ลานธรรมเสวนา: อนุตตรธรรมกับพระพุทธศาสนาและพระศรีอารย์ - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

อนุตตรธรรมกับพระพุทธศาสนาและพระศรีอารย์ ธรรม ทุกสิ่ง เกิด มาจากที่เดียวกัน

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   ฉือเปย ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 4
  • สมัคร: 28/07/2005

ตอบ: 08/08/2005 - 11:00

พระพุทธศาสนาของเรานั้นความจริงแล้วก็มีต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกันกับทุกศาสนาที่เราเห็นอยู่บนโลกนี้ทุกอย่างมีรากที่เดียวกันแต่แยกออกมาสั่งสอนที่ต่างกันแค่นั้นเอง
อนุตรธรรม เป็นธรรมะที่ลึกซึ้ง เป็นเรื่องที่ไม่แปลกที่จะมีผู้คนมากมายไม่เข้าใจ ว่าอนุตรธรรมคืออะไร เป็นพุทธหรือลัทธิอะไรหรือเปล่า มาเพื่ออะไร
ผู้น้อย ขอให้ความกระจ่างแด่ท่านผู้แสวงหาหนหลุดพ้นทางตามรอยพระศาสดาของตน ท่านผู้มีบุญวาสนาทุกท่านข้าน้อยขอชี้แนะดังนี้
ผู้มีบุญวาสนาทุกท่านเคยตั้งคำถามกับตัวเองบ้างรึเปล่าว่า
1.เราเกิดมาจากไหน
2.เกิดมาเพื่อทำอะไร
3.ตายแล้วเราจะไปที่ไหน
ทำไมต้องมีโลก ทำไมต้องมีคน มีสัตว์ ใครเป็นผู้ให้กำเนิดสิ่งเหล่านี้
ศาสนาทุกศาสนาเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมต้องมีด้วย
ทุกคำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมถามกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่มาถึงบัดนี้ผมได้ศึกษาทำความเข้าใจ จนผมอยากจะบอกกับทุกคนบนโลกใบนี้ บอกข่าวประเสริฐที่ผมได้รับรู้มา วันนี้ผมดีใจที่มีผู้มีบุญวาสนาเปิดใจรับสิ่งที่ลำค่าที่สุดในชีวิตที่เราเกิดมา
อนุตรธรรม เป็นเพียงศัพท์ที่บัญญัติขึ้นมาแค่นั้นเอง เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจตรงกัน จริงฯแล้วธรรมมะที่แท้จริงนั้น ไร้รูป ไร้ร่างเป็นสิ่งที่พระศาสดาของทุกศาสนา มิสามรถที่จะบอกกล่าวเป็นคำพูดได้สมัยนั้นยังคงต้องเป็นความลับอยู่ พระพุทธองค์ถ่ายทอดธรรมนี้ให้พระมหากัสสปะ สืบทอดมา พระอานนท์ เป็นรุ่นต่อรุ่นหนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งเป็นธรรมที่ไร้รูปไร้ร่าง ว่างแต่ก็ไม่ว่าง มีแต่เหมือนไม่มี
ในคัมภีร์ของทุกศาสนาถ้าเราศึกษาให้ลึกจริงฯ จะมีความนัยของคำว่าอนุตรธรรมอยู่
สิ่งเหล่านี้น้อยคนที่เข้าใจ เพราะว่าคนเราเกิดมาแล้วไม่รู้กี่ชาติ เจ้ากรรมนายเวรไม่รู้เท่าไร ธรรมมะซึ่งพระศาสดาของทุกศาสนาทรงตรัสรู้ ท่านต้องบำเพ็ญมาไม่รู้กี่ชาติ
จึงเป็นเรื่องที่ไม่แปลกที่คนไม่รู้ในสิ่งล้ำค่านี้ หรือรู้แล้วก็ยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร
ถ้าจะให้พูดถึง <อนุตตรธรรมที่แท้จริง>ให้ละเอียด ณ ที่นี้คงจะเป็นเรื่องยาก เพราะว่าธรรมะในอนุตตรธรรมตอนนี้ก็แบ่งออกไปเป็นสายธรรมมากมาย ของที่ปลอมก็มีมาก
ดังที่เห็นเป็นข่าวต่างๆมากมาย แต่ที่ที่จริงมีอยู่ที่เดียวนั้นคือ ที่ที่ศาสดาของทุกศาสนาอยู่รวมทั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราด้วย โดยมีพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปคือพระศรีอารยเมตตรัย เป็นผู้เก็บรวม 3 ภพ นี่คือหน้าที่ของพระพุทธเจ้าองค์ที่ 10 ของโลกเรา
ผู้น้อยจึงขอบอกข่าวประเสริฐกับทุกท่านว่า
<ตอนนี้ สมเด็จพระศรีอารยเมตตรัยเกิดกายเนื้ออยู่บนโลกมนุษย์แล้ว>
ศาสดาของโลกองค์ต่อไปตอนนี้ท่านมีชีวิตอยู่บนโลกของพวกเราพี่น้องผู้ซึ่งมีแม่ผู้ให้กำเนิดจิต
วิญญาณ มาจากที่เดียวกัน และเราก็มีแม่คนเดียวกันรอเราอยู่
พระพุทธองค์สมัยท่านมีชีวิตอยู่จะมีซักกี่คนที่รู้ว่าท่านคือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บ้าง

การโพสต์นี้ได้ถูกแก้ไขโดย กอบ: 08/08/2005 - 17:24

0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   ฉือเปย ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 4
  • สมัคร: 28/07/2005

ตอบ: 08/08/2005 - 11:02

ขอบคุณครับ
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   Beckham ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1735
  • สมัคร: 06/04/2005

ตอบ: 08/08/2005 - 11:07

อ้างอิง
<อนุตตรธรรมที่แท้จริง>


ช่วย post ความหมายให้นะครับ

[126] อนุตตริยะ 3 (ภาวะอันยอดเยี่ยม, สิ่งที่ยอดเยี่ยม — excellent states; highest ideal; greatest good; unsurpassable experiences)
1. ทัสสนานุตตริยะ (การเห็นอันเยี่ยม ได้แก่ ปัญญาอันเห็นธรรม หรืออย่างสูงสุดคือเห็นนิพพาน — ideal sight, supreme or unsurpassable vision)
2. ปฏิปทานุตตริยะ (การปฏิบัติอันเยี่ยม ได้แก่ การปฏิบัติธรรมที่เห็นแล้ว กล่าวให้ง่ายหมายเอามรรคมีองค์ 8 — ideal course; supreme way)
3. วิมุตตานุตตริยะ (การพ้นอันเยี่ยม ได้แก่ ความหลุดพ้นอันเป็นผลแห่งการปฏิบัตินั้น คือ ความหลุดพ้นจากกิเลสและทุกข์ทั้งปวง หรือนิพพาน — ideal freedom; supreme deliverance)



[127] อนุตตริยะ 6 (ภาวะอันเยี่ยม, สิ่งที่ยอดเยี่ยม — excellent, supreme or unsurpassable experiences)
1. ทัสสนานุตริยะ (การเห็นอันเยี่ยม ได้แก่ การเห็นพระตถาคต และตถาคตสาวกรวมถึงสิ่งทั้งหลายที่จะให้เกิดความเจริญงอกงามแห่งจิตใจ — supreme sight)
2. สวนานุตตริยะ (การฟังอันเยี่ยม ได้แก่ การสดับธรรมของพระตถาคต และ ตถาคตสาวก — supreme hearing)
3. ลาภานุตตริยะ (การได้อันเยี่ยม ได้แก่ การได้ศรัทธาในพระตถาคตและตถาคตสาวก หรือการได้อริยทรัพย์ — supreme gain)
4. สิกขานุตตริยะ (การศึกษาอันเยี่ยม ได้แก่ การฝึกอบรมในอธิศีล อธิจิต และอธิปัญญา — supreme training)
5. ปาริจริยานุตตริยะ (การบำเรออันเยี่ยม ได้แก่ การบำรุงรับใช้พระตถาคตและตถาคตสาวก — supreme service or ministry)
6. อนุสสตานุตตริยะ (การระลึกอันเยี่ยม ได้แก่ การระลึกถึงพระตถาคต และตถาคตสาวก — supreme memory)

โดยสรุปคือ การเห็น การฟัง การได้ การศึกษา การช่วยรับใช้ และการรำลึกที่จะเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ ล่วงพ้นโสกะปริเทวะ ดับสูญทุกข์โทมนัส เพื่อการบรรลุญายธรรม ทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน






.

แสดงผลการค้น ลำดับที่ 4 / 7
[188] สังเวชนียสถาน 4 (สถานที่เป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช, สถานที่เนื่องด้วยพุทธประวัติ ซึ่งพุทธศาสนิกชนควรไปดูเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้เกิดความไม่ประมาท จะได้เร่งขวนขวายประกอบกุศลกรรม และสำหรับผู้ศรัทธาจะได้จาริกไปชม เพื่อเพิ่มพูนปสาทะ กระทำสักการบูชา อันจะนำให้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ - places apt to cause the feeling of urgency; places made sacred by the Buddha's association; places to be visited with reverence; the four Buddhist Holy Places)
1. ชาตสถาน (ที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือ อุทยานลุมพินี - birthplace of the Buddha)
2. อภิสัมพุทธสถาน (ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ คือ ควงโพธิ์ที่ตำบลพุทธคยา - place where the Buddha attained the Enlightenment)
3. ธัมมจักกัปปวัตตนสถาน (ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร คือ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี เรียกปัจจุบันว่า สารนาถ - place where the Buddha preached the First Sermon)
4. ปรินิพพุตสถาน (ที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน คือ ที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา - place where the Buddha passed away into Parinibbana)

http://84000.org/tip...
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   Vicha ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3376
  • สมัคร: 24/01/2004

ตอบ: 08/08/2005 - 11:46

ขอโทษนะครับ ทึ่ต้องตักท้วงเป็นครั้งที่ 2 แต่คงไม่สามารถละลายความเชื่อที่ฝั่งแน่นของคุณฉือเปย ไปได้โดยง่าย เพราะติดแน่นเสียเหลือเกิน

ปริศนา !!!!!! อ้าว ผมเพิ่งได้สนทนากับ เทพบุตรชั้นดุสิตที่เป็นโพธิสัตว์ที่จะตรัสรู้เป็นพระศรีอริยเมตตรัยพุทธเจ้า ในสมัยถัดไปอีกนานแสนนาน เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง

แล้วท่านลงมาเกิดบนโลกมนุษย์แล้วเหรอ! มาแย่งแสดงธรรมว่าธรรมของตนเลิศกว่า มาแย่งแสดงความเป็นพระพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่แล้วหรือ?
อย่างนั้นท่านที่ คุณ ฉือเปย บอกกล่าวให้ทราบนั้น จะไม่แตกต่างจากพระเทวฑัตหรือ?

ปริศนา !!!!!! ที่ผมกล่าวก็ไม่ควรเชื่อ แต่สิ่งที่คุณ ฉือเปย เสนอยิ่งแล้วไปใหญ่ แถมยัง Post ผิดห้องเสียอีก
ธรรมทานย่อมชนะทานทั้งปวง
รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง
ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
ความสิ้นไปแห่งตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง. (พุทธพจน์)

กิจที่เราพึงทำ.............. คือให้ธรรมเป็นทาน
ธรรมนั้นจะสืบสาน........ ให้เบ่งบานในใจเขา
ธรรมจะดำเนินจัดสรร..... เป็นประกันไม่ต้องเขลา
เมื่อจิตยังไม่พ้นเบา....... สมัยเราคงพ้นได้.

สามารถอ่านเรื่องราวส่วนตัวที่ http://www.vichadham.com
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   จันทโชต ไอคอน

  • ตอบ 200+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมทั่วไป
  • ตอบ: 207
  • สมัคร: 23/03/2005

ตอบ: 08/08/2005 - 13:57

ผู้น้อยจึงขอบอกข่าวประเสริฐกับทุกท่านว่า

มาเร็วเกินคาดอะนะ :14:
แต่ก็ดีเหมือนกัน
จะได้พิสูจน์ธรรมะของพระศาสดาสะคราวเดียวกันเลย
ที่ว่า
การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตให้ผ่องแผ้ว (ให้ปราศจากนิวรณ์เป็นต้น) คำสอนอย่างนี้พระพุทธเจ้าทุกองค์สอนเหมือนกัน

อ้างอิง
<ตอนนี้ สมเด็จพระศรีอารยเมตตรัยเกิดกายเนื้ออยู่บนโลกมนุษย์แล้ว>


นั่นสิ...
ธรรมะขององค์ปัจจุบัน (สมณโคดม)
เหล่าพุทธบริษัทยังปฏิบัติกันไม่ถึงไหนเรยอะนี่
อุบัติขึ้นอีกองค์แล้วหรอนี่
(ตอนนี้พระศรีอารยเมตตรัย ท่านจำศีล จำพรรษา อยู่ ณ สถานที่ใดหรอ อำเภอ จังหวัดอะไรหรอ)

ศาสดาของโลกองค์ต่อไปตอนนี้ท่านมีชีวิตอยู่บนโลกของพวกเราพี่น้องอ้างอิง
  ผู้ซึ่งมีแม่ผู้ให้กำเนิดจิต 


ตรงนี้ไม่ค่อยเข้าใจ
หมายถึงอะไรหรอ
หรือหมายถึงแม่ผู้ให้กำเหนิดพระศรีอารยเมตตรัย
(มารดาของเจ้าชายสิทธัตถะนามว่า สิริมหามายา)
แล้วมารดาของพระศรี ฯ นามว่าอะไรหรอ
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   อนุตตริยะ ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4035
  • สมัคร: 30/01/2004

ตอบ: 08/08/2005 - 16:24

คงต้องโหวต ให้เป็นกระทู้ที่ต้องระมัดระวังในการอ่าน ลัทธิอนุตตรธรรมนี้มาจากไต้หวัน มีความเชื่อประหลาดๆ ส่วนคัมภีร์พุทธศาสนาของจีนที่พระถังซัมจั๋งแปลไป ส่วนใหญ่ไม่ใช่พระไตรปิฏก เป็นคัมภีร์ที่อาจารย์มหายานสมัยหลังพุทธกาลหลายร้อยปีแต่งขึ้นมากันเอง ตอนนั้นศาสนาพุทธเถรวาทเสื่อมลงมากในอินเดียตอนเหนือ แต่พุทธมหายานซึ่งมีความเพี้ยนๆทางคำสอนกำลังเฟื่องฟูแข่งกับศาสนาพราหมณ์

พุทธแท้ๆ คือ ฝ่ายเถรวาท พระไตรปิฏบาลีคือ หลักฐานที่เป็นพุทธพจน์ที่เก่าแก่ที่สุด เกิดขึ้นจาการสังคยนายครั้งแรกและยึดถือกันโดยไม่การเปลี่ยนแปลง มีแต่การจัดหมวดหมู่ใหม่เพื่อต่อการจดจำ การสังคยานายคือ การทำให้พุทธพจน์บริสุทธิ์ กำจัดสิ่งที่เป็นเดนหรือสิ่งที่ใม่ใช่คำสอนในพระพุทธศาสนานั้นก็คือสิ่งที่ คุณฉือเปย กำลังนับถือและชักชวนให้คนในลานธรรมหลงผิดกัน

ลัทธิจากไต้หวันเข้ามาพร้อมกับการเปิดจุด เปิดประตูนิพพาน ต้องให้ปรมาจารย์เปิดจุด เปิดจักร เปิดประตูนิพพานให้ก่อน ไม่งั้นตายไปจะกลายเป็นเปรต เป็นสัตว์นรก การเปิดจุดนั้นก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ปรมาจารย์ทำให้ฟรีไม่ได้ ต้องใช้กำลังภายในมากมาย ดังนั้นจึงต้องใช้เงินมาหล่อเลี้ยงกำลังภายในของท่าน

ดังนั้นผมจึงไม่คิดว่า วิธี อนุตรธรรม อะไรนี่จะเป็นศาสนาพุทธครับ เป็นเพียงแค่ ลัทธิของคนบ้า คนวิปลาศ และคนปัญญาไม่แข็งแรง เจ้าลัทธิคงได้รับผลกรรมไปเกิดในอเวจีนรกแน่นอน เนื่องจากเป็นผู้ทำลายศาสนาของพระพุทธองค์โดยแท้

ผมคิดว่า กระทู้นี้สมควรปิดและการเผยแผ่ลัทธินี้ในลานธรรมสมควรเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาดครับ
[size="4"][font="Tahoma"]อย่าคิดสั้นปกป้องความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ จนทำให้เกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนา ลองตั้งสติแล้วหาวิธีการใหม่ที่ดีกว่านี้ดู[/font][/size]
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   นายโจโจ้ ไอคอน

  • ตอบ 3000+
  • PipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 3823
  • สมัคร: 24/01/2004

ตอบ: 08/08/2005 - 16:47

ผมไปเข้าชั้นเรียนธรรมะมาหลายครั้งแล้ว ได้รับการประทานกระบะทรายให้นั่งแถวที่สองในฝั่งชาย ยังไม่เคยได้ยินพระอาจารย์จี้กงพูดอะไรอย่างนี้เลย

ที่พูดอย่างนี้ ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นมีแต่ลูกศิษย์ทั้งนั้น

ออกเสียงให้ปิดกระทู้นี้ และออกเสียงไม่ให้มีการสนทนาเรื่องนี้ในลานธรรม ด้วยเหตุว่า เรื่องที่ยกมานี้ เป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ครับ

พุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งเหตุและผล ไม่เอาศรัทธานำ ทุกอย่างในพุทธศาสนา พิสูจน์ได้ แม้จะรู้ได้เฉพาะตน แต่ก็พิสูจน์ได้ครับ :09:
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   เจตน์ ไอคอน

  • เจตน์
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 1035
  • สมัคร: 22/01/2004

ตอบ: 08/08/2005 - 23:27

ขอปิดกระทู้นี้ครับ ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์
เป็นไปเพื่อโทษของทั้งผู้เผยแพร่และผู้เชื่ออย่างน่ากลัวมากครับ

และหากมีกระทู้ในแนวนี้อีกไม่ปิดกระทู้แล้วน่ะครับ ขออนุญาตลบออกเลยทันที
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการของความไม่อดทนเหล่านี้ คือ
๑.ไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจของคนมาก
๒. มากไปด้วยเวร
๓. มากไปด้วยโทษ
๔. หลง ถึงแก่ความตาย
๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษของความไม่อดทน ๕ ประการเหล่านี้แล
ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๘๒
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ