ลานธรรมเสวนา: สะอาด สว่าง สงบ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

สะอาด สว่าง สงบ 3 ส คุณว่า ส ไหนเกิดก่อนครับ และเพราะเหตุใดครับ ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 12/06/2007 - 10:58

:09: สวัสดิ์ครับ เจ้าปัญหามาถามอีกแล้วครับ ขอความร่วมมือในการให้ธรรมะเป็นทานด้วยเทิ้น แด่ผู้ใฝ่ธรรมะ และ เป็นแสงสว่างแด่พวกเขา และผมผู้รู้น้อยด้วย

:09: :09: :09:

ขอบพระคุณทุกความเห็นด้วยครับ คนละไม้คนละมือช่วยๆกัน
0


  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   ตามหาตัวตน ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 83
  • สมัคร: 12/03/2007

ตอบ: 12/06/2007 - 11:23

คิดว่าสะอาดต้องมาก่อนนะคะ เพราะหากเราเป็นผู้มีจิตที่สะอาด นั่นคือมีศีลเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวต่อการปฏิบัติตน นั่นก็ทำให้เราสะอาดจากการประกอบกรรมชั่วทั้งหลาย
และเมื่อจิตสะอาด ความสว่างก็จะบังเกิดขึ้น นั้นก็คือความรู้ลึก ความเข้าใจในธรรมะจะบังเกิดขึ้น ทำให้เกิดความสว่างหรือแสงสว่างใจจิตใจ เป็นความสว่างที่สุข และความสงบก็จะตามมา นั่นคือความสงบในกามทั้งหลาย และเข้าสู่ความหลุดพ้นในที่สุด

เป็นความเข้าใจตามประสาคนมีความรู้น้อยปฏิบัติน้อยนะคะ
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   เกล้ากระผม ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 58
  • สมัคร: 06/06/2007

ตอบ: 12/06/2007 - 13:24

เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ก่อนไม่หลัง เหมือนคุณได้ผ้าสีขาวมาผืนหนึ่ง ผ้านั้นมันสะอาด มันสว่าง มันเย็นใจ (สงบ) หรือคิดว่า ความสะอาด(ขาว) ความสว่างไสวและความเย็นตา ของผ้า อันไหนมันเกิดก่อนหรือหลังกันล่ะเอ่ย ? ในความสะอาดมีความสว่างและความสงบรวมอยู่ด้วยกันครับ ที่จริงมันคืออันเดียวกัน ในวงการไวยากรณ์ของภาษาบาลี เขาเรียกว่า " คำไข" ความหมายก็คือ

" ความสะอาด คือ ความสว่าง ได้แก่ ความสงบ " (เป็นสภาวะของจิตที่สิ้นอาสวะด้วยอำนาจของอาสวักขยญาน) ครับ

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย เกล้ากระผม: 12/06/2007 - 13:26

0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   DJ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 188
  • สมัคร: 03/11/2004

ตอบ: 12/06/2007 - 14:20

สะอาดกาย สะอาดวาจา เป็นการสะอาดของศีล ส่วนสะอาดใจ เป็นการสะอาดจากการภาวนาครับ
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   มือใหม่หัดภาวนา ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 298
  • สมัคร: 11/09/2006

ตอบ: 12/06/2007 - 18:02

เข้ามาโหวตให้แต่ไม่มีข้อที่เลือกค่ะ ขอตอบว่าเกิดพร้อมกันค่ะ(แต่แค่แป๊บเดียวด้วยขณิกะสมาธิ เกิดแล้วก็ดับ :09: )
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   เด่นดวง ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 239
  • สมัคร: 04/08/2004

ตอบ: 12/06/2007 - 18:39

ผมว่า ส สงสัย เกิดขึ้นก่อน(ตั้งกระทู้นี้)ครับ :01:
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   แค้ท ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 577
  • สมัคร: 07/08/2005

ตอบ: 12/06/2007 - 19:12

:12: คุณ a-สุรา :10:
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   เดินหาธรรม ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1147
  • สมัคร: 16/01/2007

ตอบ: 12/06/2007 - 20:26

:09: สวัสดีครับ ผมเลือกสงบก่อนแล้วสว่างแล้วสะอาดก็ตามมา
ทั้งสามคำนี้เกิดที่ในจิตเหมือนงูกินหางตามกันไป เมื่อจิตหยุดนิ่งดีแล้ว ก็คือความสงบ จากนั้นจิตก็จะเข้าสู่ขั้น สว่าง และเมื่อจิตสว่างดีแล้วเมื่อเราออกจากสมาธิ ความสะอาดของจิตก็เกิดตามมาอีก และจะทรงตัวอยู่กับความสะอาด ไประยะหนึ่ง เมื่อได้รับสิ่งมากระทบ หรือนานๆไปจิตก็จะเริ่มกลับมาขุ่นมัว ถ้าไม่รักษาจิตก็จะตกไปเรี่อยๆ :09:
เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ ขอจงอย่าหยุดนิ่งในการทำสิ่งดีดีต่อตนเองและสังคม
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   มิตรจิต ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 461
  • สมัคร: 22/09/2006

ตอบ: 12/06/2007 - 20:32

...เห็นด้วยกับคุณ เดินหาธรรมค่ะ....เท่าที่ลองสังเกตุ ตอนที่ตัวเองพอได้สมาธิ..อืม (ขณิกสมาธิที่ว่านั่นแร่ะค่ะ)...มันนิ่งซะก่อนแล้วค่อย...สว่างพร้อมๆ กับสะอาด...พรึบขั้นมา...รวดเร็วจริงๆ... :14:
..พึงเจริญสติ..
หนทางนี้ เป็นเพียงหนทางเดียว..
กำลังเดินทาง บางครั้งเห็นทาง หลายครั้งไม่รู้ทาง อิอิ
แต่เชื่อว่า สักวัน ฉันจะถึงที่สุดในทางนี้...
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   เพลิงแช่แข็ง ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 24
  • สมัคร: 26/01/2006

ตอบ: 12/06/2007 - 20:37

ผมคิดว่าความสะอาดครับ หากจิตเปรอะเปื้อน ทำสิ่งไม่ดีมา พะวงถึงแต่สิ่งอกุศลที่ได้ทำ คำพูดโกหกที่เคยพูด หรือมีความคิดอกุศล นึกตำหนิแต่ผู้อื่น ความสะอาดกายถึงจะมีแต่ความสะอาดใจหาไม่ได้ ความสงบก็ไม่เกิด
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   svonnu48 ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 883
  • สมัคร: 18/08/2005

ตอบ: 12/06/2007 - 23:16

ผมก็คิดดังนี้ครับ(ผิดถูก ขออภัย)
ต้องสะอาดก่อน คือจิตที่สะอาด เป็นจิตที่ประกอบด้วยศีล เมื่อศีลบริสุทธิ์ดีแล้ว ก็จะมีสมาธิ สมาธิจะเป็นตัวนำพาไปซึ่งปัญญา ซึ่งก็คือความสว่าง คือเกิดปัญญาในการกำจัดกิเลส เมื่อจิตเกิดปัญญาแล้วจิตก็จะปล่อยวางได้ในที่สุด
การปล่อยวางก็คือความสงบของจิต
สรุปก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา มีปัญญาแล้วก็ถึงจุดสงบนั่นเองครับ
สนใจประโยคเหล่านี้
ไม่มีใคร ไม่มีเรา ไม่เอาเวทนา
ไม่ยึดมั่นอะไร เมื่อเห็นก็สักว่าเห็น เมื่อฟังก็สักว่าฟัง....เมื่อทราบก็สักว่าทราบ เมื่อรู้แจ้งก็สักว่ารู้แจ้ง

ทุกสิ่งคือความว่างเปล่า
ทุกผัสสะคือไฟแห่งทุกข์
ทุกความยึดมั่นควรสละออกไป
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 13/06/2007 - 06:37

:09: ต้องขอขอบคุณทุกความเห็นนะครับ

ความคิดเป็นบ่อเกิดของการกระทำ ความคิดนำการกระจึงจะเกิด

แต่ก็ไม่แน่เสมอไป บางทีทำไปก่อนถึงรู้ว่ามันดี จึงทำก็มีครับ แบบว่ามันบังเอิญครับ

:09: :09: :09:

ขออนุโมธนากับทุกท่านครับ
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   อโนมา ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 185
  • สมัคร: 18/02/2006

ตอบ: 15/06/2007 - 22:53

ลองไล่ดูวนไปวนมาแล้ว


สรุปไม่ได้ครับ.
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   svonnu48 ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 883
  • สมัคร: 18/08/2005

ตอบ: 17/06/2007 - 08:47

บุคคลผู้มีศีลเป็นพื้นใจย่อมอยู่สบาย มีความปลอดโปร่งเหมือนเรือนที่มีบุคคลปัดกวาด เช็ดถูเรียบร้อย ปราศจากเรือดและฝุ่นที่รบกวน ศีลนี้เองเป็นพื้นฐานให้เกิดสมาธิคือ ความสงบใจ สมาธิที่มีศีลเป็นเบื้องต้น เป็นสมาธิที่มีผลมาก อานิสงส์มาก บุคคลผู้มีสมาธิย่อมอยู่อย่างสงบ เหมือนเรือนที่มีฝาผนังมีประตูหน้าต่างปิดเปิดได้เรียบร้อย มีหลังคาสำหรับป้องกันลม แดดและฝน ผู้อยู่ในเรือนนี้ฝนตก ก็ไม่เปียก แดดออกก็ไม่ร้อนฉันใด บุคคลผู้มีจิตเป็นสมาธิดีก็ฉันนั้น ย่อมสงบอยู่ได้ไม่กระวนกระวาย เมื่อลม แดด ฝน กล่าวคือ โลกธรรมแผดเผา กระพือซัดสาดเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า สมาธิอย่างนี้ย่อมก่อให้เกิดปัญญา ในการฟาดฟันย่ำยี และเชือดเฉือนกิเลสอาสวะต่างๆ ให้เบาบางและหมดสิ้นไป เหมือนบุคคลผู้มีกำลังจับศาสตราอันคมกริบแล้วถางป่าให้โล่งเตียนก็ปานกัน
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ! ปัญญาซึ่งมีสมาธิเป็นรากฐานนั้น ย่อมประดุจไฟดวงใหญ่กำจัดความมืดให้ปลาสนาการ มีแสงสว่างรุ่งเรืองอำไพ ขับฝุ่นละอองคือกิเลสให้ปลิวหาย ปัญญาจึงเป็นประดุจ ประทีปแห่งดวงใจ
อันว่าจิตนี้เป็นธรรมชาติที่ผ่องใสอยู่โดยปกติ แต่เศร้าหมองไปเพราะคลุกเคล้าด้วยกิเลสนานาชนิด ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นเครื่องฟอกจิตให้ขาวสะอาดดังเดิม จิตที่ฟอกด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ย่อมหลุดพ้นจากอาสวะทั้งปวง
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ! บุคคลผู้มีจิตพ้นแล้วจากอาสวะ ย่อมพบกับปิติปราโมทย์อันใหญ่หลวง รู้สึกว่าตนได้พบขุมทรัพย์อันมหึมาหาอะไรเปรียบมิได้ อิ่มอาบซาบซ่านด้วยธรรม ตนของตนเองนั่นแลเป็นผู้รู้ว่า บัดนี้กิเลสานุสัยต่างๆได้สิ้นไปแล้ว ภพใหม่ไม่มีอีกแล้ว เหมือนบุคคลผู้ตัดแขนขาด ย่อมรู้ด้วยตนเองว่าบัดนี้แขนของตนได้ขาดแล้ว
คัดลอกจากหนังสือ พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน
สนใจประโยคเหล่านี้
ไม่มีใคร ไม่มีเรา ไม่เอาเวทนา
ไม่ยึดมั่นอะไร เมื่อเห็นก็สักว่าเห็น เมื่อฟังก็สักว่าฟัง....เมื่อทราบก็สักว่าทราบ เมื่อรู้แจ้งก็สักว่ารู้แจ้ง

ทุกสิ่งคือความว่างเปล่า
ทุกผัสสะคือไฟแห่งทุกข์
ทุกความยึดมั่นควรสละออกไป
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   บัญชรี ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 531
  • สมัคร: 18/05/2007

ตอบ: 17/06/2007 - 13:25

คิดว่า สะอาด>สงบ>สว่าง คือ ศีล สมาธิ และปัญญา

เคยอ่านชีวประวัติของหลวงพ่อลี ท่านเน้นเรื่องความสะอาดมาก ทำอะไรให้ตั้งใจทำ ทำจากใจ ตอนแรกไม่เข้าใจ ตอนนี้เข้าใจว่า เมื่อได้ชำระจิตให้สะอาดขึ้นบ้าง ปรุงแต่งอะไรน้อยๆ จิตจะสงบโดยอัตโนมัติ เพราะมีอารมณ์ไม่มากแล้วที่จะมีอิทธิพลต่อจิต เมื่อจิตสงบจึงคิดได้มากขึ้น มองเห็นได้ดีขึ้นนั่นคือตัวปัญญา
เรื่องของโลกยิ่งเรียนก็ยิ่งกว้าง เรื่องของธรรมยิ่งรู้ก็ยิ่งแคบ และรู้แคบเท่าไรก็ยิ่งดี ถ้ารู้กว้างออกไปมักฟุ้งซ่าน เป็นเหตุให้เกิดความไม่สงบ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับการเดินไปในหนทางที่แคบๆ ย่อมจะไม่มีใครเดินสวนทางเข้ามาชนกับเราได้ ส่วนคนเดินตามหลังนี้ช่างเขา เมื่อไม่มีใครสวนทางเข้ามาข้างหน้าแล้ว คนที่จะเดินบังหน้าเราก็ไม่มี เราก็จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าออกไปได้ไกลที่สุด ฉันใด ผู้ทำจิตใจให้แคบเข้าละเอียดเข้าก็จะเกิดความวิเวกสงบ เกิดแสงและเกิดวิปัสสนาญาณ มองเห็นอดีต อนาคต และปัจจุบันได้ทุกอย่าง [ท่านพ่อลี ธมฺมธโร]
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   Oyoyo ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 242
  • สมัคร: 11/04/2007

ตอบ: 19/06/2007 - 18:08

ก่อนที่จะสว่างและสงบ จะต้องมีความสะอาดก่อนครับ
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   สุนทรีย์รู้จิต ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 279
  • สมัคร: 12/05/2007

ตอบ: 19/06/2007 - 18:17

สะอาดจากกิเลส สว่างจากความเศร้าหมอง สงบจากความวุ่นวาย ผมไม่รู้จะเลือกอะไรเลือกสงบแล้วอะ
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 19/06/2007 - 19:10

:09: ผมว่าเป็นได้หลายทางครับ ทางนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นทางที่เต็มใจกระทำมีคือ สว่าง เปรียบเสมือนความรู้แจ้ง ความเข้าใจ เห็น รู้ หรือว่าปัญญา (ในส่วนนี้เป็นเรื่องของความคิด)ส่วนสอาดนั้นเปรียบเสมือน หมดจด เรียบร้อย งาม เกลี้ยงเกลา สวย (ในส่วนนี้เป็นการกระทำ หรือว่าลงมือทำ) สงบ นั้นเปรียบเสมือน ความเงียบสะงัด ความสุบ เบาสะบาย (ในส่วนนี้นั้นจะเป็นผล) ครับ

ดั้งนั้นเป็นไปได้เหมือนกันครับ คือ สว่าง สะอาด แล้วจบด้วยสงบ ยกตัวเช่นเมื่อเราเดินกลับบ้านเราเห็นบ้านเรือนสกปก (สว่าง) เรารู้ว่ามันได้ดี ไม่งาม สามารถทำให้คนในครอบครัวแพ้ฝุ่นได้ เราก็เลยทำความสะอาด เมื่อทำแล้วบ้านเรือนก็ย่อมสะอาดดี และในที่สุดก็เป็นสุบเมื่อเห็นบ้านเรือนสะอาดเรียบร้อยครับ.

:09: :09: :09:

รู้ดีรู้ชั่ว รู้ตัวรู้ตื่น
วันคืนล่วงไปๆ ใครจะช่วยเจ้าได้หนอ
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   jeabnice ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 428
  • สมัคร: 20/12/2005

ตอบ: 19/06/2007 - 19:15

ถ้าเป็นการจัดบ้าน
ต้องเปิดไฟก่อนถึงจะมองเห็นสิ่งๆต่างๆได้ทั่ว
แล้วถึงจะกวาดบ้านให้สะอาดได้
เมื่อของในบ้านสะอาดเป็นระเบียบแล้วใจของดิฉันคงจะรู้สึกสงบได้ค่ะ
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 20/06/2007 - 08:37

สงบ เป็นคำตอบสุดท้ายค่ะ

จิตที่สะอาดยังไม่สงบก็ยังวุ่นวายอยู่
จิตที่สว่างแต่ยังไม่สงบก็ยังวุ่นวายอยู่
จิตที่สงบเป็นจิตที่ สะอาด สว่าง แล้ว
และสงบระงับจากกิเลสทั้งปวงแล้วนั่นแล

ตอนนี้เข้าใจเรื่องความสงบแบบนี้ค่ะ

:41:
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



คำตอบต่อไป: มิตรจิต - sssboun - มิตรจิต - sssboun - มิตรจิต - ทั่นยาย - sssboun - asu - sssboun - มือใหม่หัดภาวนา - โยชิซูกุ - สงบเสวนา - อโศกะ - trigger - สุวิดา - คนกรุงเก่า - คนกรุงเก่า - sssboun - คนผ่านทาง - เสาวลักษณ์ - อบ - sssboun - somsong - LuiPan - มิตรจิต - ช.ชุตินธโร - โดดเดี่ยว - hoopeem - mydestiny - ณวบุตร - ทองพร พันธุ์สุขวัฒนพันธ์ - pakorn.p - ทองพร พันธุ์สุขวัฒนพันธ์ - อโศกะ - สีตลา - อโศกะ - สีตลา - สีตลา - อโศกะ -
  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ