พระบรมธาตุเจดีย์ศรีสุวจคุณานุสรณ์ ขอเชิญร่วมงานฉลองเจดีย์พระโพธิธรรมาจารย์เถร (หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ)
#0
ตอบ: 20/03/2007 - 19:50
คณะศิษยานุศิษย์ของท่านเจ้าพระคุณหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ ขอเรียนเชิญร่วมพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และอัฐิธาตุของพระโพธิธรรมาจารย์เถร (หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ) รวมทั้งประดิษฐานรูปเหมือนของท่านไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์ศรีสุวจคุณานุสรณ์ พร้อมทั้งร่วมทำบุญผ้าป่าสงเคราะห์โลก ถวายพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ณานสัมปันโน) ณ. วัดป่าเขาน้อย ต. เสม็ด อ. เมือง จ. บุรีรัมย์ ในวันที่ ๕-๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยมีกำหนดการดังต่อไปนี้
วันพฤหัสบดีที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาต
เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์
เวลา ๑๕.๓๐ น. คณะศิษย์ร่วมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและรูเหมือนหลวงปุ่สุวัจน์
สุวโจ จากศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์มาถึงยังวัดป่าเขาน้อย
เวลา ๑๗.๐๐ น. พิธีประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ
เวลา ๑๙.๐๐ น. สวดมนตร์ทำวัตรเย็น และอบรมจิตตภาวนา
วันศุกร์ที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาต
เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์
เวลา ๑๓.๐๐ น. พิธีบวชชีพราหมณ์
เวลา ๑๖.๐๐ น. หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นประธานบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
และยกยอดเจดีย์ พร้อมแสดงพระธรรมเทศนา
พร้อมทั้งรับผ้าป่าสงเคราะห์โลก
เวลา ๑๙.๐๐ น. สวดมนตร์ทำวัตรเย็น และอบรมจิตตภาวนา
วันเสาร์ที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาต
เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์
โดยมีหลวงตามหาบัว ญานสัมปันโน เป็นประธาน พร้อมแสดง
พระธรรมเทศนา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. ๐๘๑ ๙๙๙ ๓๐๑๘ หรือ ๐๘๑ ๙๖๖ ๓๖๕๖
หรือเมลติดต่อที่ apiradeesr@yahoo.com ค่ะ
:09: :09: :09:
วันพฤหัสบดีที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาต
เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์
เวลา ๑๕.๓๐ น. คณะศิษย์ร่วมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและรูเหมือนหลวงปุ่สุวัจน์
สุวโจ จากศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์มาถึงยังวัดป่าเขาน้อย
เวลา ๑๗.๐๐ น. พิธีประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ
เวลา ๑๙.๐๐ น. สวดมนตร์ทำวัตรเย็น และอบรมจิตตภาวนา
วันศุกร์ที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาต
เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์
เวลา ๑๓.๐๐ น. พิธีบวชชีพราหมณ์
เวลา ๑๖.๐๐ น. หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นประธานบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
และยกยอดเจดีย์ พร้อมแสดงพระธรรมเทศนา
พร้อมทั้งรับผ้าป่าสงเคราะห์โลก
เวลา ๑๙.๐๐ น. สวดมนตร์ทำวัตรเย็น และอบรมจิตตภาวนา
วันเสาร์ที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาต
เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์
โดยมีหลวงตามหาบัว ญานสัมปันโน เป็นประธาน พร้อมแสดง
พระธรรมเทศนา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. ๐๘๑ ๙๙๙ ๓๐๑๘ หรือ ๐๘๑ ๙๖๖ ๓๖๕๖
หรือเมลติดต่อที่ apiradeesr@yahoo.com ค่ะ
:09: :09: :09:
การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้
#1
ตอบ: 20/03/2007 - 20:00
แผนที่วัดป่าเขาน้อยค่ะ
วัดป่าเขาน้อย
การเดินทางไปวัดป่าเขาน้อย
1. จากกรุงเทพฯ ให้เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) มุ่งหน้าไปจ. นครราชสีมา
2. จากนั้นเลี้ยวขวา (ใกล้ๆแยกสีคิ้ว) เข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอ. หนองกี่ อ. นางรอง หรือ มาเลี้ยวขวาเข้าทางแยก อ. ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) ก่อนเข้าตัวเมืองโคราช ก็ได้ค่ะ ถ้ามาทางนี้ ไปถึงแยกไฟเขียว-ไปแดงแรก ก่อนข้ามไปถึงอ. ปักธงชัย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 24 ค่ะ ก็จะผ่าน อ. โชคชัย อ. หนองกี่ และ อ. นางรอง เช่นกันค่ะ แนะนำเป็นเส้นทางหลัง เพราะเป็น divided highway จะขับได้สบายกว่าค่ะ จนเมื่อเข้าทางหลวงหมายเลข 24 จะเป็น hiway ธรรมดาที่มีแค่ 2 lane สวนกันค่ะ
3. เมื่อผ่าน อ. นางรอง (ตัวอำเภอ) ไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนถึงแยกจะมีปั้มน้ำมัน Shell และ ปตท. อยู่ทางขวามือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 218 ตามป้าย"บุรีรัมย์"ค่ะ ตรงนั้นจะเป็น 3 แยก
4. จากแยกไปประมาณ 48 กิโลเมตร จะเจอสี่แยกไฟเขียง-ไฟแดงใหญ่ มีป้ายบอกทางไปสุรินทร์ ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 226 ตามป้ายสุรินทร์
5. จากทางแยกที่เลี้ยวนี้ไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะเจอสี่แยก มีป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายไปบุรีรัมย์(เข้าเมือง) เลี้ยวขวาไป อ. ประโคนชัย ตรงไปสุรินทร์ ให้เลี้ยวขวาตามป้ายบอกทาง ไปทาง อ. ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) ที่แยกนี้จะเห็นสำนักงานการทางจ. บุรีรัมย์ อยู่ทางตรงแยกทางซ้ายมือ
6. หลังจากเข้าทางหลวงหมายเลข 219 ให้สังเกตดูจะเห็นป้ายบอกทางวัดป่าเขาน้อย จากแยกไปประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงถนนที่นำเข้าสู่วัด ก่อนถึงทางเข้าวัดซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ จะเห็นวนอุทยานเขากระโดง
7. เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าถนนที่ที่นำสู่วัด ให้ตรงไปเรื่อยๆ ถนนจะไปสุดที่ประตูวัดค่ะ แต่ในวันงานนั้น เนื่องจากมีผู้มาร่วมงานมากมาย ทางวัดจะจัดที่จอดรถไว้ให้ข้างนอกวัดค่ะ กรุณาขับตามป้ายบอกทางเพื่อเข้าสู่ลานจอดรถค่ะ
หรือ อีกหนึ่งเส้นทางที่จะไปวัดได้ ก็เคยขับตามเส้นทาง ถ. มิตรภาพ ผ่าน จ. นครราชสีมา ตามทางหลวงหมายเลข 226 ผ่าน อ. จักราช-ห้วยแถลง-ลำปลายมาศ เข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์
จากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ตามป้ายไป อ. ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) จะผ่านอนุสาวรีย์ ร. ๑ ขับตามป้ายบอกทางไปวนอุทยานเขากระโดง หรือ อ. ประโคนชัย ให้สังเกตว่าเราจะมุ่งหน้าไปทางหางช้างทรงที่อนุสาวรีย์ (จะทำให้จำทิศได้ง่ายค่ะ ^___^)
จากนั้น ก็ตรงมาเรื่อยๆ ข้ามโค้ง ทางรถไฟ แล้วตรงไป ก็จะเจอแยกไฟเขียว-ไฟแดง มีสำนักงานการทาง จ. บุรีรัมย์อยู่ทางซ้ายมือ ให้ตรงข้ามแยกไป
ประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงถนนเข้าวัดค่ะ ให้เลี้ยวซ้ายเช่นกันค่ะ ระยะทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ถึงวัด ประมาณ 7 กิโลเมตรค่ะ
วัดป่าเขาน้อย
การเดินทางไปวัดป่าเขาน้อย
1. จากกรุงเทพฯ ให้เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) มุ่งหน้าไปจ. นครราชสีมา
2. จากนั้นเลี้ยวขวา (ใกล้ๆแยกสีคิ้ว) เข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอ. หนองกี่ อ. นางรอง หรือ มาเลี้ยวขวาเข้าทางแยก อ. ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) ก่อนเข้าตัวเมืองโคราช ก็ได้ค่ะ ถ้ามาทางนี้ ไปถึงแยกไฟเขียว-ไปแดงแรก ก่อนข้ามไปถึงอ. ปักธงชัย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 24 ค่ะ ก็จะผ่าน อ. โชคชัย อ. หนองกี่ และ อ. นางรอง เช่นกันค่ะ แนะนำเป็นเส้นทางหลัง เพราะเป็น divided highway จะขับได้สบายกว่าค่ะ จนเมื่อเข้าทางหลวงหมายเลข 24 จะเป็น hiway ธรรมดาที่มีแค่ 2 lane สวนกันค่ะ
3. เมื่อผ่าน อ. นางรอง (ตัวอำเภอ) ไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนถึงแยกจะมีปั้มน้ำมัน Shell และ ปตท. อยู่ทางขวามือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 218 ตามป้าย"บุรีรัมย์"ค่ะ ตรงนั้นจะเป็น 3 แยก
4. จากแยกไปประมาณ 48 กิโลเมตร จะเจอสี่แยกไฟเขียง-ไฟแดงใหญ่ มีป้ายบอกทางไปสุรินทร์ ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 226 ตามป้ายสุรินทร์
5. จากทางแยกที่เลี้ยวนี้ไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะเจอสี่แยก มีป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายไปบุรีรัมย์(เข้าเมือง) เลี้ยวขวาไป อ. ประโคนชัย ตรงไปสุรินทร์ ให้เลี้ยวขวาตามป้ายบอกทาง ไปทาง อ. ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) ที่แยกนี้จะเห็นสำนักงานการทางจ. บุรีรัมย์ อยู่ทางตรงแยกทางซ้ายมือ
6. หลังจากเข้าทางหลวงหมายเลข 219 ให้สังเกตดูจะเห็นป้ายบอกทางวัดป่าเขาน้อย จากแยกไปประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงถนนที่นำเข้าสู่วัด ก่อนถึงทางเข้าวัดซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ จะเห็นวนอุทยานเขากระโดง
7. เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าถนนที่ที่นำสู่วัด ให้ตรงไปเรื่อยๆ ถนนจะไปสุดที่ประตูวัดค่ะ แต่ในวันงานนั้น เนื่องจากมีผู้มาร่วมงานมากมาย ทางวัดจะจัดที่จอดรถไว้ให้ข้างนอกวัดค่ะ กรุณาขับตามป้ายบอกทางเพื่อเข้าสู่ลานจอดรถค่ะ
หรือ อีกหนึ่งเส้นทางที่จะไปวัดได้ ก็เคยขับตามเส้นทาง ถ. มิตรภาพ ผ่าน จ. นครราชสีมา ตามทางหลวงหมายเลข 226 ผ่าน อ. จักราช-ห้วยแถลง-ลำปลายมาศ เข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์
จากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ตามป้ายไป อ. ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) จะผ่านอนุสาวรีย์ ร. ๑ ขับตามป้ายบอกทางไปวนอุทยานเขากระโดง หรือ อ. ประโคนชัย ให้สังเกตว่าเราจะมุ่งหน้าไปทางหางช้างทรงที่อนุสาวรีย์ (จะทำให้จำทิศได้ง่ายค่ะ ^___^)
จากนั้น ก็ตรงมาเรื่อยๆ ข้ามโค้ง ทางรถไฟ แล้วตรงไป ก็จะเจอแยกไฟเขียว-ไฟแดง มีสำนักงานการทาง จ. บุรีรัมย์อยู่ทางซ้ายมือ ให้ตรงข้ามแยกไป
ประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงถนนเข้าวัดค่ะ ให้เลี้ยวซ้ายเช่นกันค่ะ ระยะทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ถึงวัด ประมาณ 7 กิโลเมตรค่ะ
#11
ตอบ: 26/03/2007 - 22:16
มาช้า แต่คงดีกว่าไม่มา
ผมทำแผนที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปวัดป่าเขาน้อยไว้แล้วครับ

แผนที่ทางไปวัดป่าเขาน้อย เขียนตามโพยของคุณไก่แก้วครับ
ไล่ตามเส้นทางสีชมพูที่ Mark เอาไว้ได้เลยครับ
ผมทำแผนที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปวัดป่าเขาน้อยไว้แล้วครับ

แผนที่ทางไปวัดป่าเขาน้อย เขียนตามโพยของคุณไก่แก้วครับ
ไล่ตามเส้นทางสีชมพูที่ Mark เอาไว้ได้เลยครับ
ใครอยากมีชื่อเสียง ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีอำนาจ ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีคนนับหน้าถือตา ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
แต่ตราบใดเรายังมีกายมีใจอยู่นี้ เราจักเจริญสติัปัฏฐาน ๔
เท่านี้ก็พอสำหรับเราแล้ว...
http://www.dhammada.net
คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา
ใครอยากมีอำนาจ ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีคนนับหน้าถือตา ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
แต่ตราบใดเรายังมีกายมีใจอยู่นี้ เราจักเจริญสติัปัฏฐาน ๔
เท่านี้ก็พอสำหรับเราแล้ว...
http://www.dhammada.net
คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา
#12
ตอบ: 26/03/2007 - 22:31
คลิ้กที่รูปแผนที่ ก็จะเข้าสู่แผนที่เดินทางไปวัดป่าเขาน้อยเช่นกันครับ
ใครอยากมีชื่อเสียง ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีอำนาจ ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีคนนับหน้าถือตา ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
แต่ตราบใดเรายังมีกายมีใจอยู่นี้ เราจักเจริญสติัปัฏฐาน ๔
เท่านี้ก็พอสำหรับเราแล้ว...
http://www.dhammada.net
คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา
ใครอยากมีอำนาจ ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีคนนับหน้าถือตา ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
แต่ตราบใดเรายังมีกายมีใจอยู่นี้ เราจักเจริญสติัปัฏฐาน ๔
เท่านี้ก็พอสำหรับเราแล้ว...
http://www.dhammada.net
คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา
#13
ตอบ: 27/03/2007 - 13:34
เรื่องเล่า เกี่ยวกับหลวงปู่สุวัจน์
วันหนึ่ง ครูผู้สอนสั่งการเจริญสติด้วยวิธีดูจิต ในครั้งนั้นท่านยังไม่บวช และได้แจ้งให้ทราบว่า หลวงปู่สุวัจน์ท่านมาอยู่ที่สวนทิพย์ ปากเกร็ด
เราสองคนต่างแน่วไปรอกราบหลวงปู่ ก็รออยู่นาน เพราะหลวงปู่สรงน้ำ ในช่วงเวลานั้น ท่านประสบอุบัติเหตุจนขยับร่างกายไม่ได้ มีพระที่อุปัฏฐากท่านคอยช่วยเหลืออยู่หลายรูป เวลาสรงน้ำจึงนานเป็นพิเศษ
หลังจากที่รอเป็นเวลานาน เราก็ได้เข้าไปกราบหลวงปู่ ภรรยาของผม เธอเห็นหลวงปู่อยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จิตใจเธอเศร้ามาก จะร้องไห้ หลวงปู่ซึ่งกำลังฟังโยมท่านหนึ่งบรรยายสรรพคุณเกี่ยวกับยาที่นำมาถวายอยู่ ท่านหันขวับมาที่ภรรยา แล้วภรรยาก็ได้ยินเสียงของท่าน แต่ก็เห็นว่าท่านไม่ได้ขยับปาก และเราก็อยู่ไกลพอสมควร เพราะเกรงจะเป็นการรบกวนท่าน เธอได้ยินเสียงของท่านผุดขึ้นในมโนทวารว่า "พระยังไม่ร้องไห้ แล้วโยมจะร้องไห้ทำไม" พอได้ยินดังนั้น ภริยาก็รู้สึกตัว และนับถือท่านสุดจิตสุดใจนับแต่วันนั้น และเป็นเหตุให้เธอทิ้งกำหนดการของตัวเองทั้งหมด และเตรียมตัวเดินทางไปงานฉลองเจดีย์ในครั้งนี้
ครูผู้สอนสั่งการเจริญสติด้วยการดูจิตได้เล่าให้ฟังต่อมาในภายหลังว่า ท่าน(คือหลวงปู่สุวัจน์) เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อถึงคราวที่จิตท่านหลุดพ้นจากอาสวะสิ้นเชิง ท่านมีความสุขมากเหลือล้น ความสุขที่ว่านั้น ไม่อาจเปรียบเทียบกับสิ่งใดได้เลย ท่านมีความสุขอยู่อย่างนั้นเป็นปีๆ เป็นความสุขที่มีผลมาจากการที่จิตหลุดพ้นจากอาสวะ พ้นจากสังสารวัฏฏ์แล้ว ผมฟังแล้วจึงไม่แปลกใจ ทำไมองค์พระบรมศาสดาจึงแสดงเอาไว้ในอีกแง่มุมของนิพพานว่า "นิพานํ ปรมํ สุขํ นิพานํ ปรมํ สุญฺญํ" นอกเหนือจาก "นิพพาน คือความสิ้น โลภะ โทสะ โมหะ"
แต่หลังจากนั้น ท่านก็มาประสบกับอุบัติเหตุ อันเป็นวิบากที่ตามมาทันธาตุขันธ์ ยังให้เป็นไป แต่ใจของท่านไม่สั่นไหว ไม่ทุกข์ ไปกับเหตุการณ์ดังที่ว่าเลย แม้แต่น้อย
ขอกราบระลึกถึงคุณของท่าน :09: :09: :09:
วันหนึ่ง ครูผู้สอนสั่งการเจริญสติด้วยวิธีดูจิต ในครั้งนั้นท่านยังไม่บวช และได้แจ้งให้ทราบว่า หลวงปู่สุวัจน์ท่านมาอยู่ที่สวนทิพย์ ปากเกร็ด
เราสองคนต่างแน่วไปรอกราบหลวงปู่ ก็รออยู่นาน เพราะหลวงปู่สรงน้ำ ในช่วงเวลานั้น ท่านประสบอุบัติเหตุจนขยับร่างกายไม่ได้ มีพระที่อุปัฏฐากท่านคอยช่วยเหลืออยู่หลายรูป เวลาสรงน้ำจึงนานเป็นพิเศษ
หลังจากที่รอเป็นเวลานาน เราก็ได้เข้าไปกราบหลวงปู่ ภรรยาของผม เธอเห็นหลวงปู่อยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จิตใจเธอเศร้ามาก จะร้องไห้ หลวงปู่ซึ่งกำลังฟังโยมท่านหนึ่งบรรยายสรรพคุณเกี่ยวกับยาที่นำมาถวายอยู่ ท่านหันขวับมาที่ภรรยา แล้วภรรยาก็ได้ยินเสียงของท่าน แต่ก็เห็นว่าท่านไม่ได้ขยับปาก และเราก็อยู่ไกลพอสมควร เพราะเกรงจะเป็นการรบกวนท่าน เธอได้ยินเสียงของท่านผุดขึ้นในมโนทวารว่า "พระยังไม่ร้องไห้ แล้วโยมจะร้องไห้ทำไม" พอได้ยินดังนั้น ภริยาก็รู้สึกตัว และนับถือท่านสุดจิตสุดใจนับแต่วันนั้น และเป็นเหตุให้เธอทิ้งกำหนดการของตัวเองทั้งหมด และเตรียมตัวเดินทางไปงานฉลองเจดีย์ในครั้งนี้
ครูผู้สอนสั่งการเจริญสติด้วยการดูจิตได้เล่าให้ฟังต่อมาในภายหลังว่า ท่าน(คือหลวงปู่สุวัจน์) เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อถึงคราวที่จิตท่านหลุดพ้นจากอาสวะสิ้นเชิง ท่านมีความสุขมากเหลือล้น ความสุขที่ว่านั้น ไม่อาจเปรียบเทียบกับสิ่งใดได้เลย ท่านมีความสุขอยู่อย่างนั้นเป็นปีๆ เป็นความสุขที่มีผลมาจากการที่จิตหลุดพ้นจากอาสวะ พ้นจากสังสารวัฏฏ์แล้ว ผมฟังแล้วจึงไม่แปลกใจ ทำไมองค์พระบรมศาสดาจึงแสดงเอาไว้ในอีกแง่มุมของนิพพานว่า "นิพานํ ปรมํ สุขํ นิพานํ ปรมํ สุญฺญํ" นอกเหนือจาก "นิพพาน คือความสิ้น โลภะ โทสะ โมหะ"
แต่หลังจากนั้น ท่านก็มาประสบกับอุบัติเหตุ อันเป็นวิบากที่ตามมาทันธาตุขันธ์ ยังให้เป็นไป แต่ใจของท่านไม่สั่นไหว ไม่ทุกข์ ไปกับเหตุการณ์ดังที่ว่าเลย แม้แต่น้อย
ขอกราบระลึกถึงคุณของท่าน :09: :09: :09:
ใครอยากมีชื่อเสียง ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีอำนาจ ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีคนนับหน้าถือตา ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
แต่ตราบใดเรายังมีกายมีใจอยู่นี้ เราจักเจริญสติัปัฏฐาน ๔
เท่านี้ก็พอสำหรับเราแล้ว...
http://www.dhammada.net
คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา
ใครอยากมีอำนาจ ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีคนนับหน้าถือตา ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
แต่ตราบใดเรายังมีกายมีใจอยู่นี้ เราจักเจริญสติัปัฏฐาน ๔
เท่านี้ก็พอสำหรับเราแล้ว...
http://www.dhammada.net
คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา
#14
ตอบ: 28/03/2007 - 02:47
ผมได้มีโอกาสกราบหลวงปู่สุวัจน์ครั้งแรกในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่สาม ที่วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์ ประมาณปี 2534 และหลังจากนั้นมาจะไปกราบท่านทุกปี ยามเมื่อท่านกลับมาจากอเมริกา และมาพักที่วัดพระศรีมหาธาตุ เวลาไปกราบท่านแต่ละที แสนยากและทุลักทุเล บางครั้งไปด้วยรถเมล์ บางครั้งไปด้วยรถไฟแล้วลงสถานีหลักสี่ เพราะบ้านอยู่ไกลมาก รถก็ไม่มี อายุแค่ 18-19 ไปคนเดียวมันก็ยากอยู่เหมือนกัน ต้องพยายามอย่างมากให้ไปทันถวายจังหันตอน 8 โมงเช้า ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยรู้จักท่าน จึงมีกันอยู่ไม่ถึง10 คน ทำให้ได้มีโอกาสใกล้ชิดและฟังธรรมท่านหลายครั้ง ได้เห็นปฏิปทาที่เคร่งครัดและตรงตามธรรมวินัย และคำสอนที่เมตตาของท่าน จึงเคารพเลื่อมใสท่านตลอดมา
เมื่อต้นปี พ.ศ.2537 ก่อนที่หลวงปู่จะประสบอุบัติเหตุและอาพาธเป็นอัมพาต ผมได้มีโอกาสกราบนิมนต์หลวงปู่มาแสดงธรรม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จึงได้ประจักษ์ในความเคร่งครัดในพระวินัยของท่าน เนื่องจากห้องที่แสดงธรรมเป็นห้องประชุมแบบโค้งและเป็นชั้นๆแบบขั้นบันได เพื่อให้แถวหลังได้เห็นข้างหน้าชัดเจน ปัญหามีอยู่ว่า จุดที่ตั้งโต๊ะแสดงธรรมของท่าน คือ จุดที่ต่ำที่สุดของห้อง ทำให้ท่านบอกว่า แสดงธรรมที่ห้องนี้ไม่ได้ ผิดพระวินัย จึงต้องมีการเปลี่ยนห้องด่วน มาเป็นห้องที่เล็กกว่า แต่นั่งฟังธรรมแบบนั่งกับพื้น ซึ่งทุกคนรวมทั้งท่านก็พอใจ ผมได้ถอดเทปเทศน์ของท่านและส่งไปถวายที่วัดเมตตาวนาราม อเมริกา ท่านได้เมตตาตรวจแก้ไขด้วยลายมือท่านเองและส่งมาให้ผมเก็บรักษาไว้จนบัดนี้ ยังไม่มีโอกาสได้จัดพิมพ์สักที หากใครมีศรัทธาและต้องการนำไปพิมพ์ สามารถแจ้งมาที่ผมได้ครับ
ปี พ.ศ.2539 ทันทีที่ทราบข่าวหลวงปู่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และนำส่งมารักษาที่ห้องไอซียู รพ.ศิริราชด่วน ในวันนั้นเอง ผมได้รีบไปกราบท่านและช่วยเหลือในสิ่งที่ช่วยเหลือได้ โดยเฉพาะการได้ถวายเลือดเพื่อรักษาหลวงปู่ในวันนั้นเอง และหลังจากนั้นก็ได้ไปกราบหลวงปู่เป็นประจำตลอดเวลาที่ท่านรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราช แต่น่าเสียดายว่า เมื่อท่านมรณภาพ ไม่ได้มีโอกาสไปงานพระราชทานเพลิงศพท่านเลย และในคราวเปิดเจดีย์นี้ก็เช่นกัน จึงได้แต่อนุโมทนากับผู้ที่สามารถไปร่วมงานนะครับ
:09: :09: :09:
เมื่อต้นปี พ.ศ.2537 ก่อนที่หลวงปู่จะประสบอุบัติเหตุและอาพาธเป็นอัมพาต ผมได้มีโอกาสกราบนิมนต์หลวงปู่มาแสดงธรรม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จึงได้ประจักษ์ในความเคร่งครัดในพระวินัยของท่าน เนื่องจากห้องที่แสดงธรรมเป็นห้องประชุมแบบโค้งและเป็นชั้นๆแบบขั้นบันได เพื่อให้แถวหลังได้เห็นข้างหน้าชัดเจน ปัญหามีอยู่ว่า จุดที่ตั้งโต๊ะแสดงธรรมของท่าน คือ จุดที่ต่ำที่สุดของห้อง ทำให้ท่านบอกว่า แสดงธรรมที่ห้องนี้ไม่ได้ ผิดพระวินัย จึงต้องมีการเปลี่ยนห้องด่วน มาเป็นห้องที่เล็กกว่า แต่นั่งฟังธรรมแบบนั่งกับพื้น ซึ่งทุกคนรวมทั้งท่านก็พอใจ ผมได้ถอดเทปเทศน์ของท่านและส่งไปถวายที่วัดเมตตาวนาราม อเมริกา ท่านได้เมตตาตรวจแก้ไขด้วยลายมือท่านเองและส่งมาให้ผมเก็บรักษาไว้จนบัดนี้ ยังไม่มีโอกาสได้จัดพิมพ์สักที หากใครมีศรัทธาและต้องการนำไปพิมพ์ สามารถแจ้งมาที่ผมได้ครับ
ปี พ.ศ.2539 ทันทีที่ทราบข่าวหลวงปู่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และนำส่งมารักษาที่ห้องไอซียู รพ.ศิริราชด่วน ในวันนั้นเอง ผมได้รีบไปกราบท่านและช่วยเหลือในสิ่งที่ช่วยเหลือได้ โดยเฉพาะการได้ถวายเลือดเพื่อรักษาหลวงปู่ในวันนั้นเอง และหลังจากนั้นก็ได้ไปกราบหลวงปู่เป็นประจำตลอดเวลาที่ท่านรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราช แต่น่าเสียดายว่า เมื่อท่านมรณภาพ ไม่ได้มีโอกาสไปงานพระราชทานเพลิงศพท่านเลย และในคราวเปิดเจดีย์นี้ก็เช่นกัน จึงได้แต่อนุโมทนากับผู้ที่สามารถไปร่วมงานนะครับ
:09: :09: :09:
[i]ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ[/i]
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
#15
ตอบ: 28/03/2007 - 09:27
อ้างอิง
พอได้ยินดังนั้น ภริยาก็รู้สึกตัว และนับถือท่านสุดจิตสุดใจนับแต่วันนั้น และเป็นเหตุให้เธอทิ้งกำหนดการของตัวเองทั้งหมด และเตรียมตัวเดินทางไปงานฉลองเจดีย์ในครั้งนี้
:09: :09: :09:
พอได้ยินดังนั้น ภริยาก็รู้สึกตัว และนับถือท่านสุดจิตสุดใจนับแต่วันนั้น และเป็นเหตุให้เธอทิ้งกำหนดการของตัวเองทั้งหมด และเตรียมตัวเดินทางไปงานฉลองเจดีย์ในครั้งนี้
:09: :09: :09:
#16
ตอบ: 28/03/2007 - 09:49
รับหนังสือ/ซีดีเอ็มพี ๓ ที่บรรจุเสียงเทศน์ของหลวงปู่สุวัจน์เป็นที่ระลึกได้่ในงานครับ

:09:

:09:
#17
ตอบ: 28/03/2007 - 10:27
:09: อนุโมทนาค่ะพี่ตึก คุณภิเนษกรมณ์ และคุณไมโครมด :04:
กัณฑ์เทศน์ที่คุณภิเนษกรมณ์กล่าวถึง ไก่แก้วน่าจะเคยได้รับ
และได้ถวายทางท่านเจ้าอาวาสไปเรียบร้อยแล้วค่ะ
แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารจะยังอยู่หรือเปล่า
เพราะถวายไปตั้งแต่ช่วงที่หลวงปู่ท่านละสังขารไปใหม่ๆ
อย่างไร ถ้าไม่เป็นการรบกวน ไก่แก้วจะขอเอกสารอีกครั้งได้ไหมค่ะ
รบกวนเมลมาที่ apiradeesr@yahoo.com ค่ะ
ไก่แก้วจะนำไปมอบให้กับทางคณะกรรมการวัด ซึ่งดูแลเรื่องการจัดทำคำสอนหลวงปู่
เพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทานค่ะ
:09: ขอบพระคุณค่ะ
กัณฑ์เทศน์ที่คุณภิเนษกรมณ์กล่าวถึง ไก่แก้วน่าจะเคยได้รับ
และได้ถวายทางท่านเจ้าอาวาสไปเรียบร้อยแล้วค่ะ
แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารจะยังอยู่หรือเปล่า
เพราะถวายไปตั้งแต่ช่วงที่หลวงปู่ท่านละสังขารไปใหม่ๆ
อย่างไร ถ้าไม่เป็นการรบกวน ไก่แก้วจะขอเอกสารอีกครั้งได้ไหมค่ะ
รบกวนเมลมาที่ apiradeesr@yahoo.com ค่ะ
ไก่แก้วจะนำไปมอบให้กับทางคณะกรรมการวัด ซึ่งดูแลเรื่องการจัดทำคำสอนหลวงปู่
เพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทานค่ะ
:09: ขอบพระคุณค่ะ
#18
ตอบ: 28/03/2007 - 10:49
ขออนุโมทนากับการสร้าง อุปปารมีทาน :09: ของคุณ ภิเนษกรมณ์
ใครอยากมีชื่อเสียง ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีอำนาจ ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีคนนับหน้าถือตา ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
แต่ตราบใดเรายังมีกายมีใจอยู่นี้ เราจักเจริญสติัปัฏฐาน ๔
เท่านี้ก็พอสำหรับเราแล้ว...
http://www.dhammada.net
คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา
ใครอยากมีอำนาจ ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
ใครอยากมีคนนับหน้าถือตา ขอเชิญเถิด เราไม่เอาด้วยหรอก,
แต่ตราบใดเรายังมีกายมีใจอยู่นี้ เราจักเจริญสติัปัฏฐาน ๔
เท่านี้ก็พอสำหรับเราแล้ว...
http://www.dhammada.net
คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา
#19
ตอบ: 28/03/2007 - 17:38
อ้างอิง
คุณภิเนษกรมณ์
โดยเฉพาะการได้ถวายเลือดเพื่อรักษาหลวงปู่ในวันนั้นเอง
:73: ขออนุโมทนาด้วยนะคะ :72:
คุณภิเนษกรมณ์
โดยเฉพาะการได้ถวายเลือดเพื่อรักษาหลวงปู่ในวันนั้นเอง
:73: ขออนุโมทนาด้วยนะคะ :72:
คำตอบต่อไป: วัชรพล - นิลุบล - นิลุบล - นิลุบล - นิลุบล - นิลุบล - นิลุบล - นิลุบล - ไก่แก้ว - นิลุบล - นิลุบล - วัชรพล - ไก่แก้ว - แค้ท - แค้ท - มุก - ไก่แก้ว - แสงแรก - วัชรพล - Mr.Forever - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - วัชรพล - Mr.Forever - อนุตตริยะ - นิลุบล - ไก่แก้ว - แค้ท - ริมฝั่ง - ไก่แก้ว -

เข้าระบบ
ลงทะเบียน
ช่วยเหลือ
กระทู้นี้ถูกล็อค

อ้างอิงคำตอบ


