ลานธรรมเสวนา: วิธีตอบแทนคุณบิดามารดาที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

วิธีตอบแทนคุณบิดามารดาที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ ท่านตอบแทนบุญคุณพ่อแม่อย่างไรบ้าง เล่าสู่กันฟัง ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   ชุติกาญจน์ ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 154
  • สมัคร: 27/03/2006

ตอบ: 22/05/2006 - 03:34

วิธีตอบแทนคุณบิดามารดาที่ถูกต้อง


ปัญหา การที่จะตอบสนองบุญคุณมารดาบิดาได้อย่างถูกต้องและเต็มที่นั้น บุตรธิดาควรจะทำอย่างไรบ้าง ?

พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่จะตอบแทนคุณแก่บุคคลทั้ง ๒ คือ มารดา ๑ บิดา ๑ เรากล่าวว่ากระทำไม่ได้ง่ายเลย

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุตรพึงแบกมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง แบกบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง เขามีอายุมีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และพึงปฏิบัติบำรุงทั้ง ๒ ด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการบีบนวดอวัยวะต่าง ๆ แก่ท่านทั้งสอง แม้ท่านทั้ง ๒ ก็พึงถ่ายอุจจาระบนบ่านั่นเอง ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ชื่อว่าตอบแทนบุญคุณแก่มารดาบิดา

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรพึงตั้งมารดาไว้ในราชสมบัติ มีอำนาจยิ่งใหญ่ในแผ่นดินใหญ่ อันมีรัตนะ ๗ ประการมากหลายนี้ แม้กระนั้นก็ยังไม่ชื่อว่าตอบแทนคุณมารดาบิดา ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก เป็นผู้บำรุงเลี้ยง เป็นผู้สอนให้ลูกรู้จักโลก

“ส่วนบุตรคนใด ทำให้มารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธาให้สมาทานตั้งมั่นในสัทธาสัมปทา ให้มารดาบิดาผู้มีทุศีลสมาทานตั้งมั่นในสีลสัมปทา ให้บิดามารดาผู้มีความตระหนี่สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา ให้มารดาบิดาผู้ทรามปัญญา สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านั้น และบุตรย่อมชื่อว่าเป็นผู้อันกระทำตอบแทนบุญคุณแก่มารดาบิดาแล้ว”


ป. ทุก. อํ. (๒๗๘)
ตบ. ๒๐ : ๗๘-๗๙ ตท. ๒๐ : ๗๐-๗๑
ตอ. G.S. ๑ : ๕๖-๕๗

http://84000.org/true/569.html
0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   dhammaboot ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 149
  • สมัคร: 24/03/2006

ตอบ: 22/05/2006 - 18:05

อนุโมทนาครับ :09: :09: :09:
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   ake ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1983
  • สมัคร: 05/02/2004

ตอบ: 22/05/2006 - 20:02

บางคนก็ทำได้่ามาก
บางคนก็ตรงกันข้าม
ส่วนตัวแล้วผมทำไม่ได้
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   jairlinethai ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 171
  • สมัคร: 03/02/2004

ตอบ: 22/05/2006 - 20:26

ขออนุโมทนาครับ

กำลังพยายามบำรุงบิดา มารดา ตามที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้

แต่ก็ถือว่าต้องใช้ความพยายามพอสมควรครับ
[color="#9ACD32"][font="Arial Black"]ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด หมดไม่มา เราไม่หวง เราไม่อด หมดก็มาเรื่อยๆ (ลพ.จรัญ)[/font][/color]
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   อัปปมัญญา ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1046
  • สมัคร: 27/09/2004

ตอบ: 22/05/2006 - 22:19

:09: คุณชุติกาญจน์

ทุกวันนี้เราก็พยายามปฏิบัติธรรมให้พ่อแม่ดูเป็นตัวอย่าง
เผื่อว่าท่านจะอยากปฏิบัติแบบเราบ้าง

เรามีพ่อแม่หลายคน ตั้งแต่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดแต่ไม่มีบุญพอจะอยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก

ตั้งแต่เด็กจนโตก็โตมากับพ่อแม่อีกคน
พ่อคนนี้เป็นคนดี ชอบไปวัด ชอบสวดมนต์ เหล้ายาไม่แตะ
เรายังคิดเลยพ่อเราเป็นพระโสดาบันหรือป่าว :11:
ห้องพระอลังการมาก เวลาพ่อสวดมนต์เราจะชอบมองพระพุทธรูป
มองแล้วรู้สึกว่าพระพุทธรูปเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขลัง มีพลัง เลยชอบมอง

มาห่างพ่อก็ช่วงเป็นวัยรุ่นค่ะ (เพราะว่าพ่อเสียชีวิต)
กับแม่ก็ห่างตั้งแต่ประถมต้น (เพราะแม่ทำงานที่กรุงเทพ)

เสียดายอยู่ พ่อเสียไปแล้ว แต่เราก็มั่นใจว่าพ่อเลื่อมใสพระรัตนตรัยมาก
เสียดายตรงที่ไม่มีโอกาสได้บอกพ่อว่ารัก
อีกทั้ง ไม่แน่ใจว่าเคยทำให้พ่อเสียใจแอบไปร้องไห้ไหม


เหลือแต่แม่ ก็พอปลื้มใจอยู่บ้างค่ะ
แม่เคยพูดว่าอยากไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน
แล้วแม่ ก็ไม่เคยห้ามเวลาที่เราบริจาคเงินสมทบทุนหนังสือธรรมะ
หรือบริจาคอะไรต่างๆ แม่ไม่ขัดเลย กับแม่คนนี้สนิทใจกันมากค่ะ

แต่เราห่วงมาก พ่อแม่อีกคน พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดแท้ๆเลยนะคะ
ดูท่านไม่สนใจพุทธศาสนาเลย
ก็ไม่รู้ท่านจะหันมาสนใจได้บ้างหรือป่าว :18:

ทุกวันนี้เราก็พยายามทำให้ท่านดูเป็นตัวอย่างค่ะ
ทำเหตุปัจจัยให้เต็มที่ เรายังเคยอธิษฐานขอให้พ่อแม่ศรัทธาพุทธศาสนา
ก็คงต้องมีสักวันค่ะ สักวัน:44:
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   GG ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3908
  • สมัคร: 16/12/2004

ตอบ: 23/05/2006 - 08:02

เคยวางอุเบกขาเรื่องนี้ไปแล้ว
แต่พอมาอ่านกระทู้นี้แล้วเกิดแรงบันดาลใจให้พยายามทำต่อไปค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ :09:
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   กานต์ ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4289
  • สมัคร: 13/08/2004

ตอบ: 23/05/2006 - 08:26

ขอบคุณครับ


มุ่งมั่น ตั้งใจและทำตรงนี้อยู่เสมอครับ ตั้งแต่หาซีดีให้ท่านฟัง แล้วก็เลยต้องซื้อวิทยุมา <ตอนแรกเครื่องในห้องคุณแม่ ไม่มีที่เล่น MP3 ได้>

รวมถึงพาท่านไปอบรมสมาธิ และนั่งภาวนา

หลังๆท่านก็สนใจการปฏิบัติมากขึ้น สนใจอ่านหนังสือธรรมะมากกว่าแต่ก่อน ถามหาหนังสือของครูบาอาจารย์หลายๆเล่ม บอกว่าอยากอ่าน :06:


ส่วนหนึ่งเพราะท่านเห็นการเปลี่ยนแปลงจากตัวผม จากลูกชายจอมดื้อ เอาแต่ใจคนเดิม มาเป็นลูกชายดื้อ<น้อยลง> ไม่ค่อยเอาแต่ใจ :08: ด้วยมังครับ
มรรคผลอยู่ข้างหน้า มองหาแล้วจะพบ
--
จาก พี่ตุลย์ ดังตฤณ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ ๓๓ วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๘

-----------
วิมุตติปฏิปทา :

หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย
ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา
จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น
พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกแสนนาน ...

_/|\_ _/|\_ _/|\_

พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   สัมมาธรรมฤทธิ์ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1047
  • สมัคร: 04/01/2006

ตอบ: 23/05/2006 - 16:40

อ้างอิง (กานต์ @ 23 พ.ค. 49 - 08:26)
รวมถึงพาท่านไปอบรมสมาธิ และนั่งภาวนา

หลังๆท่านก็สนใจการปฏิบัติมากขึ้น สนใจอ่านหนังสือธรรมะมากกว่าแต่ก่อน ถามหาหนังสือของครูบาอาจารย์หลายๆเล่ม บอกว่าอยากอ่าน :06:


ส่วนหนึ่งเพราะท่านเห็นการเปลี่ยนแปลงจากตัวผม จากลูกชายจอมดื้อ เอาแต่ใจคนเดิม มาเป็นลูกชายดื้อ<น้อยลง> ไม่ค่อยเอาแต่ใจ :08: ด้วยมังครับ
(กานต์ @ 23 พ.ค. 49 - 08:26)

ยินดีด้วยกับคุณกานต์ครับ เห็นด้วยกับผู้ตั้งกระทู้ครับ
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   ศาลาลอยน้ำ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 66
  • สมัคร: 15/05/2006

ตอบ: 23/05/2006 - 18:03

อนุโมทนาครับ ผมก็พยายามอยู่
แต่กลายเป็นมารดาบอกว่าผมบ้าศาสนามากไปแล้ว
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   พอแล้ว ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1880
  • สมัคร: 18/10/2006

ตอบ: 23/07/2007 - 01:41

ใกล้ถึงวันแม่แล้ว ดันมาไว้สนทนาธรรมตามกาลครับ
คนเราล้วน ดิ้นรน เพื่อสิ่งที่ต้องทิ้ง

บางคนทำสิ่งที่ไม่เป็นแก่นสารสาระ ได้ไร้สาระที่สุด
แต่บางคนก็สามารถใช้สิ่งอันไร้แก่นสาร สาระนี้
ได้เป็นสาระเกิดประโยชน์สูงสุด คือได้ มรรค ผล นิพพาน

ธรรมะ หาได้ในกายยาววา หนาคืบ กว้างศอกนี้แล
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   เฉลิมศักดิ์ ไอคอน

  • ตอบ 6000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 6232
  • สมัคร: 26/01/2004

ตอบ: 23/07/2007 - 06:30

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒
อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต

http://84000.org/tip...840&pagebreak=0

-------------------------------------------------
http://84000.org/tip...อ_๒๗๘

อรรถกถาสูตรที่ ๒
ในสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า มาตุ จ ปิตุ จ ได้แก่ มารดาผู้บังเกิดเกล้า ๑ บิดาผู้บังเกิดเกล้า ๑.
บทว่า เอเกน ภิกฺขเว อํเสน มาตรํ ปริหเรยฺย ความว่า บุตรพึงปรนนิบัติมารดาแบกไว้บนจะงอยบ่าข้างหนึ่ง.
บทว่า เอเกน อํเสน ปิตรํ ปริหเรยฺย ความว่า บุตรพึงปรนนิบัติบิดาแบกไว้บนจะงอยบ่าข้างหนึ่ง.
บทว่า วสฺสสตายุโก วสฺสสตาชีวี ความว่า มีอายุถึง ๑๐๐ ปี ทรงชีพอยู่ ๑๐๐ ปี. มีคำอธิบายว่า ถ้าบุตรคิดว่าจักตอบแทนคุณบิดามารดา กระวีกระวาดให้มารดานั่งบนจะงอยบ่าข้างขวา ให้บิดานั่งบนจะงอยบ่าข้างซ้าย มีอายุถึง ๑๐๐ ปี ทรงชีพแบกอยู่ ๑๐๐ ปี.
บทว่า โส จ เนสํ อุจฺฉาทนปริมทฺทนนฺหาปนสมฺพาหเนน ความว่า บุตรนั้นแลพึงบำรุงบิดามารดาผู้นั่งอยู่บนจะงอยบ่านั่นเอง ด้วยการอบกลิ่นให้ตัวหอม เพื่อบรรเทากลิ่นเหม็น ด้วยการนวดมือเท้า เพื่อบรรเทาเมื่อยขบ เวลาหนาวให้อาบน้ำอุ่น เวลาร้อนให้อาบน้ำเย็น ด้วยการดัดคือ ดึงมือและเท้าเป็นต้น.
บทว่า เต จ ตตฺเถว ความว่า บิดามารดาทั้งสองก็นั่งถ่ายอุจจาระปัสสาวะอยู่บนนั้นแหละ คือบนจะงอยบ่าทั้งสองของบุตรนั้น.
บทว่า น เตฺวว ภิกฺขเว ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ด้วยอาการปรนนิบัติถึงเพียงนี้ จะเป็นอันบุตรนั้นได้ทำคุณหรือได้ตอบแทนคุณแก่บิดามารดาแล้ว หามิได้เลย.
บทว่า อิสฺสราธิปจฺเจ รชฺเช พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายถึงความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิทีเดียว.
บทว่า อาปาทกา แปลว่า เป็นผู้ให้เติบโต เป็นผู้ดูแล. เพราะบุตรทั้งหลาย บิดามารดาทำให้เติบโตและดูแลแล้ว.
บทว่า โปสกา ได้แก่ เป็นผู้เลี้ยงดูโดยให้มือเท้าเติบโต ให้ดื่มโลหิตในหทัย. เพราะบิดามารดาเลี้ยงบุตรอย่างดี ประคบประหงมด้วยข้าวน้ำเป็นต้น.
บทว่า อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร ความว่า ถ้าในวันที่บุตรเกิด บิดามารดาจะจับเท้าบุตรเหวี่ยงไปในป่าหรือในเหว บุตรก็จะไม่ได้เห็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ในโลกนี้ แต่เพราะท่านไม่ทำอย่างนี้ ฟูมฟักเลี้ยงดู บุตรจึงเห็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ในโลกนี้ เพราะอาศัยบิดามารดา ฉะนั้น บิดามารดาจึงชื่อว่าเป็นผู้แสดงโลกนี้แก่บุตร.
บทว่า สมาทเปติ ได้แก่ ให้เชื่อถือ.
ในพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ผสมกันทั้งโลกิยะและโลกุตระ.
ภิกษุเช่นพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรเถระ พึงทราบว่าชื่อว่ายังบิดามารดาให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมเหล่านั้น.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๒
-------------------------------------------


มงคลที่ ๑๑ บำรุงมารดาบิดา & พระคุณของมารดาบิดา
http://larndham.net/...o.pl/009406.htm

"วิธีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่
๑. เลี้ยงดูท่านยามชรา เอาใจใส่การกินอยู่หลับนอนของท่านไม่ให้เดือดร้อน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านแก่ เช้าวันใหม่ท่านแก่ไปอีกวันแล้ว เรารู้ว่าท่านแก่ทุกวันก็แล้วกัน จะได้ตอบแทนได้ทุกวัน ไม่ต้องดูอายุ
๒. ช่วยเหลือกิจการงานของท่าน ช่วยแบ่งเบาภาระของท่านเพื่อให้ท่านมีโอกาสพักผ่อนเพราะท่านเหนื่อยมามากแล้ว หรือเปิดโอกาสให้ท่านได้เข้าวัดฟังธรรมะ
๓. ไม่ทำตัวให้เสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของท่าน รักษาวงศ์ตระกูลที่ท่านให้มา ดำรงอยู่ได้นานๆคือ ทำความดีนั้นเอง
๔. ประพฤติตนดีควรแก่การรับมรดก ไม่ใช่อยู่เพื่อหวังมรดก ไม่เกะกะเหลวไหล ไม่สุรุ่ยสุร่ายผลาญทรัพย์สมบัติที่ท่านมอบให้
๕. เมื่อท่านล่วงลับไปแล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้อย่างสม่ำเสมอ แม้ท่านจะเกิดในภูมิที่สูงกว่าหรือไม่สามารถรับกุศลได้ การระลึกและแผ่เมตตาจิตให้แก่พ่อแม่เป็นมงคลอันประเสริฐ
พระพุทธองค์ตรัสว่า ถ้าบุตรจะพึงวางบิดามารดาไว้บนบ่าสองข้างของตน ประคับประคองท่านให้อยู่บนบ่านั้น ป้อนข้าวป้อนน้ำให้ท่าน ถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่านั้นเสร็จ แม้บุตรจะมีอายุถึง ๑๐๐ ปี และปรนนิบัติท่านเช่นนั้นตลอดชีวิต ก็ยังนับว่าตอบแทนบุณคุณท่านยังไม่หมด พระพุทธองค์ตรัสเพื่ออะไร เพื่อจะได้ให้รู้ว่าสิ่งที่เราควรกระทำก่อนจะไปแสวงหานอกบ้านนั้นอยู่ใกล้เราเหลือเกิน แต่เราไม่เคยมองดูคุณค่าอันนี้เลย ทำให้แก่พ่อแม่ พ่อแม่ก็มีวิบากดีที่ได้ลูกดี แต่คนที่ทำมีมงคลชีวิต

วิธีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ให้หมด มี ๕ ประการ คือ
๑. เมื่อท่านยังไม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก็พยายามชักนำให้ท่านตั้งอยู่ในศรัทธาให้ได้
๒. ถ้าท่านยังไม่ถึงพร้อมด้วยการให้ทาน ก็พยายามชักนำท่านให้บริจาคทานให้ได้ เริ่มต้นด้วยเราทำแล้วให้ท่านจบ
๓. ถ้าท่านยังไม่มีศีลรักษา ก็พยายามชักนำให้ท่านรักษาศีลให้ได้
๔. ถ้าท่านยังไม่ทำสมาธิ ยังไม่มีความสงบ ก็พยายามชักนำให้ท่านหาความสงบให้ได้
๕ . พยายามส่งเสริมท่านเดินทางสู่มรรค ผล นิพพาน อย่าขวางท่าน
เมื่อท่านถึงมรรค ผล นิพพาน ตอบแทนหมดไหม ? ฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่ที่พ่อแม่กำลังทำเพื่อสร้างทางสู่มรรค ผล นิพพาน อย่าขวางท่าน

-อานิสงส์ของการบำรุงบิดามารดา มี ๑๓ ประการ คือ
๑. ทำให้มีความอดทน
๒. ทำให้เป็นคนมีสติรอบคอบ
๓. ทำให้เป็นคนมีเหตุผล
๔. ทำให้พ้นทุกข์ได้
๕. ทำให้พ้นภัยได้
๖. ทำให้ได้ลาภโดยง่าย
๗. ทำให้แคล้วคลาดภัยในยามคับขัน
๘. ทำให้เทวดาลงมาพิทักษ์รักษาผู้ที่ทำ
๙. ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญ
๑๐. ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า
๑๑. ถ้ามีลูกก็จะได้ลูกที่ดี
๑๒. ทำให้มีความสุข
๑๓. ทำให้เป็นตัวอย่างอันดีแก่อนุชนรุ่นหลัง "
----------------------------------------------------------------

0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   sssboun ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3605
  • สมัคร: 16/05/2007

ตอบ: 23/07/2007 - 07:46

:09:

อนุโมทนาครับ

ผมคงไม่มีโอกาศเช่นนั้นแล้วครับ มีแต่รักษาตัวเองให้ดี มีธรรมะให้ยิ่งๆขึ้นไป เท่านี้ผมก็คิดว่าเป็นการตอบแทนแล้วครับ เพราะทุกส่วนร่างกายของเรานั้นย่อมที่จะประกอบไปด้วยเลือดเนื้อของท่านทังสองครับ

ใครมีพ่อแม่ยังอยู่ให้รีบทำนะครับ เดียวจะเป็นเหมือนผมคงแย่เลย จะมานึกเสียใจภายหลังไม่ได้นะครับ

:09: :09: :09:
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   vet49 ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 64
  • สมัคร: 18/07/2007

ตอบ: 23/07/2007 - 10:26

สาธุ
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   บังตอ ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 209
  • สมัคร: 17/12/2006

ตอบ: 24/07/2007 - 16:44

ความหมายที่แท้จริงของประเพณีบวชทดแทนคุณ

บทสรภัญญะกราบใหว้คุณบิดามารดา

ข้าขอกราบใหว้คุณ........พระบิดาและมารดา
เลี้ยงลูกเฝ้ารักษา.........แต่ก่อนมาจึงเป็นคน(ซ้ำ)
แสนยากลำบากกาย.......ไม่คิดยากลำบากตน
ในใจให้กังวล...........อยู่ด้วยลูกทุกเวลา(ซ้ำ)
ยามกินถ้าลูกร้อง.........ก็ต้องวางวิ่งมาหา
ยามนอนไม่เต็มตา........พอลูกร้องก็ต้องดู(ซ้ำ)
ตัวเรือดยุงไรมด.........จะกวนกัดรีบอุ้มชู
อดกินอดนอนสู้.........ทนลำบากหนักไม่เบา(ซ้ำ)
คุณพ่อแม่มากนัก........เปรียบน้ำหนักยิ่งภูเขา
แผ่นดินทั้งหมดเอา......เปรียบคุณท่านไม่เท่าทัน(ซ้ำ)
เหลือที่จะแทนคุณ.......ของท่านนั้นใหญ่อนันต์
เว้นไว้แต่เรียนธรรม์(ทัน)..เอามาสอนพอผ่อนบุญ(ซ้ำ)
สอนธรรมที่จริงใจ.......รูปไม่เที่ยงไว้เป็นทุน
แล้วจึงแสดงคุณ........ให้เห็นจริงตามทำนอง(ซ้ำ)
นั่นแหละจึงนับได้.......ว่าสนองซึ่งคุณนา

แทนข้าวที่ป้อนมา.......และน้ำนมที่ดื่มกิน(ซ้ำ)
แทนคุณประการอื่น......ร้อยพันหมื่นเป็นอาจินต์
อย่างใดก็ไม่สิ้น........พระคุณนั้นอนันต์เอย(ซ้ำ)


เนื่องจากบัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่นิยมบวชเพียงระยะเวลาสั้นๆ 1 อาทิตย์ หรือไม่ถึงเดือน ซึ่งถือสืบๆกันมาว่าเป็นการบวชตามประเพณีหากคิดว่าได้เกาะชายจีวรขึ้นสวรรค์ การบวชแบบนี้คงเป็นการคิดที่ผิดแน่นอน ซึ่งทำให้นอกจะไม่เข้าใจในแก่นของพระพุทธศาสนา แล้วยังไปติดกับเปลือกภายนอก จนเกิดความขยาดและไม่ยอม เข้าวัด คำถามก็คือ คนที่บวชเรียนเพียงแต่ผิวเผิน หลังจากสึก ออกไปแล้ว จะไม่ศรัทธาและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอีก เพราะเขาเหล่านั้นได้เพียงเปลือกนอกไป และจะมีสักกี่คนที่กลับมาเข้าวัดอีก.....

เมืองไทยที่มีชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ องกรค์รัฐหรือเอกชนควรกำหนดให้สามารถลาบวชได้ เป็นเวลา 1 พรรษา มีนโยบายชักจูงใจให้คนลาบวช เช่นมีโบนัสหรือเพิ่มวิทยะฐานะ เพราะถือเป็นการลาไปศึกษาหรืออบรมคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งผลดีที่องกรค์ได้รับนั้นมีมากมายกว่าผลเสียแน่นอน

อย่ารอให้ถึงเวลาที่สูญเสียไปแล้ว....จึงเห็นคุณค่า
ยังไม่ถึงเวลากินเกลือกันอีกหรือ?

0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   ตรงประเด็น ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ยกเลิกการเป็นสมาชิก
  • ตอบ: 3533
  • สมัคร: 14/02/2004

ตอบ: 24/07/2007 - 16:53

อนุโมทนาครับ :09:
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ