ลานธรรมเสวนา: เรื่องจริง!! ระวัง! เครื่องทำน้ำอุ่น - ลานธรรมเสวนา

เข้าไปดูเนื้อหา

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

เรื่องจริง!! ระวัง! เครื่องทำน้ำอุ่น ปัญหาที่คาดไม่ถึงจากเครื่องทำน้ำอุ่น ที่อาจรุนแรงถึงชีวิต ให้คะแนนกระทู้: -----

#0 ผู้ใช้ออฟไลน์   วันทา ไอคอน

  • ตอบ 300+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 362
  • สมัคร: 08/02/2004

ตอบ: 08/04/2004 - 22:17

ขอบคุณครับคุณโจ้ที่นำเรื่องใกล้ตัวที่แสนอันตรายมาเตือนๆกัน ขออนุญาติเสริมเท่าที่พอนึกออกอีกสักหน่อยนะครับ

เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดส่วนประกอบต่างๆจะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยด้านความปลอดภัยด้วย แต่อาจเป็นเพราะเราคุ้นตา หรือไม่ได้นึกถึงทำให้มักละเลยที่จะดูความปกติของมัน หรือบางคนถึงขั้นดัดแปลงเสียเลย อย่างเช่นพวกสีที่เคลือบตัวเครื่องนั้นก็มักจะเป็นสีที่กันไฟดูด ก็ควรคอยดูแลไม่ให้เกิดลอยถลอกจนถึงตัวโลหะซึ่งหากไฟรั่วและไปโดนตรงรอยเข้าก็โดนดูดได้เช่นกัน หรือขาตั้งก็ไม่ใช่แค่ให้สวยงาม แต่มักทำเพื่อยกแผ่นกราวด์ด้านล่างของเครื่องให้ไม่สัมผัสกับสื่อที่อาจนำไฟได้ เช่นเดียวกับช่องระบายอากาศที่ออกแบบมาไม่ให้เครื่องร้อนหลายบ้านก็มักชอบเอามาวางซ้อนๆกันจนระบายไม่ทันได้ หรือปลั๊กสามขาที่มีการต่อสายดินไว้ให้ก็มักโดนดึงทิ้งหรือไม่ใช้ประโยชน์จากมัน

ตอนนี้นึกออกเท่านี้ครับ อ้อ...อีกเรื่องการใส่รองเท้าอยู่บ้านที่พื้นไม่นำไฟก็สบายใจขึ้นเยอะทั้งเรื่องกันเดินเหยียบเศษของต่างๆ และเรื่องไฟฟ้าดูดด้วย
0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

การตอบอื่นๆต่อกระทู้นี้

คำตอบก่อนหน้า: วันทา - เด็กบ้านยางสีสุราช -

#2 พัลวัน

  • กลุ่ม: ผู้เยี่ยมชม

ตอบ: 09/04/2004 - 09:39

หากผมมีปัญญาปลูกบ้านใหม่เอง จะขอรบกวนคุณสมบูรณ์ช่วยเป็นที่ปรึกษาเรื่องไฟฟ้าให้หน่อย (ทั้งๆที่ผมก็จบไฟฟ้ากำลังมา ได้ กว.มา 2 ใบ แต่ไม่เคยใช้ความรู้เลย ส่งคืนอาจารย์หมดแล้วครับ :04: :10: :07: )
0



#3 ผู้ใช้ออฟไลน์   ปิ่น ไอคอน

  • ตอบ 1000+
  • PipPipPip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 1079
  • สมัคร: 23/01/2004

ตอบ: 09/04/2004 - 11:35

วานก่อนผมก็เพิ่งโดนเครื่องซักผ้าที่บ้านดูดเช่นกันครับ
พอดีเท้าเปียก แล้วไปหยิบผ้าออกจากเครื่อง แต่โชคดีที่ดูดไม่
แรงมาก คงต้องระวังเช่นกัน
_/|\_ ขอบพระคุณมากครับที่เล่าให้เป็นอุทาหรณ์
0



#4 ....

  • กลุ่ม: ผู้เยี่ยมชม

ตอบ: 09/04/2004 - 13:30

หวังว่าคุณสมบูรณ์ยังจำนายสี่จุดได้นะครับ ครั้งงานมหากุศลวัดสนามในของคุณสมบูรณ์ ได้เข้ามาชี้แจงและโชคดีที่คุณสมบูรณ์มีความเป็นบัณฑิต พยายามทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ

ไหนๆคุณสมบูรณ์ก็อธิบายไว้มากแล้ว ขอเติมให้สมบูรณ์ว่า การเดินสายต้องร้อยท่อโลหะและใช้ตู้ไฟโลหะที่ต้นทาง โดยเน้นที่ต้องมีความต่อเนื่องทางไฟฟ้าตั้งแต่ปลายทางคือกล่องของอุปกรณ์เครื่องใช้ ท่อร้อยสาย จนถึงตู้จ่ายไฟต้นทาง ซึ่ง ณ ตู้จ่ายไฟต้นทางต้องเชื่อม Neutral Bar กับ Ground Bar เข้าด้วยกัน แล้วเชื่อมสาย-ตอกแท่งดินให้ต่อเนื่องกับ Ground Bar

สิ่งที่แนะนำเป็นมาตรฐานการติดตั้งระบบไฟฟ้าในอาคารที่บังคับใช้เป็นกฎหมายอย่างจริงจังในประเทศที่เจริญแล้ว มีความห่วงใยประชาชนของเขา เพราะการละเลยไม่ทำตามมาตรฐานนอกจากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในทันทีแล้ว ยังอาจเป็นเหตุให้เพลิงไหม้ได้ด้วย

การใช้อุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติ ดูเหมือนจะให้ความปลอดภัยได้ หากในทางปฏิบัติถ้าไม่ติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐาน จะทำให้หาตำแหน่งไฟรั่วได้ยาก จนมักเป็นเหตุให้ปลดอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติออกในที่สุดด้วยความรำคาญ

พึงสังวรว่าการติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานเป็นความจำเป็น ส่วนการติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติเป็นเพียงทางเลือกเท่านั้นไม่ใช่ความจำเป็น
0



#5 ผู้ใช้ออฟไลน์   คนเดินช้า ไอคอน

  • ตอบ 100+
  • Pip
  • กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร
  • ตอบ: 191
  • สมัคร: 05/03/2004

ตอบ: 09/04/2004 - 14:34

เป็นกระทู้ที่ได้ประโยชน์มากจริงๆ ครับ
และน่าเห็นใจครอบครัวนี้ที่ต้องสูญเสียลูกไป

ปัญหาที่เกิดขึ้นผมคิดว่าเกิดจากประชาชนทั่วไปไม่ค่อยมีใครรู้จริงเรื่องนี้ครับ (เช่นผมคนหนึ่งล่ะ)
ช่างที่มาทำให้ก็อาจจะมีความรู้ไม่เท่าไหร่ อาศัยว่าเคยทำมาอย่างไรก็ทำต่อไปอย่างนั้น
บ้างก็ทำแบบมักง่าย หรือจงใจละเลยเพื่อผลกำไรเล็กๆ น้อยๆ

ผมยังไม่ค่อยเข้าใจทั้งหมดนะครับ รอให้มีคนมาตอบกระทู้มากๆ ก่อน แล้วจะเซฟไว้อ่านทำความเข้าใจ+เป็นคู่มือประจำบ้านอีกที

ขอบคุณทุกท่านมากครับ
0



#6 โจโจ้ ไม่ได้ล็อก

  • กลุ่ม: ผู้เยี่ยมชม

ตอบ: 09/04/2004 - 16:56

จะลองสรุปจากเนื้อความในเรื่องครับ

มีเครื่องใช้ไฟฟ้า A และเครื่องใช้ไฟฟ้า B ทั้งสองเครื่องมีการเดินสายไปยัง ground rod หรือสายดินไว้ถูกต้องเรียบร้อย

โดยปกติ ground rod ที่เป็นโลหะที่ฝังอยู่ในดินจะต้องมีการเตรียมดินในบริเวณนั้นให้นำไฟฟ้าอย่างถูกต้อง คือมีศักย์ไฟฟ้าเป็น 0 จริงก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่ ถ้าสายดินไม่สามารถกระจายไฟฟ้าออกไปได้ อันเนื่องมาจาก 1)ฐานรากอาคารทรุดตัวอย่างในกรณีข้างบนจน ground rod ไม่ต่อกับดิน ซึ่งส่งผลให้สายดินทั้งบ้านมีศักย์ไฟฟ้าไม่เท่ากับ 0 หรือ กรณีที่ 2)ดินแห้งจัด ไม่นำไฟฟ้า หรือนำได้ไม่ดี อาจจะเพราะไม่มีการเตรียมดินในบริเวณที่ฝัง ground rod อย่างถูกวิธี ทำให้ไม่สามารถถ่ายไฟฟ้าที่รั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้า A หรือ B ได้

ถ้า ไฟรั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้า A แม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า B จะไม่รั่ว แต่ไฟที่รั่วจาก A ก็จะไปทำอันตรายแก่ผู้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า B ได้ เนื่องจากทั้งสองเครื่องต่อเชื่อมกันผ่านทางสายดินที่ไม่สามารถถ่ายไฟฟ้าที่รั่วออกมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้า A ลงดินได้อีกต่อไป จึงวิ่งมาพยายามลงดินผ่านทางร่างกายของผู้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า B

เครื่องทำน้ำอุ่นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ติดตั้งที่ชั้น 2 ของอาคารขึ้นไป ที่ช่างมักจะไม่ต่อสายดินจากเครื่องทำน้ำอุ่นให้ลงดินจริงๆ แต่ใช้วิธีต่อสายขึ้นฝ้า แล้วผูกปลายสายสีเขียวนั้นเข้ากับเหล็กโครงสร้างอาคารที่ยื่นออกมาจากคานปูนเหนือฝ้า ด้วยความมั่นใจว่า ถ้ามีไฟฟ้ารั่วออกมาจากเครื่องทำน้ำอุ่น ไฟฟ้านั้นก็จะวิ่งไปตามเหล็กที่ใช้เสริมคอนกรีต และวิ่งลงไปถึงดินได้ เพราะเหล็กทั้งอาคารผูกกันอยู่

ถามว่าวิธีนี้ใช้ได้ไหม ก็ต้องตอบแบบไม่เต็มปากว่าพอใช้ได้ เพราะใช้กันอยู่แล้วทั้งบ้านทั้งเมือง และในกรณีที่ห้องพักข้างเคียงเกิดไฟฟ้ารั่ว น่าจะให้ผลดีกว่าการมีสายดินแท่งเดียวสำหรับทั้งอาคารด้วยซ้ำไป เพราะกรณีของการใช้ ground rod แท่งเดียวนั้น เป็น Single Point Failure ที่ไม่มี redundancy เลย.. ในขณะที่เหล็กโครงสร้างอาคารนี้ อย่างน้อยก็กระจายไปทั้งตัวคานชิ้นนั้น และเชื่อได้ว่ามีการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าไปถึงเสาเอกที่ต่อลงดินมากกว่าหนึ่งจุดด้วย

แต่ที่ผมสงสัยมานานก็คือการใช้เหล็กโครงสร้างอาคารแทนสายดินนี้ มันดีจริงๆหรือ ไม่มีปัญหาอะไรเลยหรือ? ถ้ามีใครพอจะมีข้อมูล ว่ามีกรณีน่าสนใจอะไรบ้างกับการใช้เหล็กโครงสร้างอาคารเสมือนเป็นสายดินบ้าง รบกวนช่วยเล่าสู่กันฟังด้วยครับ :09:
0



คำตอบต่อไป: ไม่มี
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กระทู้นี้ถูกล็อค

1 ผู้ใช้กำลังอ่านกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ