ลานธรรมเสวนา: สนทนาภาษาธรรม (ตอบปัญหา) - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (26 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

สนทนาภาษาธรรม (ตอบปัญหา) โดย ท่านอาจารย์ ดร. สนอง วรอุไร ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 11/09/2007 - 20:17

:09:

ก่อนอื่นต้องขออนุญาติ ท่านอาจารย์ ดร. สนอง วรอุไร และ ทุกท่าน ที่ดูและเว็บไชด์กัลยาณธรรมทุกท่านที่เครารพเป็นอย่างสูง คือข้าพระเจ้าได้ฟังและได้อ่านธรรมะเทสนาของท่านอาจารย์ ดร. สนอง วรอุไร แล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทุกคน ที่ยังติดอยู่ในโลกธรรม จึงขอน้อมนำมาลงที่นี้เพื่อเป็นธรรมทานอีกครั้งหนึ่งครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

เผยแผ่เป็นธรรมทาน จาก www.kanlayanatam.com
โดยจะขอยกเอาแต่เนื้อความนะครับ โดยทั้งหมดนี้จะเป็นการตีพิมพ์ใหม่ เพราะไม่สามารถที่จะคัดลอกแล้วนะมาวางได้ครับ หากผิดพลาดไปบ้างก็ต้องขออภัยมานะที่นี้ด้วยครับ

คติธรรมคำกลอน

เมื่ออยู่ใน ถานะ ภาวะใด
ยังพอใจ ก็จงอยู รู้รักษา
ให้ชอบธรรม อย่าได้ละ กะติกา
มิให้ฤง วะนั้น อันตราย
ประพฤติธรรม ก็ทำ ให้สุจริต
อย่าให้กิจ เกิดแผล แลเสียหาย
จงรักษา ถานะไว้ มิให้อาย
ทั้งหญิงชาย ให้นิยม สมแก่การณ์
ไม่เสียที่ ที่ได้เกิด เป็นมนุษย์
ให้สมมติ ตามสมัย โลกไพศาล
อยู่ครอบครอง สมมติ จนสุดปราณ
แต่อย่าพาล หลงสมมติ สุดเสียดาย
(จากหนังสือประวัติวัดมหาธาตุฯ)

ให้เกียรสมมติ รู้จักใช้สมมติ
ได้ประโยชน์จากสมมติ แต่ไม่ติดสมมติ
“พระคุณเจ้าหลวงปู่พุทธอิสระ”

๑. รู้ตัวจางหายไปหรือเปล่า
ถาม
การปฏิบัติ และเห็นเองในธรรม หากจะพูดให้ใครฟังเช่นคนรอบข้างจะถูกต้องหรือไม่ ถ้าคิดว่าต้องการให้เจตนาที่ดีแต่คิดว่าทุกครั้งที่พูด ๑๐ ครั้ง ธรรมะเหล่านั้นในตัวที่รู้เหมือนจางหายไป ๕ เรื่องจะทำอย่างไรให้หนักแน่นและรู้ยิ่งขึ้น

ตอบ
- ถูกต้องถ้าเขาอยากฟังคือต้องศรัทธาก่อน
- ไม่ถูกต้องถ้าเข้าไม่อยากฟัง คือไม่ศรัทธาทุกครั้งที่พูดธรรมะ ธรรมะเหล่านั้นเหมือนจางหายไป
- ในหลักธรรมแล้วยิ่งให้ยิ่งมีมาก ถ้าให้แล้วตัวรู้จางหายไปแสดงว่าไม่รู้จริง วิธีแก้คือเจริญสติให้มากยิ่งขึ้น

๒. ฟังเทศน์ พร้อมภาวนา

ถาม
กานฝึกภาวนา บางครั้งฟังเทศน์ไปด้วยแต่เผลอดูลมกำหนดภาวนาเหมือนหลับ แต่คำเทศน์ได้ยินหมด เพียงแต่ได้ยินจางๆ

ตอบ
- ฝึกด้วยปฏิบัติด้วยเป็นการปฏิบัติที่ผิดวิธี ทำให้ขาดสติ ไม่ใช่เจริญสติ
- ถ้าจะให้เกิดสติต้องดูลมหายใจอย่างเดียว หรือฟังเทศน์อย่างเดียวที่เป็นอารมณ์ปัจจุบัน

๓. รักษาพลังจากสมาธิ

ถาม
เคยฝึกสมาธิเหมือนนั่งสักพัก ออกจากสมธิเหมือนมีกำลัง พลังแต่เป็นได้ครั้งสั้นๆ แล้วหายไป จะทำอย่างไรให้กลับคืนมาเหมือนเดิมได้ และก้าวหน้า

ตอบ
การฝึกสมธิไม่มี มีแต่การฝึกจิตให้มีสติ เมื่อจิตมีสติสมาธิเกิดโดยอัตโนมัติ
- ถ้าอยากให้จิตมีกำลังสมาธิและยาวนาน ต้องฝึกจิตให้มีสติต่อเนื่องและยาวนานกำลังสมธิจึงจะมีมาก และยาวนาน

๔. พระมหาชนกและคุณทองแดง

ถาม
การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำเรื่องพระมหาชนก ออกมาเผยแพร่ต่อประชาชนในประเทศ และที่สุดได้นำเรื่องของคุณทองแดงออกมาเผยแพร่ในทำนองเดียวกัน อยากทราบว่าผู้บรรยายเห็นอย่างไร

ตอบ
ความเห็นของผู้บรรยายเห็นว่า เรื่องพระมหาชนกเป็นเรื่องของการทำความเพียรควรอย่างยิ่งที่จะเรียนรู้และทำให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ส่วนเรื่องของคุณทองแดงเป็นตัวอย่างของความชื่อสัตย์ ความจงรักภักดีต่อผู้มีพระคุณ และเป็นเรื่องของวาสนาคือ บุญที่ได้สะสมมาแต่อดีต ส่งผลให้ได้รับการอุปถัมภ์ได้รับใช้ใกล้ชิดผู้มีบารมีสูง
ตัวอย่างสุนัขที่คอยระวังภัยให้พระโพธิสัตว์ ตายแล้วยังได้ไปเกิดเป็นโฆสกเทพบุตร สุนัขยังมีวาสนาได้ดี ทำไมเราเป็นมนุษย์ที่มีกำเนิดสูงกว่าสัตว์เดรัจฉาน จะไม่สร้างวาสนาให้กับตัวเอง ด้วยการสร้างและสั่งสมบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ด้วยตัวเองเล่า

๕. อุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ

ถาม
ที่กล่าวว่า “บุญเป็นอริยทรัพย์” ผู้อื่นเอาไปไม่ได้ โจรปล้นไม่หาย ไฟไหม้ไม่หาย ฯลฯ การทำบุญอุทิศให้บรรพชนผู้ล่วงลับไปแล้ว ท่านทั้งหลายจะได้บุญกุศลที่เราส่งให้หรือไม่ (ประยุกต์แนวคิดนี้ใช้กับการแผ่เมตตา กรวดน้ำได้อย่างไร)

ตอบ
ได้รับบุญกุศลที่เราอุทิศส่งไป ถ้าเขาอยู่ในสถานภาพที่ได้รับ เช่นสื่อสานถึงกันได้ คือโทรจิตมีความถี่คลื่นเดียวกันและแรงส่งของคลื่นไปถึงผู้รับ (เช่นเรื่องของเด็กหญิงพิมพวดีชึ่งเขียนโดยนายแพทย์อาจินต์ บุญยเกตุ)
- ไม่ได้รับบุญกุศล หากบรรพชนไปเกิดในภพภูมิที่กันดาลห่างไกล เช่นสัตว์นรก ทุกขณะจิตเสวยแต่ความทุกข์ เปรตทุกขณะจิตเสวยแต่ความหิวโหย ยกเว้นเปรตปรทัตตูปชีวี ที่พอจะมีเวลาว่างคอยรับส่วนบุญจากผู้อุทิศให้ ตัวอย่างเช่นเปรต อดีตชาติของพระเจ้าพิมพิสาร
- การกรวดน้ำเป็นการทำจิตให้นิ่งเป็นสมาธิ คือจูนความถี่คลื่นให้มีกำลังแรง เพื่อจะได้สื่อไปถึงผู้รับ วิธีนี้เคยเกิดขึ้นในครั้งพุทธกาล ที่พระเจ้าพิมพิสาร ถวายอาหารแด่พระพุทธเจ้าและสาวก แล้วหลั่งทักษิโณทกให้กับอดีตญาติที่เป็นเปรตมารอรับส่วนบุญ
- การแผ่เมตตาคือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้ประโยชน์และมีความสุข ปัญหามีอยู่ว่าถ้าผู้ให้มีเมตตา ผู้ให้ต้องมีความสุขได้ก่อน จึงจะแผ่ให้ผู้อื่นได้ เครื่องบงชี้ความเมตตาของผู้ให้คือ ต้องเป็นคนเย็นไม่มีโทสะหรือความโกรธหรือความฉุนเฉียวได้ก่อน ผู้นั้นจึงจะชื่อว่าเป็นผู้มีความเมตตา ถ้ามีความเมตตาแล้วส่งความเมตตาให้ผู้รับก็จะได้รับความเมตตา(ความสุข)จริงไม่เป็นโมฆะ

ถ้าหากท่านใดมีหนังสือเล่มนี้หรือเล่มอื่นๆของท่านอาจารย์ดร.สนอง หากต้องการเผยแพร่แล้วไม่มีเวลาพิมพ์ ก็กรุณาส่งมาให้ผมแล้วผมจะพิมพ์ให้เป็นธรรมทานครับ หากมีหนังสือเล่มนี้กรุณาส่งให้ด้วยเพราะพิมพ์จากไฟล pdf นี้ยากมากครับ ถ้าหากมองโดยตรงอยู่ข้างนอกโดยไม่

ต้องสลับหน้าไปมาแล้วคงจะเสร็จได้เร็วกว่านี้ครับ ผมก็ถือโอกาศนี้เป็นการฝึนฝนที่ด้านการตีพิมพ์และภาษาไทยไปในตัวด้วยครับ เพราะยังพิมพ์ผิดอยู่มากครับ กราบขอบพระคุณล่วงหน้าครับ

:09: :09: :09:
0


  • (26 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: sssboun - oratch - sssboun - sssboun - sssboun - อบ - hiddendragon - sssboun - sssboun - sssboun - nana - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun -

#23 ผู้ใช้ออฟไลน์   jackkit ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4
  • สมัคร: 14/11/2006

ตอบ: 17/09/2007 - 15:46

อยากเรียนถามคุณ sssboun ว่า มีเบอร์ติดต่อ ดร.สนอง วรอุไร มั๊ยครับ ไม่ทราบว่าจะติดต่อท่านได้อย่างไร พอดีมีคำถามเกี่ยวกับอาชีพที่ทำอยู่ อยากทราบความคิดเห็นของท่าน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย

ขอขอบพระคุณ มา ณ โอกาสนี้ครับ

จักรกฤช
0



#24 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/09/2007 - 16:14

:09:

๔๗.โรคหลอดอาหารอักเสบ
ถาม
หนูเคยปฏิบัติโดยกำหนดในขณะรับประทานอาหาร ก็กำหนดไปเท่าที่จะทำได้ ละเอียดบ้าง หยาบบ้าง ตอนนั้นเวลาที่กลืนอาหารจะรู้สึกได้เวลาอาหารผ่านทางเดินอาหารไม่ถึงกับเจ็บแต่รู้สึกว่าติดขัดเป็นบางครั้ง เหมือนว่าอาหารผ่านไม่สดวก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ก็กำหนดรู้ ปัจจุบัน

ยังไม่ได้เริ่มมากำหนดในส่วนนี้ค่ะ แต่กลับมาป่วยด้วยหลอดอาหารอักเสบ อาการเจ็บมากจนต้องไปหาแพทย์ ได้ยามารับประทานอาการดีขึ้น แต่ตัวเองก็ยังรับรู้บางครั้งว่ายังมีอาการติดขัดในช่องอกคิดว่าโรคคงยังไม่หายไป ชึ่งคุณหมอก็ได้นัดให้ไปทำการตรวจส่องกล้องในสัปดาห์

หน้าค่ะหนู่ในอดีตเกลียดแมลงสาป เห็นเมื่อไรต้องเหยียบให้ตายภายหลังไปปฏิบัติธรรม หนูก็แผ่เมตตาให้เค้า เป็นที่หน้าแปลกว่าแมลงสาปก็มาให้หนูเห็นน้อยลงโดยที่ไม่ได้ใช้ยาอะไร หนูก็เลิกฆ่าเค้าค่ะ ไม่ทราบว่าที่หนูมีอาการเจ็บในอกนี้จะเกี่ยวข้องกันหรือไม่อย่างไร แล้วหนูจะต้องทำอย่างให้หมดกรรมนี้ไปได้ค่ะ

กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ ขออนุโมทนาบุญที่อาจารย์ได้ให้ความรู้แก่ทุกท่านค่ะ

ตอบ
เรื่องติดขัดเวลากลืนอาหาร ให้ปรึกษาแพทย์ผู้มีความรู้และประสบการณ์ ทางด้านลำคอ

เห็นแมลงสาปต้องเหยียบให้ตาย แสดงว่าไม่มีเมตตา แล้วจะเอาเมตตาที่ไหนไปให้แมลงสาป และที่บอกว่าเลิกฆ่าแมลงสาปนั้นแหละคือเมตตา
เมื่อปฏิบัติธรรมแล้ว บุญจะเกิดขึ้น ต้องอุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร เช่นแมลงสาปที่ถูกเหยียบตาย นั่นเป็นวิธีที่ถูกควรทำอยู่เสมอๆ

๕๘. ไปปฏิบัติธรรมตายคำแนะนำ
ถาม
กราบเรียนที่อาจารย์ ดร. สนอง วรอุไร ที่เคารพ
ดิฉันขอบกราบเรียนขอบพระคุณที่ท่านอาจารย์ได้กรุณาแนะนำสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานให้ ขณะนี้ดิฉันได้ สมัครไปเรียบร้อยแล้วแต่ไม่ทราบว่าจะอบรมในช่วงเวลาที่สมัครไว้

หรือไม่เพราะตอนนี้จำนวนผู้สมัคร เกิดโควต้า ไปเกือบครึ่งแล้วจึงต้องรอเผื่อมีผู้สละสิทธิ์ ดิฉันขอกราบเรียนถามเพิ่มเติมดังนี้คือ

การปฏิบัติกรรมฐานแบบถือศีล ๕ กับถือศีล ๘ ได้บุญกุศลต่างกันอย่างไร เพราะดิฉันมีโรคประจำตัว คือโรคกระเพาะชึ่งถ้าไม่ได้ทานอาหารตามเวลา หรืองดมื้อหนึ่งมื้อใดหรือทานมากหรือทานน้อยไปในแต่ละมื้อจะมีอาการจุกเสียดท้องชึ่งเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติธรรม

ตอบ
การปฏิบัติธรรมเป็นการฝึกจิตให้นิ่ง และให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง ส่วนโรคกระเพาะมีสาเหตุจากจิตไม่นิ่ง (เครียดและกังวล) เริ่มต้นฝึกให้ถือศีล ๘ ได้ทันที เพราะจิตจะเกิดมรรคผลเร็วกว่า ขณะฝึกถ้ามีกรดหลั่งเข้าสู่กระเพาะมากสามารถแก้ไขปัญหาได้ ด้วยการดื่มน้ำนมถึ่วเหลืองได้ ไม่ผิดศีล

คนที่ฝึกจิตจนเกิดสติได้นั้น จิตจะระลึกรู้อยู่กับอิริยาบถที่เป็นปัจจุบัน ทำให้จิตนิ่งเป็นสมาธิ ไม่มีการปรุงอารมณ์ให้เกิดเป็นความเครียดเป็นความกังวล ไม่ไปกระตุ้นให้มีการหลั่งของกรดเข้าสู่กระเพาะเกินการหลั่งปกติ ทำให้ไม่เกิดโรคกระเพาะ หรือโรคกระเพาะที่เคยเป็นจะหายไปทันที

อันนี้ผมขออนุญาติเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องโรคกระเพาะนะครับ ชึ่งไม่เกี่ยวกับท่านอาจารย์ ดร. สนองนะครับ เพาะเมื่อก่อนผมเองก็เคยเป็นครับ และก็คิดหาวิธีแก้ หรือวิธีป้องกัน ปัจจุบัน เคยไม่ทานข้าวแต่ทานนมทานอาหารที่เป็นน้ำอย่างเดียวติดต่อกันถึง 3 วัน แต่ก็ไม่เกิดอาการเจ็บ

กระเพาะนะครับ จึงอยากจะนำมาฝาก คือโรคกระเพาะของเรานี้สาเหตุเกิดจากการหลั่งของน้ำย่อยเมื่อมันถึงเวลาแล้วก็มีการหลั่งออกมา เมื่อเรานึกคิดอยู่กับเรื่องของอาหารมากเท่าไหร่ความกลัวความกังวลอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าวมาแล้วนั้นก็ย่อมจะมีมาก เมื่อความกลัวความ

กังวลนั้นมีมากก็ทำให้การหลั่งของน้ำย่อยนั้นมีมากเป็นเงาตามตัวมาครับ วิธีแก้ ก็คือพยายามคิดไปในเรื่องอื่น สองคือควรดื่มน้ำลงไปสักแก้ว สองแก้วถ้าเป็นน้ำอุ่นๆได้ยิ่งดีครับ หลังจากดื่มลงไปแล้ว ให้ทำการเขย่าน้ำในท้องนั้นโดยการขยับหนังท้องให้เคลื่อนขึ้นลง อาจจะเอามือช่วยก็ได้ครับ เพราะน้ำนี้จะไปประสมกับน้ำย่อยในกระเพาะทำให้ริดของกรดน้ำลดน้ำลงหรืออ่อนตัวลงจนไม่สามารถทำอันตรายต่อผิวกระเพราะของเราได้ครับ ลองไปทำดูนะครับ

:09: :09: :09:
0



#25 ผู้ใช้ออฟไลน์   wowfon ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 471
  • สมัคร: 07/03/2007

ตอบ: 17/09/2007 - 18:13

มีเป็นหนังสือไม๊คะ?
0



#26 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/09/2007 - 19:38

:09:

๕๙.การเตรียมตัวก่อนเข้ากรรมฐาน
ถาม
ก่อนอบรมปฏิบัติกรรมฐานต้องเตรียมตัวล่วงหน้าอะไรบ้าง

ตอบ
ก่อนอบรมกรรมฐาน ต้องเตรียมตัวของใช้ส่วนตัวเท่าที่จำเป็น สำคัญที่สุดคือเตรียมใจให้พร้อมรับคำสอนไม่สงสัยในคำสอน ปฏิบัติให้ตรงตามคำสอน ทำตัวเป็นผู้มักน้อย บริโภคใช้สอยเท่าทีจำเป็น กินน้อย พูดน้อย ฝึกปฏิบัติให้มาก และที่สำคัญต้องมีศีล ๕ เป็นอย่างน้อย คุมใจให้ได้แล้วจิตจะเข้าสู่ความสงบได้ง่าย

๖๐.บวชเนกขัมก่อนดีไหม
ถาม
หากมีโอกาสบวชเนกขัมมะก่อนอบรมกรรมฐานจะมีประโยชน์ประการใด
ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

ตอบ
การบวชเนกขัมมะก่อนปฏิบัติกรรมฐาน เป็นการซ้อมใหญ่ เป็นการนำตัวออกจากกาม เป็นการฝึกจิตใจให้ห่องไกลจากสิ่งเร้าเย้ายวน ห่างไกลจากครอบครัว ถ้าใจคุ้นเคยกับเนกขัมมะแล้ว การปฏิบัตกรรมฐานจะทำได้ง่ายขึ้น

๖๑. ทวนกระแส
ถาม
การทำความดี การเป็นคนดีเป็นการทวนกระแส บ้างครั้งเราดูแปลกประหลาดจากสังคม ทำอย่างไรจะรักษาความดีและพัฒนาความดีไว้ได้ตลอด

ตอบ
- เกิดมาเป็นคนดี คบเพื่อนไม่ดี (บาปมิตร) ทำให้เปลี่ยนไปเป็นคนไม่ดี ตายแล้วไปเกิดใหม่ไม่ดี เกิดในอบายภูมิ (สว่างมา-มืดไป)
- เกิดมาเป็นคนดี คบเพื่อนดี (กัลยาณมิตร) ยังคงสภาพเป็นคนดี ตายแล้วไปเกิดใหม่ดี เกิดในสุคติภูมิ (สว่างมา-สว่างไป)
- เกิดมาเป็นคนไม่ดี คบเพื่อนไม่ดี ยังคงเป็นคนไม่ดี ตายแล้วไปเกิดใหม่ไม่ดี เกิดในอบายภูมิ (มืดมา-มืดไป)
- เกิดมาเป็นคนไม่ดี คบเพื่อนดี ทำให้เปลี่ยนไปเป็นคนดี ตายแล้วไปเกิดใหม่ดี เกิดในสุคติภูมิ (มืดมา-สว่างไป)
ตัวเองเป็นเจ้าของชีวิต เลือกลิขิตได้ตามอัธยาศัย ใช้อารมณ์นำชีวิต โอกาศนำชีวิตไปสู่ความตกต่ำเกิดได้ง่าย หากใช้ปัญญานำชีวิต โอกาศนำชีวิตไปสู่ความเจริญเกิดขึ้นงาย
หากต้องการพัฒนาตัวเองให้มีความดี และรักษาความดีไว้ได้ตลอดไป ต้องสร้างกำลังไว้กับใจด้วย การปฏิบัตพละ ๕ (ศรัทธา-วิริยา-สติ-สมาธิ-ปัญญา)อยู่เสมอ

:09: :09: :09:
0



#27 ผู้ใช้ออฟไลน์   jellynim ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 940
  • สมัคร: 09/05/2005

ตอบ: 17/09/2007 - 19:47

:09: :09: :09:
0



#28 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 17/09/2007 - 21:28

:09:

อ้างอิง
  มีเป็นหนังสือไม๊คะ?

ไม่มีหรอกครับคุณ wowfon มีแต่เป็นไฟล pdf ครับ เชิญคุณเข้าเวปข้างบนที่ผมแนะนำให้ดาวโหลดได้เลยนะครับ ไม่งั้นก็รออ่านอยู่ที่นี้ก็ได้ครับผมจะพยายามพิมพ์ให้เสร็จในเร็ววันนะครับ

๖๒. หัวอกภรรยาตำรวจ
ถาม
ดิฉันเป็นภรรยาตำรวจชั้นผู้น้อยชึ่งโดยตำแหน่งหน้าที่ บางครั้งต้องกักขังกำจัดเสรีภาพผู้อื่น และกระทำการผิดศีลธรรมบางอย่าง ดิฉันจะแนะนำให้สามีให้ประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะมีความก้าวหน้าในหน้าที่ตำรวจโดยไม่ผิดกฏศีลธรรมด้วยค่ะ

ตอบ
เรื่องกักขังหน่วงเหนียวผู้ต้องหา เรื่องทำนองนี้หลวงปู่ธรรมชัย วัดทุ่งหลวง เคยเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่งได้ออกธุดงค์ในป่า ไปเจอช้างตกมัน มาเฝ้ารออยู่ ๑๕ วัน ท่านออกจากวงล้อมของสายสิญจน์ไม่ได้ ช้างจ้องทำร้ายอยู่ ต้องอดข้าวอดน้ำนาน ๑๕ วัน ท่านบอกว่าอดีตช้างนี้เคย

เกิดเป็นคน ท่านจับล่ามโซ่ไว้ ๑๕ วัน ชาตินี้จึงต้องใช้หนี้เวรกรรมให้เขา ฉะนั้นการกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้ต้องหา ถ้าเขาจองเวร ในวันข้างหน้าเราต้องหนี้เวร หนี้กรรมให้เขาในรูปของการสูญเสียอิสรภาพ ถ้าไม่อยากให้หนี้กรรมตามทัน ต้องทำความดีที่เป็นกุศลให้มากและทำตามอย่างต่อเนื่องทำไม่หยุด พร้อมกับอุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เรื่อยๆ ไปจนเขาหยุดจองเวร เราก็ปลอดภัย

ถ้าต้องการมีอาชีพการงานก้าวหน้าต้องมีความรับผิดชอบในการงานที่ทำ คือทำงานให้สำเร็จลุล่วงตรงเป้าหมาย เป็นฐานในการใช้อิทธิบาท ๔ (ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ-วิมังสา) เป็นฐานในการทำกิจทั้งปวง และควรทำตัวเองให้เป็นผู้มีบุญ (ดูบุญกิริยาวัตถุ ๑๐)

๖๓.คิดฆ่าตัวตาย
ถาม
เคยคิดฆ่าตัวตาย เพราะทนไม่ได้ที่เห็นคนที่เรารักและเคยรักกันมีความสุขกับคนอื่น พอทำใจได้บ้างเมื่อเวลาผ่านไปแต่พอเห็น พอได้ยิน ก็ร้องไห้ ทุกข์มากทุกครั้ง เพราะทำงาน อยู่ทีเดียวกัน ทำอย่างไรจะทำให้ใจเข้มแข็ง ผ่านความทุกข์ครั้งนี้ไปได้...จากคนคิดสั้น

ตอบ
ขณะจิตเศร้าหมองแล้วฆ่าตัวตาย ต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรกยาวนานแน่นอน คนที่ตายไปแล้วถูกยมทูตนำไปเมืองนรกแล้วมีโอกาสฟื้นขึ้นมาในร่างเดิม กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง (ตายแล้วฟื้น) ทุกรายที่ผ่านประสบการณ์เมืองนรกมาแล้ว เข็ดกลัวทุกคน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาสร้าง

บุญกุศลอย่างไม่เลิกราและไม่มีใครขอร้องให้ทำ ฉะนั้นขอแนะนำว่าอย่าเพิงคิดตายดีกว่า เอาร่างกายนี้ไว้ให้จิตใช้สร้างบุญกุศล ด้วยการพัฒนาจิตให้มีสติ ให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง แล้วใช้สติปัญญาที่พัฒนาได้นั้นส่องนำชีวิต จิตจะรู้ทัน และเป็นอิสระต่อคนที่เราเคยรัก เคยหลง เพราะไม่รู้จริงนั่นเอง เมื่อรู้จริงแล้วความทุกข์จะหมดไปความสุขจากจิตที่เป็นอิสระจะเกิดขึ้นมาแทนที่

:09: :09: :09:
0



#29 ผู้ใช้ออฟไลน์   Toey by Mindfulness ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 465
  • สมัคร: 02/10/2004

ตอบ: 18/09/2007 - 01:41

อ้างอิง
อยากเรียนถามคุณ sssboun ว่า มีเบอร์ติดต่อ ดร.สนอง วรอุไร มั๊ยครับ ไม่ทราบว่าจะติดต่อท่านได้อย่างไร พอดีมีคำถามเกี่ยวกับอาชีพที่ทำอยู่ อยากทราบความคิดเห็นของท่าน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย

ขอขอบพระคุณ มา ณ โอกาสนี้ครับ

จักรกฤช


เรียนคุณ จักรกฤช

ผมแนะนำว่า คุณต้อง email ไปหา คุณหมออัจฉราน่ะครับ รับรองจะได้คำตอบแน่นอนครับ
achara@kanlayanatam.com (คุณหมอ เป็นผู้ประสานงาน-ลูกศิษย์-โยมอุปถัมภ์ ดร.สนอง ครับ)
0



#30 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/09/2007 - 06:50

:09:
กราบขอบพระคุณๆพี่ Toey by Mindfulness ที่ตอบให้ผมนะครับ ที่จริงผมอยู่ลาวครับไม่รู้เบอร์ของท่านอาจารย์เลยครับ เพียงแต่ได้อ่านกระทู้ทางสายเอกแล้วก็เลยค้นหามาฟัง เมื่อมาฟังแล้วเห็นมีประโยชน์อีกทั้งเข้าใจง่ายครับ ก็เลยอยากนำมาแนะนำให้เพื่อนๆกัลนมิตได้ฟังด้วย เมื่อมาอ่านหนังสือก็เห็นว่าจะมีประโยชน์แก่บุคคลทั่วไปก็ได้นำมาพิมพ์ไว้ให้อ่านเช่นกันครับ

:09: :09: :09:
0



#31 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/09/2007 - 06:51

:09:
๖๔.ขอเรียนวิชาปราบเซียน
ถาม
คำถามจากญาติธรรม
ดิฉันมีญาติที่ยังไม่สนใจศึกษาปฏิบัติธรรม ได้แนะนำให้เขาสนใจปฏิบัติธรรมเหมือนดิฉัน โดยแนะนำให้เขาเริ่มต้นด้วยการถือศีล ๕ แต่เขายังติดเล่นการพนันอยู่ ดิฉันจึงบอกเขาให้เลิกเล่นการพนัน เขาและเพื่อนๆ อีก ๔-๕ คน ต่างรุมย้อนดิฉันว่า เล่นการพนันไม่ผิดศีล ๕ นะ

ทำไมต้องห้าม ไม่เห็นมีข้อไหนบัญญัติไว้เลยว่าห้ามเล่นการพนัน ดิฉันเจอถูกรุมสวนอย่างนี้ก็อธิบายไม่ถูก กราบเรียนท่านอาจารย์ช่วยสอนวิชาปราบเซียนพวกนี้ด้วยค่ะ

ตอบ
จะให้ญาติมาสนใจศึกษาปฏิบัติธรรมวิชาปราบเซียนคือต้องปราบตัวเองให้ได้เสียก่อน ผู้ชักชวนต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นคนสะอาด(มีศีล) และเป็นคนดี(มีธรรม) ได้ก่อน ผู้ถูกชักชวนจึงจะเกิดศรัทธา การเล่นพนันไม่ผิดศีล แต่ผิดธรรมเป็นวิถีแห่งความเสื่อมของชีวิต ผู้ใดตกเป็นทาสการพนัน ชีวิตตกต่ำ ตายแล้วมีโอกาสไปเกิดในอบายภูมิ

๖๕. ดื่มสุราอย่างมีสติ
ถาม
ศีลข้อ ๕ ห้ามดื่มสุราเมรัย เขาสงสัยว่าทำไมจึงห้ามดิฉันตอบว่าเพราะทำให้ขาดสติชึ่งเกิดผลเสียร้ายแรงตามมาเขาย้อนว่าเขาดื่มอย่างมาสติ ดื่มแล้วไม่ขาดสติ และการดื่มไวน์ใน ปริมาณเหมาะสมก็เป็นยาบำรุงได้ ดิฉันจะตอบอย่างไรดี

ตอบ
ที่ตอบเขาว่าดื่มแล้วทำให้ขาดสตินั้นถูกต้องแล้ว ปกติในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มีสตินิดเดียว ขาดสติมากเขาขาดสติจนเป็นความเคยชิน จึงนึกว่ามีสติ คำพูดที่ว่าดื่มอย่างมีสตินั้นคือคนที่ขาดสติ สุราเมรัยเป็นพิษต่อร่างกาย เพราะแอลกอฮอมีคุณสมบัติดูดน้ำมาเก็บไว้ใน

โมเลกุล ทำให้เนื้อเยื้อที่ประกอบเป็นอวัยวะมีน้ำพร่อง ธาตุ ๔ ไม่สดุลอวัยวะต่างๆ ทำหน้าที่บกพร่องทำให้สุขภาพเสื่อม สมองเสื่อมคนมีสติเขาไม่ทำลายตัวเองให้เสื่อมหรอก

๖๖.ดูจิตแล้วฟุ้ง
ถาม
ดิฉันได้ฝึกการดูจิตมาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว ระยะหลังๆก็เห็นความปรุงแต่งของจิต รวมทั้งมีสติเวลาเกิดอารมณ์พอใจหรือไม่พอใจ ก็จะดูไปตรงๆ ชึ่งทำให้ความทุกข์น้อยลงมากกว่าแต่ก่อน ปัญหาคือ เมื่อปฏิบัติไปภายใน ๑ เดือนจะต้องมี ๒-๓ วันที่เกิดอาการฟุ้ง และไม่สามารถ

หยุดความฟุ้งได้ กำหนดลมหายใจหรือพิจารณาดูเวทนาแทบไม่ได้เลย จนกว่าจะได้อ่านหนังสือ ธรรมะ หรือฟังธรรมะบรรยาย เป็นการกระตุ้น จิตจึงจะกลับไปเจริญวิปัสสนาได้ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นค่ะ

ตอบ
ที่เกิดอาการฟุ้ง ๒-๓ วันเป็นเพราะธาตุในร่างกายไม่สมดุล ตัวอย่างเช่น ในกระเพาะอาหารมีกรดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดคุมจิตยาก ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นทันทีในร่างกาย จะไปกระตุ้นระบบอวัยวะบางส่วนให้ทำงานมากขึ้น เกิดอาการปวด (ทุกขเวทนา) คุมจิตให้สงบได้ยาก แต่

เมื่ออ่านหนังสือหรือฟังธรรมะบรรยายแล้วจิตสงบดี เป็นเพราะคุณย้ายสติไปไว้ที่การอ่าน การฟัง ทำให้จิตไม่รับรู้ทุกขเวทนามาปรุงเป็นอารมณ์จิตกลับสู่ปกติจึงกลับมาเจริญวิปัสสนาได้

:09: :09: :09:
0



#32 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/09/2007 - 09:47

:09:

๖๗. ฝึกอย่างนี้ถูกไหมครับ
ถาม
กราบเรียนท่านอาจารย์ ดร.ครับ
หลังจากที่ผมได้กราบเรียนถามปัญหาไปครั้งหนึ่ง ซึ่งได้รับความเมตตาจากอาจารย์ และทีมงานกัลยาณธรรมเป็นอย่างดี ดังนั้นผมขอโอกาสเรียนถาม เกี่ยวกับการปฏิบัติสมาธิครับ ผมฝึกสมาธิโดยการภาวนาพร้อมกับดูลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าภาวนาพุท หายใจออกภาวนาโธ

มีการพัฒนามาโดยลำดับคือรู้ลมหายใจ คำภาวนาหายไปจนถึงลมหายใจละเอียด และหายไป แต่ตอนนี้ผมจะมาติดอยู่ที่ เมื่อเริ่มภาวนาจิตจะดิ่งลงสู่ความสงบ ตัดความรู้สึกตัวไม่รับรู้ถึงสิ่งรบกวนรอบข้าง ไม่รับรู้ถึงเวทนาทางกายที่เกิด (ความปวดเมื่อย) คล้ายๆหลับครับจนซักพักหนึ่ง ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงก็จะถอนออกมารับรู้สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว เป็นอยู่แค่นี้ครับขออาจารย์โปรดช่วยแนะนำเพื่อให้เจริญยิ่งขึ้นด้วยครับ ว่าผมฝึกสมาธิมาถูกทางหรือเปล่าครับ
ด้วยความเคารพ

ตอบ
ที่ถามมาเป็นอารมณ์ที่เกิดจากจิตมีสติจึงเข้าสู่ความสงบนั้นถูกต้องแล้ว แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายของการปฏิบัติกรรมฐานคือการเกิดปัญญาเห็นแจ้ง ฉะนั้น

เมื่อใดมีจิตถอนออกมารับรู้สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ให้พิจารณาสติปัฏฐาน ๔ คือพิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม ให้เห็นไปตามกฎไตรลักษณ์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดวิปัสสนาญาณ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติกรรมฐาน

๖๘.นั่งสมาธิแล้วหูอื้อ
ถาม
ขอกราบเรียนค่ะ
ขณะนั่งสมาธิพอจิตเริ่มนิ่ง รู้สึกเหมือนหูอื้อ แต่ก็พิจารณาลมหายใจก็รู้สึกว่ามีลมหายใจ เข้า-ออก ตามคำภาวนา พุทโธ เมื่อได้ยินเสียงกระทบจากภายนอก ก็รู้ว่าได้ยินแต่ก็ตามดูลมหายใจ+ภาวนา แต่หูก็ยังอื้ออยู่ (เหมือนอยู่ในน้ำ) แต่ถ้าพิจารณารู้ที่จิต การปฏิบัติลักษณะแบบนี้ ถูกต้องหรือไม่ค่ะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

ตอบ
ถ้าปฏิบัติถูกทางแล้วอาการหูอื้อต้องไม่มี วิธีแก้คือใช้จิตตามดูอาการหูอื้อ จนกระทั้งอาการหูอื้อดับไป ตามกฎไตรลักษณ์และอาการนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก เมื่ออาการหูอื้อดับไป ให้กลับมาภาวนาพุทโธใหม่

๖๙.ไม่เดินจงกมได้ไหม
ถาม
หนูนั่งสมาธิที่บ้าน ตื่นตอนตีห้า นั่งสมาธิอย่างเดียว แต่ไม่ได้เดินจงกมได้ไหมค่ะ และการสวดมนต์บนที่นอนก่อนนอนได้ไหมค่ะ (ไม่ได้เข้าไปสวดในห้องพระค่ะ)

ตอบ
สวดมนต์บนที่นอนสามารถทำได้ แต่ถ้าสวดที่ห้องพระจะดีกว่า และการเจริญสติด้วยการนั่งอย่างเดียว สามารถทำได้แต่ถ้าเจริญสติในทุกอิริยาบถ (ยืน เดิน นั่ง นอน ดู กิน ดื่ม ฟัง ฯลฯ) จะดีกว่า

:09: :09: :09:
0



#33 ผู้ใช้ออฟไลน์   jackkit ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4
  • สมัคร: 14/11/2006

ตอบ: 18/09/2007 - 12:36

ขอขอบพระคุณ คุณ Toey by mindfulness และ คุณ sssboun มากครับ

จักรกฤช
0



#34 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/09/2007 - 15:58

:09:

๗๐.อธิษฐานนี้สำเร็จไหม
ถาม
หนูเคยอธิษฐานจิตค่ะ ตอนร่วมทำบุญสร้างพระประธาน หนูอธิฐานว่า “เกิดชาติหน้าภพใดขอให้ได้พบพระพุทธศาสนา ได้ปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอน มีสัมมาทิฐิ มีดวงตาเห็นธรรม จนหลุดพ้นจากวัฏฏะสงสาร พบพระนิพพาน” ขณะอธิษฐานรู้สึกขนลุกทั่วร่างกาย รู้สึกปีติมากๆ จน

จุกที่ลิ้นปี่ (เหมือนโดนต่อย) มีแสงสว่างเหลืองรอบตัว การเกิดสภาวะเช่นนี้ แสดงว่าคำอธิษฐานสำริดผลใช่หรือไม่ค่ะ และต้องปฏิบัติอย่างไรต่อค่ะ

ตอบ
สัมฤทธิ์ผลได้ต่อไป ขอให้รักษาศีลและสัจจะตลอดชีวิตแล้ว-ปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ ความเป็นจริงของคำอธิษฐานจะเกิดขึ้นในวันหน้าแน่นอน

๗๑. ขอคำอธิษฐานจิต
ถาม
กราบขอความกรุณาค่ะ ขออยากได้คำแผ่เมตตา เวลาหลังจากสวดมนต์+นั่งสมาธิแล้วค่ะ เพราะทุกครั้งจะแค่กล่าว “สัพเพ สัตตา...” เพราะหนูเคยไปฟังการบรรยายธรรม ของอาจารย์ ตอนท้ายที่คุณหมอ อัจฉรากล่าวคำแผ่เมตตามีนอกเหนือจาก“สัพเพ สัตตา...” ซึ่งหนูรู้สึกปีติมากๆๆค่ะ ขณะกล่าวตาม
กราบขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงค่ะ

ตอบ
คำขอขมาและอธิษฐานจิต
“เพราะคนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติ แต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่แตกต่าง ควรสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง”
(สำหรับอธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดมนต์ก่อนนอน)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ๓ จบ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต

หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิดบิดา-มารดา ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วยกายวาจาใจ ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา ข้าพเจ้าขออนุญาตมีคู่ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป ขอถอนคำอธิษฐาน คำสาบาลที่จะติดตามคู่ในอดีตขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระ

ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร ขอบุญบารมีในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลกและทางธรรม ตั้งแต่บัดนี้จนตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

ข้าพเจ้าขอถอนคำสัญญา คำสาบาน คำอธิฐาน ที่ผูกมัดตัวเอง และผู้อื่นขอให้ต่างฝ่ายต่างมีอิสระจากสัญญาทั้งปวง (หากข้าพเจ้าหมดอายุแล้ว ข้าพเจ้าขออยู่ต่อเพื่อสร้างบารมี)

หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตามข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความอาฆาต ความพยาบาท และคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรม ขอให้พ้นจากนรกภูมิ และพบแสงสว่างทั้งทางโลกและทางธรรม

:09: :09: :09:
0



#35 ผู้ใช้ออฟไลน์   มณีรัตน์ ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 768
  • สมัคร: 19/04/2005

ตอบ: 18/09/2007 - 17:01

:09: ..ขอบคุณค่ะ
0



#36 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/09/2007 - 19:31

:09:

๗๒.ให้ผีอนุโมทนา
ถาม
กราบเรียน ถามท่านอาจารย์
ว่ากรณีที่คนตายก่อนถึงอายุขัย และยังวนเวียนอยู่ในบ้านหากเราพูดออกไปท่านเหล่านั้นจะได้ยินเสียงของเราหรือไม่เพราะตอนสวดมนต์จะได้เชิญท่านเล่านั้นมาฟัง และอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ และคนที่หมดอายุขัยและไปสู่สุคติแล้วเราสมควรจุดธูปเชิญท่านมาฟัง หรือร่วมอนุโมทนาบุญทุกครั้งที่เราทำบุญได้หรือไม่
กราบขอพระคุณค่ะ

ตอบ
กายหยาบมีหูเนื้อหูหนัง กายละเอียดมีหูทิพย์ เมื่อเราพูดออกไปเขาได้ยินเสียง เมื่อเขาพูดออกมา หากจิตเรานิ่งเราก็ได้ยินเสียงแต่ระดับการได้ยินลึกกว่าเสียงที่มนุษย์พูดเข้าหูเรา

คำว่าตายแล้วไปสู่สุคติ หมายความว่า ตายแล้วไปเกิดใหม่ (ปฏิสนธิ) ในร่างมนุษย์ เทวดา หรือพรหม ถ้าเป็นเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกา สามารถรู้เห็นการกระทำของมนุษย์ได้ง่ายเพราะอยู่ใกล้กัน ส่วนเทวดาในชั้นอื่น หากเรามีจิตเมตตาปรารถนาจะเชิญท่านมาสวดมนต์หรือฟังธรรม เช่น ธรรมจักรกัปปวัตนะสูตร อนัตตลักขณะสูตร ฯลฯ สามารถทำได้ ด้วยการกล่าวเชิญเทวดา (ชุมนุมเทวดา) และยังเป็นการดีจะได้มีเพื่อนเป็นเทวดาอีกด้วย

๗๓. กลับจากปฏิบัติกรรมฐาน
ถาม
กราบเรียนท่านอาจารย์ค่ะ มีคำถามจะรบกวนดั่งนี้ค่ะ
หลัวจากกลับจากการไปเข้าคอร์สกรรมฐานหลักสูตร ๗-๑๐ วัน พอกลับมาถึงบ้านจะพบว่ามีปัญหาที่บ้านทุกครั้ง รุนแรงกว่าปกติ ซึ่งโดยปกติจะไม่ค่อยมีเรื่องอะไร ก็พยายามเจริญสติอยู่ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม่มีเรื่องหลังจากไปเข้ากรรมฐานทุกครั้ง ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ อย่างไรก็ตามจะไม่ละทิ้งการเจริญสติปัฏฐานแน่นอนค่ะ

ตอบ
เป็นเรื่องธรรมดาของการทำความดี ต้องมีมารมาคอยผจญ มันเป็นหน้าที่ของมารโดยเฉพาะ ที่จะกักขังสัตว์ให้อยู่ใต้อำนาจของเขา ฉะนั้นทุกวันที่ทำความดีท่านเจ้าคุณโชดก แนะนำให้ศิษย์ให้แผ่บุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรอยู่เสมอๆ และแผ่เมตตาให้กับมารด้วย ด้วยการกล่าวคำว่า ขอมารผู้ขัดขวางการทำความดีจงเป็นสุขเถิด

๗๔. ผลกลับมารวดเร็ว
ถาม
การที่เราทำอะไรไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี แล้วเราได้รับผลทันที เช่นเดียวกันไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่ แต่ก่อนภายใน ๑-๒ เดือน แต่เดี๋ยวนี้ยิ่งไวขึ้นภายใน ๒-๓ วัน หรือใน ๑ อาทิตย์ หมายความว่ากรรมดี หรือกรรมไม่ดีพอๆกันแล้ว หรือหมายความว่ากรรมเก่าๆ เบาบางลงจึงเหลือแต่กรรมที่ทำในชาตินี้ หรือว่ากรรมดีเราหมดแล้ว กรรมสนับสนุนอื่นๆ จึงสามารถส่งผลทันที ขอคำอธิบายด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

ตอบ
การกระทำทั้งดีหรือไม่ดีให้ผลทันที แสดงว่ากิเลสลดน้อยลง จิตสะอาดมากยิ่งขึ้น คนที่จิตสะอาดถ้าทำกรรมดีจะได้รับผลดีง่าย แต่ถ้าทำกรรมไม่ดีจะได้รับผลร้ายง่าย ฉะนั้นผู้ปฏิบัติธรรม พึงระมัดระวังไม่ประมาทในอกุศลกรรมทั้งปวง

:09: :09: :09:
0



#37 ผู้ใช้ออฟไลน์   kolf ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1513
  • สมัคร: 14/12/2005

ตอบ: 18/09/2007 - 20:51

สาธุ

อนุโมทนาหลายๆค่ะ

อ่านเพลินจนไม่อยากให้จบเลย

:04: :01: :09: :10: :12: :07: :30:

ปล. เมื่อกี๊ลองตามไปเข้าเว็บ กัลยาณธรรม หน้าสนทนาภาษาธรรม ได้ข้อความนี้มาค่ะ

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่หน้าสนทนาภาษาธรรม ให้ทุกท่านได้มีโอกาสสนทนาภาษาธรรมกับ ท่านอาจารย์ดร. สนอง วรอุไร ที่เมตตาสละเวลาตอบปัญหาหรือข้อสงสัย ให้ทุกท่านที่มีทุกข์หรือมีความใฝ่ใจใคร่รู้ในทาง ธรรม ทุกท่านสามารถส่งคำถามหรือข้อสงสัยของท่านได้ที่ question@kanlayanatam.com ท่านอาจารย์จะตอบคำถามทุกคำถาม ของท่านด้วยตัวเอง และแนะนำแนวทางที่ถูกต้องตามธรรมให้ทุกท่าน ด้วยความเมตตา ขอกราบ ขอบพระคุณอย่างสูง

** ขอความกรุณา
1. อ่านคำถาม คำตอบเก่าก่อน เพราะบางทีข้อสงสัยในใจของท่านอาจไปตรงกับผู้ที่ได้ตั้งคำถามมาแล้ว และอาจารย์ก็ได้ตอบไปแล้วเช่นกันทั้งนี้เพื่อไม่ให้ท่านต้องเสียเวลาในการตอบคำถามเก่า
2.เนื่องจากท่านอาจารย์มีภาระกิจต้องเดินทางไปบรรยายธรรมตลอดเวลา และการตอบคำถามท่านต้องใช้สายตามากขอความกรุณาตั้งคำถามได้ไม่เกินท่านละ 3 คำถาม
เว็บไซต์การ์ตูนธรรมะ เผยแพร่ธรรมะ ด้วยการ์ตูน
www.cartoondhamma.com
0



#38 ผู้ใช้ออฟไลน์   ขวัญข้าว ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 17
  • สมัคร: 30/05/2007

ตอบ: 18/09/2007 - 21:00

ตอนเด็กๆเคยได้ยินพ่อเล่าให้ฟังว่า พระพุทธองค์ทรงสอนว่าคนจะดีจะชั่วก็เพราะกรรม กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตว์ให้ทรามและประณีตต่างกัน ฯลฯ โดยมีคำพูดที่พ่ออ่านจากหนังสือให้ฟังว่าในทำนองว่า....... คนจะเป็นพราหมณ์เพราะมุ่นมวยผมก็หาไม่.........
ดิฉันจำได้เพียงเท่านี้เอง
รบกวนท่านผู้รู้ช่วยบอกหน่อยค่ะว่าพระพุทธองค์ทรงตรัสเรื่องนี้ไว้กับใคร ในโอกาสไหน
และข้อความเต็มๆคืออย่างไร

ขวัญข้าว
0



#39 ผู้ใช้ออฟไลน์   wowfon ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 471
  • สมัคร: 07/03/2007

ตอบ: 18/09/2007 - 21:07

ขอบคุณค่ะคุณ sssboun อ่านแล้วได้ประโยชน์ดีค่ะ จะไปโหลดมาอ่านนะ
0



#40 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 18/09/2007 - 22:17

:09:

๗๕. ทำหมันแมวจรจัด
ถาม
มีคำถามดังนี้ค่ะ กรณีที่เรานำแมวจรจัดที่หลงมาอาศัยอยู่ที่บ้านไปทำหมัน จะเป็นบาปหรือไม่ เนื่องจากทำให้เขาเจ็บปวด และเราก็ไม่ทราบว่าเขาแพร่พันธุ์เร็วมาก เพราะเราไม่มีเวลาและกำลังในการดูแลเอาใจใส่พวกเขาค่ะ

ตอบ
การทำหมันแมว เป็นบาปแน่นอน ผู้สั่งคือจำเลยที่ ๑ ผู้ทำหมันเป็นจำเลยที่ ๒ เมื่อใดที่อกุศลกรรมตามทัน อกุศลวิบากที่เราได้รับคือไม่มีทายาทสืบทอดตระกูล (เป็นหมันไม่มีลูก)

๗๖. ทำบุญอุทิศให้ผู้ไปเกิดแล้ว
ถาม
ทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลให้ผู้ตาย ถ้าผู้ตายไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์แล้ว จะได้รับส่วนกุศลนั้นหรือไม่

ตอบ
ได้รับถ้าเครื่องมือ (จิต) พร้อมที่จะรับ คือจิตมีความถี่ของคลื่นตรงกัน ก็สื่อสารถึงกันได้
ในอดีตเคยมีคุรุของธิเบต เข้าไปปฏิบัติธรรมในถ้ำที่มีหิมะปกคลุมขาดขาดการติดต่อกับทางหมู่บ้านเป็นเวลายาวนาน ชาวบ้านคิดว่าคุรุองค์นั้นคงตายไปแล้ว จึงได้ทำบุญและอุทิศบุญกุศลส่งให้คุรุองค์นั้นยังมีชีวิตอยู่ และได้ถามชาวบ้านว่า เมื่อวันที่เท่านั้นเดือนนั้นพวกท่านทำอะไรให้ข้าพเจ้า รู้สึกอิ่มไปหลายวัน ชาวบ้านบอกว่า ทำบุญอุทิศกุศลส่งมาให้ท่าน ด้วยสำคัญผิดคิดว่าท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว

๗๗.สวดในใจ-สวดออกเสียง
ถาม
การสวดมนต์ถ้าสวดในใจ กับสวดออกเสียง อย่างไหนได้บุญมากกว่า

ตอบ
ถ้าจิตไม่สะอาดสวดดังก็ได้บุญน้อย ถ้าจิตสะอาดสวดในใจ (ไม่ออกเสียง) ได้บุญมากกว่า ถ้าจิตสะอาดสวดออกเสียงได้บุญมากที่สุด

:09: :09: :09:
0



#41 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 19/09/2007 - 08:12

:09:
๗๘.ลูกสอนยาก
ถาม
มีลูกที่สอนยาก ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย จะแก้นิสัยของลูกให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ตอบ
ต้องที่พ่อแม่ทำตัวเองให้เป็นคนใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลคือ บริโภคใช้สอยให้คำนึงถึงประโยชน์ (สาระ) และคำนึงถึงความมักน้อย คือใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นแก่ชีวิต สอนลูกด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ดีกว่าสอนด้วยคำพูด

๗๙.สวดมนต์ในรถ
ถาม
สวดมนต์ในรถ ไม่ได้สวดหน้าพระพุทธรูป จะได้บุญหรือไม่

ตอบ
คำว่าบุญหมายถึงความดี, การทำความดี, กุศล, ความสุข ฯลฯ การสวดมนต์ในรถ เป็นการทำความดี ทางกาย วาจา ใจ ฉะนั้นสวดมนต์แล้วได้บุญ สวดมนต์หน้าพระพุทธรูป มีจิตจดจ่อ (สติ) กับการสวดมนต์มากกว่าสวดในรถ ดังนั้นสวดมนต์หน้าพระพุทธรูปจึงได้บุญมากกว่า

๘๐.ช่วยคนป่วยโรคมะเร็ง
ถาม
คนป่วยเป็นมะเร็ง มีอาการปวดมาก ต้องฉีดมอร์ฟินช่วย จะมีวิธีอย่างไรที่จะนำธรรมะ ไปใช้ในการช่วยอธิบายให้ผู้ป่วยคนนี้ระงับความเจ็บปวดได้
ตอบ
ถ้าจะหนี้ทุกขเวทนา (อาการปวด) ให้ย้ายจิตไปรับสิ่งกระทบภายนอก เช่นฟังเสียงสวดมนต์ เสียงบรรยายธรรม เสียงเพลงที่รับกับจริต ฯลฯ จากเทปหรือ ชีดี หรืออ่านหนังสือหรือใช้ตาดูสิ่งสวยๆงามๆ

ดีที่สุดที่จะหนีพ้นทุกขเวทนาได้ คือ สวดมนต์ เช้า-เย็นเป็นประจำ ปฏิบัติจิตภาวนาอยู่ที่นึกได้ และเมื่อว่างจากงานภายนอก เพื่อฝึกจิตให้มีสติคุ้นเคยอยู่กับอิริยาบถที่เป็นปัจจุบัน เมื่อใดที่จิตมีสติกล้าแข็งจิตจะไม่กลับไปรับอาการปวดมาปรุงอารมณ์คนป่วยต้องศรัทธาและต้องช่วยตัวเองเป็นดีที่สุด

:09: :09: :09:
0



#42 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 19/09/2007 - 11:00

:09:

๘๐.ช่วยคนป่วยโรคมะเร็ง
ถาม
คนป่วยเป็นมะเร็ง มีอาการปวดมาก ต้องฉีดมอร์ฟินช่วย จะมีวิธีอย่างไรที่จะนำธรรมะ ไปใช้ในการช่วยอธิบายให้ผู้ป่วยคนนี้ระงับความเจ็บปวดได้
ตอบ
ถ้าจะหนี้ทุกขเวทนา (อาการปวด) ให้ย้ายจิตไปรับสิ่งกระทบภายนอก เช่นฟังเสียงสวดมนต์ เสียงบรรยายธรรม เสียงเพลงที่รับกับจริต ฯลฯ จากเทปหรือ ชีดี หรืออ่านหนังสือหรือใช้ตาดูสิ่งสวยๆงามๆ

ดีที่สุดที่จะหนีพ้นทุกขเวทนาได้ คือ สวดมนต์ เช้า-เย็นเป็นประจำ ปฏิบัติจิตภาวนาอยู่ที่นึกได้ และเมื่อว่างจากงานภายนอก เพื่อฝึกจิตให้มีสติคุ้นเคยอยู่กับอิริยาบถที่เป็นปัจจุบัน เมื่อใดที่จิตมีสติกล้าแข็งจิตจะไม่กลับไปรับอาการปวดมาปรุงอารมณ์คนป่วยต้องศรัทธาและต้องช่วยตัวเองเป็นดีที่สุด

๘๑. อธิฐานนี้สำเร็จไหม
ถาม
ขอกราบเรียนถามท่าน อาจารย์ ดร. สนอง
จากการที่เห็นมีคำถามหลายๆ คำถามที่เกี่ยวกับการคิดอกุศล หรือการคิดปรามาสพระรัตนตรัย โดยอาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจในบางคน ดิฉันขอกราบเรียนถามท่านอาจารย์ว่า เป็นกรรมเก่าหรือเป็นมารที่มาขัดขวางในการทำความดีค่ะ และเราจะสามารถลบโปรแกรมอกุศล (ตามที่ท่านอาจารย์ได้ตอบไว้) ได้อย่างไรค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง

ตอบ
การคิดอกุศล (มิจฉาสังกัปปะ) มีต้นเหตุมาจากความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) หรืออีกนัยหนึ่ง คือ จิตขาดสติ ความรู้ไม่จริง (อวิชชา) จึงครอบงำจิต เวลาจิตที่ไม่รู้จริงทำงานในรูปของความคิด จึงคิดผิด คิดสิ่งที่เป็นอกุศล เช่นคิดเรื่องกาม เรื่องพยาบาท เรื่องเบียดเบียน ฯลฯ

วิธีที่จะลบโปรแกรมจิต ที่เป็นอกุศลนี้มีอยู่ ๒ ทางคือผู้ที่มีความชำนาญในการฝึกจิตนิ่ง (จิตมีสมาธิ) มายาวนาน ให้นำความคิดที่เป็นอกุศลนั้น มาพิจารณาโดยแยบคลาย (โยนิโสมนสิการ) จนเห็นโทษ เห็นทุกข์ เห็นการดับไป (อนัตตา) ของความคิดที่เป็นอกุศลแล้ว สัมมาญาณ (สัมมาทิฏฐิขั้นโลกุตระ) จะเกิดขึ้น สำหรับผู้ที่มีจิตไม่นิ่ง ต้องฝึกสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน จนกระทั่งเกิดวิปัสสนาญาณ คือปัญญาเห็นถูกตรงตามที่เป็นจริง (สัมมาทิฏฐิขั้นโลกุตระ) ความคิดอกุศลจึงจะถูกลบออกไปจากโปรแกรมจิตได้
วิธีรักษาจิต
๑. ทนต่อการเห็น
๒. ทนต่อการได้ยิน
๓. ทนต่อการรับรู้ภายในจิตใจ ร้อน-เย็น-อ่อนแข็ง
๔. รู้สึกการสัมผัสของชีวิต โรคภัย ไข้เจ็บ
๕. รู้สึกมลภาวะชีวิตที่สูดดมทุกอย่าง
๖. รู้สึกการลิ้มรสของชีวิตทุกอย่าง บีบคั้น บังคับไม่ได้

:09: :09: :09:
0



คำตอบต่อไป: sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - แก้วสีขาบ - sssboun - Me, myself - wowfon - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - achariya - ทีโม - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - benyapa - sssboun - ชัชวาล เพ่งวรรธนะ - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - the white - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ligern - sssboun - sssboun - sssboun - หยง - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ดบัสวนี - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - JChai - sssboun - ดบัสวนี - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - Me, myself - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - cotton - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ภพกฤต - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ลูกไม้ - sssboun - sssboun - ภพกฤต - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ณรงค์ ชอบ - sssboun - sssboun - sssboun - ชัชวาล เพ่งวรรธนะ - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - Me, myself - sssboun - เพียงดาวพราวฟ้า - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ชัชวาล เพ่งวรรธนะ - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - บัญชรี - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - Sam Sor - sssboun - sssboun - ผู้รักในธรรม - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - คนกรุงเก่า - sssboun - sssboun - อนัตตาในอัตตา - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - Nira - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - วายุภักษ์ - sssboun - sssboun - sssboun - ชัชวาล เพ่งวรรธนะ - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - เพียงดาวพราวฟ้า - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - Me, myself - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - listener - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - นาถนดา - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - benyapa - sssboun - ดาวชล - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ธรรมะมาตา - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ชัชวาล เพ่งวรรธนะ - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - Kulchamai - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - มุแอน - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - วายุภักษ์ - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - noppakung - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - Anrey - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - onlynatt - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sunisa - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - wayoflife - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - tonbitan - จุกจิก - sssboun - sssboun - sssboun - tonbitan - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ชัชวาล เพ่งวรรธนะ - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - sssboun - ชนิกานต์ เสนะวงศ์ - sssboun - wanwisa - อทิตยา เสนะวง์ - kp - อนุญฺญา -
  • (26 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • สุดท้าย »
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ