ลานธรรมเสวนา: คำสะกดของคำภาษาบาลีค่ะ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

คำสะกดของคำภาษาบาลีค่ะ

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   ifon ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1135
  • สมัคร: 29/01/2004

ตอบ: 15/01/2007 - 21:39

สวัสดีค่ะ :09: :02:

ขออนุญาตกระโดดมาตั้งกระทู้ที่ห้องปริยัติธรรมบ้างนะคะ ตอนนี้ฝนกำลังจะทำเสียงอ่านหนังสือธรรมะค่ะ อยากทราบว่าจะมีเว็ปไหนที่มีคำสะกดให้อ่านคำบาลีได้อย่างถูกต้อง มีใครทำไว้ไม๊คะ ฝนห่วงว่าอ่านผิดๆ ถูกๆ ไปจะไม่ดี ไม่อยากให้เป็นส่วนที่ทำให้พระธรรมผิดเพี้ยนไป หากท่านได้ทราบรบกวนขอข้อมูลด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ :09:
0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: ifon - วรัทวรณ - วรัทวรณ - ifon - วรัทวรณ - ~Duo~ - กานต์ - ดบัสวนี - ดบัสวนี - ifon - กานต์ - Dirghayus - ifon - กานต์ - chanin - ปล่อย - สิรินราพรรณ -

#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   สิรินราพรรณ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 10
  • สมัคร: 26/01/2006

ตอบ: 30/01/2007 - 23:27

ข้อ 2 พยัญชนะที่ไม่มีสระอาศัยอยู่ แต่มีตัวสะกดอยู่หลัง มี พินทุ ( ฺ) อยู่ ใต้ตัวสะกดนั้นพินทุนั้นเท่ากับไม้หันอากาศ เช่น
อคฺคโต ออกเสียงว่า อัคคะโต
ธมฺมทฺธโร ออกเสียงว่า ธัมมัทธะโร

ดิฉันงงว่า
1. อ ในคำว่า อคฺคโต เป็นสระหรือพยัญชนะกันค่ะ ถ้าอ่านกฎข้อนี้ "พยัญชนะที่ไม่มีสระอาศัยอยู่ แต่มีตัวสะกดอยู่หลัง มี พินทุ ( ฺ) อยู่ ใต้ตัวสะกดนั้นพินทุนั้น" ทำให้คนอ่านข้าใจว่า อ คือพยัญชนะนะค่ะ แต่ที่เรียนมา อ เป็นสระค่ะ

2. และที่บอกว่า พินทุนั้น เท่ากับไม้หันอากาศ ดิฉันว่า ไม่ใช่แน่เลยค่ะ
อ ก็คงออกเสียง อ แล้วมี คฺ เป็นตัวสะกด อคฺ ก็ให้อ่านว่า อัค
อิ ก็คงออกเสียง อิ แล้วมี กฺ เป็นตัวสะกด ภิกฺ ก็ให้อ่านว่า ภิก
(อธิบายข้อ 2+3 รวมกันค่ะ)

3. แบบเรียนที่เคยเรียนมา บอกว่า
3.1 สระเสียงสั้น มี ๑ มาตรา
3.2 สระเสียงยาวมี ๒ มาตรา
3.3 พยัญชนะทั้งปวง มีกึ่งมาตรา และออกเสียงไม่ได้ ต้องอาศัยสระจึงออกเสียงได้

ถ้าเข้าใจคลาดเคลื่อนยังไง ช่วยอธิบายหน่อยค่ะ
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   chanin ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 92
  • สมัคร: 19/07/2005

ตอบ: 31/01/2007 - 20:12

ตามที่คุณสิรินราพรรณ ตอบนั้นมีส่วนถูก
แต่ถ้าให้คนธรรมดา ไม่ได้เรียนบาลี ถ้าอ่านตามที่เขาแนะนำจะเร็วขึ้น
เขาเลยแนะนำแบบนั้น

ลองเอาคำอ่านจากเวปนี้มาแนะนำอีกครั้งคือเวป
http://stpserver.stp...i/bud_unit5.htm
ความว่า

ภาษาบาลีในพระพุทธศาสนา

สาระสำคัญ
ภาษาบาลีเป็นภาษาที่ใช้บันทึกหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา รวมทั้งศาสนสุภาษิตต่างๆพุทธศาสนิกชนจึงควรศึกษาบาลีตามควรแก่อัตภาพ เพื่อจะได้เข้าใจพระธรรมคำสั่งสอนโดยถ่องแท้ สามารถนำไปประพฤติได้ถูกต้อง



จุดประสงค์การเรียนรู้

จุดประสงค์ปลายทาง มีความรู้ความเข้าใจในการอ่านภาษาบาลีพุทธศาสนสุภาษิตข้อความน่ารู้ในพระไตรปิกฎและคำศัพท์ทางพระพุทธศาสนา

จุดประสงค์นำทาง

1 อธิบายหลักการอ่านภาษาบาลีและอ่านภาษาบาลีที่เกี่ยวกับคำที่ใช้ในพิธีทำบุญและพุทธศาสนสุภาษิต

2 อธิบายความหมาย และเสนอแนะแนวทางการปฎิบัติตนตามหลักพุทธศาสนสุภาษิตได้

3 บอกประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาพระไตรปิฎกและอธิบายข้อความน่ารู้จากพระไตรปิฎกที่กำหนดให้ได้

4 เขียนและอธิบายความหมายคำศัพท์ทางพระพุทธศาสนาที่กำหนดให้ได้



ภาษาบาลี

ภาษาบาลีเป็นภาษาของชาวแคว้นมคธในประเทศอินเดียโบราณ เรียนว่า ภาษามาคธีพระพุทธเจ้าประดิษฐานพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกในแคว้นมคธ และมีชาวมคธเลื่อมใสอุปสมบทในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก พระภิกษุชาวมคธจึงใช้ภาษามาคธีเผยแพร่ศาสนา รวมทั้งใช้บันทึกคำสอนของพระพุทธศาสษาจนสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ต่อมาไทยเราเรียนว่า ภาษาบาลีซึ่งหมายถึง ภาษาที่รักษาพรธพุทธศาสษาไว้ ( บาลี หรือ ปาลี แปลว่า ผู้รักษา )

หลักการเขียนและอ่านภาษาบาลี

การเขียนภาษาบาลีนั้น ใช้ตัวอักษรเขียนได้หลายภาษา เช่า อักษรเทวนาครี อักษรโรมัน อักษรพม่าอักษรขอม อักษรไทย แต่การออกเสียงยังเป็นภาษาบาลีอยู่

สำหรับการเขียนเป็นภาษาบาลีด้วยอักษรไทยนั้น สามารถเขียนได้ 2 แบบ คือ

การเขียนแบบไทย เขียนพยัญชนะและสระทุกตัวด้วยอักษรไทย รูปสระปรากฏชัดเจนโดยเฉพาะวิสรรชนีย์หรือสระ อะ พยัญชนะที่ไม่มีสระเป็นตัวสะกด ไม่ต้องออกเสียง เช่น สุสสูสัง ละภะเต ปัญญัง

การเขียนแบบบาลี เขียนพยัญชนะและสระทุกตัวด้วยอักษรไทยเช่าเดียวกัน ความแตกต่าง มีดังนี้

1. คำที่มีสระผสมกับพยัญชนะแต่ไม่มีตัวสะกดให้อ่านออกเสียงตามรูปที่ปรากฏ

เอตานิ อ่านว่า เอ – ตา – นิ

โลเก อ่านว่า โล – เก

สาธุ อ่านว่า สา – ทุ

ชานาตุ อ่านว่า ชา – นา – ตุ

2. ไม่ใช้รูปสระ อะ

สระ อะ ในภาษาบาลีเมื่อผสมกับพยัญชนะจะไม่มีรูปปรากฏอยู่ ฉะนั้นพยัญชนะที่ไม่มีรูปสระและสัญลักษณ์อื่นใดผสมอยู่ให้อ่านออกเสียง อะ เช่น

สปริวารานิ อ่านว่า สะ – ปะ – ริ – วา – รา - นิ

โอโณชยาม อ่านว่า โอ – โน – ชะ – ยา – มะ

ยายโต อ่านว่า ยา – ยะ – โต

วิหารทาเน อ่านว่า วิ – หา – ระ – ทา – เน

หิตาย อ่านว่า หิ – ตา – ยะ

3. เครื่องหมายพินทุ (.) อยู่ใต้พยัญชนะตัวใด พยัญชนะตัวนั้นเป็นตัวสะกด เช่น

ปริภุญฺชเต อ่านว่า ปะ – ริ – พุน – ชะ – ตุ

มิยฺ อ่านว่า มิย ( ออกเสียงเป็นมี )

เปยฺ อ่านว่า เปย

ปฏิคฺค อ่านว่า ป – ติก – คะ

หมายเหตุ เนื่องจากสระ อะ ไม่มีรูปปรากฏให้เห็น เมื่อมีพินทุแสดงที่ตัวสะกด จึงออกเสียงเสมือนหนึ่งเปลี่ยนรูปสระ อะ เป็น ไม้หันอากาศ เช่น

อปฺปมตฺตา อ่านว่า อับ – ปะ – มัด – ตา

ตตฺถ อ่านว่า ตัด – ถะ

สงฺฆสฺส อ่านว่า สัง – คัด – สะ

ยกเว้น ถ้าพินทุอยู่ใต้พยัญชนะต้นตัวหน้าถือว่าเป็นอักษรควบ อ่านออกเสียงพยัญชนะตัวที่ผสมอยู่กึ่งหนึ่ง เช่น

ตวา อ่านว่า ตวา

พฺรหฺมา อ่านว่า พรัม – มา

4. นิคหิต () อยู่เหนือพยัญชนะ ออกเสียงมี ง สะกด

สุคตํ อ่านว่า สุ – คะ – ติง

วิสํ อ่านว่า วิ – สุง

หมายเหตุ เนื่องจากสระ อะ ไม่มีรูปปรากฏ ดังนั้น เมื่อใช้นิคหิตบนตัวพยัญชนะที่ไม่มีรูปสระจึงออกเสียงเสมือนเปลี่ยนรูปอะ เป็นไม้หันอากาศ และมี ง สะกด เช่น

อมตํ อ่านว่า อะ – มะ – ตัง ( ตํ = ตะ + ง = ตัง )

ปทํ อ่านว่า ปะ – ทัง ( ทํ = ทะ + ง = ทัง )

ยถารหํ อ่านว่า ยะ – ถา – ระ – หัง ( หํ = หะ + ง = หัง )

มยํ อ่านว่า มะ – ยัง ( ยํ = ยะ + ง = ยัง )
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   ifon ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1135
  • สมัคร: 29/01/2004

ตอบ: 31/01/2007 - 20:16

:09: ขอบคุณค่ะที่ช่วยกันเติมความรู้กันอย่างโอบอ้อมอารี อนุโมทนาด้วยค่ะ :11:
0



#20 ผู้ใช้ออฟไลน์   Dirghayus ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 144
  • สมัคร: 12/01/2007

ตอบ: 31/01/2007 - 20:38

เอยฺย

นี้คือ สระเอ มี ย สะกด หนึ่งตัว และมี ย เป็นตัวตามอีกหนึ่งตัว

ควรอ่านว่า ey -ya (เอ สะกดด้วย ย + ยะ)
ฟังคล้ายๆ เอย์ - ยะ
ในภาษาบาลีไม่มีสระเออ แบบ ชะเอิง เงิง เอย ในภาษาไทยนะคะ
เพียงแต่เวลาถ่ายภาษาบาลีเป็นอักษรไทยแล้วจะนำไปสับสนกับ สระ เออ ที่สะกดด้วย ย

การอ่านนี้เป็นไปตามหลักภาษาบาลีสากลค่ะ
0



#21 ผู้ใช้ออฟไลน์   ส.บุญเกิด ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 97
  • สมัคร: 04/08/2006

ตอบ: 31/01/2007 - 21:12

ถ้าอย่างนั้น บทว่า เสยฺโย ควรอ่านว่าอย่างไร
๑. เสย-โย ออกเสียงเหมือนสระ เออ สะกดด้วย ย เหมือนอย่างในภาษาไทย
๒. ไส - โย
๓. เสะ - โย โดยให้ออกเสียงเป็นเสียงสั้น หรือ เป็นเสียง เอะ ผสมกับ ย ซึ่งเป็นตัวควบกับ ส
แต่ในความคิดของผม ควรออกเสียงแบบข้อ ๓ ครับ เพราะเหตุผลดังนี้
๑. ภาษาบาลี ไม่มีสระเออ สะกดด้วย ย เหมือนอย่างในภาษาไทย แม้สระ ไอ ก็ไม่มี
๒. ยฺ พยัญชนะ ในที่นี้ เป็นพยัญชนสังโยค ดังนั้น สฺ พยัญชนะ ที่ผสมกับสระเอ ตามหลักการออกเสียงทีฆสระที่มีสังโยคอยู่หลัง จะเป็นสระเสียงสั้น ในกรณีนี้ เอ ซึ่งเป็นทีฆสระ อยู่ข้างหน้าพยัญชนะสังโยค คือ ยฺย ย่อมออกเสียงเหมือนรัสสสระ (ข้อนี้อาศัยวุตติในคัมภีร์ปทรูปสิทธิสูตรที่ ๕ "อญฺเญ ทีฆา") และต้องออกเสียงหนัก (ครุ) โดยให้ควบกับ ยฺ พยัญชนะข้างหลัง ตามหลักการออกเสียงครุ เพราะทีฆสระ ที่มีสังโยคอยู่หลัง จัดเป็นอักษรครุ ตามสูตรว่า ทุมฺหิ ครุ และ อญฺเญ ทีฆา
๓. ในกรณีนี้ ผมเทียบกับคำว่า เอตฺถ หรือ เสฏฺโฐ ครับ เพราะท่านให้ออกเสียงเป็นรัสสะว่า เอ็ด - ถะ, เส็ด-โถ ไม่ออกเสียงเป็นทีฆะว่า เอต - ถะ หรือ เสด - โถ

นี้เป็นเพียงความคิดเห็นของผม ผิดพลาดประการใดรบกวนคุณ Dirghayus ช่วยแนะนำด้วยครับ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
0



#22 ผู้ใช้ออฟไลน์   กานต์ ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 13/08/2004

ตอบ: 31/01/2007 - 21:20

:09: ขอบคุณทุกท่านครับ

อนุโมทนาครับ
มรรคผลอยู่ข้างหน้า มองหาแล้วจะพบ
--
จาก พี่ตุลย์ ดังตฤณ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ ๓๓ วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๘

-----------
วิมุตติปฏิปทา :

หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย
ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา
จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น
พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกแสนนาน ...

_/|\_ _/|\_ _/|\_

พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
0



#23 ผู้ใช้ออฟไลน์   Dirghayus ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 144
  • สมัคร: 12/01/2007

ตอบ: 31/01/2007 - 21:34

อ้างอิง (ส.บุญเกิด @ 31 ม.ค. 50 - 21:12)


นี้เป็นเพียงความคิดเห็นของผม ผิดพลาดประการใดรบกวนคุณ Dirghayus ช่วยแนะนำด้วยครับ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
(ส.บุญเกิด @ 31 ม.ค. 50 - 21:12)


ดิฉันเห็นด้วยค่ะ สำหรับการอ่านในข้อ 3 ของคุณ
สระในภาษาบาลีมีเพียง อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ เพียง 8 เสียงเท่านั้น
และสระประสม อย่าง เอ และโอ เมื่อมีตัวสะกด เสียงน่าจะสั้นลงมาหน่อยนะคะ เผอิญเราไม่มีเทียบในกรณีสระ โอ ที่มีตัวสะกด
บางคำ เช่น เมตตา ผู้หลักผู้ใหญ่สมัยโบราณท่านออกเสียงว่า เม็ด-ตา ค่ะ

อีกกรณีหนึ่งที่ดิฉันตั้งข้อสังเกต
คือ ภิยฺโย (เจริญยิ่งกว่า) ออกเสียง ว่า Biy-yo (หลักภาษาบาลีสากล ตัว พ คือเทียบเสียง B ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน) ออกเสียง พิยฺ-โย

ส่วนมากบางท่านออกเสียง พิน -โย แล้วเลยนำมาเขียนในภาษาไทยว่า ภิญฺโญ


โถ กรรมของดิฉัน
ดิฉันเป็นเพียงเด็กที่เรียนภาษาบาลีมานิดหน่อยเท่านั้น จะให้ดิฉันแนะนำกระไรได้อย่างเช่นท่านอีกหลายท่านผู้เชี่ยวชาญภาษาบาลี

ที่ดิฉันแสดงนี้เป็นเพียงข้อสังเกตตามหลักที่ได้ยินได้รู้จากคณาจารย์หลายๆ ท่าน ทั้งอาจารย์ชาวไทยและอาจารย์ชาวต่างประเทศบางท่าน

แนะนำกันไป เรียนรู้กันไป ดังสุภาษิตภาษาสันสกฤตบทหนึ่งว่า
"บุคคลพึงเรียนรู้วิทยาให้บริบูรณ์จาก 4 แหล่ง
จากครู 1
จากเพื่อนร่วมชั้น 1
จากการเรียนรู้ด้วยตนเอง 1
จากบุคคลและสถานการณ์ทั่วไปที่พบเห็น 1"
0



#24 ผู้ใช้ออฟไลน์   สิรินราพรรณ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 10
  • สมัคร: 26/01/2006

ตอบ: 31/01/2007 - 22:36

ขออ้างอิง ข้อนี้ค่ะ
----------------------------------------------
2. ไม่ใช้รูปสระ อะ

สระ อะ ในภาษาบาลีเมื่อผสมกับพยัญชนะจะไม่มีรูปปรากฏอยู่ ฉะนั้นพยัญชนะที่ไม่มีรูปสระและสัญลักษณ์อื่นใดผสมอยู่ให้อ่านออกเสียง อะ เช่น

สปริวารานิ อ่านว่า สะ – ปะ – ริ – วา – รา - นิ

โอโณชยาม อ่านว่า โอ – โน – ชะ – ยา – มะ

ยายโต อ่านว่า ยา – ยะ – โต

วิหารทาเน อ่านว่า วิ – หา – ระ – ทา – เน

หิตาย อ่านว่า หิ – ตา – ยะ
----------------------------------------------

......... เท่าที่ดิฉันได้ศึกษามานะค่ะ (เรียนจากคนอื่นบ้าง และเรียนด้วยตนเองด้วยโปรแกรมบาลี)

ที่บอกว่า สระ อะ ในภาษาบาลีเมื่อผสมพยัญชนะจะไม่มีรูปปรากฏ ดิฉันคิดว่า เราเข้าใจคลาดเคลื่อนนะค่ะ เพราะจริง ๆ แล้ว มันมีรูปซ่อนอยู่ในพยัญชนะ ขอเรียนความเข้าใจว่า

การเขียนพยัญชนะมี ๒ แบบ ค่ะ

๑. เขียนแบบพยัญชนะล้วน ๆ ไม่มีสระเป็นที่อาศัย จะต้องเขียนแบบนี้ค่ะ
กฺ ขฺ คฺ ฆฺ งฺ จฺ ฉฺ ชฺ ฌฺ ญฺ ฯลฯ
เมื่อเขียนแบบนี้ ไม่มีสระเป็นที่อาศัย พยัญชนะจึงออกเสียงไม่ได้ค่ะ

๒. เขียนแบบมีสระเป็นที่อาศัย จะต้องเขียนแบบนี้ค่ะ
ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ฌ ฯลฯ (ในที่นี้ คือ กฺ+อ เป็น ก) เห็นไหมค่ะ ว่ามีสระ อ อยู่ค่ะ ไม่ได้หายไปไหนเลย เพียงแต่จมเข้าไปในพยัญชนะ ทำพยัญชนะให้ออกเสียงได้

การเขียนสระก็มี ๒ แบบ ค่ะ (เหมือนข้อความที่ดิฉันอธิบายแล้วข้างบน)

๑. เขียนแบบสระลอย ในภาษาไทย จะปรากฏว่า มี อ อยู่ด้วยเสมอ เช่น
อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ

๒. เขียนแบบสระจม (คือจมเข้าไปในพยัญชนะ เช่น
ก กา กิ กี กุ กู เก โก (ในที่นี้ เราจะไม่เป็น อ อยู่ด้วยเลย)
0



#25 ผู้ใช้ออฟไลน์   Dirghayus ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 144
  • สมัคร: 12/01/2007

ตอบ: 31/01/2007 - 22:40

สาธุค่ะ การอธิบายของคุณสิรินราพรรณ แจ่มแจ้งดีแล้วค่ะ

ขอเพิ่มเติม ค่ะ ถ้าใครทราบระบบการเขียนภาษาบาลีด้วยอักษรโรมันจะทราบถึงคำอธิบายนี้ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
0



#26 ผู้ใช้ออฟไลน์   สิรินราพรรณ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 10
  • สมัคร: 26/01/2006

ตอบ: 31/01/2007 - 23:18

ขออธิบายการอ่านควบ อ่านกล้ำในภาษาบาลีอีกนิดค่ะ

การออกเสียงพยัญชนะ(ที่ผสมกับสระแล้ว) ไม่อ่านกล้ำ (หรือที่กระทู้ข้างบนบอกว่า อ่านควบนั่นแหละค่ะ) การไม่อ่านกล้ำใช้ในกรณี ๔ อย่าง คือ

๑. พยัญชนะสังโยคเป็นวรรคเดียวกัน เช่น อกฺก (อ่านว่า อัก-กะ) อกฺข (อ่านว่า อัก-ขะ)
๒. พยัญชนะสังโยคเป็นอวรรคเหมือนกัน เช่น อยฺย (อ่านว่า อัย-ยะ)
๓. พยัญชนะสังโยคมีวรรคต่างกัน เช่น ภนฺช (อ่านว่า ภัน-ชะ) (ภนฺช ธาตุ นะค่ะ)
๔. พยัญชนะสังโยคมี ห อักษรอยู่ท้าย เช่น อสุมฺห (อ่านว่า อะสุม - หะ)

การออกเสียงพยัญชนะ(ที่ผสมกับสระแล้ว) อ่านกล้ำกันได้ จะมีลักษณะ คือ

๑. มี ย ร ว อักษรอยู่ข้างหลัง เช่น

กลฺยาเณ (อ่านว่า กัน-ล-ยา-เน) ลฺ มี ย อยู่หลัง ให้ออกเสียงได้กึ่งมาตราเท่านั้นค่ะ ไม่
ออก อะ เต็มเสียงเนื่องจากไม่มีสระเป็นที่อาศัย และให้อ่านกล้ำกับพยัญชนะตัวหลัง

จิตฺร (อ่านว่า จิด-ต-ระ) ตฺ มี ร อยู่หลัง ให้ออกเสียงได้กึ่งมาตรา ไม่ออก อะ เต็มเสียง เนื่อง
จากไม่มีสระเป็นที่อาศัย และให้อ่านกล้ำกับพยัญชนะตัวหลัง

กตฺวา (อ่านว่า กัด-ต-วา) ตฺ มี ว อยู่หลัง ให้ออกเสียงได้กึ่งมาตรา ไม่ออก อะ เต็มเสียง เนื่อง
จากไม่มีสระเป็นที่อาศัย และให้อ่านกล้ำกับพยัญชนะตัวหลัง

ไว้วันหลังจะสาธยาย ต่อค่ะ
0



#27 ผู้ใช้ออฟไลน์   สิรินราพรรณ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 10
  • สมัคร: 26/01/2006

ตอบ: 31/01/2007 - 23:48

ขอเพิ่มเติมการอ่านออกเสียง เอ, โอ ที่อยู่หน้าสังโยค ค่ะ

ดิฉันสนับสนุนการอ่านแบบที่ ๓ ตามที่อาจารย์ ส. บุญเกิดเสนอค่ะ เพราะเท่าที่ศึกษามามีเหตุผล ดังนี้ค่ะ

๑. สระ เอ, โอ จัดเป็นสังยุตตะสระ คือ สระทีเกิดจากการอ่านผสมเสียง คือ
เอ เกิดจาก ๒ ฐาน คือ การออกเสียงจากฐาน คอ ร่วมกับเสียงที่เพดาน (อ+อิ)
(ตรงนี้ดิฉันเข้าใจว่า การอ่าน เอ คือ การออกเสียง อ กับ อิ ผสมกันนั่นเอง)
โอ เกิดจาก ๒ ฐาน คือ การออกเสียงจากฐาน คอ ร่วมกับเสียงที่ริมฝีปาก (อ+อุ)
(ตรงนี้ ดิฉันเข้าใจว่า การอ่าน โอ คือ การออกเสียง อ กับ อุ ผสมกันนั่นเอง)

ขอเพิ่มเติมความรู้สันสกฤต ค่ะ
การออกเสียงผสมกันแบบนี้ ในคัมภีร์ไวยากรณ์สารสวตะ และ คัมภีร์กลาปะ เรียกสระ ผสมเหล่านี้ว่า สันธยักขระ (หมายถึง อักษรที่เกิดจากการสนธิหรือรวมเสียงกันของอักษรอื่น ๆ การสนธิสระหมายถึงสระ ๔ เสียงอันได้แก่ เอ ไอ โอ เอา หมายความว่า เอ เป็นเสียงผสม อ+อิ, ไอ เป็นเสียงผสม อ+เอ, โอ เป็นเสียงผสมของ อ+อุ, เอา เป็นเสียงผสมของ อ+โอ) จากคัมภีร์กลาปปัญชิกา สนธิกัณฑ์ สูตรที่ ๘

ถึงตรงนี้ บางท่านอาจจะสงสัยว่า เมื่อ เอ คือ การรวมสระ อ+อิ เข้าด้วยกัน จะนับว่า เอ มีสระกี่ตัว หรือ โอ คือ การรวมสระ อ+อุ เข้าด้วยกัน จะนับว่า โอ มีสระกี่ตัว

ขอตอบว่า เมื่อเป็นการรวมเสียง ๒ เสียงให้เป็นเสียงเดียวกัน โดยไม่เห็นความต่างกัน จึงได้กลายมาเป็นเสียงเดียวกัน คือ เอ กับ โอ ในคัมภีร์ของสันสกฤตกล่าวไว้ว่า แม้จะเป็นการรวมสระ ๒ ตัวเข้าด้วยกัน แต่ก็ถือว่า เป็นสระเดียวกัน (สนฺธยกฺขรานิ สมฺผุฏฺฐวณฺณานิ เอกวณฺณสฺส อิว วุตฺติ คัมภีร์อัตถัพพเวทสาขาปกรณ์) ดังนั้น เอ คือ สระ ๑ ตัว โอ คือ สระ ๑ ตัว

๒. เอ โอ (แม้โดยฐานเดิม คือ สระเสียงสั้นผสมกัน คือ อ+อิ เป็น เอ, อ+อุ เป็น โอ) แต่ก็ให้ออกเสียงเป็นทีฆะ คือ ออกเสียงยาว แต่ เอ, โอ สองตัวนี้ ท่านกล่าว่า ให้ออกเสียงเป็นเหมือนรัสสะ ได้ในบางแห่ง ในคัมภีร์ปทรูปสิทธิ อธิบายสูตรที่ ๕ ไว้ว่า กฺวจิ สํโยคปุพฺพา เอกาโรการา รสฺสา อิว วุจฺจนฺเต "ในบางแห่ง เอ, โอ อักษรที่อยู่ข้างหน้าพยัญชนะสังโยค ย่อมออกเสียงเหมือนรัสสะ"

และในคัมภีร์สัททนีติสุตตมาลา สูตรที่ ๒๒ ก็สนับสนุนแนวคิดของคัมภีร์กัจจายนะ และปทรูปสิทธิ ว่า กฺวจิ สญฺโญคปุพฺพา เอกาโรการา รสฺสาว วตฺตพฺพา "บางแห่ง เอ, โอ อักษรที่อยู่ข้างหน้าพยัญชนะสังโยค พึงออกเสียงเหมือนรัสสะ

สิ่งที่ควรเข้าใจต่อค่ะ
คำว่า พยัญชนะสังโยคคือ อะไร ?
พยัญชนะสังโยค คือ การเขียนพยัญชนะโดยไม่มีสระมาคั่นในระหว่าง (สรานนฺตริตานิ พฺยญฺชนานิ) เช่น เสยฺโย (กระจายอักษร ได้คือ สฺ เอ ยฺยฺ โอ) ในที่นี้ เราจะเห็นว่า ยฺยฺ เรียกว่า สังโยค เพราะไม่มีสระมาคั่นกลางเลย เอ ตรงนี้แหละค่ะ เรียกว่า สํโยคปุพฺพา คือ เอ อยู่หน้าสังโยค ให้อ่านออกเสียงเป็นเหมือนรัสสะ

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า เอ ถ้าออกเสียงเป็นรัสสะ จะอ่านอย่างไร
0



#28 ผู้ใช้ออฟไลน์   ส.บุญเกิด ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 97
  • สมัคร: 04/08/2006

ตอบ: 01/02/2007 - 11:49

อ้างอิง (สิรินราพรรณ @ 31 ม.ค. 50 - 23:48)
ดิฉันสนับสนุนการอ่านแบบที่ ๓ ตามที่อาจารย์ ส. บุญเกิดเสนอค่ะ  เพราะเท่าที่ศึกษามามีเหตุผล ดังนี้ค่ะ




แหม เขินจัง กับคำว่า อาจารย์ ความจริง ผมมีความรุ้ทางภาษาบาลีนิดหน่อยเองครับ ประมาณว่า สปฺปมจฺฉา เท่านั้น ประสบการณ์ทางการศึกษาก็มีไม่มาก เรียกว่า มณฺฑูกวาลธิ
ความรู้ยังน้อยกว่า คุณ สิรินราพรรณ มาก ยังต้องการคำแนะนำอีกแยะ อย่างไรเสีย ต้องพึ่งความรู้ของคุณ สิรินราพรรณ ด้วยครับ

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย ส.บุญเกิด: 01/02/2007 - 11:50

0



#29 ผู้ใช้ออฟไลน์   chanin ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 92
  • สมัคร: 19/07/2005

ตอบ: 01/02/2007 - 21:25

เรียนถามคุณสิรินราพรรณ หน่อยครับ
คำว่า อาสาฬหบูชา นั้น

สมัยก่อน อ่านว่า อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา
สมัยนี้ อ่านว่า อา-สาน-หะ-บู-ชา

ตามหลักบาลีไวยากรณ์ ต้องอ่านว่าอย่างไรครับ
อ้างหลักให้เข้าใจหน่อย ครับ
0



#30 ผู้ใช้ออฟไลน์   สิรินราพรรณ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 10
  • สมัคร: 26/01/2006

ตอบ: 02/02/2007 - 00:51

ขออธิบายตามลำดับขั้นตอนของฐานอักษรดังนี้ค่ะ

๑. ห อักษรปกติ อ่านออกเสียงจากฐาน คอ แต่เมื่อใดก็ตามผสมอยู่กับอักษร คือ งฺ ญฺ ณฺ นฺ มฺ และ ยฺ รฺ ลฺ วฺ เมื่อนั้น จะต้องอ่าน ห ให้มีฐานเกิดจากอก ตามที่คัมภีร์ปทรูปสิทธิปกรณ์ (ฉบับวัดท่ามะโอ หน้า ๓) อ้างไว้ว่า

หการํ ปญฺจเมเหว อนฺตฏฺฐาหิ จ สํยุตํ
โอรสนฺติ วทนฺเตตฺถ กณฺฐชํ ตทสํยุตํ

แปลว่า

บรรดาอักษรอักษรเหล่านั้น อาจารย์ไวยากรณ์ทั้งหลาย
กล่าวว่า ห อักษรที่ประกอบด้วยอักษรที่ ๕ (ของวรรค)
คือ งฺ ญฺ ณฺ นฺ มฺ และ ยฺ รฺ ลฺ วฺ อันตั้งอยู่ในที่สุดของวรรค
ทั้ง ๕ เป็นอักษรที่เกิดจากอุรุฐาน (คือฐานอก) กล่าว ห
อักษรที่ไม่ประกอบด้วยอักษรเหล่านั้น (ห ล้วนๆ ) ว่าเกิด
ในกัณฐฐาน (ฐานคอ)

หมายเหตุ คาถานี้ อาจารย์พุทธัปปิยะ ผู้รจนาคัมภีร์ได้แนวการอธิบายการออกเสียง ห มาจากคัมภีร์สันสกฤต คือ คัมภีร์ปาณินียสิกขา เป็นต้น

การอ่าน ห จึงมี ๒ แบบ คือ

แบบที่ ๑ แบบที่เป็นปกติฐาน (คือ ฐานเกิดของ ห คือที่คอ) เช่น ปญฺจหิ อ่านว่า ปัน - จะ - หิ
แบบที่ ๒ แบบที่ผสมกับอักษร คือ งฺ ญฺ ณฺ นฺ มฺ และ ยฺ รฺ ลฺ วฺ เช่น
ปญฺหา ให้อ่านว่า ปัน - ฮา (คือ หา ในที่นี้ ให้ออกเสียงมีต้นลมที่ อก จึงออกมา
เป็น ฮา)
ตุณฺหี ให้อ่านว่า ตุน-ฮี (คือ หี ในที่นี้ให้ออกเสียงมีต้นลมที่ อก จึงออกมาเป็น ฮี)


๒. ฬ อักษร ในคัมภีร์ปทรูปสิทธิปกรณ์ (วัดท่ามะโอ หน้า ๒๗) แสดงไว้ว่า ลฬานมวิเสโส แปลว่า ระหว่าง ล กับ ฬ ไม่มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ฬ จึงมีฐานะเทียบเท่า ล คือ เมื่อ ห ผสมกับ ฬ (ฬฺห) จึงให้ออกเสียง ห ออกมาจาก อก (แน่นอน)

๓. ประเด็นการอ่านกล้ำรึไม่กล้ำ ควรอ่านว่า อา-สาน-ละ-ฮะ หรือ อา - สาน - ฮะ
ต้องขอทบทวนการอ่านกล้ำที่หนูเคยอธิบายค่ะ

การอ่านกล้ำใช้ได้ในกรณีที่มี ย ร ว อยู่ข้างหลัง เช่น

กลฺยาเณ (อ่านว่า กัน-ล-ยา-เน) ลฺ มี ย อยู่หลัง ให้ออกเสียงได้กึ่งมาตราเท่านั้นค่ะ ไม่
ออก อะ เต็มเสียงเนื่องจากไม่มีสระเป็นที่อาศัย และให้อ่านกล้ำกับพยัญชนะตัวหลัง

จิตฺร (อ่านว่า จิด-ต-ระ) ตฺ มี ร อยู่หลัง ให้ออกเสียงได้กึ่งมาตรา ไม่ออก อะ เต็มเสียง เนื่อง
จากไม่มีสระเป็นที่อาศัย และให้อ่านกล้ำกับพยัญชนะตัวหลัง

กตฺวา (อ่านว่า กัด-ต-วา) ตฺ มี ว อยู่หลัง ให้ออกเสียงได้กึ่งมาตรา ไม่ออก อะ เต็มเสียง เนื่อง
จากไม่มีสระเป็นที่อาศัย และให้ออกเสียงกล้ำกับพยัญชนะตัวหลัง

อ้อ .......... เท่าที่พบมีเพิ่มอีกตัว คือ ที่ให้อ่านกล้ำได้ คือ มี สฺ อยู่หลัง ก็ให้อ่านกล้ำได้ค่ะ เช่น
อสฺมิ อ่านว่า อัด สะ มิ (ไม่อ่านว่า อัด - มิ)
ตสฺมา อ่านว่า ตัด สะ มา (ไม่อ่านว่า ตัด -มา)

และมีข้อสังเกตอีกว่า ย ร ว และ ส ที่บอกว่า อยู่ท้ายให้อ่านกล้ำได้นี้ สระเสียงหน้า จะเป็นรัสสะด้วยค่ะ คือ กลฺยาณ, จิตฺร, กตฺวา, อสฺมิ, ตสฺมา ที่ยกตัวอย่างนี้ เสียงหน้าเป็นรัสสะทั้งนั้นเลย

ดังนั้น อาสาฬฺห ไม่มี ย ร ว ส อยู่หลัง ทั้งไม่ใช่เสียงสระรัสสะอยู่หน้า
คงไม่ต้องบอกนะค่ะ ควรจะอ่านว่าอย่างไร

หากข้อมูลนี้ คลาดเคลื่อน กราบขออภัยท่านผู้รู้ชี้แนะด้วยค่ะ
0



#31 ผู้ใช้ออฟไลน์   สิริธิติ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 7
  • สมัคร: 20/12/2006

ตอบ: 06/02/2007 - 16:10

หลักสูตรภาษาบาลีชั้นต้นสำหรับผู้เริ่มเรียน
---------------
สถาบันพัฒนาการศึกษาตามแนวพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก ร่วมกับ ศูนย์อโศก เซ็นเตอร์ (Asoka Centre) เปิดหลักสูตรภาษาบาลีชั้นต้นสำหรับประชาชนทั่วไปเข้าศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเผยแผ่คำสอนทางพุทธศาสนา เพื่อให้ผู้สนใจหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาอยู่แล้วได้ศึกษาภาษาบาลีเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความเข้าใจภาษาบาลี-สันสกฤตที่เป็นรากฐานสำคัญของภาษาไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยอันมีภาษาบาลีเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย
ลักษณะการเรียนการสอน
เน้นผู้เรียนเป็นหลัก มุ่งความเข้าใจเรื่องหลักภาษาและคำสอนทางพุทธศาสนามากกว่าการเรียนเพื่อสอบสนามหลวงแบบพระสงฆ์ โดยการสอดแทรกหลักธรรม และความเป็นมาครั้งพุทธกาล หรือ ชาดก ธรรมบท สุภาษิต บทสวดมนต์ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น การแปลชื่อบุคคลหรือสถานที่ต่างๆที่ใช้ในภาษาไทยเพื่อให้ได้ความหมายที่แท้จริง เน้นความเข้าใจง่าย ตอบคำถามได้ทุกประเด็น การประกอบรูปหรือคำที่เป็นระบบระเบียบไม่สลับซับซ้อน ไม่เน้นการจดจำมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ผู้เรียนเบื่อหน่าย หรือท้อถอย
กำหนดการรับสมัคร และเปิดเรียน
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
เปิดภาคเรียนที่ 1 วันที่ 21 มกราคม – 1 กรกฎาคม 2550 รวม 24 สัปดาห์
เปิดภาคเรียนที่ 2 วันที่ 15 กรกฎาคม – 23 ธันวาคม 2550 รวม 24 สัปดาห์
เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ 13.00 – 15.00 น.
สถานที่รับสมัคร
สมัครด้วยตนเองที่.-
มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก 616 ในอุทยานเบญจสิริ สุขุมวิท 24 คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทร 086-626-8686,02-258-0369-73. โทรสาร. 02-258-0372.

สถานที่เรียน
อาคารลุมพินี เพลส วอเตอร์ คลิฟ ถ.สาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

สอบถามข้อมูลหรือดูรายละเอียดหลักสูตรได้ที่
โทร. 086-626-8686,02-258-0369-73. โทรสาร. 02-258-0372 www.wb-university.org
E-Mail: moghapurisa@hotmail.com
0



#32 ผู้ใช้ออฟไลน์   กานต์ ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 13/08/2004

ตอบ: 10/02/2007 - 11:19

ขอบคุณทุกท่านครับ ได้ความรู้มากๆ
มรรคผลอยู่ข้างหน้า มองหาแล้วจะพบ
--
จาก พี่ตุลย์ ดังตฤณ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ ๓๓ วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๘

-----------
วิมุตติปฏิปทา :

หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย
ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา
จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น
พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกแสนนาน ...

_/|\_ _/|\_ _/|\_

พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
0



#33 ผู้ใช้ออฟไลน์   rattanaPY ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: รอยืนยันทางเมล์
  • ตอบ: 167
  • สมัคร: 15/09/2004

ตอบ: 15/02/2007 - 17:29

ลองดูเว็บนี้อีกที่ครับ อธิบายได้ดีมาก เริ่มที่หน้านี้ก่อนดีกว่า

ปาลินารี...ลานภาษาสวรรค์ของคนธรรมดา
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ