ลานธรรมเสวนา: มักลีผล - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

มักลีผล ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นของจริง ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 03/01/2007 - 17:07

เมื่อวันที่ 2 มค ที่ผ่านมา ไปไหว้พระสวดมนต์ที่วัดแห่งหนึ่งใน กทมนี่แหละ
ได้เห็นของที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น นั่นคือ มักลีผล มีอยู่หลายผล ประมาณ 6-7 ผล
แต่ละผลแห้งเหี่ยวหมดแล้ว ตั้งโชว์ในตู้กระจก เห็นครั้งแรกนึกว่าทางวัดขุดเจอตุ๊กตาโบราณ ที่แกะสลักจากไม้ เพราะผิวเหมือนไม้แห้งๆ แต่แปลกตรงที่ส่วนศรีษะมีขั้วเหมือนขั้วมะเขือติดอยู่ ลักษณะยืนตรงแขนเหยียดตรงแนบลำตัว เหมือนเรายืนเคารพธงชาติ สังเกตุว่านิ้วทั้งสีคือ นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย ยาวเท่ากันหมด หน้าตาเหมือนคนทุกส่วน สรุปว่าเหมือตุ๊กตาแกะสลักจากไม้นั่นเอง ก้มๆเงยพิจารณาอยู่ด้วยความ สงกะสัยเป็นกำลัง ก้อมีท่านผู้รู้ท่านหนึ่งเข้ามาถามว่าอยากรู้มั้ยนี่คืออะไร (นึกในใจโธ่...ถามได้) อยากรู้คะ อยากรู้มากๆ เป็นอะไรคะ

ท่านก็ตอบมาว่า นี่คือมักลีผล หรือนารีผล ทั่นยายฟังแล้วรีบถามกลับทันที นี่ของจริงหรือหรือว่าแกะสลักจากไม้คะ ท่านก็ตอบว่า ของจริงสิ คนที่ได้มาน่ะเป็นผู้ปฏิบัติธรรม วันหนึ่งท่านผู้นั้นเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง แล้วให้บังเอิญทะลุออกไปในที่แห่งหนึ่ง ก็ไปเจอต้นนารีผลขึ้นอยู่หลายต้น ใต้ต้นมีผลที่แห้งแล้วตกอยู่หลายผลจึงเก็บกลับมาด้วย แต่ไม่กล้าเก็บไว้เองจึงนำมาถวายให้กับวัดเพื่อให้ประชาชนได้มาชมเป็นบุญตา

ท่านผู้รู้ขยายความเพิ่มเติมว่า ต้นนารีผลจะออกดอกทุก 7วัน แล้วติดผลเป็นรูปหญิงสาวจะโตอย่างรวดเร็ว โตเต็มที่ผลมีขนาด เด็กอายุ 13-15 ปี รูปลักษณ์ภายนอกมีอวัยวะของมนุษย์ครบถ้วน แถมร้องเพลงได้ด้วยนะ เมื่อสุกจะมีกลิ่นหอมมากเทพที่ยังมีกิเลสได้กลิ่นจะมาเชยชม หลังจากนั้นผลจะค่อยๆเหี่ยวลงและมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จนเหลือความสูงแค่คืบเดียว ต้นมักลีผลจะมีอายุ 5000ปี แล้วจะตายลง เป็นต้นไม้ที่เกิดจากการเนรมิตของเทพเทวา ท่านผู้รู้ท่านว่ามาอย่างนี้ ทั่นยายก็นำมาเล่าต่อ

แต่สิ่งที่สงสัยอยู่แล้วท่านผู้รู้ตอบไม่ได้คือ มักลีผลมีเพศผู้ชายด้วยเหรอ เพราะเห็นกับตาว่ามีเพศชายชัดเจนอ่ะ ก้อเท่าที่รู้มาเห็นว่ามีแต่เพศหญิงนี่นา หรือใครรู้ช่วยชี้แจงแถลงไขให้ทั่นยายประเทืองปัญญา ขึ้นด้วยเถอะค่ะ ขอถามอีกนิดเป็นไปได้มั้ยที่ต้นมักลีผลจะขึ้นอยู่บนโลกมนุษย์เรา
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   Jakaphant ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 190
  • สมัคร: 16/10/2006

ตอบ: 03/01/2007 - 20:33

:09: สวัสดีครับ

ผมเองก็เคยดูรายการทางโทรทัศน์เมื่อนานมาแล้ว โดยเค้าเอาไปสแกนดูโครงสร้างภายใน

ก็พบว่าเป็นพืชตระกูลกุหลาบ ส่วนเรื่องรูปร่างมันเหมือนคนมากก็จริง แต่ผมว่าคงคล้าย ๆ กรณีเป็น "การกลายพันธุ์อย่างสมบูรณ์" มากกว่า

เหมือนกับพืชหลาย ๆ ชนิดที่มักมีการกลายพันธุ์ เป็นอะไรแปลก ๆ เช่นใบมะพร้าวที่หงิกงอคล้ายหัวพญานาค,มะละกอที่เป็นสีเหลืองทองอร่ามทั้งต้น หรือเห็ดประหลาด ๆ ที่คล้ายหัวคน นิ้วคน จนทำให้มีการแทงเลข แทงหวย กันยกใหญ่ :08:

ยังไงซะผมก็ไม่ได้ลบหลู่นะครับ แต่อยากจะมองว่าเป็นเพียง "ต้นไม้" ชนิดหนึ่งมากกว่า :08: แถมพอได้ยิน "เรื่องเล่า" ว่าลำต้นมันมีอายุยืนถึง 5000 ปี ผมก็ :20: อืม~ ก็....นะ :08:

ตำนานก็คือตำนานน่ะครับ อย่าไปจริงจังมากเลย :10:

เพราะแม้แต่เรื่อง "ช้างน้ำ" กลายเป็น "ช้างน้อย" ก็ยังเคยมีมาแล้ว :10:
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   นายนก ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกผู้อ่านอย่างเดียว
  • ตอบ: 585
  • สมัคร: 05/03/2004

ตอบ: 03/01/2007 - 20:47

อืม ..ช้างน้ำ ไงถึงกลายเป็น ช้างน้อย :14: (น่าคิด)

แต่ก็แปลกที่ คนชอบแบก ..ถึงขนาดมีผู้เรียกว่า "อี...ช้างน้ำ" (ขออภัยเล่นคำตรง..หากไม่สุภาพ)

พอมีผู้อยู่บนเวที ...กลายเป็นประกวด"ช้างน้อย" :01:

ตกลง ก็ยังมีผู้แบกทั้งช้างน้ำและช้างน้อย

แล้วจะมีใครวิ่งหนีช้างมั่งไหมเนี่ย

...มหา ชอบวิ่งหนีช้าง (กลัวช้างทับ ..ช้างไหน ๆ ก็ไม่แบกและกลัวการแบกช้างเป็นที่สุด)

ปล. เพียงขันธ์ ๕ ของตนยังหนัก แบกเข้าไปอีก (คูณ ๕ เข้าไป) ไม่รู้จะแบกกี่ขันธ์ ..เลยกลัวขันธ์ทับ...หนัก ทิ้ง...กัน แล้ววิ่งหนี (ทุกขักขันธ์ กองทุกข์) ดีไหม?

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย นายนก: 03/01/2007 - 20:58

0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   ใบโพธิ์ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 181
  • สมัคร: 11/09/2006

ตอบ: 05/01/2007 - 12:08

ทั่นยายคะ อยากไปดูด้วยคน ช่วยบอกทีค่ะ ชื่อวัดอะไร อยุ่ที่ไหนคะ
ขอบคุณมากค่ะ
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 05/01/2007 - 16:45

ไปดูได้ที่วัดปทุมวนาราม ติดกับสยามพารากอนค่ะ

ตู้มักลีผลตั้งแสดงอยู่ที่ ศาลาพระราชศรัทธาค่ะ

ตอนนี้ก็มีพระบรมสารีริกธาตุข้อพระหัตถ์

มาให้กราบไหว้บูชาด้วยค่ะ

:09: :09: :09:
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   ใบโพธิ์ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 181
  • สมัคร: 11/09/2006

ตอบ: 18/01/2007 - 14:37

ได้ไปชมมาแล้วค่ะ แต่ก็ยังสงสัย ตามประสาคนช่างสงสัย ว่าทำขึ้นหรือเปล่า ไม่ได้ลบหลู่นะคะ เพียงแต่มองเป็นเชิงสันนิษฐาน ใครว่างลองไปชมนะคะ แล้วมาแชร์ความคิดเห็นกันได้ ไปวัดทั้งทีก็ได้ไปทำบุญด้วยนะคะ อิ่มใจทั้งวันเลยค่ะ
ขอบคุณทั่นยายมากค่ะที่แนะนำสิ่งดีๆให้
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 18/01/2007 - 15:30

อนุโมทนาด้วยค่ะ คุณ ใบโพธิ์ ที่เข้าวัดแล้วมีความสุข
นี่แหละเข้าถึงว่า วัดให้ความสุขร่มเย็นกับเราเสมอ

สำหรับเรื่องมักลีผลที่เห็นทั่นยายก็ พิจารณาอยู่นานเช่นกันค่ะ
เพราะมีหลายสิ่งที่ ดูแปลๆชอบกลอยู่ แต่หากคิดว่าไม่ใช่ของจริงก็คิดว่าเป็นแบบจำลองให้ได้ชมกันก็ได้ค่ะ หรือหากจะคิดว่าของจริงก็ถือว่าเป็นวาสนาของเราที่ ได้ชื่นชม
ของแบบนี้หาข้อพิสูจน์ยาก ขึ้นอยู่กับตัวเราค่ะ

ตอนนี้ทั่นยายก็พยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้อยู่ ค่ะ

เพราะทั่นยายสนใจเรื่อง พญานาค กับ นารีผล มานานแล้ว ก็หาข้อมูลไปเรื่อยๆ
แต่โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่า มีอยู่จริงทั้งสองสิ่งค่ะ แต่วาสนาเราไม่ถึง จึงไม่ได้สัมผัสพวกเขา เถอะ สักวันหนึ่ง เราต้องได้สัมผัสพวกเขาได้แน่นอนค่ะ
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   ake ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1983
  • สมัคร: 05/02/2004

ตอบ: 18/01/2007 - 21:27

:20:
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 19/01/2007 - 09:13

เอาข้อมูลเพิมเติมมาฝากให้อ่านกันเล่นๆค่ะ

ฮือฮา"นารีผล"โผล่ในวัดประจวบฯ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดถ้ำคีรีวงศ์
หมู่ที่ 1 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์
เป็นวัดที่มีถ้ำหินปูนอันสวยงามและพระพุทธรูปปางไสยาสน์ปูนปั้นขนาด 3.50 เมตร
เพื่อพิสูจน์ผลไม้ทางวรรณคดี ซึ่งออกลูกเป็นผลลักษณะรูปทรงคล้ายผู้หญิง
เรียกนารีผล หรือมักกะลีผล เป็นของพระลูกวัด ฉายาพระวัชรินทร์ ชินวโร
ซึ่งก็เป็นไปตามคาดสมคำเล่าลือ สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้พบเห็นเป็นอันมาก
โดยมีชาวบ้านทยอยกันเดินทางไปขอชมและอธิษฐานขอพรไม่ขาดระยะ

พระวัชรินทร์ ชินวโร พระลูกวัดถ้ำคีรีวงศ์ กล่าวว่า ได้บวชอยู่ที่วัดถ้ำคีรีวงศ์ประมาณ 6 พรรษา
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2547 ได้มีชายหญิงคู่หนึ่งได้เดินทางจากกรุงเทพฯ นำมักกะลีผล
หรือนารีผล จำนวน 3 ผล ซึ่งมีลักษณะคล้ายผู้ชาย มองเห็นเหมือนอวัยวะเพศได้อย่างชัดเจน 1 ผล
และลักษณะคล้ายเพศหญิง ซึ่งมีอวัยวะเพศคล้ายเพศหญิงครบทุกส่วน 2 ผล


นำมาให้ตนปลูกเสก เพื่อให้ค้าขายดี จึงได้ถามชายหญิงคู่นั้นว่านำผลนารีผล
หรือมักกะลีผลทั้ง 3 ผลมาจากไหน ได้รับการบอกเล่าว่า ได้มาจากพระธุดงค์
ซึ่งพระรูปนั้นเข้าไปธุดงค์ในประเทศพม่าและได้นำกลับออกมา และหญิงชายคู่ดังกล่าวได้พบ
เข้าจึงขอต่อพระธุดงค์และท่านได้มอบให้ โดยระบุว่าจะต้องหาวัดที่เก่าแก่มีความศักดิ์สิทธิ์
ทำการปลุกเสกเพื่อจะได้ขลังและนำไปบูชาเพื่อทำการค้าขายดี

พระวัชรินทร์กล่าวอีกว่า หญิงชายเจ้าของมักกะลีผล
จึงได้นำมาปลุกเสกที่วัดถ้ำคีรีวงศ์ทั้ง 3 ผลจนครบกำหนด โดยไม่ได้บอกกล่าว
ให้ญาติโยมรับรู้เกรงจะแตกตื่น ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2547 ชายหญิงคู่นั้นก็มารับนารีผล
หรือมักกะลีผลกลับไปและมอบให้ตนไว้เพียง 1 ผล

เป็นผลลักษณะคล้ายผู้หญิง ต่อมาได้มีชาวบ้านทราบเรื่องแห่มาขอชมนารีผล
หรือมักกะลีผลลักษณะคล้ายผู้หญิงเป็นจำนวนมาก และพอได้มาจับลูบคลำต่างบอกว่าเป็นบุญวาสนา ซึ่งมีคนเคยเดินทางมาขอหวยและอ้างว่ามีถูกกันหลายคน เชื่อว่าคงจะอยู่กับโชควาสนาของผู้นั้น บางคนก็มาบนขอให้โรคหาย อย่างมีโยมคนหนึ่งเจ็บขา ก็นำเอานารีผล หรือมักกะลีผลนำไปแช่น้ำและเอาน้ำมาดื่ม ต่อมาอาการเจ็บขาก็หาย ต่อมาจึงได้ปิดทองที่ตัวผลนารีผล หรือมักกะลีผล

สำหรับผลของนารีผล หรือมักกะลีผล ลักษณะคล้ายเพศหญิงนี้จะตั้งไว้บนหิ้ง
เพื่อให้ผู้สนใจอยากเข้าชมเดินทางเข้าชมได้ แต่ห้ามจับต้องนารีผล หรือมักกะลีอย่างเด็ดขาด

นายเกริกชัย ชาติไทยไตรรงค์ ผอ.สนง.วัฒนธรรม จ.ชุมพร กล่าวว่า
นารีผล หรือมักกะลีผล เท่าที่ทราบเป็นต้นไม้ตามตำนานมีรูปร่างคล้ายเพศหญิง
ตามตำนานที่เล่าสืบต่อมาต้นไม้ชนิดนี้เกิดในป่าหิมพานต์ จะออกดอกออกผลมีรูปร่างคล้ายสตรีเพศ
ถือเป็นเรื่องของธรรมชาติ หรืออาจเป็นความเชื่อ หรืออาจบวกเรื่องราวสืบต่อกันมา

จริงหรือไม่ประการใดเป็นเรื่องที่พิสูจน์ยาก ถ้ามองในมุมของธรรมชาติมีต้นไม้ชนิดหนึ่ง
ในประเทศไทยที่แตกยอดออกดอกมาคล้ายอวัยวะเพศชายก็มี เรื่องนี้ก็อาจเป็นไปได้
เมื่อมองผลไม้ชนิดนี้ก็มีรูปลักษณะคล้ายคลึงเช่นกัน เช่นเดียวกัน การเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ
กับตำนานบวกกับความเชื่อ ซึ่งเป็นวิถีทางความคิดของแต่ละบุคคลในเรื่องของความมหัศจรรย์
ตำนานแต่งเสริมในลักษณะนิยาย การต่อเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ซึ่งเมื่อความเชื่อของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้ไปกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับใครถือว่าไม่ผิด
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   ใบโพธิ์ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 181
  • สมัคร: 11/09/2006

ตอบ: 19/01/2007 - 12:55

ทั่นยายคะ ใบโพธิ์ ก็สนใจเรื่องพญานาคเช่นกันค่ะ มีข้อมูลบ้างจากการอ่านเรื่องเกี่ยวกับพระธุดงค์เวลาอยู่ในป่าและ ถำ้ต่าง แล้วจะหามาแชร์นะคะ น่าสนใจมาก เพราะท่านเป็นพระระดับอริยะ ไม่ได้เอ่ยกันเล่นๆ
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   ขัมธ์ ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 450
  • สมัคร: 23/11/2006

ตอบ: 19/01/2007 - 13:16

ถ้าจำไม่ผิด มักลีผล จะมีแต่เพศหญิง นะคะ

เป็นต้นไม้ที่พระอินทร์เสกขึ้น
เพื่อกันไม่ให้พวกฤษีชีไพรที่ยังไม่หมดกิเลส
เห็นพระนางมัทรีในเวลาที่ออกป่าหาผลไม้

วันใดที่พระนางมัทรีออกป่าหาผลไม้
มักลีผลก็จะสุกและหล่นลงพื้นดิน
พวกฤษีชีไพรก็จะไปเจอ
และเก็บมาทำเมีย อยู่ได้ประมาณ 7 วัน ก็จะแห้งไป

อ่านจากหนังสือ มักลีผลนะคะ :04:
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   schoomur ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: รอยืนยันทางเมล์
  • ตอบ: 9
  • สมัคร: 20/10/2005

ตอบ: 19/01/2007 - 14:25

เคยดูรายการ hot news ใน itv เค้าเอาแม่พิมพ์ขนมรูปคน มาครอบผลไม้หรือผักจำพวก ฟักตั้งแต่อ่อนๆ พันด้วยเทปอย่างแน่นทิ้งไว้กับต้นไม้อย่างนั้น พอผลข้างในโตจนเต็มแบบพิมพ์ ก็แกะพิมพ์ออกมาแล้วตัดขั้วออกโดยเหลือปลายขั้วไว้ที่หัวเพื่อให้รู้ว่าเป็นผลไม้ แล้วเอามาตากแดดให้แห้ง ดูแล้วเหมือนผลไม้คนตัวเล็กๆเป็นตุ๊กตา ทำเป็นรูปคน รูปปลา รูปสัตว์ต่างๆ แล้วขายให้คนที่อยากเอาไปสะสม บางคนไม่รู้เอาไปบูชาก็มีครับ อยากให้ลองพิจารณาดูรอยขอบด้านสีข้างถ้ามีรอยตะเข็บแสดงว่าของทำขึ้นมาครับ
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 19/01/2007 - 16:09

อ้างอิง (ขัมธ์ @ 19 ม.ค. 50 - 13:16)
ถ้าจำไม่ผิด มักลีผล จะมีแต่เพศหญิง นะคะ



(ขัมธ์ @ 19 ม.ค. 50 - 13:16)


เป็นความเข้าในเดียวกันค่ะ ตอนแรกทั่นยายก็เข้าใจเช่นนั้น แต่พอไปเห็นที่วัดนี้มีเป็นเพศชายด้วยยังงว่าทำไมมีเพศชายด้วยล่ะ กำลังค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ค่ะหาก ได้ข้อมูลยังไงจะมาเล่าให้ฟังนะคะ

ตอนนี้มีข้อมูลกำเนิดนารีผลเอามาให้อ่านก่อนค่ะ

นารีผล หรือมักกะลีผล หรือมัคคะลีผล เป็นพืชวิเศษชนิดหนึ่ง เกิดอยู่ในป่าหิมพานต์ ว่ากันว่า นารีผล ขั้วลูกอยู่ด้านบนศีรษะ มีรูปร่างเป็นหญิง ผลสด รูปร่างสะโอดสะอง สมส่วน ผิวพรรณงดงาม ปานเทพธิดา

เมื่อประมาณหลายหมื่นปีก่อน ครั้งที่พระเวสสันดร พระนางมัทรี พร้อมด้วยบุตร ๒ คนคือ ชาลีกุมาร และ กัณหาชิณากุมารี ถูกเนรเทศจากนคร ได้เดินทางสู่ป่าหิมพานต์ และบำเพ็ญเพียร ปฏิบัติธรรมอยู่ที่นั้น

ที่ป่าหิมพานต์ มีสัตว์ป่ามากมายอันตรายรอบด้าน ทว่า สัตว์ป่าทั้งหลาย เมื่อได้รับเมตตาจิตจากพระเวสสันดร ก็คลายความดุร้ายลง กลายเป็นมิตร ... นอกจากสัตว์ป่าทั้งหลายแล้ว ก็ยังมีดาบส ฤๅษี นักสิทธิ์ วิทยาธร คนธรรพ์ ทั้งหลายอาศัยอยู่ หรือไปมาอยู่เรื่อยๆ พระนางมัทรี ผู้มีรูปร่างโสภา บางครั้งออกหาอาหาร หาผลไม้ตามลำพังคนเดียว หากนักสิทธิ์ วิทยาธร ตลอดถึงฤๅษี มาพบเข้า อาจตบะแตก แล้วล่วงศีลได้...

ท้าวสักกะเทวราช ซึ่งเป็นพระอินทร์ เล็งเห็นเหตุร้ายนี้แล้ว เพื่อเป็นการป้องกัน พระองค์จึงเนรมิต ต้นไม้วิเศษ ไว้รอบทิศ ณ ที่ไกล ก่อนถึงถิ่นแดน อันเป็นที่พำนักของพระเวสสันดรและนางมัทรี รวม ๑๖ ต้น

ต้นไม้วิเศษนี้ ออกผลซึ่งมีรูปร่างเหมือนสตรี ผลโตเต็มที่ จะมีทรวดทรงปานสาวงามแรกรุ่น แต่ผิวพรรณ ทรวดทรงองค์เอว รูปร่างหน้าตา งดงามปานเทพธิดา...

ว่ากันว่า จริงๆ แล้ว ผลหนึ่งผล ก็คือรุกขเทพธิดาหนึ่งนาง หรือ เมื่อต้นนารีผลออกดอก เสมือนเกิดวิมานแห่งรุกขเทพธิดาขึ้นที่นั่น เมื่อติดลูก ก็คือเทพธิดาจุติลงมาเกิดที่นั่น ความสวยงามสมบูรณ์แห่งผลนารีผล แต่ละผล จึงสวยงามต่างกัน ขึ้นอยู่กับบุญของเทพธิดาแต่ละนางด้วย...

เมื่อเหล่านักสิทธิ์ วิทยาธร เดินทางมาพบเข้า หากจิตใจไม่เข้มแข็งพอ ตบะแตก ก็จักได้เสพบำเรอกับนารีผล... เมื่อตบะแตก ฤทธิ์เสื่อม เหาะไปต่อไม่ได้ ... เมื่อไปต่อไม่ได้ ก็ไม่มีทางจะได้พบกับพระนางมัทรี.... การจะเดินทางต่อ หรือออกไป จำต้องบำเพ็ญเพียรใหม่ ยกระดับจิตขึ้นแล้ว จึงกลับออกมาได้....

นี่คือด่านป้องกัน ไม่ให้ใครไปล่วงศีลกับพระนางมัทรี และเทพธิดาที่จุติไปเกิดที่นารีผล แต่ละนางก็ไปด้วยกรรมของตน มิได้บังคับไปแต่อย่างใด

แม้ว่า พระเวสสันดร พระนางมัทรี จะเสด็จออกจากป่าเข้าเมืองไปแล้ว ต้นนารีผล ก็ยังคงมีอยู่ในที่นั้น ตราบเท่าทุกวันนี้ ยังมีดอกหอมกรุ่น มีนารีผลห้อยระย้าอยู่ดังเดิม แม้ลูกที่หมดอายุขัยจะร่วงหล่นเหี่ยวเฉาไป ลูกใหม่ก็ขึ้นมาแทนที่ไม่ได้ขาด

ว่ากันว่า บางครั้ง ฤๅษีที่บำเพ็ญเพียรจนตบะกล้า กิเลสสงบรำงับ เพื่อจะทดสอบจิตตน ก็จะเหาะไปที่ต้นนารีผล มองดูนารีผล ว่าตนจะตบะแตกหรือไม่... หรือบางครั้งฤๅษีผู้เป็นอาจารย์ อาจจะพาลูกศิษย์ไปทดสอบระดับจิต ไปฝึกควบคุมจิต ที่นั่น ก็มี

และว่ากันว่า พวกนักสิทธิ์วิทยาธร มักจะเหาะไปเก็บนารีผล อุ้มมาเชยชมแล้ว ฝึกจิตใหม่ ค่อยเหาะกลับออกมา

นารีผล เป็นที่ต้องการของสัตว์วิเศษ (คนธรรพ์เป็นต้น) รวมถึงวิทยาธรทั้งหลายผู้ยังไม่หมดกามราคะ ดังนั้น การที่นารีผลจะเหี่ยวแห้งคาต้นแล้วร่วงหล่นนั้น เป็นไปได้ยาก ก่อนจะโรยรา จะมีเทวดา สัตว์วิเศษ และวิทยาธร เป็นต้นมาเก็บเอาไป


เอารูปมาให้ดูค่ะหน้าตานารีผลเป็นอย่างไร

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 19/01/2007 - 16:18

ดีจังค่ะที่ คุณใบโพธิ์ ก็สนใจเหมือนกัน
งั้นเรามา Up date ข้อมูลกันนะคะ
จะได้ มีความรู้มากขึ้น
แล้วทั่นยายจะเล่าเรื่องพญานาคให้ฟังค่ะ
เพราะมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับพญานาค
แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เพราะอะไรถึงพิสูจน์ไม่ได้
เอาไว้จะมาเล่าให้ฟังนะคะ
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   ใบโพธิ์ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 181
  • สมัคร: 11/09/2006

ตอบ: 22/01/2007 - 11:48

ตื่นเต้นค่ะ จะรออ่านนะคะทั่นยาย และจะหาข้อมูลที่มีมาแชร์ค่ะ
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   อติลลา ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 58
  • สมัคร: 06/01/2005

ตอบ: 22/01/2007 - 12:12

หลายปีก่อน ผมเคยดูสารคดีเกี่ยวกับนารีผลในทีวี
ก็ทราบมาคร่าวๆ ว่า นารีผลที่ปรากฎตามวัดต่างๆ นั้น
มีลักษณะเหมือนกับที่วางขายแถวๆ ท่าพระจันทร์
แหล่งขายนารีผลดูเหมือนจะอยู่ที่ท่าพระจันทร์น่ะครับ

ที่ผมเคยเห็นในสื่อ จะเห็น 2 แบบ
แบบแรกที่ดังๆ จะมีรายละเอียดเหมือนคนมาก รูปร่างสัดส่วนเหมือนผู้หญิงจริงๆ
มีรายละเอียดนิ้วนิ้วมือนิ้วเท้าครบ 20 นิ้ว
ที่ฝรั่งแอบหักไป 1 ข้อเพื่อตรวจว่าเป็นเซลพืชหรือสัตว์ และมีขนตามร่างกายด้วย

แบบที่ 2 จะมีลักษณะหยาบๆ พอให้ดูออกว่าเป็นผู้หญิงเท่านั้น ไม่มีรายละเอียดนิ้วชัดเจน เป็นแค่รูปร่างหยาบๆ ซึ่งแบบที่ 2 นี้แหละครับ ที่มีขายที่ท่าพระจันทร์ แน่นอนครับว่าเป็นการทำขึ้นมา และแบบที่ 2 นี้แหละครับ ที่เห็นไปปรากฎตามวัดต่างๆ ทั่วไปหมด

เท่าที่ทราบมาและจำได้ ก็มีเท่านี้ครับ
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 22/01/2007 - 13:17

ขอบคุณ คุณ อติลลา ที่มาช่วยแชร์ความรู้ค่ะ พอคุณ อติลลาพูดถึงว่า นารีผลมี 2แบบนั้น ทั่นยายก็นึกได้ว่า ที่วัดที่ไปดูมาก็มี 2แบบเช่นกันค่ะ แต่แบบที่ทั่นยายพูดถึงนั้น
จะเป็นแบบที่คุณ อติลลาบอกรายละเอียดมาคือเป็นรูปผู้หญิงสมส่วน แต่รายละเอียดนั้นไม่แน่ใจว่าชัดเจนหรือเปล่าเพราะได้ดูแค่ตาอยู่นอกตู้ค่ะ ไม่ได้จับต้องสัมผัสใกล้ชิดและ
ในตู้ก็มีแสงสะท้อนของกระจกด้วยทำให้ไม่ค่อยเห็นรายละเอียดชัดเจนมากนัก

ส่วนแบบที่สองที่ทั่นยายเห็นนั้นมีอยู่ผลเดียวในตู้และแปลกกว่าผลอื่น
คือศรีษะของนารีผลผลนี้ไม่มีหน้าตาค่ะ มีลักษณะเหมือนเป็นขั้วผลไม้ขนาดใหญ่หุ้มศรีษะคนอยู่เท่านั้น และสัดส่วนก็ผิดจากผลอื่นๆด้วยค่ะ
แต่จะจริงหรือปลอมเราก็พิสูจน์ไม่ได้ แต่ดูเอาไว้ก็ไม่เสียหายใช่มั้ยคะ

ของแปลกๆบนโลกเรานี้ยังมีอีกมากที่เรายังไม่รู้ หากมีโอกาสได้ดูก็เป็นบุญตาแล้วค่ะ
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   คเวสโก ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 593
  • สมัคร: 23/10/2006

ตอบ: 22/01/2007 - 14:21

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

นารีผล (tree bearing fruits in the shape of girls)

นารีผล หรือมักกะลีผล หรือมัคคะลีผล เป็นพืชวิเศษชนิดหนึ่ง เกิดอยู่ในป่าหิมพานต์ ว่ากันว่า นารีผล ขั้วลูกอยู่ด้านบนศีรษะ มีรูปร่างเป็นหญิง ผลสด รูปร่างสะโอดสะอง สมส่วน ผิวพรรณงดงาม ปานเทพธิดา

นารีผล กับพระเวสสันดรและพระนางมัทรี

เมื่อประมาณหลายหมื่นปีก่อน ครั้งที่พระเวสสันดร พระนางมัทรี พร้อมด้วยบุตร ๒ คนคือ ชาลีกุมาร และ กัณหาชิณากุมารี ถูกเนรเทศจากนคร ได้เดินทางสู่ป่าหิมพานต์ และบำเพ็ญเพียร ปฏิบัติธรรมอยู่ที่นั้น

ที่ป่าหิมพานต์ มีสัตว์ป่ามากมายอันตรายรอบด้าน ทว่า สัตว์ป่าทั้งหลาย เมื่อได้รับเมตตาจิตจากพระเวสสันดร ก็คลายความดุร้ายลง กลายเป็นมิตร ... นอกจากสัตว์ป่าทั้งหลายแล้ว ก็ยังมีดาบส ฤๅษี นักสิทธิ์ วิทยาธร คนธรรพ์ ทั้งหลายอาศัยอยู่ หรือไปมาอยู่เรื่อยๆ พระนางมัทรี ผู้มีรูปร่างโสภา บางครั้งออกหาอาหาร หาผลไม้ตามลำพังคนเดียว หากนักสิทธิ์ วิทยาธร ตลอดถึงฤๅษี มาพบเข้า อาจตบะแตก แล้วล่วงศีลได้...

ท้าวสักกะเทวราช ซึ่งเป็นพระอินทร์ เล็งเห็นเหตุร้ายนี้แล้ว เพื่อเป็นการป้องกัน พระองค์จึงเนรมิต ต้นไม้วิเศษ ไว้รอบทิศ ณ ที่ไกล ก่อนถึงถิ่นแดน อันเป็นที่พำนักของพระเวสสันดรและนางมัทรี รวม ๑๖ ต้น

ต้นไม้วิเศษนี้ ออกผลซึ่งมีรูปร่างเหมือนสตรี ผลโตเต็มที่ จะมีทรวดทรงปานสาวงามแรกรุ่น แต่ผิวพรรณ ทรวดทรงองค์เอว รูปร่างหน้าตา งดงามปานเทพธิดา...

ว่ากันว่า จริงๆ แล้ว ผลหนึ่งผล ก็คือรุกขเทพธิดาหนึ่งนาง หรือ เมื่อต้นนารีผลออกดอก เสมือนเกิดวิมานแห่งรุกขเทพธิดาขึ้นที่นั่น เมื่อติดลูก ก็คือเทพธิดาจุติลงมาเกิดที่นั่น ความสวยงามสมบูรณ์แห่งผลนารีผล แต่ละผล จึงสวยงามต่างกัน ขึ้นอยู่กับบุญของเทพธิดาแต่ละนางด้วย...

เมื่อเหล่านักสิทธิ์ วิทยาธร เดินทางมาพบเข้า หากจิตใจไม่เข้มแข็งพอ ตบะแตก ก็จักได้เสพบำเรอกับนารีผล... เมื่อตบะแตก ฤทธิ์เสื่อม เหาะไปต่อไม่ได้ ... เมื่อไปต่อไม่ได้ ก็ไม่มีทางจะได้พบกับพระนางมัทรี.... การจะเดินทางต่อ หรือออกไป จำต้องบำเพ็ญเพียรใหม่ ยกระดับจิตขึ้นแล้ว จึงกลับออกมาได้....

นี่คือด่านป้องกัน ไม่ให้ใครไปล่วงศีลกับพระนางมัทรี และเทพธิดาที่จุติไปเกิดที่นารีผล แต่ละนางก็ไปด้วยกรรมของตน มิได้บังคับไปแต่อย่างใด

แม้ว่า พระเวสสันดร พระนางมัทรี จะเสด็จออกจากป่าเข้าเมืองไปแล้ว ต้นนารีผล ก็ยังคงมีอยู่ในที่นั้น ตราบเท่าทุกวันนี้ ยังมีดอกหอมกรุ่น มีนารีผลห้อยระย้าอยู่ดังเดิม แม้ลูกที่หมดอายุขัยจะร่วงหล่นเหี่ยวเฉาไป ลูกใหม่ก็ขึ้นมาแทนที่ไม่ได้ขาด

ว่ากันว่า บางครั้ง ฤๅษีที่บำเพ็ญเพียรจนตบะกล้า กิเลสสงบรำงับ เพื่อจะทดสอบจิตตน ก็จะเหาะไปที่ต้นนารีผล มองดูนารีผล ว่าตนจะตบะแตกหรือไม่... หรือบางครั้งฤๅษีผู้เป็นอาจารย์ อาจจะพาลูกศิษย์ไปทดสอบระดับจิต ไปฝึกควบคุมจิต ที่นั่น ก็มี

และว่ากันว่า พวกนักสิทธิ์วิทยาธร มักจะเหาะไปเก็บนารีผล อุ้มมาเชยชมแล้ว ฝึกจิตใหม่ ค่อยเหาะกลับออกมา

นารีผล เป็นที่ต้องการของสัตว์วิเศษ (คนธรรพ์เป็นต้น) รวมถึงวิทยาธรทั้งหลายผู้ยังไม่หมดกามราคะ ดังนั้น การที่นารีผลจะเหี่ยวแห้งคาต้นแล้วร่วงหล่นนั้น เป็นไปได้ยาก ก่อนจะโรยรา จะมีเทวดา สัตว์วิเศษ และวิทยาธร เป็นต้นมาเก็บเอาไป


--------------------------------------------------------------------------------


มีเรื่องราวในอรรถกถาเกี่ยวกับนารีผลตอนหนึ่งว่า

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต เสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ณ กาสิกรัฐ เจริญวัยแล้ว ถึงความสำเร็จในสรรพศิลปศาสตร์แล้วบวชเป็นฤๅษี มีมูลผลาผลในป่าเป็นอาหาร ยังอัตภาพให้เป็นไปในป่ากว้าง. ครั้งนั้น แม่เนื้อตัวหนึ่ง เคี้ยวกินหญ้าอันเจือด้วยน้ำเชื้อ ในสถานที่ปัสสาวะของพระดาบสนั้นแล้วดื่มน้ำ.

และด้วยเหตุเพียงเท่านี้เอง มันมีจิตปฏิพัทธ์รักใคร่ในพระดาบส จนตั้งครรภ์ นับแต่นั้นมาก็ไม่ยอมไปไหน เที่ยวอยู่ใกล้ ๆ อาศรมนั่นเอง. พระมหาสัตว์กำหนดดูก็รู้เหตุนั้นทั่วถึง ต่อมา แม่เนื้อคลอดบุตรเป็นมนุษย์. พระมหาสัตว์จึงเลี้ยงทารกนั้นไว้ด้วยความรักใคร่ว่าเป็นบุตร ตั้งชื่อให้ว่า อิสิสิงคกุมาร ในเวลาต่อมา พระมหาสัตว์ จึงให้อิสิสิงคกุมารผู้รู้เดียงสาแล้วบวช ในเวลาตนชราลง ได้พาดาบสกุมารนั้นไปสู่นารีวัน (ป่านารีผล) กล่าวสอนว่า

ลูกรัก ขึ้นชื่อว่าสตรีเช่นกับดอกไม้เหล่านี้ มีอยู่ในป่าหิมพานต์นี้ สตรีเหล่านั้นย่อมยังชนผู้ตกอยู่ในอำนาจตน ให้ถึงความพินาศอย่างใหญ่หลวงได้ ไม่ควรที่เจ้าจะไปสู่อำนาจของสตรีเหล่านั้น ดังนี้แล้ว

ครั้นในเวลาต่อมา ก็ทำกาลกิริยา เป็นผู้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า. ฝ่ายอิสิสิงคดาบส เมื่อประลองฌานกีฬาก็พักอยู่ในหิมวันตประเทศ ได้เป็นผู้มีตบะกล้า เป็นผู้มีอินทรีย์อันชำนะแล้วอย่างยวดยิ่ง

ครั้งนั้นพิภพของท้าวสักกเทวราชหวั่นไหว ด้วยเดชแห่งศีลของพระดาบส ท้าวสักกเทวราช ทรงใคร่ครวญดูก็ทราบเหตุนั้น ทรงพระดำริว่า พระดาบสนี้จะพึงยังเราให้เคลื่อนจากความเป็นท้าวสักกะ เราจักต้องส่งนางอัปสรคนหนึ่ง ให้ไปทำลายศีลของเธอ ดังนี้แล้ว ทรงพิจารณาเทวโลก ทั้งสิ้น ในท่ามกลางเหล่าเทพบริจาริกาจำนวนสองโกฏิครึ่งของพระองค์ มิได้ทรงเห็นใครอื่นซึ่งสามารถ ที่จะทำลายศีลของพระอิสิสิงคดาบสได้ นอกจากนางเทพอัปสร ชื่ออลัมพุสาผู้เดียว จึงรับสั่งให้นางมาเฝ้า แล้วทรงบัญชาให้ทำลายศีลของพระอิสิสิงคดาบสนั้น

นางอลัมพุสาเทพอัปสรนั้น เข้าไปหาอิสิสิงคดาบสนั้น ซึ่งประกอบความเพียรในกลางคืนแล้ว สรงน้ำแต่เช้าตรู่ ทำอุทกกิจเสร็จแล้ว ยับยั้งอยู่ด้วยฌานสุขในบรรณศาลาหน่อยหนึ่ง จึงออกมากวาดโรงไฟอยู่ นางยืนแสดงความงาม ของหญิงอยู่ข้างหน้าของพระอิสิสิงคดาบสนั้น…

นางอลัมพุสา แสดงมายาหญิงเย้ายวน จนดาบสหนุ่มหลงใหล.. และในที่สุด ดาบสหนุ่มก็ถูกทำลายศีล...


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   ใบโพธิ์ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 181
  • สมัคร: 11/09/2006

ตอบ: 22/01/2007 - 14:49

http://www.kanlayana...p_3/book_30.pdf

ขอนำเสนอค่ะ เรื่องเกี่ยวกับหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่
จ.หนองคาย ท่านเล่าประสบการณ์ที่ได้พบพญานาค น่าสนใจมากๆค่ะ และมีเรื่องดีๆน่าอ่านมากๆ ใช้เวลาไม่มากค่ะ
(ตามสัญญาค่ะทั่นยาย)
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   ทั่นยาย ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 2838
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 22/01/2007 - 15:49

บอกคุณ ใบโพธิ์ ไว้ว่าจะเล่าเรื่องพญานาคจากประสบการณ์ตรงให้ฟังค่ะ
แต่ต้องขอบอกก่อนนะคะว่าที่เล่ามานี่ ไม่ได้ต้องการให้เชื่อ หรือยืนยัน หรือพิสูจน์อะไร
แค่มาเล่าสู่กันฟังสนุกๆเท่านั้นค่ะ

ตอนที่ 1 เหตุแห่งความเชื่อว่าพญานาคมีอยู่จริง

ทำไมทั่นยายถึงสนใจเรื่องพญานาค เพราะตั้งแต่เด็กใช้ไม้ขีดไปตราพญานาคมั้ง :10:
เปล่าไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ที่จริงตอนเด็กๆทั่นยายไม่เชื่อเรื่องพญานาคหรอก เชื่อว่าเป็นแค่นิทานเท่านั้น แต่แล้วสิ่งที่จุดประกายแห่งความสนใจนั้นมาจาก แม่ของทั่นยายค่ะ แม่เล่าว่าแม่เคยเห็นพญานาคตัวจริงที่บ้านของแม่ ซึ่งเป็นบ้านสวน ซึ่งบ้านสวนของแม่สมัยนั้นมีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ข้างบ้าน มีดอกจอกขึ้นอยู่เขียวสะพรั่งเกือบเต็มบ่อ แต่จะมีอยู่ส่วนหนึ่งตรงด้านทิศเหนือที่ไม่มีดอกจอกเป็นบริเวณกว้างพอประมาณ เหมือนเจาะจงเว้นว่างเผยให้เห็นน้ำใสแจ๋วตลอดเวลา แม่ว่าตั้งแต่จำความได้น้ำในบ่อนี้ไม่เคยขุ่น แต่ก็ไม่มีใครสนใจเพราะความเคยชิน ตั้งแต่เด็กจนเป็นสาวแม่เดินผ่านบ่อน้ำนี้ทุกวันก็ไม่มีอะไร วันหนึ่งแม่เดินผ่านบ่อน้ำข้างบ้านนี้ เห็นงูตัวหนึ่งอยู่ในบ่อน้ำ ตัวไม่ใหญ่มากนักขนาดเท่างูเขียวทั่วๆไป ซึ่งบ้านแม่สมัยนั้นงูเขียวจะชุกชุมมาก ทั้งงูเขียวปากจิ้งจก งูเขียวหางไหม้ และงูเขียวธรรมดา เรียกว่าเห็นกันจนชินตาจนไม่กลัวกันแล้ว งูตัวนี้ทอดตัวอยู่บนแหนในบ่อที่หนาแน่น แม่บอกว่าตอนแรกก็นึกว่างูเขียวธรรมดา แต่มาสะดุจตาที่หงอนสีชมพูสด แม่ว่างูก็จ้องแม่ แม่ก็จ้องงู ต่างก็จ้องกันอยู่สักอึดใจงูก็เลื้อยไป ทางขอบบ่อด้านเหนือ แล้วเลี้อยหายไปทางดงไม้ด้านนั้น แม่พยายามไปแอบดูที่บ่อน้ำอยู่เรื่อยๆแต่ก็ไม่เห็นงูตัวนั้นอีกเลยจนบัดนี้

ทั่นยายเชื่อที่แม่เล่ามาทั้งหมดเพราะแม่ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาแต่งเรื่องขึ้นเพื่อหลอกลูก ( เพราะเวลาลูกดื้อแม่จะหลอกลูกว่า อย่าดื้อนะเดี๋ยวตุ๊กแกมากินตับนะ ทำให้กลัวตุ๊กแกกันจนบัดนี้ )
สาเหตุที่สองตอนเด็กๆทั่นยายไปบ้านแม่ ตอนนั้นทั่นยายอายุประมาณ 9-10ขวบ ทั่นยายไปดูเค้าสาดโคลนในสวน เอาดินโคลนจากร่องน้ำ ขึ้นมาบนคันร่อง เขาใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า "อีโพง" คือเป็นไม้ไผ่สานเป็นรูปคล้ายช้อนตักอาหารแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก มีด้ามยาวทำจากไม้ไผ่ เวลาใช้จะใช้วิดน้ำในร่องน้ำขึ้นมาเพื่อรดน้ำต้นไม้ หรือจะใช้ตักโคลนในร่องน้ำสาดขึ้นมาบนร่องสวนในหน้าแล้งก็ได้ เพื่อไม่ให้ร่องน้ำตื้นเขิน เรียกว่า " สาดโคลน" ในขณะที่เค้าสาดโคลนขึ้นมานั้นทั่นยายเห็นงูตัวหนึ่งติดอยู่ในโคลนตัวไม่ใหญ่ขนาดลำตัวเท่าเหรียญห้าบาท แต่ตัวงูไม่เปื้อนโคลนเลยสักนิด กับเห็นผิวสีทองสดใสอร่ามตา งูมุดลงโคลนอย่างรวดเร็ว
ทั่นยายร้องบอกให้คนสาดโคลนดูว่ามีงูสีทองอยู่ในโคลน เค้าบอกว่าไม่เห็นงูเลย
พยายามเอาอีโพงเขี่ยหาจนทั่วก็ไม่เจอ (กลายเป็นว่าทั่นยายตาฝาดไปเสียนี่)
ทั่นยายก็เลยลืมเรื่องงูสีทองเลย นานแค่ไหนไม่ทราบ

จนมาอ่านเจอข้อมูลที่ท่านผู้รู้เขียนไว้ว่า พญานาคมีสี่ตระกูล แต่ละตระกูลสีผิวไม่เหมือนกันดังนี้

นาค แบ่งออกเป็น ๔ ตระกูลใหญ่ ๆ คือ

๑. ตระกูลวิรูปักข์ มีผิวกายเป็นสีทองคำ
๒. ตระกูลเอราปัถ มีผิวสีเขียว
๓. ตระกูลฉัพยาปุตต์ มีผิวหลายสีเลื่อมลาย
๔. ตระกูลกัณหาโคตม์ มีผิวสีดำ

จึงทำให้นึกถึงงูสีทองขึ้นมาได้ เพราะจากการไปค้นหาเรื่องสายพันธุ์ของงูยังไม่เจองูสีทองแบบที่ทั่นยายเห็นเลย แต่ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อว่างูสีทองที่เห็นนั้นเป็นพญานาคแต่อย่างใดเพราะทราบใดยังไม่มีผู้รู้มาชี้บอกว่านี่คือพญานาค ก็คงต้องเชื่อว่างูทุกตัวที่เห็นในโลกนี้เป็นเพียงงูธรรดาไว้ก่อน

จบตอนแรกแล้วค่ะ
ขอท่านทั้งหลายผู้ใฝ่ในธรรมจงถึงพร้อมด้วย ธรรม 4 ประการนี้เทอญ
สัทธาสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา......ความถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา.....ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค
ปัญญาสัมปทา..ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
0



คำตอบต่อไป: ทั่นยาย - ใบโพธิ์ - ทั่นยาย - nao7310 - ทั่นยาย - ผู้ไม่รู้ - ใบโพธิ์ - ake - นายนก - ทั่นยาย - นายนก - นายนก - ทั่นยาย - อัปปมัญญา - นายนก - คเวสโก - คเวสโก - เปาบุ้นจิ้น - อนุตตริยะ -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ