ลานธรรมเสวนา: เจตสิก 52 - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

เจตสิก 52 ลักขณาทิจตุกะ ของเจตสิก52 ได้แก่

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 26/06/2006 - 17:48

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว
รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


ข้อมูลต่อนี้ไปมาจาก

http://oldaphidham.mcu.ac.th/
(ปริเฉท2)

0


  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 26/06/2006 - 17:50

สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



๑. ผัสสเจตสิก คือ การกระทบอารมณ์ มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้



ผุสนลกฺขโณ (ผุด - สะ - นะ - ลัก - ขะ - โน)

มีการกระทบอารมณ์เป็น ลักษณะ


สงฺฆฏฺฏนรโส (สัง - คัด - ตะ - นะ - ระ - โส)

มีการประสาน อารมณ์ วัตถุ วิญญาณ เป็น กิจ


สนฺนิปาตปจฺจุปฏฺฐาโน (สัน - นิ - ปา - ตะ - ปัด - จุ - ปัด - ถา - โน)

มีการประชุมพร้อมกันเป็น ผล


อาปาถคตวิสยปทฏฐาโน (อา - ปา - ถะ - คะ - ตะ - วิ - สะ - ยะ - ปะ - ทัด - ถา - โน)

มีอารมณ์ปรากฏเป็น เหตุใกล้
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   popo ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 42
  • สมัคร: 01/06/2006

ตอบ: 26/06/2006 - 23:11

ยากจัง
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   TemplarKnight ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 758
  • สมัคร: 26/06/2005

ตอบ: 27/06/2006 - 12:38

กำลังหัดอ่านหนังสือเกี่ยวกับพระอภิธรรมอยู่ครับ
อ่านไปอ่านไป เก็บความสงสัยมากๆ ไว้เรื่องนึง
(แต่คงยังศึกษาไม่ถึงจุดที่จะทราบคำตอบมั้ง)
คือ
ทางพระสูตรกล่างถึง เมตตาไว้ ค่อนข้างมาก
แต่ อัปปมัญญเจตสิก มี 2
แล้วเมตตา อธิบายไว้ที่เจตสิกไหนครับ
จิตเวลาแผ่เมตตา (แบบคนธรรมดา ไม่ถึงขั้นรูปาวจร)เป็นอย่างไร
ขอบคุณครับ
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 27/06/2006 - 14:11

อ้างอิง
ยากจัง
(คุณ popo)

อ่านผ่านตาบ่อยๆ เดี๋ยวก็คุ้นเคยเองครับ




อ้างอิง
ทางพระสูตรกล่างถึง เมตตาไว้ ค่อนข้างมาก
แต่ อัปปมัญญเจตสิก มี 2

(คุณ TemplarKnight)

พรหมวิหาร4ได้แก่

เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
แต่อัปปมัญญาเจตสิกมีแค่2 คือ กรุณา มุทิตา

เพราะว่า อีก2อย่างนั้นมีองค์ธรรมอยู่แล้วครับ

เมตตา องค์ธรรม คือ อโทสะเจตสิก
ส่วน อุเบกขา(ในพรหมวิหาร) องค์ธรรมคือ ตัตตรมัชฌัตตาเจตสิก


อ้างอิง
แล้วเมตตา อธิบายไว้ที่เจตสิกไหนครับ


ลองดูข้อมูลใน อโทสะเจตสิก นะครับ



ขนฺติ คือความอดทน ทนตรากตรำ ทนลำบาก ทนต่อเหตุที่ทำให้เจ็บใจ

อกฺโกธ คือ ความไม่โกรธ

ส่วน เมตฺตา ยังประสงค์ให้ผู้อื่นมีความสุขอีกด้วย

ทั้ง ขันติ อักโกธ และเมตตา นี้องค์ธรรมได้แก่ อโทส

http://abhidhamonlin...aphi/p2/042.htm





อ้างอิง
จิตเวลาแผ่เมตตา (แบบคนธรรมดา ไม่ถึงขั้นรูปาวจร)เป็นอย่างไร


ถ้ายังไม่ถึงขั้นรูปาวจร ขณะนั้น ก็เป็นมหากุศลจิตดวงใดดวงหนึ่งครับ

๑. เมตตา มี"ปิยมนาปสัตตบัญญัติ" คือ"สัตว์อันเป็นที่รัก"
เป็น"อารมณ์"ในการแผ่เมตตาจิต

องค์ธรรมของเมตตาได้แก่ อโทสเจตสิก ซึ่งประหาณโทสะ
ความโกรธ ความพยาบาท ความมุ่งร้าย ความทำลาย

http://abhidhamonlin...aphi/p9/046.htm

0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 27/06/2006 - 14:37

สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว




๒. เวทนาเจตสิก คือการเสวยอารมณ์

กล่าวอย่างธรรมดาสามัญก็คือ ความรู้สึก รู้สึกว่าสบายหรือไม่สบาย
แยกตาม ประเภทแห่งความเป็นใหญ่ในการรู้สึก เป็น ๕ อย่าง ได้แก่




ก. สุขเวทนาเจตสิก คือความสุขสบายทางกาย มีลักขณาทิจตุกะดังนี้


อิฏฺฐโผฏฺฐพฺพานุภวนลกฺขณา (อิด-ถะ-โผด-ถัพ-พา-นุ-พะ-วะ-นะ-ลัก-ขะ-นา)

มีการสัมผัสถูกต้องกับอารมณ์ที่ดีเป็น ลักษณะ


สมฺปยุตตฺตานํ พยูหนรสา (สัม-ปะ-ยุด-ตา-นัง พะ-ยู-หะ-นะ-ระ-สา)

มีการทำให้สัมปยุตตธรรมเจริญ เป็น กิจ


กายิกอสฺสาทปจฺจุปฏฺฐานา (กา-ยิ-กะ-อัด-สา-ทะ-ปัด-จุ-ปัด-ถา-นา)

มีความชื่นชมยินดีทางกาย เป็น ผล


กายินฺทฺริยปทฏฺฐานา (กา-ยิน-ทริ-ยะ-ปะ-ทัด-ถา-นา)

มีกายประสาท เป็น เหตุใกล้




ข. ทุกขเวทนาเจตสิก คือความทุกข์ยากลำบากกาย มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้


อนิฏฺฐโผฏฺฐพฺพานุภวนลกฺขณา (อะ-นิด-ถะ-โผด-ถัพ-พา-นุ-พะ-วะ-นะ-ลัก-ขะ-นา)

มีการสัมผัสถูกต้องกับอารมณ์ที่ไม่ดี เป็น ลักษณะ


สมฺปยุตฺตานํ มิลาปนรสา (สัม-ปะ-ยุด-ตา-นัง มิ-ลา-ปะ-นะ-ระ-สา)

มีการทำให้สัมปยุตตธรรมเศร้าหมอง เป็น กิจ


กายิกาพาธปจฺจุปฏฺฐานา (กา-ยิ-กา-พา-ธะ-ปัด-จุ-ปัด-ถา-นา)

มีความอาพาธทางกาย เป็น ผล


กายินฺทริยปทฏฺฐานา (กา-ยิน-ทริ-ยะ-ปะ-ทัด-ถา-นา)

มีกายประสาท เป็น เหตุใกล้




ค. โสมนัสเวทนาเจตสิก คือความสุขความสบายใจ มีลักขณาทิจตุกะดังนี้


อิฏฺฐารมฺมณานุภวนลกฺขณา (อิด-ถา-รัม-มะ-นา-นุ-พะ-วะ-นะ-ลัก-ขะ-นา)

มีการเสวยอารมณ์ที่ดี เป็น ลักษณะ


อิฏฺฐาการสมฺโภครสา (อิด-ถา-กา-ระ-สัม-โพ-คะ-ระ-สา)

มีการทำจิตให้อยู่ร่วมกับอารมณ์ที่ดี เป็น กิจ


เจตสิกอสฺสาทปฏฺจุปจฺฐานา (เจ-ตะ-สิ-กะ-อัด-สา-ทะ-ปัด-จุ-ปัด-ถา-นา)

มีความชื่นชมยินดีทางใจ เป็น ผล


ปสฺสทฺธิปทฏฺฐานา (ปัด-สัด-ธิ-ปะ-ทัด-ถา-นา)

มีความสงบกายสงบใจ เป็น เหตุใกล้




ง. โทมนัสเวทนาเจตสิก คือความทุกข์ใจ มีลักขณาทิจตุกะดังนี้


อนิฏฺฐารมฺมณานุภวนลกฺขณา (อะ-นิด-ถา-รัม-มะ-นา-นุ-พะ-วะ-นะ-ลัก-ขะ-นา)

มีการเสวยอารมณ์ที่ไม่ดี เป็น ลักษณะ


อนิฏฺฐาการสมฺโภครสา (อะ-นิด-ถา-กา-ระ-สัม-โพ-คะ-ระ-สา)

มีการเสวยอารมณ์ที่ไม่ดี เป็น กิจ


เจตสิกาพาธปจฺจุปฏฐานา (เจ-ตะ-สิ-กา-พา-ธะ-ปัด-จุ-ปัด-ถา-นา)

มีความอาพาธทางใจ เป็น ผล


หทยวตฺถุปทฏฺฐานา (หะ-ทะ-ยะ-วัด-ถุ-ปะ-ทัด-ถา-นา)

มีหทัยวัตถุ เป็น เหตุใกล้




จ. อุเบกขาเจตสิก คือความรู้สึกเฉยๆ ไม่ทุกข์ไม่สุข มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้


มชฺฌตฺตเวทยิตลกฺขณา (มัด-ชัด-ตะ-เว-ทะ-ยิ-ตะ-ลัก-ขะ-นา)

มีการเสวยอารมณ์ปานกลาง เป็น ลักษณะ


สมฺปยุตฺตานํ นาติอุปพยูหนมิลาปนรสา (สัม-ปะ-ยุด-ตา-นัง นา-ติ-อุ-ปะ-พะ-ยู-
หะ-นะ-มิ-ลา-ปะ-นะ-ระ-สา)

มีการรักษาสัมปยุตตธรรม ไม่ให้เจริญ ไม่ให้เศร้าหมอง เป็น กิจ


สนฺตภาวปจฺจุปฏฺฐานา (สัน-ตะ-ภา-วะ-ปัด-จุ-ปัด-ถา-นา)

มีความเฉยๆ เป็น ผล


นิปฺปิติกจิตฺตปทฏฺฐานา (นิบ-ปิ-ติ-กะ-จิด-ตะ-ปะ-ทัด-ถา-นา)

มีจิตที่ไม่ยินดีเป็น เหตุใกล้
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 28/06/2006 - 10:39

สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



๓. สัญญาเจตสิก คือ ความจำหมายอารมณ์ มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้


สญฺชานน ลกฺขณา (สัน-ชา-นะ-นะ ลัก-ขะ-นา)

มีความจำเป็น ลักษณะ


ปุนสญฺชานน ปจฺจยนิมิตฺตกรณ รสา (ปุ-นะ-สัน-ชา-นะ-นะ ปัจ-จะ-ยะ-นิ-มิต-
ตะ-กะ-ระ-นะ ระ-สา)

มีการหมายไว้และจำได้ เป็น กิจ


ยถาคหิต นิมิตฺตวเสน อภินิเวสกรณ ปจฺจุปฏฺฐานา
(ยะ-ถา-คะ-หิ-ตะ นิ-มิด-ตะ-วะ-เส-นะ อะ-ภิ-นิ-เว-สะ-กะ-ระ-นะ ปัด-จุ-ปัด-ถา-นา)

มีความจำได้ในสิ่งที่หมายไว้ เป็น ผล


ยถาอุปฏฺฐิตวิสยปทฏฺฐานา (ยะ-ถา-อุ-ปัด-ถิ-ตะ-วิ-สะ-ยะ-ปะ-ทัด-ถา-นา)

มีอารมณ์ที่ปรากฏ เป็น เหตุใกล้
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 29/06/2006 - 18:49

สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว


๔. เจตนาเจตสิก คือ การแสวง หรือ ขวนขวาย ที่จะให้เป็นไปในอารมณ์
หรือความตั้งใจ หรือความสำเร็จ มีลักขณาทิจตุกะดังนี้


เจตนาภาวลกฺขณา (เจ-ตะ-นา-ภา-วะ-ลัก-ขะ-ณา)

มีการชักชวน เป็น ลักษณะ


อายูหนรสา (อา-ยู-หะ-นะ-ระ-สา)

มีการขวนขวาย เป็น กิจ


สํวิธาน ปจฺจุปฎฺฐาน (สัง-วิ-ธา-นะ ปัด-จุ-ปัด-ถา-นา)

มีการจัดแจง เป็น ผล


เสสขนฺธตฺตยปทฏฺฐานา (เส-สะ-ขัน-ธัต-ตะ-ยะ-ปะ-ทัด-ถา-นา)

มีนามขันธ์ทั้ง ๓ ที่เหลือ (คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์)เป็น เหตุใกล้
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 01/07/2006 - 18:17

สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗



๔. เอกัคคตาเจตสิก คือ การตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว มีลักขณาทิจตุกะดังนี้


อวิกฺเขปลกฺขณา (อะ-วิก-เข-ปะ-ลัก-ขะ-นา)

มีการไม่ฟุ้งซ่าน เป็น ลักษณะ


สหชาตานํ สมฺปิณฺฑนรสา (สะ-หะ-ชา-ตา-นัง-สัม-ปิน-ทะ-นะ-ระ-สา)

มีการรวบรวมสหชาตธรรม เป็น กิจ


อุปสมปจฺจุปฏฺฐานา (อุ-ปะ-สะ-มะ-ปัด-จุ-ปัด-ถา-นา)

มีความสงบ เป็น ผล


สุขปทฏฺฐานา (สุ-ขะ-ปะ-ทัด-ถา-นา)

มีสุขเวทนา เป็น เหตุใกล้
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 15/07/2006 - 17:41

สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว




๖. ชีวิตินทรียเจตสิก คือการรักษาธรรมที่เกิดร่วมด้วยตนให้ตั้งอยู่ตามอายุของตน

มีลักขณาทิจตุกะดังนี้


สหชาตานํ อนุปาลนลกฺขณํ (สะ-หะ-ชา-ตา-นัง อะ-นุ-ปา-ละ-นะ-ลัก-ขะ-นัง)

มีการเลี้ยงรักษาสหชาตธรรม เป็น ลักษณะ


เตสํ ปวตฺตนรสํ (เต-สัง ปะ-วัต-ตะ-นะ-ระ-สัง)

มีความตั้งอยู่และเป็นไปได้ เป็น กิจ


เตสญฺเญวฐปนปจฺจุปฏฺฐานํ (เต-สัน-เย- วะ-ถะ- ปะ-นะ- ปัจ-จุ-ปัด-ถา-นัง)

มีการทรงอยู่ได้ซึ่งสหชาตธรรม เป็น ผล


เสสขนฺธตฺตยปทฏฺฐานํ (เส-สะ-ขัน-ทัด- ตะ-ยะ- ปะ-ทัด-ถา-นัง)

มีนามขันธ์ทั้ง ๓ ที่เหลือ ( เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญานขันธ์ ) เป็น เหตุใกล้
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 20/07/2006 - 18:36

สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว




๗. มนสิการเจตสิก คือการกระทำอารมณ์ให้แก่จิต หรือความใส่ใจในอารมณ์

มีลักขณาทิจตุกะดังนี้


สารณลกฺขโณ (สา-ระ-นะ-ลัก-ขะ-โน)

มีการทำให้สัมปยุตตธรรมใส่ใจในอารมณ์ เป็น ลักษณะ


สมฺปยุตฺตานํ อารมฺมเณ สํโยชนรโส (สัมปะ-ยุด-ตา-นัง อา-รัม-มะ-เน
สัง-โย-ชะ-นะ-ระ-โส)

มีการทำให้สัมปยุตตธรรมประกอบในอารมณ์ เป็น กิจ


อารมฺมณาภิมุขีภาวปจฺจุปฏฺฐาโน (อา-รัม-มะ-นา-พิ-มุ-ขี-พา-วะ-ปัด-จุ-ปัด-ถา-โน)

มีการทำให้สัมปยุตตธรรมให้มีหน้าที่เฉพาะอารมณ์ เป็น ผล


อารมฺมณปทฏฺฐาโน (อา-รัม-มะ-นะ-ปะ-ทัด-ถา-โน)

มีอารมณ์ เป็น เหตุใกล้




-----------------------------------------------


มนสิการเจตสิก คือ ความใส่ใจในอารมณ์นี้


ถ้ามีความใส่ใจเป็นอันดีต่ออารมณ์
หรือใส่ใจในอารมณ์ด้วยอุบายอัน แยบคาย คือใส่ใจให้ถูกต้อง
ตรงตามสภาวะแห่ง ความเป็นจริงแล้ว ย่อมก่อให้เกิดจิตที่ดีงาม

ความใส่ใจเป็นอันดีเรียกว่า โยนิโสมนสิการ




ถ้าไม่มีความใส่ใจเป็นอันดีต่ออารมณ์
หรือใส่ใจในอารมณ์ด้วยอุบายอันไม่แยบคายแล้ว
ย่อมก่อให้เกิดจิตที่ไม่ดี จิตที่ ชั่วที่บาป

ความไม่ใส่ใจเป็นอันดีนี้ เรียกว่า อโยนิโสมนสิการ




-----------------------------------------------

สาเหตุที่จะให้เกิด โยนิโสมนสิการ คือ


๑. ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา (ปุบ-เพ จะ กะ-ตะ-ปุน-ยะ-ตา)

เคยทำบุญไว้แต่ปางก่อน


๒. ปฏิรูปเทสวาส (ปะ-ติ-รู-ปะ-เท-สะ-วา-สะ)

อยู่ในประเทศที่สมควร คือประเทศที่มีสัปบุรุษ


๓. สปฺปุริสูปนิสฺสย (สับ-ปุ-ริ-สู-ปะ-นิด-สะ-ยะ)

คบหาสมาคมกับสัปบุรุษ


๔. สทฺธมฺมสฺสวน (สัด-ทัม-มัด-สะ-วะ-นะ)

ฟังธรรมของสัปบุรุษ


๕. อตฺตาสมฺนาปณิธิ (อัด-ตา-สัม-มนา-ปะ-นิ-ทิ)

ตั้งตนไว้ชอบ

-----------------------------------------------


ส่วนสาเหตุที่จะให้เกิด อโยนิโสมนสิการ ก็ตรงกันข้าม คือ


๑. ปุพฺเพ อกตปุญฺญตา (ปุบ-เพ อะ-กะ-ตะ-ปุน-ยะ-ตา)

ไม่ได้สร้างสม บุญไว้แต่ปางก่อน


๒. อปฺปฏิรูปเทสวาส (อัป-ปะ-ติ-รู-ปะ-เท-สะ-วา-สะ)

อยู่ในประเทศที่ไม่สมควร (คือไม่มีสัปบุรุษ)


๓. อสปฺปุริสูปนิสฺสย (อะ-สัป-ปุ-ริ-สู-ปะ-นิด-สะ-ยะ)

ไม่ได้คบหาสมาคมกับสัปบุรุษ


๔. อสทฺธมฺมสฺสวน (อะ-สัด-ทัม-มัส-สะ-วะ-นะ)

ไม่ได้ฟังธรรมของสัปบุรุษ


๕. อตฺตมิจฉาปณิธิ (อัด-ตะ-มิด-ฉา-ปะ-นิ-ธิ)

ตั้งตนไว้ผิด


-----------------------------------------------
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   แค้ท ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 577
  • สมัคร: 07/08/2005

ตอบ: 20/07/2006 - 22:26

Hooray Hooray Khun Beckham
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 24/07/2006 - 19:53

ปกิณณกเจตสิก ๖


ปกิณณกเจตสิก เป็นเจตสิกเบ็ดเตล็ด
ไม่ประกอบกับจิตทั่วไป แต่ประกอบได้เป็นบางดวง
ปกิณณกเจตสิกมี ๖ ดวง

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



------------------------------


๑. วิตกเจตสิก คือการยกจิตขึ้นสู่อารมณ์

กล่าวอย่างธรรมดาสามัญก็คือการคิด การนึกถึงอารมณ์


------------------------------


มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้



อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อภินิโรปนกฺขโณ (อา-รัม-มะ-เน จิต-ตัด-สะ
อะ-พิ-นิ-โร-ปะ-นัก-ขะ-โน)

มีการยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ เป็น ลักษณะ



อาหนปริยาหนรโส (อา-หะ-นะ-ปะ-ริ-ยา-หะ-นะ-ระ-โส)

มีการกระทำให้จิตกระทบอารมณ์บ่อยๆ เป็น กิจ



อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อานยนปจฺจุปฏฺฐาโน (อา-รัม-มะ-เน จิด-ตัด-สะ
อา-นะ-ยะ-นะ ปัด-จุ-ปัด-ถา-โน)

มีจิตที่ทรงอยู่ในอารมณ์ เป็น ผล



เสสสขนฺธตฺตยปทฏฺฐาโน (เส-สะ-สะ-ขัน-ทัด-ตะ-ยะ-ปะ-ทัด-ถา-โน)

มีนามขันธ์ทั้ง ๓ ที่เหลือ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์) เป็น เหตุใกล้




------------------------------


วิตกเจตสิก คือการยกจิตขึ้นสู่อารมณ์นี้ มีความหมายใกล้เคียงกับ
เจตนาเจตสิก ความตั้งใจในอารมณ์
และ มนสิการเจตสิก ความใส่ใจในอารมณ์


เพื่อให้เกิดความแตกต่างกัน จึงมีอุปมาด้วยเรือแข่งว่า

เจตนาเจตสิก อุปมาดังคนพายหัว ต้องคว้าธงให้ได้ อันหมายถึงความสำเร็จ คือชัยชนะ
มนสิการเจตสิก อุปมาดังคนถือท้าย ต้องคัดวาดเรือให้ตรงไปยังธงอันเป็นหลักชัย
วิตกเจตสิก อุปมาดังคนพายกลางลำ มุ่งหน้าจ้ำพายไปแต่อย่างเดียว


------------------------------
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 29/07/2006 - 17:45

ปกิณณกเจตสิก ๖



รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



------------------------------


๒. วิจารเจตสิก คือ การประคองจิตให้อยู่ในอารมณ์

กล่าวอย่างธรรมดาสามัญก็ว่า คิดบ่อยๆ นั่นเอง


มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้


อารมฺมณานุมชฺชนลกฺขโณ (อา-รัม-มะ-นา- นุ- มัด-ชะ-นะ- ลัก-ขะ-โน)

มีการพิจารณาอารมณ์บ่อยๆ เป็น ลักษณะ


ตตฺถ สหชาตานุโยชนรโส (ตัด-ถะ สะ-หะ-ชา-ตา-นุ-โย-ชะ-นะ-ระ-โส)

มีการทำให้สหชาตธรรมประกอบในอารมณ์ เป็น กิจ


จิตฺตอนุปฺปพนฺธปจฺจุปฏฺฐาโน (จิด-ตะ-อะ-นุบ-ปะ-พัน-ทะ-ปัด-จุ-ปัด-ถา-โน)

มีการตกแต่งจิตให้อยู่ในอารมณ์ เป็น ผล


เสสขนฺธตฺตยปทฏฺฐาโน (เส-สะ-ขัน-ทัด-ตะ-ยะ-ปะ-ทัด-ถา-โน)

มีนามขันธ์ทั้ง ๓ ที่เหลือ ( เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ ) เป็น เหตุใกล้
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   TemplarKnight ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 758
  • สมัคร: 26/06/2005

ตอบ: 29/07/2006 - 21:18

สมัยก่อนผมคิดว่า เอกัคคตามีเฉพาะในองค์ฌาน
พอเริ่มอ่านพระอภิธรรม จึงทราบว่า ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ มนสิการ
ประกอบได้ในจิตทุกดวง(๑๒๑)
เลยสงสัยครับ
คุณBecham พอจะแนะนำได้มั้ยครับ ว่า
เอกัคคตาเจตสิกในจิตทั่วไปคนธรรมดา ที่บรรยายในพระอภิธรรม
กับเอกัคคตาเจตสิกในปฐมฌานที่ปรากฎในพระสูตร นี่ เหมือนกันหรือเปล่าครับ
ขอบคุณครับ
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 31/07/2006 - 10:15

ตอบ คุณTemplarKnight นะครับ


เอกัคคตาเจตสิก คือ การตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว

สามารถประกอบได้ในจิตทุกดวง

เช่นในขณะที่เกิด โลภมูลจิต ก็มี เอกกัคคตาเจตสิกประกอบด้วย อาจจะเรียก
เอกัคตาในขณะนั้นว่า มิจฉาสมาธิก็ได้
ถ้าในขณะที่เกิด มหากุศลจิต เช่นตอนทำบุญ เอกกัคคตเจตสิกในขณะนั้น
ก็เป็นสัมมาสมาธิ


ถ้านำมาเทียบกันแล้ว
สำหรับ เอกกัคคตาเจตสิกที่เกิดใน จิตของคนทั่วไป(หรือกามาวจรจิต)
ก็เป็นขณิกสมาธิ หรือ อุปจารสมาธิ
ส่วน เอกัคคตาเจตสิกที่เกิดใน ปฐมฌาน ก็เป็นอัปปนาสมาธิ




ถ้าเทียบกันตามอานุภาพหรือกำลังของจิตแล้ว

กามาวจรจิต (เช่น มหากุศลจิต8 อกุศลจิต12 ฯลฯ)
และเอกัคคตาเจตสิกที่เกิดในขณะนั้น จัดว่าเป็นปริตตะ(มีอานุภาพน้อย)
ปฐมฌานจิตนั้น และเอกัคคตาเจตสิกที่เกิดในขณะนั้น
จัดว่า เป็นมหัคคตะ(มีอานุภาพมาก)

(ในอัฏฐสาลินี แสดงไว้ว่า)

วัตถุมีประมาณน้อย เรียกว่า ปริตตะ เพราะเป็นของแตกหักไปรอบด้าน
เหมือนในประโยคมีอาทิ ปริตฺตํ โคมยปิณฺฑํ (ก้อนขี้วัวเล็กน้อย) แม้ธรรมเหล่านี้
ก็เปรียบเหมือนของเล็กน้อย เพราะฉะนั้น จึงชื่อ ปริตตะ เพราะมีอานุภาพน้อย.

คำว่า ปริตตะ นี้ เป็นชื่อของกามาวจร.

ธรรมที่ชื่อว่า มหัคคตะ เพราะอรรถว่า
ถึงความเป็นใหญ่
เพราะสามารถข่มกิเลส
เพราะมีผลไพบูลย์
และเพราะความสืบต่อยาวนาน

หรือว่า บุคคลผู้ปฏิบัติแล้วถึงความเป็นผู้ประเสริฐ
ด้วยฉันทะ วิริยะ จิตตะ ปัญญา ดังนี้บ้าง.
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   TemplarKnight ไอคอน

  • ตอบ 500+
  • PipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 758
  • สมัคร: 26/06/2005

ตอบ: 31/07/2006 - 16:00

ขอบพระคุณมากครับ คุณ Beckham :)
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 10/08/2006 - 20:39

ปกิณณกเจตสิก ๖



รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



------------------------------


๓. อธิโมกขเจตสิก คือ การตัดสินอารมณ์


มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้


สนฺนิฏฺฐานลกฺขโณ (สัน-นิด-ถา-นะ-ลัก-ขะ-โน)

มีการสันนิษฐานอารมณ์ เป็น ลักษณะ


อสํสปฺปนรโส (อะ-สัง-สับ-ปะ-นะ-ระ-โส)

มีการไม่โยกไม่คลอน เป็น กิจ


วินิจฺฉยปจฺจุปฏฺฐาโน (วิ-นิด-ฉะ-ยะ-ปัด-จุบ-ปัด-ถา-โน)

มีการตัดสิน เป็น ผล


สนฺนิฏเฐยฺยธมฺมปทฏฺฐาโน (สัน-นิด-เถย-ยะ-ทัม-มะ-ปะ-ทัด-ถา-โน)

มีการสันนิษฐานธรรม เป็น เหตุใกล้
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 19/08/2006 - 13:10

ปกิณณกเจตสิก ๖



รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



------------------------------



๔. วิริยเจตสิก คือ ความเพียรเพื่อให้ได้อารมณ์

มีลักขณาทิจตุกะดังนี้


อุสฺสาหนลกฺขณํ (อุส-สา-หะ-นะ-ลัก-ขะ-ณัง)

มีความอุตสาหะ เป็นลักษณะ


สหชาตานํ อุปตฺถมฺภนรสํ (สะ-หะ-ชา-ตา-นัง อุ-ปัต-ถัม-ภะ-นะ-ระ-สัง)

มีการอุดหนุนค้ำชูสหชาตธรรม เป็นกิจ


อสํสีทนปจฺจุปฏฺฐานํ (อะ-สัง-สี-ทะ-นะ-ปัจ-จุ-ปัฏ-ฐา-นัง)

มีการไม่ย่อท้อถดถอย เป็นผล


สํเวคปทฏฺฐานํ (สัง-เว-คะ-ปะ-ทัฏ-ฐา-นัง)

มีความสลด เป็นเหตุใกล้
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 25/08/2006 - 10:46

ปกิณณกเจตสิก ๖



รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว



------------------------------





๕. ปีติเจตสิก คือ ความปลาบปลื้ม หรืออิ่มใจในอารมณ์

มีลักขณาทิจตุกะดังนี้



สมฺปิยายนลกฺขณา (สัม-ปิ-ยา-ยะ-นะ-ลัก-ขะ-ณา)

มีความอิ่มใจ เป็นลักษณะ



กายจิตฺตปีฬนรสา (กา-ยะ-จิต-ตะ-ปี-ฬะ-นะ-ระ-สา)

มีการทำกายและใจอิ่มเอิบ เป็นกิจ



โอทคฺยปจฺจุปฏฺฐานา (โอ-ทัค-คยะ-ปัจ-จุ-ปัฏ-ฐา-นา)

มีกายและใจเฟื่องฟู เป็นผล



เสสขนฺธตฺตยปทฏฺฐานา (เส-สะ-ขัน-ธัต-ตะ-ยะ-ปะ-ทัฏ-ฐา-นา)

มีนามขันธ์ทั้ง ๓ ที่เหลือ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์) เป็นเหตุใกล้





ปีติเจตสิก คือ ความปลาบปลื้มใจ อิ่มใจในอารมณ์นั้นมี ๕ ประการ

๑. ขุทฺทกาปีติ ปลาบปลื้มใจเล็กน้อยพอรู้สึกขนลุก
๒. ขณิกาปีติ ปลาบปลื้มใจชั่วขณะเกิดขึ้นบ่อยๆ
๓. โอกฺกนฺติกาปีติ ปลาบปลื้มใจจนถึงกับตัวโยกตัวโคลง
๔. อุพฺเพงฺคาปีติ ปลาบปลื้มใจจนถึงกับตัวลอย
๕. ผราณาปีติ ปลาบปลื้มใจจนนอิ่มเอิบซาบซ่านไปทั่วทั้งกายและใจ


ปีติ ที่เป็นองค์ฌานนั้น ต้องถึง ผรณาปีติ
ส่วนปีติอีก ๔ ไม่นับเป็นองค์ฌาน เพราะยังเป็นของหยาบอยู่


อนึ่ง ปีติ กับ สุข ต่างกัน คือ

ปีติ เป็นสังขารขันธ์
สุข เป็นเวทนาขันธ์

และเมื่อมี ปีติ จะต้องมีสุขเสมอแน่นอน แต่ว่า เมื่อมีสุข อาจจะไม่มีปีติด้วยก็ได้
0



คำตอบต่อไป: TemplarKnight - Beckham - TemplarKnight - Beckham - ธาตุไม้ นามดิน - TemplarKnight - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - svt - Beckham - A Student - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - Beckham - A Student -
  • (3 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ