ลานธรรมเสวนา: หลวงปู่เณรคำ วัดขันติธรรม - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (5 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

หลวงปู่เณรคำ วัดขันติธรรม สวัสดึค่ะเพื่อนๆลานธรรม มีใครรู้จักหลวงปู่เณรคำ วัดขันติธรรมไหมค่ะ ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   กัลยาวจี ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 181
  • สมัคร: 11/11/2007

ตอบ: 11/11/2007 - 18:02

เท่าที่ทราบ ท่านเป็นพระอริยะอายุน้อย( 27-28 ปี) อยู่วัดขันติธรรม จ. ศีษะเกศ ที่ว่าท่านเกิดเป็นชาติสุดท้าย จบพรหมจรรย์แล้ว เทวดาเบื้องบนมาอัญเชิญให้นำสร้างพระแก้วมรกรต(ใหญ่ที่สุดในโลก) เพิ่งได้หนังสือ "ขันติธรรม" มาอ่านค่ะ
ไม่ทราบมีท่านใดเคยไปกราบสักการะท่านไหมค่ะ
อยากรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็นจากเพื่อนๆที่รู้เรื่องค่ะ
0


  • (5 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   gallery ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 538
  • สมัคร: 10/06/2007

ตอบ: 11/11/2007 - 18:56

พระอาจารย์ วิรพล ฉัตติโก

http://www.dhammajak...e.php?pos=-2262

http://www.luangpune...om/profile.html
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   santra ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 38
  • สมัคร: 26/06/2007

ตอบ: 11/11/2007 - 22:44

ผมไปมาแล้วครับ แต่ไม่เจอท่านหลวงปู่เณรคำ แต่เจอ ท่านพระอาจารย์ของหลวงปู่เณรคำ แทน ไปร่วมบริจาคทองคำสร้างพระแก้วมรกตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผมว่า..บารมีเดิมท่านทำมาได้อย่างเต็มที่และค่อนสมบูรณ์มามากแล้วในอดีตชาติครับ ชาตินี้จึงไม่แปลกที่การแสดงธรรมของท่านแต่ละครั้งประทับจิตประทับใจมาก วันนั้น ผมเอากล้องดิจิตอลไปถ่ายรูปบริเวณวัดรอบๆ ร่วม20 ภาพ แต่มีปรากฏมีภาพหนึ่งที่ผมไม่ได้กดเลย ปรากฏในกล้องเลยครับ ผม DOWNLOAD เข้าเครื่อง ซูมออกมาชัดเลย เป็นคนไม่มีตา ภาพคล้ายหลวงจีนแต่ตาโบ๋ลึก พอไปให้ร้านถ่ายรูป เขาไม่สามารถ print ออกมาได้ แต่ดูที่เครื่องคอมฯ ได้ ทำให้ผมยิ่งไม่ปฏิเสธเลยในเรื่องกฏแห่งกรรม - สัมภเวสี - เปรต - นรก - สวรรค์ - นิพพาน มีจริง ปัจจุบันผมก็ยังคงเก็บภาพนี้อยู่ และเมื่อทำบุญครั้งใดก็หยาดน้ำให้เขาทุกครั้ง เพราะผมเชื่อว่า ภพภูมิที่ใกล้เคียงกันก็สามารถสื่อถึงกันได้ เพื่อขอส่วนบุญครับ
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   พอแล้ว ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1880
  • สมัคร: 18/10/2006

ตอบ: 12/11/2007 - 17:19

หลวงปู่เณรคำ

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
คนเราล้วน ดิ้นรน เพื่อสิ่งที่ต้องทิ้ง

บางคนทำสิ่งที่ไม่เป็นแก่นสารสาระ ได้ไร้สาระที่สุด
แต่บางคนก็สามารถใช้สิ่งอันไร้แก่นสาร สาระนี้
ได้เป็นสาระเกิดประโยชน์สูงสุด คือได้ มรรค ผล นิพพาน

ธรรมะ หาได้ในกายยาววา หนาคืบ กว้างศอกนี้แล
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   ภพกฤต ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 614
  • สมัคร: 20/02/2007

ตอบ: 12/11/2007 - 21:09

อนุโมทนาด้วยครับ

^ ^

ขอให้มีบุญไปกราบหลวงพี่ฝากเนื้อฝากตัวสักหนเทอญ....

สาธุๆๆ

**** อวยพรตัวเองก็เป็นแฮะเรา ^ ^ *****
"นิพฺพานปจฺจโย โหตุ"
ขอจงเป็นปัจจัยเพื่อพระนิพพานแด่ทุกๆท่านเทอญ...
[/b]
[url="http://ariyasaj4.blogspot.com/"]http://ariyasaj4.blogspot.com/[/url][/color]
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   ณัฐพร_01 ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 294
  • สมัคร: 27/06/2006

ตอบ: 13/11/2007 - 12:58

เกือบได้มีโอกาสไปกราบท่านค่ะ แต่ท่านไม่อยู่
ขอน้อมปฏิบัติเป็นพุทธบูชาค่ะ
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   หัดบิน ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 165
  • สมัคร: 26/05/2007

ตอบ: 14/11/2007 - 13:04

เคย อ่านประวัติของท่านและเคยนิมนต์ ท่านไปเป็นประธานงานฝังลูกนิมิตร ที่ทางครอบครัวเป็นเจ้าภาพที่จังหวัดสุรินทร์ ค่ะ นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ท่าน มาเปิดงาน แล้วขนลุกไม่หายค่ะ เนื่องจากวันที่ท่านจะมา ครึ้มฟ้าครึ้มฝนมาก แต่พอท่านมาฝนที่ทุกคนคิดว่าจะตกแน่ 100 % กลับไม่ตก
และพี่เขยเป็นผู้ดำเนินงาน จะถ่ายรูปของท่านเพื่อนนำมาให้คนบูชา เพื่อนนำรายได้ไปสมทบทุนในงาน ถ่ายยังไงก็ถ่ายไม่ติดรูปของท่าน จนต้องขออนุญาติท่านก่อนจึงสามารถ ถ่ายภาพท่านได้
สามารถ ไปซื้อประวัติของท่านมาอ่านได้ นะค่ะ มีตามศูนย์หนังสือดอกหญ้า ค่ะ
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   tipdee ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 21
  • สมัคร: 31/08/2007

ตอบ: 14/11/2007 - 15:29

ก็เคยเห็นนะคะ แต่ไม่รู้จักค่ะ
วันที่เห็นนั้น ความโดดเด่นของท่าน
คือมีโยมผู้หญิงติดตามเยอะมากและ
มีกิริยาไม่งาม ทำให้คนที่คิดจะเลื่อมใส
พลอยเสื่อมศรัทธาในตัวท่านไปเลย
หรือตอนที่เห็นอาจจะเป็นแค่ เณร ฤามิใช่หลวงปู่
เพราะไม่สงบ ไม่นิ่ง เมื่อ วันที่3-4 พฤศจิกายน
ก็เห็นไปเป็นประธานในงานศพมารดาของโยมผู้หญิง
ที่เป็นหนึ่งอยู่ในคณะที่ติดตามท่านอยู่ที่
วัดแห่งหนึ่ง ในตัวจังหวัดศรีสะเกษ ( เน้นนะคะ ศรีสะเกษ )
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   ศิริพร ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1243
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 21/11/2007 - 15:10

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

บังเอิญมีภาพที่ถ่ายเก็บๆไว้ค่ะ ถ่ายปกติค่ะ กล้องธรรมดา
และเป็นการบังเอิญที่ได้เห็นท่านค่ะ ไม่ได้ตั้งใจ
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   สังวุฒโฒ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 33
  • สมัคร: 31/10/2007

ตอบ: 21/11/2007 - 19:32

:09: :09: :09: สวัสดีธรรมะ

ผมอ่านเรื่องราวประวัติของหลวงปู่เณรคำมาสองเล่มแล้วครับ น่าสนใจดีทีเดียว ใครยังไม่มีก็ลองไปหาอ่านดูนะครับ หนังสือชื่อ "ขันติธรรม" อีกเล่มก็ "เปิดธรรมปาฏิหาริย์" อ่านไปอ่านมาท่านจะรู้ว่าพระหนุ่มรูปนี้อยู่ในอริยะขั้นใด...

ปล.ผิดพลาดประการใดโปรดอโหสิด้วยนะจ๊ะ
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   modxx012 ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2
  • สมัคร: 12/07/2006

ตอบ: 17/12/2007 - 19:51

สาธุ หลวงปู่ไม่มีชาติอีกแล้ว
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 17/12/2007 - 20:49

สาธุ...กับผู้ที่ได้พบพระอริยะทุกท่านค่ะ หลวงปู้เณรคำเคยได้ยินชื่อท่านมาหลายครั้งค่ะ แต่ยังไม่เคยไปกราบท่านสักทีค่ะ บารมียังไม่ถึงท่านค่ะ :04:
เรื่องพระที่ท่านปฎิบัติได้ในระดับใดก็ตาม เราปุถุชนนั้นต้องระมัดระวัง กิริยา กาย วาจา ใจ
ที่จะปฎิบัติต่อท่านให้มาก ด้วยโทษที่นึกถึงท่านในทางไม่ดีนั้นจะเกิดโทษกับเราได้ค่ะ

มีเรื่องจะเล่าให้ฟังค่ะ
ทั่นยายเคยไปกราบพระมาหลายวัดแล้ว ด้วยอยากไปชื่นชมบารมีธรรมของท่าน
ตามคำรำลือบ้าง หรือไปโดยบังเอิญบ้าง หลายครั้งหลายครา
แล้วก็เคยนึก "หมิ่น" พระบางรูปที่เรามองแค่ภาพภายนอกทั้งๆที่เนื้อแท้
ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ไปแล้ว เราสิเป็นเต่าในโคลนตมหารู้ไม่พระอาทิตย์เป็นเช่นไร
จึงเข้าข่ายตายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ค่ะ

อย่างมีครั้งหนึ่งเมื่อประมาณพศ. 46 ทั่นยายมีโอกาสได้ไปกราบหลวงปู่กอง ที่วัดสระมณฑลโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน ไม่เคยรู้จัดท่านด้วยซ้ำไป อาศัยบารมีพี่คนหนึ่งพาไป
พอไปเห็นวัดเท่านั้นก็นึกทอดถอนใจทันที โอ้นี่หรือวัด.....
หากใครเคยไปวัดสระมณฑลที่อยุธยาจะรู้ว่าทำไมทั่นยายจึงคิดแบบนี้
พอเข้าไปในวัด เห็นหลวงปู่แก่ๆองค์หนึ่งนอนอาพาธอยู่บนเตียง ใกล้ๆกันนั้นมีป้าคนหนึ่งกำลังทำอาหารอยู่เหมือนเป็นแม่บ้านประมาณนั้น เต่าในตมอย่างทั่นยายเห็นดังนั้นก็ปรุงแต่งความคิดไปใหญ่โต .....หลังจากนั้นไม่เคยคิดจะไปกราบท่านอีกเลย...

เวลาผ่านไปไม่ถึงปี ท่านก็มรณภาพกระดูกท่านเป็นพระธาตุงดงาม พอเห็นดังนั้นตกใจยิ่งนัก เวรกรรมแท้ๆเรานึก "หมิ่น" ท่านไว้มากมาย ทีนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ ตั้งใจเอาดอกไม้ไปกราบขอมาที่วัดท่านอยู่หลายครั้งแต่ไปครั้งใดวัดก็ปิดทุกครั้งไป เหมือนกรรมจะไม่เปิดโอกาสให้เราได้ไถ่โทษเลย แต่ยังไม่สิ้นความพยายามค่ะตั้งใจจะไปจนกว่าจะได้เข้าไปกราบหลวงปู่ใหญ่และหลวงปู่กองให้ได้ค่ะ...

กรรมจากการที่ "หมิ่น" พระอริยในครั้งนี้ทันตาเห็นค่ะ ปีนี้ท่านยายเจอ คดีหมิ่นประมาท
โดยไม่รู้เนื้รู้ตัวมาก่อน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปกล่าววาจาว่าร้ายใคร ใครทำอะไรก็นิ่ง
ใช้ความสงบเข้าสยบเสมอ อาจจะมีโต้ตอบบ้างก็ด้วยเหตุและผล ไม่เคยไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ด้วยอุปนิสัยเวลาโกรธหรือไม่พอใจจะนิ่งเงียบมากๆ
แต่โดนคดีโดยไม่ได้ทำอะไรเลยอยู่ๆก็โดนซะงั้น งงมากๆ
นึกพิจารณากรรมอะไรหนอทำให้เกิดเหตุแบบนี้ แล้วทุกอย่างก็กระจ่างในสมองขึ้นมาเอง

ทั่นยายขอยืนยันกรรมมีจริงและตามติดเราจริง ยิ่งกับพระกับเจ้าจงระมัดระวังให้มากไว้ ศรัทธาก็กราบไหว้ขอบารมีท่านให้ช่วยเป็นปัจจัยส่งให้ถึงฝั่งดังเจตจำนง
ไม่ศรัทธาก็นิ่งเฉยไว้เป็นดีที่สุด อย่าไปเที่ยวคิดนั่นคิดนี่กับท่านความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จะพาลให้เราแย่เอาโดยไม่รู้ตัวได้ค่ะ
จึงขอเติอนไว้เวลาเข้าหาพระเจ้าให้ระวัง ทั้ง กาย วาจา และใจ ให้จงดีค่ะ

ทั่นยายเองตอนนี้พยายามอยู่ห่างไว้พระไว้ก่อนเป็นดี เวลาเจอพระก็จะนิ่งที่สุด
ยิ่งพระที่ไม่ค่อยรู้จัก หรือพระที่มีอะไรแปลกๆ ยิ่งไม่กล้าคิดอะไรเลยค่ะ
กลัวความคิดตัวเองเป็นที่สุดค่ะ....

สาธุ :09: :09:
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   cygnus ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 546
  • สมัคร: 23/08/2005

ตอบ: 18/12/2007 - 09:39

อนุโมทนากับท่านยายครับ ผมเองก็ไม่ค่อยจะกล้าเข้าหาพระสงฆ์องเจ้าเท่าไรนักเพราะรู้ตัวเองว่ากิเลสยังเยอะมากอยู่ กลัวจะไปปรามาสพลาดพลั้งล่วงเกินท่านเข้า
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   ระนาด ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1971
  • สมัคร: 06/11/2005

ตอบ: 18/12/2007 - 11:34

ผมอยากทราบว่าท่านสอนการภาวนาอย่างไรบ้างครับ


เพื่อนๆสมาชิกท่าใดมีข้อมูลตรงนี้ ขอความกรุณาเอามาลงให้อ่านด้วยก็ดีครับ


ขอบพระคุณมากๆครับ
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   บอนสี ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 299
  • สมัคร: 17/07/2007

ตอบ: 18/12/2007 - 12:01

ผมเคยตั้งกระทู้ เกี่ยวกับหลวงปู่เณรคำ แล้ว

แต่ก็เค้าก็ลบกระทู้ของผมทิ้งไป
ช่างน่าเสียดายจริงๆ อยากจะแนะนำพระสุปฏิปันโน รูปหนึ่ง ให้ชาวลานธรรมได้ทราบถึงปฏิปทากัน เพื่อจะได้หาโอกาส ไปกราบนมัสการ ทำบุญกับท่าน และ ขอคำแนะนำ การปฏิบัติธรรม และที่สำคัญอายุของท่านก็ยังน้อย ( ยากนะที่จะทราบว่าพระสุปฏิปันโน อายุยังน้อย ท่านเกิด พ.ศ. 2522 ซึ่งเหมาะที่จะ ขอคำแนะนำจากท่านได้เรื่อยๆไป )
ไม่ทราบสาเหตุ ว่าเพราะอะไรจึงต้องลบกระทู้ออก พยายามตั้งกระทู้ หลายครั้งแล้วแต่ก็ตั้งกระทู้ไม่ได้เลย....

แต่มีลิ้ง ให้ได้อ่านประวัติหลวงปู่เณรคำ กัน ครับ

http://board.palungj...ead.php?t=84669

ลิ้ง ดาวน์โหลด เสียงพระธรรมเทศนา หลวงปู่เณรคำ วัดป่าขันติรรม จ.ศรีสะเกษ

http://board.palungj...ad.php?t=102763

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย บอนสี: 18/12/2007 - 12:05

0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   บอนสี ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 299
  • สมัคร: 17/07/2007

ตอบ: 18/12/2007 - 12:16

หลักธรรมคำสอนของหลวงปู่เณรคำ วัดป่าขันติธรรม
http://luangpunenkham.com/index.php

- พระอริยเจ้าละสังขาร ไม่มีแดนเกิดแห่งกายนี้อีก ไม่ว่าจะเป็นกายสัตว์ กายอะไรก็ช่าง กายละเอียดกายหยาบไม่มีอีกต่อไป

- นักปฏิบัติต้องกำหนดรู้อยู่ในกายให้มาก ให้เห็นแจ้งรู้จริงในกายเมื่อกำหนดรู้ในกายเด่นชัดแล้ว ก็จะรู้เองโดยอัตโนมัติว่า จิตเป็นยังไง กายเป็นยังไง ไม่ต้องไปถามใคร

- นักปฏิบัติต้องทบทวนดูพฤติจิตของตนเองให้ดี ให้เด่นชัด ให้ละเอียด เพราะกลเกมกลลวงของกิเลส ตัณหา อุปาทาน มันเฉียบคม

- ขึ้นชื่อว่าเป็นนักปฏิบัติแล้ว อย่าเลือกที่ปฏิบัติ ที่ไหน ๆ ก็ปฏิบัติได้ทั้งนั้น ปฏิบัติให้ตื่นรู้อยู่ในกายทุกอากัปกิริยา

- ขึ้นชื่อว่าเป็นนักปฏิบัติแล้ว ไม่พึงแสวงหาวัตถุอย่างอื่นอันนอกเหนือจากความหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

- การปฏิบัติธรรมนั้น แม้เกิดก็เกิดคนเดียว การจะเข้าถึงมรรคผล ก็เข้าถึงคนเดียว ธาตุขันธ์จะแตกดับก็แตกดับคนเดียว


- การธุดงค์ป่านอก ไม่มีผลสำเร็จดีเท่ากับเดินจาริกอยู่ในป่ามหานครกายและป่าใจของตัวเอง

- จงดำเนินองค์สติ ให้ตั้งมั่นเด็ดเดี่ยว ควบคุมความคะนองทางใจ สำรวมระวังความคิด เจริญกองบุญกุศลให้ถึงพร้อม และให้ละบาปอกุศลให้สิ้น

- ไม่ยึดถือเอาสัญญาเป็นเจ้าของ หลุดพ้นออกจากสัญญาแล้วความขุ่นข้องหมองใจ ความพยาบาทปองร้ายก็ดับไป

- พอใจในสิ่งที่เรามี พอใจในสิ่งที่ตนได้ ถ้าดิ้นรนมาก ก็จะกลายเป็นกิเลส ตัณหา

- ท่านทั้งหลายที่เป็นสาธุชนนั้น ต้องอาศัยการให้ทาน ต้องอาศัยวัตถุทาน เป็นตัวนำจิตให้เข้าถึงบุญกุศล เป็นสิ่งที่ทำง่ายสำหรับท่านทั้งหลาย เป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจของท่านทั้งหลาย ยิ่งใหญ่ขึ้นในภายภาคหน้า

- การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารภพน้อยภพใหญ่นี้ มันทุกข์ร้อนมาก ๆ ผู้ไม่ปรารถนาที่จะมาเวียนว่ายตายเกิดอีก ต้องปฏิบัติตนรักษาศีล บำเพ็ญภาวนา ตั้งศรัทธาให้มั่นคง ปฏิบัติธรรมกำหนดรู้ถอดถอนความยึดมั่นถือมั่นในอารมณ์ทั้งปวง ถอดถอนความยึดถือในโลกทั้งปวง ในธรรมทั้งปวง ความเป็นตัวเป็นตน ความแบกหาม เอาสมมุติทั้งหลายทิ้งไปให้หมด สละไปให้หมด จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้หลุดพ้นจากการเวียนว่าย ตายเกิด

- ท่านผู้มีปัญญาย่อมมีธรรมปรากฏอยู่ในจิตใจเสมอ ปัญญาธรรมคือ สิ่งที่เลิศที่สุดในชาติปัจจุบัน

- ธรรมทั้งปวงนั้นคือ เครื่องเตือนให้ท่านทั้งหลายตื่นจากการหลับใหลในความยึดถือเอาเป็นเจ้าของ ให้รู้จักส่งคืนสิ่งยึดติดทั้งปวง ด้วยธรรมอันจิตไม่ยึดมั่น เห็นเด่นชัดนั่นเป็นสักแต่ว่า

- นักปฏิบัติต้องใช้สติปัญญาที่เฉียบคม ทบทวนดูผลของการปฏิบัติที่ผ่านมาให้ละเอียดมากลงไปเรื่อย ๆ ว่ากิเลส ตัณหา อุปาทานที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจนั้น มันหมดไปมากน้อยแค่ไหน และทบทวนดูสภาพจิตของตัวเองให้ลุ่มลึกลงไปให้มาก ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว ทุกอย่างต้องดับไป

- นักปฏิบัติต้องทบทวนดูสิ่งที่ตนเห็นให้ดี เพราะสิ่งที่เห็น คือ อุปาทาน คือความยึดมั่นถือมั่น เมื่อเห็นแล้วเดินจิตปลงลงสู่ความไม่ยึดถือ เดินกระแสจิตเข้าสู่ความดับ พอมันหลุดไปหมดแล้ว จะเห็นอะไรมันก็เห็นเป็นปกติ

- นักปฏิบัติต้องใช้ปัญญาพิจารณาดูรูป เวทนา ให้เด่นชัด เมื่อเด่นชัดแล้ว จิตก็จะถอดถอนออกโดยอัตโนมัติ เห็นเป็นเพียงสมมุติเท่านั้น

- สาธุชนทั้งหลายอย่าเห็นฤทธิ์เดชเหล่านั้น สำคัญกว่าการละกิเลสให้ได้เด็ดขาดอย่างแท้จริง

- ท่านทั้งหลาย เราอย่าเข้าใจว่าพระพุทธเจ้านั้นสอนให้เราสร้างแต่บุญเพื่อไปเกิดในสวรรค์อย่างเดียว แต่หัวใจของพระพุทธเจ้าที่เน้นหนักลงมา คือ ให้เราได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดตามพระองค์

- อุเบกขานั้นไม่ใช่การวางเฉยไปเลย แต่เป็นการเฝ้าดูโดยความสงบนิ่งของจิต ไม่มีอารมณ์อื่นแทรกแซง ท่านทั้งหลายจงมีอุเบกขาแบบอุเบกขาผู้มีปัญญา อุเบกขาแบบผู้มีปัญญา คือ การเฝ้าดูอยู่ไม่ให้ตนเองพลาดพลั้ง ไม่มีสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีสิ่งที่เป็นอกุศล

- เนื้อแท้ของธรรมชาติในโลกวัฏฏทุกข์นั้น ล้วนแล้วไม่ยั่งยืน แปรปรวนอยู่ตลอดกาลตลอดสมัย จึงให้ทุกท่านเข้าไปรู้ความจริงของธรรมชาติแห่งวัฎฎทุกข์นั้น ด้วยสติปัญญาอันสุขุมละเอียด และด้วยใจที่เด็ดเดี่ยว ความจริงแจ้งชัดหายสงสัยปรากฏอย่างที่สุด หลุดพ้นทันที

- ความโง่ในโลก ที่เราโดนหลอกเอย คนนั้นหลอก คนนี้หลอก มันไม่ใช่ความโง่ที่เรียกว่าหนักหนาอะไร แต่ที่หนักคือ เราโง่ให้กิเลสมาสับรางจิตใจของเรา ให้ไปผิดทาง


- ยุคนี้ คือ ยุคที่เราจะทำให้เป็นดั่งสมัยพุทธกาล คือ ให้มีผู้บรรลุสำเร็จเป็นอรหันต์มากที่สุด ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์

- จิตที่หลงยึดติด ว่าเราเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เราบรรลุแล้วจบสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว จิตที่หลงนี้ ต้องกลับมาเกิดใหม่และนำเอาจริตเดิม สันดานเดิมที่หลงติดไปด้วย

- ถ้าเรารักษาศีลไม่ดีก็เท่ากับว่าเรายังไม่แจ้งในศีล ถ้าเราบำเพ็ญภาวนาไม่ดีก็เท่ากับว่าเราไม่แจ้งในสติ ถ้าเราไม่มีความตั้งมั่นเพียงพอเท่ากับเราไม่ตั้งมั่นในสมาธิ ถ้าเราไม่มีความรู้เท่าทันกิเลสตัณหาอุปาทานเท่ากับเราไม่รู้แจ้งในปัญญา

- ถ้าเราได้จาบจ้วงพระอริยเจ้าองค์หนึ่ง ก็เหมือนเราได้จาบจ้วงทั้งหมด ทั้งพระพุทธเจ้าทั้งพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย ตั้งแต่ครั้งอดีตกาลจนถึงปัจจุบันกาลนี้ ผลกรรมนั้นมันหนักหนาสากรรจ์มาก

- ให้เฝ้าดูอาการของจิตจนรู้จิตเด่นชัด การบรรลุธรรมจะปรากฎ รู้จิตเห็นธรรม

- จิตที่หลุดพ้นนั้น เหนือบุญ เหนือบาปทั้งปวง

- ทุกคนจงมาทำให้แจ้งในปัจจุบันนี้เลย อย่าทำเพื่อชาติหน้า อย่าทำเพื่ออนาคตอันยืดเยื้อยาวไกลไปมาก ทำปัจจุบันให้มันแจ้ง แจ้งทั้งกาย ให้มันแจ้งทั้งจิตใจ อย่าให้มีข้อลังเลสงสัย อย่าให้มันเกิดการพวักพวงให้มันแจ้งไปหมด


- การขับเคลื่อนของสติปัญญานั้น ต้องเดินอย่างต่อเนื่อง

- เมื่ออำนาจสติมีกำลังพอเพียง จะสามารถเห็นความเป็นจริงได้ว่าสภาพจิตและกาย ไม่ได้เป็นเนื้ออันเดียวกัน มันแยกกันอยู่


- สัญญานั้นเหมือนเพลิงที่มาเผาจิตของเวไนยสัตว์ไม่ให้หลุดพ้น ออกจากกองทุกข์

- คำว่าขณะที่ปฏิบัตินี่ ไม่ใช่เฉพาะชั่วโมงนั้นชั่วโมงนี้นะ มันทุกอากัปกิริยา ทุกสภาวะในปัจจุบันนั้น ๆ แต่ละลมหายใจเข้า – ออก แต่ละเวลา แต่ละชั่วโมง แต่ละนาที สภาพปัจจุบันด้วย

- ยศถาบรรดาศักดิ์ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณทั้งหมดเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้ เราก็ไม่ได้เอาไปด้วย เป็นสักแต่ว่าสมมุติในโลกนี้แค่นั้น ท่านจะเป็นมนุษย์ผู้มีสมบัติใหญ่โต มีชื่อแปลก ๆ มีรถยนต์นั่นคือเครื่องสมมุติ ผู้ที่บำเพ็ญตนให้พ้นจากกิลสตัณหา เห็นสมมุติเหล่านั้นให้เด่นชัด เห็นทุกอย่างเป็นสมมุติ รู้สมมุติเหล่านั้นแล้วทิ้งสมมุติเป็นแดนเกิด ภพชาติจึงดับไป

- หัวใจแก่นแท้ของนักปฏิบัติธรรมตามธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ความไม่ยึดถือเอาเป็นเจ้าของในสิ่งทั้งปวง

- คำว่าปฏิบัติให้ดี ปฏิบัติให้ต่อเนื่อง คือ ไม่ให้เผลอ ไม่ให้หลงลืม ไม่ให้ด่างพร้อยไปตามอารมณ์

- การบำเพ็ญต้องบำเพ็ญด้วยสติล้วน ๆ ปัญญาล้วน ๆ ไม่ไปหลงกับอำนาจสมาธิ อำนาจความสุข ความปิติบางอย่าง ต้องตั้งสติให้มั่นคงเด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเดิม ตั้งกำลังปัญญาให้มันแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมพิจารณาให้มันแตกฉานไปเสียหมดเลย จึงจะหลุดพ้น

- การบำเพ็ญนั้น ต้องบำเพ็ญด้วยความเด็ดเดี่ยว คำว่าเด็ดเดี่ยวหลักสำคัญ คือ ไม่ต้องไปลังเลสงสัยกับคนอื่น ไม่ต้องไปสนใจกับเรื่องอื่น ให้นั่งทำใจของตนให้สงบระงับ ไม่ฟุ้งซ่านปรุงแต่งไปตามอารมณ์ต่าง ๆ

- การบำเพ็ญต้องหลีกเว้นออกจากสิ่งที่เคยยึดถือยึดมั่นทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหนังเอ็นกระดูก เป็นตัวเริ่มต้นเลยในการถอน เมื่อเราไม่ได้ยึดมั่น ถือมั่นเป็นเนื้อหนังเอ็นกระดูกแล้ว อย่างอื่นมันไม่ยึดถือกันอัตโนมัติ

- สภาพสติปัญญาที่จะน้อมนำธรรมคำสอนเข้าฝังในหัวใจ จะเข้าไปในจิตใจมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับกำลังสติปัญญาของแต่ละคนแต่ละท่านที่ได้สั่งสมมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาตินี้ เพราะว่าการบำเพ็ญบารมี ไม่ว่าจะเป็นการบำเพ็ญด้วยการให้ทาน รักษาศีล ภาวนา ของแต่ละคน แต่ละท่านนั้น สะสมกำลังบารมีส่วนนี้มาแตกต่างกัน

- ยิ่งรู้แจ้งในกายมากเท่าไหร่ สติปัญญายิ่งมีกำลังมากขึ้นเท่านั้น

- ยอดที่สำคัญที่สุด คือ จิตใจของสาธุชนทั้งหลายนั้น ต้องให้ถึงที่สุดแห่งองค์พุทธะ ให้ถึงที่สุดแห่งองค์ธรรมะ และให้ถึงที่สุดแห่งองค์พระสังฆอริยเจ้า ด้วยเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จิตนี้รวมเป็นหนึ่งหมุนเข้าสู่ความเป็นพระอริยเจ้านั้น นั่นแหละคือว่า เราได้ทำให้ถึงยอดของพระพุทธศาสนา


- นิพพานนั้นไม่มีแดนเกิด นิพพานนั้นดับได้หมดเลย นิพพานเหนือโลกทั้งมวล เหนือโลกแห่งการเวียนว่ายตายเกิดทั้งหมด

- สาธุชนท่านใดปรารถนาให้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายในการเกิด ต้องทำให้แจ้งในมหานครกายและมหานครใจ แจ้งจนหายสงสัย เมื่อหายสงสัยแล้ว ส่งคืนไม่ยึดถือเอาเป็นเจ้าของ

- แม้ว่าเราจะอยู่ในวัตถุของโลก แต่จิตเราไม่ยึดติดในวัตถุของโลก เหมือนกับน้ำบนใบบอนที่ใสสะอาด แม้อาศัยอยู่ในใบบอน แต่ก็ไม่ได้ติดด้วยใบบอนนั้น

- ถ้าจะหลุดพ้นแท้ ๆ คือ ไม่เป็นในสิ่งที่เป็น ไม่มีสิ่งที่เป็นยึดถือในหัวใจ

- หลุดพ้นออกจากความหลุดพ้น นี่คือ ที่สุดของการปฏิบัติ

- การบรรลุมรรคผล จิตนั้นจะไม่มีอะไรแทรกแซงในจิตเลย แม้แต่ความเห็นว่า จิตของตนนั้นใสดั่งแก้ว ก็ไม่มีเลย

- การเดินย่ำไปในโลกธรรม ถ้าจิตเหนื่อยล้าก็จงพักเอากำลังแห่งสติปัญญาอันกล้าหาญ ไม่หวั่นไหวในสภาพทั้งปวง โลกธรรมมันยาวไกลไม่สิ้นสุด จิตหลุดพ้นแล้ว แม้โลกธรรมจะแสนไกลไร้ความหมาย เจริญธรรมอันเลิศแด่ท่านผู้ประเสริฐ

- ความเชื่อในทางโลกนั้นมีกำลังมากกว่าความเชื่อในทางธรรม เพราะว่าทางโลกนั้นมีรูปธรรมสัมผัสได้จับต้องได้ แต่ทางธรรมนั้นต้องใช้สติปัญญา มันจับต้องไม่ได้ด้วยมือเปล่า แต่กำหนดรู้เข้าไปที่จิตสำนึกได้เท่านั้น ผู้ที่จะเข้าถึงธรรมได้ ต้องเป็นผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติตั้งมั่นศรัทธาในศาสนาจนแก่กล้าจึงจะเข้าถึงรากได้
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   gallery ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 538
  • สมัคร: 10/06/2007

ตอบ: 18/12/2007 - 12:49

ทั่นยาย คิดเหมือนผมเลยครับ
เดี๋ยวนี้ถ้าไม่แน่ใจสติปัญญาของตัวเอง
ก็จะนิ่งเฉยไม่คิดปรุงแต่งอะไรจนเลยเถิดไป... :09:
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   อบ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1608
  • สมัคร: 07/09/2007

ตอบ: 18/12/2007 - 12:56

:09: :09: :09:

:09: :09: :09:

:09: :09: :09:
.. แค่รู้ ..
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   บุปผาวดี ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 8
  • สมัคร: 30/11/2007

ตอบ: 18/12/2007 - 13:04

อนุโมทนากับผู้สร้างพระแก้วมรกตที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับหลวงปู่เณรคำ วัดขันติธรรมด้วยค่ะ
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   หัดบิน ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 165
  • สมัคร: 26/05/2007

ตอบ: 18/12/2007 - 13:11

สาธุ อนุโมทนาบุญ กับบุญบารมีของท่าน :09:
0



คำตอบต่อไป: tipdee - บอนสี - คเวสโก - ระนาด - บอนสี - Vicha - ระนาด - บอนสี - เมลิสา - บอนสี - สังวุฒโฒ - PNoi - บอนสี - กอบ - บอนสี - ระนาด - PNoi - ชัชวาล เพ่งวรรธนะ - pat - บอนสี - เปา - MaewMeaw_uk - บอนสี - ระนาด - amarita - คนผ่านทาง - PNoi - nonsoul - ระนาด - คนผ่านทาง - บอนสี - บอนสี - ระนาด - คนผ่านทาง - เปา - ระนาด - ระนาด - คนผ่านทาง - ระนาด - คนผ่านทาง - คนผ่านทาง - ธรรมชาติธรรมะ - ระนาด - wit - ใบหม่อน - Vicha - คนผ่านทาง - wit - ระนาด - Vicha - Vicha - MaewMeaw_uk - คนผ่านทาง - บัญชรี - อนุตตริยะ - บอนสี - บอนสี - ระนาด - คนผ่านทาง - คนผ่านทาง - ระนาด - คนผ่านทาง - ชัชวาล เพ่งวรรธนะ - คนผ่านทาง - ระนาด - อนุตตริยะ - คนผ่านทาง - ระนาด - Vicha - นิลุบล - ระนาด - PNoi -
  • (5 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ