรวย เป็นเศรษฐีมั่งมีศรีสุข อยู่กรุงเทพก็มี มีเงินเป็นร้อย

ล้าน อยู่ที่สหรัฐอเมริกาก็มี ท่านเลี้ยงลูฏขอให้มีอัธยาศัยตั้งแต่เด็กๆ โตขึ้นว่านอนสอนง่ายหมดทุกคนเลยนะฯ

อย่าให้ลูกอยู่ว่าง อย่าให้ห่างผู้ใหญ่ นกอยู่ในกรงให้รีบสอน ออกไปแล้วจะตามไปสอนอย่างไรฯ

จะมีเขยมีสะใภ้ ขอให้เลือกคนดีอย่าไปเอาลูกเศษฐี คนดีมีปัญญา อยู่ที่ไหนก็เจริญฯ

เอาละหนู หนูไปฝึกจิตสูง เมื่อใด หนูจะได้สามีจิตสูง ถ้าหนูจิตต่ำเมื่อใด หนูจะได้สามีเป็นคนใจต่ำฯ

ท่านทั้งหลาย พ่อเปรียบเป็นรั้วบ้าน ให้ความแน่นหนา ไม่ให้ใครมารังแกลูกได้ แม่เปรียบเป็นอาคาร มั่นคงในจิตใจ ลูกทุกคนเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านฯ

พาลูกเข้าวัดตอนเป็นหนุ่นเป็นสาว จะมองเห็นพระเป็นตุ๊กตา ต้องพามาตั้งแต่เด็กๆ จะได้เรียบร้อยฯ

ลูกนำพ่อแม่มาเข้าวัด เป็นอภิชาตบุตร พ่อแม่ไม่มีทาน ให้พ่อแม่บำเพ็ญทาน พ่อแม่ไม่มีศีลให้พ่อแม่บำเพ็ญศีล พ่อแม่ไม่มีภาวนา ให้พ่อแม่มาสวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมฯ

พี่น้องต้องรักใคร่ปรองดองกันไว้ พี่รักน้องน้องรักพี่ สร้างความดีให้พ่อแม่ พี่ชายคนโตเปรียบเหมือนพ่อ พี่สาวคนโตเปรียบเหมือนแม่ อย่าทะเลาะกัน บ้านไหนทะเลาะกันบ้านนั้น อัปมงคลฯ

:09: :09: :09:
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/07/2008 - 09:35

:09:

กัน อยู่ที่ แม่
แก้ อยู่ที่ พ่อ
ก่อ อยู่ที่ ลูก
ปลูก อยู่ที่ ครู
ความรู้ อยู่ที่ ศิษย์
เป็นมิตรกันฯ

รัก วัว ต้อง ผูก
รัก ลูก ต้อง ตี
รัก มี ต้อง ค้า
รัก หน้า ต้อง คิด
รัก มิตร ต้อง เตือนกันฯ

ลูกปฏิบัติกรรมฐาน อุทิศให้พ่อแม่ พ่อแม่จะมีอายุยืน...อารมณ์ดี อย่าโมโห อย่าด่า อย่าฆ่าสัตว์อย่าโกรธ อย่าอิจฉา อย่าริษยา จะทำให้อายุยืนผิวพรรณผ่องใส สุขภาพดี...คนบาป คนโมโหอายุ ๖๐ จะขาดสติ จะขี้หลงขี้ลืมฯ

ถ้าจะขึ้นบ้านใหม่ ให้ขึ้นวันพฤหัสบดี ชื้อผ้าใหม่ให้พ่อแม่สวมใส่ ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ก็ไปเชิญปู่ ย่า ตา ยาย ก็ได้ แล้วเชิญท่านมานั่งบนผ้าขาวที่เราปูเตรียมไว้ให้นั่ง ตัวเราก็ไหว้พระสวดมนต์ เสร็จแล้วเราก็กราบท่าน ขอพรจากท่าน จำไว้ พ่อแม่ให้พอลูกรับรองรวยทุกคน แล้วให้ท่านเจิมบ้านให้ ไม่จำเป็นต้องไป นิมนต์พระมาทำพิธีเสมอไปฯ

ลูกต้องการอะไร? เด็กต้องการอะไร?...พ่อแม่ที่เคารพโปรดทราบ

๑.ลูกต้องการความรัก โปรดให้ความรักความอบอุ่นกับลูฏ อย่าทิ้งลูก พ่อแม่รักลูฏเท่ากัน แต่ห่วงใยลูกไม่เท่ากัน

๒.ลูกต้องการความรู้ ทำไมลูกต้องชน ค้นโน่นค้นนี่ จับโน่นแตก น่าจะเข้าใจลูกว่า ลูกต้องการความรู้ อยากจะรู้โปรดเมตตากับลูฏ สอนลูกดีๆ พูดไพเราะ อย่าติลูก ถ้าถ้วยแตกชื้อใหม่ได้ แต่อยากเจริญพรถามว่า ลูกแตกไปชื้อได้ที่ไหน

๓.ลูกต้องการอิสระเสรีไม่ชอบบังคับ เด็กมันต้องดุกดิก เด็กนั่งเฉยๆ ไม่ได้อย่าบังคับลูกเกินไปฯ

รักลูกให้เหมือนปลูกต้นโพธิ์ เมื่อใหญ่เมื่อโตจะได้อาศัย ถึงคราวเจ็บจะได้ฝากไข้ ถึงความตายจะได้ฝากผี เวลาดีเอาไว้ใช้สอยบ้างประไรมี รักลูกเหมือนปลูกต้นตาลโตไปจะไม่มีหลักฐานฯ

เลี้ยงลูกให้โต ปลูกต้นโพธิ์ให้ได้ร่ม ให้โตด้วยวิชาการ ให้มีหลักฐาน มีงานทำ มีคู่ครองขอให้เป็นทองแผ่นเดียวกัน อย่าให้โตด้วยข้าวสุก หาความสนุกในสังคมฯ
ถ้าเป็นเด็ก ขี้เกียจ ขี้โกหก ขี้ขโมย ต้องตีถ้าเป็นผู้ใหญ่ ขี้เหล้า เล่นการพนัน ต้องห่างไกลฯ

มาถึงตอนนี้ขอฝากญาติโยมเลยนะ ถ้ามีลูกสาวกับลูกชายนี่ โยมจะเอาใจใส่ใครมาก โยมจงเอาใจใส่ลูกสาว ให้เชี่ยวชาญชำนาญกว่าลูกชาย เพราะถ้าไม่มีวิชาความรู้นี่ ไม่เชี่ยวชาญเคหะศาสตร์ ไม่เข้าใจแม่บ้านการเรือน ไปได้สามีเขาก็จะแผลงฤทธิ์เอาฯ

อย่า สอนลูกขณะกำลังทานข้าว
อย่า สอนลูก ขณะกำลัง อ่านหนังสือทำการบ้าน
อย่า สอนลูกขณะที่ลูกกำลังจะนอน
จง สอนลูก หลังจากลูกสวดมนต์ไหว้พระเสร็จแล้วฯ

:09: :09: :09:
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/07/2008 - 09:37

:09:

คนโบราณสอนไว้ว่า พ่อแม่ตักเตือนต้องนิ่งต้องดุษณีภาพ ต้องรับฟัง ต้องยอมรับด้วยความจำนนและเหตุผลในตน คนโบราณได้สร้างความดีให้กับลูฏ สร้างความถูกให้กับหลาน ลงทุนสร้างความดี อดทนต่อความลำบากได้ทุกประการ ผิดกับคนสมัยนี้ สร้าง

ความชั่วไว้ในใจ กินสบาย นอนสบาย นอนตื่นสาย หน่ายหากิน หมิ่นเงิน้อย นั่งคอยวาสนาให้มาหาเอง ไม่เหมือนคนโบราณ ที่เขาต้องวิ่งไปหาวาสนา คือ ทำมือสอง เท้าสอง สมองหนึ่ง เป็นที่พึ่งฯ

อย่าเถียงพ่อแม่ ไม่เถียงครูบาอาจารย์ไม่เถียงผู้ใหญ่ ต้องดุษณีภาพนิ่งไว้ด้วยความเคารพถึงท่านจะผิดถูกประการใด ท่านเป็นคัตตัญญู รู้กาลเวลากว่าเรา บอกว่าเราเป็นเด็กเกิดมาภายหลังเราว่าท่านพูดไม่ถูกสำหรับเรา แต่ถูกสำหรับท่านนะ พ่อแม่เกิดมาก่อน อย่าเถียงนะ เป็นบาปฯ

คุณหนู หมั่นจด หมั่นจำ หมั่นจำ หมั่นจด สิ่งใดงาม อย่าได้งด คุณหนู หมั่นจด หมั่นจำ เรียนให้รู้ดูให้จำ ทำให้จริง เรียนให้รู้ดูให้จำ ทำให้จริงฯ
สามรู้ สามดี ห้ามีปัญญา เอาไปสอนลูกหลาน

๑.รู้ ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
๒.รู้ อะไรไม่สู้รู้วิชา
๓.รู้ รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

ดี ที่เป็นที่ปรารนาของทุกคน
ดี ที่เป็นที่สนใจของทุกคน
ดี ที่ละชั่วได้

(ท่านมาสร้างบุญ ต้องละบาป มาสร้างความดี ต้องละความชั่ว จึงจะเป็นที่ปรารถนาของทุกคนเป็นที่สนใจของทุกคน เรียกว่า ความดี)

๑. ภูมิ รู้ ๒.ภูมิ ธรรม
๓.ภูมิ ฐาน ๔.ภูมิ ปัญญา
๕.ภูมิ ปัจจุบัน

(อดีตอย่ารื้อฟื้น เรื่องของคนอื่นอย่าคิด กิจที่ชอบทำให้เสร็จ อย่าเดี๋ยว นี่ภูมิปัจจุบัน)ฯ

บอกลูกหลานไว้ด้วยว่าอยากมีปัญญาดีมั๊ยขัดส้วม รับรองปัญญาดีทุกคน ไม่ใช่เรื่องโกหก อาตมาไปชื้อบานประตูหน้าต่างจากกำแพงเพชรไปเจอเด็กคนหนึ่ง เจ้าของร้านบอกหลวงพ่อว่าหลานคนนี้หัวไม่เอาไหนเลย สอบตกอยู่เรื่อย อยากจะเรียนหนังสือ

เก่งทำอย่างไรจะมีปัญญา หลวงพ่อก็บอกให้มาบวชเณรที่นี่ (ปัจจุบันที่วัดไม่รับบวชเณร) พอบวชแล้วบอกเณรขัดส้วม ขัดไปขัดมาก็รักความสะอาด อยู่มาได้หน่อยสึกแล้วไปเรียนหนังสือต่อ เรียนไปเรียนมากลายเป็นผู้พิพากษาไปสอบได้ที่หนึ่งเลย นี่ขัดส้วมฯ

นานมาแล้ว คนเป็นขึ้ทูดแต่ไม่รู้มาก่อนมาบวชที่วัดอัมพวัน อยู่ต่อมาก็มีอาการกำเริบจึงขอให้หลวงพ่อช่วย และปรารภสึกออกไปแล้วอยากได้เมียสวยหลวงพ่อแนะนำดังนี้

:09: :09: :09:
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/07/2008 - 21:19

:09:

๑.สวดพาหุงมหากาฯ
๒.ทำกรรมฐาน
๓.ขัดส้วมวัด

สองสามเดือนผ่านไป ขี้ทูดหาย เล็บงอกเป็นปกติ หน้าตาเกลี้ยงเกลา ลาสึกไปเรียนจนจบรามคำแหง ต่อปริญญาโทจุฬาและพบภรรยาลูกสาวเจ้าของเหมือง (สวยรวย ตามที่ขอกับหลวงพ่อไว้) ปัจจุบันเป็นรองศาสตราจารย์ ไปอยู่อเมริกาฯ

พระพุทธเจ้าสอนว่า “คนเราจะรักกัน ต้องกินข้าวหม้อเดียวกัน อยู่บ้านเดียวกันจึงจะรักกัน” พ่อไปทาง แม่ไปทาง พ่อแม่ สร้างปมด้อยไว้กับลูกฯ

ขอฝากข้อคิดไว้สอนลูกหลานบ้านใดอยากจนจะมีขี้ ๓ กอง คือ

๑. ขี้เมา ๒. ขี้เล่น ๓. ขี้เกลียด

ถ้าอยากรวยเป็นเศรษฐี เอาขี้สามกองทิ้งให้หมด ข้อสำคัญ รวยเงินรวยทองเป็นเศรษฐีแล้วขอให้เป็นคนรวยน้ำใจด้วย จะเป็นที่ชื่นชมรักใคร่ของทุกคนฯ

ถ้าไปเรียนต่อต่างประเทศ หลวงพ่อขอฝากไว้
๑.ให้พักอยู่คนเดียว ไม่เช่นนั้นจะชวนกันเที่ยว ดูหนังสือก็ดูคนเดียว จะได้ไม่คุยกัน
๒.สวดมนต์ เพื่อให้มีสมาธิ
๓.ปฏิบัติกรรมฐาน เพื่อให้มีสติ คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ไว้ จะได้มีกำลังใจ แล้วหลวงพ่อจะแผ่เมตตาช่วย ขอให้ปฏิบัติตาม รับรองจบทุกคนฯ

เสียงแม่กับเสียงพ่อ เหมือนระฆังที่สอนเรามา เสียงอะไรจะไพเราะเท่าเสียงพ่อแม่ไม่มีแล้วเสียงอะไรเล่า จะเสียงดังเท่าระฆังเสียงแม่ที่สอนลูกรักให้ดี ให้มีปัญญา ให้ลูกมีวิชาความรู้ฯ

สนองพระเดชพระคุณบิดามารดาไม่อยากสร้างความดีให้มากได้ไหม อย่าให้พ่อแม่ผิดหวังฯ

ไม่ได้เตรียมตัวไว้ ต้องพึ่งตนเอง หลวงพ่อไปธุระแถวบางระจัน ก็เลยแวะเยี่ยม โยมหญิงคนหนึ่งเป็นอัมพาต ช่วยตัวเองไม่ได้ เหม็นอุจจาระมาก ตั้งแต่เช้ายังไม่ทานอะไรเลย สักพักหนึ่งมีรถ BMW วิ่งเข้ามาจอดที่บ้าน ในรถมีคนห้าคน ทั้งหมดขึ้นมาบนบ้าน

หลวงพ่อถามว่า หนูเป็นใคร เขาบอกว่าเป็นลูก เรียนปริญญาโทจุฬา จะไปเผาศพ ญาติของเพื่อนที่อยุธยา เลยแวะมาหาแม่เพื่อจะบอกว่าเดือนหน้าขอเงินสี่หมื่นไปพิมพ์วิทยานิพนธ์ หลวงพ่อบอกว่า ไหนๆ มาแล้วช่วยชักผ้าให้แม่หน่อย อุจจาระเต็มไปหมด แม่ยังไม่

ได้ทานข้าวเลย นี่แม่ของเธอนะ ถ้าเป็นแม่ของหลวงพ่อจะชักให้เดี๋ยวนี้เลย มีวินัยอนุญาตให้ทำได้ นี่ แม่เธอนะ เธอทำ เธอก็ได้บุญแต่ลูกสาวบอกว่า ไม่ได้ค่ะ ต้องรีบไป แม่ร้องไห้โฮเลย และบอกหลวงพ่อว่า ลูกคนนี้หมดนาไป ๔-๕ แปลงแล้ว จะมาเอาอีกแปลงหนึ่ง

รถ BMW ก็ยังส่งไม่หมด เมื่อย้อนดูตัวแม่ ปรากฏว่า ตนเองก็ไม่เคยชักผ้าให้แม่ และแม่ก็เป็นอัมพาตตาย ไม่เคยอยู่ปฏิบัติแม่ เพียงไปเยี่ยมแล้วก็กลับ พอมาถึงตัวเองก็เป็นอย่างนี้แหละหนอ ไม่ได้เตรียมตัวเลย ไม่เคยเจริญกุศลภาวนา ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ ไม่เคย

ปฏิบัติกรรมฐานแต่ประการใด จึงเป็นดังที่กล่าวมาการเตรียมตัวนี้ต้อง เจริญกุศลภาวนา ถึงจะรู้กฏแห่งกรรมจากการกระทำ ถึงจะแก้ปัญหาชีวิตได้อย่างแน่นอน ในที่สุด นาก็หมด บ้านก็หมด พ่อแม่ต้องขายเอาเงินแจกลูกไป นี่เป็นกฏแห่งกรรมฯ

“ไม่ดื้ออย่างเดียว ดีหมดทุกอย่าง”
อมตวาจา พระหรหมมังคลาจารย์
พระเดชพระคุณหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

หน้าที่ของเด็ก

หน้าที่ของเด็กที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ควรประพฤติตนอย่างไร?

อันนี้สำคัญ หนูจำไว้ให้ดี เขียนไว้ให้ชัดว่า
เด็กมีหน้าที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง
ให้พ่อแม่สบายใจ
พูดแต่เรื่องที่พ่อแม่สบายใจ

ทำแต่เรื่องที่พ่อแม่สบายใจ
คบเพื่อนก็ให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจ
จะไปไหนก็ไปในที่คุณพ่อคุณแม่สบายใจ
ถ้าเราไปในเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ

ก็เรียกว่าลูกคนนั้นทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์
...ไม่รักคุณพ่อคุณแม่...

:09: :09: :09:
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/07/2008 - 21:41

:09:

คนที่รักคุณพ่อคุณแม่ ต้องทำให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจ จะทำอะไร จะพูดอะไร จะไปที่ไหน จะเกี่ยวข้องกับใคร ก็ต้องนึกไว้เสมอว่า เรื่องนี้จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เราเดือดเนื้อรอนใจหรือไม่

ถ้าเรื่องันใดที่เราทำลงไปแล้ว ทำให้คุณพ่อคุณแม่เดือดเนื้อร้อนใจ เรื่งนั้นไม่ควรแก่เรา เราไม่ควรทำเรื่องนั้น ถ้าเราขืนทำเรื่องนั้นไป เราก็ไม่เป็นลูกที่สมบูรณ์ ไม่เป็นลูกที่รักคุณพ่อคุณแม่ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ให้จำหลักนี้ไว้ให้ดี ถ้าเด็กๆ ที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ได้

ประพฤติตามหลักการนี้ คือประพฤติแต่สิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจ ก็นับว่าเรียบร้อย จะไม่เกิดปัญหาอะไร

ในตอนสุดท้ายหลวงพ่ออยากจะบอกว่าประเทศไทยเราเวลานี้ มีคนมาก ถ้ามีความรู้เพียงแค่นิดหน่อย มันไม่พอกินพอใช้ เราต้องเรียนให้เก่งเรียนให้ดี ฉะนั้น ทำอะไร...ให้ดีที่สุด หนูจำคำนี้ไว้ว่า “ทำอะไร ทำให้ดีที่สุด ทำให้สุดความสามารถของหนูทุกคน”

หน้าที่ของลูก
พระสุธรรมเมธี (เขมกะ) เรียบเรียง

พ่อ แม่ ผู้ให้กำเนิดชีวิตลูก
เนื่องด้วยพ่อแม่เป้นผู้มีพระคุณต่อลูกอย่างมากมายเหลือที่จะพรรณนาให้ครบถ้วนได้ตั้งต้นแต่ท่านทั้งสองเป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตเราเป็นตัวตนขึ้นมาเป็นปฐม แล้วได้อุตส่าห์ถนอม

กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดู ประคับประคองมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ชึ่งทั้งพ่อแม่ยังไม่มีโอกาศรู้เลยว่าลูกนั้นเป็นหญิงหรือชาย รูปร่างจะเป็นอย่างไร จะมีอาการครบ ๓๒หรือตาบอด ขาด้วย ท่านทั้งสองก็ไม่คำนึง มีความดีใจแต่ว่าเราจะได้ลูกแล้ว ต้องทรมานคุณแม่อยู่ในครรภ์ให้

เกิดความลำบาก อึดอัดถึง ๙-๑๐ เดือนครั้นเวลาจะคลอดเล่า...ก็ทำทุกขเวทนาความเจ็บปวดให้เกิดแก่คุณแม่อย่างแสนสาหัสที่สุด จนท่านทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหว ต้องร้องครวญครางออกมาก็มี บางทีท่านต้องพิกลพิการหรือตายไปเพราะการคลอดลูกก็มี โบราณ
จึงกล่าวไว้ว่า ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ของสตรีคือการคลอดลูก

พอลูกออกมาแล้ว และเห็นลูกสมบูรณ์ปลอดภัยก็รู้สึกปลื้มใจ ถึงกับยิ้นทั้งน้ำตา นี่แสดงถึงน้ำใจของคุณแม่ที่มีความรักต่อลูกมากถึงขนาดไหน จะเอาอะไรมาเปรียบเทียบกับพระคุณของแม่ได้เล่า

ความรักและน้ำใจของพ่อแม่

ต่อจากนั้นทั้งพ่อทั้งแม่ก็กุลีกุจอช่วยกันประคับประคอง อาบน้ำ ป้อนข้าว เลี้ยงดูฟูมฟัก ทะนุถนอมชนิดที่เรียกว่าไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมทีเดียว

เวลาร้อน... แม่ทนได้ และยังอุตส่าห์เอาพัดมาโบกวีพัดให้ลูกได้รับความเย็นสบาย แล้วนอนดูดนมของแม่อย่างเปรมปรีดิ์

หากลูกยังไม่หลับแล้วแม่จะไม่ยอมหลับเลยต้องเห่กล่อมขวัญจนกว่าลูกจะหลับ ตนเองต้องจัดแจงอย่างอื่นๆ ให้เรียบร้อยก่อนจึงเริ่มนอนได้ บางทีพอลงมือนอน ลูกตื่นร้องขึ้นมาอีก แม่ก็ต้องรีบกล่อมขวัญให้ลูกกินนมจนหลับเสียใหม่ก่อน แม่จึงจะนอนได้ แม้นอน

หลับแล้ว พอได้ยินเสียงอะไรดังกร็อกแกร็กหรือเสียงลูฏร้องแม่ก็ต้องผวาตื่นดูลูกต่อไป ด้วยใจจดจ่ออยู่แต่ลูก ลูก ลูก เท่านั้น


:09: :09: :09:
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/07/2008 - 22:04

:09:

ยอดดวงใจของพ่อแม่

ลูกเป็นเสมือนยอดดวงใจของแม่ ยามที่ลูกพอจะกินข้าวได้บ้างแล้ว แม่ก็พยายามบดแล้วป้อนให้ลูกกิน ด้วยคำยอบ้าง คำหลอกบ้าง หวังจะให้ลูกินได้มากๆ

แม้ลูกจะกินคำหนึ่งแล้ววิ่งไปเล่น แล้วกลับมากินอีกคำหนึ่งดังนี้ แม่ก็พยายามรอป้อนให้ลูฏกินจนอิ่ม และกล่อมให้นอนหลับก่อน แล้วแม่จึงจะได้ลงมือกินข้าว

น้ำใจเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพ่อแม่

เวลาแม่กำลังกินข้าวหรือทำอะไรอยู่ก่อน เมื่อได้ยินเสียงลูกร้อง ก็ต้องหยุด...รีบมาดูก่อนบางทีลูกถ่ายอุจจาระออกมา แม่ก็ต้องเอามือกวาดชำระล้างให้สะอาดเรียบร้อยก่อน แล้วจึงมากินข้าวต่อไปได้ลองนึกดูชิว่าจะมีใครเล่าจะยินดีเสียสละทำให้ลูกอย่างเต็มใจถึงเพียงนี้

ถึงคราวที่ลูกเดินได้เตาะแตะ หรือพูดอ้อๆแอ้ๆ พ่อแม่ก็แสนจะดีใจ เหนื่อยยากเท่าไรก็ไม่ว่าพ่อก็อุตส่าห์ทำงานหาเงินมาให้แม่เฝ้าเลี้ยงลูก บางคราวพ่อแม่นอนลงก็ให้ลูกเหยียบเต้นเล่นบนอกเอามือทุบหัวบ้าง ดึงผมเล่นบ้าง หยิกลูกตาเล่นบ้างแทนที่พ่อแม่จะรู้สึกโกรธ กลับดีใจหัวร่อร่าแสนจะปลื้มใจว่า ลูกของตนแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว

ยามใดที่ลูกป่วยไข้ พ่อแม่ก็ไม่เป็นอันกินอันนอน พยายามเฝ้าปฏิบัติคอยดูแลทั้งกลางวันกลางคืน หมอจะมีดีที่ไหนพ่อก็อุตส่าห์ไปขอร้องให้มาดูแลรักษาลูก จะเสียเงินทองสักเท่าไร พ่อแม่ไม่เคยเสียดาย ขอแต่ให้ลูกหายจากป่วยไข้เท่านั้น ถึงเงินทองของตัวไม่มี ก็

ต้องเอาข้างของไปจำนำ หรือขอยืมเงินเขามารักษาลูกก่อนจนได้ จะมีใครอีกเล่าที่จะเสียสละ เอาใจใส่ ช่วยเหลือเราเช่นนี้โดยไม่หวังผลตอบแทนเลย นอกจากคุณพ่อคุณแม่ของเราเท่านั้น

ครั้นลูกเจริญวัยพอสมควรศึกษาเล่าเรียนได้แล้ว ก็พยายามเอาลูกไปฝากยังสำนักครูอาจารย์ที่เห็นว่าจะสามารถสั่งสอนอบรมลูกให้เป็นคนดีได้เมื่อได้เข้าเรียนหนังสือแล้ว ถ้าต้องเดินไปมาและยังเล็กอยู่ ก็อุตส่าห์ไปส่งและไปรับทุกวัน จัดข้าวปลาอาหารและขนมไว้ให้ลูกกินเมื่อเวลาลูกกลับจากโรงเรียน เพราะกลัวลูกจะหิว

เสื้อผ้า...ก็พยายามชักรีดให้จนสะอาด ตัวไหนสกปรกก็ไม่ให้ใส่ กลัวลูกของแม่จะไม่สวย

เวลาว่างตอนเย็นหรือกลางคืน ก็พยายามแนะนำพร่ำสอนว่าสิ่งนั้นไม่ดี ลูกอย่าทำนะ สิ่งนี้ลูกจะทำต้องขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่หรือครูเสียก่อนคนนั้นเป็นคนไม่ดีไม่ควรเอาอย่าง คนนี้มีความขยันมีความประพฤติเรียบร้อย ลูกควรเอาเป็นตัวอย่างเรียกว่า มีความเป็นห่วงอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก

จนกระทั่งลูกโตสมควรจะมีสามีภรรยาได้แล้ว ก็จัดแจงตบแต่งให้สมหน้าสมตา และแบ่งทรัพย์สมบัติให้ทำมาหากินจนตั้งตัวเป็นหลักฐานพ่อแม่ก็จะพลอยยินดีเป็นที่สุด

พระพรหมของลูก

ฉะนั้น พ่อแม่จึงได้นามที่ประเสริฐอีกอย่างหนึ่ง ว่าเป็นพระพรหมของลูก คือเป็นผู้มีเมตตากรุณา มุทิตา ในลูกทุกโอกาศ

แม้ลูกจะดื้อด้านไม่เชื่อฟังพ่อแม่ จะประพฤติตัวเสียหายจนต้องถูกเขาฆ่าตาย พ่อแม่ก็ยังไม่เกลียดได้แต่วางอุเบกขา คิดว่าเป็นกรรมของลูกทำมาเพียงเท่านั้น

หน้าที่ของลูกในการตอบแทนคุณพ่อแม่

นักปราชญในสมัยโบราณ จึงพรรณนาคุณของพ่อแม่ไว้ว่า “หากจะเอาท้องฟ้ามาเป็นกระดาษเอาเขาพระสุเมรุมาศมาเป็นปากกา เอาน้ำในมหาสมุทรมาเป็นน้ำหมึก จดจารึกพรรณนาคุณพ่อแม่ไปจนกว่าจักสิ้นกระดาษและน้ำหมึก ก็ไม่สามารถจะพรรณนาคุณพ่อแม่ไว้ได้ครบถ้วน”

:09: :09: :09:
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/07/2008 - 22:23

:09:

อาศัยเหตุผลดังกล่าวมานี้ ลูกทุกคนจึงมีหน้าที่ปฏิบัติต่อพ่อแม่ดังนี้

ท่านเลี้ยงเรามา เราต้องเลี้ยงท่านตอบ
ท่านเลี้ยงเรามา เราต้องเลี้ยงท่านตอบ ข้อนี้หมายความว่า พ่อแม่ได้เลี้ยงเรามาแล้วเป็นอย่างดี ครั้นเมื่อท่านแก่เฒ่าลง ลูกจึงต้องพยายามเลี้ยงดูท่านเป็นอย่างดี ให้เหมือนกับที่ท่านได้อุตส่าห์เลี้ยงเรามาด้วยความลำบากยากเข็ยดังกล่าวแล้ว วิธีเลี้ยงพ่อแม่นั้นมี ๒ อย่าง คือเลี้ยงร่างกายหนึ่ง เลี้ยงน้ำใจหนึ่ง

เลี้ยงร่างกาย นั้นได้แก่ พยายามจัดข้าวปลาอาหาร ขนม และลูกไม้อย่างดีๆ แปลกๆ ใหม่ๆ มาบำรุงท่านไม่ให้บกพร่องตลอดทุกๆ มื้อ เมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร

หาเครื่องนุ่งห่มที่ดี เหมาะสมแก่ท่านมาให้ตกแต่งตามสมควร

จัดทำที่อยู่อาศัยให้ท่านได้พักผ่อนอย่างผาสุก
ยามท่านป่วยไข้ ก็รีบจัดหาหมอมารักษาพยาบาลและตนเองก็พยายามเฝ้าคอยดูแลท่าน ไม่ทอดทิ้งให้ท่านว้าเหว่ ต้องร้องเรียกท่านด้วยเสียงอันดัง เพราะท่านกำลังป่วยไข้

เวลาท่านอาเจียนหรือขื้รดเยี่ยวราดก็ต้องพยายามจัดล้างจัดชัก หรือเปลี่ยนผ้าใหม่ให้ท่าน ด้วยมือของตนเองโดยความเต็มใจ ให้เหมือนกับที่ท่านได้ทำให้เราเมื่อเล็กๆ

ฉะนั้น ในการบำรุงเลี้ยงร่างกายนี้ บางคนพ่อแม่มีฐานะดีสมบูรณืไม่เดือดร้อนอะไร เราจะคิดว่าไม่จำเป็นก็ไม่ถูก เมื่อถึงฤดูมีผลไม้อะไรใหม่ๆ และแปลกๆ เช่น เงาะหรือทุเรียนเป็นต้น ก็ควรจะจัดหาไปให้ท่านบ้าง แม้สักเล็กน้อยก็ยังดี ถึงว่าของนั้นท่านจะหาชื้อเอง

ได้ แต่ท่านย่อมจะมีความรู้สึกว่าของที่ท่านได้รับจากลูกนั้น ท่านได้กินทั้งผลไม้และน้ำใจที่ได้รับจากลูกด้วย

บางคราวด้วยความรักลูก ยังอุตส่าห์แบ่งเอาทำบุญกับพระที่วัดใกล้ๆ และยังคุยให้ท่านฟังด้วยว่า ของนี้ลูกเขาฝากมาให้ รู้สึกว่ามันทำให้ท่านเกิดความอิ่มอกอิ่มใจมิใช่น้อย

ส่วนการเลี้ยงน้ำใจนั้น จงได้พยายามทำทุกอย่างไม่ให้ขัดเคืองใจพ่อแม่ เมื่อท่านมีความประสงค์จะเอาอะไร หรือจะให้เราทำอะไรแล้ว จงพยายามทำตามที่ท่านต้องการด้วยความเต็มใจแม้สิ่งนั้นจะไม่ถูกกับความประสงค์ก็ดี หรือเป็นของไม่ควรทำ แต่ไม่ถึงกับเสีย

หายก็ดี ก็ขอให้พยายามทำตามเถิด อย่าขัดขืนให้ท่านไม่สบายใจเลยจงคอยสังเกตุดูว่าสิ่งใดท่านชอบทำสิ่งใดท่านชอบรับประทาน แม้ท่านไม่ได้บอกขอร้องเรา ก็จงพยายามจัดทำหรือจัดหามาสนองท่าน

หากทำได้ดังนี้ ท่านจะปลื้มใจมาก เพราะดีใจว่าลูกรู้จักน้ำใจท่าน

ถ้าบางครั้ง ไม่สามารถจะทำตามความประสงค์ของท่านได้แล้ว ก็อย่างเพิ่งออกปากเถียงหรือคัดค้าน จงเฉยๆ ไว้ก่อน แล้วหาอุบายพูดให้ท่านเข้าใจเองว่า สิ่งนั้นเป็นของผิดหรือเหลือวิสัยที่จะทำได้อย่างนี้จัดว่าพยายามเลี้ยงน้ำใจของพ่อแม่

:09: :09: :09:
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/07/2008 - 10:59

:09:

ทำบุญอุทิศให้ท่าน

เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่านคือ เมื่อท่านต้องตายทำลายขันธ์ไปตามธรรมดาของสังขารแล้ว ลูกก็ไม่ควรแต่จะเศร้าโศกเสียใจร้องให้รำพัน จนไม่มีจิตใจจะทำณาปนกิจศพของท่านอย่างไร

ควรจะระงับความทุกข์ใจเพราะเหตุนี้เสีย แล้วกลับมาพิจารณาให้เห็นความเป็นจริงว่า พ่อแม่เราต้องตายไปตามธรรมดาของคนทุกคนที่เกิดมาแล้วก็ต้องตายทั้งสิ้น ปู่ย่าของเรา ทวดของเรา ท่านก็ตายไปแล้ว เช่นเดียวกัน และท่านเหล่านั้นก็หาเอาอะไรไปได้สัก

นิดหนึ่งไม่ แม้สิ่งใดที่ท่านรักดังดวงใจท่านก็เอาไปไม่ได้เลย แม้ถึงตัวเราเองก็เช่นเดียวกันในไม่ช้าก็ต้องตายไปอีกเช่นเดียวกับท่าน หน้าที่ของเราก็คือ ต้องทำบุญกุศล อุทิศผลบุญนั้นๆไปให้แก่ท่านเท่านั้น เพราะจะทำอย่างอื่นนั้นก็ไม่ถูกไม่ควรด้วยว่าท่านไม่มีชีวิต

เสียแล้ว จะบำรุงกายบำรุงใจอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะนักปราชญ์กล่าวไว้ว่า...บุญกุศลที่เราอุทิศไปให้เท่านั้นหากท่านได้มีโอกาสรับอนุโมทนา ก็จะสำเร็จประโยชน์เป็นความสุขความเจริญแก่ท่านได้

และเราก็ควรทำแต่สิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลจริงๆไม่ควรทำบาปเลยในการทำณาปนกิจหรือทำบุญอุทิศให้พ่อแม่นี้ เช่นจะฆ่าเองหรือสั่งให้คนอื่นฆ่าเอาเนื้อสัตว์มาทำบุญก็ไม่ควร หรือจะมีมหรสพให้สนุกสนาน ก็ไม่เหมาะ เพราะไม่ใช่เรื่องบุญกุศล ควรทำแต่เรื่องบำเพ็ญ

ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ฟังธรรมเทศนา ตามสมควรแก่กาลเวลาเท่านั้น บุญกุศลที่จะอุทิศไปให้แก่พ่อแม่จะได้เป็นบุญที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ให้มีบาปอันใดมาเจือปน ชึ่งจะเป็นเวรกรรมต่อไปอีก เพราะมาปรารภการทำบุญให้พ่อแม่เป็นเหตุ

จะบีบนวดอาบน้ำป้อนข้าว ปฏิบัติท่านให้เหมือนกับสามเณรปฏิบัติต่อพระภิกษุก็ได้ ถ้าเป็นแม่... พระองค์ทรงอนุญาตให้เลี้ยงดูได้คล้ายบิดา แต่จะถูกต้องตัวแม่ไม่ได้เท่านั้น อนึงพระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า แม้ลูกจะเลี้ยงดูให้วิเศษอย่างไร ก็ยังไม่ชื่อว่าแทนคุณพ่อแม่
ได้

ส่วนวิธีที่จะตอบแทนคุณพ่อแม่ได้นั้น ก็คือ เมื่อท่านยังไม่มีศรัทธา ไม่มีศีล ไม่มีสมาธิ ไม่มีปัญญาลูกได้พยายามแนะนำ ช่วยเหลือ ให้ท่านกลับเป็นผู้มีศรัทธา มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา จึงจะชื่อว่าตอบแทนคุณพ่อแม่ได้

ครั้นเมื่อท่านตายไปแล้ว นอกจากทำบุญอุทิศไปให้ตามประเพณีเช่นนี้ ยังมีวิธีตอบแทนที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่งคือ การทำตัวของเรานี้เองให้เป็นคนดีที่สุด จนกระทั่งตัวเรานี้เป็นผู้บริสุทธิ์ สะอาดหมดจดจากกิเลสหมดจดจากกิเลส เป็นสมุจเฉทปหาน สำเร็จเป็นพระ

อริยบุคคล ก็ชื่อว่าตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ได้ เพราะเนื้อตัวของเรานี้ล้วนเป็นของท่านทั้งสิ้นเราได้กำเนิดมาจากท่าน และเติบโตมาด้วยน้ำนมข้าวป้อนของท่าน เรียกว่าตัวท่านกลายมาเป็นตัวเราในบัดนี้

ถ้าเราทำตัวของเราไม่ดี มีความประพฤติทุจริตเหลวไหล จนตัวเราเองได้รับความลำบากและความอัปยศอดสู เสียชื่อเสียง ก็เหมือนทำลายพ่อแม่ทำความเสื่อมเสียให้แก่วงศ์ตระกูล จัดว่าเป็นผู้อกตัญญูต่อท่านโดยตรง เมื่อท่านทราบด้วยญาณวิถีใดๆ ก็จักโทมนัสเสียใจหาน้อยไม่

ฉะนั้น หากสิ้นบุญพ่อแม่แล้ว เราต้องพยายามระมัดระวังตัวและบำเพ็ญแต่คุณงามความดี หลีกเลี่ยงจากการกระทำชั่วเป็นเด็ดขาด อุตส่าห์ปฏิบัติธรรมสร้างฐานะและชื่อเสียงให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

หน้าที่ของลูกโดยย่อ
หน้าที่ของลูกนี้เมื่อกล่าวโดยย่อ มีอยู่ ๗ ข้อ คือ

๑.พ่อแม่ได้เลี้ยงเรามาแล้ว ก็เลี้ยงท่านตอบ
๒.ช่วยทำกิจการงานของพ่อแม่
๓.ดำรงวงค์ตระกูลของพ่อแม่
๔.ประพฤติตนให้เป็นคนสมควรรับทรัพย์ มรดกของพ่อแม่
๕.เมื่อพ่อแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ทำบุญอุทิศให้ท่าน
๖.มั่นอยู่ในกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่
๗.เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพ่อแม่ในทางที่ถูกต้องโดยเคร่งคัด

ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร
บิดามารดา...
เป็นบุรพาจารย์ของบุตร
(๒๐/๔๗๐)

(ต่อด้วยคำกลอนที่ได้ลงไว้ก่อนแล้วครับ

:09: :09: :09:
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/07/2008 - 16:13

:09:

แผนที่ชีวิตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

๑.ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
๒.อย่าสวดมนต์เพื่อของสิ่งใด นอกจาก “ปัญญา” และ “ความกล้าหาญ”
๓.“เพื่อนใหม่” คือของขวัญที่ให้กับตัวเองส่วน “เพื่อนเก่า หรือ มิตร” คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า

๔.อ่านหนังสือธรรมะปีละเล่ม
๕.ปฏิบัติต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
๖.พูดคำว่า “ขอบคุณ” ให้มากๆ
๗.รักษา “ความลับ” ให้เป็น

๘.ประเมินคุณค่าของการให้ “อภัย” ให้สูง
๙.ฟังให้มากแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
๑๐.ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิ และรู้แก่ใจว่าเป็นจริง
๑๑.หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่
๑๒.เมื่อเผจิญหน้ากับงานหนักคิดเสมอว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว

๑๓.อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟต์
๑๔.ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อการก่อนหนี้สิน
๑๕.อย่าหยิ่งหากจะกล่าวว่า “ขอโทษ”
๑๖.อย่าอายหากจะบอกใครว่า “ไม่รู้”

๑๗.ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง
๑๘.เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป
๑๙.การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวยเป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
๒๐.คนไม่รักเงิน คือคนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
๒๑.ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อนคือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี

๒๒.ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด
๒๓.จงใช้จุดแข็ง อย่างเอาชนะจุดอ่อน
๒๔.เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เราพูด
๒๕.เหรียญเดียวมี ๒ หน้าคือ ความสำเร็จ กับความล้มเหลว

๒๖.อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น
๒๗.ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
๒๘.อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ (อย่าใจร้อน)
๒๙.ระลึกถึงความตายวันละ ๓ ครั้ง ชีวิตจะมีสุข มีอภัย มีให้
๓๐.ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดหมด


:09: :09: :09:
0



คำตอบต่อไป: sssboun - sssboun - sssboun -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่านไม่สามารถตอบกลับกระทู้นี้ได้

2 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 2 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ