ลานธรรมเสวนา: อาการปวดหัวข้างซ้าย ปวดข้างเดียว เกิดจากอะไร - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

อาการปวดหัวข้างซ้าย ปวดข้างเดียว เกิดจากอะไร ขอเชิญคุณหมอผู้มีความสามารถช่วยวินิจฉัยโรคท่านด้วย ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   พระสมรัก ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1985
  • สมัคร: 22/01/2006

ตอบ: 27/11/2006 - 21:43

ขออนุญาตเว็บมาสเตอร์ประกาศขอความช่วยเหลือ

:31: วันนี้มีพระอาจารย์ สมพงษ์ เตชสีโล วัดพันษี เข้ามาพูดถึงอาการป่วยของท่านว่า ท่านมีอาการปวดหัวข้างซ้าย เวลาปวดจะปวดเจ็บจี๊ดๆ และปวดแน่นทึบไปหมด และเหมือนมีตัวอะไร ดิ้นหยุบหยิบๆในศีรษะ จำวัดไม่หลับทั้งคืน ท่านรักษามาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่หาย โรงพยาบาลและคลีนิคในจังหวัดสุรินทร์ท่านไปมาหมดแล้ว แต่ก็ไม่ดีขึ้น หมอได้แต่ให้ยากินแล้วรู้สึกเคลิ้มๆแล้วหลับจำวัดได้บ้าง
คุณโยมหรือหมอท่านใดทราบอาการของโรคอาพาธช่วยแจ้งให้ทราบด้วย เพื่อท่านจะได้รักษาให้หาย และท่านจะได้ปฎิบัติศาสนกิจของท่านให้ดีต่อไป
สามารถแจ้งกล่าวผ่านกระทู้นี้ได้เลย

เจริญพร
พระสมรัก ญาณธีโร
ผู้ขออนุญาตท่านนำเรื่องมาแจ้ง
somrak43@hotmail.com
http://www.srru.ac.th/org/priyatitum
08-6260-2702
[url=http://www.phrasomrak.com/index.php?option=com_content&view=article&id=59&Itemid=8][img]http://www.phrasomrak.com/images/stories/vitayu.gif[/img][/url]
0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   ดบัสวนี ไอคอน

  • ตอบ 2000+
  • PipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 2229
  • สมัคร: 25/09/2005

ตอบ: 28/11/2006 - 18:00

ชื่อโรคน่ะ เราไม่รู้หรอกนะคะ
ไม่แน่ใจว่า ไมเกรนรึเปล่าน่ะค่ะ

แต่ฟังแล้วเหมือนโรคเวรโรคกรรมนะคะ
คือ หาหมอมาแยะไง ไม่หายเสียที

เคยมีเพื่อน- ญาติเป็นไมเกรน บางคนก็ปวดหัวซีกเดียวเฉยๆ
ไม่รึนแรงอย่างอื่นอีก เช่นไม่อาเจียน

มีคนรักษาที่เขารักษาโรคเวรรโรคกรรมอะนะคะ
เขาดูคนนั้นแล้ว เขาบอกว่า เส้นเลือดในสมองมันบิดตัว
เขาใช้พลังจิตรักษา
แต่คนรักษาตอนนี้อาจไม่อยู่แล้วมั้ง อายุมากแล้วน่ะค่ะ

ก็คงไม่พ้นใช้ ธรรมโอสถนะคะ
ถึงจุดนึง วิบากคลายลง บุญหนุนมากขึ้น
คงจะจเอหมอเองน่ะค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่า
ไม่ให้สรรหาหมอนะคะ

หมายความแค่ว่า โรคเวรโรคกรรมน่ะ
มันไม่ได้หายได้เลย มันมีเหตุปัจจัยของมันน่ะค่ะ
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   ขัมธ์ ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 450
  • สมัคร: 23/11/2006

ตอบ: 28/11/2006 - 19:21

กราบนมัสการพระอาจารย์สมรัก เจ้าค่ะ

ขออนุญาตบอกเล่านะเจ้าคะ

เมื่อหลายปีก่อน ดิฉันเคยปวดศรีษะข้างเดียว บางทีก็จะปวดข้างซ้าย บางทีก็จะปวด ข้างขวา แต่จะเน้นหนักไปทางด้านขวา เวลาปวดทรมานมากค่ะ ดิฉันไม่อยากทานยา เลยใช้ธรรมโอสถรักษา โดยวิธีกรรมฐาน นั่ง-นอน สลับกัน แต่จะทำท่านอนเป็นส่วนมาก ผลปรากฎว่าไม่นานอาการปวดศรีษะได้หายไปจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ตอนนี้ปกติดีแล้วเจ้าค่ะ

ดิฉันคิดว่า น่าจะลองวิธีนี้ดูนะเจ้าคะ

กราบนมัสการเจ้าค่ะ
โยมขัมธ์
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   thanes_nong ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 74
  • สมัคร: 17/12/2005

ตอบ: 28/11/2006 - 21:35

criteria ยังไม่เข้าไมเกรนครับ การปวดหัวข้างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไมเกรนนะครับ ส่วนมาก ตอ้งขอข้อมูลให้ละเอียดว่า
ปวดมานานมานานเท่าไหร่, ปวดขึ้นทันทีทันใด หรือค่อยเป็นค่อยไป, ปวดเป็นพักๆ หรือปวดเรื้อรังแล้วเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ, เคยปวดข้างขวาบ้างหรือไม่, มีคลื่นไส้อาเจียนหรือไม่, ปวดหัวมักเป็นกลางคืน หรือกลางวัน และสัมพันธ์กับท่านั่งหรือนอนหรือไม่, เห็นภาพซ้อนหรือไม่, มีไข้หรือไม่, ลักษณะการปวดเป็นเช่นไร (ปวดแปล๊บๆ, ตุ้บๆ หรือตื้อๆ), มีได้ยินเสียงฟู่ๆ หรือไม่ และตอนนี้รักษาอย่างไรอยู่ แล้วอาศัยการตรวจร่างกายทางระบบประสาทอีกทีว่าปกติหรือไม่ ครับ
ถ้าปวดเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง แล้วช่วงนี้ใช้ยาแก้ปวดมาก ไม่ได้ยาที่ใช้ป้องกันปวดหัว ก็อาจกระตุ้นให้ปวดหัวเรื้อรังเป็นมากขึ้นได้ครับ แต่ถ้าปวดศีรษะมากขึ้นเรื่อยๆ มีคลื่นไส้และอาเจียน โดยเฉพาะตอนเช้า เห็นภาพซ้อน อาจเป็นปวดหัวที่อันตรายจากความดันในชอ่งกระโหลกสูงจากการมีเนื้องอกก็เป็นได้ครับ รบกวนหลวงพ่อให้ข้อมูลปวดหัวด้วยครับ
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   thanes_nong ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 74
  • สมัคร: 17/12/2005

ตอบ: 28/11/2006 - 21:42

ผมแนะนำว่าต้องรักษาที่ต้นเหตุคือ ต้องดูว่าเป็นปวดหัวชนิด primary (ไม่มีพยาธิสภาพในสมอง เช่น ไมเกรน ซึ่งไม่อันตรายถึงแก่ชีวิต) หรือปวดหัวแบบ secondary (มีพยาธิสภาพในสมอง เช่น เส้นเลือดโป่ง, เนื้องอก ซึ่งต้องการการผ่าตัด) ไม่เช่นนั้นทำอย่างไรก็ไม่หายหรอกครับ ดูตาม เหตุผล การนั่งสมาธิ ผ่อนคลายอาจเหมาะกับปวดแบบแรก แต่แบบที่สองไม่เหมาะครับ เพราะจะอันตรายจากการรักษาที่ล่าช้าได้ครับ
เข้าใจว่าสังขารย่อมไม่เที่ยง แต่เราควรดูแลเท่าที่จะทำได้อย่างถูกวิธีครับ
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   Knung ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 414
  • สมัคร: 16/10/2006

ตอบ: 28/11/2006 - 21:42

ดีที่สุดนิมนต์ท่านไปหาหมอทางประสาทรับการตรวจร่างกาย ที่รพ.สงฆ์ก็น่าจะได้นะครับ
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   พระสมรัก ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1985
  • สมัคร: 22/01/2006

ตอบ: 29/11/2006 - 16:52

:09: อนุโมทนาคุณโยมที่ตอบคำถาม วันนี้อาตมาภาพได้ปริ้นคำตอบไปเรียนท่านแล้ว ท่านเลยเขียนลงกระดาษแจ้งมาว่า
ปวดมานาน 4 ปีแล้ว ส่วนมากจะปวดในช่วงหัวค่ำ อาการปวดค่อยเป็นค่อยไป ปวดเรื้อรังแล้ว ข้างขวาไม่เคยปวดจะโปร่งโล่งตลอด จะปวดข้างซ้ายอย่างเดียว จะปวดหนักขนาดไหนไม่เคยเป็นไข้และอาเจียน เวลาปวดจะปวดเจ็บจี๊ดๆ มีการหยุบหยิบในหัวเหมือนมีอะไรอยู่ในหัว เวลานอนหลักตาจะปวดแน่นทึบที่หัวข้างซ้ายแน่นทึบไปหมด ปวดจนเพลียจึงหลับไป ประมาณตี 2-3 จึงหลับ
ตอนนี้รักษาที่คลีนิคมา 3 ปีแล้วแต่ไม่หาย ต้องไปเอายาตลอดเมื่อยาหมด แล้ก็ไปเอาอีก หมอเขาจะจัดยาให้ เขาจะถามอาการแล้วปรับยาให้มากิน ยาที่กินพอกินไปแล้วจะรู้สึกเคลิ้มประมาณ 30 นาทีจะออกฤทธิ์ ทำให้รู้สึกเคลิ้มๆ แล้วหลับไป ตื่นเช้ามาก็ยยังง่วงอีก ซึมๆ อาการปวดที่ศีรษะไม่ค่อยปวดแต่จะรู้สึกว่ามีตัวอะไรมารบกวนที่ศีรษะตลอดเวลา มีอาการยุบยิบๆ ช่วงปวดมากจะเป็นช่วงหัวค่ำ ตารู้สึกมองตัวหนังสือไม่ค่อยชัดในระยะ 6-7 เมตร

อาตมาภาพพิมพ์ตามที่ท่านจดมา
http://www.srru.ac.th/org/priyatitum/
[url=http://www.phrasomrak.com/index.php?option=com_content&view=article&id=59&Itemid=8][img]http://www.phrasomrak.com/images/stories/vitayu.gif[/img][/url]
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   แสงแรก ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 579
  • สมัคร: 14/12/2005

ตอบ: 29/11/2006 - 17:08

นมัสการค่ะ พระคุณเจ้า :09:

เท่าที่อ่านมานะคะ คิดว่าเพื่อนๆสมาชิกที่เป็นหมอ,เภสัชกร คงอยากทราบว่าท่านได้เคยฉันยาอะไรที่ทางคลีนิคให้มาคะ และได้ลองตรวจสายตาหรือยังคะ นอกจากตอนหัวค่ำแล้วสภาวะอะไรที่ทำให้ปวดได้ค่ะ

เนื่องจากดิฉันเคยเป็นไมเกรนเกือบ 20 ปี แต่ตอนนี้ไม่มีอาการมานานแล้ว
ตอนเป็นไมเกรนจะปวดข้างเดียว รู้สึกเหมือนมีชีพจรที่ขมับค่ะ (ไม่ทราบว่าแบบนี้หรือเปล่าที่พระท่านบอกว่าเป็นอาการหยุบหยิบ)

รบกวนพระคุณเจ้าแจ้งรายละเอียดนะคะ ท่านใดที่เป็นหมอจะได้มีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาค่ะ :09:
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   ผู้รู้น้อย ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 599
  • สมัคร: 17/02/2004

ตอบ: 30/11/2006 - 12:44

ได้ทำ CT scan ที่สมองหรือยังคะ
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   ต้นไม้ ใบหญ้า ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 148
  • สมัคร: 26/01/2004

ตอบ: 30/11/2006 - 22:01

นมัสการพระคุณเจ้าครับ รบกวนขอรายละเอียดการรักษาที่ผ่านมาด้วยจะเป็นการดีมากครับ ว่าได้ทำการตรวจรักษาอะไรไปแล้วบ้าง เช่น ได้ทำการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือได้ทำ CT Scan ตามที่คุณผู้รู้น้อยเรียนถาม ไปแล้วหรือยัง แล้วคุณหมอสรุปว่ายังไง เพราะอย่างน้อยเราต้องรู้ก่อนว่าเป็นแบบ primary หรือ secondary (ตามที่คุณหน่องกราบเรียนในกระทู้ 3-4)

หากได้ทำการตรวจโดยละเอียดจากแพทย์เฉพาะทาง แล้วไม่พบสิ่งผิดปรกติในสมอง ก็อาจจะต้องรักษาด้วยธรรมโอสถตามที่เพื่อนสมาชิกแนะนำมา แต่หากตรวจแล้วพบสิ่งผิดปรกติ เช่น ก้อนเนื้องอก หรือเส้นเลือดในสมองผิดปรกติ ก็ต้องรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน หรือฉันยาให้ถูกกับโรค ซึ่งตรงนี้หาก รพ.ประจำจังหวัด ไม่สามารถรักษาได้ อาจจะต้องเข้ามารับการรักษาในกรุงเทพดีกว่าครับ
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   thanes_nong ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 74
  • สมัคร: 17/12/2005

ตอบ: 30/11/2006 - 23:05

มาตรวจที่หมอเฉพาะทางระบบประสาทดีกว่านะครับ
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   พระสมรัก ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1985
  • สมัคร: 22/01/2006

ตอบ: 01/12/2006 - 11:21

:09: อนุโมทนาคุณโยมที่ตอบคำถาม วันนี้ได้ไปขอตัวยาท่านมาให้คุณโยมหมอทราบดังภาพนี้ ในซองไม่ได้เขียนชื่อตัวยาเลยเอาภาพมาให้ดู

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

เจริญพร
พระสมรัก ญาณธีโร
http://www.srru.ac.th/org/priyatitum/
[url=http://www.phrasomrak.com/index.php?option=com_content&view=article&id=59&Itemid=8][img]http://www.phrasomrak.com/images/stories/vitayu.gif[/img][/url]
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   มโนเกษม ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 367
  • สมัคร: 05/04/2004

ตอบ: 01/12/2006 - 15:13

ปวดศรีษะ ผมค้นมาให้ดูครับ
1. ปวดแบบเทนชั่น (tension headaches) เกิดจากกล้ามเนื้อหนังศรีษะและกล้ามเนื้อ
โดยรอบมีอาการเกร็ง การปวดนี้จะปวดอยู่รอบนอก ไม่ปวดไปถึงภายในสมองร้อยละ 90
ของการปวด tension headaches จะปวด 2ข้าง ระยะเวลาที่ปวดประมาณ 2-3 นาที
บางรายอาจปวดเป็นสัปดาห์ และมีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่น เช่น ทางเดินอาหาร อาหารไม่ย่อย
คลื่นไส้อาเจียน สาเหตุ อาจมาจากหลายปัจจัย ส่วนมากจะมีปัจจัยมาจากความ
เครียด กังวลเรื่องงาน และความแปรปรวนทางอารมณ์ต่างๆ
คนไข้จะรู้สึกว่าปวดแบบสม่ำเสมอ 2 ข้างของศรีษะ อาจมีการปวดต้นคอร่วม
ด้วยก็ได้อาการที่ปวดจะเกิดขึ้นเวลาใดก็ได้ และสัปดาห์หนึ่งอาจเกิดหลายครั้ง
ได้

2. ปวดศรีษะเนื่องจากหลอดเลือด
มีคนไข้จำนวนหนึ่งมีอาการปวดศรีษะที่เป็นผลมาจากหลอดเลือดที่มาเลี้ยงสมอง
หรือประสาทส่วนกลางไม่เพียงพอ
2.1 ปวดศรีษะแบบไมเกรน (migraines) จะปวดรุนแรง ปวดแบบตุ๊บๆ
(throbbing pain) ของศรีษะข้างใดข้างหนึ่ง คนไข้บางคนมีอาการคลื่นไส้
และมีความรู้สึกไวต่อแสง ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดแบบไมเกรนนี้จะปวดนาน
เป็นชั่วโมงหรือนานเป็นหลายวันปวดแบบไมเกรนมักจะมีอาการนำก่อน
คือจะมีอาการปวดเตือนก่อนล่วงหน้าก่อนที่จะมีการปวดศรีษะจริง เช่น
มีอาการร้อนแปล๊บๆ ที่หน้าผาก มีอาการแปล๊บๆ ที่ตาคล้ายฟ้าแลบ ปัจจัย
ที่ทำให้เป็นไมเกรน คือ พักผ่อนน้อย นอนดึก น้ำตาลในเลือดต่ำ รับประ
ทานอาหารไม่เป็นเวลา ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก อารมณ์
หงุดหงิดบ่อยหรือร่างกายอ่อนเพลียหลัวจากตรากตรำทำงานมาก
ปวดแบบไมเกรนมักเกิดกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ มักปวดในขณะที่มี
ประจำเดือนหรือก่อนมีประจำเดือน และมักจะมาตามสายพันธุ์
(กรรมพันธุ์)
2.2 ปวดศรีษะแบบคลัสเตอร์ (cluster headaches) ปวดศรีษะข้างเดียว
และปวดตุ๊บๆ เช่นเดียวกับปวดแบบไมเกรน แตกต่างจากไมเกรนตรงที่
คนไข้จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและมีอาการผิดปกติต่อสายตา
ปวดศรีษะแบบคลัสเตอร์อาจจะมีร้อนแปล๊บๆ ที่หน้าผาก น้ำตาไหล
หรือมีคัดจมูก ม่านตาแคบลง บางคนมีเหงื่อออกมากตรงใบหน้าข้างกับ
ที่ปวด การปวดแต่ละครั้งอาจนานถึง 10 นาที หรือ อาจจะเป็นชั่วโมงปวด
รุนแรง ปวดตรงเวลากันทุกวัน วันหนึ่งอาจปวด 3 เวลา และยาวนานเป็น
สัปดาห์หรือเป็นเดือน
2.3 ปวดศรีษะเนื่องจากความดันโลหิตสูง (hypertensive headaches)
จะเกิดในนักบริหารที่มีความเครียด แล้วความดันโลหิตจะสูงขึ้นทันที
ทำให้ปวดศรีษะการปวดศรีษะนี้เนื่องจากความดันโลหิตของเส้นเลือด
ของศรีษะสูงขึ้นทำให้ปวดแบบตื้อๆ (dull) และปวดทั่วบริเวณศรีษะ
การเคลื่อนไหวใบหน้า คอ ทำให้ปวดศรีษะมากขึ้น ปวดตอนเช้า เมื่อ
สายอาการก็จะดีขึ้น
2.4 ปวดศรีษะจากท๊อกสิค (toxic headaches) มักเกิดจากจากแพ้
อากาศ แพ้สารเคมี และควัน บางครั้งอากาศเปลี่ยนแปลงก็เป็นเหตุ
ให้ปวดศรีษะแบบท็อกสิคได้

3. สาเหตุอื่นๆ
อาการปวดศรีษะอาจเป็นสิ่งแสดงออกของการได้ยาในการรักษาโรค และโรค
บางโรคอาจมีอาการปวดศรีษะร่วมด้วย แพทย์ผู้ดูแลจะเป็นผู้บอกให้คนไข้ทราบ
สัญญาณอันตรายที่ต้องไปพบแพทย์
1. เมื่อมีอาการปวดศรีษะอย่างเฉียบพลันและรุนแรง
2. ปวดศรีษะพร้อมกับมีอาการชักกระตุก
3. ปวดศรีษะพร้อมกับสับสน และความรู้สึก (consciousness) เสียไป
4. ปวดศรีษะพร้อมกับปวดตาและหู
5. ปวดศรีษะติดต่อกันนานๆ (persistent headache) ในคนไข้ที่ไม่เคยมีการ
ปวดศรีษะมาก่อน
6. ปวดศรีษะพร้อมกับมีไข้ การที่แพทย์สรุปว่าปวดศรีษะมีต้นเหตุมาจากอะไร
นั้น มักจะเกิดซักประวัติ เช่น ไม่ได้รับประทานอาหารแล้วปวดศรีษะ อาจเป็น
เพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ ถามประวัติต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว พร้อมกับประวัติ
เกี่ยวกับการบาดเจ็บของศรีษะ การตรวจทางรังสีเอกซเรย์จะช่วยดูว่า มีมะเร็ง
ในสมอง หรือมีเลือดจับเป็นก้อนภายในสมองหรือไม่ บางครั้งอาจจะต้องตรวจ
คลื่นสมองด้วยไฟฟ้า (electroencephalogram-EEG) ซึ่งจะบอกความผิด
ปกติของคลื่นสมอง แต่ไม่อาจจะไปสรุปได้ว่าปวดศรีษะมีสาเหตุมาจากอะไร
เพราะคลื่นสมองจะบอกแค่หน้าที่ของเซลล์เท่านั้น

ในสถาบันการแพทย์ที่มีผู้เชี่ยวชาญจะมีการตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ (computer
tomographic scan) ซึ่งจะบอกข้อแตกต่างของมะเร็งหรือเลือดออกในสมองได้
การตรวจตาโดยละเอียดจะบอกอะไรได้มาก เช่น ดูการเคลื่อนไหวของกล้าม
เนื้อตาม่านตาเท่ากันหรือไม่ จอรับภาพมีเส้นเลือดโปร่งหรือเส้นเลือดขอดหรือ
ไม่ ถ้ามีจะต้องไปตรวจขั้นต่อไป เช่น ฉีดสี หากมีเส้นเลือดโป่งพองในสมอง
จะต้องผ่าตัดแก้ไข เป็นต้น

การรักษา
การปวดศรีษะจากไมเกรน มักพบ 2-7% ของการปวดศรีษะทั้งหมด เวลาปวดจะ
ปวดมาก นอกจากจะได้ยารักษาแล้ว ควรให้คนไข้ได้พักในห้องที่เงียบและแสง
สว่างน้อยจะทำให้อาการดีขึ้นโดยเร็ว
ปวดศรีษะไมเกรนส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงวัยทำงาน จะหายได้เองเมื่ออายุ 50 ปี
ยารักษาไมเกรนนอกจากจะมียาแก้ปวดทั่วไปแล้ว มักจะต้องใช้ยาพวก
เออร์กอต (ergot derivatives) ร่วมด้วยจึงจะหายปวด หากรับประทานยา
เออร์กอตภายใน 2 ชั่วโมงที่เริ่มเป็น มักจะหายปวดได้เร็ว สำหรับคนที่เป็นบ่อย
จะใช้ยา " flunarizine" รับประทานก่อนนอนเพื่อป้องกันการปวดได้


ที่ผมยกมาจะเห็นว่า ปัญหาของท่านเว้นการตรวจโดยแพทย์แล้วยากที่จะรู้โรคได้ครับ และอาจต้องส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยครับ


แพทย์ควรได้ซักประวัติและตรวจแยกโรคครับ ประวัติดังกล่าวข้างต้นในกลุ่มโรคดังกล่าวตรวจตา ตรวจร่างกาย กำลังกล้ามเนื้อ ระบบประสาท


สายตาปรกติ ก็ตัดเรื่องโรคทางตาออกไป
ถ้าท่านไม่มีไข้ ไม่มีการติดเชื้อก็ตัดออกไป
ความเครียด อาจเป็นสาเหตุที่เจอบ่อย ต้องตรวจร่างกายปรกติ อาจต้องตรวจEEGคลื่นสมอง
การชัก ตรวจลานสายตามีความดันสูง หรือมีอาการมานาน ควรทำการตรวจCT scanครับ
ท่านควรมาพบแพทย์ทางระบบประสาท ดูว่าไม่มีอันตราย เช่นเนื้องอกสมอง ฯลฯ

มีที่รพ.ใหญ่ๆ เช่นที่ศิริราชhttp://www.si.mahidol.ac.th/โทรนัด
คลีนิคนอกเวลาก็ไม่เสียเวลามากนัก เช่น อาจารย์นพ.ยงค์ชัย วันศุกร์ ศ.นพ.นิพนธ์ วันอังคารเย็นเป็นต้น
มีปัญหาด้านต่างๆ ท่านกรุณาปรึกษาที่นี่ได้อีกครับ หรือ เมลล์ถึงผมเพื่ออธิบายเพิ่มเติม

สาธุ
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   ไอหมอก ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 874
  • สมัคร: 03/11/2006

ตอบ: 01/12/2006 - 15:58

นมัสการพระคุณเจ้าครับ :09:

รักษามานานแล้วยังไม่หายนี่ผมว่าไปที่ศิริราช
หรือไปตามที่คุณมโนเกษมแนะนำดีมาที่สุดครับ

:09: :09: :09: :09: :09:
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราแล้ว...
เราขอเตือนเธอทั้งหลายให้จำมั่นไว้ว่า...
สิ่งทั้งปวงมีความเสื่อม และสิ้นไปเป็นธรรมดา
เธอทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด"

_/|\_ _/|\_ _/|\_
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   พระสมรัก ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1985
  • สมัคร: 22/01/2006

ตอบ: 29/12/2006 - 14:37

:09: เมื่อวันพุธ ที่ 28 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา พระอาจารย์สมพงษ์ ไปตรวจเกี่ยวกับระบบประสาทที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ก็ไปพบกับคุณหมอคนเดิม ที่เปิดคลีนิกรักษาท่าน เลยไม่รู้จะไปตรวจที่ไหนต่อ เพราะได้ยามาตัวเดิม

รายนามผู้ร่วมทำบุญผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนกองทุนเผยแผ่พระศาสนาและสร้างศาลา
http://www.srru.ac.t...php?topic=121.0

เว็บวัดพันษี/โรงเรียนพระปริยัติธรรมพันษีวิทยา/สถานีวิทยุชุมชนวัดพันษี
http://www.srru.ac.th/org/priyatitum/
[url=http://www.phrasomrak.com/index.php?option=com_content&view=article&id=59&Itemid=8][img]http://www.phrasomrak.com/images/stories/vitayu.gif[/img][/url]
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   sushi ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: ยกเลิกการเป็นสมาชิก
  • ตอบ: 812
  • สมัคร: 28/08/2006

ตอบ: 31/12/2006 - 11:02

นมัสการค่ะพระคุณเจ้า เข้ามาตรวจในกรุงเทพฯ น่าจะดีกว่าค่ะ
หนูพอจะรู้จักแพทย์ทางด้านนี้อยู่บ้าง ถ้าจะเข้ามาตรวจที่ศิริราช โยมยินดีอำนวยความสะดวกให้เจ้าค่ะ
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   thanes_nong ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 74
  • สมัคร: 17/12/2005

ตอบ: 31/12/2006 - 12:02

ปวดหัวที่รักษาเก่งสุดต้อง ร.พ. จุฬาครับ อ.กัมมันต์ ท่านเป็นหมอระบบประสาทเชื่ยวชาญเรื่องนี้ แต่ผมว่าถ้าลำบากที่ท่านต้องเดินทางมาไกลผมมีเพื่อนที่ ร.พ. โคราช ชื่อหมอสุรินทร์ หรือ ที่ร.พ.ศุนย์ขอนแก่นก็ได้ครับ (ชื่อเกษมศิล) เป็นหมอระบบประสาท อาจไม่ต้องการผู้เชี่ยวชาญขนาดอาจารย์หมอก็ได้นะครับ
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   ขัมธ์ ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 450
  • สมัคร: 23/11/2006

ตอบ: 31/12/2006 - 12:09

:09:ขออนุโมทนากับคุณsushi และคุณthanes nong ค่ะ :09:

:09: :09: :09:
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   anegsangsoog ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 637
  • สมัคร: 23/03/2006

ตอบ: 31/12/2006 - 13:57

:09: :09: :09:
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ