ลานธรรมเสวนา: อานิสงส์การกวาดลานวัด - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

อานิสงส์การกวาดลานวัด จากนิทานชาดก

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   ตันหยง ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4379
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 16:40

พอดีไปอ่านเจอนิทานชาดกมาแล้วเห็นว่าน่าสนใจเลยนำมาโพสต์ในห้องบันเทิงธรรม เผื่อน้องๆเด็กๆจะเข้ามาอ่านด้วยค่ะ รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

:54:อานิสงส์การกวาดลานวัด :54:

พระนางโรหิณี

พระนางโรหิณีนั้นเป็นพระกนิษฐภคิรี ( น้องสาว ) ของพระอนุรุทธเถระ พระอนุรุทธะนั้น ท่านมีพี่น้อง ๓ คน คือ ๑ . พระมหานามะ ๒. พระอนุรุทธะ ๓ พระนางโรหิณี
พระอนุรุทธะ บิดาของ พระนางโรหิณีนั้นเป็นพระกนิษฐภคิรี ( น้องสาว ) ของพระอนุรุทธเถระ พระอนุรุทธะนั้น ท่านมีพี่น้อง ๓ คน คือ ๑ . พระมหานามะ ๒. พระอนุรุทธะ ๓ พระนางโรหิณี

พระอนุรุทธะ บิดาของท่านคือ พระเจ้าอมิโตทนะ ซึ่งเป็นพระกนิษฐภาดา ( น้องชาย ) ของพระเจ้าสุทโธทนะ เพราะฉะนั้น พระอนุรุทธะนั้นจึงเป็นลูกผู้พี่ผู้น้องของพระพุทธเจ้า

วันหนึ่ง พระอนุรุทธะได้เดินทางไปยังกรุงกบิลพัสดุ์ อันเป็นบ้านเดิมของท่าน เมื่อไปแล้ว พวกบรรดาพระญาติก็มาหาท่านเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดอยู่คนหนึ่งไม่ได้ไปพบ นั้นก็คือพระนางโรหิณี พระอรนุรุทธะจึงถามพวกพระญาติที่มาพบว่า น้องหญิงไปไหนเสียจึงไม่มา ก็ได้รับการบอกว่าอยู่ที่พระตำหนัก ท่านก็ถามว่า ทำไมจึงไม่มา ก็ได้รับคำตอบว่า พระนางเป็นโรคผิวหนังมีแผลพุพองคันไปทั่วทั้งตัวจึงไม่กล้ามา

พระอนุรุทธะก็ให้คนไปตามมาพบให้ได้ พอพระนางมาแล้วไหว้พระเถระ ๆ ก็ถามว่าทำไมไม่มา พระนางก็เรียนว่าตนเป็นโรคผิวหนังอันไม่งามจึงไม่มา ก็เพราะความละอาย

พระอนุรุทธะเถระก็กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นเธอจงสร้างศาลาขึ้น ๑ หลัง เป็นศาลาโรงฉันสำหรับภิกษุสงฆ์

พระนางโรหิณีก็เรียนถามว่า กระหม่อมฉันจะเอาเงินที่ไหนมาสร้าง

พระเถระก็พูดว่า เครื่องประดับของเธอไม่มีบ้างหรือ

พระนางก็เรียนว่า มีเครื่องประดับอยู่

พระเถระถามว่า ราคาประมาณเท่าไร

พระนางเรียนว่า ประมาณหนึ่งหมื่นกหาปณะ

พระเถระจึงบอกว่า เธอจงขายเครื่องประดับนี้เสียแล้วนำไปสร้างศาลาโรงฉัน
0


  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้



#1 ผู้ใช้ออฟไลน์   ตันหยง ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4379
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 16:42

พระนางก็ถามว่า แล้วใครจะช่วยสร้างให้ เพราะไม่มีคนสร้าง พระเถระก็มองดูพระญาติ ๆ ทั้งหลายซึ่งมานั่งอยู่เป็นจำนวนมากแล้วพูดขึ้นว่า ให้พระญาติทั้งหลายนั้นช่วยจัดการเรื่องนี้ ช่วยกันสร้างศาลานี้ บรรดาพระญาติทั้งหลายก็รับคำจัดการสร้างให้

พอศาลาโรงฉันสร้างเสร็จ พระนางก็มีจิตผ่องแผ่วเกิดปีติโสมนัสยิ่ง เริ่มไปปัดกวาด ปูอาสนะ ตั้งน้ำใช้น้ำฉันไว้ แล้วพระนางก็เริ่มปฎิบัติถือศีลฟังธรรมตามกาล โรคเรื้อนหรือโรคผิวหนังที่พระนางเป็นอยู่ก็เริ่มแห้งราบลงไป ๆ เมื่อถึงวันฉลองศาลาโรงฉัน พระนางก็ได้ให้คนไปนิมนต์พระภิกษุสงฆ์จำนวนมาก มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ให้มาเสวยที่โรงฉันหลังนั้น พระพุทธเจ้าทรงรับแล้วได้เสด็จมาเสวยพระกระยาหารในที่นั้น

พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสถามว่านี้เป็นทานของใคร พระอนุรุทธเถระก็ทูลตอบว่า นี้เป็นทานของพระนางโรหิณี ผู้เป็นพระน้องนาง

พระพุทธองค์ทรงตรัสถามว่า พระนางโรหิณีไปอยู่ที่ไหนเสียเล่า

พระอนุรุทธเถระทูลตอบว่า อยู่ที่พระตำหนักไม่กล้ามา เพราะละอายที่ตนเป็นโรคผิวหนังอันน่ารังเกลียด

พระพุทธองค์จึงทรงตรัสรับสั่งให้ไปตามพระนางมา เมื่อพระนางมาแล้วก็ทำการถวายบังคม แล้วก้มหน้านิ่ง

พระพุทธองค์ได้ตรัสถามพระนางว่า ทำไมไม่มา

พระนางก็ทูลตอบว่า ตนเป็นโรคผิวหนังอันพุพองเป็นที่น่ากลัวน่ารังเกลียด จึงได้มีความละอาย เลยไม่กล้าที่จะมาเข้าเฝ้า

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

พระพุทธองค์ทรงตรัสถามว่า เธอทราบไหมว่า ทำไมจึงเป็นโรคผิวหนัง

พระนางทูลตอบว่า ไม่ทราบพระเจ้าข้า

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ที่เป็นโรคผิวหนังพุพองนั้นก็เพราะความโกรธที่เธอทำไว้ในชาติก่อน
จึงทำให้เป็นโรคผิวหนังเป็นแผลพุพองอันน่าเกลียด และพระองค์ได้ยกอดีตนิทานของพระนางโหริณีในชาติก่อนมาตรัสเล่าว่า
0



#2 ผู้ใช้ออฟไลน์   ตันหยง ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4379
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 16:47

ในอดีตกาล ในกรุงพาราณสี พระนางนั้นได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้ากรุงพาราณสี พระนางมีความผูกจิตริษยาอาฆาตแค้นในหญิงนักฟ้อนรำของพระราชาองค์นั้น ( อาจเป็นเพราะพระราชาโปรดปราณหญิงนักฟ้อนรำคนนั้นมากก็ได้ ทำให้พระนางริษยาแค้นเคืองหนักหนา )

พระนางทรงรับสั่งให้เรียกหญิงนักฟ้อนรำนั้นเข้ามาที่พระตำหนัก แล้วตรัสสั่งคนให้เอาผงเต่าร้างโปรยบนผ้าที่นอนของหญิงนักฟ้อนรำนั้น นอกจากจะโรยที่นอนแล้วก็ให้โปรยบนผ้าห่มด้วย เมื่อหญิงนักฟ้อนรำเข้ามาเฝ้า พระนางก็ทรงโปรยผงเต่าร้างลงไปที่ตัวของนางนักฟ้อนรำแล้วทำเป็นหัวเรอะเล่น

หญิงนักฟ้อนรำนั้นเมื่อโดนผงเต่าร้างโรยมาที่ตัวก็ให้คันเหลือประมาณได้รับทุกขเวทนายิ่ง ตามตัวก็พุพองขึ้นเป็นเม็ดน้อยเม็ดใหญ่ เมื่อเม็ดพุพองขึ้นมาก็เกา เกาหาที่คันเม็ดตุ่มคันก็เเตกเป็นแผล เมื่อนางไปนอนบนที่นอนก็ถูกผงเต่าร้างกัดที่นอนนั้น นางได้รับทุกข์เวทนาอย่างแรงกล้า

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า เพราะกรรมอันนี้เอง เธอจึงเป็นโรคเรื้อนเพราะความริษยา เพราะความโกรธนี้เองจึงเป็นเหตุให้เธอต้องรับทุกข์เวทนาเช่นนี้ ในที่สุด พระพุทธองค์จึงทรงตรัสแสดงธรรมกับพระนางขึ้นว่า

:63:“ บุคคลไม่พึงโกรธ พึงสละความถือตัวเสีย ควรล่วงสังโยชน์เสียให้สิ้น ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ตกแก่บุคคลเช่นนั้น ผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ผู้ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ”:63:

:61: :62::61:เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม พระนางก็พิจารณาตามกระแสแห่งพระสัทธรรมนั้น และในที่สุดพระนางก็ได้สำเร็จเป็นพระโสดาบัน เป็นพระอริยบุคคลชั้นต้น เมื่อพระนางสำเร็จโสดาบันในครั้งนั้น พระนางก็มีผิวพรรณวรรณะดุจทองคำในขณะนั้นเอง นี่เป็นผลอานิสงส์จากการที่พระนางได้สร้างศาลาโรงฉันแล้วก็ได้ปฎิบัติธรรมปัดกวาดศาลาโรงฉัน ตั้งน้ำใช้น้ำฉันเป็นต้น
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   ตันหยง ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4379
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 16:51

:57:อานิสงส์ของการกวาดลานวัด


คนโบราณเขาเชื่อถือกันมาว่า ผู้ที่มีโรคผิวหนังพุพองหรือโรคเรื้อน ถ้าได้มาเก็บขยะเก็บใบไม้ที่ล่วงหล่นปัดกวาดลาดวัดให้สวยงามสอาดตาแล้วนั้น เชื่อกันว่าจะทำให้ผิวพรรณวรรณะงดงามและทำให้โรคร้ายหายไปได้ การกวาดวัดนี้มีอานิสงส์ถึง ๕ อย่างคือ

:56:๑. บุคคลเห็นเข้าก็เลื่อมใส
:56:๒. เทวดาเห็นเข้าก็เลื่อมใส
:56:๓. จิตของผู้กวาดตั้งสมาธิได้เร็ว
:56:๔. ผิวพรรณวรรณผ่องใส
:56:๕. เมื่อตายดับสังขารจากโลกนี้ไปแล้วก็ไปบังเกิดในภพภูมิสวรรค์


นี่คือผลอานิสงส์ของการเก็บปัดกวาดลานวัด

ส่วนพระนางโรหิณีกวาดศาลาที่พระนางสร้างเองนั้น เมื่อพระนางสิ้นชีพแล้วก็ไปบังเกิดบนสวรรค์ดาวดึงส์ แต่สถานที่พระนางไปเกิดนั้นแปลกกว่าคนอื่น คือ ไม่ได้ไปเกิดในวิมานของใคร พระนางไปเกิดอยู่ในระหว่างพรหมเทพบุตรทั้ง ๔ จึงเกิดปัญหาขึ้น

เทพบุตรทั้ง ๔ ต่างก็พูดว่า นางเทพธิดานี้เป็นสมบัติของตน ต้องการจะเอามาเป็นภรรยา เมื่อตกลงกันไม่ได้ ในที่สุดก็นำเรื่องไปกราบทูลท้าวสักกเทวราชเพื่อให้ทรงตัดสิน ท้าวสักกเทวราชทรงเห็นพระนางแล้วก็เกิดความรักขึ้นจึงตรัสถามเทพบุตรทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลายเห็นนางแล้วรู้สึกอย่างไร

เทพบุตรองค์หนึ่งได้กราบทูลว่า เมื่อเห็นนางแล้ว จิตของข้าพระองค์เต้นแรงเหมือนกับกลองศึก ไม่อาจจะสงบนิ่งอยู่ได้

เทพบุตรอีกองค์ที่สองก็กราบทูลว่า เมื่อเห็นนางแล้ว จิตของข้าพระองค์ถลนออกมาเหมือนตาปู

เทพบุตรอีกองค์ที่สามกราบทูลว่า เมื่อข้าพระองค์เห็นนางแล้ว จิตของข้าพระองค์เป็นไปโดยรวดเร็ว เหมือนกับน้ำที่ตกจากภูขา

เทพบุตรองค์ที่สี่กราบทูลว่า เมื่อข้าพระองค์เห็นนางแล้ว ใจเต้นเหมือนกับธงที่ปักไว้บนยอดเจดีย์ สะบัดอยู่ ไม่หยุดนิ่ง

ท้าวสักกเทวราชตรัสว่า ท่านทั้งสี่เห็นนางเทพธิดานี้แล้วยังพออยู่ได้ แต่ข้าพเจ้านี้ ถ้าหากไม่ได้นางเทพธิดาองค์นี้เป็นพระชายาแล้วจะต้องตาย

เทพบุตรทั้งสี่นั้นก็กราบทูลว่า พวกข้าพระองค์ไม่ต้องการให้พระองค์ถึงสวรรคต ขอมอบนางเทพธิดาองค์ให้เป็นสิทธิ์ของพระองค์

ดังนั้น พระนางโรหิณีที่ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ได้เป็นที่โปรดปรานของท้าวสักกเทวราช

จาก :06:


อานิสงส์ของการกวาดลานวัด
0



#4 ผู้ใช้ออฟไลน์   ตันหยง ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4379
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 16:56

ต่อด้วยรูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว

บุญกริยาวัตถุ ๑๐


บุญกริยาวัตถุ ๑๐ ได้แก่

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว๑. ทานมัย การให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สุขแก่ผู้รับ ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

:64:๑- เป็นที่มาของทรัพย์สมบัติทั้งหลาย
๒- เป็นที่ตั้งของโภคทรัพย์ทั้งปวง

๓- ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข
๔- ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของคนหมู่มาก

๕- ผู้ให้ย่อมผูกไมตรีผู้อื่นไว้ได้
๖- ทำให้เป็นผู้มีเสน่ห์น่านับถือ

๗- ทำให้เป็นที่น่าคบหาของคนดี
๘- ทำให้เข้ากับสังคมอื่นได้คล่องแคล่ว

๙- มีบุคลิกองอาจ สง่าผ่าเผย
๑๐- ทำให้มีชื่อเสียงเกียรติคุณดี
๑๑- ตายแล้วเกิดในสุคติภูมิ


รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว ๒. สีลมัย บุญที่สำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

:64:๑- ทำให้มีความสุขกาย สุขใจ
๒- ทำให้เกิดโภคทรัพย์ได้

๓- ทำให้สามารถใช้สอยทรัพย์นั้นได้เต็มอิ่ม โดยไม่หวาดระแวง
๔-ทำให้ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะมีใครมาทวงทรัพย์คืน

๕- ทำให้เกียรติคุณฟุ้งขจรไป ทำให้ผู้อื่นเกิดความเชื่อถือ
๖- ทำให้ชีวิตนั้นแกล้วกล้าองอาจท่ามกลางชุมชน

๗- ทำให้ไม่เป็นคนหลงลืมสติ
๘- ตายแล้วไปเกิดในสุคตภูมิ
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   ตันหยง ไอคอน

  • ตอบ 4000+
  • PipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 4379
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 17:00

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว๓. ภาวนามัย บุญที่สำเร็จได้ด้วยการเจริญสมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนา ย่อมต้องได้รับอานิสงส์

๑- มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม
๒- มีผิวพรรณผ่องใส
๓- มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

๔- มีความจำดี และกำลังปัญญาว่องไว
๕- เป็นคนใจคอเยือกเย็น
๖- เป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็น

๗- มีบุคลิกอันน่าศรัทธา
๘- เกิดในตระกูลดี
๙- มีบุคลิกสง่างาม
๑๐- มีมิตรสหายมาก

๑๑- เป็นที่เคารพยำเกรงของคนทั่วไป
๑๒- เป็นที่ชื่นชอบของบัณฑิต
๑๓- สมบูรณ์ด้วยปัจจัย ๔

๑๔- ปราศจากอกุศลทั้งปวง
๑๕- ปลอดภัยจากศาสตราวุธ
๑๖- มีอายุยืน
๑๗- ตายแล้วเกิดในสุคติภูมิ

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว๔. อปจายนะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อผู้ที่ควรเคารพนบนอบ (คุณวุฒิ วัยวุฒิ ชาติวุฒิ) ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑- เกิดในตระกูลสูง
๒- มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
๓- มีมิตรสหายดี
๔- ได้รับคำชมเชยอยู่เสมอ
๕- มีความสมบูรณ์ในทรัพย์
๖- ได้พบเห็นแต่สิ่งที่ตนปรารถนา

รูปภาพถูกใส่ลงไปแล้ว๕. เวยยาวัจจะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบ ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑- มีความเป็นอยู่ดี สุขกายสุขใจ
๒- มีมิตรสหายมาก
๓- มีไหวพริบความจำดี
๔- มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง
0



#6 ผู้ใช้ออฟไลน์   praew ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1077
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 17:04

สาธุค่ะ
0



#7 ผู้ใช้ออฟไลน์   กอบ ไอคอน

  • ตอบ 10000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ
  • ตอบ: 12136
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 20:20

ขออนุโมทนา ครับ ตันหยง
:09: :09: :09:
“..ไอ้คนเรานี้มันก็แปลก ชอบเอาลมปากเผากัน
เอาไฟกิเลส โมหะ โทสะ ราคะ เผากัน
เผาตนเอง เผากาย เผาใจตนเองยังไม่พอ
ชอบเผื่อแผ่ไปเผาชาวบ้าน ชาวช่องเขาด้วย
เผาจิตเผากายของเขา มันสนุกหรืออย่างไร
วิสัยชาวโลก ชอบนินทา-สรรเสริญ
... ไฟร้อน ไฟเย็น ก็เผาได้เผาดี................ ”

หลวงปู่บุดดา ถาวโร
0



#8 ผู้ใช้ออฟไลน์   shark ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1473
  • สมัคร: 27/05/2005

ตอบ: 07/08/2005 - 20:32

แล้วอานิสสงฆ์ ขัดส้วมวัดล่ะครับ
ให้ผลประการใดครับ
( ขัดแล้วครับ )

:06:
0



#9 ผู้ใช้ออฟไลน์   ~*aom*~ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1288
  • สมัคร: 13/09/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 21:01

ขอบคุณค่ะพี่ตันหยง :) :09:
0



#10 ผู้ใช้ออฟไลน์   สะพานพุทธ ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 482
  • สมัคร: 14/08/2004

ตอบ: 07/08/2005 - 22:11

...อานิสงส์...การขัดส้วม...ให้วัด...ที่เห็นชัดๆน่ะ!!... :30: :12: :30:

...(1) ทำให้ส้วมสะอาด...(2) ทำให้ส้วมไม่เหม็น...(3) ทำให้ผู้ใช้...สบายใจจ้าๆๆ :04:
0



#11 ผู้ใช้ออฟไลน์   2b Anakarig ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 3
  • สมัคร: 28/06/2005

ตอบ: 08/08/2005 - 09:44

สาธุ ดีครับดีจังเลย ที่อุตส่าห์ค้นคว้ามาให้อ่านกัน ผมก็ชอบกวาดลานวัดสมัยบวชเป็นพระกวาดทีเป็นชั่วโมงๆเลย แล้วก็ฝึกสติไปด้วยกวาดไปดูลมหายใจไปด้วยเพลินดี ส่วนกราขัดล้างส้วมนั้น ท่านน่าจะได้รับอานิสงค์มากขึ้นไปอีกคือ มีที่อยู่สุขสบายมีเครื่งอำนวยความสะดวกมาก ถ้าเป็นวิมานก็ที่นั่งที่นอนสวยสดงดงามครับ
0



#12 ผู้ใช้ออฟไลน์   PNoi ไอคอน

  • ตอบ 6000+
  • PipPipPipPipPipPipPipPip
  • กลุ่ม: ผู้ดูแลลานธรรม
  • ตอบ: 6453
  • สมัคร: 24/01/2004

ตอบ: 08/08/2005 - 10:13

อ้างอิง
เมื่อพระนางสำเร็จโสดาบันในครั้งนั้น พระนางก็มีผิวพรรณวรรณะดุจทองคำในขณะนั้นเอง นี่เป็นผลอานิสงส์จากการที่พระนางได้สร้างศาลาโรงฉันแล้วก็ได้ปฎิบัติธรรมปัดกวาดศาลาโรงฉัน ตั้งน้ำใช้น้ำฉันเป็นต้น


ตำรารักษาผิวงามดั่งทองคำสมัยพุทธกาลที่ได้ผลมาแล้ว อนิสงส์นี้ให้ผลเมื่อพระนางสำเร็จโสดาบันแล้ว ขอบคุณค่ะน้องตันหยง อนิสงส์ของผู้นำตำรามาโพสต์ให้อ่านกันทั่วถึงนี่น่าจะได้ผิวงามทันตาเห็นในชาติปัจจุบันนะคะ :05:

ชอบคำตอบคุณสะพานพุทธจัง very sharp!!!

ดิฉันอ่านพบจากหนังสือของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวันว่า อานิสงส์การขัดส้วมให้วัดจะทำให้มีปัญญาเรียนเก่งค่ะ ฉะนั้นห้องน้ำห้องส้วมของวัดอัมพวันนั้นสะอาดมาก ดิฉันนั้นเชยมาก ครั้งแรกที่ไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน ทางวัดจัดเวลาให้สวดมนต์ทำวัตรเช้าตั้งแต่ตี 4 และต่อด้วยนั่งสมาธิในศาลาจนถึงพักทานอาหารเช้าตอน 7 โมง ดิฉันได้ยินเสียงคนทำความสะอาดห้องส้วมตลอดเวลา นึกในใจว่าโห...คนงานที่วัดนี่มาทำงานกันตั้งแต่เช้ามืด และทำไมทำกันนานนักได้ยินเสียงน้ำไหลไม่หยุด ตอนหลังถึงรู้ว่าส้วมที่นี่คนใช้แล้วจะขัดทำความสะอาดไปด้วยทุกครั้ง! ไม่ยอมเสียโอกาสกัน ว่างั้นเถอะ :04:
0



#13 ผู้ใช้ออฟไลน์   สนฺตจิตฺโต ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 50
  • สมัคร: 13/06/2004

ตอบ: 08/08/2005 - 11:13

ช่วงเข้าพรรษานี้ไปรักษาศีลอุโบสถที่วัดมาสองครั้งแล้วครับ ตั้งใจไว้ว่าจะไปทุกวันพระตลอดพรรษานี้ ส่วนมากหลังกินเข้าเสร็จ ก็จะมากวาดลานวัด ก่อนที่จะไปเดินจงกรม นั่งสมาธิในช่วงบ่าย ขออนุโมทนากับคุณตันหยงครับ ที่นำมาให้อ่านกัน :09:
0



#14 ผู้ใช้ออฟไลน์   นิรินธน์ ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: ยกเลิกการเป็นสมาชิก
  • ตอบ: 77
  • สมัคร: 26/08/2004

ตอบ: 09/08/2005 - 19:22

อนุโมทนาค่ะ คุณตันหยง :09:
และอนุโมทนากับทุกท่านด้วยค่ะ :09:
0



#15 ผู้ใช้ออฟไลน์   สาราณียธรรม ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1433
  • สมัคร: 24/01/2004

ตอบ: 09/08/2005 - 19:30

ขอขอบคุณ คุณตัณหยง ที่นำสาระธรรมดีดีมาเผยแผ่
และขออนุโมทนาด้วยครับ
[img]http://upic.me/i/f4/enbayyi1.gif[/img]
[color="#000000"][size="4"]ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color] http://84000.org/tipitaka/book/bookpn01.html

[color="#000000"][size="4"]ศีลเป็นอาภรณ์อันประเสริฐ(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn02.html

[color="#000000"][size="4"]เป็นมนุษย์นี้แสนยาก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn03.html

[color="#000000"][size="4"]ใครลิขิตชีวิตเรา(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn04.html

[color="#000000"][size="4"]อยู่ด้วยความรัก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn07.html

[color="#000000"][size="4"]ชีวิตนี้น้อยนัก(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn05.html

[color="#000000"][size="4"]ดับร้อน(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size])[/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn08.php

[color="#000000"][size="4"]สิ่งที่เป็นมงคล(มงคล ๓๘ )(อ.ประณีต ก้องสมุทร)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/bookpn06.html

[color="#000000"][size="4"]นานาปัญหา ๕๑ ข้อ(คณะสหายธรรม)[/size][/color]http://84000.org/tipitaka/book/nana.php

[color="#000000"][size="4"]ปฏิบัติธรรมวัดผลอย่างไร “ปฏิบัติธรรมให้ถูกทาง”(ประยุทธ์ ปยุตฺโต)[/size][/color] http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/lp-prayuth/lp-prayuth-01.htm


[size="4"]Everything we hear is an opinion, not a fact. Everything we see is a perspective, not the truth.[b]Marcus Aurelius[/b] [/size]
[img]http://upic.me/i/fj/thelordbuddha22.gif[/img]----[img]http://upic.me/i/3w/lordteach.gif[/img]
0



#16 ผู้ใช้ออฟไลน์   โบ ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1530
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 09/08/2005 - 19:31

อนุโมทนาจ๊ะตันหยงที่เอาบทความดีๆมาฝาก :09:
0



#17 ผู้ใช้ออฟไลน์   ธง ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกผู้อ่านอย่างเดียว
  • ตอบ: 1509
  • สมัคร: 07/03/2005

ตอบ: 10/08/2005 - 00:26

:09: :09: :09:
0



#18 ผู้ใช้ออฟไลน์   เพียรดา ไอคอน

  • ตอบ 400+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 463
  • สมัคร: 07/10/2004

ตอบ: 11/08/2005 - 17:59

:09: :09: :09:

อนุโมทนาด้วยเจ้าค่า
0



#19 ผู้ใช้ออฟไลน์   Maya ไอคอน

  • ตอบไม่มาก
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 28
  • สมัคร: 17/07/2004

ตอบ: 12/08/2005 - 03:19

สาธุ ๆ ขออนุโมทนาด้วยคน เพิ่งจะได้รู้วันนี้เอง
แล้วกวาดถูบันได และถูครัวให้วัดล่ะ ได้อานิสงส์เหมือนกันไหม
ใครสนใจ เขาไปดูวัดที่เรากับสามีไปประจําได้ที่ www.watdo.de นะ
0



คำตอบต่อไป: shark - สะพานพุทธ - นุ้ย - โยคีบุคคล -
  • (2 หน้า)
  • +
  • 1
  • 2
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ